นับถอยหลัง 74 วัน ! “รมว.อรรถกร“ประกาศ เดินหน้าเต็มกำลัง ลุยจัดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 แม้เวลาจำกัด แต่เชื่อมั่น หากทุกฝ่ายร่วมมือ ไทยจะเป็นเจ้าภาพได้สมศักดิ์ศรีเจ้าภาพ ส่วนการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) รับนโยบายด่วนจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าเต็มกำลัง แก้ปมปัญหา “เปตอง” ถูกแบนจากการแข่งขันในซีเกมส์ 2025 พร้อมมั่นใจสามารถชี้แจงและผลักดันให้กลับมาจัดแข่งได้ทัน
เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ ว่า ได้ขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัด ให้มีขวัญกำลังใจในการทำงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงสร้างความปลอดภัยและภาพลักษณ์ที่งดงามของประเทศไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือน
ในโอกาสนี้ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ ได้ให้การต้อนรับรัฐมนตรีอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเต็มไปด้วยมิตรไมตรี
นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ตนอยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใคร ๆ ก็อยากมาเยือน เดินทางมาแล้วรู้สึกปลอดภัยจากการดูแลอย่างดีของเจ้าหน้าที่ไทย ขณะที่ภารกิจเร่งด่วนที่กระทรวงต้องดำเนินการทันที คือการเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในอีกเพียง 74 วันข้างหน้า โดยตนและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงปัญหาและเร่งดำเนินการแก้ไขแล้ว
“แม้เวลาที่เหลือจะค่อนข้างจำกัด แต่เชื่อมั่นว่า หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ใส่ใจในรายละเอียด ก้าวข้ามอัตตาส่วนตัว และทำงานเพื่อชาติร่วมกัน เราจะสามารถจัดซีเกมส์ได้อย่างมีมาตรฐานสากล และสมศักดิ์ศรีในฐานะเจ้าภาพ หลังจากที่ประเทศไทยห่างหายจากการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรายการนี้มานานเกือบ 20 ปี” นายอรรถกร กล่าว
นอกจากนี้หลังจากสหพันธ์เปตองนานาชาติ (FIPJP) ส่งหนังสือสั่งห้ามไทยจัดการแข่งขันเปตองในซีเกมส์ครั้งที่ 33 เพราะเห็นว่าคณะกรรมการที่ถูกลงโทษของสมาคมเปตองแห่งประเทศไทยยังมีบทบาทในการเตรียมนักกีฬา ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 68 ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ยืนยันว่า ได้เร่งดำเนินการตามนโยบายผู้บริหารระดับสูงทันที
ดร.ก้องศักด เผยว่า ขณะนี้ได้จัดทำหนังสือชี้แจงต่อ FIPJP พร้อมส่งทีมตัวแทนรัฐบาลไทยไปชี้แจงรายละเอียดครบทุกประเด็น โดยเน้นว่า “คณะกรรมการกลาง” ที่ตั้งขึ้นจะรับผิดชอบเต็มรูปแบบในการจัดการเรื่องเปตอง ทั้งกระบวนการคัดตัวนักกีฬา การฝึกซ้อม การจัดการแข่งขัน และการส่งทีมแข่งขันต่างประเทศ เพื่อความโปร่งใสและไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการเดิมที่ถูกร้องเรียน
นอกจากนี้ยังเตรียมกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น โดยเชิญหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมตรวจสอบ ทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ช., ป.ป.ง., DSI และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อยืนยันความยุติธรรม โปร่งใส และไม่มีการลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใด
ในจดหมายที่ส่งถึง FIPJP นั้น จะระบุชัดว่า รัฐบาลไทยไม่ได้เพิกเฉยต่อข้อกล่าวหา พร้อมขออภัยหากมีการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนในอดีต ย้ำว่าขณะนี้สมาคมฯ ได้ยุติบทบาทจากซีเกมส์ทั้งหมดแล้ว และจะให้คณะกรรมการกลางรับผิดชอบแทนอย่างสมบูรณ์
ดร.ก้อง ยังเผยว่า ขณะนี้มี 8 ประเทศลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันเปตองในซีเกมส์แล้ว ยิ่งสะท้อนว่าเปตองเป็นกีฬาหลักในภูมิภาคอาเซียน และหากไทยไม่สามารถจัดแข่งได้ จะเป็นความเสียหายต่อวงการกีฬาทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค
“เรามั่นใจว่ายังมีโอกาสที่เปตองจะกลับมาจัดแข่งในซีเกมส์ครั้งนี้ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยเตรียมบินไปเจรจาด้วยตนเอง เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของไทยในการจัดการแข่งขันให้ได้มาตรฐานสากล” ดร.ก้อง กล่าวทิ้งท้าย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/868652/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qzy96-zPCzQoh94Rafnsl
