Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ผู้ประกอบการเรือข้ามฟากน้ำเค็มพังงา เกาะคอเขาแบกต้นทุนหนัก สู้ไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารหวั่นกระทบการท่องเที่ยว

    ผู้ประกอบการเรือข้ามฟากน้ำเค็มพังงา เกาะคอเขาแบกต้นทุนหนัก สู้ไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารหวั่นกระทบการท่องเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/137508&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Eq-xhseRilTeINtKig8mq

  • ราคาน้ำมันพุ่งกระทบการท่องเที่ยว พิมาย นักท่องเที่ยวหาย ร้านค้ากังวลยอดขาย | เดลินิวส์

    ราคาน้ำมันพุ่งกระทบการท่องเที่ยว พิมาย นักท่องเที่ยวหาย ร้านค้ากังวลยอดขาย | เดลินิวส์

    วันที่ 27 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างชัดเจน รวมถึงร้านค้าในพื้นที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ที่เริ่มปรับราคาสินค้าตามต้นทุนที่สูงขึ้น

    นางรัตนา มีสุข อายุ 55 ปี แม่ค้าขายของฝากภายในอุทยานไทรงาม อำเภอพิมาย เปิดเผยว่า การปรับราคาน้ำมันขึ้นถึง 6 บาทในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อการค้าขายอย่างมาก เนื่องจากต้นทุนสินค้าที่นำมาจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้น แต่ตนเองยังไม่กล้าปรับราคาสินค้าเพราะกลัวลูกค้าจะลดลง

    นอกจากนี้ นางรัตนายังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้นักท่องเที่ยวก็ลดลงเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน แต่หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด นักท่องเที่ยวในพื้นที่แทบไม่พบเห็น ส่งผลให้ยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง

    “ขนาดยังไม่ได้ปรับราคาสินค้าเลย นักท่องเที่ยวก็หายเงียบไปหมด ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยิ่งทำให้สถานการณ์ยากลำบากมากขึ้น” นางรัตนากล่าว

    ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นไม่เพียงแต่สร้างความกังวลให้กับประชาชนทั่วไป แต่ยังส่งสัญญาณเตือนต่อธุรกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะร้านค้าที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งต้องจับตามองว่าจะสามารถปรับตัวและฝ่าฟันวิกฤตนี้ได้อย่างไร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5725521/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YVzGeOes_20XKNE5pDZU6

  • สงครามตะวันออกกลางพ่นพิษ ไทยเศรษฐกิจแย่-เงินเฟ้อเร่งตัว

    สงครามตะวันออกกลางพ่นพิษ ไทยเศรษฐกิจแย่-เงินเฟ้อเร่งตัว

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-228&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ukKH9QueIulksWcsHnSyw

  • พายุใหญ่ โลกป่วน เทคโนโลยีเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ยกเครื่องประเทศด่วน

    พายุใหญ่ โลกป่วน เทคโนโลยีเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ยกเครื่องประเทศด่วน

    โลกในปี พ.ศ. 2569 กำลังเข้าสู่ “เขตอันตราย” อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปฏิบัติการทหารครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน และ “สงครามเปิด” (Open War) ในเอเชียใต้ระหว่างปากีสถานกับอัฟกานิสถาน คือ “พายุสมบูรณ์แบบ” (Perfect Storm) ที่กำลังพุ่งเป้าถล่มปากท้องและเสถียรภาพของประเทศไทย

    รัฐนาวาไทยเผชิญคลื่นแรงถี่ขึ้น ขณะที่เรือแล่นช้าแบกภาระหนักมากขึ้น เครื่องยนต์อ่อนแรงและเรือยังรั่วจากการคอร์รัปชั่น ถ้าไม่ยกเครื่องประเทศครั้งใหญ่ ขีดความสามารถในการแข่งขันจะถดถอยลงเรื่อยๆ
    รวมทั้งการปฏิรูปโครงสร้างและระบบพลังงานสู่พลังงานสีเขียว (Green Energy) และอุตสาหกรรมชีวภาพ (BioIndustry) บนศักยภาพเกษตรที่เราแข็งแกร่งเป็นแนวทางใหม่ลดการพึ่งพาการนำเข้า สามารถฝ่าทุกวิกฤติพลังงานได้อย่างยั่งยืน

    อลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand (ทิศทางอนาคตโลกกับการปรับตัวของประเทศไทย)

    ทิศทางอนาคตโลกกับการปรับตัวของประเทศไทย

    ประเทศไทยต้องฟื้นฟูความน่าเชื่อถือ (Trust Building) ยึดมั่นหลักนิติรัฐ นิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค (Rules of Law and law enforcement) มีความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจบนฐานศักยภาพมหาอำนาจทางอาหาร Kitchen of the World พัฒนาระบบสวัสดิการให้สอดคล้องกับสภาพสังคมสูงวัยและยุค AI พร้อมกับการวางตำแหน่งภูมิรัฐศาสตร์ที่มั่นคง ด้วยการผนึกอาเซียนเป็นโล่ป้องกันและสร้างอำนาจต่อรองเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติท่ามกลางโลกที่ไม่มีกฎเกณฑ์

    เตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวทันกระแสโลก

    บริบทโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และวิกฤตการณ์ CO2 ยูวัล โนอาห์ แฮรารี คาดการณ์ว่า AI จะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อโครงสร้างชนชั้นกลาง เช่นเดียวกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอดีต กระบวนทัศน์ธุรกิจ เปลี่ยนจากยุคเน้นผลกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว (Single Bottom Line) ไปสู่ความยั่งยืนตามหลัก ESG และ ESG Compliance มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าที่เหนือกว่าผลกำไร โดยใช้การลงทุนที่เน้นผลกระทบทางสังคม (Impact Investment) และ Venture Philanthropy
    ชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา และ ผู้อำนวยการ FKII Thailand (เตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวทันกระแสโลก)
    ยุทธศาสตร์ความสามารถหลักของไทย ประกอบด้วย 3F (Forest, Farm, Food), 3H (Health, Hospitality, Happiness) และ 3L (Longevity, Livelihood, Legacy) สังคมอายุยืน (Longevity Society) ต้องมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจพอดีเพื่อรองรับสังคมอายุยืนผ่านนวัตกรรมอาหาร น้ำ ที่อยู่อาศัย และการใช้ชีวิตแบบ Smart Lifestyle การทำธุรกิจเพื่อสังคมรูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมการระดมทุน การควบรวมกิจการ (M&A) และการเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (Pre-IPO) การบูรณาการพื้นที่ต้นแบบ ด้วยการจัดโซนกิจกรรมหลากหลาย เช่น Blue Zone Playground, Por-dee Zone และพื้นที่สำหรับ Digital Nomad ในชุมชนชนบท การเกษตรต้องนำเทคโนโลยี Fertigation และโรงเรือนอัจฉริยะ เพื่อยกระดับผลผลิตทางการเกษตรและคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

    อนาคตเศรษฐกิจไทย-เศรษฐกิจโลก

    อนาคตเศรษฐกิจไทย-เศรษฐกิจโลก กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจโลกและโจทย์สำคัญที่ประเทศไทยต้องเผชิญ ท่ามกลางปัจจัย 3 ประการที่กำลังเปลี่ยนโลก คือ
    1. การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์และระเบียบโลก เปลี่ยนจากยุคที่ยึดถือกฎกติกา (Rule-based) ไปสู่ยุคที่ยึดถือประโยชน์ของชาติตนเองเป็นหลัก โดยเฉพาะการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีน อย่างไรก็ตาม โลกาภิวัตน์ยังไม่ถอยหลัง แม้ในระดับรัฐชาติจะมีความขัดแย้งทางการค้า แต่ในระดับประชาชน “โลกาภิวัตน์” ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องผ่านการเชื่อมโยงทางเทคโนโลยีและชีวิตประจำวัน
    2. ความท้าทายจากเทคโนโลยี และ AI ความเร็วของเทคโนโลยี AI พัฒนาเร็วเกินกว่าที่กฎหมายและระบบกำกับดูแลจะตามทัน AI ไม่ได้คุกคามแค่แรงงานทักษะต่ำ แต่กำลังคุกคาม “คนเก่ง” ที่ทำงานซ้ำซ้อน เช่น แพทย์ (ในการวินิจฉัยโรค) ในขณะที่งานด้านการดูแลอย่างพยาบาลยังถูกทดแทนได้ยากกว่า แม้ไทยจะเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี (User)  อันดับต้นๆ แต่ยังสร้างมูลค่า (Value) จากเทคโนโลยีได้น้อย โจทย์คือจะเข้าไปอยู่ในส่วนไหนของห่วงโซ่อุปทานที่สร้างมูลค่าได้จริง
    อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ อดีตนายกรัฐมนตรี (อนาคตเศรษฐกิจไทย-เศรษฐกิจโลก)
    3. วิกฤตสิ่งแวดล้อม (Global Boiling) เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่เคยประกาศไว้ทำได้ยากขึ้น ความหวังจึงอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีลดต้นทุนด้านพลังงานสะอาด ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนและผลิตภาพทางการเกษตรโดยตรง
    นอกจากนี้ ประเทศไทยยังต้องเผชิญโจทย์เฉพาะหน้า คือ สังคมสูงวัย (Aged Society) ภายในไม่ถึง 10 ปี ไทยจะมีประชากรอายุเกิน 60 ปีถึงร้อยละ 30 โดยที่ระบบการออมยังไม่พร้อม ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะทรัพย์สินส่วนใหญ่ (ที่ดินและเงินฝาก) กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนส่วนน้อย ขณะที่ปัญหาคอร์รัปชันและทุนเทา ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนระดับโลก การเข้ามาของทุนเทาผ่านช่องโหว่ทางกฎหมายและเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข ท่ามกลางธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยส่วนมากเติบโตจากการได้สิทธิ์ผูกขาดหรือสัมปทานจากรัฐ ทำให้ขาดแรงจูงใจในการแข่งขันด้วยนวัตกรรม

    ถอดรหัส World Economic Forum 2026

    ในการประชุม World Economic Forum 2026 : The Decoding of World Economic Forum 2026 ได้เน้นย้ำถึง “โลกใบใหม่” ที่กำลังเกิดขึ้น คือการเปลี่ยนผ่านจาก “ป่าที่มีกฎ” สู่ “ป่ามาเฟีย” โลกยุคเก่า (Rule-based Era) ที่มีสหรัฐฯ เป็นเจ้าป่าคอยดูแลกติกา ทุกประเทศเคารพ WTO และ UN แต่ โลกยุคใหม่ (Power-based Era) กลายเป็น “ป่ามาเฟีย” ที่ผู้มีอำนาจอยู่เหนือกฎเกณฑ์ สหรัฐฯและจีนแข่งขันกันตัดช่องทางทรัพยากร (เช่น ชิปคอมพิวเตอร์ และพลังงาน) มีการแบ่งขั้วอำนาจระหว่าง Super Powers : สหรัฐฯ, จีน, อินเดีย, รัสเซีย Balanced Powers : กลุ่มยุโรปที่พยายามรวมตัวเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง และ No Power Group : กลุ่มประเทศเล็กๆ ที่ต้องหาทางเอาตัวรอด
    จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (ถอดรหัส World Economic Forum 2026)
    World Economic Forum สะท้อนภาพ AI และการปฏิวัติการทำงานว่า ภายในปีหน้า AI จะมีความสามารถในการจดจำและประมวลผลข้อมูลมากกว่ามนุษย์ที่อ่านหนังสือ 7,000 ล้านเล่ม และใน 5 ปีข้างหน้าจะฉลาดกว่ามนุษย์ 8,000 ล้านคนรวมกัน AI Agents จะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ในทุกอุตสาหกรรมที่ใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำงานได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีเงินเดือน และไม่ลาหยุด ในอนาคตโลกจะเริ่มมีการเก็บภาษีจากหุ่นยนต์และ AI เพื่อนำมาเป็นเงินสวัสดิการ (Universal Basic Income) ให้กับคนที่ถูกแย่งงาน

    ข้อมูล : งานเสวนา FKII National Forum : “The Decoding of World Economic Forum 2026” ณ TVA Hall สวนเสียงไผ่ โดย อลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand (ทิศทางอนาคตโลกกับการปรับตัวของประเทศไทย) ชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา และ ผู้อำนวยการ FKII Thailand (เตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวทันกระแสโลก) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ อดีตนายกรัฐมนตรี (อนาคตเศรษฐกิจไทย-เศรษฐกิจโลก) จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (ถอดรหัส World Economic Forum 2026)


    Post Views: 322

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2026/03/26/thailand-adjustment/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pR3rf1WHm5eKf_uQRHKkd

  • ธปท. เผยสงครามตอ.กลางดันเงินเฟ้อเข้ากรอบเร็วกว่าคาด ยืนยันดอกเบี้ย 1% รองรับความเสี่ยงได้

    ธปท. เผยสงครามตอ.กลางดันเงินเฟ้อเข้ากรอบเร็วกว่าคาด ยืนยันดอกเบี้ย 1% รองรับความเสี่ยงได้

    วันนี้, 06:35น.

              นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง รมว.คลัง ชี้แจงการเคลื่อนไหวของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ซึ่งในการประชุมเมื่อวันที่ 25 ก.พ.69 กนง.ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำแต่จะทยอยปรับเพิ่มขึ้นและกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 70

              อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนต่ำกว่ากรอบเป้าหมายจากปัจจัยด้านอุปทานในหมวดพลังงานและอาหารสดเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีต โดยราคาพลังงานลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก จากค่าเฉลี่ย 12 เดือนก่อนหน้าที่ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นเฉลี่ย 68 ดอลลาร์/บาร์เรล (ก.พ.68-ม.ค.69) เนื่องจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก ประกอบกับภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพผ่านการลดค่าไฟฟ้า ทำให้ราคาหมวดพลังงานหดตัว ร้อยละ 5.3 ราคาอาหารสดหดตัวร้อยละ 0.6 ราคาผักลดลงตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ประกอบกับผลของฐานที่สูงจากภาวะภัยแล้งในปีก่อน

              อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายไม่ได้สะท้อนภาวะเงินฝืด สะท้อนจาก

    (1) ราคาสินค้าและบริการที่ไม่ใช่พลังงานและอาหารสดไม่ได้ปรับลดลงต่อเนื่องและเป็นวงกว้าง

    (2) อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานและเครื่องชี้แนวโน้มเงินเฟ้อที่ขจัดปัจจัยชั่วคราวออกยังเป็นบวก สะท้อนว่าราคาสินค้าไม่ได้จะลดลงต่อเนื่อง

    (3) อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางของสาธารณชนยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย

              สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.69 อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายเร็วกว่าที่คาด ตามราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ประเมินไว้ รวมถึงภาคการผลิต การขนส่ง และห่วงโซ่อุปทานโลกที่อาจหยุดชะงัก (supply disruptions)

              ผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อยังมีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความยืดเยื้อของสงคราม ท่าทีการตอบโต้ และการปรับตัวของประเทศเศรษฐกิจหลักต่าง ๆรวมถึงมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐ ซึ่ง กนง.จะติดตามพัฒนาการของเงินเพื่ออย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลให้อัตราเงินเฟ้อในระยะปานกลางไม่สูงหรือต่ำจนเกินไปจนกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงิน

              กนง.ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการดูแลเงินเฟ้อในระยะปานกลางให้กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย โดยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการประชุม กนง. ล่าสุดส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1 ต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ยังเป็นระดับที่ต่ำใกล้เคียงกับช่วงวิกฤต COVID-19 จึงถือเป็นระดับที่ผ่อนคลายเพียงพอและสนับสนุนให้เงินเพื่อทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะปานกลางและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

              อัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ 1 เป็นระดับที่ไม่ต่ำจนเกินไปในการรองรับความเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เงินเฟ้ออาจปรับสูงขึ้นภายใต้บริบทที่มีความไม่แน่นอนสูงในระยะข้างหน้า โดย กนง. จะติดตามพัฒนาการและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจและการเงินอย่างใกล้ชิด และดำเนินนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป

    #เงินเฟ้อ

    #ธนาคารแห่งประเทศไทย

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/160296&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3q0kJ4CQcsKkmsVydreljY

  • อ่างทองอ่วม! น้ำมันแพงแถมยังขาดแคลน เกษตรกรต้องต่อคิวเติมน้ำมัน

    อ่างทองอ่วม! น้ำมันแพงแถมยังขาดแคลน เกษตรกรต้องต่อคิวเติมน้ำมัน

    Locals

    สำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วม
    สาธารณะไทยพีบีเอส (Thai PBS)

    ©2026 All rights reserved | Locals Thai PBS.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/locals/contents/q8tuxofkngtpd73qs3ol3fb1-&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WXLVg3cmTWrCu2QjDjIL3

  • เปิดค่าเทอม ม.รังสิต 2569 ตลอดหลักสูตร เรียนแต่ละคณะ ต้องจ่ายเท่าไร

    เปิดค่าเทอม ม.รังสิต 2569 ตลอดหลักสูตร เรียนแต่ละคณะ ต้องจ่ายเท่าไร

    เปิดค่าเทอม “มหาวิทยาลัยรังสิต” ปีการศึกษา 2569 นักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี ต้องเตรียมค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตรเท่าไร

    ใครที่กำลังมองหาสถานที่ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะน้องๆ Dek69 ที่ตั้งเป้าเข้ามหาวิทยาลัยเอกชน ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปดูค่าเทอมของ “มหาวิทยาลัยรังสิต” อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง มีคนดังมากความสามารถเป็นศิษย์เก่าจำนวนมาก เพื่อมาดูกันว่า “นักศึกษาใหม่” ระดับปริญญาตรี แต่ละคณะจะต้องเตรียมค่าเล่าเรียนแบบประมาณการตลอดหลักสูตรเท่าไรบ้าง

    ค่าเทอม “มหาวิทยาลัยรังสิต” ปีการศึกษา 2569

    วิทยาลัยแพทยศาสตร์

    • แพทยศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 4,800,000 บาท 

    วิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์ (Bilingual)

    • ทันตแพทยศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 5,400,000 บาท
      (วิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์ มีค่าอุปกรณ์การศึกษา อีกประมาณ 650,000 บาท)

    วิทยาลัยเภสัชศาสตร์

    • สาขาวิชาบริบาลทางเภสัชกรรม ประมาณการตลอดหลักสูตร 1,863,700 บาท
    • สาขาวิชาเภสัชกรรมอุตสาหการ ประมาณการตลอดหลักสูตร 1,839,700 บาท

    คณะพยาบาลศาสตร์

    • สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 791,000 บาท
    • สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ (2.5 ปี) ประมาณการตลอดหลักสูตร 663,100 บาท

    คณะรังสีเทคนิค

    • สาขาวิชารังสีเทคนิค ประมาณการตลอดหลักสูตร 622,000 บาท

    คณะเทคนิคการแพทย์

    • สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 629,800 บาท

    วิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก

    • สาขาวิชาการแพทย์แผนตะวันออก ประมาณการตลอดหลักสูตร 553,900 บาท
    • สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย ประมาณการตลอดหลักสูตร 616,300 บาท
    • สาขาวิชาการแพทย์แผนจีน ประมาณการตลอดหลักสูตร 968,200 บาท

    คณะกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา

    • สาขาวิชากายภาพบำบัด ประมาณการตลอดหลักสูตร 557,900 บาท
    • สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและสมรรถภาพทางการกีฬา ประมาณการตลอดหลักสูตร 424,100 บาท
    • สาขาวิชาชรัณสุขศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 402,300 บาท

    คณะวิทยาศาสตร์

    • สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 424,900 บาท

    วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์

    • สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 498,000 บาท

    คณะทัศนมาตรศาสตร์

    • สาขาวิชาทัศนมาตรศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 818,500 บาท

    คณะเทคโนโลยีอาหาร

    • สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 380,500 บาท
    • สาขาวิชาธุรกิจอาหาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 304,800 บาท

    คณะนวัตกรรมเกษตร

    • สาขาวิชานวัตกรรมเกษตร ประมาณการตลอดหลักสูตร 352,600 บาท

    วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี

    • สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 328,900 บาท
    • สาขาวิชานวัตกรรมดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 328,400 บาท
    • สาขาวิชาสารสนเทศการลงทุน ประมาณการตลอดหลักสูตร 310,700 บาท
    • สาขาวิชาคอมพิวเตอร์เกมและอีสปอร์ต ประมาณการตลอดหลักสูตร 334,300 บาท
    • สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสังคม ประมาณการตลอดหลักสูตร 324,000 บาท

    วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์

    • สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 411,700 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี ประมาณการตลอดหลักสูตร 384,800 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ประมาณการตลอดหลักสูตร 394,000 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ประมาณการตลอดหลักสูตร 415,600 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่และมอเตอร์สปอร์ต ประมาณการตลอดหลักสูตร 394,000 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา ประมาณการตลอดหลักสูตร 414,800 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ประมาณการตลอดหลักสูตร 386,300 บาท
    • สาขาวิชาวิศวกรรมระบบราง ประมาณการตลอดหลักสูตร 361,400 บาท
    • สาขาวิศวกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยาน ประมาณการตลอดหลักสูตร 757,600 บาท

    สถาบันการบิน

    • สาขาวิชานักบินพาณิชย์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 2,816,800 บาท 

    คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

    • สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร457,400 บาท

    วิทยาลัยการออกแบบ

    • สาขาวิชาศิลปะภาพถ่ายและมีเดียอาร์ต ประมาณการตลอดหลักสูตร 381,400 บาท
    • สาขาวิชาการออกเเบบภายใน ประมาณการตลอดหลักสูตร 377,200 บาท
    • สาขาวิชาการออกเเบบนิเทศศิลป์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 347,700 บาท
    • สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 420,900 บาท
    • สาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 393,500 บาท

    คณะดิจิทัลอาร์ต

    • สาขาวิชาคอมพิวเตอร์อาร์ต ประมาณการตลอดหลักสูตร 410,400 บาท

    วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ

    • สาขาวิชานวัตกรรมบริการธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมและไมซ์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 316,500 บาท
    • สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบินและการขนส่ง ประมาณการตลอดหลักสูตร 296,600 บาท
    • สาขาวิชาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 427,400 บาท
    • Tourism, Hospitality and Sport ประมาณการตลอดหลักสูตร 431,000 บาท

    วิทยาลัยกีฬา

    • สาขาวิชากีฬากอล์ฟ ประมาณการตลอดหลักสูตร 530,000 บาท

    วิทยาลัยบริหารธุรกิจ

    • สาขาวิชาการตลาดดิจิทัลและนวัตกรรมการค้าปลีก ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาวิชาการจัดการ ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาวิชาธุรกิจดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาวิชาการเงินและการลงทุน ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาวิชาการเป็นผู้ประกอบการ ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท
    • สาขาวิชาการบริหารธุรกิจเกษตรและอาหาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 283,400 บาท

    คณะบัญชี

    • สาขาวิชาการบัญชี ประมาณการตลอดหลักสูตร 284,300 บาท

    คณะเศรษฐศาสตร์

    • สาขาวิชาเศรษฐกิจดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 282,300 บาท

    วิทยาลัยศิลปศาสตร์

    • สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น ประมาณการตลอดหลักสูตร 291,100 บาท
    • สาขาวิชาภาษาจีน ประมาณการตลอดหลักสูตร 300,200 บาท
    • สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ประมาณการตลอดหลักสูตร 285,100 บาท
    • สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ประมาณการตลอดหลักสูตร 300,400 บาท
    • สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส ประมาณการตลอดหลักสูตร 279,100 บาท
    • สาขาวิชาภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี ประมาณการตลอดหลักสูตร 290,100 บาท

    วิทยาลัยนิเทศศาสตร์

    • สาขาวิชาวิทยุและโทรทัศน์มัลติเเพลตฟอร์ม ประมาณการตลอดหลักสูตร 317,900 บาท
    • สาขาวิชาการสร้างสรรค์อีเว้นท์และประชาสัมพันธ์ดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 299,400 บาท
    • สาขาวิชาการโฆษณาและสื่อสร้างสรรค์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 308,900 บาท
    • สาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 311,200 บาท
    • สาขาวิชาสื่อสารการแสดง ประมาณการตลอดหลักสูตร 307,600 บาท
    • สาขาวิชาการสื่อสารการตลาดดิจิทัลและแบรนด์ดิ้ง ประมาณการตลอดหลักสูตร 306,900 บาท
    • สาขาวิชามัลติมีเดีย ประมาณการตลอดหลักสูตร 317,400 บาท
    • สาขาวิชานิเทศศาสตร์การกีฬา ประมาณการตลอดหลักสูตร 307,900 บาท
    • สาขาวิชาการเขียนบทและการกำกับภาพยนตร์และซีรีส์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 325,400 บาท
    • สาขาวิชาการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัล ประมาณการตลอดหลักสูตร 298,900 บาท
    • Communications Arts ประมาณการตลอดหลักสูตร 440,000 บาท

    คณะนิติศาสตร์

    • สาขาวิชานิติศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 300,700 บาท
    • สาขาวิชานิติศาสตร์ (ระบบทางไกลทางอินเทอร์เน็ต ปริญญาที่ 2) ประมาณการตลอดหลักสูตร 126,000 บาท
    • สาขาวิชานิติศาสตร์ (ระบบทางไกลทางอินเทอร์เน็ต 4 ปี) ประมาณการตลอดหลักสูตร 180,000 บาท

    วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม

    • สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง ประมาณการตลอดหลักสูตร 278,300 บาท
    • สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง (ระบบทางไกลทางอินเทอร์เน็ต) ประมาณการตลอดหลักสูตร 180,000 บาท

    คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม

    • สาขาวิชาอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 352,200 บาท
    • สาขาวิชาอาชญาวิทยาและงานยุติธรรม ประมาณการตลอดหลักสูตร 288,400 บาท

    คณะรัฐศาสตร์

    • สาขาวิชารัฐศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 289,200 บาท

    วิทยาลัยดนตรี

    • สาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ ประมาณการตลอดหลักสูตร 504,600  บาท

    ปริญาตรีหลักสูตรนานาชาติ

    International College

    • International Business ประมาณการตลอดหลักสูตร 456,400 บาท
    • Information and Communication Technology ประมาณการตลอดหลักสูตร 531,000 บาท

    School of Diplomacy and International Studies

    • International Relations and Development ประมาณการตลอดหลักสูตร 438,400 บาท

    International Chinese College

    • International Business Management ประมาณการตลอดหลักสูตร 780,000 บาท

    รายละเอียดและประมาณค่าใช้จ่าย แรกเข้าและตลอดหลักสูตร คลิก

    (ติดตาม ข่าวการศึกษา ทั้งหมดที่นี่)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2922494&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LzmvAoHG2KfKVWJ0D2qHm

  • “สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ ตามมติ ครม.

    “สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ ตามมติ ครม.

    “สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ ตามมติ ครม.

    “สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ ตามมติคณะรัฐมนตรี

    สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แจงรายละเอียดการศึกษาดูงานต่างประเทศโดยระบุว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงาน/โครงการที่กำหนด โดยได้ดำเนินการจัดหลักสูตรการศึกษาอบรมให้แก่บุคลากรภายใน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพในการบริหารและขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และหลักสูตรการศึกษาอบรมให้แก่บุคลากรภายนอก 

    FB/สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
    สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ยกเลิกศึกษาดูงานต่างประเทศ

    เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักนิติธรรม หลักประชาธิปไตยหลักสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และหลักการเสริมสร้างกระบวนทัศน์สำหรับผู้นำในสังคมประชาธิปไตย ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามหลักสูตรดังกล่าว จึงกำหนดให้ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมได้ศึกษาดูงาน ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

    ต่อมามีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ให้ทุกส่วนราชการงดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของทุกหลักสูตร นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เพื่อเป็นการลดภาระงบประมาณภาครัฐในสภาวการณ์ปัจจุบัน ที่ราคาพลังงานและเชื้อเพลิงมีแนวโน้มสูงมากขึ้น และสามารถนำงบประมาณที่เหลือไปใช้ในแผนงาน/โครงการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไปได้

     อีกทั้งกระทรวงการคลังได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 แจ้งการอนุมัติให้หน่วยงานราชการสามารถเบิกค่าใช้จ่าย กรณีเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศได้ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณามติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว จึงได้ยกเลิกการเดินทางไปศึกษาดูงานตามหลักสูตรข้างต้น ณ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2569 และประเทศจอร์เจียและสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ระหว่างวันที่ 14-24 พฤษภาคม 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/271796&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xyMWEMB-4ogf957FFX7Mj

  • ตั๋วเครื่องบินราคาแพง! ฉุดท่องเที่ยวเชียงใหม่ หวั่น นทท.หนีไปเที่ยวต่างประเทศแทน

    ตั๋วเครื่องบินราคาแพง! ฉุดท่องเที่ยวเชียงใหม่ หวั่น นทท.หนีไปเที่ยวต่างประเทศแทน

    การเดินทางด้วยเครื่องบินถือว่าเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากประหยัดเวลาในการเดินทางและสะดวกสบาย แต่ที่ผ่านมาเสียงสะท้อนจากภาคการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคาตั๋วเครื่องบินยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ และมีความกังวลใจว่าในอนาคตราคาจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ก็จะเป็นการซ้ำเติมภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่กลับมาฟื้นตัวสำหรับจังหวัดเชียงใหม่

    ซึ่งในห้วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการปรึกษาและประชุมเกี่ยวกับ ผลกระทบจากราคาบัตรโดยสารเครื่องบิน ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและเทศกาลสำคัญ เพราะส่งผลถึงการตัดสินใจเดินทางเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ และกระทบต่อการวางแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวโดยรวม เพื่อหวังให้เกิดการแก้ไขเพื่อทำให้ทุกฝ่ายอยู่ได้การท่องเที่ยวได้ไปต่อในทิศทางที่ดีขึ้น

    Expensive-airfares-are-dragging-down-tourism-in-Chiang Mai-raising-SPACEBAR-Photo03.jpg

    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหาตั๋วเครื่องบินที่มีราคาแพง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่น เป็นปัญหาที่มีการพูดถึงกันมาอย่างยาวนานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้มีการปรับแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่รวมถึงนักท่องเที่ยวก็มีความต้องการที่จะให้ราคาตั๋วเครื่องบินลดลงมา เพื่อเพิ่มการเดินทางภายในประเทศ ซึ่งก็จะเป็นการช่วยสนับสนุนส่งเสริมมาตรการการท่องเที่ยวภายในประเทศและระหว่างภูมิภาคของภาครัฐด้วย รวมถึงปัจจุบันเศรษฐกิจยังไม่มีความแน่นอน หากราคาตั๋วเครื่องบินยังคงไม่มีการปรับลดลงก็คาดว่าการเดินทางท่องเที่ยวจะน้อยลงตามไปด้วย ซึ่งก็จะกระทบกับผู้ประกอบการทางการท่องเที่ยวทั้งระบบ

    “ล่าสุดได้มีการพูดคุยกับภาครัฐเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว นำเสนอผลกระทบให้เห็นภาพที่ชัดเจนแล้ว หลังจากนี้ก็จะมีการไปติดตามสอบถามถึงความคืบหน้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง จะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร เนื่องจากปัญหานี้มีมานานกว่า 3 ปีแล้ว ไม่ใช่แค่ภาคการท่องเที่ยวเท่านั้น ประชาชนที่ต้องเดินทางก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทั้งการจองปกติ และการเดินทางไปทำธุระที่เร่งด่วน”

    “อีกหนึ่งส่วนที่น่ากังวลใจก็คือ หากราคาตั๋วเครื่องบินจากกรุงเทพฯ เดินทางมาเชียงใหม่มีราคาใกล้กับที่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศได้การตัดสินใจของนักท่องเที่ยวก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน”

    ไพศาล สุขเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า อีกสิ่งหนึ่งที่น่ากลัวที่สุดในการท่องเที่ยวภายในประเทศประเทศไทยก็คือ ประโยคที่ว่า “ตั๋วเครื่องบินราคานี้ไปเที่ยวต่างประเทศดีกว่า” ซึ่งในความเป็นจริงมันก็คือเรื่องที่ต้องยอมรับเนื่องจากหากเพิ่มเงินอีกเล็กน้อยก็จะได้ราคาตั๋วเครื่องบินที่สามารถไปท่องเที่ยวในต่างประเทศได้อย่างเช่น เวียดนาม จีน ฮ่องกง คนก็จะมองว่าไปเที่ยวต่างประเทศมันคุ้มค่ากว่า

    “หากเป็นแบบนี้ต่อไปเม็ดเงินที่ควรจะหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ ซึ่งก็เป็นนโยบายที่มีการผลักดันอยู่ในขณะนี้อาจจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร”

    ไพศาล กล่าวต่อว่า หากราคาตั๋วเครื่องบินมีราคาสูงก็จะกระทบกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ด้วย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ส่วนใหญ่จะไม่ได้เป็นกลุ่มที่มีกำลังจ่ายสูงมากนัก เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างจะประหยัด ใช้จ่ายวันละประมาณ 2,000 – 3,000 บาทต่อคน ซึ่งกลุ่มใช้จ่ายน้อยถึงระดับกลางอยู่ที่ประมาณ 80-90% ส่วนที่มีกำลังใจสูงจะมีจำนวนอยู่แค่ 10% เท่านั้น ดังนั้นการตัดสินใจเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ก็อาจจะลดลงได้เช่นกันในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

    “ยิ่งในปัจจุบันนี้มีปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่มีความแน่นอนที่มีมีผลมาจากสงครามในพื้นที่ตะวันออกกลาง ก็อาจจะเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทย นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติต้องประหยัดมากยิ่งขึ้น มองถึงความคุ้มค่าเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ราคาตั๋วเครื่องบินจากกรุงเทพมาเชียงใหม่ในช่วงปกติไม่ควรเกิน 3,500 บาทต่อเที่ยว (จองนาทีสุดท้าย) ในช่วงไฮซีซั่นไม่ควรเกิน 5,000 บาทต่อเที่ยว (จองนาทีสุดท้าย)” ไพศาล กล่าว

    Expensive-airfares-are-dragging-down-tourism-in-Chiang Mai-raising-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ขณะที่ วิวประชาชนชาวจังหวัดสมุทรปราการ ที่เดินทางมาที่เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปกติแล้วก็เดินทางด้วยเครื่องบินเป็นประจำอยู่แล้วทั้งที่เดินทางไปธุระในไทยและเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ

    “หากถามว่าราคาตั๋วเครื่องบินมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวหรือไม่ คำตอบคือเป็นหนึ่งปัจจัยในการตัดสินใจ แต่ก็ต้องมองปัจจัยอื่นประกอบด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคือความต้องการที่อยากจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังจุดหมายนั้นมีมากน้อยขนาดไหน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนตัวมองว่าหากมีความสนใจมากพอและราคาตั๋วเครื่องบินพอที่จะรับได้ก็คงเลือกที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว”

    วิว กล่าวว่า สำหรับประโยคที่ว่า “เดินทางไปเชียงใหม่ราคาตั๋วเครื่องบินใกล้เคียงกับเดินทางไปต่างประเทศ” แม้ว่าต่างประเทศจะมีราคาแพงกว่าเล็กน้อย หากให้เลือกก็คงเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ เนื่องจากประสบการณ์ที่จะได้รับในต่างประเทศน่าจะตื่นเต้นและมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากกว่า

    อีกส่วนสำคัญ ก็คือ ในต่างประเทศนั้นมีขนส่งสาธารณะสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน แต่จังหวัดเชียงใหม่การเดินทางภายในจังหวัดสำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่มาเยือนยังถือว่าไม่ตอบโจทย์ หากจะต้องเช่ารถ เหมารถสี่ล้อแดง มันก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมา ซึ่งหากมาคำนวณดูแล้ว ก็อาจจะใกล้เคียงหรืออาจจะแพงกว่าเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศบางที่ด้วยซ้ำ

    “แล้วที่ผ่านมาก็เห็นว่าในต่างประเทศมีการทำโปรโมชั่นทั้งราคาตั๋วเครื่องบิน โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว เรียกได้ว่าครบทั้งกระบวนการในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติคนหนึ่ง ถือว่าคุ้มค่าทั้งเงินในกระเป๋าและประสบการณ์ที่จะได้รับ”

    วิว กล่าวต่อว่า หากจะเดินทางจากกรุงเทพฯ มาเชียงใหม่ในช่วงโลซีซั่นคิดว่าราคาตั๋วเครื่องบิน ควรอยู่ประมาณ 1,000ถึง 1,500 บาท ส่วนในช่วงไฮซีซั่นน่าจะอยู่ประมาณ 2,000 ถึง 3,000 บาท เพราะหากแพงกว่านี้ก็อาจจะทำให้ผู้คนเพิ่มเงินอีกนิดนิดหน่อยและไปเที่ยวที่อื่นมากกว่า

    “อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวก็มองว่าจังหวัดเชียงใหม่ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจ แต่อาจจะยังไม่ถึงช่วงที่เหมาะจะเดินทางไปทั้งสภาพอากาศ อีเวนท์ภายในจังหวัด เพราะจะไปเที่ยวครั้งหนึ่งก็อยากจะให้คุ้มเงิน คุ้มเวลามากที่สุด”

    Expensive-airfares-are-dragging-down-tourism-in-Chiang Mai-raising-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ด้าน จิรัฏฐ์ วงศานิตยารักษ์ ชาวเชียงใหม่ แสดงความคิดเห็นว่า ส่วนตัวยังไม่เคยเดินทางด้วยเครื่องบิน ส่วนใหญ่จะเป็นรถไฟและรถทัวร์ แม้จะต้องใช้เวลาหน่อยแต่ราคาถือว่าไม่แพง ส่วนตัวมองว่าในช่วง โลซีซั่น น่าจะอยู่ประมาณ 800-1,000 ต่อเที่ยว และไฮซีซั่น ประมาณ 1,000-1,500 บาท ต่อเที่ยว ในเส้นทางการบินเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและสามารถจะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวได้ แต่อาจจะเป็นราคาที่จองในช่วงปกติไม่ใช่นาทีสุดท้าย

    อย่างไรก็ตามราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางในเชิงการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ต้องใช้การเดินทางอื่นแทน หากราคาตั๋วแพงเกินไป คนในยุคปัจจุบันอะไรที่ประหยัดและคุ้มค่าไม่อยากเสียเวลาหน่อยก็ต้องยอมเพราะเศรษฐกิจไม่ดีรายได้ของประชาชนมีน้อย

    Expensive-airfares-are-dragging-down-tourism-in-Chiang Mai-raising-SPACEBAR-Photo02-1.jpg

    ขณะที่ ภาคภูมิ ปูแก้ว ชาวเชียงใหม่ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า มุมมองคนเชียงใหม่ที่อยู่ต่างประเทศ ส่วนตัวคิดว่าราคาตั๋วคงยังจะสูงขึ้นอีกเพราะจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครสามารถคาดการณ์หรือคาดคะเนได้ในอนาคต หลายบริษัทคงมีมาตราการณ์ในการควบคุมต้นทุนและกำไรของตัวเอง คงจะมีการบวกเพิ่มขึ้นสูงเผื่อในวันครั้งหน้า หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เมื่อเปรียบเทียบราคาในช่วงก่อนกับตอนนี้ ได้มีการบวกเพิ่มขึ้นจากเดิมพอสมควร

    “ส่วนตัวหากมีแผนจะเดินทางกลับบ้านหรือทำงานควรจะมีการจองตั๋วล่วงหน้าเผื่อไว้ก่อน เพราะการจองล่วงหน้ามันมีราคาที่ถูกกว่า อีกทั้งหากในอนาคตยังไม่สามารถที่สงครามในตะวันออกกลางยังไม่ยุติ คิดว่าราคาตั๋วในการเดินทางคงจะเพิ่มขึ้นแบบติดเพดาน”

    “หากราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้นก็มีผลต่อการตัดสินใจที่จะกลับไปเที่ยวบ้านเกิด เพราะราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้นมาก อาจทำให้กลับเชียงใหม่ไม่บ่อยเหมือนเดิม หรือเลือกช่วงเวลาที่มีโปรโมชั่นแทน เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ต้องอย่าลืมว่าหากค่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้นสินค้าต่างๆ ก็ต้องสูงขึ้นตามกลไกของตลาด”

    ภาคภูมิ กล่าวอีกว่า หากราคาในการเดินทางด้วยเครื่องบินไปยังเชียงใหม่ ใกล้เคียงกับเที่ยวประเทศอื่นๆ ส่วนตัวมองว่าจะเลือกไปไหนเพราะอะไร “ในกรณีนี้คงต้องขึ้นอยู่ของแต่ละโอกาส ถ้าหากไม่ได้มีเหตุผลที่จำเป็นหรือสำคัญจริงๆ ส่วนตัวผมคงเลือกไปต่างประเทศ อาจจะเพราะได้เปิดประการณ์ใหม่ๆ เมื่อเทียบงบประมาณในการใช้จ่ายการได้ลองอะไรใหม่ๆ คงจะดีกว่า”

    “หากราคายังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ คงจะเป็นการตัดสินใจกลับบ้านที่ยากลำบากในระดับหนึ่ง เพราะต้องบอกก่อนว่าจังหวัดเชียงใหม่ยังไม่มีวิธีการรองรับปัญหาที่ดีในการจัดการปัญหาเหล่านี้ อีกทั้งยังไม่มีขนส่งสาธารณะที่ไม่พึ่งเชื้อเพลิงจากน้ำมัน ในอีกกรณีหนึ่ง ถ้าเชียงใหม่มีแผนรองรับการขนส่งของพี่น้องประชาชนด้วยรถไฟฟ้า หรือที่ใช้พลังงานอย่างอื่นนอกจากน้ำมัน ส่วนตัวผมคิดว่าหลายๆท่านคงตัดสินใจได้ไม่ยากอย่างแน่นอน” ภาคภูมิ กล่าว

    Expensive-airfares-are-dragging-down-tourism-in-Chiang Mai-raising-SPACEBAR-Photo05.jpg

    Expensive-airfares-are-dragging-down-tourism-in-Chiang Mai-raising-SPACEBAR-Photo06.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/expensive-airfares-are-dragging-down-tourism-in-chiang-mai-raising-fears-that-tourists-will-opt-for-overseas-trips-instead&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ViNIT_PirSCNPuI19ohLH

  • ท่องเที่ยวภูเก็ตอ่วม! น้ำมันแพงทำต้นทุนโรงแรมพุ่ง 25% ขนส่งแตะ 40%

    ท่องเที่ยวภูเก็ตอ่วม! น้ำมันแพงทำต้นทุนโรงแรมพุ่ง 25% ขนส่งแตะ 40%

    27 มี.ค. 2569 – นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า การปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงานในปัจจุบันกำลังกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม กลุ่มรถสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถโดยสาร รถทัวร์ รวมถึงขนส่งทางทะเล เช่น เรือนำเที่ยวและเรือสปีดโบ๊ท ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัด

    อ้างอิงผลการศึกษาของ รศ.ดร.ชยานนท์ ภู่เจริญ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า พลังงานเป็นต้นทุนสำคัญของภาคท่องเที่ยว โดยภาคขนส่งมีสัดส่วนต้นทุนพลังงานสูงถึง 39–48% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมมีสัดส่วนประมาณ 24% ของต้นทุนรวม ส่งผลให้ทั้งสองภาคส่วนได้รับผลกระทบโดยตรงเมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้น

    นอกจากนี้ แม้ธุรกิจร้านอาหารจะมีสัดส่วนต้นทุนพลังงานโดยตรงไม่สูงมาก แต่ยังคงได้รับผลกระทบผ่านต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย และส่งผลต่อค่าใช้จ่ายโดยรวมของนักท่องเที่ยว

    จากการจำลองสถานการณ์ในงานวิจัย หากราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้น 10% จะส่งผลให้ต้นทุนโรงแรมเพิ่มขึ้นประมาณ 5% และภาคขนส่งเพิ่มขึ้นกว่า 7% อย่างไรก็ตาม หากเกิดสถานการณ์รุนแรงที่ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 50% ต้นทุนโรงแรมอาจเพิ่มสูงถึง 25.7% ขณะที่ภาคขนส่งอาจเพิ่มขึ้นถึง 38.5% ซึ่งสะท้อนถึงแรงกระแทกต่อทั้งระบบอุตสาหกรรม

    นายกสมาคมฯ ระบุว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวมีแนวโน้มจะถูกส่งต่อไปยังราคาห้องพัก ค่าอาหาร โปรแกรมท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเล รวมถึงค่าเดินทางของนักท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลกในระยะยาว โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและไม่สามารถดูดซับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้เท่าผู้ประกอบการรายใหญ่

    พร้อมกันนี้ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตได้เสนอ “ชุดมาตรการเร่งด่วนและเชิงโครงสร้าง” เพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอให้ภาครัฐพิจารณา ตรึงราคาน้ำมันดีเซลในระดับเป้าหมายสำหรับภาคท่องเที่ยว ผ่านกลไกกองทุนน้ำมัน ควบคู่กับการกำหนด “Tourism Fuel Rate” หรือราคาน้ำมันเฉพาะสำหรับภาคท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการกำหนดอัตราราคาพิเศษให้กับผู้ประกอบการขนส่งนักท่องเที่ยว เช่น รถรับส่งโรงแรม รถทัวร์ และเรือท่องเที่ยว ผ่านระบบบัตรหรือการคืนเงินตามปริมาณการใช้งานจริง เพื่อลดต้นทุนในภาคขนส่งซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทั้งระบบ และป้องกันการส่งผ่านต้นทุนไปยังนักท่องเที่ยว

    ในด้านภาษี เสนอให้มีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราว 6–12 เดือน และออกมาตรการ Energy Tax Credit ให้ผู้ประกอบการสามารถนำค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันไปหักภาษีได้โดยตรง ขณะเดียวกันควรมีมาตรการเฉพาะสำหรับ SMEs เช่น การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลชั่วคราว การพักชำระหนี้ หรือการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยประคองสภาพคล่องในช่วงที่ต้นทุนผันผวน เพื่อรักษา demand ของตลาด เสนอให้ภาครัฐเร่งออกโครงการ “คนละครึ่งพลัสท่องเที่ยว” โดยขยายรูปแบบจากคนละครึ่งเดิมให้ครอบคลุมค่าที่พัก ค่าเดินทาง และกิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและช่วยดูดซับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่กระทบราคาขายมากเกินไป

    ขณะเดียวกัน สมาคมฯ เห็นว่าควรมีมาตรการช่วยเหลือสายการบินควบคู่กันไป เนื่องจากต้นทุนพลังงานเป็นต้นทุนหลักของสายการบินเช่นกัน โดยเสนอให้มีการลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ชั่วคราว และ ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน เช่น landing fee และ passenger service charge รวมถึงการจัดทำแพ็กเกจส่งเสริมเส้นทางบิน (Route Incentive Package) สำหรับเส้นทางระยะไกล เพื่อรักษาและเพิ่มจำนวนเที่ยวบินเข้าสู่ประเทศไทย

    นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการแบ่งเบาความเสี่ยงร่วมกับสายการบิน (Load Factor Support) ในบางเส้นทางใหม่หรือเส้นทางยุทธศาสตร์ เพื่อจูงใจให้สายการบินเปิดหรือคงเส้นทางบินไว้ในช่วงที่ต้นทุนสูงและ demand ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ในระยะกลาง เสนอให้จัดตั้งโครงการ “Solar for Tourism” โดยรัฐร่วมลงทุน 30–50% สำหรับการติดตั้ง Solar rooftop ในโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs

    นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิด “Green Transport Corridor” ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต โดยสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า เช่น EV shuttle และ EV boat พร้อมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อปรับโครงสร้างต้นทุนพลังงานของระบบขนส่งทั้งเกาะในระยะยาว รวมทั้งเสนอให้มีการจัดตั้ง กองทุนพยุงต้นทุนพลังงานภาคท่องเที่ยว (Tourism Energy Stabilization Fund) เพื่อช่วยรองรับความผันผวนของราคาพลังงาน และให้การช่วยเหลืออย่างตรงจุด โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความเปราะบางสูง

    “มาตรการเหล่านี้ต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งระบบ ตั้งแต่สายการบิน ขนส่ง ไปจนถึงโรงแรม หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง จะส่งผลต่อทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม และสุดท้ายจะสะท้อนออกมาในราคาที่นักท่องเที่ยวต้องจ่าย” นายกสมาคมฯ กล่าว และยืนยันว่า ภาคเอกชนพร้อมในการร่วมมือกับภาครัฐในการยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงาน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/970262/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lUscVuGWo8TJN1KPITuPG