Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ท่องโลกดึกดำบรรพ์ “พิพิธภัณฑ์กำเนิดชีวิต” สนามบินสุโขทัย

    ท่องโลกดึกดำบรรพ์ “พิพิธภัณฑ์กำเนิดชีวิต” สนามบินสุโขทัย

    เที่ยว “พิพิธภัณฑ์กำเนิดชีวิต” สนามบินสุโขทัย กับซากดึกดำบรรพ์ที่สมบูรณ์ที่สุด 1 เดียวในไทย

    ใครที่ชื่นชอบไดโนเสาร์ ขอแนะนำ “พิพิธภัณฑ์กำเนิดชีวิต” ที่รวบรวมเหล่าสัตว์ดึกดำบรรพ์มาจัดแสดงให้ได้ตื่นตาตื่นใจ และเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่สมบูรณ์ที่สุด 1 เดียวในประเทศไทย เดินทางก็ง่าย และไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ด้วย

    เมื่อมาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ สิ่งแรกที่จะได้เห็นตั้งอยู่ข้างหน้าพิพิธภัณฑ์คือเหล่าไดโนเสาร์ที่ถูกขุดค้นพบในไทย มีประติมากรรมโอลิมปิกกอริลลา ประติมากรรมที่เคยตั้งอยู่ในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งที่ 30 ที่กรุงลอนดอนเมื่อปี พ.ศ. 2555

    เข้ามาข้างในจะมีการแสดงฟอสซิลสิ่งมีชีวิตตั้งแต่การเกิดขึ้นของโลก ในช่วงเวลานั้นมีสิ่งมีชีวิตอะไรเกิดขึ้นบ้างและมีวิวัฒนาการอย่างไรจนถึงช่วงปัจจุบัน เริ่มจากเหล่าหินดึกดำบรรพ์ที่เป็นจุดกำเนิดสัตว์เซลเดียว สัตว์เลื้อยคลานดึกดำบรรพ์ที่วิวัฒนาการเป็นไดโนเสาร์ กลุ่มโครงกระดูกฟอสซิลไดโนเสาร์บนบกและฟอสซิลไดโนเสาร์โลกใต้น้ำ ฟอสซิลเปลือกหอยดึกดำบรรพ์ เศษลูกอุกกาบาตของจริง ต้นเหตุของการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ ฟอสซิลเต่าล้านปีหาดูยาก โครงกระดูกงูโบราณ นกโบราณ และสัตว์ตระกูลลิงที่วิวัฒนาการเป็นมนุษย์ดึกดำบรรพ์ นอกจากนี้ยังมีฟอสซิลช้างแมมมอธแบบไซส์จริงและใหญ่ที่สุดในโลกให้ได้ชมกันอีกด้วย

    ใครที่สนใจอยากมาเที่ยวมาได้ที่ “พิพิธภัณฑ์กำเนิดชีวิต” ตั้งอยู่ภายในบริเวณสนามบินสุโขทัย จ.สุโขทัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/travel/thailand/271896&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09wqWpSAwYBENCwx-Iinbx

  • ตราดเปิด ฮ.รับผู้ป่วยฉุกเฉิน เกาะช้างยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวสุขภาพ

    ตราดเปิด ฮ.รับผู้ป่วยฉุกเฉิน เกาะช้างยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวสุขภาพ

    ภูมิภาค

    ตราดเปิด ฮ.รับผู้ป่วยฉุกเฉิน เกาะช้างยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวสุขภาพ

    วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.26 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ตราด วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่สนามยิงปืนเกาะช้าง (บ้านลูกช้าง) ตำบลเกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด นายสาคร นิลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดลานจอดเฮลิคอปเตอร์ เพื่อรองรับการรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ตามโครงการ “The Essence of TRAT Wellness : ตราดมหานครแห่งความสุขและสุขภาพ”

    ภายในพิธีมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด อำเภอเกาะช้าง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ผู้นำท้องถิ่น สมาคมเวลเนสตราด และหอการค้าจังหวัดตราด

    นายสาคร เปิดเผยว่า จังหวัดตราดมุ่งพัฒนาการท่องเที่ยวควบคู่กับความปลอดภัย ภายใต้แนวคิด “สุขภาพดี วิถีตราด” โดยใช้จุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งทะเล เกาะ ป่าไม้ และวิถีชีวิตชุมชน มาเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism)

    การเปิดลานจอดเฮลิคอปเตอร์ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ทำให้การช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ จังหวัดยังส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น การท่องเที่ยวธรรมชาติ การออกกำลังกายกลางแจ้ง การท่องเที่ยวชุมชน และการบริโภคอาหารพื้นถิ่นที่ปลอดภัย เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ดีทั้งกายและใจ

    ด้าน นพ.ภัทรพล บุญคู่ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด กล่าวว่า ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าว จะช่วยเพิ่มความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับเกาะช้างสู่แหล่งท่องเที่ยวมาตรฐานสากล

    ทั้งนี้ จังหวัดตราดตั้งเป้าพัฒนาให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน รองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพในอนาคต

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/470769&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eku31JvUOd6FIIutngrPu

  • บุกกรุงสะเทือน! ‘ททท.เหนือ’ยกไฮไลต์‘ปู่ม่าน-ย่าม่าน’ ดัน 5 โซนเที่ยวในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย

    บุกกรุงสะเทือน! ‘ททท.เหนือ’ยกไฮไลต์‘ปู่ม่าน-ย่าม่าน’ ดัน 5 โซนเที่ยวในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย

    วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

    บุกกรุงสะเทือน! ‘ททท.เหนือ’ยกไฮไลต์‘ปู่ม่าน-ย่าม่าน’ ดัน 5 โซนเที่ยวในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย

    เปิดมิติใหม่การท่องเที่ยวล้านนาร่วมสมัย ชวนสัมผัส “Season of North 2026” เที่ยวเหนือได้ตลอดทั้งปี พร้อมดัน “น่าน” เมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก สู่แลนด์มาร์กกลางกรุง กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนผ่าน 5 โซน “อิ่มใจ–ชื่นใจ–ซื้อใจ–สุขใจ–เพลินใจ” การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคเหนือ ชวนเที่ยวงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44  สัมผัสกลิ่นอายความคึกคักของ “หมู่บ้านภาคเหนือ” ภายใต้แนวคิด “Season of North 2026 : สุขทันที…ฤดูนี้ ฤดูเหนือ” ถ่ายทอดเสน่ห์ล้านนาในรูปแบบร่วมสมัย ผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่ายและเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี

    นายขจรเดช อภิชาติตรากุล ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. เปิดเผยว่า ปีนี้ ททท.ภูมิภาคภาคเหนือ มุ่งเน้นการยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวผ่านการตีความอัตลักษณ์ล้านนาในมุมใหม่ โดยคัดสรรเรื่องราวที่สะท้อน “ชีวิตจริง” ของภาคเหนือ ที่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิม แต่ถูกนำเสนออย่างร่วมสมัยและเข้าถึงได้สำหรับนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบัน โดยชู “น่าน” เมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก สู่ไฮไลต์สำคัญ ในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านจาก UNESCO (Crafts and Folk Art) มาถ่ายทอดผ่านรูปแบบ Immersive Experience ภายในงาน

    สำหรับแลนด์มาร์กสำคัญในโซนหมู่บ้านภาคเหนือ ได้แก่

    • “ปู่ม่าน–ย่าม่าน” รูปจำลองขนาดใหญ่ จากจิตรกรรมฝาผนังชื่อดัง ณ วัดภูมินทร์ ถ่ายทอดเรื่องราว “กระซิบรักเมืองน่าน” เปิดมุมมองใหม่ให้ผู้เข้าชมได้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

    • “หัวเรือไม้แกะสลัก” ศิลปะพื้นบ้านจากประเพณีแข่งเรือ สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ชุมชน พร้อมด้วยการนำเสนอศิลปหัตถกรรมล้านนาจากหลากหลายจังหวัด ที่สะท้อนความงดงามของภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เวทีระดับประเทศ

    นอกจากนี้ ภายในหมู่บ้านภาคเหนือยังออกแบบ 5 โซนประสบการณ์ มอบประสบการณ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยว ได้อย่าง“ครบทุกมิติของการเที่ยวเหนือ” ไม่ว่าจะเป็น

    + โซน “อิ่มใจ” (Must Taste)

    นำเสนออาหารพื้นถิ่นระดับกูร์เมต์และร้านดังระดับตำนาน อาทิ ข้าวซอยลำดวน ฟ้าฮ่าม จังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับรางวัล Michelin Guide รวมถึงเมนูพื้นบ้านสูตรดั้งเดิมกว่า 100 ปี

    + โซน “ชื่นใจ” (Café & Craft Drink)

    รวบรวมเครื่องดื่มคุณภาพจากแหล่งผลิตในภาคเหนือ ทั้งชา กาแฟ และเครื่องดื่มฟิวชันที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น

    + โซน “ซื้อใจ” (Must Buy)

    ช้อปสินค้า OTOP และงานคราฟต์ดีไซน์ร่วมสมัย อาทิ เครื่องทองสุโขทัย เครื่องเงินจากน่าน และงานหัตถกรรมจากกลุ่มชาติพันธุ์

    + โซน “สุขใจ” (Spiritual & Belief)

    พื้นที่แห่งความศรัทธา รวบรวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์และกิจกรรมเสริมสิริมงคล พร้อมศาสตร์การดูดวงหลากหลายแขนง

    + โซน “เพลินใจ” (Workshop & Experience)

    เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรม D.I.Y. งานหัตถศิลป์ล้านนา สวมชุดพื้นเมือง และสัมผัสวิถีชีวิตแบบเหนืออย่างใกล้ชิด

    ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทุกท่าน ร่วมสัมผัสเสน่ห์ล้านนาในมิติใหม่ ภายใน “หมู่บ้านภาคเหนือ” ที่ยกประสบการณ์กิน–ช้อป–เที่ยว–มู–เวิร์กช้อป มาไว้ครบจบในที่เดียว ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ตั้งแต่วันนี้ – 29 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 1–4 กรุงเทพมหานคร เวลา 10.00 – 21.00 น. แล้วมาค้นพบความสุขแบบ “Season of North” ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักภาคเหนือ…ได้ในทุกฤดู ณ ใจกลางกรุงเทพฯ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/955221&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ItB5ejPdrtFCdXzKv5nhL

  • ญี่ปุ่นเอาจริง! รัฐบาลวางแผนรับมือนักท่องเที่ยวล้นเมือง

    ญี่ปุ่นเอาจริง! รัฐบาลวางแผนรับมือนักท่องเที่ยวล้นเมือง

    ญี่ปุ่นเอาจริง! รัฐบาลวางแผนรับมือนักท่องเที่ยวล้นเมือง

    วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.42 น.

    Tag :

    รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความเห็นชอบแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวขั้นพื้นฐานลำดับต่อไป โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพื้นที่ที่มีมาตรการรองรับภาวะท่องเที่ยวล้นเมือง (overtourism) ให้ครบ 100 แห่งภายในปี 2030 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดตัวเลขเป้าหมายในประเด็นนี้อย่างชัดเจน

    สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า แผนดังกล่าวซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีระบุว่า คุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมกำลังได้รับผลกระทบจากการรวมตัวของนักท่องเที่ยวจำนวนมากเกินไป ญี่ปุ่นจึงจำเป็นต้องเสริมความแข็งแกร่งของมาตรการรองรับเพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

    ปัจจุบันมีพื้นที่ต้นแบบ 47 แห่ง รวมถึงเมืองเกียวโตทางตะวันตกของญี่ปุ่น ที่ได้เริ่มดำเนินโครงการต่าง ๆ ตามเสียงสะท้อนของคนในท้องถิ่นไปบ้างแล้ว

    สำหรับแผนพื้นฐานส่งเสริมการท่องเที่ยวขั้นต่อไปจะครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2026 ถึง 2030 โดยยังคงเป้าหมายเดิมในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 60 ล้านคน และสร้างรายได้จากการใช้จ่าย 15 ล้านล้านเยน (ประมาณ 3.6 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030

    มาตรการรับมือภาวะท่องเที่ยวล้นเมืองภายใต้แผนนี้ ประกอบด้วยการลดความแออัดของถนนในท้องถิ่นและการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในบางพื้นที่ รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กระจายตัวไปยังแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคอื่นมากขึ้น

    นอกจากนี้ รัฐบาลจะพิจารณาจัดทำแนวทางปฏิบัติสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของรัฐ เกี่ยวกับการใช้ระบบ “นโยบายสองราคา” (Dual Pricing) ระหว่างผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    เป้าหมายอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ การเพิ่มยอดใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 229,000 เยน หรือราว 55,400 บาท ในปี 2025 เป็น 250,000 เยน หรือประมาณ 60,500 บาท ภายในปี 2030 และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่กลับมาเที่ยวซ้ำ จาก 27.61 ล้านคน เป็น 40 ล้านคน

    ทั้งนี้ สถิติระบุว่าในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาญี่ปุ่นสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 42.7 ล้านคน พร้อมยอดใช้จ่ายสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 9.5 ล้านล้านเยน (ประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท) โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศราว 3.47 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขรายเดือนที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/955338&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tWXrQYWlY3WX1OoqdlnCa

  • “หาดนางเหงา” เงียบเหงา น้ำมันแพง-หายาก นักท่องเที่ยวไม่กล้าไป วอนรัฐบาลแก้ด่วน

    “หาดนางเหงา” เงียบเหงา น้ำมันแพง-หายาก นักท่องเที่ยวไม่กล้าไป วอนรัฐบาลแก้ด่วน

    วันที่ 27 มี.ค. 2569 ที่หาดนางเหงา ต.ดูน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นางอุบล สายบุบผา อายุ 57 ปี เจ้าของร้านอาหารแพน้องแจ๋ว 1 รองประธานหาดนางเหงา กล่าวว่า บรรยากาศของการท่องเที่ยวที่บริเวณหาดนางเหงา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ของ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เป็นไปด้วยความเงียบเหงา ซบเซาเป็นอย่างมาก ส่งผลทำให้การค้าขายในช่วงนี้ ย่ำแย่มาก ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยว ลูกค้าบางมาก บางที่สุด ปกติในช่วงเดียวกันเมื่อปีที่ผ่านมา ยังพอมีลูกค้าอยู่บ้าง แต่มาปีนี้แทบไม่มีเลย ตนคิดว่าสาเหตุที่การท่องเที่ยวซบเซา น่าจะมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น และหาเติมยาก ช่วงนี้เป็นเวลาลูกค้ามากตั้งแต่ มี.ค.-พ.ค. โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ แต่ปีนี้บรรยากาศเงียบเหงากว่าทุกปีแน่นอน

    อยากฝากถึงรัฐบาล เร่งบริหารจัดการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสถานการณ์น้ำมันให้ได้โดยเร็ว เพราะคนไทยทุกวันนี้ ทุกข์ยากลำบากลงไปทุกวัน เงินจะใช้ก็ไม่มี ราคาข้าว และพืชผลทางการเกษตร ก็ไม่มีราคา พอถึงหน้าฝน น้ำก็ท่วม มันก็กระทบไปหลายอย่าง วัว ควาย เลี้ยงไว้ก็ขายไม่ได้ ไม่มีราคา หนี้สินก็ไม่ได้ปลด ก็ทุกข์ย่ำแย่ลงไปทุกวัน รัฐบาลชุดนี้ยิ่งเงียบมาก คนไม่มาเที่ยวเลย อยากให้บริหารจัดการให้มันเจริญกว่านี้ ให้มันเจริญกว่าเก่า อันนี้มันย่ำแย่ลงทุกวัน แหล่งท่องเที่ยวแต่ละที่ ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด

    ด้าน นางสมสาย สายบุบผา อายุ 52 ปี เจ้าของแพน้องแก้วน้องกาย กล่าวว่า ลูกค้าเดินทางมาท่องเที่ยวน้อยลงกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหารบางวันแทบไม่มีลูกค้าเข้ามาท่องเที่ยวใช้บริการ ต้องแบกรับภาระหนี้สิน เพราะขาดรายได้

    ตนคิดว่านักท่องเที่ยวและประชาชนส่วนใหญ่ ได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะไม่ค่อยมีเงิน ไม่มีน้ำมันมาเที่ยว นอกจากน้ำมันแพงแล้ว ซ้ำยังหาเติมลำบาก มันก็เลยส่งผลกระทบต่อแม่ค้าหาดนางเหงามาก พ่อค้าแม่ค้ารวมถึงประชาชน โอดกันว่าไม่น่ารอด หากินลำบาก ถ้าเป็นอยู่แบบนี้ อยากฝากถึง ส.ส. และ นายกรัฐมนตรี ให้ช่วยเหลือด้วย เพราะจะไม่ไหวแล้ว หนี้สินมีเพราะทุกอย่างที่ทำก็กู้มาทำ เพื่อประกอบอาชีพ แต่ถ้าไม่มีลูกค้ามาเที่ยว จะไม่มีเงินใช้หนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/137691&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BTa5SECvdzSdJpEmDGQNY

  • พาเช็กอินโลเคชั่นหงสาวดี มุมสวย ฟีลย้อนยุคแบบจัดเต็ม

    พาเช็กอินโลเคชั่นหงสาวดี มุมสวย ฟีลย้อนยุคแบบจัดเต็ม

              สถานที่ถ่ายทำหงสาวดี สัมผัสโลเคชั่นถ่ายทำที่งดงามและมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร เต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุคและรายละเอียดที่ชวนให้อินกับเรื่องราว

              ตามรอยสถานที่ถ่ายทำ “หงสาวดี” ไปสัมผัสโลเคชั่นที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมแบบโบราณ แต่ละจุดถ่ายทำถูกคัดมาอย่างดี ให้ทั้งบรรยากาศสมจริงและมุมถ่ายรูปที่สวยสะดุดตา เหมาะกับทั้งสายเที่ยว สายคอนเทนต์ และคนที่อยากอินกับเรื่องราวในละคร พร้อมเก็บภาพสวย ๆ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้แบบเพลิน ๆ ในทริปเดียว

    สถานที่ถ่ายทำหงสาวดี

    หงสาวดี

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ช่อง one31

    1. เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ

              อีกหนึ่งโลเคชั่นใกล้กรุงเทพฯ ที่ถูกใช้ถ่ายทำฉากในเรื่องหงสาวดี คือเมืองโบราณ ซึ่งทีมงานได้ดัดแปลงศาลาเก่าแก่ภายในให้กลายเป็นสถานที่พำนักของตัวละครได้อย่างสมจริง อีกทั้งเมืองโบราณยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปเยือน ด้วยพื้นที่กว้างกว่า 800 ไร่ ที่รวบรวมสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมไทยจากหลากหลายยุคสมัยไว้ในที่เดียว เหมาะทั้งสำหรับเดินชมประวัติศาสตร์และเก็บภาพสวย ๆ ได้แบบเพลิน ๆ

    วัดอุโมงค์ สถานที่ถ่ายทำหงสาวดี

    • ที่อยู่ : ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
    • เบอร์โทรศัพท์ : 0 2026 8800
    • เฟซบุ๊ก : เมืองโบราณ สมุทรปราการ

    2. สวนพฤกษศาสตร์พุแค จังหวัดสระบุรี

              สวนพฤกษศาสตร์ไทยที่รวบรวมพรรณไม้ไว้อย่างหนาแน่นจนกลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ทอดยาวให้คุณได้เดินสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอด ไฮไลต์อยู่ที่บรรยากาศสุดร่มรื่นของแมกไม้นานาพันธุ์ที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมทางเดิน เหมาะทั้งการมาเดินเล่นออกกำลังกาย ถ่ายรูป หรือจะหิ้วเสื่อมาปูเอนหลังฟังเสียงนกเสียงไม้ในวันหยุดก็ฟินสุด ๆ เรียกว่าเป็น “ปอดใกล้เมือง” ที่จะช่วยรีชาร์จพลังงานให้ทุกคน

    สวนพฤกษศาสตร์พุแค สถานที่ถ่ายทำหงสาวดี

    • ที่อยู่ : หมุ่ 1 ตำบลพุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี
    • เบอร์โทรศัพท์ : 0 3634 7457
    • เฟซบุ๊ก : สวนพฤกษศาสตร์พุแค

    3. โครงการศูนย์ศิลปชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

              พิกัดสำหรับคนที่อยากชมความวิจิตรบรรจงของงานช่างศิลป์ไทยระดับโลกในบรรยากาศร่มรื่นริมน้ำเจ้าพระยา อย่าพลาดชม “พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน” ที่รวบรวมผลงานชิ้นเอกสุดประณีต ทั้งงานถมทอง งานแกะสลัก และงานปักผ้าที่ละเอียดจนน่าทึ่ง ท่ามกลางอาคารสถาปัตยกรรมที่โอ่อ่าสวยงาม เดินเที่ยวชมได้เพลิน ๆ แอร์เย็นฉ่ำ แถมยังมีขนมไทยโบราณและของที่ระลึกให้เลือกช้อป เรียกว่าเป็นจุดเช็กอินที่รวมความภูมิใจในรากเหง้าไทยและความสุนทรีไว้ในที่เดียว เดินทางง่ายใกล้กรุงสุด ๆ

    • ที่อยู่ : ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    4. วังช้างอยุธยา แล เพนียด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

              ย้อนเวลากลับไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของกรุงเก่าผ่านวิถีชีวิตคู่บ้านคู่เมือง สถานที่อนุรักษ์และสืบสานตำนานคชสารไทยที่ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานประวัติศาสตร์ นั่งบนหลังช้างตัวสูงตระหง่าน เดินทอดน่องชมโบราณสถานวัดพระรามและวัดมงคลบพิตร ซึ่งให้ความรู้สึกสง่างามและคลาสสิกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์จริง ๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมป้อนอาหารน้องช้าง หรือจะรอชมโชว์ความสามารถพิเศษของเหล่าคชสารที่สร้างรอยยิ้มได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและกลิ่นอายอารยธรรมโบราณที่หาดูได้ยาก เรียกว่ามาที่เดียวได้ทั้งบุญ ความสนุก และรูปถ่ายสวยๆ คู่กับน้องช้างและวัดเก่าแบบจุใจ

    วังช้างอยุธยา แล เพนียด สถานที่ถ่ายทำหงสาวดี

    ภาพจาก : The Villa Studio / shutterstock.com

    5. ค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี

              ฉากท้องพระโรงอันยิ่งใหญ่และทรงพลังในซีรีส์ ถูกถ่ายทำภายในโรงถ่ายของค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการสร้างฉากราชสำนักที่ต้องการความอลังการและรายละเอียดสูง ทำให้บรรยากาศที่ออกมาดูสมจริงและมีมิติแบบงานโปรดักชันระดับใหญ่

              *** ค่ายสุรสีห์เป็นพื้นที่ของหน่วยทหาร จึงไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสมาเที่ยวกาญจนบุรี ก็ยังสามารถแวะเที่ยวสถานที่ใกล้เคียงยอดนิยมได้ เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ รวมถึงกิจกรรมล่องแพแม่น้ำแควที่ช่วยเติมความสนุกให้ทริปได้ไม่น้อย

    • ที่อยู่ : ค่ายสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี

    6. โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่

              โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมล้านนาอันยิ่งใหญ่บนพื้นที่กว้างขวาง จนถูกเลือกให้ใช้เป็นฉาก “พระราชวังกัมโพชธานี” ในซีรีส์ ด้วยดีไซน์อาคาร หอคอย และรายละเอียดงานไม้ที่อิงรูปแบบโบราณอย่างประณีต ทำให้บรรยากาศราชสำนักดูสมจริงและอลังการโดยแทบไม่ต้องพึ่งฉากจำลองเพิ่มเติม

    โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ สถานที่ถ่ายทำหงสาวดี

    โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ สถานที่ถ่ายทำหงสาวดี

              *** โรงแรมดาราเทวีมีสถานะปิดทำการและอยู่ระหว่างการจัดการทรัพย์สินจากกระบวนการล้มละลาย และเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บริเวณเรือนไม้ด้านหน้าซึ่งเป็นส่วนสปา อย่างไรก็ตามล่าสุดได้มีการเปิด “กาดดาราเทวี” หรือตลาดดาราเทวี บริเวณด้านหน้าอาคาร ซึ่งแม้ตัวอาคารโรงแรมยังไม่เปิดให้เข้าภายใน แต่ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาถ่ายรูปบริเวณกาดและด้านหน้าอาคารได้

    7. วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) จังหวัดเชียงใหม่

              วัดโบราณอายุกว่า 700 ปีแห่งนี้คือโลเคชั่นที่หลายคนตามหา โดยวัดอุโมงค์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเชียงใหม่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ซึ่งพญามังรายแห่งอาณาจักรล้านนาโปรดให้สร้างขึ้น และได้รับการบูรณะโดยพญากือนาด้วยการสร้างอุโมงค์ทางเดิน 4 ทิศ เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถรจันทร์ บรรยากาศร่มเย็น ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ และมีจิตรกรรมฝาผนังโบราณที่ถือเป็นของเก่าแก่ที่สุดในดินแดนล้านนา ให้ความรู้สึกราวกับย้อนไปสู่ยุคนั้นจริง ๆ นอกจากจะได้เห็นโลเคชั่นถ่ายทำแล้ว ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติลำห้วยอุโมงค์ซ่อนอยู่หลังวัด เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติเชิงดอยสุเทพแบบช้า ๆ อีกด้วย

    วัดอุโมงค์ สถานที่ถ่ายทำหงสาวดี

    วัดอุโมงค์ สถานที่ถ่ายทำหงสาวดี

    ภาพจาก : Apinut Joeythongsri / shutterstock.com

    • ที่อยู่ : ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

    8. ปางช้างแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

              ที่นี่มอบประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การดูช้าง แต่คุณจะได้ดื่มด่ำกับวิถีชีวิตที่เป็นมิตรและอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นการชมความฉลาดแสนรู้ของน้องช้างที่วาดรูปได้เก่งจนน่าทึ่ง การนั่งหลังช้างลัดเลาะข้ามลำน้ำชมวิวธรรมชาติที่เขียวขจี หรือจะเลือกทำกิจกรรมแนวอนุรักษ์อย่างการป้อนอาหารและอาบน้ำให้ช้างในลำน้ำแม่แตงก็สร้างรอยยิ้มได้ไม่รู้จบครับ บรรยากาศรอบข้างยังรายล้อมไปด้วยกลิ่นอายของป่าไม้ที่สมบูรณ์และเสียงน้ำไหลเอื่อย ๆ เรียกว่าเป็นจุดเช็กอินที่รวมทั้งความตื่นเต้น ความอบอุ่น และภาพถ่ายสวยๆ ไว้ในที่เดียว จนกลายเป็นหนึ่งในลิสต์ที่ต้องไปสักครั้งเมื่อมาเยือนเมืองเหนือ

    ปางช้างแม่แตง สถานที่ถ่ายทำหงสาวดี

    ภาพจาก : Great Pics Worldwide / shutterstock.com

    9. วัดผาลาด จังหวัดเชียงใหม่

              เพชรเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่กลางพรรณไม้อันเขียวขจี ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่วัด แต่เป็นพื้นที่แห่งความสงบที่หลอมรวมศิลปะพม่าและล้านนาเข้ากับธรรมชาติได้อย่างไร้ที่ติ เสียงน้ำตกไหลเอื่อย ๆ ผ่านโขดหินที่ขนานไปกับวิหารและเจดีย์เก่าแก่ทรงเสน่ห์ ซึ่งให้บรรยากาศขลังและเย็นสบาย ไม่ว่าคุณจะเลือกเดินเท้าขึ้นมาตาม “เส้นทางสายแสวงบุญ” เพื่อพิสูจน์ศรัทธา หรือขับรถแวะมาพักใจระหว่างทางขึ้นดอยสุเทพ ภาพของม่านหมอกที่คลอเคลียยอดไม้และมุมถ่ายรูปสุดคลาสสิกของบันไดพญานาคโบราณ จะทำให้ทริปเชียงใหม่ครั้งนี้ของคุณเต็มไปด้วยพลังงานบวกและความประทับใจที่ไม่รู้ลืม

    วัดผาลาด สถานที่ถ่ายทำหงสาวดี

              ใครอยากอินกับบรรยากาศแบบในหงสาวดี ลองตามรอยโลเคชั่นหงสาวดีเหล่านี้ดูสักครั้ง ได้ทั้งเที่ยว ชมสถาปัตยกรรม และซึมซับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน ^ ^

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวตามรอยละคร ซีรีส์ ท่องเที่ยวไทย อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view299874.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25yGztDpuD6AiutLflicOt

  • ตราดเปิดลานจอดเฮลิคอปเตอร์รับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน เสริมศักยภาพท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเกาะช้าง | TOPNEWS

    ตราดเปิดลานจอดเฮลิคอปเตอร์รับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน เสริมศักยภาพท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเกาะช้าง | TOPNEWS

    เมื่อเวลา 13.30–17.00 น. วันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่สนามยิงปืนเกาะช้าง (บ้านลูกช้าง) ตำบลเกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด นายสาคร นิลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดสนามบินเฮลิคอปเตอร์รับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ตามโครงการ “The Essence of TRAT Wellness ตราดมหานครแห่งความสุขและสุขภาพ” โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด นายอำเภอเกาะช้าง หัวหน้า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง กำนันตำบลเกาะช้างใต้ รวมถึงภาคเอกชน เช่น สมาคมเวลเนสตราด และ หอการค้าจังหวัดตราด

    นายสาคร กล่าวว่า จังหวัดตราดมุ่งพัฒนาการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “สุขภาพดี วิถีตราด” ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทั้งทะเล เกาะ ป่าไม้ และวิถีชุมชนที่เรียบง่าย เป็นมิตร เอื้อต่อการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ

    จังหวัดตราดจึงผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ควบคู่กับมาตรการด้านความปลอดภัย โดยพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินในทุกมิติ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งการเปิดลานจอดเฮลิคอปเตอร์มาตรฐานบนเกาะช้างในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้มีมาตรฐาน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ความสะอาด สุขอนามัย และการบริการที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ จังหวัดตราดยังสนับสนุนกิจกรรมท่องเที่ยวที่ส่งเสริมสุขภาวะ เช่น การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การออกกำลังกายกลางแจ้ง การท่องเที่ยวชุมชน การรับประทานอาหารพื้นถิ่นที่มีคุณค่าทางโภชนาการจากกระบวนการเกษตรปลอดภัย รวมถึงการเรียนรู้วิถีชีวิตเรียบง่ายและยั่งยืนของชาวตราด ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี

    ด้าน นพ.ภัทรพล บุญคู่ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด กล่าวว่า การมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่อำเภอเกาะช้างจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน ทำให้การรักษาพยาบาลเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    ทั้งนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ฉุกเฉินดังกล่าว จะช่วยยกระดับให้จังหวัดตราด โดยเฉพาะพื้นที่ เกาะช้าง ก้าวสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีมาตรฐานระดับสากล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนในพื้นที่ต่อไป

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1529744&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pE4VsGsF_eEOn4m4M5NMR

  • Isuzu คาด ประชาชนชะลอการซื้อรถ หลังเศรษฐกิจยังขาดปัจจัยบวกมาหนุน

    Isuzu คาด ประชาชนชะลอการซื้อรถ หลังเศรษฐกิจยังขาดปัจจัยบวกมาหนุน

    Isuzu ประเมินสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง และสภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังรอปัจจัยบวกมาหนุน อาจทำให้ประชาชนชะลอการตัดสินใจซื้อรถออกไปก่อน

    มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด หรือ Isuzu กล่าวว่า สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ตอนนี้ภาพรวมยังประเมินได้ยาก ยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อก็จะยิ่งส่งผลเสีย และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร เราก็อยากจะให้คลี่คลายโดยเร็ว 

    อย่างไรก็ตามสถานการณ์นี้ส่งผลให้ลูกค้าบางส่วนในต่างจังหวัดเริ่มชะลอการตัดสินใจซื้อรถออกไปก่อน เนื่องจากมีความกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำมันขาดแคลน แต่หากมองในแง่ดี ในภาวะที่น้ำมันมีความไม่แน่นอนเช่นนี้ จุดแข็งของอีซูซุ คือ รถที่ประหยัดน้ำมัน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดให้กับลูกค้า

    ทั้งนี้เรื่องของสงครามนั้น ไม่ได้ส่งผลต่อการผลิตในไทย แต่มีผลกระทบด้านการขาย ลูกค้าอาจชะลอการตัดสินใจซื้อตามที่ได้อธิบายไว้ ส่วนเรื่องความต้องการรถ EV จะมากขึ้นหรือไม่นั้น ณ ตอนนี้ อาจจะไม่ใช่คำตอบที่จะสรุปได้โดยง่าย เพราะสถานการณ์
การขาดแคลนน้ำมันกระทบทั้งน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน

    ขณะเดียวกันราคาไฟฟ้าก็สูงขึ้นด้วย ต้องพิจารณาหลาย ๆ ปัจจัยประกอบ อีกทั้งประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ก็ได้มีการรณรงค์ให้ประหยัดพลังงาน ปัญหาพลังงานนี้จึงเป็นเรื่องที่กระทบกับวงการพลังงานทั้งหมดทั่วโลก 

    มร. ฮิโรยาสุ กล่าวว่า ส่วนของไลน์การผลิตรถอีซูซุในไทยนั้น หรือไม่ สงครามที่เกิดขึ้นยังไม่ส่งผลกระทบกับอีซูซุ แต่ในส่วนของการส่งออกนั้น อาจจะได้รับผลกระทบอยู่บ้าง ขอย้ำว่า ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขผลกระทบที่ชัดเจนได้ เพราะไม่ทราบว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อแค่ไหน รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ล้วนมีผลต่อการประเมินตัวเลขของอีซูซุในอนาคต อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมความพร้อมเสมอที่จะส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง เพราะตลาดตะวันออกกลางเป็นตลาดสำคัญ

    สำหรับสถานการณ์ตลาดรถยนต์โดยรวม และตลาดรถปิกอัพในปี 2569 เบื้องต้น คาดการณ์ตลาดรถยนต์รวมในไทย ประมาณ 640,000 คัน ตลาดรถปิกอัพรวมทุกยี่ห้อประมาณ 151,000 คัน ยอดจำหน่ายของอีซูซุ รวมทุกประเภท 77,500 คัน (เป็นรถปิกอัพประมาณ 54,000 คัน) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวทั้งหมด เป็นการคาดการณ์ก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ดังนั้น อาจต้องมีการปรับตัวเลขใหม่อีกครั้งตามสถานการณ์จริงอีกครั้ง

    อย่างไรก็ตาม หากหันมาพิจารณาถึงปัจจัยภาวะสงคราม รัฐบาลควรช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมเพื่อทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยดีขึ้น ใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 

    เรื่องไฟแนนซ์: การพิจารณาสินเชื่อที่ผ่านมามีความเข้มงวดมาก คาดหวังว่าถ้า บริษัทไฟแนนซ์จะเริ่มผ่อนคลายมาตรการลง จะทำให้สถานการณ์ตลาดปิกอัพดีขึ้นได้

    การส่งออกและภาคการเกษตร: ปีที่แล้วมีปัญหาการตอบโต้ภาษีของทรัมป์ หลังจากที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว อุตสาหกรรมนี้ก็น่าจะดีขึ้น อีซูซุต้องดูปัจจัยนี้ประกอบด้วย

    นโยบายรัฐบาล: ความคาดหวังต่อนโยบายของรัฐบาล หลังจากการเลือกตั้งได้จบลง ก็อยากให้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง ดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ดีขึ้น ให้ความสำคัญกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าที่เป็นอยู่

    อย่างไรก็ตาม เราได้คาดการณ์ว่าครึ่งหลังของเศรษฐกิจปีนี้น่าจะดีขึ้น แต่เกิดปัญหาสงครามตะวันออกกลางขึ้นก่อน ซึ่งไม่รู้จะส่งผลอย่างไรตามมา เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

    “กลยุทธ์ของเราคือการเน้นสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ ให้ลูกค้าไว้วางใจเลือกใช้รถที่ประหยัดน้ำมัน เน้นมาตรฐานการดูแลรักษารถ และให้การบริการหลังการขายที่ดี และตอกย้ำว่าอีซูซุเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยและสังคมไทยทุกสถานการณ์ต่อไป ตามแนวคิด  Isuzu Trusted Buddy รวมถึงหากมีการผ่อนคลายด้านความเข้มงวดของมาตรการไฟแนนซ์ เราก็คาดหวังว่าตลาดรถปิกอัพก็น่าจะดีขึ้นตาม”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/auto/news/2922840&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gZoc6qKlSW2en-dygAJap

  • นายกฯ พร้อมทีมเศรษฐกิจ เปิดใจ แผนรับมือวิกฤตพลังงาน | TOPNEWS

    นายกฯ พร้อมทีมเศรษฐกิจ เปิดใจ แผนรับมือวิกฤตพลังงาน | TOPNEWS

    นายกฯ พร้อมทีมเศรษฐกิจ เปิดใจ แผนรับมือวิกฤตพลังงาน

    • เผยแพร่ : 27/03/2026 21:17

    รัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมติดตามเวที “Meet the Press” 1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมทีมเศรษฐกิจ จะมาร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์และแนวทางการรับมือของภาครัฐ ในวันพรุ่งนี้ (28 มี.ค.) เวลา 10.00 – 12.00 น.

    ขณะเดียวกัน ภาครัฐได้ออกมาตรการช่วยเหลือ ชดเชยค่าน้ำมันให้กับภาคขนส่ง ไม่ให้กระทบราคาสินค้า เป็นเวลา 1 เดือน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1530045&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20WiZzwNZo6SeiAkxRtuFD

  • สภาพัฒน์ จ่อชง รัฐบาลใหม่ เร่งคลอด คนละครึ่ง เฟสใหม่ หลังแถลงนโยบาย

    สภาพัฒน์ จ่อชง รัฐบาลใหม่ เร่งคลอด คนละครึ่ง เฟสใหม่ หลังแถลงนโยบาย

    สภาพัฒน์ จ่อชง รัฐบาลใหม่ เร่งคลอด คนละครึ่ง เฟสใหม่ หลังแถลงนโยบาย

    วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.27 น.

    “สภาพัฒน์” จ่อชงรัฐบาลใหม่ เร่งคลอด “คนละครึ่ง เฟสใหม่” หลังแถลงนโยบาย ก่อนวางงบฯ 70 ทำเฟสต่อไป เพื่อช่วยประชาชนท่ามกลางวิกฤตสงคราม

    วันที่ 27 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เตรียมจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจท่ามกลางวิกฤตพลังงาน โดยนอกเหนือจาก 7 มาตรการ ที่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) ที่เป็นการพุ่งเป้าช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม อาทิ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่งและผู้ให้บริการรถสาธารณะ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งไม่ให้กระทบกับราคาสินค้ามากและไม่ทำให้เงินเฟ้อขึ้นเยอะนั้น

    ส่วนการช่วยเหลือกลุ่มคนชั้นกลาง ที่กำลังมีการเรียกร้องอยู่ในขณะนี้ ได้มีการเตรียมไว้หมดแล้ว ซึ่งหลังจากที่รัฐบาลชุดใหม่ มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา สิ่งที่ควรจะเริ่มดำเนินการทันที อาทิ โครงการคนละครึ่ง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งต้องเร่งออกมาอย่างน้อย 1 เฟส หลังจากที่รัฐบาลชุดใหม่มีอำนาจเต็ม แต่ถึงอย่างไรก็ต้องดูในเรื่องของงบประมาณประกอบด้วย จากนั้นจะต้องเร่งจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 และจึงค่อยดำเนินการโครงการคนละครึ่ง เฟสถัดไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/955177&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09kZiJCko0AQEx18EslXol