Blog

  • การวางแผนการเงินของผู้สูงอายุไทย (SDG 10) – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    การวางแผนการเงินของผู้สูงอายุไทย (SDG 10) – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    การวางแผนการเงินของผู้สูงอายุไทย

    โดย รศ.ดร.สันติ ถิรพัฒน์ (คณะบริหารธุรกิจ)

    สังคมไทยกำลังก้าวสู่ “สังคมสูงวัย” อย่างรวดเร็ว ขณะที่อัตราการเกิดต่ำลง ภาพรวมเชิงโครงสร้างประชากรจึงเริ่มคล้ายประเทศพัฒนาแล้ว ปัญหานี้ยิ่งท้าทายเมื่อการบริหารจัดการภาครัฐยังมีจุดอ่อนหลายด้าน ส่งผลกระทบหมุนวนต่อกัน—ยิ่งแก่เร็ว ยิ่งบริหารยาก และยิ่งกดทับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะ “ผู้สูงอายุ” ที่ต้องพึ่งพา “เงินออมที่เพียงพอ” เพื่อดำรงชีวิตหลังเกษียณ

    รศ.ดร.สันติ จึงลงมือศึกษาคำถามสำคัญ: อะไรทำให้ผู้สูงอายุ “รู้สึกว่า” เงินออมเพียงพอหรือไม่เพียงพอ และใครคือกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ?

    ทำไมต้องวิจัยเรื่องนี้

    โจทย์ใหญ่มีทั้งระดับโครงสร้างและระดับปัจเจก ระดับโครงสร้างคือการทำให้รัฐมีประสิทธิภาพและพร้อมรับมือโลกที่เปลี่ยนเร็ว ส่วนระดับปัจเจกคือทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุ มีเงินออมเพียงพอ ซึ่งพูดง่ายแต่ทำยาก เพราะ “ความพอ” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน งานนี้จึงวัดจาก มุมมองของผู้สูงอายุเอง (perception) แล้วค้นหาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึก “พอ/ไม่พอ”

    การสำรวจครอบคลุมผู้สูงอายุใน 5 จังหวัดตัวแทนทุกภูมิภาค รวมทั้งกรุงเทพฯ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มรายได้น้อยและการศึกษามิได้สูง

    สิ่งที่พบ: ปัจจัยไหน “พาให้พอ” หรือ “ทำให้ไม่พอ”

    1) ปัจจัยประชากรพื้นฐาน (เป็นไปตามคาด)

    • รายได้ต่ำ → แนวโน้มเงินออม “ไม่เพียงพอ”
    • อาชีพรรับจ้าง/นอกระบบ → เสี่ยงออมไม่พอ
    • สุขภาพดี → ช่วยให้ “ออมเพียงพอ” มากกว่า

    2) สิ่งที่ “น่าจะช่วย” แต่ในข้อมูลนี้ยังไม่เห็นผล

    • ความรู้ทางการเงินแบบมาตรฐาน ที่มักถูกใช้เป็นตัวชี้วัด พบว่า ไม่สัมพันธ์ชัดเจน กับความเพียงพอของเงินออมในกลุ่มตัวอย่าง
    • ความสามารถด้านการคิดรู้ (cognitive ability) ที่ต่างประเทศมักพบผลกระทบ งานนี้ ไม่พบผล ชัดเจนเช่นกัน

    3) ใครคือกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ

    • ผู้สูงอายุที่ มีภาระหนี้สิน และ รายได้ต่ำ ต้องการความช่วยเหลือด้านการจัดการทรัพย์สินอย่างชัดเจน
    • ประเด็นชวนคิด: กลุ่มที่มี ต้นทุนทางสังคมต่ำ (คาดว่าจะพึ่งพาเครือญาติ/ชุมชนน้อย) กลับ “ไม่” ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งอาจสะท้อนปัจจัยเชิงพฤติกรรมหรือความรู้สึก “หมดหวัง” ที่ควรศึกษาเชิงลึกต่อไป

    ข้อคิดเชิงนโยบาย: ทำอย่างไรให้ “พอ” จริง ไม่ใช่เพียงคำแนะนำสวยงาม

    จากผลการศึกษา รศ.ดร.สันติ เสนอแนวทางที่ควรพิจารณา

    1. ทบทวนนโยบาย “สอนความรู้การเงินทั่วไป”
      เมื่อข้อมูลชี้ว่าไม่เห็นผลชัด ควรปรับไปเน้น ทักษะจัดการหนี้ (debt literacy) ตั้งแต่ “ก่อนเกิดปัญหา” มากกว่ารอแก้หนี้เมื่อสายไป
    2. มาตรการเฉพาะกลุ่ม (tailor-made)
      เจาะไปที่กลุ่มเสี่ยง เช่น แรงงานนอกระบบ, ผู้มีหนี้, และเชื่อมโยงกับ สุขภาพ ซึ่งมีผลต่อความเพียงพอของเงินออมอย่างมีนัยสำคัญ
    3. เอื้อมให้ถึงกลุ่ม “ต้นทุนทางสังคมต่ำ”
      แม้เขาจะไม่ร้องขอ แต่คือกลุ่มที่อาจเปราะบางที่สุด ภาครัฐควรมีช่องทางเข้าถึงเชิงรุกและออกแบบการสื่อสาร/บริการที่สอดคล้องกับบริบทของเขา
    4. ยกระดับประสิทธิภาพและธรรมาภิบาลภาครัฐ
      เมื่อภาระการคลังด้านผู้สูงอายุจะเพิ่ม ขณะที่รายได้รัฐลดลงจากโครงสร้างประชากร รัฐจำเป็นต้องใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อรองรับอนาคต

    สรุป

    ประเทศไทยแก่ตัวเร็ว ขณะความพร้อมทั้งเชิงโครงสร้างและเชิงปัจเจกยังไม่สมดุล งานวิจัยนี้บอกเราว่า รายได้ อาชีพ สุขภาพ และหนี้ ส่งผลต่อความเพียงพอของเงินออม ขณะเดียวกัน “การสอนการเงินแบบกว้าง ๆ” อาจไม่พอ ต้องเน้น ทักษะจัดการหนี้ล่วงหน้า ออกแบบมาตรการเฉพาะกลุ่ม และเข้าถึงผู้ที่ไม่เอื้อมมาขอความช่วยเหลือเอง หากทำได้ ความเสี่ยงความเหลื่อมล้ำในวัยชราจะลดลง สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ SDG10 ที่มุ่ง “ลดความเหลื่อมล้ำ” ในสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/sdg10-financial-planning-thai-older-adults/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oAGSCQeW8123ULKM0RHFT

  • กรมการศาสนา ถวายทุนภิกษุสามเณรผู้สอบได้บาลีสนามหลวง 400 รูป

    กรมการศาสนา ถวายทุนภิกษุสามเณรผู้สอบได้บาลีสนามหลวง 400 รูป

    วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ, วันที่ 26 กันยายน – กรมการศาสนา จัดพิธีถวายทุนการศึกษาพระภิกษุและสามเณร โครงการสนับสนุนศาสนทายาทสืบสานและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ภายใต้กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ประจำปีการศึกษา 2568 โดยมีพระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดปากน้ำแม่กองบาลีสนามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาสพร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา ประชาชน พระภิกษุและสามเณรผู้เข้ารับทุนการศึกษา และ สื่อมวลชน เข้าร่วมในพิธี ณ พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

     นายชัยพล กล่าวว่า  กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมการศาสนามีภารกิจหลักในการอุปถัมภ์ คุ้มครอง และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้คู่คุณธรรม ภายใต้กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยได้ร่วมกับแม่กองบาลีสนามหลวง จัดพิธีถวายทุนการศึกษาพระภิกษุและสามเณรผู้สอบได้บาลีสนามหลวง ตั้งแต่เปรียญธรรม 3 ประโยค ถึงเปรียญธรรม 8 ประโยค ประจำปีการศึกษา 2568 รวมจำนวน 400 รูป

    การถวายทุนครั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้พระสงฆ์ผู้เป็นศาสนทายาท ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมในระดับสูง มีความแตกฉานในพระไตรปิฏกและหลักพระธรรมคำสอน สามารถถ่ายทอดเผยแผ่แก่พุทธศาสนิกชนได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน ช่วยให้ประชาชนเกิดศรัทธา ความเลื่อมใส และยึดมั่นในพระรัตนตรัย ทั้งยังเป็นการสร้างศาสนทายาทที่มีคุณภาพ ทำหน้าที่รักษาสืบทอดพระพุทธศาสนา นำหลักธรรมไปเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของประชาชน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เป็นต้นมา มีพระภิกษุและสามเณรได้รับทุนแล้วรวมจำนวน 3,143 รูป ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการสืบทอดพระพุทธศาสนาในทุกภูมิภาคของประเทศ ทั้งในด้านการสอน การเผยแผ่ธรรมะ และการเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชุมชน ถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยธำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่สังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า ปัจจุบันพระภิกษุสามเณรซึ่งเป็นกำลังหลักในการสืบทอดพระพุทธศาสนากำลังมีจำนวนลดน้อยลง การสนับสนุนด้านการศึกษาจึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้พระสงฆ์รุ่นใหม่มีความรู้ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในหลักธรรมคำสอน สามารถนำไปเผยแผ่ได้อย่างถูกต้อง และเป็นที่พึ่งทางจิตใจแก่ประชาชนทุกกลุ่มวัย ทั้งนี้ กรมการศาสนา มุ่งหวังว่า พระภิกษุและสามเณรผู้ได้รับทุนการศึกษา จะนำความรู้และหลักธรรมที่ได้จากการศึกษาเรียนรู้ไปถ่ายทอดแก่พุทธศาสนิกชน ให้สามารถประพฤติปฏิบัติธรรมได้อย่างถูกต้อง เกิดความสงบสุขในชีวิต อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่เข้มแข็งด้วยคุณธรรม และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในภาพรวมต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/245118&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sk63TylyfxM7PHTW4cmgf

  • ดิ้นรนหาเลี้ยงชีพ “ดัง ธิ ฮอง” ลูกยางเวียดนามต้องทำอาชีพนี้หลังหมดอนาคตวงการกีฬา

    ดิ้นรนหาเลี้ยงชีพ “ดัง ธิ ฮอง” ลูกยางเวียดนามต้องทำอาชีพนี้หลังหมดอนาคตวงการกีฬา

    ต้องบอกว่าหมดอนาคตในวงการวอลเลย์บอลสำหรับ ดัง ธิ ฮอง นักตบลูกยางทีมชาติเวียดนาม รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ที่ถูก สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) และ สหพันธ์วอลเลย์บอลเวียดนาม (VFV) สั่งลงโทษแบนไม่มีกำหนด

    โดย FIVB ได้ทำการตรวจเพศ นักตบลูกยางวัย 19 ปี ก่อนที่จะออกมาตัดสิทธิ์นักกีฬารายดังกล่าวห้ามลงแข่งขัน พร้อมทั้งปรับให้ทุกเกมที่นักกีฬารายดังกล่าวลงเล่นให้มีผลการแข่งขันเป็นแพ้ทุกนัด (โดนปรับแพ้ถึง 4 เกม)

    dangdang33

    จากการโดนโทษแบนดังกล่าวทำให้ ดัง ธิ ฮอง ไม่สามารถลงเล่นวอลเลย์บอลได้อีกต่อไปทั้งในประเทศ และต่างแดน ทำให้ปัจจุบันเจ้าตัวต้องเบนเข็มเพื่อหาเลี้ยงตัวเองด้วยการขายสินค้าออนไลน์

    ซึ่ง สื่อเวียดนามได้เผยว่าครอบครัวของเธอนั้นมีฐานะยากลำบาก และทำให้เธอต้องหันมาขายสินค้าออนไลน์ พร้อมทั้งมีการไลฟ์สดขายอุปกรณ์กีฬาจนถึงตี 3 เกือบทุกวัน โดยมีแฟนๆ ให้การสนับสนุนเธอมากกว่า 13,000 คน

    dangdang2

    ขณะที่ เล ตรี เจือง เลขาธิการสหพันธ์วอลเลย์บอลเวียดนาม ได้ออกมาเผยว่าพร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาให้กับ ดัง ธิ ฮอง ได้เรียนจนจบมหาวิทยาลัย รวมทั้งอยากที่จะมอบโอกาสให้ทำงานเกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอลในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/sport/1615870/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xcW9OV2rZYRRHOrgUVKCD

  • ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 26 กันยายน 2568

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 26 กันยายน 2568

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 26 กันยายน 2568

    – สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาส ให้คณะบุคคล เฝ้าทูลละอองพระบาท

    – สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประจำปีการศึกษา 2567

    – พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ประทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ในสถาบันการศึกษาภาคีมูลนิธิสถาบันการศึกษา ในรัชกาลที่ 6 และสมเด็จ ฯ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา ฯ ประจำปีการศึกษา 2568

    – องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ออกรับประธานศาลรัฐธรรมนูญ ในโอกาสนำผู้สำเร็จการศึกษา อบรมหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย ประจำปี 2566 ถึง 2567 เข้ารับประกาศนียบัตรและเข็มวิทยฐานะ

    – องคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/royal/royalnews/448511&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kOZ8zsG6aPvH2aSPvsdg2

  • “มิน อ่อง หล่าย” บินพบ “ปูติน” ถกความร่วมมือหลายด้าน เผยแผนเปิดสถานกงสุลเพิ่มในรัสเซีย : อินโฟเควสท์

    “มิน อ่อง หล่าย” บินพบ “ปูติน” ถกความร่วมมือหลายด้าน เผยแผนเปิดสถานกงสุลเพิ่มในรัสเซีย : อินโฟเควสท์

    พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา (ภาพ: Thaigov.go.th)

    ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ได้พบปะหารือกัน ณ กรุงมอสโก ในวันพฤหัสบดี (25 ก.ย.) โดยมีการพูดคุยเกี่ยวกับการกระชับความสัมพันธ์ในหลากหลายด้าน ครอบคลุมทั้งการทูต การป้องกันประเทศ พลังงาน และการลงทุน

    พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เดินทางเยือนรัสเซียเพื่อเข้าร่วมการประชุม World Atomic Week 2025 ตามคำเชิญของปธน.ปูติน ขณะที่รัฐบาลทหารเมียนมากำลังขยายความร่วมมือด้านนิวเคลียร์กับรัสเซีย การประชุมดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 ก.ย. โดยสื่อรัสเซียระบุว่าเป็นหนึ่งในเวทีนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ โดยผู้นำประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ และผู้บริหารจากบริษัทยักษ์ใหญ่ ต่างเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

    ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเปิดเผยว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้แจ้งให้ปธน.ปูตินทราบว่า เมียนมามีแผนเปิดสถานกงสุลในเมืองวลาดิวอสต็อกในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศ จากปัจจุบันที่มีสถานเอกอัครราชทูตในกรุงมอสโก รวมถึงสถานกงสุลในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและเมืองโนโวซีบีร์สค์

    สภาความมั่นคงและการป้องกันแห่งชาติ (NDSC) ของเมียนมา เปิดเผยว่า ผู้นำทั้งสองได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านกลาโหมและภาคส่วนอื่น ๆ เช่น พลังงานนิวเคลียร์ ไฟฟ้า สาธารณสุขและการผลิตยา เกษตรกรรม และการศึกษา นอกจากนี้ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ยังเน้นย้ำถึงแผนการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนธ.ค. รวมถึงการเชิญผู้สังเกตการณ์จากนานาชาติเข้าร่วมด้วย

    ทั้งนี้ นับตั้งแต่ก่อรัฐประหารในปี 2564 พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้เดินทางเยือนรัสเซียแล้วถึง 7 ครั้ง โดยรัสเซียเป็นหนึ่งในผู้ขายอาวุธรายใหญ่ให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา

    ปัจจุบัน รัฐบาลเมียนมาได้ร่วมมือกับสำนักงานพลังงานนิวเคลียร์แห่งชาติของรัสเซีย (Rosatom) เพื่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กในเมียนมา และได้เปิดศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งแรกในย่างกุ้งแล้ว แม้ว่าในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ซึ่งสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเมืองมัณฑะเลย์และเนปิดอว์ แต่รัสเซียก็ยังคงยืนยันว่าจะเดินหน้าตามแผนต่อไป

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/532536&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EVCdPGHf3q9xvxM63sc-I

  • “รองนายกฯธรรมนัส” พบ ทูตจีน ลั่นดึง คนจีน กลับเที่ยวไทย 13 ล.ใน 3 เดือน

    “รองนายกฯธรรมนัส” พบ ทูตจีน ลั่นดึง คนจีน กลับเที่ยวไทย 13 ล.ใน 3 เดือน

    “รองนายกฯธรรมนัส”พบ ทูตจีน ถกทางแก้ นทท.ลดลง ชี้ ต้องเร่งยกระดับท่องเที่ยว เน้นความปลอดภัย พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ดึง คนจีนกลับมาเที่ยวไทย 13 ล้านคนใน 3 เดือน

    เมื่อวันที่ 27 ก.ย.68 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตนและนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้าพบ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อหารือถึงแนวทางเกี่ยวกับปัญหาการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับจีน

    โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในไทยของคนจีน ลดน้อยลงอย่างมากมีไม่ถึง 3 แสนคนต่อปี โดยจีนต้องการเห็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยที่หลากหลายและทันสมัยมากขึ้น ไม่ใช่จำกัดอยู่เพียงสถานที่เดิม ๆ เช่น วัดพระแก้ว หรือพื้นที่ที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอย่างริมแม่น้ำเจ้าพระยาและเกาะเมืองอยุธยา นอกจากนี้ยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ปัญหาอาชญากรรม และท่าทีของรัฐบาลหรือรัฐมนตรีบางคน ที่มีท่าทีดูหมิ่นคนจีน ทำให้ฝ่ายจีนไม่พอใจอย่างมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนน้อยลงมาก

    ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ทางจีนยืนยันความพร้อมที่จะผลักดันการส่งนักท่องเที่ยวมาไทยเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าขยายจาก 300,000 คน เป็น 13 ล้านคนภายในเวลาไม่กี่เดือน หากเราสามารถยกระดับความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวได้จริง พร้อมทั้งเสนอให้รัฐบาลไทยหันมาพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยเฉพาะการจัดการแม่น้ำเจ้าพระยาและเมืองเก่าอยุธยาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเสียหายทุกปี

    “ตอนนี้ เราต้องเร่งลงมือทำงานจริงจัง ข้าราชการไม่สามารถอยู่สบายได้อีกต่อไป เพราะพวกเรารับเงินเดือนจากภาษีประชาชน ต้องคิดถึงการพัฒนาประเทศมากกว่าการนั่งในห้องแอร์แล้วจินตนาการ หากทำได้สำเร็จ การท่องเที่ยวไทยจะกลับมาสร้างรายได้มหาศาล และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำมา ซึ่งท่านพร้อมทุ่มเทในการแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง”ร.อ.ธรรมนัส กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/731054&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0PNVIWtwz-EIOObLk8_Y2w

  • ชมคลิป: เปิดกลยุทธ์การท่องเที่ยว พลิกเศรษฐกิจ ดันไทยสู่ศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก

    ชมคลิป: เปิดกลยุทธ์การท่องเที่ยว พลิกเศรษฐกิจ ดันไทยสู่ศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก

    ×

    1. Business News Business Video
    2. ชมคลิป: เปิดกลยุทธ์การท่องเที่ยว พลิกเศรษฐกิจ ดันไทยสู่ศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก | THE STANDARD WEALTH

    27.09.2025

    • LOADING…

    เศรษฐกิจโลกผันผวนและการแข่งขันสูงขึ้น แล้วการท่องเที่ยวไทยจะแก้โจทย์นี้อย่างไร?

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเปิดวิสัยทัศน์ใหม่ ที่จะขับเคลื่อนไทยสู่การเป็น Event Hub Destination ระดับโลก ซึ่งจะช่วยสร้างจุดแกร่งพลิกเกมเศรษฐกิจสู่อนาคต

    [ADVERTORIAL]

    • LOADING…


    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD WEALTH

    สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

    READ MORE

    EDITOR’S PICK

    MOST POPULAR




    MOST POPULAR



    Close Advertising

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/tourism-strategy-revive-economy-global-event-hub/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yYi9U45yfXBmQXQZx1ElS

  • อช.หมู่เกาะช้าง ชวนนทท.กลุ่มเดินป่าเที่ยวเกาะช้าง ปลายฝนต้นหนาวสวยงามสุดทั้งเกาะ ทั้งป่า น้ำตก

    อช.หมู่เกาะช้าง ชวนนทท.กลุ่มเดินป่าเที่ยวเกาะช้าง ปลายฝนต้นหนาวสวยงามสุดทั้งเกาะ ทั้งป่า น้ำตก

    ภูมิภาค

    อช.หมู่เกาะช้าง ชวนนทท.กลุ่มเดินป่าเที่ยวเกาะช้าง ปลายฝนต้นหนาวสวยงามสุดทั้งเกาะ ทั้งป่า น้ำตก

    วันเสาร์ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.06 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายเนรมิตร สงแสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จ.ตราด เปิดเผยว่า ช่วงนี้แหล่งเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง โดยเฉพาะบนฝั่งเกาะช้าง มีความสวยงามของธรรมชาติเป็นอันมาก เนื่องจากเป็นช่วงหน้าฝนที่ฝนตกตลอดต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายน 2568 มีมรสุม และพายุหลายลูกเข้ามาในพื้นที่ทำให้มีฝนตกต่อเนื่อง น้ำในป่า และบนเขาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีมาก และทำให้ต้นไม้ และสิ่งมีชีวิตในป่ามีความชุ่มชื้น น้ำในน้ำตกหลายแห่งทั้งน่ำตกคลองพลู น้ำตกธารมะยม ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ นักท่องเที่ยวสายเดินป่า และชอบสัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติในช่วงหน้าฝนไม่ควรพลาด ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างได้ทำการสำรวจเส้นทางเดินป่าหลายจุดเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าท่องเที่ยวในพื้นที่น่าสนใจและมีความปลอดภัยสูงสุด 

     “ปีนี้มีทั้งปรากฏว่าการลานินย่า และเอลนิโญ ส่งผลให้มีน้ำมากกว่าทุกปีทและยังทำให้มีฝนตกในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งยังสามารถท่องเที่ยวได้อยู่ แต่ในส่วนของการดำน้ำดูประการังต้องงดเว้นเนื่องจากไม่เหมาะสม ส่วนน้กตกทั้งสองแห่งสามารถเข้าสัมผัสได้ ขณะที่น้ำตกธารมะยมเข้าไปในระแับชั้น 2 เนื่องจากน้ำปีนี้มีมาก หากเข้าไปมากกว่านี้อาจจะเป็นอันตรายได้ ซึ่งเส้นทางที่เข้าไปได้ออกแบบให้เดินทางไปกลับไม่เกิน 4 ชม. ซึ่งเหมาะสมกับการเข้าไปสัมผัสมาก“ 

     หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง กล่าวว่า ด้วยความที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และมีความอุดมบูรณ์ของป่าไม้ พืช และสัตว์ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก ทำให้เกาะช้างได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารางวัลแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ยั้งยืนของโลก ในระดับ TOP 100 ซึ่งจะมีการประกาศผลในสินเดือนกันยายน 2568 นี้ หากได้รับรางวัลจะยิ่งทำให้แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างได้รับความนิยมในระดับโลกมากยิ่งขึ้นด้วย และสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นชัดในเรื่องของความนิยมของนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ก็คือ 

    การที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างจัดการแข่งขันวิ่งเกาะช้างเทรล 2568 ปรากฏว่าปีนี้มีนักวิ่งเดินทางมาร่วมแข่งขันพร้อมผู้ติดตามมากกว่า 1,600 คน ซึ่งมากกว่าปี 2567 ถึง 3 เท่าตัว อีกทั้งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมแข่งขันกับนักวิ่งชาวไทยทั้งหญิงและชายมาร่วมแข้งขัน สร้างความเชื่อมั่นในเรื่องท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติของหมู่เกาะช้างได้เป็นอย่างดี
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/448176&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3P2zzKEAUp_zp6Dom-gk35

  • โฮมโปร ลุยตลาดท้ายปีต่อเนื่อง ทุ่มงบปักธงเมืองท่อง ขยายพื้นที่สาขากระบี่ใหญ่กว่าเดิมสองเท่า

    โฮมโปร ลุยตลาดท้ายปีต่อเนื่อง ทุ่มงบปักธงเมืองท่อง ขยายพื้นที่สาขากระบี่ใหญ่กว่าเดิมสองเท่า

    โฮมโปร รุกตลาดบ้านท้ายปีต่อเนื่อง ทุ่มงบ 113 ล้านบาท ฉลองโฉมใหม่! โฮมโปร กระบี่ (ที่บิ๊กซี) ขยายพื้นที่ใหญ่กว่าเดิม 2 ชั้น รวมกว่า 6,720 ตร.ม. ตอบโจทย์การขยายตัวในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทต่อเดือน

    26 ก.ย. 2568 – นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) กล่าวว่า “จังหวัดกระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค และมีแนวโน้มการขยายตัวที่ชัดเจน ตั้งแต่กลุ่มที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเก่าและบ้านใหม่ การเข้ามาของคนทำงานรุ่นใหม่ ไปจนถึงกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท และร้านอาหาร ทำให้เกิดความต้องการปรับปรุง ดูแล และรีโนเวทมีขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี การลงทุนครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การขยายพื้นที่ให้ใหญ่ แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์ช้อปสู่ ‘Home Solution & Living Experience’ หรือ ศูนย์รวมโซลูชัน ครบทั้งสินค้าและบริการเรื่องบ้าน เพื่อรองรับดีมานด์ที่หลากหลาย ได้อย่างครอบคลุม”

    โฉมใหม่ โฮมโปร กระบี่ (ที่บิ๊กซี) ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปอย่างเป็นระบบบนพื้นที่ 6,720 ตร.ม. แบ่งเป็น 2 ชั้น เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายของลูกค้า ค้นหาสินค้าได้ง่าย รวดเร็ว โดยชั้นที่ 1 ถูกปรับพื้นที่เป็นงานโครงสร้างอย่าง โซน Hard Line – รวมวัสดุ โครงสร้าง อุปกรณ์ก่อสร้าง และเครื่องมือช่าง สำหรับกลุ่มช่างและผู้รับเหมา ส่วนชั้นที่ 2 คือพื้นที่ของคนรักบ้านอย่าง โซน Soft Line – เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และสินค้า House Brand by HomePro ที่โดดเด่นทั้งดีไซน์สวย คุณภาพดี และคุ้มค่า ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มเจ้าของบ้านและกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม–รีสอร์ท ในเมืองท่องเที่ยวที่ต้องการความสวยงาม ควบคู่กับความคุ้มค่า

    นายวีรพันธ์ เสริมว่า การปรับโฉม “โฮมโปร กระบี่”ในครั้งนี้ มุ่งเน้นตอบโจทย์อินไซต์ลูกค้าเมืองท่องเที่ยวได้อย่างตรงจุด ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการสินค้าพร้อมใช้ ทนทาน ปลอดภัย และบริการรวดเร็ว รวมถึงกลุ่มเจ้าของบ้านและกลุ่มผู้พักอาศัยคอนโดที่มองหาของแต่งบ้านดีไซน์สวย มาพร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน พร้อมบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้ โดย โฮมโปร กระบี่ เสริมศักยภาพทีมช่างโฮมโปร มือโปรประจำบ้านคุณ ที่พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่ออกแบบห้องครัว-ห้องน้ำ-ปรับปรุงบ้าน และบริการซ่อมสินค้า อีกทั้งยังสานต่อโครงการ #แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ มอบส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท เพื่อซื้อสินค้าใหม่ เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ามากกว่าเดิม ขยายกลุ่มสินค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ กว่า 8,000 รายการ และสร้างการตระหนักและให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับการจัดการสินค้าเก่าอย่างถูกวิธี

    นอกจากนี้ โฮมโปร กระบี่ ยังตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย ด้วยทำเลที่เข้าถึงได้จากหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะมาจาก สุราษฎร์–อ่าวลึก ตามเส้นเซาเทิร์น หรือจาก ตรัง ผ่าน คลองท่อม–เหนือคลอง เชื่อมเข้าสู่ตัวเมืองได้อย่างรวดเร็ว รองรับทั้งลูกค้าท้องถิ่นและผู้ประกอบการที่ต้องเดินทางบ่อย ทำให้ “โฮมโปร กระบี่” โฉมใหม่นี้เป็นศูนย์กลางที่ใหญ่ ครบ คุ้ม และยกระดับสู่ Home Solution & Living Experience ของเมืองกระบี่ได้อย่างเต็มรูปแบบ

    เพื่อแทนคำขอบคุณและคืนกำไรให้ลูกค้า จัดเต็มสิทธิพิเศษฉลองโฉมใหม่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2568 นี้

    ถึงก่อน มีสิทธิ์ก่อน : 26 กันยายน 2568 วันเดียว! เท่านั้น ช้อปสินค้าและร่วมสนุกตอบคำถาม รับสิทธิ์ซื้อสินค้าราคาพิเศษ อาทิ แอลอีดีทีวี ตู้เย็น ไมโครเวฟ ฯลฯ จำกัดจำนวน 100 ชิ้น (หมดแล้ว หมดเลย !!)

    สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกโฮมการ์ด & สมาชิกบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม : รับส่วนลดทันที 3% ทุกชิ้น ทั้งร้าน และเมื่อชำระผ่านบัตรโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม รับส่วนลดเพิ่มอีก 3% !!

    สมาชิกโฮมการ์ด รับคูปองส่วนลดรวมสูงสุด 600 บาท : วันงานรับทันทีคูปองลดเลย 300 บาท (เมื่อช้อปสินค้า 5,000 บาทขึ้นไป) จำกัด 100 สิทธิ์/วัน และรับเพิ่มคูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จ 300 บาท (เมื่อช้อปสินค้าครบ 3,000 บาทขึ้นไป)

    สมาชิกโฮมการ์ด ใช้คะแนนแทนส่วนลดได้ !! : 800 คะแนนโฮมการ์ด แลกรับส่วนลด 100 บาท

    ช้อปครบคุ้มทุกแผนกที่ร่วมรายการ : เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ที่นอนและเครื่องนอน ของตกแต่งบ้าน แอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ประตูหน้าต่าง เครื่องมือช่าง ประปา ห้องน้ำและกระเบื้อง สี ส่วนลดสูงสุดถึง 8,000 บาท !!

    พร้อมสิทธิพิเศษอีกหลายต่อ! สมัครสมาชิกใหม่ภายในงาน รับทันทีคูปองส่วนลด 300 บาท, สิทธิ์ผ่อนชำระ 0% ทั้งร้านผ่านบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ และห้ามพลาด !! กับกิจกรรม ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า 3 วันเต็ม 26-28 กันยายนนี้ พบกับโฉมใหม่! โฮมโปร กระบี่ (ที่บิ๊กซี) เปิดบริการทุกวัน 8.30 – 21.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 075-810799

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/868468/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31Pal23ZBuyJuEkbBjAIjh

  • รมว.ท่องเที่ยว คุ้มเข้มมาตรการความปลอดภัย ช่วงไฮซีซัน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    รมว.ท่องเที่ยว คุ้มเข้มมาตรการความปลอดภัย ช่วงไฮซีซัน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – รมว.ท่องเที่ยว จับมือ ตร.ท่องเที่ยว คุ้มเข้มมาตรการความปลอดภัย ตั้งศูนย์ช่วยเหลือใช้ระบบ AI Detect สร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน

         นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย และดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนให้กลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง โดยตั้งเป้าให้จำนวนใกล้เคียงกับช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19

    สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย ตำรวจท่องเที่ยวได้เตรียมความพร้อมตลอดช่วงไฮซีซัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจ โดยมีศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155 ทำงาน 24 ชั่วโมง พร้อมแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police รองรับ 8 ภาษา

    ควบคู่กับการใช้ระบบ AI Detect สแกนใบหน้าเชื่อมโยงหมายจับจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติการณ์เสี่ยงก่ออาชญากรรม เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/27/581796/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2W89eM57k8jwT5iStgfze-