Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “เอกนิติ” ชูเศรษฐกิจสีเขียวฝ่าวิกฤติ

    “เอกนิติ” ชูเศรษฐกิจสีเขียวฝ่าวิกฤติ

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ด้วยการนำมาตรการภาษีและพลังงานมาเป็นเครื่องมือต่อรอง, การก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และวิกฤติสิ่งแวดล้อม หรือภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น

    “หากเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกว่าวิกฤติไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก รวมถึงวิกฤติพลังงาน เราก็เคยผ่านมาแล้ว แต่จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะวิกฤติพลังงานที่กลับมาอีกครั้ง ดังนั้นต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ได้อย่างไร”

    วิกฤติที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวใน 3 ด้านหลัก คือ 1.การเร่งลงทุนพลังงานสะอาด โดยรัฐบาลเป็นผู้ลงทุนสนับสนุนการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ หรือ Direct PPA และการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลงทุนในสายส่งไฟฟ้า ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ ที่ขณะนี้มีต่างชาติสนใจย้ายฐานการลงทุนเข้ามาในไทยและในอาเซียนมากขึ้น

    2.การปรับตัวทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ให้บริษัทขนาดใหญ่ให้ความช่วยเหลือแก่ธุรกิจขนาดเล็ก ผ่านโครงการพี่ช่วยน้อง โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เหมาะสม ที่เน้นการให้สิทธิประโยชน์ที่มิใช่ภาษีอากรแก่ภาคเอกชน ในการปรับปรุงเทคโนโลยี 3.การปรับตัวสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจสีเขียว เป็นสมาร์ทอินดัสทรี โดยรัฐบาลส่งเสริมให้มีการใช้เอทานอล ที่ผลิตจากอ้อยและมันสำปะหลังในประเทศนำมาผสมในน้ำมันมากขึ้น ช่วยยกระดับสินค้าเกษตร ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) และสามารถรับมือกับภัยพิบัติที่รุนแรงและรวดเร็วมากขึ้น

    “ปีนี้ประเทศไทยจะเผชิญกับภัยแล้งรุนแรง หลังจากปีที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในหลายพื้นที่”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2918885&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ICe9LVZSIrDbTkdS2hKqf

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (10 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (10 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (10 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (10 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 30 สตางค์ต่อลิตร

    ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 69 

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันเบนซิน

    • เบนซิน ลิตรละ 39.14 บาท
    • ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 40.04 บาท (โออาร์)
    • แก๊สโซฮอล์ 97  ลิตรละ 49.54 บาท (บางจาก)
    • แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 30.55 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 30.18 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 28.34 บาท
    • แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 26.29 บาท

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 30.44 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 29.94 บาท (บางจาก)

     ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (10 มี.ค. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/653369&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WM5mPP_UeQXu0LKIK7Eey

  • ​สพฐ.รวมพลังขับเคลื่อนนโยบายศึกษา ดันครูเก่ง-เด็กมีคุณภาพ อย่างยั่งยืน

    ​สพฐ.รวมพลังขับเคลื่อนนโยบายศึกษา ดันครูเก่ง-เด็กมีคุณภาพ อย่างยั่งยืน

    ​สพฐ.รวมพลังขับเคลื่อนนโยบายศึกษา ดันครูเก่ง-เด็กมีคุณภาพ อย่างยั่งยืน

    วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมพบปะและให้กำลังใจผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วย นายพิเชฐร์ วันทอง, นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางอาทิตยา ปัญญา และนางอรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงผู้บริหาร สพฐ. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขตทั่วประเทศ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้อง UB005 อาคาร 99 ปี พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธมฺมปญฺโญ) มหาวิทยาลัยพะเยา จ.พะเยา

    นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การประชุมนี้ มีผู้บริหารส่วนกลางและเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ 245 เขต เข้าร่วม เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. โดยเน้นการพบปะแบบ On-site ปีละอย่างน้อย 4 ครั้ง และใช้แนวทางการทำงานแบบ Bottom up เน้นการมีส่วนร่วม เปิดพื้นที่ให้ผู้ปฏิบัติงานสะท้อนปัญหาและข้อเสนอเชิงนโยบายถึงผู้บริหาร โดยมีประเด็นสำคัญประการแรก คือ การยกระดับโอกาสและคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก มุ่งบริหารจัดการด้านคน เงิน วิชาการ และงานทั่วไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เด็กได้เรียนเต็มศักยภาพ มีทักษะชีวิต อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ และมีอนาคตที่เลือกเองได้

    ประเด็นที่สอง คือ การสร้างขวัญกำลังใจครู ให้สามารถพัฒนาเด็กเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข พร้อมเชื่อมโยงผลงานสู่ความก้าวหน้าทางวิทยฐานะและค่าตอบแทน รวมถึงผลักดันนโยบายบ้านพักครู ทั้งการก่อสร้างและซ่อมแซม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตครูอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนทางด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา สพฐ. ได้ติดตามสถานการณ์รายวัน และให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุ เช่น กรณีเด็กจมน้ำ โดยเน้นเสริมทักษะชีวิตและมาตรการเชิงรุก เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างปลอดภัยจนจบการศึกษา

    ในด้านการพัฒนาบุคลากร ได้เตรียมวางแผนเชิงระบบ จัดทำฐานข้อมูล พัฒนาครูและผู้บริหาร พร้อมผลักดันงบประมาณสนับสนุนคนดีคนเก่งศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างกำลังคนคุณภาพรุ่นใหม่ของ สพฐ. ขณะที่การบริหารงานบุคคลจะปรับหลักเกณฑ์คัดเลือก โดยผนวกความรู้จากการสอบกับผลงานจริง และเตรียมหลักเกณฑ์นำรางวัลระดับชาติ–นานาชาติ มาประกอบการเลื่อนวิทยฐานะอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ส่วนด้านการเงิน บัญชีและพัสดุ ได้เน้นย้ำการปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะโรงเรียนที่เก็บเงินบำรุงการศึกษา ต้องดำเนินการอย่างถูกต้อง ตรวจสอบได้ และยึดหลักธรรมาภิบาล ได้แก่ นิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า

    “นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองแบบเชิงรุก Active Learning ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และขยายผลเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ ซึ่งตลอด 3 วันนี้ เราได้ประชุมหารือร่วมกันอย่างเข้มข้น มีทั้งการติดตามงานเดิม ขับเคลื่อนงานใหม่ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยอย่างรอบด้านและยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/951538&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZP4V3Lv0D7VuYscrqXV4v

  • การแยกพลาสติก จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของระบบจัดการขยะ ที่อาจเปลี่ยนสมการคาร์บอนของโลก – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    การแยกพลาสติก จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของระบบจัดการขยะ ที่อาจเปลี่ยนสมการคาร์บอนของโลก – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    พลาสติกส่วนใหญ่ที่กองพะเนินอยู่บนโลกใบนี้ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ในกระบวนการสกัดวัตถุดิบ การกลั่น และการผลิตเม็ดพลาสติก ล้วนใช้พลังงานและปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมาก

    โดยผลิตภัณฑ์จากพลาสติกที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับผู้บริโภค มีส่วนต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกประมาณ 4.5 เปอร์เซ็นต์ และอาจเพิ่ม 4 เท่าภายในปี ค.ศ. 2050 หากยังคงรูปแบบการผลิตและบริโภคแบบเดิม

    ซึ่งหากนับจากวันแรกที่มนุษยชาติเริ่มผลิตพลาสติก ปัจจุบันโลกแบกรับพลาสติกไว้มาก 8,300 ล้านตัน แต่มีเพียง 9 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล ส่วนที่เหลือจำนวนมากถูกทิ้งหรือสะสมในสิ่งแวดล้อม

    ในบางกรณีพลาสติกถูกเผาเพื่อกำจัดหรือใช้ผลิตพลังงาน แต่กระบวนการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ จำนวนมาก เช่น การเผาพลาสติกอาจปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ยราว 3 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อพลาสติก 1 ตัน

    นั่นเท่ากับว่า การจัดการขยะพลาสติกมีส่วนเร่งเร้าให้วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้รับผลกระทบรุนแรงยิ่งขึ้น 

    การแยกขยะ จุดเล็กๆ ที่กำหนดชะตาพลาสติกทั้งระบบ

    ในระบบจัดการขยะสมัยใหม่ คำว่า ‘รีไซเคิล’ มักถูกพูดถึงบ่อยๆ แต่ความจริงที่สำคัญคือ การรีไซเคิลจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขยะไม่ได้ถูกแยกตั้งแต่ต้นทาง

    พลาสติกที่ถูกทิ้งรวมกับเศษอาหารหรือขยะเปียกมักปนเปื้อนจนไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ผลลัพธ์คือต้องถูกฝังกลบหรือเผาแทน 

    แต่หากมีการแยกตั้งแต่ครัวเรือนหรือชุมชน พลาสติกสามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    งานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการพลาสติกในประเทศไทยพบว่า การแยกขยะตั้งแต่ต้นทางสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิลได้หลายเท่า และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ

    ในกรณีศึกษาหนึ่ง การปรับระบบให้มีการแยกพลาสติกตั้งแต่ต้นทางสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการรีไซเคิลได้กว่า 3 เท่า และลดการปล่อยคาร์บอนจากระบบจัดการขยะได้หลายพันตันต่อปี

    นั่นหมายความว่า ถังขยะที่บ้านหรือที่ทำงาน อาจเป็นจุดเริ่มต้นการตัดสินชะตาของพลาสติกชิ้นหนึ่ง ว่าจะกลายเป็นวัตถุดิบใหม่ หรือกลายเป็นควันคาร์บอนในอากาศ

    รีไซเคิลพลาสติก  ลดพลังงาน ลดคาร์บอน

    เหตุผลที่การรีไซเคิลช่วยลดคาร์บอนได้มาก เพราะเป็นขั้นตอนลดความจำเป็นในการผลิตพลาสติกใหม่จากน้ำมัน

    การรีไซเคิลพลาสติก 1 ตันสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 5,774 กิโลวัตต์ชั่วโมง และลดการใช้น้ำมันดิบกว่า 16 บาร์เรล

    ในหลายกรณี ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิลยังปล่อยคาร์บอนฯ น้อยกว่าการผลิตจากวัตถุดิบใหม่อย่างมาก เช่น ขวดพลาสติกที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลอาจปล่อยคาร์บอนฯ น้อยลงถึง ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการผลิตจากพลาสติกใหม่

    รายงานด้านสิ่งแวดล้อมยังชี้ว่า การรีไซเคิลพลาสติกสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 30–80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการผลิตพลาสติกใหม่

    และหากขยะพลาสติกที่ถูกจัดการอย่างผิดวิธีในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลทั้งหมด ภูมิภาคนี้อาจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 229 ล้านตัน CO₂ เทียบเท่า ภายในปี 2030

    การแยกขยะไม่ใช่เรื่องเล็กในระบบใหญ่

    อย่างไรก็ดี แม้จะมีการจัดการแยกขยะพลาสติกในบ้านหรือในที่ทำงาน แต่นั่นเป็นเพียงส่วนน้อยนิด ปัญหาขยะพลาสติกต้องมองไปถึงโครงสร้างเศรษฐกิจและระบบจัดการทรัพยากรในภาพกว้าง

    ในระบบเศรษฐกิจแบบที่เราคุ้นเคยกับวงจรการผลิตวัตถุดิบ นำมาใช้เสร็จแล้วทิ้ง ถือเป็นความล้าหลังและสุ่มเสี่ยงต่อการทำร้ายโลก จำเป็นต้องเปลี่ยนมุมใหม่ หันมามองในรูปแบบ ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ (circular economy) 

    กล่าวคือ เป็นการนำทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ลดพลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอน

    การแก้ปัญหาอาจต้องเริ่มจากการปรับระบบระดับใหญ่ ทั้งการออกแบบบรรจุภัณฑ์ นโยบายภาครัฐ และโครงสร้างอุตสาหกรรม

    แต่ในเวลาเดียวกัน ระบบทั้งหมดยังต้องพึ่งพาจุดเริ่มต้นเล็กๆ อย่างเช่น การมีถังขยะสองใบในบ้าน การล้างกล่องอาหารก่อนทิ้ง หรือการแยกขวดพลาสติกออกจากเศษอาหาร

    หรือการเริ่มในระดับชุมชน เช่น การสร้างธนาคารขยะระดับชุมชน หรือในสถานการศึกษา  

    แม้เป็นจุดที่ไม่ใหญ่มาก แต่สิ่งเล็กๆ เหล่านี้มีส่วนต่อการพาพลาสติกไปสู่เส้นทางใหม่ แปรเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากร และเป็นสาส์นตั้งต้นในการลดก๊าซคาร์บอนฯ เพื่อสู้กับวิกฤตโลกรวน

    บางครั้ง การเปลี่ยนระบบใหญ่ของโลก อาจเริ่มต้นจากการแยกขยะเพียงชิ้นเดียวในมือเรา

    ในปี 2569 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้จัดทำโครงการชุมชนแม่เปินคาร์บอนต่ำ (Mae Poen Low Carbon) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ และโรงเรียนอนุบาลแม่เปิน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานจากธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด และได้มีการทำบันทึกตกลงความร่วมมือทางการดำเนินโครงการไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568


    เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

    เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ และมีผลิตภาพ และการมีงานที่สมควรสำหรับทุกคน

    8.3 ส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่สนับสนุนกิจกรรมที่มีผลิตภาพ การสร้างงานที่สมควร ความเป็นผู้ประกอบการ ความสร้างสรรค์และนวัฒกรรม และส่งเสริมการเกิดและการเติบโตของวิสาหกิจรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ซึ่งรวมถึงผ่านทางการเข้าถึงบริการทางการเงิน

    เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

    12.5 ลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกัน การลดปริมาณ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ภายในปี 2573

    12.8 สร้างหลักประกันว่าประชาชนในทุกแห่งมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องและความตระหนักถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนและวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ภายในปี 2573

    เป้าหมายที่ 13 ปฎิบัติการอย่างเร่งด่วยเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

    13.3 พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า

    อ้างอิง

    ผู้เขียน

    ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส – เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.seub.or.th/bloging/work/2026-61/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Xk2EUV0J-KvGdsdGgCcDC

  • พม. จับมือเครือข่ายท้องถิ่น เร่งช่วย ด.ช. 12 ปี สุดอาภัพ อยู่ตัวคนเดียว พ่อตาย แม่แยกทาง

    พม. จับมือเครือข่ายท้องถิ่น เร่งช่วย ด.ช. 12 ปี สุดอาภัพ อยู่ตัวคนเดียว พ่อตาย แม่แยกทาง

    Loading…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/fast/content/2918871&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0g0EE_YlQ5lHgRkT8FzzPn

  • “พีช พชร” ครอบครัวร่วมยินดีรับปริญญาใบที่ 2 จาก Oxford ซูมช็อตพิเศษคู่กับแฟนสาว

    “พีช พชร” ครอบครัวร่วมยินดีรับปริญญาใบที่ 2 จาก Oxford ซูมช็อตพิเศษคู่กับแฟนสาว

    “พีช พชร” คว้าปริญญาโทใบที่ 2 จาก Oxford  เฟรมอบอุ่นจากครอบครัว ซูมแฟนสาวคนพิเศษ

    วินาทีนี้ต้องยกให้เป็นพระเอกหนุ่มที่โปรไฟล์ปังที่สุดจริงๆ ค่ะ สำหรับ “พีช-พชร จิราธิวัฒน์” ทายาทหมื่นล้านเครือเซ็นทรัล ที่นอกจากจะสวมบทบาทนักแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว ยังนั่งแท่นเจ้าของธุรกิจ Potato Corner เฟรนช์ฟรายส์ยอดฮิตที่มีสาขาเกือบร้อยสาขา และธุรกิจอื่นๆ มูลค่ารวมกว่าพันล้านบาท ล่าสุด พีช พชร ได้สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนคลับอีกครั้ง ด้วยการคว้าปริญญาโทใบที่ 2 ในวัยเพียง 31 ปี จากมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง University of Oxford ประเทศอังกฤษ

    พีช พชร ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาและนามสกุลดัง แต่เขายังมุ่งมั่นเรื่องการศึกษาอย่างหนัก หลังจากปีที่แล้วเพิ่งรับปริญญาโทใบแรกในสาขา Saïd Business School จาก University of Oxford ปีนี้ พีช พชร คว้าปริญญาโทใบที่ 2 ในสาขา Major Programme Management จาก Keble College มหาวิทยาลัยเดียวกันมาครองได้สำเร็จ ตอกย้ำความเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องความรู้และการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

    บรรยากาศในวันรับปริญญาของ พีช พชร เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่นจริงๆ ค่ะ เมื่อ คุณแม่ส้มชนัดดา คุณแม่ของพีช ได้โพสต์ภาพสุดประทับใจ ควงแขนอดีตสามี ธีรยุทธ์ จิราธิวัฒน์ และลูกๆ แพร พิมพิศา กับ พาย เขมณัฏฐ์ พี่สาวและน้องสาว บินลัดฟ้ามาร่วมแสดงความยินดีกับ พีช พชร อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

    แน่นอนว่าแฟนคลับต่างพากันซูมมองหาหวานใจของ พีช พชร ในวันสำคัญนี้จะได้เห็นหรือเปล่า และจะหวานขนาดไหน

    ก่อนหน้านี้ เจ้าตัวเคยเปิดใจเรื่องหัวใจไว้กับ “คิท เบญจรงคกุล” โดยบอกว่าตอนนี้ตัวเองไม่โสดแล้ว มีแฟนแล้ว คบมา 3-4 ปี ตอนนี้ยังปรับเข้าหากันอยู่เรื่อยๆ ทุกอย่างไม่ใช่ความชอบส่วนตัวของเรา เราไม่ได้เพอร์เฟค เขาก็ไม่ได้เพอร์เฟค เราต้องมีพื้นที่ยอมรับกันและกัน” เป็นคำพูดที่สะท้อนให้เห็นถึงความรักที่เติบโตและเข้าใจกันอย่างแท้จริง 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9877386/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03wzCaKylUwnW8aaXyz6dz

  • องคมนตรีเป็นประธานประสาทปริญญาบัตร SCT นครศรีธรรมราช | TOPNEWS

    องคมนตรีเป็นประธานประสาทปริญญาบัตร SCT นครศรีธรรมราช | TOPNEWS

    วันที่ 9 มี.ค. 2569 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีประสาทปริญญาบัตร แก่บัณฑิตรุ่นที่ 22-23 ประจำปีการศึกษา 2566-2568 ณ อาคารอเนกประสงค์ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะผู้บริหารวิทยาลัย หัวหน้าส่วนราชการ บัณฑิต นักศึกษา ผู้ปกครองร่วมให้การต้อนรับ และร่วมพิธี โดยมี ดร.อุทัย ดุลยเกษม นายกสภาวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ กล่าวรายงาน กิจการของวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ตามพันธกิจ 4 ด้าน ด้านการจัดการเรียนการสอน วิทยาลัยเปิดรับนักศึกษา 3 คณะ ได้แก่ คณะวิทยาการจัดการ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี และคณะศึกษาศาสตร์และสังคมศาสตร์ เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี จำนวน 6 หลักสูตร หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต จำนวน 1 หลักสูตร และหลักสูตรระดับปริญญาโท จำนวน 1 หลักสูตร มีนักศึกษาจำนวน 730 คน โดยวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนมีคุณภาพการศึกษา มีกระบวนการเรียนการสอนที่ทันสมัยเหมาะสมกับเวลาทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ ด้านปฏิบัติการ ด้านคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งดำรงไว้ซึ่งคุณภาพการศึกษา รวมถึงพันธกิจทั้ง 4 ด้าน ทั้งด้านการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม นอกจากนี้ วิทยาลัยได้คำนึงถึงเศรษฐกิจ จึงได้จัดสรรทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาเป็นประจำทุกปี ประกอบด้วย ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่จบจากโรงเรียนเครือข่าย ทุนการศึกษาสำหรับนักกีฬา นักศึกษาทหาร และทุนหอพักฟรี เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง จัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการเรียนผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านเทคนิควิธีการต่าง ๆ

    สำหรับหลักสูตรระดับปริญญาตรี ปฏิบัติสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) ทุกหลักสูตร จัดตั้งศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ เพื่อสร้างผู้ประกอบการ ด้านการวิจัยและนวัดกรรม วิทยาลัยมุ่งพัฒนาองค์ความรู้ ควบดูไปกับการเรียนการสอน ได้ดำเนินโครงการวิจัยในศาสตร์ต่าง ๆ และมีความหลากหลายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชน มีการส่งเสริมสนับสนุนให้ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยในระดับชาติ และดับนานาชาติ มีการจัดประชุมวิชาการระดับชาติเป็นประจำทุกปี และมีวารสารเทคโนโลยีภาคใต้ ได้ผ่านการรับรองคุณภาพของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) และอยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่มที่ 1 ด้านการบริการวิชาการ วิทยาลัยได้ให้บริการวิชาการแก่หน่วยงานภายนอก อาทิ โครงการส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน โครงการหลักสูตรเซฟอาหารไทยมืออาชีพ เป็นต้น ด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม มีการจัดกิจกรรมประเพณี ส่งเสริมผ้าไทย เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมผ่านสถาบันซิว-เสงี่ยมเพื่อภาษาและวัฒนธรรมข้ามชาติ การส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม และกิจกรรมที่แสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างต่อเนื่อง มีผู้สำเร็จการศึกษา 2 รุ่น จำนวน 670 คน เข้ารับปริญปริญญาในครั้งนี้ ประกอบด้วย ระดับปริญญาตรี จำนวน 225 คน ระดับประกาศนิยบัตรบัณฑิต จำนวน 46 คน และระดับปริญญาโท จำนวน 90 คน บัณฑิตฑิตที่รับรางวัล จำนวน 4 คน นักศึกษาที่ได้รับเกียรติบัตรรางวัลธนาคารความดี จำนวน 11 คน และรางวัลทุนนายพ่วง สุวรรณรัฐ จำนวน 2 คน 

    โอกาสนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กล่าวให้โอวาท แสดงความยินดีแก่ผู้สำเร็จการศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ ว่า ปริญญาบัตรที่ได้รับในวันนี้ มีความสำคัญและมีความหมายเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเครื่องรับรองวิทยฐานะของบัณฑิต ซึ่งมีความรู้ความสามารถในด้านวิชาการ และการปฏิบัติ ตามศาสตร์ของสาขาวิชาที่ตั้งใจเล่าเรียน พากเพียรและอุตสาหะ จนสำเร็จการศึกษา สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเอง นำความรู้ความสามารถ ไปสร้างความสำเร็จให้กับตัวเองทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพ ด้านคุณงามความดีต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม รวมทั้งการไปทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1511044&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Tqy4ttpUL3zjy961JUGgW

  • ขอส่งรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569

    ขอส่งรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569

    โดย

    kanthima

    ลงเมื่อ

    09 มีนาคม 2569 14:37

    สคต. ณ กรุงมะนิลา (ฟิลิปปินส์) (TTC, Manila (Philippines))

    12

    รายงานเศรษฐกิจเดือนกุมภาพันธ์ 2568 กุมภาพันธ์ 2569.pdf

    Share :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/hphcfwil837lzvluqlwfe48r&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CPBvbP_qsXhqjPBn8Rt9J

  • พม. จับมือเครือข่ายท้องถิ่น เร่งช่วย ด.ช. 12 ปี สุดอาภัพ อยู่ตัวคนเดียว พ่อตาย แม่แยกทาง

    พม. จับมือเครือข่ายท้องถิ่น เร่งช่วย ด.ช. 12 ปี สุดอาภัพ อยู่ตัวคนเดียว พ่อตาย แม่แยกทาง

    พม. ใกล้คุณ จับมือเครือข่ายท้องถิ่น เร่งช่วย ด.ช. 12 ปี สุดอาภัพ พ่อเสียชีวิต แม่แยกทาง ตาเพิ่งจากไป ที่ จ.นครสวรรค์

    วันที่ 9 มีนาคม 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม กรณี เด็กชายวัย 12 ปี สุดอาภัพ พ่อเสียชีวิต แม่แยกทาง และตาเพิ่งจากไป ที่จังหวัดนครสวรรค์ ว่า ได้รับรายงานจากศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวง พม. โดย ทีม พม.ใกล้คุณ จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย หน่วยงานท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ร่วมกันลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ณ ตำบลเนินศาลา อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เด็กชายอายุ 12 ปี พ่อเสียชีวิต แม่แยกทางกับพ่อแล้วย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น แต่ไม่ได้พาเด็กไปด้วย ทำให้เด็กต้องอาศัยอยู่กับตา แต่ตาเพิ่งมาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ทำให้เด็กต้องอยู่เพียงลำพัง จากนั้น จึงไปอยู่กับลุง อายุ 39 ปี อาศัยในบ้านสภาพเก่าทรุดโทรม ไม่แข็งแรง ไม่เหมาะสมกับการอยู่อาศัย ซึ่งลุงมีอาชีพรับจ้างขุดไม้ล้อม โดยวันหยุด เด็กจะไปช่วยงานกับลุง โดยได้ค่าจ้างวันละ 150 บาท ขณะนี้ ลุงมีภาระหนี้สินจำนวนมาก ทำให้ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ สำหรับเรื่องการศึกษาของเด็กนั้น เด็กกำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความขยัน ใฝ่เรียน และได้รับทุนการศึกษาจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แต่เด็กมีอาการสมาธิสั้น เรียนรู้ช้า ซึ่งเคยรับการรักษาที่โรงพยาบาลโกรกพระ

    นายกันตพงศ์ กล่าวว่า ทีม พม.ใกล้คุณ จังหวัดนครสวรรค์ โดย ศรส.จังหวัดนครสวรรค์ ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือตามภารกิจด้านเด็กของกระทรวง พม. โดยให้คำปรึกษาแนะนำวิธีการเลี้ยงดูเด็กตามพัฒนาการสมวัย และการอุปการะเลี้ยงดูเด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ให้กับลุง , พิจารณาเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง และเงินสงเคราะห์จากกองทุนคุ้มครองเด็ก , ประสานความร่วมมือกับสถาบันเพาะกล้าคุณธรรม จังหวัดพิษณุโลก สังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวง พม. เพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องการศึกษาต่อเนื่อง , ประสานความร่วมมือกับโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 เพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องทุนการศึกษาของเด็ก 

    พร้อมกันนี้ยังได้ประสานความร่วมมือกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กระทรวง พม. , อำเภอโกรกพระ , องค์การบริหารส่วนตำบลเนินศาลา , และสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด เพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและที่อยู่อาศัยที่แข็งแรง ปลอดภัย , ประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลโกรกพระเพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องการรักษาเด็กตามพัฒนาการสมวัย และประสานความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์และองค์การบริหารส่วนตำบลเนินศาลา เพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องการประกอบอาชีพของลุง 

    นอกจากนี้ จะประสานความร่วมมือกับทีมสหวิชาชีพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่ เพื่อร่วมกันวางแผนการให้ความช่วยเหลือเด็กในส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงวางแผนติดตามการให้ความช่วยเหลือเด็กอย่างต่อเนื่องต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2918871&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ozop1YA4z_vWjg71f34RN

  • ครบรอบ 81 ปี ‘สถาปนาคุรุสภา’ พร้อมนำเทคโนโลยีทันสมัย ยกระดับคุณภาพการศึกษา – ครู – ผู้เรียน

    ครบรอบ 81 ปี ‘สถาปนาคุรุสภา’ พร้อมนำเทคโนโลยีทันสมัย ยกระดับคุณภาพการศึกษา – ครู – ผู้เรียน

    วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ครบรอบ 81 ปี  โดยมี ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา พร้อมด้วย คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนผู้รับรางวัล แขกผู้มีเกียรติ และพนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมบุณยเกตุ อาคารหอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ​

    โดย รมช.ศธ. ได้เป็นประธานพิธีบวงสรวง องค์พระพฤหัสบดี สักการะศาลตายาย พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระยาศรีสุนทรโวหาร และ ฯพณฯ ทวี บุณยเกตุ ผู้ก่อตั้งคุรุสภา และพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น รมช.ศธ. พร้อมผู้ร่วมงาน ได้ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 1 นาที

    ในโอกาสนี้ รมช.ศธ. ได้มอบรางวัล “ครูถิรคุณ” เพื่อประกาศเกียรติคุณยกย่องครูผู้เสียสละและมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ โดย รมช.ศธ. ได้มอบรางวัลแด่ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จ.สงขลา โดยมี นายเจษฎา สินสโมสร สามี เป็นผู้รับมอบรางวัลแทน และคณะผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่ธุรการ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อีก 4 ท่าน ได้แก่ นายคมคาย แก้วพรหม, นางสาวสุวรรณา รัตนบุรี, นางสาวขนิษฐา เครือวัลย์ และนางทิพวรรณ เพชรหนู ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ยืนหยัดปกป้องนักเรียนจากเหตุการณ์อันตราย เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 แม้ต้องประสบอันตรายจนผู้อำนวยการโรงเรียนถึงแก่ชีวิต การกระทำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความหมายอันลึกซึ้งของคำว่า “ครู” ที่เป็นทั้งผู้นำและผู้พิทักษ์ศิษย์อย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ รมช.ศธ. ยังได้มอบรางวัลเพื่อเป็นการยกย่องผู้สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน รวมจำนวน 89 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลผู้มีคุณูปการต่อสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 30 รางวัล, รางวัลผู้บริหารภารกิจคุรุสภา ส่วนภูมิภาค ดีเด่น 17 รางวัล, รางวัลผู้บริหารการศึกษาที่ส่งเสริม สนับสนุนผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาดีเด่น ประจำปี 2568 จำนวน 34 รางวัล และรางวัล “คนดี ศรีคุรุสภา” จำนวน 8 รางวัล

    “รางวัล “ครูถิรคุณ” มิได้เป็นเพียงโล่ประกาศเกียรติคุณ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเชิดชูความกล้าหาญ ความเสียสละ และความมั่นคงในจิตวิญญาณแห่งวิชาชีพครู อันเป็นคุณค่าที่สังคมไทยให้ความเคารพยกย่องอย่างสูงสุด สำหรับก้าวต่อไปของคุรุสภา รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ มีทิศทางมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู คุรุสภาจึงต้องมีความพร้อมและปรับตัวสู่การเป็นองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เน้นความคล่องตัว (Agility) ปรับตัวเร็วด้วยข้อมูล (Data-driven) เพื่อนำไปสู่การยกระดับการทำงานและช่วยลดภาระครูได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนเติบโตอย่างมีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน” รมช.ศธ. กล่าว

    ด้าน ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า นับตั้งแต่จัดตั้งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2488 จนถึงปัจจุบัน การดำเนินงานของคุรุสภาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่กำหนดมาตรฐานและควบคุมวิชาชีพครูเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยสร้างครูที่มีคุณภาพ การจัดงานวันนี้เพื่อเป็นการสืบทอดประวัติศาสตร์และเจตนารมย์ของการจัดตั้งคุรุสภาให้เป็นสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มุ่งมั่นดำเนินการด้านการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพให้มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบวิชาชีพและสังคม

    “ก้าวต่อไปของคุรุสภาจะมุ่งมั่นพัฒนาและขับเคลื่อนพันธกิจเพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ และพัฒนาวิชาชีพให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมพัฒนาศักยภาพ ” ครูยุคใหม่“ ที่เปลี่ยนด้วยคุณธรรมและจรรยาบรรณของวิชาชีพ มีจิตวิญญาณความเป็นครู เพื่อสร้างคนดี คนเก่ง มีคุณธรรม และพัฒนาการศึกษาไทยให้มั่นคงยั่งยืนสืบไป” เลขาธิการคุรุสภา กล่าว

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ครบรอบ 80 ปี สถาปนา ‘คุรุสภา’  มุ่งยกระดับวิชาชีพ สร้างครูคุณภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/951512&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FWgPeOA4yIFQ-3vfuiNHz