Blog

  • ‘อนุทิน’ ลุยบางบาล สั่งจ่ายเยียวยาน้ำท่วมทันทีหลังแถลงนโยบาย

    ‘อนุทิน’ ลุยบางบาล สั่งจ่ายเยียวยาน้ำท่วมทันทีหลังแถลงนโยบาย

    27 กันยายน 2568 – เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ตอนนี้เกิดสถานการณ์น้ำท่วม โดยได้สั่งการเร่งให้ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาตามเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนรัฐบาล ทำให้ล่าช้าไป ดังนั้นหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ก็จะดำเนินการทันที เพราะความทุกข์ร้อนของประชาชนรอนานไม่ได้

    เมื่อถามว่าจะลงพื้นที่ไหนอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มี แต่ว่าขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยเกิดที่ภาคกลาง ขณะเดียวกันมีแผนที่จะต้องเร่งโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนโครงการที่ระบายทางน้ำ ด้วยการศึกษาทางระบายน้ำตอนใต้เขื่อนเจ้าพระยา ที่ จ.ชัยนาท ลงอ่าวไทย ส่วนเม็ดเงินที่จะมาทำโครงการนี้ถามว่าเยอะหรือไม่ ต้องใช้เวลา 7-8 ปี ก็ใช้ประมาณ 100,000 ล้านบาท ตกปีละ 10,000 กว่าล้านบาท ซึ่งไม่ได้เยอะ เพราะต้องรีบทำพื้นฐานให้เรียบร้อย เพื่อให้โครงการนี้เกิดขึ้น ถ้าเทียบกับเงินช่วยเหลือเยียวยาว ที่ต้องจ่ายให้ทุกปี ปีละ 3-4 หมื่นล้านบาท ก็เป็นจำนวนเงินที่มากกว่าไปทำโครงการที่เป็นถาวรวัตถุ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการระบายน้ำ และผันน้ำออกจากพื้นที่ภาคกลางได้ ก็จะแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาว เพราะการมาเจอชาวบ้านทุกปีแบบนี้ไม่ไหว มาแล้วก็ต้องมาขอโทษ นำถุงยังชีพมาให้ ซึ่งชาวบ้านไม่ได้อยากได้ ดังนั้น ต้องสร้างโครงการที่แก้ไขปัญหาระยะยาว ซึ่งพวกตนเองจะทำ

    เมื่อถามว่าเวลาที่มีอยู่ของรัฐบาลจะสามารถดำเนินโครงการช่วยบรรเทาปัญหาซ้ำซากได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการต่างๆรัฐบาลไหน ก็ไม่สามารถแล้วเสร็จ ภายในอายุรัฐบาลได้ แต่เราต้องตัดสินใจเริ่ม ไม่คิดว่าไปตัดแข้งตัดขาใคร ซึ่งไม่ว่าโครงการดังกล่าวใครจะนำเสนอขึ้นมา อยู่พรรคไหนพวกไหน แต่ถ้าประชาชนได้ประโยชน์ ตนขอให้คำยืนยัน เพราะนิสัยของตนเอง ไม่สนใจว่าใครจะได้เครดิต ถ้าหากได้ประโยชน์สูงสุด ใครเสนอมาตนก็เห็นชอบหมด

    ถามว่าถ้าเริ่มแล้วครั้งหน้าจะหวังกลับมาสานงานต่อหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “เราก็ต้องหวัง” ซึ่งต้องทำงานให้ประชาชนมั่นใจและเชื่อใจว่า เรามาแก้ไขปัญหาจริง และรักษางบประมาณของประเทศ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ ต้องไม่หายไปไหน ต้องถูกใช้เพื่อประโยชน์ของประเทศและเชื่อว่าประชาชนจะให้โอกาสเรากลับมาสานต่อ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/868952/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WkjaDUZAwDqSUC1XbpP9B

  • ‘รมว.อรรถกร’เข้ากระทรวงฯ สั่งทุกฝ่ายเดินหน้าจัดซีเกมส์ กกท.เร่งแก้ปัญหา’เปตอง’หวังได้จัดแข่ง

    ‘รมว.อรรถกร’เข้ากระทรวงฯ สั่งทุกฝ่ายเดินหน้าจัดซีเกมส์ กกท.เร่งแก้ปัญหา’เปตอง’หวังได้จัดแข่ง

    นับถอยหลัง 74 วัน ! “รมว.อรรถกร“ประกาศ เดินหน้าเต็มกำลัง ลุยจัดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 แม้เวลาจำกัด แต่เชื่อมั่น หากทุกฝ่ายร่วมมือ ไทยจะเป็นเจ้าภาพได้สมศักดิ์ศรีเจ้าภาพ  ส่วนการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) รับนโยบายด่วนจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าเต็มกำลัง แก้ปมปัญหา “เปตอง” ถูกแบนจากการแข่งขันในซีเกมส์ 2025 พร้อมมั่นใจสามารถชี้แจงและผลักดันให้กลับมาจัดแข่งได้ทัน

    เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ ว่า ได้ขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัด ให้มีขวัญกำลังใจในการทำงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงสร้างความปลอดภัยและภาพลักษณ์ที่งดงามของประเทศไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือน

    ในโอกาสนี้ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ ได้ให้การต้อนรับรัฐมนตรีอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเต็มไปด้วยมิตรไมตรี

    นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ตนอยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใคร ๆ ก็อยากมาเยือน เดินทางมาแล้วรู้สึกปลอดภัยจากการดูแลอย่างดีของเจ้าหน้าที่ไทย ขณะที่ภารกิจเร่งด่วนที่กระทรวงต้องดำเนินการทันที คือการเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในอีกเพียง 74 วันข้างหน้า โดยตนและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงปัญหาและเร่งดำเนินการแก้ไขแล้ว

    “แม้เวลาที่เหลือจะค่อนข้างจำกัด แต่เชื่อมั่นว่า หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ใส่ใจในรายละเอียด ก้าวข้ามอัตตาส่วนตัว และทำงานเพื่อชาติร่วมกัน เราจะสามารถจัดซีเกมส์ได้อย่างมีมาตรฐานสากล และสมศักดิ์ศรีในฐานะเจ้าภาพ หลังจากที่ประเทศไทยห่างหายจากการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรายการนี้มานานเกือบ 20 ปี” นายอรรถกร กล่าว

    นอกจากนี้หลังจากสหพันธ์เปตองนานาชาติ (FIPJP) ส่งหนังสือสั่งห้ามไทยจัดการแข่งขันเปตองในซีเกมส์ครั้งที่ 33 เพราะเห็นว่าคณะกรรมการที่ถูกลงโทษของสมาคมเปตองแห่งประเทศไทยยังมีบทบาทในการเตรียมนักกีฬา ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 68 ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ยืนยันว่า ได้เร่งดำเนินการตามนโยบายผู้บริหารระดับสูงทันที

    ดร.ก้องศักด เผยว่า ขณะนี้ได้จัดทำหนังสือชี้แจงต่อ FIPJP พร้อมส่งทีมตัวแทนรัฐบาลไทยไปชี้แจงรายละเอียดครบทุกประเด็น โดยเน้นว่า “คณะกรรมการกลาง” ที่ตั้งขึ้นจะรับผิดชอบเต็มรูปแบบในการจัดการเรื่องเปตอง ทั้งกระบวนการคัดตัวนักกีฬา การฝึกซ้อม การจัดการแข่งขัน และการส่งทีมแข่งขันต่างประเทศ เพื่อความโปร่งใสและไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการเดิมที่ถูกร้องเรียน

    นอกจากนี้ยังเตรียมกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น โดยเชิญหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมตรวจสอบ ทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ช., ป.ป.ง., DSI และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อยืนยันความยุติธรรม โปร่งใส และไม่มีการลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใด

    ในจดหมายที่ส่งถึง FIPJP นั้น จะระบุชัดว่า รัฐบาลไทยไม่ได้เพิกเฉยต่อข้อกล่าวหา พร้อมขออภัยหากมีการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนในอดีต ย้ำว่าขณะนี้สมาคมฯ ได้ยุติบทบาทจากซีเกมส์ทั้งหมดแล้ว และจะให้คณะกรรมการกลางรับผิดชอบแทนอย่างสมบูรณ์

    ดร.ก้อง ยังเผยว่า ขณะนี้มี 8 ประเทศลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันเปตองในซีเกมส์แล้ว ยิ่งสะท้อนว่าเปตองเป็นกีฬาหลักในภูมิภาคอาเซียน และหากไทยไม่สามารถจัดแข่งได้ จะเป็นความเสียหายต่อวงการกีฬาทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค

    “เรามั่นใจว่ายังมีโอกาสที่เปตองจะกลับมาจัดแข่งในซีเกมส์ครั้งนี้ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยเตรียมบินไปเจรจาด้วยตนเอง เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของไทยในการจัดการแข่งขันให้ได้มาตรฐานสากล” ดร.ก้อง กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/868652/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qzy96-zPCzQoh94Rafnsl

  • แม่น้ำมูลเอ่อท่วมอุทยานไทรงาม แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังโคราช ขณะที่ปราสาทหินพิมาย ยังมี นทท.เดินทางมาเที่ยวชม

    แม่น้ำมูลเอ่อท่วมอุทยานไทรงาม แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังโคราช ขณะที่ปราสาทหินพิมาย ยังมี นทท.เดินทางมาเที่ยวชม

    (27 ก.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.นครราชสีมา หลังจากมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนวานนี้ (26 ก.ย.68) จนถึงตอนเช้าวันนี้ ทำให้สภาพน้ำในลำน้ำมูล ช่วงไหลผ่าน อ.พิมาย ระดับน้ำในลำน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณอุทยานไทรงาม ภายใต้การดูแลของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ อ.พิมาย 

    โดยพบว่า ต้นไทรงามยักษ์ที่อยู่ในอุทยานไทรงาม มีอายุมากกว่า 350 ปี และมีจำนวนมากกว่า 100 ต้น ถูกมวลน้ำจากลำน้ำมูลที่ล้นตลิ่ง ทะลักเข้าท่วมอุทยานฯ เป็นบริเวณกว้าง เพราะอุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ริมลำน้ำมูล จึงมักประสบปัญหาน้ำมูลล้นตลิ่ง เอ่อเข้าท่วมเป็นประจำในช่วงฤดูฝน 

    นายปิยภัทร สายเมฆ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ สูบน้ำมูลที่ทะลักเข้ามาท่วมสูงกว่า 20-30 เซนติเมตร ออกจากอุทยานฯ ระบายไปที่ลงท่อระบายน้ำให้ได้มากที่สุด ป้องกันไม่ให้ต้นไทรงามของ จ.นครราชสีมา ถือเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวสำคัญ ที่แต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาชมทัศนียภาพความสวยงามของต้นไทรยักษ์ ที่แผ่รากและกิ่งก้านสาขา ครอบคลุมไปทั่วบริเวณอุทยานฯ 

    ในขณะที่อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย (ปราสาทหินพิมาย) จุดเช็คอินท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งของนครราชสีมา พบว่า ปริมาณน้ำที่ท่วมขังหลังในตกหนักตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้า ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ซึ่งนายภาคภูมิ อยู่พูล หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เปิดเผยว่า ฝนตกหนักหลายชั่วโมง ทำให้น้ำท่วมขังภายในบริเวณปราสาทหินพิมายและพื้นที่โดยรอบปราสาท ระดับน้ำสูง 20-30 เซนติเมตร 

    หัวหน้าอุทยานฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฯ นำเครื่องสูบน้ำ จำนวน 4 เครื่อง มาติดตั้งเพื่อเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังออกโดยเร็วแล้ว เพื่อไม่ให้มวลน้ำกระทบฐานรากโบราณสถาน จนได้รับความเสียหาย และเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาชมโบราณสถานได้ตามปกติ 

    ซึ่งวันนี้ มีนักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัด เดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามและยิ่งใหญ่อลังการ ของปราสาทหินโบราณที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยกันอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าหลายจุดภายในอุทยานฯ จะยังมีน้ำท่วมขังอยู่ แต่เมื่อเดินทางมาถึงกันแล้ว ขอแค่ได้ชมอยู่ห่างๆ นักท่องเที่ยวก็พอใจ – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/disaster/NviueAQCG&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vt81akBXEhomg8DpIEv6C

  • ‘ธรรมนัส’ ถก ‘ทูตจีน’ เร่งฟื้นนักท่องเที่ยว 13 ล้านคน

    ‘ธรรมนัส’ ถก ‘ทูตจีน’ เร่งฟื้นนักท่องเที่ยว 13 ล้านคน

    ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตนเองและ อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้าพบ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อหารือถึงแนวทางเกี่ยวกับปัญหาการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับจีน

    โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในไทยของคนจีนลดน้อยลงอย่างมาก มีไม่ถึง 3 แสนคนต่อปี โดยจีนต้องการเห็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยที่หลากหลายและทันสมัยมากขึ้น ไม่ใช่จำกัดอยู่เพียงสถานที่เดิม ๆ เช่น วัดพระแก้ว หรือพื้นที่ที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอย่างริมแม่น้ำเจ้าพระยาและเกาะเมืองอยุธยา

    นอกจากนี้ยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ปัญหาอาชญากรรม และท่าทีของรัฐบาลหรือรัฐมนตรีบางคนที่มีท่าทีดูหมิ่นคนจีน ทำให้ฝ่ายจีนไม่พอใจอย่างมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนน้อยลงมาก

    ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ทางจีนยืนยันความพร้อมที่จะผลักดันการส่งนักท่องเที่ยวมาไทยเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าขยายจาก 300,000 คน เป็น 13 ล้านคนภายในเวลาไม่กี่เดือน หากเราสามารถยกระดับความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวได้จริง พร้อมทั้งเสนอให้รัฐบาลไทยหันมาพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยเฉพาะการจัดการแม่น้ำเจ้าพระยาและเมืองเก่าอยุธยาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเสียหายทุกปี

    ตอนนี้ เราต้องเร่งลงมือทำงานจริงจัง ข้าราชการไม่สามารถอยู่สบายได้อีกต่อไป เพราะพวกเรารับเงินเดือนจากภาษีประชาชน ต้องคิดถึงการพัฒนาประเทศมากกว่าการนั่งในห้องแอร์แล้วจินตนาการ หากทำได้สำเร็จ การท่องเที่ยวไทยจะกลับมาสร้างรายได้มหาศาล และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำมา ซึ่งท่านพร้อมทุ่มเทในการแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/thamanat-meets-chinese-ambassador-to-boost-tourism&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bWWFBKRCg74MxtZkMrZb7

  • เปิดตัวโครงการพัฒนาย่านนิมมานเหมินทร์ สู่เมืองอัจฉริยะ ต้นแบบเศรษฐกิจและความปลอดภัย | TOPNEWS

    เปิดตัวโครงการพัฒนาย่านนิมมานเหมินทร์ สู่เมืองอัจฉริยะ ต้นแบบเศรษฐกิจและความปลอดภัย | TOPNEWS

    วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 เวลา 08.30 น. ณ โรงแรม อีสติน ตัน เชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงใหม่ เปิดตัว “Nimman Connex” โครงการพัฒนาย่านนิมมานเหมินทร์สู่เมืองอัจฉริยะต้นแบบด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัยเพื่อการท่องเที่ยว

    สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี (CAMT) และสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว”Nimman Connex: โครงการพัฒนาย่านนิมมานเหมินทร์ไปสู่เมืองอัจฉริยะ” ณ ห้องประชุมโรงแรม อีสติน ตัน เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคธุรกิจเข้าร่วมอย่างคับคั่งโครงการมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงเพื่อพัฒนาเมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะ Smart Tourism City โดยนำเทคโนโลยีหลัก 5 ด้านมาใช้ร่วมกัน ได้แก่ Wireless Sensing เพื่อเก็บข้อมูลความหนาแน่นและการเคลื่อนไหวของนักท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์, Smart Signage ที่สามารถปรับเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจและพฤติกรรมของผู้มาเยื่อน, Computer Vision

    สำหรับการวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยว ทั้งด้านการตลาด เช่น จุดที่ได้รับความนิยม และด้านความปลอดภัย เช่น การตรวจจับเหตุผิดปกติ, Digital Twin เพื่อจำลองสภาพย่านนิมมานฯ ในรูปแบบสามมิติสำหรับการวางแผนและบริหารจัดการเมือง และ Artificial Intelligence ที่จะทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก พร้อมระบบแนะนำ (Recommendation) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

    ในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจากนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองที่ผสมผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นกับความทันสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว คุณวิไลพร ถานะวุฒิพงศ์ นักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอาวุโส ผู้แทน สาขาภาคเหนือตอนบน depa กล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลและการเชื่อมต่อข้อมูลที่เข้ามาช่วยยกระดับเศรษฐกิจและการจัดการเมือง

    โดยปัจจุบัน depa ได้ดำเนินการติดตั้ง Smart Signage แล้วกว่า 60 แห่ง ในพื้นที่ย่านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่และมีแผนจะขยายให้ครบ 100 แห่งภายในเดือนตุลาคมนี้ รวมถึงการจัดตั้ง ศูนย์ข้อมูล Digital Twin ที่ depa เชียงใหม่ และ UniServ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อใช้จำลองและวิเคราะห์ข้อมูลเมืองใน รูปแบบสามมิติ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ

    นอกจากการแถลงข่าว โครงการยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Nimman 2030: Building a Connected and Intelligent City” การนำเสนอผลงานจากนักวิจัยในหลักสูตร การจัดการเทคโนโลยีดิจิทัล กว่า 20 ผลงาน และการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทดลองใช้งานระบบจริง และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

    โครงการ Nimman Connex จึงนับเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ในการเดินหน้าสู่การเป็น เมืองอัจฉริยะ ที่เชื่อมโยงข้อมูล เศรษฐกิจ และความปลอดภัย พร้อมสร้างแบบอย่างในการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทยต่อไป

    นภาพร ขัติยะ ผู้สื่อข่าวTopNewsทั่วไทย จ.เชียงใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1332485&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2R2k1pdOzTuJsHbOXDKw9J

  • “ธรรมนัส” คุยทูตจีน เร่งฟื้นท่องเที่ยวไทย ดึง13ล้านคนกลับมา

    “ธรรมนัส” คุยทูตจีน เร่งฟื้นท่องเที่ยวไทย ดึง13ล้านคนกลับมา

    ข่าว

    27 กันยายน 2025 – 13:58

    Featured Image

    “ธรรมนัส” คุยทูตจีน เร่งฟื้นท่องเที่ยวไทย ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับ 13 ล้านคนใน 3 เดือน ย้ำต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว–สร้างความปลอดภัย

    ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงการเข้าพบหารือร่วมกับนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และนายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตจีน เพื่อหาทางออกต่อปัญหาการท่องเที่ยวระหว่างไทย–จีน หลังตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทย ลดลงอย่างมาก เหลือไม่ถึง 3 แสนคนต่อปี

    ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ฝ่ายจีนแสดงความกังวลถึงปัญหาหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มั่นใจ ทั้งเรื่องความปลอดภัย อาชญากรรม และท่าทีของฝ่ายการเมืองบางส่วนที่ส่งผลต่อความรู้สึกของชาวจีน ขณะเดียวกันยังเสนอให้ไทยเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพและทันสมัย ไม่ใช่พึ่งพาเพียงสถานที่เดิม ๆ เช่น วัดพระแก้ว หรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากอย่างเกาะเมืองอยุธยาและริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    ทั้งนี้ จีนยืนยันความพร้อมที่จะผลักดันนักท่องเที่ยวกลับมาไทยมากขึ้น โดยตั้งเป้าขยายจาก 300,000 คน เป็นกว่า 13 ล้านคนภายใน 3 เดือน หากไทยสามารถยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการดูแลนักท่องเที่ยว และปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสากล โดยเฉพาะการจัดการเมืองเก่าอยุธยาและพื้นที่ริมเจ้าพระยาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม–เศรษฐกิจอย่างแท้จริง

    ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่า การแก้ปัญหาท่องเที่ยวครั้งนี้ต้องทำอย่างจริงจัง ข้าราชการไม่อาจนั่งทำงานแบบสบาย ๆ ได้อีกต่อไป เพราะเงินเดือนมาจากภาษีประชาชน หากไทยสามารถฟื้นความเชื่อมั่นได้สำเร็จ จะสร้างรายได้มหาศาลและโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชุมชน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญสูงสุด และพร้อมเดินหน้าทุกมาตรการเพื่อกอบกู้การท่องเที่ยวไทยให้กลับมายืนได้อย่างแข็งแรงอีกครั้ง

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/politics/news_940262/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UxxbM-JlIZPIMgv8aiVl1

  • หาดใหญ่ | “สส.ศักดิ์สิทธิ์” หารือสภาผลักดันงบฯ ปรับภูมิทัศน์หาดแหลมโพธิ์ ยกระดับการท่องเที่ยวตำบลคูเต่า

    หาดใหญ่ | “สส.ศักดิ์สิทธิ์” หารือสภาผลักดันงบฯ ปรับภูมิทัศน์หาดแหลมโพธิ์ ยกระดับการท่องเที่ยวตำบลคูเต่า

    “ศักดิ์สิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์” หารือสภา ให้สำนักงบฯ ผลักดันงบปรับภูมิทัศน์ หาดแหลมโพธิ์ พร้อมขอกรมชลฯ ลอกคลองเปิดทางให้ชาวประมง

    นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือต่อสภาฯ เพื่อผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้

    เรื่องที่ 1 เนื่องจากพื้นที่ในจังหวัดสงขลา เป็นภูมิประเทศราบลุ่มแม่น้ำและมีพื้นอาณาเขตติดต่อกับทะเลสาบสงขลา เป็นแนวยาวอยู่ในพื้นที่ของเทศบาลตำบลคูเต่า มีความสวยงามทางด้านภูมิทัศน์ไม่แพ้ที่ใด แต่เทศบาลฯ ขาดงบประมาณในการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้งดงาม

    ในช่วงหนึ่งหาดแหลมโพธิ์ เคยได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก จึงขอความอนุเคราะห์สนับสนุนงบประมาณไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงสำนักงบประมาณได้ผลักดันงบประมาณเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณหาดแหลมโพธิ์

    ซึ่งทางเทศบาลคูเต่า ได้ทำแผนเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณเบื้องต้นไว้แล้ว เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวของตำบลคูเต่า ให้สอดคล้องกับนโยบายพัฒนาส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนเพื่อยกระดับรายได้ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/29420/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2u5-g7XDedOmbf_-ormMRB

  • หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง แนะ นทท.กลุ่มเดินป่ารีบมาเที่ยวเกาะช้างช่วงปลายฝนต้นหนาว | TOPNEWS

    หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง แนะ นทท.กลุ่มเดินป่ารีบมาเที่ยวเกาะช้างช่วงปลายฝนต้นหนาว | TOPNEWS

    หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง แนะ นทท.กลุ่มเดินป่ารีบมาเที่ยวเกาะช้างช่วงปลายฝนต้นหนาว

    • เผยแพร่ : 27/09/2025 10:42

    หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง แนะ นทท.กลุ่มเดินป่ารีบมาเที่ยวเกาะช้าง ปลายฝนต้นหนาวสวยงามสุดทั้งเกาะ ทั้งป่า น้ำตก ขณะนักวิ่งเทรลเกาะช้างร่วม 1,600 คนเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว

    1

    1

    เริ่มอพยพแล้ว ชาวบ้านชายแดนใกล้พื้นที่ “ช่องอานม้า” อพยพไปศูนย์พักพิง หวั่นปะทะรอบ 2

    เวทีปราศรัยเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เขต 4 เดือดแน่ “ศักดิ์ดา” เปิดตัวลูกสาว”วิสุดา” มวลชนแห่ฟังกว่า 2,500 คน

    ทหารจับวันเดียว 2 เคส แก๊งค้ามนุษย์หลอกเหยื่อจากแม่สอด-ยึดบุหรี่และของเถื่อนกลางมป่า

    ร้านทองโอด ขายแทบไม่ออก ราคาทองพุ่ง 4,000 บาทในเดือนเดียว แรงซื้อหายกว่าช่วงโควิด

    วันหยุดใกล้หวยออกคนแห่ไหว้ท้าวเวสสุวรรณทรงราหู กันเนืองแน่นหวังถูกรางวัลที่ 1 เป็นเศรษฐีคนที่คนที่ 17

    ประธานชุมชนรักษ์คลองบางพระ จับมือ ททท.ตราดเที่ยวชุมชนบางพระ เผย แม้ชุมชนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและวิถีชุมชนที่งดงาม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1332664&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FDEpRt-kpXsRaLRS4O_9L

  • ดูดวงรายวันประจำวันเสาร์ ที่ 27 กันยายน 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันพุธ

    ดูดวงรายวันประจำวันเสาร์ ที่ 27 กันยายน 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันพุธ

    ดูดวงรายวันประจำวันเสาร์ ที่ 27 กันยายน 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันพุธ

    • การงาน : พบการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย
    • การเงิน : ดวงดีจะได้รับทรัพย์
    • ความรัก : เกิดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์

    เคล็ดลับเสริมดวงประจำวันนี้

    • มอบทุนการศึกษาแก่เด็กยากไร้
    • อัญมณีมงคล : เชอรี่บลอสซั่มอาเกต
    • สีมงคล : สีน้ำตาล
    • เลขนำโชค : 2, 6, 7, 8, 9

    ฤกษ์ดีประจำสัปดาห์มีผลตั้งแต่วันที่ 22 – 28 กันยายน 2568 (ช่วงเวลาที่เหมาะสม) 

    • 06:09 – 13:00 : ฤกษ์ดีในการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ 
    • 09:29 – 12:29 : ฤกษ์ดีในการซื้อรถยนต์คันใหม่ 
    • 09:01 – 11:59 : ฤกษ์ดีในการติดต่อเจรจางานต่าง ๆ           
    • 08:11 – 14:00 : ฤกษ์ดีในการเปิดร้านเริ่มธุรกิจใหม่         
    • 05:29  – 11:19 : ฤกษ์ดีในการเดินทางทำบุญ 

    ดูดวงเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/314343/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04Tg5HlCxsGRmg4ytaDhPc

  • สจด. เข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อ “การพัฒนาศักยภาพครูในการทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. เข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อ “การพัฒนาศักยภาพครูในการทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115525/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw222DzcAX8uQpRgtkF2Piqf