Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศวันนี้ 09/03/69

    อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศวันนี้ 09/03/69

    วันที่ 9 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ประจำวันที่ 9 มี.ค.69 ว่า อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเป็นสกุลเงินตราต่างๆ ตามเวลา 08.30 น. (ตามตารางประกอบข้างล่าง) โดยเงินดอลลาร์สหรัฐรับซื้อ 31.67 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ ขายออก 32.39 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/133606&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bHWRCqHP2zGnr58HdRONq

  • บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 09 มีนาคม 2569 – InterGold

    บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 09 มีนาคม 2569 – InterGold

    กลยุทธ์ : เตรียมขึ้นได้แล้ว
    แนวรับ : $5,000 หรือ 76,500
    แนวต้าน : $5,200 หรือ 78,500

    .

    ทำไมราคาทองคำถึงร่วงลง ทั้งที่ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล? ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะลุกลามจนกลายเป็นแรงหนุนรอบใหม่ให้ทองคำหรือไม่? วิกฤตซัพพลายเชนที่กระทบทั้งพลังงาน กำมะถัน และฮีเลียม จะกดดันเศรษฐกิจโลกมากแค่ไหน? ตัวเลขเงินเฟ้ออย่าง CPI และ Core PCE ที่กำลังจะประกาศ จะทำให้ Fed ชะลอการลดดอกเบี้ยหรือไม่? และพฤติกรรมราคาที่มักถูกทุบช่วงกลางคืนก่อนฟื้นในช่วงเช้า กำลังส่งสัญญาณว่าทองคำเริ่มเข้าสู่จังหวะ “เตรียมขึ้นได้แล้ว” หรือไม่

    .

    กลยุทธ์วันนี้คือ เตรียมขึ้นได้แล้ว โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 76,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 5,200 ดอลลาร์ หรือประมาณ 78,500 บาท ท่ามกลางบรรยากาศการเงินโลกที่ผันผวนอย่างหนักจากราคาน้ำมันที่พุ่งแรงและการเปลี่ยนแปลงเวลาทำการของตลาดโลก ทำให้นักลงทุนทองคำต้องจับตาหลายปัจจัยพร้อมกัน

    แม้โดยปกติทองคำจะถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในรอบนี้กลับเกิดภาพ “ทองร่วงสวนทางน้ำมัน” เพราะเมื่อราคาน้ำมันพุ่งขึ้นรวดเร็ว ตลาดหุ้นทั่วโลกมักปรับตัวลงแรง นักลงทุนจำนวนหนึ่งจึงจำเป็นต้องขายทองคำเพื่อนำเงินไปเติมมาร์จิ้นหรือพยุงพอร์ตที่ขาดทุน ส่งผลให้ทองคำถูกกดดันในระยะสั้น แม้ภาพใหญ่ยังมีปัจจัยหนุนอยู่ก็ตาม

    ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์ตะวันออกกลางยังตึงเครียดมากขึ้น หลังอิหร่านได้ผู้นำใหม่ที่มีแนวคิดแข็งกร้าว ส่งผลให้เกิดการปะทะและโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในหลายพื้นที่ ความไม่แน่นอนที่ขยายวงกว้างไปหลายประเทศ กลายเป็นแรงหนุนสำคัญให้ราคาน้ำมันยืนในระดับสูง และยิ่งเพิ่มความเปราะบางให้กับตลาดการเงินโลก

    ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่พลังงานเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงซัพพลายเชนของวัตถุดิบสำคัญอย่างกำมะถันและฮีเลียม ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีโดยตรง เมื่อห่วงโซ่อุปทานสะดุด หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีก็ยิ่งเผชิญแรงกดดันมากขึ้น ทำให้ภาพเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงชะลอตัวในวงกว้าง

    ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังรอตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญอย่าง CPI และ Core PCE ซึ่งแม้อาจยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสงครามได้เต็มที่ แต่ถ้าออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจทำให้นักลงทุนกังวลว่า Fed จะยังคงดอกเบี้ยสูงต่อไป หรือเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปอีก นั่นจะเป็นอีกตัวแปรที่เพิ่มความผันผวนให้กับทองคำในระยะสั้น

    อีกประเด็นที่น่าสนใจคือพฤติกรรมราคาในช่วงหลังปรับเวลา Daylight Saving ซึ่งพบรูปแบบ “ตบดึก ขึ้นเช้า” ชัดเจนขึ้น โดยช่วงกลางคืนมักมีแรงขายกดราคาลงแรง ขณะที่ช่วงเช้าถึงบ่ายราคามักรีบาวด์กลับขึ้นมาได้ ทำให้กลยุทธ์การสะสมในจังหวะที่ราคาถูกทุบลงแรงบริเวณแนวรับสำคัญ เช่น 5,000 ดอลลาร์ หรือโซน 76,000–77,000 บาท กลายเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่รอจังหวะเข้าซื้อ

    .

    สรุป :

    ภาพรวมของทองคำตอนนี้ แม้จะถูกกดดันระยะสั้นจากแรงขายเพื่อนำเงินไปพยุงพอร์ตหุ้น แต่โครงสร้างใหญ่ยังเริ่มกลับมาเป็นบวกมากขึ้น ทั้งจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันที่อยู่สูง ความเปราะบางของซัพพลายเชน และโอกาสที่เงินเฟ้อจะยังไม่ลดลงง่าย ๆ เมื่อรวมกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเหนือ 32 บาทต่อดอลลาร์ ยิ่งเป็นแรงเสริมให้ราคาทองคำในประเทศมีโอกาสปรับขึ้นได้แรงกว่าราคาโลก ดังนั้นภาพของตลาดในรอบนี้จึงยังมองได้ว่าเป็นช่วง “เตรียมขึ้นได้แล้ว” โดยเน้นสะสมเมื่ออ่อนตัวแถวแนวรับ และรอขายทำกำไรเมื่อราคาฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน

    .

    บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD

    .

    #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา

    สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/analyze-09-mar-2026/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CVlYemymREoszQ4BizrsC

  • นายกฯ เรียกถกด่วนทีมเศรษฐกิจ รับมือราคาน้ำมันโลกพุ่ง จับตา G7 ปล่อยสต็อก กำหนดมาตรการเย็นนี้

    นายกฯ เรียกถกด่วนทีมเศรษฐกิจ รับมือราคาน้ำมันโลกพุ่ง จับตา G7 ปล่อยสต็อก กำหนดมาตรการเย็นนี้

    นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วนทีมเศรษฐกิจและพลังงานที่ทำเนียบรัฐบาล หารือแนวทางรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกผันผวน หลังกลุ่มประเทศ G7 ปล่อยน้ำมันสำรอง หวังสกัดราคาพุ่ง เตรียมแถลงมาตรการชัดเจนภายหลังประชุม

    บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมด่วนทีมเศรษฐกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางบริหารจัดการสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นและมีความผันผวนในช่วงนี้

    โดยได้เชิญนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าหารือถึงมาตรการดูแลสถานการณ์พลังงานและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

    ก่อนเข้าร่วมประชุม นายเอกนิติ เปิดเผยว่า จะเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรีถึงทิศทางราคาน้ำมันโลก โดยระบุว่าล่าสุดราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังจากกลุ่มประเทศ G7 ออกมาตรการปล่อยน้ำมันสำรองออกสู่ตลาด ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันเกิดความผันผวน

    ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมกับนายกรัฐมนตรี จะมีการแถลงข่าวถึงผลการหารือ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/282669&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TsvCJtmlACSe3Qq3tIQZG

  • พล.อ.รังษี ชี้กัมพูชายั่วยุไทยขอเข้าสู่โต๊ะเจรจาเปิดด่าน แฉเศรษฐกิจกัมพูชาพัง น้ำมันลิตรละ 250 บาท

    พล.อ.รังษี ชี้กัมพูชายั่วยุไทยขอเข้าสู่โต๊ะเจรจาเปิดด่าน แฉเศรษฐกิจกัมพูชาพัง น้ำมันลิตรละ 250 บาท

    พล.อ.รังษี เผย ที่กัมพูชายั่วยุทหารไทยในพื้นที่หน้าแนว เพื่อปลุกปั่นหวังขอเข้าสู่โต๊ะเจรจาให้ไทยเปิดด่าน หลังเศรษฐกิจในประเทศพัง บอกตอนนี้น้ำมันที่กัมพูชาราคาสูงถึงลิตรละ 250 บาท 

    วันที่ 9 มีนาคม 2569 พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ และอดีตที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวไทยรัฐทีวี ถึงสถานการณ์ชายแดนในพื้นที่ซำแต จังหวัดศรีสะเกษ ที่มีทหารกัมพูชาเข้ามายั่วยุถึงหน้าแนวรั้วลวดหนาม อีกทั้งยังสังเกตได้ว่าช่วงนี้มีการยั่วยุ และคุกคามบ่อยเพิ่มมากขึ้น เป็นเพราะตอนนี้กัมพูชาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ขึ้นสู่โต๊ะเจรจาให้ได้ ดังนั้นการยั่วยุ ปลุกปั่น แบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายจนนำขึ้นสู่การเจรจาได้

    พลเอกรังษี ระบุว่า สาเหตุที่กัมพูชาอยากขึ้นสู่โต๊ะเจรจา ก็เป็นเพราะอยากให้ไทยเปิดด่าน เพราะหลังจากที่มีการปิดด่านไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เศรษฐกิจในประเทศของกัมพูชาเรียกได้ว่าพังเละเทะ ยิ่งมาเกิดภาวะสงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ยิ่งทำให้เศรษฐกิจพังหนักไปกว่าเดิม ล่าสุดได้ข้อมูลว่าราคาน้ำมันในกัมพูชาพุ่งสูงขึ้นลิตรละ 250 บาท นั่นจึงทำให้ทหารกัมพูชามีการยั่วยุ ปลุกปั่น ทหารไทยในแนวหน้า เพื่อให้เกิดความวุ่นวายหรือเกิดการปะทะ เพื่อจะขอขึ้นสู่โต๊ะเจรจา

    แต่อย่างไรก็ตามตนเองเชื่อว่าทางกองทัพมีการเตรียมความพร้อมเอาไว้อยู่แล้ว และถ้าหากมีความจำเป็นจะต้องตอบโต้กลับจริง จนนำไปสู่การปะทะครั้งที่ 3 ในครั้งนี้อยากให้มีการเปิดพื้นที่รบรุกเข้าไปถึงกัมพูชา พร้อมขู่ไปเลยว่าถ้าหากมีการยิงใส่พื้นที่ของประชาชน จะถล่มบ่อนคาสิโนให้ราบคราบ ซึ่งถ้าหากเกิดการปะทะขึ้นจริง ครั้งนี้แนะนำว่ากองทัพอย่ารบยืดเยื้อ ต้องรบอย่างเด็ดขาดและหนักหน่วง

    ส่วนการสร้างกำแพงในพื้นที่ชายแดน ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะเงียบไป ตนเองเชื่อว่าคงเป็นเพราะรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ได้ตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ตนเองเชื่อว่าหากรัฐบาลสามารถตั้งได้ การสร้างกำแพงตามแนวชายแดน รวมถึงการยกเลิก MOU 43-44 ที่ทางนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยบอกเอาไว้ว่าจะทำคงได้ดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2918858&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3W_wy7cNfU6O0bl_FzQUlC

  • ทองคำทรุด เเต่ไม่หลุด $5,000 โอกาสเข้าซื้อมาเเล้ว?? – InterGold

    ทองคำทรุด เเต่ไม่หลุด $5,000 โอกาสเข้าซื้อมาเเล้ว?? – InterGold

    ทองคำทรุด เเต่ไม่หลุด $5,000 โอกาสเข้าซื้อมาเเล้ว??

    .

    Dow Jones ร่วงหนัก กดดันทองคำ จังหวะนี้ควรซื้อทองหรือไม่?

    เมื่อ Dow Jones ร่วงแรงและตลาดขาดสภาพคล่อง ราคาทองคำถูกกดดัน นักลงทุนควรใช้จังหวะนี้เข้าซื้อทองคำหรือไม่?

    ในช่วงที่ตลาดหุ้นร่วงแรง นักลงทุนจำนวนมากอาจถูกบังคับขายสินทรัพย์เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ส่งผลให้ราคาทองคำถูกกดดันในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตและธนาคารกลางต้องอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบในอนาคต การย่อตัวของทองคำอาจกลายเป็นโอกาสสำหรับการทยอยสะสมในระยะยาว

    ในช่วงเวลานี้โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะการโจมตีแหล่งผลิตและโรงกลั่นน้ำมัน ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างรวดเร็ว ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นกำลังกดดันเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัว ในขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่

    ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญภาวะสภาพคล่องตึงตัวอย่างหนัก ดัชนีดาวโจนส์ที่ปรับตัวลงอย่างรุนแรงได้สร้างแรงกดดันต่อนักลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เลเวอเรจในการลงทุน เมื่อราคาสินทรัพย์ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนบางส่วนจึงจำเป็นต้องขายสินทรัพย์เพื่อรักษาระดับหลักประกันของพอร์ตการลงทุน

    สถานการณ์ที่เรียกว่า Force Sell นี้มักทำให้เกิดการขายสินทรัพย์ทุกประเภทที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย รวมถึงทองคำ แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยก็ตาม การขายดังกล่าวจึงกลายเป็นแรงกดดันระยะสั้นต่อราคาทองคำในตลาดโลก

    อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและตลาดที่ขาดสภาพคล่องมักเป็นจุดเริ่มต้นของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยเฉพาะจากธนาคารกลางสหรัฐ หากเศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย ธนาคารกลางมีแนวโน้มต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เช่น Quantitative Easing (QE) หรือการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบการเงิน

    อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องมีการต่ออายุหนี้ในปริมาณมหาศาล ประกอบกับแรงกดดันด้านความมั่นคงและงบประมาณทางทหารที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเพิ่มโอกาสที่สหรัฐฯ จะต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ

    เมื่อประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องเพิ่มการใช้จ่ายและอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจโลกก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การอ่อนค่าของสกุลเงินและการลดลงของความเชื่อมั่นต่อระบบการเงิน ในช่วงเวลาเช่นนี้ ทองคำมักกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง

    ในมุมมองเชิงกลยุทธ์ ราคาทองคำในปัจจุบันได้ยกระดับฐานราคาใหม่ขึ้นมารับความเสี่ยงด้านสงครามและเศรษฐกิจแล้ว โดยระดับราคาที่นักลงทุนจำนวนมากจับตาคือบริเวณ 5,000 ถึง 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นโซนแนวรับสำคัญในภาพใหญ่ของตลาด

    อีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดคือข่าวเกี่ยวกับ การเจรจาสันติภาพ เพราะทุกครั้งที่ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณของการลดความตึงเครียด ราคาทองคำมักเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้น หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว ราคาทองคำอาจปรับตัวลงมาทดสอบบริเวณ 5,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 76,500 บาทสำหรับทองคำแท่งไทย

    อย่างไรก็ตาม การย่อตัวในลักษณะนี้อาจไม่ใช่สัญญาณของแนวโน้มขาลงในระยะยาว แต่กลับอาจกลายเป็นจังหวะสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการทยอยสะสมทองคำตามหลัก Healthy Investment เพราะแม้สงครามจะสิ้นสุดลงได้ในที่สุด แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นแล้วมักต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัว

    ท้ายที่สุด หากเศรษฐกิจโลกต้องพึ่งพาการพิมพ์เงินเพื่อแก้ไขวิกฤต ระบบการเงินอาจเผชิญแรงกดดันจากการเสื่อมค่าของสกุลเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ historically มักผลักดันให้ราคาทองคำเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว

    .

    เขียนโดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD

    รับชมเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/JSrlZ8oC7yo

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @intergold  

    คลิกที่ลิงค์สำหรับเพิ่มเพื่อน : https://page.line.me/intergold

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/gold-09-03-69/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13h-E7pkXFAA7yopsWDxyr

  • กรมการพัฒนาชุมชน เปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ปักหมุดแม่สาย เชียงราย ยกทัพมรดกภูมิปัญญาและนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

    กรมการพัฒนาชุมชน เปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ปักหมุดแม่สาย เชียงราย ยกทัพมรดกภูมิปัญญาและนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

    กรมการพัฒนาชุมชน เปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ปักหมุดแม่สาย เชียงราย ยกทัพมรดกภูมิปัญญาและนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน


    9/03/2569 | 46 | |

    กรมการพัฒนาชุมชน เปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ปักหมุดแม่สาย เชียงราย ยกทัพมรดกภูมิปัญญาและนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

    วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 น. ณ โครงการเจมสโตนซิตี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ณ จุดดำเนินการจังหวัดเชียงราย โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และกลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างคึกคัก โดย นางนิตยา ดีสุวรรณ์ พัฒนาการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวรายงานการจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนใน 3 มิติหลัก ได้แก่ สืบสาน นำทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาสินค้า สร้างโอกาส เพิ่มช่องทางการตลาดและรายได้ให้ผู้ประกอบการ เรียนรู้ เสริมทักษะการบริหารจัดการและการตลาดยุคใหม่ เพื่อเดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน เพิ่มช่องทางการตลาด และสร้างรายได้หมุนเวียนให้แก่เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ชายแดน

    การจัดงานในครั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “Heritage & Innovation มรดกแห่งภูมิปัญญา นวัตกรรมแห่งอนาคต” เพื่อสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นควบคู่ไปกับการนำนวัตกรรมมาพัฒนาสินค้าให้มีความทันสมัย มีมาตรฐานสากล และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยกำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 13 มีนาคม 2569 เพื่อให้ชาวแม่สายและจังหวัดเชียงรายได้ร่วมสนับสนุนสินค้าจากภูมิปัญญาไทยคุณภาพเยี่ยมในที่เดียว

    สำหรับไฮไลต์สุดพิเศษภายในงาน ประกอบด้วย :

    – ช้อปสะใจกว่า 200 บูท: รวมสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP คุณภาพเยี่ยมจากทั่วประเทศ ทั้งงานคราฟต์ งานฝีมือ และของดีไซน์ล้ำสมัยที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี

    – โซน OTOP ชวนชิม: อิ่มอร่อยกับเมนูรสเด็ด แซ่บถึงใจที่ยกขบวนความอร่อยมาจากทั่วไทย

    – เดินสบายในโดมแอร์: จัดเต็มความสะดวกสบายด้วย “เต็นท์โดมติดแอร์” ขนาดใหญ่ เย็นฉ่ำตลอดทั้งงาน เหมาะสำหรับมาเที่ยวชมกันทั้งครอบครัว

    – นาทีทองและลุ้นโชค: กิจกรรมสินค้าราคาพิเศษทุกวัน พร้อมร่วมลุ้นรับรางวัลใหญ่ “ทองคำ” และ Gift Voucher ตลอดการจัดงาน

    – มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง: สนุกกับศิลปินชื่อดังทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

    กรมการพัฒนาชุมชน มุ่งหวังให้งาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ในครั้งนี้ เป็นเวทีสำคัญในการกระจายโอกาสและสร้างรายได้สู่ฐานราก พร้อมทั้งสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่พี่น้องประชาชนผ่านการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของคนไทย

    พิกัดความสุข : OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน (แม่สาย เชียงราย)

    วันที่: 7 – 13 มีนาคม 2569

    สถานที่: โครงการเจมสโตนซิตี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

    เวลา: 10.00 – 21.00 น. (เข้าชมฟรีตลอดงาน)

    จัดโดย: กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

    มาร่วม “ช้อป ชิม ชม” และส่งต่อกำลังใจให้ผู้ประกอบการ OTOP ในมหกรรมความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีของแม่สาย

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย

    #OTOP


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/334096&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00gZESCLQ0SwoGAREACJuv

  • กรมการพัฒนาชุมชนจัดยิ่งใหญ่ 52 ปี แห่งความสำเร็จ “มหกรรมการออม” ชูพลังทุนชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคงและยั่งยืน

    กรมการพัฒนาชุมชนจัดยิ่งใหญ่ 52 ปี แห่งความสำเร็จ “มหกรรมการออม” ชูพลังทุนชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคงและยั่งยืน

    กรมการพัฒนาชุมชนจัดยิ่งใหญ่ 52 ปี แห่งความสำเร็จ “มหกรรมการออม” ชูพลังทุนชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคงและยั่งยืน


    9/03/2569 | 35 | |

    กรมการพัฒนาชุมชนจัดยิ่งใหญ่ 52 ปี แห่งความสำเร็จ “มหกรรมการออม” ชูพลังทุนชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคงและยั่งยืน

    วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องสัมมนา 3003 ชั้น 3 กรมการพัฒนาชุมชน นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “มหกรรมการออม 52 ปี ทุนชุมชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก” เนื่องในวาระครบรอบ 52 ปี วันคล้ายวันก่อตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เพื่อรณรงค์สร้างวินัยทางการเงินและส่งเสริมการออมในระดับชุมชนทั่วประเทศ นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้อ่านสารจากอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของ “กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” ซึ่งเป็นกองทุนชุมชนที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักการช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผ่านการออม “เงินสัจจะสะสม” อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนับเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคน พัฒนาเศรษฐกิจ และพัฒนาสังคม จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2517 ณ จังหวัดเชียงใหม่และสตูล จนก้าวสู่ปีที่ 52 ในวันนี้

    ภายในงานมีการจัดกิจกรรมและนิทรรศการที่น่าสนใจมากมาย อาทิ:

    ✅ การจัดแสดงผลความสำเร็จ: จากคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต 4 จังหวัดต้นแบบ ได้แก่ จ.ชลบุรี, จ.ชัยภูมิ, จ.เชียงราย และ จ.สงขลา

    ✅ พลังเครือข่ายภาคี: ความร่วมมือจากสถาบันการเงินชั้นนำ ทั้งธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน), กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.), ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่มาร่วมให้ความรู้และส่งเสริมการออมอย่างเป็นระบบ

    กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จตลอด 52 ปีที่ผ่านมา แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการมีวินัยทางการเงิน เพื่อให้ทุนชุมชนกลายเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงสืบไป

    #กรมการพัฒนาชุมชน

    #กระทรวงมหาดไทย


    X-Twitter Line Tiktok Instagram QRCode



    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/334093&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mmUcILHZOxgSs-mBsSS1m

  • “ตรีนุช” ยืน 5 มาตรการแรงงานกัมพูชา หลังรับฟังข้อเสนอ “สภาอุตสาหกรรม-หอการค้า-สมาคมธนาคารไทย” ขอผ่อนผันแรงงานสัญชาติกัมพูชา หวั่นขาดแคลนแรงงาน ส่งผลกระทบเศรษฐกิจ

    “ตรีนุช” ยืน 5 มาตรการแรงงานกัมพูชา หลังรับฟังข้อเสนอ “สภาอุตสาหกรรม-หอการค้า-สมาคมธนาคารไทย” ขอผ่อนผันแรงงานสัญชาติกัมพูชา หวั่นขาดแคลนแรงงาน ส่งผลกระทบเศรษฐกิจ

    วันที่ 9 มีนาคม 2569 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เดินทางมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชา ในภาคอุตสาหกรรม ภาคก่อสร้าง และภาคเกษตรกรรม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ว่า การประชุมในวันนี้ ตนได้รับฟังความเดือดร้อนของภาคเอกชนที่มีความกังวลและเข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยในหลักการของกระทรวงแรงงาน ขอยืนยันใน 5 มาตรการหลัก ดังนี้
    1. การประชุมหารือในวันนี้ เป็นการรับฟังข้อความกังวล ความเดือดร้อนของภาคเอกชนและข้อเสนอแนะต่างๆ
    2. หลักการของการบริหารจัดการแรงงานสัญญาติกัมพูชาในประเทศไทย คือ ไม่มีการรับแรงงานกัมพูชาเข้าประเทศ แต่จะบริหารจัดการแรงงานที่มีอยู่ที่เคยได้รับใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยและใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ
    3. แรงงานสัญญาติกัมพูชาทั้งหมดที่จะทำงานอยู่ในประเทศไทยต้องเป็นแรงงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและมีนายจ้างเป็นผู้รับรองว่าเป็นแรงงานในสังกัดของนายจ้างรายนั้นๆ อย่างชัดเจน
    4. มาตรการทั้งหมดที่จะดำเนินการ จะต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยทุกมาตรการที่ออกมากระทรวงแรงงานจะประสานกับฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิด
    5.ได้สั่งการให้กรมการจัดหางาน จัดทำมาตรการรองรับที่รัดกุม ชัดเจน สามารถควบคุม กำกับ ติดตามแรงงานได้ตลอดเวลา

    ส่วนที่มีการปล่อยข่าวจนเกิดความสับสนว่าประเทศไทย จะเปิดด่านหรือเปิดประเทศ นั้น นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไทยยังไม่มีนโยบายที่จะเปิดประเทศหรือด่านชายแดนที่ติดกับกัมพูชาในทุกกรณี

    รมว.แรงงาน กล่าวว่า บทบาทของกระทรวงแรงงานคือการทำหน้าที่ กำกับ ติดตาม และป้องกันผลกระทบด้านแรงงาน หากแรงงานหายไปจากระบบ ซึ่งทางภาคเอกชนมีความต้องการที่จะส่งสัญญาณมายังรัฐบาล ผ่านทางกระทรวงแรงงาน เพื่อให้ผ่อนผันให้แรงงานสัญชาติกัมพูชาอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานต่อไปได้อีก 6 เดือน โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานสัญชาติกัมพูชาตามมติ ครม. 24 ก.ย. 67 ที่ได้รับอนุญาตทำงานถึง 31 มี.ค. 69 ซึ่งกระทรวงแรงงานจะพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้ดีที่สุด

    “หน้าที่ของกระทรวงแรงงาน คือ ทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายมีความเดือดร้อนน้อยที่สุด หรือ หากจะผ่อนผันให้แรงงานสามารถทำงานได้ต่อ ก็ต้องมีมาตรการที่เข้มข้นในการจัดระเบียบให้อยู่ในที่ในทาง ซึ่งเรื่องนี้ได้สั่งการให้อธิบดีกรมการจัดหางานประสานกับฝ่ายความมั่นคง ให้ดำเนินการเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนและมีมาตรการที่รัดกุมขั้นสูงสุดอยู่แล้ว” นางสาวตรีนุช กล่าว

    ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ของแรงงานกัมพูชาในประเทศไทย ว่า ปัจจุบันแรงงานสัญชาติกัมพูชาตามมติ ครม. 24 ก.ย. 67 ที่ได้รับอนุญาตทำงานถึง 31 มี.ค. 69 มีอยู่ประมาณ 53,809 คน และกลุ่ม MOU ครบวาระ 4 ปี ที่จะหมดอายุระหว่าง พ.ย. 68 – ธ.ค. 69 อีกประมาณ 85,117 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นแรงงานกลุ่มเดิมที่ได้รับการอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยอยู่แล้ว และยังอยู่ในประเทศไทย ส่วนแรงงานเก็บผลไม้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะในจังหวัดภาคตะวันออก ได้เสนอให้ผ่อนผันให้คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาที่ถือ Border pass ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ประมาณ 6,072 คน อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และสามารถทำงานต่อไปได้อีก 3 เดือน ตามแนวทางที่กระทรวงแรงงานกำหนด

    อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ในส่วนของการประสานกับฝ่ายความมั่นคงอย่างเคร่งครัดตามนโยบายของรมว.แรงงาน ขณะนี้ได้มีการประสานเพื่อตรวจสอบประวัติกับฝ่ายความมั่นคง เพื่อวางกรอบแนวทางที่เข้มแข็งในการดูแลแรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้อย่างเป็นระบบภายใต้เงื่อนไขที่ชัดเจน พร้อมทั้งให้นายจ้างรับผิดชอบในการกำกับ ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด โดยพิจารณาถึงความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญด้วย และหากแรงงานต่างด้าวมีพฤติกรรมที่ส่งผลต่อความมั่นคง จะส่งกลับประเทศต้นทางทันที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1002405&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0o4S8Bp-gsIR6EyJNdJMOq

  • โลกเปลี่ยนเร็ว การศึกษาต้องเปลี่ยนทัน มาร่วมค้นหาคำตอบ คนที่อนาคตเลือก?

    โลกเปลี่ยนเร็ว การศึกษาต้องเปลี่ยนทัน มาร่วมค้นหาคำตอบ คนที่อนาคตเลือก?

    โลกเปลี่ยนเร็ว การศึกษาต้องเปลี่ยนทัน มาร่วมค้นหาคำตอบ คนที่อนาคตเลือก?

    โลกเปลี่ยนเร็ว การศึกษาก็ต้องเปลี่ยนตาม CP ALL Education Forum 2026 เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนไอเดีย “สร้างคน” พร้อมจริงสำหรับอนาคต Future-Ready People

    CP ALL Education Forum 2026: ปั้นคนรุ่นใหม่ให้เป็น “คนที่โลกอนาคตเลือก”

    ในโลกที่ความสำเร็จในอดีตไม่ใช่เครื่องการันตีอนาคต บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับเครือข่ายทางการศึกษาอย่าง PIM, PAT และสาธิตปัญญาภิวัฒน์ จัดงาน CP ALL Education Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Future-Ready People: คนที่โลกอนาคตเลือก” เพื่อสะท้อนความจำเป็นของการปรับตัวในยุคสมัยใหม่ โดยนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ได้ถอดรหัสปรัชญา “หมากล้อม” มาใช้ในการพัฒนาคน เน้นการมองภาพรวม คิดเป็นระบบ และสร้างสมดุล เพื่อเปลี่ยนบทบาทของภาคธุรกิจจากการเป็นเพียงผู้ใช้แรงงาน สู่การเป็น “ผู้ร่วมสร้างคน” ที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

    เวทีเสวนาในหัวข้อ “No Fixed Path” และช่วง Special Talk ได้ตอกย้ำว่านิยามของ “ความเก่ง” ในปัจจุบันไม่ใช่แค่คะแนนสอบ แต่คือทักษะการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) ความยืดหยุ่น และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและ Influencer ร่วมแชร์มุมมองว่า เส้นทางสู่ความสำเร็จในอนาคตไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับการกล้าลองผิดลองถูก และการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างมีคุณค่า สิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนรุ่นใหม่มี “ที่ยืน” ในโลกที่เทคโนโลยีดิสรัปชันทุกวงการ

    นอกจากการวางรากฐานทางความคิดแล้ว ซีพี ออลล์ ยังเดินหน้าลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์อย่างเป็นรูปธรรมผ่านการ มอบทุนการศึกษาปัญญาภิวัฒน์ ประจำปี 2569 รวมมูลค่ากว่า 1,678 ล้านบาท ให้แก่เครือข่ายการศึกษา 12 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นพันธกิจที่ทำต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี เพราะเชื่อมั่นว่า “โอกาสทางการศึกษา” คือจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคตให้ประเทศ และการสร้างคนคือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับสังคมไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/program/spring-conclude/862385&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ahUT3BwJuQKi32thKLlhA

  • ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผนึกกำลัง NGOs ทลายเขาวงกตการค้ามนุษย์ “เด็กและสตรี” | TOPNEWS

    ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผนึกกำลัง NGOs ทลายเขาวงกตการค้ามนุษย์ “เด็กและสตรี” | TOPNEWS

    วันนี้ (9 มีนาคม 2569) ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) เป็นประธานการประชุมเวที “Coffee Talk” เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาข้อขัดข้องในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ ด้านเด็กและสตรี ครั้งที่ 1/2569 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศตคม.ตร., พล.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน จเรตำรวจ/หัวหน้าส่วนต่อต้านการค้ามนุษย์, พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และคณะ พร้อมด้วยองค์กรภาคประชาสังคม (NGOs) ได้แก่ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด (บ้านครูจา), มูลนิธิราฟาอินเตอร์เนชั่นแนล, มูลนิธิดอกไม้ป่า, Operation Underground Railroad (O.U.R.), The HUG Project (มูลนิธิฮัก), โครงการสปริง, มูลนิธิการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม, มูลนิธิเอ-ทเวนตี้, มูลนิธิไนท์ไลท์, มูลนิธิเพื่ออิสรภาพ (The Exodus Road), มูลนิธิเพื่อความเข้าใจเด็ก (FOCUS) และ มูลนิธิองค์กรทำดี

    การพบปะครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการหลอมรวมพลังระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและองค์กรภาคประชาสังคม (NGOs) ให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อขจัดวงจรที่กัดเซาะสังคมไทยให้หมดสิ้นไป เนื้อหาสำคัญเน้นไปที่การตีแผ่ความจริงผ่านสถิติคดีค้ามนุษย์ทางเพศในช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่มองเห็นวิวัฒนาการของอาชญากรรมที่ซับซ้อนขึ้น พร้อมทั้งมีการเจาะลึกระบบการแจ้งเบาะแสและบริหารคดีผ่านลิงก์แจ้งเบาะแสการค้ามนุษย์ https://humantrafficking-report.police.go.th/reporting หรือสายด่วน 1191 ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการรับเรื่องร้องเรียนและเข้าช่วยเหลือเหยื่อได้อย่างทันท่วงที สะท้อนให้เห็นว่าทุกข้อมูลจากประชาชนคืออาวุธสำคัญที่ตำรวจต้องนำมาบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

    จุดเด่นของการประชุมคือการเปิดพื้นที่หารือในรูปแบบไม่เป็นทางการ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนปัญหาอุปสรรคและแนวทางร่วมกัน ในการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ทางเพศอย่างตรงไปตรงมา เวทีนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติและเครือข่ายภาคประชาสังคมได้สะท้อนข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นจริงในภาคสนาม นำไปสู่การออกแบบแนวทางแก้ไขที่ตอบโจทย์และลดช่องว่างในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การคุ้มครองเด็กและสตรีทำได้ครอบคลุมและเด็ดขาดมากยิ่งขึ้น

    พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวเน้นย้ำว่า “ทุกหยดเหงื่อของคนทำงาน คือโอกาสรอดชีวิตของเพื่อนมนุษย์” พร้อมยืนยันว่าข้อสรุปจากการล้อมวงคุยในวันนี้จะไม่เป็นเพียงแค่กระดาษ แต่จะถูกนำไปขับเคลื่อนเป็นนโยบายเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกนาย ให้มีทั้งสวัสดิการ เครื่องมือ และข้อกฎหมายที่เอื้อต่อการพิชิตภารกิจ เพื่อคืนความยุติธรรมและศักดิ์ศรีให้กับเด็กและสตรีทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1510886&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10yo_W0vNB9KShYlA3kgy1