Blog

  • แม่สะเรียงอ่วมจากพิษพายุบัวลอย

    แม่สะเรียงอ่วมจากพิษพายุบัวลอย

    (30 ก.ย.68) จากกรณีเมื่อเย็นวานนี้ (29 ก.ย.) ฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้น้ำป่าไหลหลาก มีก้อนหินและดินโคลนไหลมาทับถมบ้านเรือนชาวบ้าน โดยบ้านห้วยทรายขาว หมู่ที่3 ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 6 ครัวเรือน และลงมาถมถนน ปิดทางกลางหมู่บ้าน รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้

    นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า เช้านี้สภาพพื้นที่ บ้านป่าหมาก ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีบ้านเรือนเสียหาย หลายหลัง และ มีทรัพย์สินเสียหาย เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/disaster/NojYaNNxi&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JoQZ2E8pgAok8hpTK8rK1

  • “ศุภจี” หวังกู้ เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา | โชว์ข่าวเช้านี้ | 30 ก.ย. 68

    “ศุภจี” หวังกู้ เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา | โชว์ข่าวเช้านี้ | 30 ก.ย. 68

    “ศุภจี” โชว์ฝีมือลุกแจงครั้งแรกหลังนั่งเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ฯ เผยมาตรการ “ดันธงฟ้า–ขนส่งฟรี–มหกรรมการค้าชายแดน“ หวังกู้ เศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา

    #ศุภจี #ชายแดนไทยกัมพูชา #กระทรวงพาณิชย์ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #โชว์ข่าวเช้านี้

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/202013&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YmBeKREBYI6mNCNU3q_TM

  • นายก อบจ.อุบลฯ เปิดโครงการ ส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

    นายก อบจ.อุบลฯ เปิดโครงการ ส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

    ภูมิภาค

    นายก อบจ.อุบลฯ เปิดโครงการ ส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

    วันอังคาร ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.51 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 30 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 68 นายกานต์ กัลป์ตินันท์ นายก อบจ.อุบลราชธานี เป็นประธาน เปิดโครงการส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ภายใต้กิจกรรม”เกษตรผสมผสานตามรอยพ่อ : ปลูกผัก-เลี้ยงปลา สู่ความมั่งคั่งพอเพียง” ณ สนามกีฬาทุ่งบูรพา องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ต.หนองขอน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภา อบจ.อุบลราชธานี ตลอดจน ประธานชมรมผู้สูงอายุ อบจ.อุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ ในสังกัดฯ ร่วมงานจำนวนมาก
                 
    โดยภายในงานดังกล่าว  มีพิธีเปิดบ่อบาดาล สาธิตการใช้งานระบบน้ำ เพื่อการเกษตร ปล่อยพันธุ์ปลา (ปลาตะเพียรทอง) จำนวน 3,000 ตัว ปลูกต้นราชพฤกษ์ ต้นทองอุไร จากนั้น เยี่ยมชมภายในโครงการส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
                   
    ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงานการขับเคลื่อนกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงตามศาสตร์พระราชา ของประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/448609&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tVoDZ7Mjfgm3o1Yx508EM

  • ลำพูน เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    ลำพูน เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    จังหวัดลำพูน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน จัดพิธีเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน ภายใต้แนวคิด “วิถีถิ่น วิถีลำพูน อัตลักษณ์ชาติพันธุ์สู่ท่องเที่ยวสร้างสรรค์”

    เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 07.30 น. ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเชิงสะพานท่าขาม อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานภายใต้โครงการลำพูนเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์วิถีสู่เศรษฐกิจสรรสร้าง กิจกรรมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี ของจังหวัดลำพูน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

    นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายชาตรี ธินนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธี ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวและประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 15 ชุมชน ในจำนวน 5 เส้นทาง ที่ผ่านกระบวนการลงพื้นที่สำรวจและศึกษาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ผ่านกระบวนการประชุมคัดเลือกเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ และกระบวนการอบรมพัฒนาเส้นทาง พัฒนากิจกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ประกอบด้วย

    1. เส้นทาง “เยือนวิถีถิ่นชาติพันธุ์ลำพูน” (พื้นที่อำเภอบ้านธิ – อำเภอแม่ทา)
    2. เส้นทาง “สายไหม 106 วิถีแห่งศรัทธา” (พื้นที่อำเภอบ้านโฮ่ง – อำเภอลี้)
    3. เส้นทาง “หัตถศิลป์ – ดิน – ฝ้าย – ไหม” (พื้นที่อำเภอป่าซาง – อำเภอเวียงหนองล่อง)
    4. เส้นทาง “วิถีชีวิตคนเมืองหล่ายดอย” (พื้นที่อำเภอแม่ทา – อำเภอทุ่งหัวช้าง)
    5. เส้นทาง “เที่ยวดีวิถีคนเมือง 106 ลำพูน ป่าซาง บ้านโฮ่ง” (พื้นที่อำเภอป่าซาง – อำเภอบ้านโฮ่ง)

    นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังการจัดพิธีเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวฯ ยังมีการดำเนินกิจกรรมทัวร์ชุมชน (Fam trip) เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ เส้นทางที่ 1 “เยือนวิถีถิ่นชาติพันธุ์ลำพูน” พื้นที่อำเภอเมืองลำพูน อำเภอแม่ทา และอำเภอบ้านธิ ในลักษณะทัวร์ท่องเที่ยว มีองค์กรและเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และสื่อมวลชน รวมจำนวน 70 คน  ร่วมทดลองท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวฯ และเพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ ในวงกว้างแก่ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่อไป

    นภาพร ขัติยะ ผู้สื่อข่าวTopNewsทั่วไทย จ.เชียงใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1337298&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XfT0l51ijPCDMU8hdlGE7

  • “สมชาย” ชี้ คนละครึ่งพลัสดีกว่ารัฐบาลก่อน ชี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจขาลงดึงคนเข้าระบบภาษี

    “สมชาย” ชี้ คนละครึ่งพลัสดีกว่ารัฐบาลก่อน ชี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจขาลงดึงคนเข้าระบบภาษี

    v.prd:0.0.141

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/th/news/list/125857&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZjvXfJ3mwYkukHqVWlGGr

  • “เอกนิติ” ยืนยันจำเป็นต้องเร่งใช้จ่ายภาครัฐ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    “เอกนิติ” ยืนยันจำเป็นต้องเร่งใช้จ่ายภาครัฐ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109560&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06bcOwKDsBuLW7awx-sKcK

  • สกมช. เผยผลการประเมินความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ปี 2568

    สกมช. เผยผลการประเมินความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ปี 2568

    ไอที

    สกมช. เผยผลการประเมินความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ปี 2568

    วันอังคาร ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.31 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สกมช. เผยผลการประเมินความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ปี 2568

    เร่งยกระดับมาตรฐานป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ สู่ประเทศที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ

    สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดงาน Cyber Security Forum 4/2025: Risk & Self-Assessment เพื่อเปิดเผยรายงานผลการประเมินความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และรายงานการประเมินความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ของประเทศไทย ประจำปี 2568 โดยมี พลอากาศตรี จเด็ด คูหะก้องกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการ สกมช. เป็นประธานเปิดงาน

    ภาพรวมการประเมินและผลลัพธ์สำคัญ
    ในปี 2568 มีหน่วยงานสมัครเข้าร่วมโครงการประเมินตนเอง 298 หน่วยงาน ส่งผลการประเมิน 191 หน่วยงาน ครอบคลุมทั้งหน่วยงานภาครัฐ (GOV) หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) และหน่วยงานกำกับดูแล (REG) ผลการประเมินพบว่า
    หน่วยงานภาครัฐ (GOV): ค่าเฉลี่ยลดลงจาก 65% เหลือ 59%
    หน่วยงาน CII: ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 83% เป็น 89%
    หน่วยงาน REG: ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 85% เป็น 91% ช่องว่างสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ
    แม้หน่วยงาน CII และ REG จะมีความก้าวหน้า แต่ในส่วนหน่วยงานภาครัฐการทีมีค่าเฉลี่ยลดเนื่องจากมีหน่วยงานเข้าร่วมเพิ่มขึ้นจากหลายภาคส่วนรวมทั้งหน่วยงานที่เพิ่งเริมดำเนินงานด้านนี้ สะท้อนว่ายังมีหน่วยงานจำนวนมากที่ต้องพัฒนาศักยภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ช่องว่างสำคัญที่ต้องเร่งปรับปรุง ได้แก่
    การบริหารจัดการความเสี่ยงและช่องโหว่ การจัดทำและทดสอบแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์
    การจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจและการสื่อสารในภาวะวิกฤต การกำกับดูแลผู้ให้บริการภายนอก  การจัดทำทะเบียนทรัพย์สินสารสนเทศ
    ภัยคุกคามที่ตรวจพบและแนวโน้มความเสี่ยง
    จากโครงการ TH-NCRAF ที่ สกมช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลดำเนินการ พบภัยคุกคามสำคัญ 3 อันดับแรก คือ
    การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ภายในองค์กร
    การเข้าถึงระบบหรือข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
    การบ่อนทำลายหรือปฏิเสธการให้บริการ นอกจากนี้ยังพบภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ได้แก่ Ransomware, Supply Chain Attack, Cloud Misconfiguration และ Phishing ซึ่งสะท้อนว่าหน่วยงานไทยต้องเร่งปิดช่องโหว่และเสริมสร้างมาตรการเชิงป้องกันและเชิงรุกอย่างจริงจัง

    ด้านคุณเบญจ เบญจรงคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (ยูไอเอช)กว่าวว่า “ในมุมมองของภาคเอกชน  ผมมีความเห็นว่า  โครงการนี้ถือว่ามีความสำคัญยิ่ง เพราะช่วยให้องค์กร โดยเฉพาะภาครัฐ สามารถประเมินความพร้อมด้าน Cyber Security ของตนเองได้อย่างเป็นระบบ การมีข้อมูลที่ชัดเจนจะช่วยให้การวางกลยุทธ์และการลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างอันดีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการสร้างระบบนิเวศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย”

    “ไซเบอร์อีลีท  ภายใต้ ยูไอเอช ให้บริการไซเบอร์ซีเคียวริตี้ มีความมุ่งมั่นที่จะต่อยอดโครงการนี้ ผ่านการพัฒนาเครื่องมือ สร้างองค์ความรู้ และการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้องค์กรไทยทุกระดับสามารถปรับตัวและรับมือกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย โดยสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายสำคัญของประเทศ”  

    ผลการประเมินในปีนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างจริงจัง แนวทางหนึ่งคือการพัฒนา “National Threat Intelligence Platform” หรือศูนย์กลางข้อมูลภัยคุกคามไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และแบ่งปันข้อมูลจากทุกภาคส่วนตามมาตรฐานสากล แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้องค์กรโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและหน่วยงานรัฐตอบสนองภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/448599&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Nv-zqGpF9xpra0FPcL-XL

  • Tiktok จัดงาน “Tiktok Tech Fest” 2025 ครั้งแรกในประเทศไทย!สร้างปรากฏการณ์เทศกาลเทคโนโลยี 3C ครั้งยิ่งใหญ่ของคนรุ่นใหม่ 

    Tiktok จัดงาน “Tiktok Tech Fest” 2025 ครั้งแรกในประเทศไทย!สร้างปรากฏการณ์เทศกาลเทคโนโลยี 3C ครั้งยิ่งใหญ่ของคนรุ่นใหม่ 

    ไอที

    Tiktok จัดงาน “Tiktok Tech Fest” 2025 ครั้งแรกในประเทศไทย!สร้างปรากฏการณ์เทศกาลเทคโนโลยี 3C ครั้งยิ่งใหญ่ของคนรุ่นใหม่ 

    วันอังคาร ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.45 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    Tiktok จัดงาน “Tiktok Tech Fest” 2025 ครั้งแรกในประเทศไทย!สร้างปรากฏการณ์เทศกาลเทคโนโลยี 3C ครั้งยิ่งใหญ่ของคนรุ่นใหม่ 

    Tiktok สร้างก้าวสำคัญครั้งแรกในประเทศไทย จัดงาน “Tiktok Tech Fest” 2025 เทศกาลเทคโนโลยี 3C สุดยิ่งใหญ่ของคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์มบันเทิง แต่เป็นพื้นที่ขับเคลื่อนการผสมผสานระหว่าง ‘เทคโนโลยี ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์’ ไว้ในที่เดียว รวบรวมครีเอเตอร์ตัวท็อป และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของเมืองไทย อาทิ ‘ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่’, ‘ยูโร – ยศวรรธน์ ทะวาปี’ และนักไลฟ์สตรีมชื่อดังอย่าง ‘วิน วิลเลียม’ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรม สร้างเทรนด์เทคโนโลยีใหม่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่จากหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น GOOJODOQ, TNW, และ ENCHEN

    Tiktok Tech Fest เป็นงานที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภค – นักพัฒนา – แบรนด์ ได้พบปะกัน โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างระบบนิเวศ หรือ Ecosystem เทคโนโลยี พร้อมยกระดับบทบาทไทยในเวทีเทคโนโลยีโลก โดยเทรนด์ ‘3C Tech’ (Computer, Communication, Consumer Electronics) เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในปีนี้ มีทิศทางมุ่งไปที่ AI – Artificial Intelligence (ปัญญาประดิษฐ์), IoT – Internet of Things , Wearable (อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ) รวมไปถึงการเชื่อมต่อระหว่างโลกจริงและโลกดิจิทัล รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ชาญฉลาด และตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น นอกจากนี้เทรนด์ ‘3C’ (Creativity, Commerce, Community) ก็ยังคงเป็นหัวใจหลักของงานนี้ ไม่เป็นเพียงแค่เทรนด์หรือกระแส แต่คือการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ โดย Creativity จุดประกายให้เกิด Community และเมื่อ Community แข็งแกร่ง ก็จะช่วยขับเคลื่อน Commerce ให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

    ภายในงาน Tiktok Tech Fest ยังได้สัมผัสกับความตื่นตาด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย สินค้านวัตกรรมใหม่ๆ จากแบรนด์คุณภาพที่ผสานกับเทรนด์แห่งยุคได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น ‘GOOJODOQ’ แบรนด์ที่มุ่งมั่นในการมอบโซลูชันที่เป็นมากกว่าอุปกรณ์เสริม คือเป็นเพื่อนคู่ใจในชีวิตประจำวันสำหรับคนที่มีสไตล์ ตั้งแต่พัดลมพกพา หูฟัง พาวเวอร์แบงก์ ปากกาอัจฉริยะ ไปจนถึงโปรเจกเตอร์ ทุกผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น สนุกขึ้นและเป็นตัวเองในแบบที่ไม่เหมือนใคร ‘TNW’ แบรนด์ที่แข็งแกร่งในวงการ 3C ช่วยให้ทุกคนใช้งานด้วยอุปกรณ์เสริมที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เช่น     ไมค์ไร้สาย   

    ขาตั้งกล้องแบบพกพา ไม้เซลฟี่ไร้สาย ไฟถ่ายภาพ เป็นต้น และ ‘ENCHEN’ คือแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเอง ซึ่งโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สวยงาม การใช้งานที่ตอบโจทย์ และราคาที่คุ้มค่า โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์นวัตกรรม สร้างชุมชนของผู้ใช้งานที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและราคาที่เข้าถึงได้ และขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านช่องทางดิจิทัล

    ในอีก 1-3 ปีข้างหน้า เทรนด์ ‘3C Tech’ (Computer, Communication, Consumer Electronics) จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวันแบบ Digital-First การที่อุปกรณ์ทุกอย่างสามารถเชื่อมต่อกันได้ และการที่คนไทยเปิดรับเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเปิดประตูสู่โอกาสให้ธุรกิจไทยก้าวสู่ตลาดโลก

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/448578&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3oB_oXTMUROx-GtTLY3hjv

  • การจ้างงานในเคนยาเติบโตสูงสุดในรอบ 15 เดือน สะท้อนเศรษฐกิจปี 2025 ที่จะขยายตัวกว่า 5.3%

    การจ้างงานในเคนยาเติบโตสูงสุดในรอบ 15 เดือน สะท้อนเศรษฐกิจปี 2025 ที่จะขยายตัวกว่า 5.3%

    1) ภาพรวมสถิติสำคัญ 

    1.1. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของภาคเอกชนเคนยาในเดือนล่าสุด แสดงว่า “การจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ติดต่อกัน” และอัตราการเพิ่มงานในเดือนล่าสุดเป็นระดับที่เร็วที่สุดในรอบ 15 เดือน — สัญญาณว่าภาคเอกชนเริ่มเพิ่มกำลังคนรองรับความต้องการที่ฟื้นตัว

    1.2. เศรษฐกิจเคนยาขยายตัวในไตรมาส 1/2025 ราว +4.9% (y/y) โดยภาคเกษตรและการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต

    1.3. อัตราเงินเฟ้อ (CPI) ปรับขึ้นเป็น 4.5% ในเดือนสิงหาคม 2025 (y/y) โดยแรงกดดันมาจากราคาอาหารและการขนส่ง แม้อยู่ในกรอบเป้าของธนาคารกลาง (4-7.5%) แต่เป็นปัจจัยที่ผู้ส่งออกและนักลงทุนต้องติดตามต่อไป

    1.4. สถาบันการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกประเมินแนวโน้มว่าเศรษฐกิจเคนยากำลังฟื้นและมีโอกาสกลับสู่การขยายตัว >5% หากปัจจัยภายใน-ภายนอกเอื้ออำนวย แต่ต้องจับตาการไหลของ FDI และสภาพแวดล้อมภาษี/กฎระเบียบ

    2) ความหมายเชิงเศรษฐกิจ — ทำไมการจ้างงานเพิ่มสำคัญ

    การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ อุปสงค์สินค้า/บริการภายในเริ่มฟื้น (ความต้องการบริโภคและบริการสูงขึ้น) — ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการนำเข้า (imports) สินค้าผู้บริโภค เครื่องจักร และบริการด้านโลจิสติกส์ และการที่บริษัทต่างๆ ขยายกำลังการผลิตและเพิ่มสินค้าคงคลัง ทำให้งานค้าง (backlogs) ลดลง และการส่งมอบสินค้าหรือบริการได้รวดเร็วขึ้น ส่งผลช่วยให้ห่วงโซ่อุปทานไหลลื่นขึ้น (ประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทยที่ส่งสินค้าตามคำสั่ง)

    3) ผลกระทบเชิงบวก (โอกาสสำหรับไทย) (เน้นสินค้าที่ไทยมีความแข็งแกร่ง)

    3.1. กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) & อาหารแปรรูป

    เมื่อกำลังซื้อครัวเรือนเพิ่ม จะทำให้มีความต้องการอาหารสำเร็จรูป, เครื่องดื่ม, สินค้าอุปโภครายวันสูงขึ้น

    สินค้าไทยที่มีโอกาสสูง เช่น กะทิกระป๋อง เครื่องดื่มสำเร็จรูป เครื่องปรุงรส ปลากระป๋อง เป็นต้น

    3.2. กลุ่มยานยนต์มือสอง และอะไหล่

    ภาคขนส่งและภาครัฐมีการขยายรอบการขนส่งมากขึ้น ทำให้เกิดความต้อง รถตู้ รถกระบะ รถบัส ในการขนส่งมากขึ้น และจะต้องใช้อะไหล่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เคนยาเป็นตลาดที่ไทยส่งออกรถยนต์มือสอง และอะไหล่ตลอดจนผลิตภัณฑ์ยางได้ดี  ทำให้มีโอกาสขยายตลาด แต่อาจต้องพิจารณาจัดตั้งศูนย์บริการหรือบริการหลังการขายให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน

    3.3. กลุ่มวัสดุก่อสร้าง

    หากการจ้างงานขยาย จะนำมาพร้อมกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้างที่จะเพิ่มขึ้น ทำให้จะเพิ่มการนำเข้าวัสดุก่อสร้าง เครื่องมือ เครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม สินค้ามีราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง เช่น จีน อินเดีย อียิปต์และตุรกี ทำให้อาจต้องปรับราคาให้แข่งขันได้มากขึ้น และเน้นการขายสินค้าคุณภาพ

    3.4. กลุ่มสินค้าและบริการด้านสุขภาพ (รวมอุปกรณ์/รถพยาบาล)

    เมื่อเศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น จะมีการใช้งบประมาณจากภาครัฐ (กระทรวงสาธารณสุข) มากขึ้นในการจัดหาอุปกรณ์ การบำรุงรักษา ยา รถพยาบาล และเครื่องมือทางการแพทย์มากขึ้น 

    3.5. กลุ่มเครื่องจักรการเกษตร

    เครื่องจักรการเกษตรจากไทยมีโอกาสสูงในตลาดเคนยา ด้วยภาคการเกษตรที่ใหญ่ขึ้นมาก และนโยบายรัฐที่ผลักดันการกลไกต่างๆ ดังนั้น การเริ่มต้นความร่วมมือในระดับ pilot โดยใช้เครื่องจักรขนาดเล็กที่เหมาะกับระบบเกษตรกรรายย่อยน่าจะเป็นแนวทางที่ผู้ผลิตสินค้าประเภทนี้ นำมาใช้ในการทำตลาดในเคนยา

    4) โอกาสเชิงการลงทุนโดยตรง (สำหรับนักธุรกิจไทย)

    4.1. ตั้งโรงงาน/การประกอบ (assembly/CKD) สำหรับสินค้าที่ต้องการชิ้นส่วนส่งซ่อม หรือเพื่อลดภาษีนำเข้า แนวทางนี้เหมาะกับสินค้าที่มีปริมาณความต้องการของตลาดในระดับกลางจนถึงสูง เช่น การแปรรูปอาหารหรือประกอบชิ้นส่วนยานยนต์

    4.2. ร่วมทุนกับตัวแทนท้องถิ่น เพื่อเข้าใจตลาดและระบบจัดซื้อภาครัฐ (procurement)  โดยเฉพาะการประมูลจัดซื้อภาครัฐของกระทรวงต่างๆ แนวทางนี้เหมาะกับสินค้าที่มีผู้จัดชื้อเป็นภาครัฐหรือใช้เงินที่รัฐเป็นผู้กู้หรือได้รับทุนจากต่างประเทศ เช่น ยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น

    4.3. ศูนย์บริการหลังการขาย (parts & service hubs) เพื่อรับประกันการจัดส่งอะไหล่และการซ่อมบำรุงอย่างรวดเร็ว แนวทางนี้เหมาะกับสินค้าที่ต้องการบริการหลังการขายและไทยยังมีจุดอ่อนด้านนี้ เช่น เครื่องจักรทางการเกษตร เป็นต้น

    5) ความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา 

    5.1. เงินเฟ้อที่ปรับขึ้น (4.5% ใน ส.ค. 2568) อาจกดดันต้นทุน การนำเข้าสูงขึ้นส่งผลให้มีการชื้อน้อยลง 

    5.2. ความผันผวนค่าเงิน (KES) อันนี้ในปี 2568 นี้ น่าจะมีความเสี่ยงน้อยเพราะค่าเงินของเคนยามีเสถียรภาพที่ดีและสถานะการเงินของรัฐก็อยู่ระดับดีกว่าปีก่อน ทำให้ความเสี่ยงนี้มีน้อย 

    5.3. ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจมีผลต่อราคาพลังงานที่เคนยาต้องนำเข้าน้ำมัน และการปล่อยเงินกู้จากต่างประเทศที่อาจลดลงได้ หากความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆของโลกมีความรุนแรงขึ้น 

    5.4. ตัวเลขที่ควรจับตาดู 

    – ดัชนีความเชื่อมั่น PMI (รายเดือน) ดูแนวโน้มการจ้างงานและ new orders จัดทำโดย Stanbic Bank Kenya 

    – อัตราเงินเฟ้อ CPI / Inflation (KNBS) — ติดตามต้นทุนและกำลังซื้อผู้บริโภค จัดทำโดย Kenya National Bureau of Statistics

    – GDP growth เพื่อตรวจความยั่งยืนของการฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจในภาพรวม จัดทำโดย (KNBS / Reuters / World Bank) รายไตรมาส  

    – อัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อควบคุมความเสี่ยงต้นทุนและการตั้งราคา จัดทำโดย ธนาคารกลางเคนยา (CBK)

    ความเห็นของ สคต.

    การที่การจ้างงานของเคนยามีแนวโน้มที่ดีนั้น น่าจะส่งผลดีต่อการส่งออกระหว่างไทยกับเคนยาให้มีโอกาสขยายตัวตามไปด้วย อย่างไรก็ดี สคต. เห็นว่า แม้จะมีแนวโน้มที่ดีตามรายงานดังกล่าว และโอกาสของสินค้าไทย แต่ปัจจัยสำคัญ ก็คือราคาของสินค้าต้องมีความเหมาะสมกับตลาด เช่น ไม่แพงเกินไป เนื่องจากกำลังชื้อของคนเคนยายังมีไม่มากนัก อาจจะกล่าวได้ว่า ควรเป็นสินค้าที่มีราคาไม่แพงแต่มีคุณภาพที่ดี จึงจะมีโอกาสทางการตลาด 

    นอกจากนั้น การที่ผู้ประกอบต้องมีความเข้าใจในเรื่องของ บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมเช่น มีขนาดเล็ก และมีราคาที่คนเคนยาสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นก็เป็นสิ่งที่ท่านควรคำนึง ตลอดจนความยืดหยุ่นทั้งในเรื่องของปริมาณ minimium order หรือการคละสินค้าหลายๆชนิดได้ หรือการส่งออกแบบรวมตู้ (Consolidate container) ผ่านตัวกลาง หรือ Trader ก็จะทำให้ท่านมีโอกาสส่งออกสินค้ามาได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้น ความเข้าใจในเรื่องการตลาดของเคนยาและแอฟริกาตะวันออกดังกล่าว อาจเป็นข้อจำกัดที่ผู้ส่งออกไทยยังไม่เข้าใจหรือยังกลัวที่จะเข้ามาที่ตลาดนี้ ซึ่ง สคต. ยินดีจะให้คำปรึกษาและหาแนวทางที่เหมาะสม หากท่านสนใจต่อไป

    ผู้ส่งออกหรือนักธูรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศเคนยา และประเทศในแอฟริกาตะวันออก ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ info@ocanairobi.co.ke 

    ที่มา : www.businessdailyafrica.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/hpv7n5xs4sd59q6lj0s6rns7&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xFR6FshZ4rgl9ehjeTZ_K

  • ธปท.รายงานเศรษฐกิจ ส.ค.68 ชะลอตัว ตามภาคผลิตอุตฯ-เกษตร

    ธปท.รายงานเศรษฐกิจ ส.ค.68 ชะลอตัว ตามภาคผลิตอุตฯ-เกษตร

    เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับหลายปัจจัยที่เข้ามากดดัน ทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) โตต่ำกว่าในอดีต เหลือเพียงไม่ถึง 3% ในปีนี้ จากในอดีตที่ GDP เติบโตอย่างน้อย 3%  

    นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน ส.ค.2568 ชะลอลงจากเดือนก่อน จากผลผลิตเกษตร การผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิต อาทิ การค้าและการขนส่งสินค้า 

    โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงในหลายสินค้า โดยเฉพาะรถยนต์และอาหารและเครื่องดื่มจากอุปสงค์ที่ชะลอลง สินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูง และปัจจัยชั่วคราวจากการหยุดผลิตรถยนต์ของบางโรงงานเพื่อปรับกระบวนการผลิต และการปิดซ่อมบำรุงโรงงานบางโรงในหมวดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 

    ด้านการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน รวมทั้งการส่งออกสินค้าทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกไปสหรัฐฯ ลดลงเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ รวมทั้งการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ลดลงบ้างหลังเร่งไปมากในช่วงก่อนหน้า

    อย่างไรก็ดี ภาคท่องเที่ยวปรับดีขึ้นจากรายรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐหดตัวจากรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางและรัฐวิสาหกิจ

    ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นเล็กน้อย จากอัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสดที่ติดลบมากขึ้นตามราคาผักและเนื้อสัตว์จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ขณะที่อัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานติดลบน้อยลงจากราคาน้ำมันขายปลีกที่ทรงตัวมากขึ้น และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน 

    สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลตามดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลตามการส่งกลับกำไรของบริษัทต่างชาติตามฤดูกาล ประกอบกับดุลการค้าเกินดุลลดลง ด้านตลาดแรงงานโดยรวมทรงตัว

    ขณะที่เศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป มีแนวโน้มชะลอลงจากการส่งออกสินค้า เนื่องจากผลกระทบของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่สร้างแรงกดดันเพิ่มเติม ต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรม และภาคท่องเที่ยวที่เผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการหลายธุรกิจอยู่ระหว่างการปรับตัว อาทิ ยานยนต์ และร้านอาหาร

    ทั้งนี้ ระยะต่อไปมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1. การฟื้นตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรม 2.ผลกระทบของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ 3.พัฒนาการในภาคการท่องเที่ยว และ 4. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/financial/731199&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21apwMBYVT1tvGcZBn4nd0