Blog

  • ออมสินเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ผลักดันงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมในพื้นที่โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” สร้างสรรค์ท่องเที่ยววิถีใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเติบโต

    ออมสินเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ผลักดันงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมในพื้นที่โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” สร้างสรรค์ท่องเที่ยววิถีใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเติบโต

    ออมสินเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ผลักดันงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมในพื้นที่โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” สร้างสรรค์ท่องเที่ยววิถีใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเติบโต


    15/10/2568 | 50 |

    ธนาคารออมสินเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ผลักดันงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมในพื้นที่โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” โดยสร้างสรรค์การท่องเที่ยววิถีใหม่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนเกาะลิบง จังหวัดตรัง ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “Meaningful Travel” – ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น มุ่งพัฒนาเกาะลิบงให้เป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวิถีใหม่ใน 2 ด้าน คือ ด้านการยกระดับการท่องเที่ยวแบบชุมชน และ ด้านการส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ พร้อมจับมือกับ 4 บล็อกเกอร์ชื่อดังของเมืองไทย นำโดย อเล็กซ์ เรนเดลล์ ช่อง Alex Rendell, พลอย Pigkaploy ช่อง Pigkaploy, บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ ช่อง Go Went Go และ โจโฉ-ทรงธรรม สิปปวัฒน์ ช่อง โจโฉ เดินป่า ร่วมถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ธรรมชาติแห่งอันดามัน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นถิ่นในมุมมองของตัวเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว พร้อมกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษ กิจให้กับคนในชุมชน

    “Meaningful Travel” – ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น เป็นแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” ที่วางเป้าหมายการพัฒนาครอบคลุมทุกมิติ โดยยกระดับผ่าน การท่องเที่ยวแบบชุมชน และ การส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ ทั้งในรูปแบบของการจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวผ่าน E-Book ยกระดับกิจการโฮมสเตย์ให้มีมาตรฐาน และสร้างผู้นำเที่ยวชุมชนโดยให้เยาวชนเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราว (Storytelling) ตลอดจนยกระดับผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น และส่งเสริมการตลาดของกลุ่มอาชีพ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยวเกาะลิบงได้ที่เฟซบุ๊กเพจ GSB Society

    โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” ถือเป็นโครงการที่ 2 ต่อจากโครงการ “ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน” จังหวัดน่าน ที่ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมเพื่อให้เป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยึดโยงกับบริบทของพื้นที่ โดยเริ่มดำเนินโครงการลิบงสุขใจฯ ตั้งแต่ปี 2567 ภายใต้แนวคิด “ต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Island)” มีเป้าหมายการพัฒนาเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นบทบาทการพัฒนาสังคม ชุมชน และส่งเสริมการออม ตามภารกิจของธนาคารเพื่อสังคม 

    ที่มา : https://www.thaigov.go.th/th/news/101197


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/431872&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qPL3Ga9a3KP8scNb3ltoj

  • ครม.เศรษฐกิจ เคาะแพคเกจกระตุ้นท่องเที่ยว ลดหย่อนภาษี-เร่งภาครัฐใช้งบอบรมสัมมนา : อินโฟเควสท์

    ครม.เศรษฐกิจ เคาะแพคเกจกระตุ้นท่องเที่ยว ลดหย่อนภาษี-เร่งภาครัฐใช้งบอบรมสัมมนา : อินโฟเควสท์

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในส่วนของการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการทางภาษี ด้วยการนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยวไปหักค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่เกินคนละ 20,000 บาท

    ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวเมืองหลัก จะสามารถหักเป็นค่าลดหย่อนได้ไม่เกิน 1 เท่า ขณะที่เมืองรอง จะสามารถหักเป็นค่าลดหย่อนได้ไม่เกิน 1.5 เท่า ซึ่งจะเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค.นี้

    พร้อมกันนี้ จะมีการกระตุ้นการท่องเที่ยวในส่วนของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งตามปกติจะมีงบสำหรับใช้จ่ายในการอบรม-สัมมนาประจำปีอยู่แล้ว แต่มักจะเป็นการใช้จ่ายในช่วงปลายปีงบประมาณ หรือในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีงบประมาณ ดังนั้น เพื่อให้เป็นการช่วยเร่งฟื้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ จึงมีนโยบายให้เบิกจ่ายงบเพื่อการดังกล่าวภายในเดือนม.ค.69 อย่างน้อย 60% เพื่อช่วงกระตุ้นดีมานด์ระยะสั้นในช่วงนี้

    ส่วนการกระตุ้นระยะยาวนั้น จะมีมาตรการให้ผู้ประกอบการโรงแรม-ที่พัก สามารถนำค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงพัฒนาโรงแรม-ที่พัก มาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 2 เท่า โดยระยะเวลาโครงการจะยาวไปจนถึงสิ้นมี.ค.69 ขณะเดียวกัน กรมสรรพสามิต จะปรับลดอัตราภาษีสถานบริการลงจาก 10% ให้เหลือ 5% และประสานงานกับกรมการปกครอง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกันพิจารณาให้สถานบริการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง เพื่อที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอื่น ๆ จากโครงการของรัฐบาลในระยะถัดไป

    นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ ยังเห็นชอบแนวทางเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ โดยในปีงบประมาณ 2569 นี้ ได้ตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณโดยจะกำหนด KPI แก่หัวหน้าส่วนราชการ ว่าต้องเบิกจ่ายงบประมาณไม่ต่ำกว่า 93% และงบลงทุน ต้องเบิกจ่ายไม่ต่ำกว่า 75%

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/537378&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hAFi_0LfiaJThrHSBQdtV

  • ครม.เศรษฐกิจ เคาะแพ็คเก็จกระตุ้นท่องเที่ยว ลดหย่อนภาษี 2 หมื่น

    ครม.เศรษฐกิจ เคาะแพ็คเก็จกระตุ้นท่องเที่ยว ลดหย่อนภาษี 2 หมื่น

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจนัดแรก ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแพ็คเกจกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยจะเสนอครม.อนุมัติต่อไปใในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีรายละเอียด ได้แก่

    มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว

    ซึ่งให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 หมื่นบาท โดยท่องเที่ยวเมืองหลัก ได้รับสิทธิการลดหย่อน 1 เท่า ขณะที่การท่องเที่ยวเมืองรอง ได้รับสิทธิลดหย่อนสูงสุง 1.5 เท่า สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค.68 

    ทั้งนี้ จะนำข้อเสนอจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยไปพิจารณาด้วย ในเรื่องการกระตุ้นการท่องเที่ยวนิติบุคคล โดยให้บริษัทต่าง ๆ ที่เดิมอาจจะพาพนักงานไปเที่ยวต่างประเทศ หันกลับมาเที่ยวในประเทศไทยแทน และสามารถหักค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดว่าจะหักค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่

    เร่งส่วนราชการเบิกจ่ายงบอบรมสัมนา

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้อนุมัติการกระตุ้นท่องเที่ยวเพิ่มเติม โดยกำหนดให้ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เลื่อนจัดงานสัมนา อบรมจากเดิมเน้นช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ เปลี่ยนเป็นเข้าไปใช้งบประมาณดังกล่าวช่วงต้น (Front load) หรือโดยต้องเบิกจ่ายให้ได้ 60% ภายในม.ค.69 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    “งบประมาณสำหรับราชการมีประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท และรัฐวิสาหกิจประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีงบประมาณสำหรับอบรมสัมมนาอยู่แล้ว ซึ่งตัวเลขการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว 8 เดือนที่ผ่านมาติดลบประมาณ 8% รัฐบาลจึงต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้หน่วยงานภาครัฐเร่งการเบิกจ่าย” 

    ให้สิทธิลดหย่อนโรงแรมรีโนเวทธุรกิจ

    นายเอกนิติ กล่าวว่า จากนโยบาย Quick Big Win กระตุ้นสั้น แต่ได้ผลในระยะยาวนั้น ที่ประชุมได้อนุมัติมาตรการสนับสนุนโรงแรมปรับปรุง รีโนเวทธุรกิจ โดยเฉพาะในเมืองรอง หากมีการปรับปรุงธุรกิจ จะสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ทั้งนี้ ยังขยายขอบเขตไปถึงการลงทุนพัฒนาโรงแรม อาทิ การติดโซลาเซลล์ เพื่อความยั่งยืน และลดค่าใช้จ่ายระยะยาว ซึ่งระยะเวลาโครงการนานถึงเดือนมี.ค.69

    ลดภาษีสถานบริการ เหลือ 5%

    ขณะเดียวกัน ในส่วนของกระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต ยังได้ลดภาษีสถานบริการ จาก 10% เหลือ 5% นอกจากนี้ ยังมีการหารือกับกระทรวงท่องเที่ยว ให้ไปพิจารณาแนวทางเพื่อให้ผู้ประกอบการที่ยังทำธุรกิจไม่ถูกต้อง และต้องเปิดแบบหลบซ่อน ได้เข้าสู่ระบบเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย โดยจะมีการประสานกระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครอง เข้าไปดูแลด้วย

    นายเอกนิติ ยังกล่าวอีกว่า ตามกรอบนโยบาย Quick Big Win นั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังได้ให้กรอบการทำงาน โดยเน้นให้กระทรวงเศรษฐกิจกำหนดนโยบายที่สามารถทำได้รวดเร็ว (Quick) มีผลกระทบใหญ่เพียงพอ (Big) และประชาชนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงและกระจายตัว (Win) โดยต้องคิดถึงผลในระยะยาวด้วย

    อัดซอฟต์โลน 1 แสนล้าน คาดกระตุ้นจีดีพี 0.4%

    ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังเห็นด้วยกับการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยการนำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) จากธนาคารออมสินมาใช้กับธุรกิจการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ในการรีโนเวทสถานประกอบการ วงเงิน 1 แสนล้านบาท ทั้งนี้ รัฐบาลประเมินว่า จากการเดินหน้ามาตรการดังกล่าว รวมถึงโครงการคนละครึ่ง จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.4%

    นอกจากนี้ ยังมีการวางแผน Action Plan ในแต่ละกระทรวงเศรษฐกิจ เพื่อหารือในที่ประชุม ก่อนเสนอครม.ต่อไป สำหรับการประชุมครม.เศรษฐกิจในสัปดาห์หน้านั้น จะมีการหารือถึงมาตรการพลังงานคาดว่าจะมีมาตรการออกมา เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน รวมทั้งจะมีมาตรการภาษี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้รับทราบเพิ่มเติมด้วย 

    “จากนี้จะมีการประชุมครม.เศรษฐกิจทุกสัปดาห์ ยกเว้นบางสัปดาห์ที่นายกฯ ไปประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่มาเลเซีย ซึ่งอาจจะเลื่อนออกไป”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/641468&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OvUuPpZOXIGDBRqlGq3CG

  • สทท.หวัง “คนละครึ่งพลัส” ปลุกท่องเที่ยวปลายปี

    สทท.หวัง “คนละครึ่งพลัส” ปลุกท่องเที่ยวปลายปี

    สทท.หวัง “คนละครึ่งพลัส” ปลุกท่องเที่ยวปลายปี

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่จะเริ่มใช้ได้ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 เป็นมาตรการที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงปลายปี ซึ่งอาจมีส่วนหนุนภาคท่องเที่ยวบางส่วน โดยเฉพาะหากประชาชนนำเงินไปใช้จ่ายในร้านอาหาร เครื่องดื่ม บริการนวดสปา ทำผม ทำเล็บ หรือการเดินทางสาธารณะ เช่น แท็กซี่และรถรับจ้าง

    ขณะที่ผลลัพธ์ที่แท้จริงยังต้องติดตาม เพราะหากประชาชนเลือกใช้สิทธิเพื่อจ่ายในชีวิตประจำวันมากกว่าการท่องเที่ยว เม็ดเงินอาจไม่ไหลเข้าสู่ภาคท่องเที่ยวเท่าที่คาด ขณะที่วงเงินสนับสนุนของโครงการมีจำกัด อาจไม่ครอบคลุมทุกจังหวัดได้ทั่วถึง

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงไฮซีซั่น (ต.ค.- ธ.ค.) ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวหลัก คาดว่าคนไทยจะเดินทางออกต่างจังหวัดมากขึ้น ทำให้โครงการนี้ช่วยกระจายรายได้สู่เมืองรองได้บางส่วน แต่ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียด ซึ่งอาจกระทบต่อบรรยากาศการเดินทางและความคึกคักของตลาดท่องเที่ยวปลายปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000098434&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LCwIbrYsvGTchHSV7pMYR

  • ททท.มั่นใจกินผักภูเก็ตคึกคัก คาดรายได้ทะลุ 22,000 ล้าน นทท. 6 แสนคนแห่ร่วมงาน – ข่าวภูเก็ต

    ททท.มั่นใจกินผักภูเก็ตคึกคัก คาดรายได้ทะลุ 22,000 ล้าน นทท. 6 แสนคนแห่ร่วมงาน – ข่าวภูเก็ต

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Patong Beachfront Tops Land Values, Lifeguards: Phuket’s 1st and last defence || Oct 14

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Patong Beachfront Tops Land Values, Lifeguards: Phuket’s 1st and last defence || Oct 14

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2597-%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581-%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B8-22-000-%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599-%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2597-6-%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2-13599.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J4lVBGAwe9JMX76JJZlMi

  • ‘โฆษกรัฐบาล’ เผยประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกจัดทำโรดแม็พ-แอ๊คชั่นแพลนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 เดือน | เดลินิวส์

    ‘โฆษกรัฐบาล’ เผยประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกจัดทำโรดแม็พ-แอ๊คชั่นแพลนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 เดือน | เดลินิวส์

    ‘โฆษกรัฐบาล’ เผยประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก จัดทำโรดแมป-แอ๊คชั่นแพลน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 เดือน พร้อมเชิญภาคเอกชนนำเสนอความเห็น ก่อนชงเข้า ครม. สัปดาห์หน้า ด้านบรรยากาศลงทะเบียนร้านค้าคนละครึ่งพลัสวันแรกเรียบร้อยดี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5205511/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xjtlEDjlai6ZkxTH_NnD7

  • IMF คาดเศรษฐกิจโลกปีนี้โต 3.2 % เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำสุดในอาเซียน

    IMF คาดเศรษฐกิจโลกปีนี้โต 3.2 % เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำสุดในอาเซียน

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจโลก คาดว่าขยายตัว 3.2% ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนกรกฎาคม ที่ระดับ 3.0% หลังจากมีการขยายตัว 3.3% ในปี 2567

    นอกจากนี้ IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.1% ในปี 2569 ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนกรกฎาคม

    ขณะเดียวกัน IMF คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการขยายตัว 2.0% ในปีนี้ ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนกรกฎาคม แต่ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ในปีหน้า สู่ระดับ 1.6% จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 1.7% หลังจากมีการขยายตัว 2.5% ในปี 2567 และ 2.0% ในปี 2566

    ทั้งนี้ ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของไทยถือว่าต่ำที่สุดในกลุ่ม ASEAN-5 โดย IMF คาดว่าเวียดนามจะมีการขยายตัว 6.5% ในปีนี้ ขณะที่ฟิลิปปินส์ขยายตัว 5.4% อินโดนีเซียขยายตัว 4.9% และมาเลเซียขยายตัว 4.5%

    IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัว 2.0% ในปีนี้ จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 1.9% และคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะมีการขยายตัว 4.8% ขณะที่คาดว่ายูโรโซนจะขยายตัว 1.2% จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 1.0%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000098382&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1I3CJzUFDDwPdQw50HFYQs

  • คิกออฟ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ปลุกเศรษฐกิจ เปิดลงทะเบียนร้านค้าวันแรก

    คิกออฟ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ปลุกเศรษฐกิจ เปิดลงทะเบียนร้านค้าวันแรก

    คิกออฟ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ปลุกเศรษฐกิจ เปิดลงทะเบียนร้านค้าวันแรก

    ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายอัครุตม์ สนธยานนท์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ด้านบริหาร และผู้บริหารธนาคารกรุงไทย นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมชมการเปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง พลัส วันแรก สำหรับร้านค้า พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนร้านค้าเข้าร่วมลงทะเบียน ณ ตลาดนัดหลังกระทรวงการคลัง 

    รมว.คลัง ระบุว่า วันนี้ (15 ต.ค.) เป็นวันแรกของการเปิดลงทะเบียนร้านค้าคนละครึ่ง ทีมงานได้ลงพื้นที่ที่ตลาดนัดหลัง กระทรวงการคลัง เพื่อให้ร้านค้าได้รับทราบข้อมูล โดยร้านค้าสามารถทยอยเข้าลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 19 ธ.ค. 68 

    คิกออฟ 'คนละครึ่ง พลัส' ปลุกเศรษฐกิจ เปิดลงทะเบียนร้านค้าวันแรก

    ทั้งนี้ คนละครึ่งพลัส มีเป้าหมายในการอัดฉีดเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจรวม 88,000 ล้านบาท โดยมาจากเงินสมทบของรัฐบาล 44,000 ล้านบาท และเงินใช้จ่ายของประชาชนอีก 44,000 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มใช้จ่ายได้วันแรกในวันที่ 29 ต.ค.ไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2568 และเชื่อว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากภาวะติดลบในไตรมาสที่ 4 ได้

    คิกออฟ 'คนละครึ่ง พลัส' ปลุกเศรษฐกิจ เปิดลงทะเบียนร้านค้าวันแรก  

    ร้านค้าเดิม หรือผู้ที่เคยเข้าร่วม โครงการคนละครึ่งพลัส มีฐานข้อมูลร้านค้าเดิมประมาณ 900,000 ราย สามารถอัปเดตแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” และกดปุ่มยอมรับเงื่อนไขเพื่อเข้าสู่โครงการคนละครึ่งพลัสได้ทันที ซึ่งถือเป็นความสะดวกสำหรับร้านค้าที่อยู่ในระบบอยู่แล้ว ปัจจุบันมีร้านค้าที่ยังคงมีสถานะการใช้งานอยู่ในระบบเกือบ 1 แสนราย

    ร้านค้าใหม่ ที่ต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการจะต้องเตรียมบัตรประชาชนและรูปถ่ายร้านค้าจริง เพื่อไปยืนยันตัวตนกับสำนักงานเขตหรือกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่ จากนั้นนำหลักฐานไปที่ธนาคารกรุงไทยเพื่อยืนยันว่ามีตัวตนและร้านค้าจริง เมื่อระบบตรวจสอบครบถ้วนภายใน 3 วัน ก็จะสามารถเข้าสู่ระบบแอปถุงเงินได้ ทั้งนี้ ร้านค้าสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้จาก เว็บไซต์คนละครึ่งพลัส.com โดยธนาคารกรุงไทย พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

    คิกออฟ 'คนละครึ่ง พลัส' ปลุกเศรษฐกิจ เปิดลงทะเบียนร้านค้าวันแรก คิกออฟ 'คนละครึ่ง พลัส' ปลุกเศรษฐกิจ เปิดลงทะเบียนร้านค้าวันแรก

    โครงการนี้จะเน้นไปที่ธุรกิจรายเล็กรายย่อย พ่อค้าแม่ค้าในตลาด โดยไม่ได้เปิดให้รายใหญ่หรือโมเดิร์นเทรดเข้าร่วม และครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้นิติบุคคลรายเล็กรายย่อยที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท สามารถเข้าสู่ระบบได้ด้วย จากเดิมที่เปิดให้เฉพาะร้านค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา โดยคาดว่าจะมีร้านค้าร่วมลงทะเบียนในครั้งนี้รวมไม่ต่ำกว่า 9 แสนราย นอกจากนี้ การใช้บริการขนส่งมวลชนยังเปิดให้เข้าร่วม รวมถึงมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่มีใบขับขี่สาธารณะถูกต้อง สามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบกและกระทรวงคมนาคม

    คิกออฟ 'คนละครึ่ง พลัส' ปลุกเศรษฐกิจ เปิดลงทะเบียนร้านค้าวันแรก

    “ผมไปเดินตลาดมา หลายร้านค้าก็บอกว่าได้เริ่มลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว ซึ่งร้านค้าที่เคยอยู่ในระบบอยู่แล้วก็ลงทะเบียนง่ายมาก ส่วนร้านค้าที่ยังไม่อยู่ ก็สามารถไปดาวน์โหลดข้อมูลและไปสมัคร คนละครึ่งพลัส.com ส่วนคนที่ติดปัญหาเดินเข้าไปแบงก์กรุงไทย ไปที่กระทรวงมหาดไทย และหน่วยราชการต่าง ๆ ก็พร้อมจะช่วย ตรงนี้ก็จะทําให้ร้านค้าเข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้น ร้านค้าที่มียอดขายมากขึ้น อย่ากังวลเรื่องจ่ายภาษ ข้อมูลในโครงการคนละครึ่งพลัสเป็น ระบบปิด และเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า ข้อมูลการค้าขายจะไม่ถูกส่งออกไปให้ใคร รวมถึงกรมสรรพากรก็ไม่สามารถนำข้อมูลออกไปได้ อย่างไรก็ตาม การเสียภาษีถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนเมื่อมีรายได้ โดยการทำโครงการครั้งนี้รัฐบาลจะมีการให้แรงจูงใจสำหรับประชาชนที่อยู่ในระบบภาษีอยู่แล้ว กว่า 11 ล้านคน ซึ่งจะได้รับเงินในโครงการมากกว่าผู้ที่ไม่ยื่นภาษี 2,400 บาท”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/economy-business/economy/378968087&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3H4EZqDb1HB8tH4K8ZAIoK

  • “อนุทิน” นำถกครม.ศก.นัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจไทย เติบโต-แก้ปัญหาปากท้องได้

    “อนุทิน” นำถกครม.ศก.นัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจไทย เติบโต-แก้ปัญหาปากท้องได้


    “อนุทิน” นำประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรก มั่นใจ 4 เดือน เศรษฐกิจไทย เติบโต-แก้ปัญหาปากท้องได้ ย้ำแนวทาง Quick Big Win กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว นัดประชุมบ่ายวันจันทร์ ทุกสัปดาห์ 

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางมาที่อาคารรัฐสภา เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2568 ถือเป็นนัดแรกของการประชุม และยังเป็นวันแรกที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนเฉพาะร้านค้า ในโครงการคนละครึ่งพลัส 

    โดยนายเอกนิติ ได้สวมเสื้อโครงการคนละครึ่งพลัส และเดินลงมารอให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีบริเวณชั้น 1 โถงอาคารรัฐสภา

    จากนั้นนายอนุทิน ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ โดยได้กล่าวในที่ประชุม ว่า ต้องขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมประชุมนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกของรัฐบาลนี้ โดยได้มีนโยบายให้มีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจก่อนที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีทั่วไป ซึ่งได้รับคำแนะนำจากนายเอกนิติ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า ในเมื่อเป็นการประชุมด้านเศรษฐกิจแล้วเพื่อเป็นการทำให้การสื่อสารความรวดเร็วและสามารถรับฟังปัญหาได้ ขอให้มีการตั้งเป็นคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจขึ้น ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีตัวแทนภาคเอกชนมาร่วมด้วย และขอขอบคุณประธานสภาภาคเอกชน ที่ได้ให้ความร่วมมือมาร่วมประชุม 

    นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนมีความมั่นใจว่าด้วยความร่วมมือนี้ก็จะสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโต และแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชนได้ แม้จะมีระยะเวลาการบริหารงานแค่ช่วง 4 เดือนนี้ ซึ่งในการดำเนินการต่าง ๆ นั้นจะเน้นในเรื่องของการทำนโยบาย Quick Win หรือตามมติของนายเอกนิติก็คือ Big Quick Win ให้สอดคล้อง กับการบริหารนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มตัว

    สำหรับการประชุมนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในคณะกรรมการได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และใช้วิธีนี้ในการพูดคุยอัพเดทข้อมูลงานที่แต่ละกระทรวงกำลังขับเคลื่อน และมีการแลกเปลี่ยนความคืบหน้าข้อชี้แนะกับทางภาคเอกชนด้วย ซึ่งการขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาลจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความสำเร็จ และเห็นผลสำเร็จภายในระยะเวลาที่เรามีอยู่คือ 4 เดือน ตามแนวคิดกระตุ้นสั้นได้ผลยาว กระจายตัวและเพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ตนได้ขอให้ปลัดกระทรวงและหัวหน้าหน่วยงานด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยซึ่งหลายคนเหล่านี้จะได้เป็นสะพานเชื่อมนำสิ่งที่เราได้หารือในที่ประชุมแห่งนี้ไปให้ส่วนราชการที่ตนได้กำกับดูแล และดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว 

    ในการประชุมวันนี้ขอให้เน้นเรื่องของการคล่องตัวและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เมื่อมีผลของการประชุมออกมาแล้ว เป็นมติของที่ประชุมก็ขอให้เรื่องที่อยู่ภายใต้หน้าที่ของท่านทำตามกฏหมาย หากมีความคืบหน้าอย่างไรขอให้มารายงานในที่ประชุมเพราะที่ประชุมแห่งนี้จะมีการประชุมทุกสัปดาห์ ช่วงบ่ายของวันจันทร์ และถ้ามีความจำเป็นในกรณีที่ต้องมีการใช้มติของหรืออำนาจของ ครม.ในการแก้ไขปัญหาหรือดำเนินการตนก็จะได้นำเรื่อง บรรจุเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป 

    นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้เป็นวันแรกที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนร้านค้าของโครงการคนละครึ่งพลัสด้วย ก่อนจะเชิญสื่อออกจากที่ประชุม

    ก่อนการประชุม นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจวันนี้ ( 15 ต.ค.) ต้องมีการสรุปสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี และจะสอบถามถึงมาตรการ ระยะสั้น ระยะกลาง ส่วนระยะยาวไม่ต้องถามถึงเพราะจะอยู่แค่ 4 เดือน เอาเรื่องที่เราแก้ปัญหาลดความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน

    เมื่อถามว่าวันนี้เป็นวันดีเดย์ในการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสสำหรับร้านค้าเป็นอย่างไรบ้างนั้น นายกรัฐมนตรีได้ให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโชว์เสื้อคนละครึ่ง ก่อนตอบสั้นๆว่าให้ภาพเล่าเรื่อง

    แต่เมื่อเข้าคำถามเรื่องการออกมาตรการแก้ไขปัญหาของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเกาหลีใต้ล่าสุด นายกรัฐมนตรี ตอบสั้นๆว่ามีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว และเมื่อถามถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ประกาศตามหาตัวนายกฯเรื่องแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่นายกรัฐมนตรีไม่ตอบพร้อมขึ้นไปประชุมทันที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/36501&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lVCh8cIkGBhsIusMUOMdY

  • คลัง เตรียมชงมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว เข้าครม.เศรษฐกิจนัดแรก : อินโฟเควสท์

    คลัง เตรียมชงมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว เข้าครม.เศรษฐกิจนัดแรก : อินโฟเควสท์

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ในวันนี้ กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2568 โดยรายละเอียดเบื้องต้น คาดว่าจะให้สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวสำหรับเมืองหลักมาหักลดหย่อนได้ 1 เท่า ส่วนเมืองรองจะให้หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า แต่หากเป็นใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ จะให้หักลดหย่อนได้เพิ่มอีก 1 เท่า ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดขอให้รอการพิจารณาจาก ครม. เศรษฐกิจก่อน

    ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในวันที่ 21 ต.ค. 68 ซึ่งหากไม่มีอะไรติดขัด ก็จะสามารถเริ่มมาตรการได้ทันที โดยให้มีผลถึงสิ้นปี 2568

    “รัฐบาลได้เริ่มเดินหน้าโครงการคนละครึ่ง พลัส ไปแล้ว ในส่วนนั้นเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวนี้ เชื่อว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นภาคการท่องเที่ยวของไทย โดยมาตรการทั้งหมดที่รัฐบาลเร่งผลักดันออกมานั้น มั่นใจว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2568 ที่เงียบ ๆ ฟื้นตัวขึ้นมาได้” นายเอกนิติ กล่าว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/537258&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0amxbimYMctN5kvYki-amu