Blog

  • “มิกา ซาโล” อดีตนักแข่ง F1 ยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ ผบ.ตร.สั่งคลี่คลายคดี

    “มิกา ซาโล” อดีตนักแข่ง F1 ยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ ผบ.ตร.สั่งคลี่คลายคดี

    ผบ.ตร.สั่งเร่งคลี่คลายคดีให้กระจ่าง กรณี “มิกา ซาโล” อดีตนักแข่ง F1 ถูกรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชน ได้รับบาดเจ็บเย็บ 28 เข็ม ขณะที่ล่าสุดตำนานนักแข่ง F1 แจงตำรวจ ยันสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ ย้ำเมืองไทยปลอดภัย พร้อมยอมรับอยากอธิบายเรื่องราวข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

    จากกรณีสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายมิกา ซาโล (Mika Salo) อดีตนักแข่งรถ Formula 1 ชาวฟินแลนด์ ถูกทำร้ายด้วยของมีคม บริเวณขา ซึ่งคาดว่าเกิดจากการโจมตีแบบสุ่ม ระหว่างท่องเที่ยวบริเวณพื้นที่สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา จนเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและสำนักข่าวต่างประเทศนั้น

    ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีความห่วงใยในสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีคำสั่งการด่วนให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

    โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อไปว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นของกองบัญชาการตำรวจนครบาล รายงานข้อเท็จจริง มีรายละเอียดดังนี้

    เหตุการณ์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 23.00 น. ผู้เสียหายเดินเท้าจากสุขุมวิทซอย 6 ผ่านปากซอยสุขุมวิท ซอย 4 และกำลังข้ามทางม้าลาย เพื่อมุ่งหน้าแยกนานา

    ต่อมาผู้เสียหายรู้สึกว่ามีรถจักรยานยนต์มาเฉี่ยวชน แต่ไม่ทราบว่าตนเองได้รับบาดเจ็บ จนกระทั่งมีพลเมืองดีแจ้งว่ามีเลือดออกที่ขา จึงได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (เย็บ 28 เข็ม) เบื้องต้นผู้เสียหายยังไม่ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์

    มีรายงานข้อมูลเพิ่มเติมจากพนักงานโรงแรมในพื้นที่ว่ามีนักท่องเที่ยวรายอื่น เล่าเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ระดมกำลังฝ่ายสืบสวนเพื่อไล่กล้องวงจรปิด (CCTV) ตลอดเส้นทางที่เกิดเหตุ เพื่อระบุตัวผู้ขับขี่และพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงโดยละเอียด

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอยืนยันว่าได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้กำชับให้ตำรวจนครบาลเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่สุ่มเสี่ยง และเร่งคลี่คลายคดีนี้ให้กระจ่าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติว่าประเทศไทยมีความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยว หากมีความคืบหน้าประการใด สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะแถลงให้ทราบโดยต่อเนื่อง

    ต่อมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าเยี่ยมนายมิกา ซาโล อดีตตำนานนักแข่งรถ F1 ชาวฟินแลนด์ อายุ 59 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจนเป็นข่าวใหญ่ไปทั้งโลก โดยเจ้าตัวได้มาที่ รพ.ตำรวจ เพื่อให้แพทย์ตรวจบาดแผล ก่อนจะเดินทางไปให้ปากคำที่ สน.ลุมพินี

    นายมิกา ซาโล กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ รู้ตัวอีกทีก็บาดเจ็บแล้ว ขอบคุณตำรวจที่คอยดูแลและช่วยเหลือ จุดประสงค์ที่มาเมืองไทย เพราะรักแสงแดด ต้องการมาพักผ่อน วอร์มร่างกาย และมีโครงการจะกลับมาเมืองไทยอีก

    ส่วนเรื่องความปลอดภัย นายมิกา ซาโล กล่าวว่า รู้สึกอบอุ่น และแปลกใจว่าทำไมตำรวจมาเยอะ ซึ่งเขาเห็นข่าวแล้ว และอยากอธิบายเรื่องราวข้อเท็จจริง เป็นอย่างไรแน่.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/crime/2935457&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26yXmF80QxE2ke3Rmrjb_Z

  • สถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 18 -24 พฤษภาคม 2569

    สถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 18 -24 พฤษภาคม 2569

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผลการประเมินเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 24 พ.ค. 69 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาสะสมกว่า 13.4 ล้านคน สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวฟื้นตัวด้านการเดินทางจากการออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดต่อเนื่องที่มีในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และฮ่องกงและการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินของสายการบิน British Airways (สายการบินแห่งชาติของอังกฤษ) ที่เพิ่มเที่ยวบินตรงมายังประเทศไทยยาวไปถึงช่วงหน้าร้อน (ทำให้บินได้ตลอดทั้งปี ไม่หยุดบินช่วงกลางปีเหมือนเมื่อก่อน) ซึ่งกระตุ้นนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอังกฤษ และสหราชอาณาจักรให้สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทยได้มากขึ้น อีกทั้ง จากการปิดภาคเรียนในมาเลเซีย อินเดียที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่ม Family เดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น และในสัปดาห์นี้นักท่องเที่ยวตลาดอินเดีย เดินทางเข้ามาสะสมแตะระดับแล้วกว่า 1 ล้านคน ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 520,536 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 51,363 คน หรือร้อยละ 10.95 คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 74,362 คน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย (92,275 คน) จีน (85,317 คน) อินเดีย (55,033 คน)ไต้หวัน (17,318 คน) และสหรัฐอเมริกา (16,937 คน) โดยนักท่องเที่ยวมาเลเซีย อินเดีย ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 32.87 ร้อยละ 10.07 ร้อยละ 8.08 และร้อยละ 7.46 ตามลำดับขณะที่นักท่องเที่ยวจีน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 1.25

    สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การมีวันหยุดต่อเนื่องทางศาสนาอิสลาม (วันอีดิลอัฎฮา) ในหลายภูมิภาค อาทิ ภูมิภาคตะวันออกกลาง และภูมิภาคเอเชีย สถานการณ์พลังงานในไทยที่เข้าสู่ภาวะปกติและปรับราคาสอดคล้องกับภาวะตลาดโลก การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand

    สรุปภาพรวมการท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ค. 69 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 24 พ.ค. 69 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 13,428,857 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 653,986 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (2,237,215 คน) มาเลเซีย (1,552,217 คน) อินเดีย (1,003,993 คน) รัสเซีย (928,774 คน) และเกาหลีใต้ (525,550 คน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1022228&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw12jDB0Y-Y21Qll9-EL28mg

  • “บางกอกแอร์เวย์ส” จับมือ ททท. เปิดสนามแรก “ตราด ฮาล์ฟมาราธอน 2026” ดันท่องเที่ยว-กีฬา คึกคักรับฤดูกาลวิ่ง

    “บางกอกแอร์เวย์ส” จับมือ ททท. เปิดสนามแรก “ตราด ฮาล์ฟมาราธอน 2026” ดันท่องเที่ยว-กีฬา คึกคักรับฤดูกาลวิ่ง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/press-release/150120&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vKV7FLu9Cw7BoHfeqcQmj

  • ส่องความย้อนแย้ง!”รบ.เขมร”โม้!”การบิน”ปกติ!แต่”เสียมราฐ”นทท.ดิ่งเหว-รร.ปิดอื้อ | TOPNEWS

    ส่องความย้อนแย้ง!”รบ.เขมร”โม้!”การบิน”ปกติ!แต่”เสียมราฐ”นทท.ดิ่งเหว-รร.ปิดอื้อ | TOPNEWS

    ส่องความย้อนแย้ง!”รบ.เขมร”โม้!”การบิน”ปกติ!แต่”เสียมราฐ”นทท.ดิ่งเหว-รร.ปิดอื้อ

    • เผยแพร่ : 26/05/2026 17:11

    ส่องความย้อนแย้ง! “รัฐบาลเขมร” เคลม 3 สนามบินหลัก ไร้ปัญหายกเลิกเที่ยวบิน-คาร์โก้พุ่ง 36% แต่ข้อมูลพื้นที่ชี้ชัด 4 เดือนแรก ปี 69 “เสียมราฐ” บอบช้ำหนัก นทท.ดิ่งเหว โรงแรม ร้านค้า ทยอยปิดอื้อ

    #topupdate #topnews #ข่าวเด่น #ข่าวด่วน #ข่าวต่างประเทศ #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #เขมร #กัมพูชา #ฮุนเซน #ชายแดนไทยกัมพูชา #ความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา #เสียมราฐ #อาชญากรรมข้ามชาติ #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #อุตสหกรรมท่องเที่ยว #แก๊งสแกมเมอร์ #เศรษฐกิจกัมพูชา #ข่าววันนี้ #scambudia

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1584613&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JCXnPykcAjP4-MrbkVbWr

  • อดีตนักขับ F1 เจ็บปริศนา เลือดอาบสุขุมวิท เย็บ 28 เข็มกลางกรุง ตำรวจท่องเที่ยว ไทยเร่งล่าความจริง กู้ศรัทธานักท่องเที่ยวโลก

    อดีตนักขับ F1 เจ็บปริศนา เลือดอาบสุขุมวิท เย็บ 28 เข็มกลางกรุง ตำรวจท่องเที่ยว ไทยเร่งล่าความจริง กู้ศรัทธานักท่องเที่ยวโลก

    เจ้าตัว“จำไม่ได้ว่าโดนอะไร แต่เลือดไหลเต็มขา” คำให้การอดีตนักขับ F1 เปิดปมบาดแผลปริศนากลางสุขุมวิท ตำรวจเร่งไล่กล้องหาวินาทีเกิดเหตุ“มิกา ซาโล” ตำนานความเร็วชาวฟินแลนด์ เดินกลับโรงแรมกับครอบครัว ก่อนพบแผลฉกรรจ์ไร้คำตอบ เจ้าตัวจำไม่ได้ถูกอะไรเล่นงาน ผบช.ทท.สั่งเร่งสอบ ไล่กล้องทุกตัวคลี่ปม

    เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีปรากฏทางสื่อต่างชาติสำนักหนึ่งถึงเหตุการณ์บาดเจ็บปริศนาของ มิกา ซาโล อดีตนักแข่งรถฟอร์มูลาวัน (F1) ชื่อดังชาวฟินแลนด์ วัย 59 ปี ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวในประเทศไทย กำลังกลายเป็นคดีที่ถูกจับตา หลังเจ้าตัวได้รับบาดแผลฉกรรจ์บริเวณขาซ้ายจนต้องเย็บถึง 28 เข็ม แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากอุบัติเหตุ การเฉี่ยวชน หรือถูกทำร้าย

    รายงานระบุว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 23.00–23.30 น. บริเวณทางม้าลายปากซอยสุขุมวิท 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร หลังอดีตนักซิ่งระดับโลกเดินกลับจากรับประทานอาหารภายในซอยสุขุมวิท 9 เพื่อกลับที่พักในย่านสุขุมวิท 2 พร้อมครอบครัว

    ระหว่างเดินผ่านจุดเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ไม่ทราบรายละเอียดขับผ่านไป ก่อนจะมีบุคคลแจ้งว่า ผู้เสียหายมีเลือดไหลจำนวนมากบริเวณหน้าแข้งซ้าย เมื่อก้มตรวจสอบจึงพบว่ามีบาดแผลลึกฉกรรจ์ แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าไม่ทราบแน่ชัดว่าได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุใด่หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แพทย์เย็บแผลจำนวน 28 เข็ม ก่อนเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี

    คดีดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมทันที หลังข้อมูลถูกเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ เนื่องจากผู้บาดเจ็บเป็นบุคคลมีชื่อเสียงในวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก และเกิดเหตุในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพมหานคร

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

    ภายหลัง พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้สั่งการ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.1 พร้อมด้วยทีมสืบสวน ตำรวจท่องเที่ยวเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้การช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด ทั้งการจัดล่ามอำนวยความสะดวก ประสานพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี นำเข้าตรวจชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลตำรวจ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาเงินเยียวยา

    ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาคำตอบสำคัญว่า บาดแผลดังกล่าวเกิดจาก อุบัติเหตุเฉี่ยวชน ของมีคม หรือการกระทำของบุคคลอื่น

    พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.1

    แม้ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปถึงสาเหตุที่แท้จริง แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นอีกบททดสอบต่อภาพลักษณ์ความปลอดภัยของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะเมื่อผู้เสียหายเป็นอดีตนักกีฬาชื่อดังระดับนานาชาติ การคลี่คลายคดีครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงหาคำตอบให้บาดแผลของชายคนหนึ่ง หากยังหมายถึงการตอบคำถามต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยเพียงใด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/297826&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1G5GaDMa-6fbvKiFfuOjWM

  • 3 วัดดังในอยุธยา กับ “เศียรพระในรากไม้” ความงดงามที่กาลเวลา

    3 วัดดังในอยุธยา กับ “เศียรพระในรากไม้” ความงดงามที่กาลเวลา

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/lwbAd6K6px21&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ISHJXk-2uL_zkrtkfqLh2

  • ครม.เห็นชอบแผนหุ้นส่วนไทย-เวียดนาม 6 ปี ดันเชื่อมห่วงโซ่อุปทาน-เศรษฐกิจ

    ครม.เห็นชอบแผนหุ้นส่วนไทย-เวียดนาม 6 ปี ดันเชื่อมห่วงโซ่อุปทาน-เศรษฐกิจ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 พ.ค.69) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่ประธานการประชุมแทน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส มีมติเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการ (Plan of Action) เพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย-เวียดนาม ปี 2569-2574 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ

    พร้อมกันนี้ ครม. อนุมัติให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถพิจารณาดำเนินการแก้ไขร่างแผนปฏิบัติการฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ หรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีก รวมถึงอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย ลงนามในร่างแผนปฏิบัติการดังกล่าว

    นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน” (Comprehensive Strategic Partnership) เมื่อปี 2568 โดยกระทรวงการต่างประเทศไทยและกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามได้ร่วมกันจัดทำร่างแผนปฏิบัติการฯ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับร่างแผนปฏิบัติการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมของทั้งสองประเทศในการเดินหน้าความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองฝ่าย ครอบคลุม 3 เสาหลัก ได้แก่ หุ้นส่วนเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน หุ้นส่วนเพื่อการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และหุ้นส่วนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

    ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการดังกล่าวกำหนดกรอบและแนวทางความร่วมมือระหว่างไทยกับเวียดนามในหลายด้าน อาทิ การเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน

    อย่างไรก็ตาม ร่างแผนปฏิบัติการฯ มีลักษณะเป็นการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง และไม่มีเนื้อหาที่ก่อให้เกิดพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ จึงไม่ถือเป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

    นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า แผนปฏิบัติการดังกล่าวจะช่วยขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทยและเวียดนามไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศในระยะยาว

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/general/834501&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mM2Cp687bf3iaF4V2km4X

  • “อนุทิน” หารือ “มาครง” ยกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ร่วมมือเศรษฐกิจ-มั่นคง

    “อนุทิน” หารือ “มาครง” ยกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ร่วมมือเศรษฐกิจ-มั่นคง

    วันที่ 25 พ.ค.2569 เวลา 20.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส) ณ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส (Palais de l’Elysée) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายเอมานูว์แอล มาครง (H.E. Mr. Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ด้วยบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น

    เอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ,อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย

    เอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ,อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย

    ภายหลังเสร็จสิ้น น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปประเด็นสำคัญของการหารือร่วมกัน ได้แก่

    1.การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ทั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสและนายกรัฐมนตรี เห็นพ้องร่วมกันผลักดันมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง อาทิ พลังงานทางเลือก อวกาศและการบิน สายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI DATA Center ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ภาคเอกชนฝรั่งเศสมีความเชี่ยวชาญและศักยภาพสูง

    ซึ่งภายหลังการหารือกับ MEDEF International และภาคเอกชนชั้นนำของฝรั่งเศส หลายบริษัทแสดงความสนใจลงทุนหรือขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติม ขณะเดียวกันฝรั่งเศสชื่นชมการลงทุนจากภาคเอกชนไทยในฝรั่งเศส และอยากเห็นการลงทุนของภาคเอกชนไทยในฝรั่งเศสเพิ่มมากขึ้น

    2.การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (Thailand-EU FTA) เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทย และมุ่งมั่นจะสรุปการเจรจาให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยนายกรัฐมนตรีขอบคุณฝรั่งเศสที่สนับสนุนกระบวนการเจรจามาอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่า ความตกลงฉบับนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับทั้งสองประเทศ

    “อนุทิน” หารือ “มาครง” เดินหน้ายกระดับร่วมมือเศรษฐกิจ ความมั่นคง

    3. ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง สู่ความปลอดภัยทางไซเบอร์ จากการที่ทั้งสองฝ่ายเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก คอบร้าโกลด์ (Cobra Gold) จะมีการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลที่แสวงหาความร่วมมือทั่วโลก ในการปราบปรามสแกมเมอร์และภัยออนไลน์ ประสบผลสามารถดำเนินคดีส่งกลับผู้ตัวผู้ต้องหา รวมทั้งจับหารยึดทรัพย์สินผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมาก

    4. สถานการณ์ไทย-กัมพูชา และเมียนมา นายกรัฐมนตรียืนยันไทยยึดหมั่นเคารพในหลักอธิปไตยสันติภาพ และกฎหมายสากล การตัดสินใจยกเลิก MOU 44 เนื่องจากตลอดระยะเวลาเกือบ 25 ปี ไม่มีความคืบหน้า ไทยจึงเลือกที่จะใช้กฎหมายสากล คือ UNCLOS ภายใต้การพูดคุยของสองประเทศ สำหรับปัญหาชายแดนทางบก ก็จะยึดการดำเนินการตาม joint statement ที่ได้มีการลงนามปลายปีที่ผ่านมา และต้องพิสูจน์ความจริงใจของฝ่ายกัมพูชาด้วย

    โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-ฝรั่งเศส ปี ค.ศ.2026-2028 (Joint Action Plan to strengthen the Thai-French Partnership 2026-2028) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ฝรั่งเศส สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

    สำหรับผู้เข้าร่วมฝ่ายฝรั่งเศส ได้แก่ Jean-Noël Barrot รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุโรปและการต่างประเทศ, Éléonore Caroit รัฐมนตรีช่วยว่าการด้านประชาคมภาษาฝรั่งเศสและความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศ, Benoît Guidée อธิบดีกรมเอเชียและโอเชียเนีย, Jean-Claude Poimboeuf เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย, Emmanuel Bonne ที่ปรึกษาด้านการทูตประจำประธานาธิบดีฝรั่งเศส, Julie Le Saos ที่ปรึกษาด้านกิจการเอเชีย, Jean-Noël Ladois ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารระหว่างประเทศ, Victoire Vandeville ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และ General Vincent Giraud ที่ปรึกษาด้านการทหารประจำประธานาธิบดีฝรั่งเศส

    อ่านข่าว :

    “นายก”ถก UNESCO ดัน “ชุดไทย” มรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ

    นายกฯ ถึงปารีส เตรียมหารือ ผอ.ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ-ยูเนสโก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/506344&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zdKeElOwMYmK_hywI5sEb

  • หมดห่วงภาษีย้อนหลัง! คลังการันตีร้านค้ารายย่อยลุย ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ได้เลย

    หมดห่วงภาษีย้อนหลัง! คลังการันตีร้านค้ารายย่อยลุย ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ได้เลย

    วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.18 น.

    วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้แถลงขอบคุณประชาชนที่ให้ความสนใจโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส และออกมาส่งสัญญาณความมั่นใจถึงบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั่วประเทศที่กำลังลังเลใจในการเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)’ โดยย้ำชัดเจนว่า “ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง” พร้อมเผยความสำเร็จของระบบลงทะเบียนที่รอบรับคลื่นมหาชนได้สูงสุดถึง 7 แสนรายต่อวินาที โดยไม่มีสะดุด

    ร้านค้ารายย่อยสบายใจได้ คลังย้ำชัด “ไม่ต้องกลัวภาษีย้อนหลัง”

    ประเด็นหลักที่ทำให้ร้านค้าหลายแห่งลังเลที่จะเข้าร่วมโครงการของรัฐคือ ความกลัวเรื่องภาษีย้อนหลัง” ซึ่งนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง ได้ออกมาชี้แจงเพื่อคลายความกังวลในเรื่องนี้อย่างละเอียด ดังนี้:

    รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ต้องกังวล ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็กถึงรายย่อย ซึ่งมักจะมีรายได้ตลอดทั้งปี ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่น่าจะต้องกังวลเรื่องภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่อย่างใด

    ดูรายได้เฉลี่ยทั้งปีเป็นหลัก การประเมินภาษีจะพิจารณาจากรายได้รวมตลอดทั้งปี ไม่ใช่แค่ช่วงที่เข้าร่วมโครงการและมียอดขายพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว

    เดินหน้าชวนร้านค้าเข้าร่วมเพิ่ม ปัจจุบันมียอดร้านค้าลงทะเบียนแล้ว 977,000 ราย ซึ่งกระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายผลักดันให้ทะลุ 1.01 ล้านราย (สถิติเดิมของโครงการก่อนหน้า) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กระจายตัวมากที่สุด

    คำเตือนเรื่องความโปร่งใส คลังเอาจริงกับร้านค้าที่ทุจริต โดยมีการเปิดเผยว่าร้านค้ากว่า 300 แห่งที่พบการทุจริตในรอบก่อนหน้า ขณะนี้กำลังถูกดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

    สถิติใหม่! ระบบแกร่งรองรับ 7 แสนรายต่อวินาที

    กระแสตอบรับจากประชาชนในโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)’ ถือว่าร้อนแรงทะลุเป้า โดยในช่วงพีกของการลงทะเบียน มีประชาชนแห่เข้ามาสูงถึง 700,000 รายต่อวินาที ซึ่งสูงกว่าโครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ที่เคยทำสถิติไว้ที่ 300,000 รายต่อวินาที ถึงกว่าเท่าตัว

    ความสำเร็จนี้เกิดจากการเตรียมความพร้อมของระบบล่วงหน้า โดยทางกระทรวงการคลังได้กล่าวขอบคุณ ธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ที่ช่วยกันวางระบบหลังบ้านอย่างแน่นหนา ทำให้การลงทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาระบบล่ม

    อัปเดตสิทธิ์ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’

    สำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีรายละเอียดการปรับเปลี่ยนและการใช้สิทธิ์ที่สำคัญดังนี้:

    ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่: รัฐบาลจะทำการโอนเงินสมทบเข้าบัตรให้โดยอัตโนมัติ

    เพิ่มวงเงิน: ได้รับเงินเพิ่มอีก 700 บาท (จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน)

    ข้อจำกัดชั่วคราว: ปัจจุบันผู้ถือบัตรฯ ยังไม่สามารถนำไปสแกนจ่ายที่ร้านค้าในโครงการ ‘60/40’ ได้ เนื่องจากระบบฐานข้อมูลร้านค้าของทั้งสองโครงการยังรวมกันไม่สมบูรณ์

    การแก้ปัญหาในอนาคต: คลังกำลังเร่งปรับปรุงระบบร้านค้าประชารัฐ โดยตั้งเป้าว่าในอนาคต ผู้ถือบัตรฯ จะสามารถซื้อสินค้าในร้านค้าคนละครึ่งได้ตลอดไป แม้โครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ จะจบลงไปแล้วก็ตาม

    ไทม์ไลน์สำคัญ การผูกร้านค้ากับ ‘ฟู้ดเดลิเวอรี’

    เพื่อเพิ่มช่องทางการขายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ โครงการเตรียมเปิดให้ร้านค้าและประชาชนใช้งานผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี โดยมีกำหนดการดังนี้:

    วันเปิดลงทะเบียนร้านค้า (เดลิเวอรี): เริ่ม 10 มิถุนายน 2569 (เวลา 06.00 น. – 23.00 น.)

    วันเริ่มใช้สิทธิ์สั่งอาหาร (เดลิเวอรี): เริ่ม 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป จนสิ้นสุดโครงการ (ใช้งานได้ช่วงเวลา 06.00 น. – 23.00 น.)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/966739&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IDc7SJBeV78r7b5aY-VzX

  • UNDP ชี้ “ลงทุนในธรรมชาติ”รักษาต้นทุนทางเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    UNDP ชี้ “ลงทุนในธรรมชาติ”รักษาต้นทุนทางเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม ไอซีเอส และสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต กรุงเทพฯ  เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก ร่วมกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ผ่านความริเริ่มทางการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ (UNDP BIOFIN) จัดงาน “International Day for Biodiversity 2026” ภายใต้ธีม “Acting Locally for Global Impact” รวมผู้นำนานาชาติ นักวิชาการ ภาคธุรกิจ และชุมชน สร้างต้นแบบการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

    พร้อมเปิดตัวความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ภายใต้ชื่อ “NEXTOPIA Gaming Application – Digital Finance for Nature” นวัตกรรมการเงินดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยที่เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในเมืองกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศในระดับท้องถิ่น ผ่านกลไกเกมการศึกษา (edutainment) และการระดมทุนสาธารณะ (crowdfunding) บนแพลตฟอร์ม ONESIAM SuperApp โดยเปิดพื้นที่ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต บริเวณชั้น 5A ศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้กลายเป็น Local-to-Global Hub สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แรงบันดาลใจ และความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ จากระดับชุมชนไทยสู่เวทีโลก

    ศรสวรรค์ พงษ์เผ่า ผู้จัดการความริเริ่มทางการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทยผู้จัดการความริเริ่มทางการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ (BIOFIN) โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประเทศไทย เปิดเผยถึงมุมมองด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำว่า การลงทุนเพื่อธรรมชาตินั้นไม่ใช่ “ค่าใช้จ่าย” แต่เป็นการลงทุนเพื่อรักษา “ต้นทุนทางธรรมชาติ” (Natural Capital) เนื่องจากมูลค่าทางเศรษฐกิจของระบบนิเวศทั่วโลก เช่น การผสมเกสรของผึ้ง แหล่งน้ำสะอาด และการกักเก็บคาร์บอน มีมูลค่าสูงถึง 125 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่า จีดีพี ของทั้งโลกรวมกัน ขณะเดียวกันสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ได้ระบุว่า การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ คือหนึ่งในความเสี่ยงสูงสุดของภาคธุรกิจในปัจจุบัน

    ในส่วนของประเทศไทย ปัจจุบันอันดับความหลากหลายทางชีวภาพร่วงลงมาอยู่ที่ประมาณอันดับ 20 จากเดิมที่เคยอยู่อันดับ 16 ของโลก จากทั้งหมด 169 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่น่ากังวล โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลให้เกิดภัยแล้งและน้ำท่วมในปัจจุบัน ซึ่งหากไม่มีการเร่งลงมือทำ สิ่งมีชีวิตต่างๆ อาจเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

    ทั้งนี้ ประเทศไทยโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้กำหนดนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมายการอนุรักษ์รวม 23 เป้าหมาย โดยแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่:

    1. การลดภัยคุกคาม และอนุรักษ์สายพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่เหลืออยู่
    2. การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เช่น การทำประมงที่คำนึงถึงฤดูวางไข่ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
    3. การขับเคลื่อนนโยบายการเงิน เพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนในการดูแลสิ่งแวดล้อม

    นอกจากนี้ ประเทศไทยในฐานะภาคีอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก ยังเดินหน้าขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญ “30 by 30” (30×30) คือการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ทั้งบนบกและในทะเลให้ได้ร้อยละ 30 เพื่อชะลอการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต โดยแผนการดำเนินงานนี้คาดว่าจะต้องใช้เงินทุนราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อเทียบกับมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้ว ถือว่าน้อยกว่าร้อยละ 1 ของ จีดีพีประเทศไทยด้วยซ้ำ แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ต้องพึ่งพาธรรมชาตินั้น สามารถสร้าง GDP ให้ประเทศได้สูงถึงร้อยละ 18

    อย่างไรก็ตาม ทาง BIOFIN และ UNDP มีความมั่นใจในระบบงบประมาณของประเทศไทย โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดสรรงบประมาณลงมาดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับสัญญาณที่ดีจากภาคเอกชนที่เริ่มตื่นตัวและเข้ามามีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เศรษฐกิจและความหลากหลายทางชีวภาพสามารถเติบโตสอดประสานกันได้อย่างยั่งยืน

    ด้านชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสายงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ห้างเป็นพื้นที่ที่ต้อนรับคนกว่า 2 แสนคน และห้างสามารถเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนที่เข้ามาได้รับประสบการณ์ตรงเรื่องความยั่งยืน สำหรับพื้นที่   NEXTOPIA มุ่งหวังให้เป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือ ซึ่งทางผู้บริหารเน้นว่าเรื่องความยั่งยืนไม่สามารถทำเพียงลำพังได้ ซึ่งเรามีพันธมิตรมากกว่า 50 องค์กรทั้งผู้เช่าสถานที่เองที่มองว่าความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ว่าการใช้พลังงานที่ทำกิจกรรมผ่านแอป OneSiam App ทำให้คนเกิดความร่วมมือและตระหนักเรื่องของความยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5894759/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1f5oHWpcFoV6Sldclpb8i2