Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (2)

    เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (2)

    คุยกันต่อเลยครับ …

    ผู้ค้าบางรายที่ตระหนักดีถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มในการทำไลฟ์สตรีมมิ่ง ก็สามารถสร้างยอดขายดอกไม้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ รายที่ประสบความสำเร็จสามารถขายดอกไม้ออนไลน์ได้ 200,000 ดอกภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง กลายเป็นช่องทางการประกอบอาชีพที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ของจีนในปัจจุบัน

    นั่นเท่ากับว่า ช่องทางออนไลน์ดังกล่าวกำลังเป็น “ตัวเชื่อม” ระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกดอกไม้ กับ ร้านดอกไม้ได้โดยตรงผ่านโทรศัพท์มือถือ แหล่งข้อมูลระบุว่า ระบบการค้าออนไลน์และโลจิสติกส์ที่ดี สามารถช่วยลดระยะเวลาในการทำธุรกรรมเฉลี่ยลงถึง 24 ชั่วโมง ลดอัตราการสูญเสียลง 30% และเพิ่มรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกดอกไม้ได้ถึง 20% 

    ในแง่ของพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีน การซื้อดอกไม้กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนจีนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มความปรารถนาในวิถีชีวิตที่โรแมนติก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้น

    สถิติของสมาคมดอกไม้จีนระบุว่า ผู้หญิงเป็นผู้บริโภคดอกไม้หลักของจีน คิดเป็นมากกว่า 60% ของทั้งหมด คนเหล่านี้มีรายได้ระหว่าง 5,001-15,000 หยวนต่อเดือน และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในโอกาสพิเศษ เช่น วันแห่งความรัก และ วันครู

    นอกจากนี้ พฤติกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับรูปแบบ “การบริโภคขนาดเล็ก” (Small Consumption) ที่เปลี่ยนรูปแบบการแสวงหาความสุขจากการซื้อหาสินค้ามูลค่าสูงเพื่อระยะยาว เป็นสินค้ามูลค่าต่ำเพื่อความสุข “ตรงหน้า” 

    กระแสดังกล่าวกำลังเป็นที่นิยมในจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Gen Z และ Millenium ที่ใช้เงินเพียง 10 หยวนต่อสัปดาห์สั่งซื้อดอกไม้ออนไลน์จากตลาดดอกไม้โต่วหนาน ใน ยูนนาน เพื่อความเพลิดเพลินกับความงามและความหอมของดอกไม้ที่ชื่นชอบ ทำให้สถานที่ทำงาน หรือ บ้านดูสดใส เพิ่มพลังใจ และชดเชยความเหนื่อยล้าจากการทำงาน และชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่า

    นอกจากเสน่ห์และความงดงามผ่านรูปทรง สีสัน และ กลิ่น ของดอกไม้แต่ละประเภทแล้ว ดอกไม้บางส่วนยัง “โดนใจ” สายมูอีกด้วย เพราะดอกไม้จำนวนมากมีความหมายอันเป็นมงคลในตัวเอง 

    ดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของจีน และเป็นดอกไม้ประจำชาติ ก็ได้แก่ ดอกโบตั๋น มีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง และเกียรติยศ ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งดอกไม้” และนิยมใช้ตกแต่งพระราชวังของจักรพรรดิ หรือ แม้กระทั่งในงานแต่งงานทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ ดอกเบญจมาศ สื่อถึงอายุที่ยืนยาวและขุนนาง 

    จึงไม่น่าแปลกใจ ที่เราเห็นเศรษฐกิจดอกไม้เติบโตในอัตราที่สูงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีหลัง โดยรายงานของสํานักงานบริหารป่าไม้และทุ่งหญ้าแห่งชาติ (National Forestry and Grassland Administration) และกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท (Ministry of Agricultural and Rural Affairs) ของจีนระบุว่า ตลาดของอุตสาหกรรมดอกไม้ของจีน มีมูลค่าแตะ 300,000 ล้านหยวน ในปี 2025

    ด้วยการมุ่งเน้นการผลิตคุณภาพสูง และความสร้างสรรค์ในเชิงธุรกิจ ผู้ประกอบการจีนก็พยายามนำเอาดอกไม้ไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มมูลค่า มากกว่าการนำไปใช้ในการตกแต่ง ส่งผลให้สามารถขยายตลาดดอกไม้ออกไปได้กว้างขวางยิ่งขึ้น 

    “การท่องเที่ยวดอกไม้” (Flower Tourism) กลายเป็นแนวคิดหลักของหมู่บ้าน และ ร้านอาหาร ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ฤดูดอกไม้เบ่งบาน เช่น ทุ่งเรพซีด (Rapeseed) สีเหลืองที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ในมณฑลเสฉวน และ หูหนาน ทำให้เจ้าของร้านอาหารในพื้นที่เก็บเกี่ยวโอกาสทางธุรกิจ โดยนำเอาเรพซีดมาเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร อาทิ ขนมอบ และ เครื่องดื่ม ขณะที่ศิลปินท้องถิ่นก็นำเอาดอกไม้ไปทำเป็นของที่ระลึก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มกันมากมาย

    การพัฒนา “เศรษฐกิจกุหลาบ” ของ ยูนนาน อาจถือเป็นอีกกรณีศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจ โดยจีนให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา “ต้นน้ำ” อย่างจริงจัง 

    ในการประชุมนวัตกรรมกุหลาบที่ยูนนาน เมื่อปี 2025 นักวิจัยประจำสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งยูนนาน (Yunnan Academy of Agricultural Sciences) กล่าวว่า ที่ประชุมมีการเปิดตัวกุหลาบพันธุ์ใหม่ สไตล์จีน กว่า 1,000 สายพันธุ์ โดยมีรูปทรง การจัดเรียงของกลีบ และกลิ่นที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ กลิ่นหอมที่ผสมผสานระหว่างกลุ่นชา และ ผลไม้ตะวันออก

    ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นกับดอกไม้ประเภทอื่นในหลายพื้นที่ ปัจจุบัน นวัตกรรมที่ลึกซึ้งกำลังเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ สถาบันวิจัยหลายแห่งของจีน กำลังแก้ไขยีนส์ และ การปรับปรุงสายพันธุ์เพื่อลดวงจรการผสมพันธุ์แบบดั้งเดิมที่ใช้เวลา 8-10 ปี

                                         เมื่อ “เศรษฐกิจดอกไม้” เติบใหญ่และเบ่งบานในจีน (2)

    ขณะเดียวกัน การปลูกกล้วยไม้ก็กระทำใน “เรือนกระจกอัจฉริยะ” ที่มีเซ็นเซอร์และอินเตอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่งในการตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้น ขณะเดียวกัน ระบบปุ๋ยน้ำก็ช่วยจัดส่งสารอาหารไปยังต้นพืชอย่างแม่นยำและอัตโนมัติ 

    สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ อาจต้องอาศัยการลงทุนจำนวนมาก แต่ก็ช่วยให้ผู้ประกอบการ สามารถควบคุมระยะเวลาการเติบโตของดอกไม้ที่แตกต่างกันได้ดี และ รับประกันการผลิตที่มั่นคงตลอดปี ซึ่งหมายถึงความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้อย่างแม่นยำ และรายได้ที่ไหลเข้าบริษัทเพิ่มขึ้นและกระจายตัวทั้งปีตามไปด้วย

    นอกจากนี้ ผมยังสังเกตเห็นการเพาะปลูก “ดอกไม้ที่กินได้” ที่นำไปสู่การแปรรูปเป็นสินค้าอาหาร เครื่องประทินผิว และอื่นๆ ในหลายประเภทสินค้าจนกลายเป็น “สิ่งที่ไม่ควรพลาด” และ “ของฝากยอดนิยม” ประจำท้องถิ่น อาทิ ทองม้วนดอกบ๊วยและพัฟบ๊วยแดงในกรุงปักกิ่ง และขนมอบไส้กุหลาบในยูนนาน และนำไปสู่ธุรกิจบริการมากมาย อาทิ งานจัดเลี้ยงดอกไม้ ร้านสุกี้ในทุ่งดอกเรพซีดในเมืองฉงโจว (Chongzhou) มณฑลเสฉวน และ ร้านกาแฟในทุ่งเรพซีดในเมืองจินฮวา (Jinhua) มณฑลเจ้อเจียง

    ทุ่งดอกไม้บางแห่ง ยังนำไปสู่การท่องเที่ยวที่สร้างความสุขและรอยยิ้ม อาทิ สวนกุหลาบหลากสีในมณฑลยูนนาน และ ทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่ในฤดูใบไม้ผลิของเมืองฮวายไห่ (Huaihua) พื้นที่ตอนกลางของมณฑลหูหนาน บริเวณภาคกลางของจีน หรือ แม้กระทั่งสวนดอกซากุระในกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และ อู่ฮั่น รวมทั้ง “สวนลอยฟ้า” ดอกเฟื่องฟ้าทั่วนครกวางโจว จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งดอกไม้” 

    แล้วปี 2026 จีนขยับเข้าไปเก็บเกี่ยวประโยชน์จากเศรษฐกิจดอกไม้ทั้งตลาดใน และ ต่างประเทศ ได้มากน้อยเพียงใด อ่านต่อตอนหน้าครับ …

    คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย…ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4187 

    เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ  ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/Chinese-dragon/655172&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yTPM8MdFbtKcFBsmIFRaD

  • เศรษฐา เผยสื่อนอก ชี้ เสถียรภาพที่มั่นคงรัฐบาล กับความท้าทายทางเศรษฐกิจ คือโอกาสของไทย

    เศรษฐา เผยสื่อนอก ชี้ เสถียรภาพที่มั่นคงรัฐบาล กับความท้าทายทางเศรษฐกิจ คือโอกาสของไทย

    เศรษฐา เผยสื่อนอก ชี้ เสถียรภาพที่มั่นคงรัฐบาล กับความท้าทายทางเศรษฐกิจ คือโอกาสของไทย

    วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.44 น.

    ⁩”อดีตนายกฯเศรษฐา“ ระบุเสถียรภาพที่มั่นคงของรัฐบาล กับความท้าทายทางเศรษฐกิจ คือโอกาสของประเทศไทย

    วันที่ 28 มีนาคม 2569 นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อการเงินระดับโลกของสหรัฐฯ Bloomberg ถึงทิศทางและความท้าทายของเศรษฐกิจไทยในบริบทโลกที่ผันผวน

    ในช่วงนี้ ที่โลกเราต้องเจอกับสถานการณ์สงคราม ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ

    และอีกครั้ง กับประเด็นที่สะท้อนการถกเถียงเชิงนโยบายระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ กับวินัยทางการคลัง โดยเศรษฐายังคงเห็นว่า การปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะเป็นสิ่งจำเป็น ขณะที่การนำเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ที่ก่อให้เกิดประโยชน์จริงถือเป็นหัวใจสำคัญ

    “นี่คือช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางการเมืองที่แข็งแกร่งที่สุด เป็นโอกาสทอง และเราควรใช้โอกาสนี้ในการทำสิ่งที่กล้าหาญอย่างแท้จริงในการพัฒนาประเทศ”

    เขายังเน้นว่า แม้ความน่าเชื่อถือทางการคลังจะมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว “ประเด็นไม่ใช่การหลีกเลี่ยงการก่อหนี้ แต่คือการรักษาความเชื่อมั่นของตลาดและนักลงทุน”

    “เราอาจจะพ้นจากภาวะโคม่าแล้ว แต่ยังไม่พ้น ICU และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ได้เป็นผู้บริหารประเทศ เราต่างหากที่เป็นผู้ตัดสินใจ” เศรษฐากล่าว

    https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-03-26/ex-thai-pm-srettha-wants-debt-cap-hike-to-80-to-revive-growth

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/955421&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03kvVeI1_t2eTTd76kCZ7l

  • ผอ.กองการศึกษาเปิดศึกตบครูคาศูนย์เด็กเล็ก กระชากผมหลุดกำมือ ปมแค้นเพราะสิ่งนี้ (มีคลิป)

    ผอ.กองการศึกษาเปิดศึกตบครูคาศูนย์เด็กเล็ก กระชากผมหลุดกำมือ ปมแค้นเพราะสิ่งนี้ (มีคลิป)

    ผอ.กองการศึกษาเปิดศึกตบครูคาศูนย์เด็กเล็ก กระชากผมหลุดกำมือ ปมแค้นเพราะสิ่งนี้ (มีคลิป)

    ผอ.กองการศึกษาเปิดศึกตบครูคาศูนย์เด็กเล็ก กระชากผมหลุดกำมือ ปมแค้นเพราะสิ่งนี้ (มีคลิป)

    กรณีมีคลิปว่อนโซเชียล ผอ.กองการศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัด.กำแพงเพชร เปิดศึกตบครูศูนย์เด็กเล็ก 

    28 มี.ค. 2569 ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ ครูเจ อายุ 50 ปี ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ผู้เสียหายเปิดให้ดูร่องรอยจากการถูกผู้อำนวยการกองการศึกษาอบต.แห่งหนึ่ง ทำร้ายร่างกาย พบว่ามีรอยช้ำสีแดงบริเวณลำคอด้านขวา บริเวณไหปลาร้าด้านซ้าย และ บริเวณหน้าอก พร้อมกับได้นำเส้นผมที่ถูกกระชากจนขาดให้ผู้สื่อข่าวดู โดยหลังจากเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ ผอ.กองการศึกษาดังกล่าวแล้ว ซึ่งวันนี้ตำรวจจะเรียกสอบปากคำตนเองและเพื่อนครูอีกคนที่ถูกกระทำ 

    ครูเจ เล่าให้ฟังถึงปมเหตุเกิดจากความไม่พร้อมในการจัดแข่งขันกีฬาเด็กเล็กภายใน อบต. ซึ่งมีการเลื่อนการจัดการแข่งขันไปช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นก็เห็นด้วย แต่ ผอ.กองการศึกษา ยังยืนกลางที่จะจัดโดยอ้างว่า ทำไมเทศบาลอื่นจัดได้ แต่ที่นี่มีข้าราชการครูถึงสองคนจัดไม่ได้ และขู่จะเอาออกจากราชการ จึงกลายเป็นเรื่องบาดหมางกันจนลงมือก่อเหตุ ซึ่งตนก็เป็นห่วงเด็กที่กำลังนอนหลับอยู่เกรงว่าจะได้รับอันตราย ยอมรับว่า ผอ.กองการศึกษา ทำเกินกว่าเหตุ นอกจากยังเคยเห็นแอบมานอนในที่ทำงานในเวลาราชการด้วย ตนก็ได้ถ่ายคลิปเอาไว้

    ผอ.กองการศึกษาเปิดศึกตบครูคาศูนย์เด็กเล็ก กระชากผมหลุดกำมือ ปมแค้นเพราะสิ่งนี้ (มีคลิป)

    คลิปว่อนโซเชียล ผอ.กองการศึกษา อบต. ที่กำแพงเพชร บุก “หยุมหัว-บีบคอ” ครูสาวถึงในศูนย์เด็กเล็ก ทั้งที่เด็กๆ กำลังนอนหลับอยู่  คลิก

     
    ขณะที่ ครูรัตนา อายุ 49 ปี (เพื่อนครูที่เข้าไปช่วยเหลือ) เล่าว่า ชนวนเกิดเหตุจาก LINE กลุ่มกองการศึกษา เมื่อ ผอ.  LINE มาทวงโครงการที่ต้องการให้จัดพร้อมแนบรูป การจัดกีฬาของเทศบาลอื่นว่า ทำไมจัดได้ แต่ครูที่นี่เป็นข้าราชการ 2 คนแต่ทำไมจัดไม่ได้ โดยครูว่าจะทำบันทึกข้อความให้ออกจากราชการ หรือย้ายไม่ให้อยู่ที่เดิม ตนได้คุยกับครูเจซึ่งรู้ว่าครูเจมีการลาหยุดในวันจันทร์ แต่ ผอ.ไม่ให้ลา ตนจึงให้ครูเจทำเรื่องชี้แจง จากนั้นก็ได้ปรึกษากันและขึ้นไปคุยกับคณะผู้บริหารของ อบต.โดยผู้บริหารเห็นด้วยกับการเลื่อนการจัดโครงการไปช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่ ผอ. กองการศึกษาได้สั่งชุดกีฬามาแล้ว ทำให้เกิดความไม่พอใจ คาดว่าน่าจะเป็นประเด็นนี้ 

    หลังจากนั้นตนก็มาพาเด็กเข้านอนกลางวัน โดยยังเหลือเด็กที่ยังไม่นอนอีกหนึ่งคน ตนจึงชวนครูเจไปกินข้าวกลัวจะเลยเวลา ส่วนเด็กที่นอนไม่หลับให้มานั่งอยู่กับพวกตน หลังจากนั้น ผอ. ก็ตามชี้หน้าด่า ใครให้มากินข้าวยังกินไม่ได้เด็กยังไม่นอนไม่ครบ หลังจากนั้นตนก็กลับมาทำงาน 

    ต่อมา ผอ. ก็ได้มาเคาะกระจกห้องเรียกให้ไปคุยแต่ตนไม่ได้ออกไป จากนั้นก็มาโวยวายใส่ตนและกระชากตนจนล้มลง ตนบอกว่าอย่าทำตน เพราะตนป่วยเป็นเลือดอุดตันในขั้วปอด แต่เขากลับบอกว่าเธออย่ามาดัดจริตแกล้งป่วย ก่อนจะพุ่งตรงไปห้องครูเจ จนเกิดเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าว ตนจึงได้ตามไปช่วยเหลือซึ่งได้ถ่ายภาพไว้ช่วงหนึ่ง หลังจากนั้นก็ได้แยกออกจากกัน ซึ่งเรื่องนี้ครูเจโดนจนอ่วม ถ้าไม่เข้าไปห้ามก็คงจะเอาถึงตาย เบื้องต้นได้ไปตรวจร่างกายและเข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว
      
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/crime/615121&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ASWk1gW2bqA3-ksvPgdi-

  • ออสเตรียสั่งแบน ‘โซเชียลมีเดีย’ สำหรับเด็กนักเรียนอายุต่ำกว่า 14 ปี

    ออสเตรียสั่งแบน ‘โซเชียลมีเดีย’ สำหรับเด็กนักเรียนอายุต่ำกว่า 14 ปี

    เวียนนา, 27 มี.ค. ซินหัว รายงานว่า — สื่อท้องถิ่นของออสเตรียรายงานว่าวันศุกร์ (27 มี.ค.) รัฐบาลกลางของออสเตรียตัดสินใจสั่งห้ามเด็กนักเรียนที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปีใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2027/28 พร้อมสอนเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อ ประชาธิปไตย และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้แก่นักเรียนมากขึ้น

    เอกสารที่เกี่ยวข้องระบุว่ากระทรวงศึกษาธิการของออสเตรียและพันธมิตรในแวดวงการศึกษาเห็นพ้องว่าโรงเรียนต่างๆ สามารถตัดสินใจได้เองว่าจะสอนการรู้เท่าทันสื่อเป็นวิชาแยกต่างหากหรือเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรแบบบูรณาการ

    รายงานระบุว่าจะไม่มีการบังคับใช้นโยบายใช้ชื่อจริงในโซเชียลมีเดีย แต่รัฐบาลกลางยังคงมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการกำหนดให้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้ในกรณีกระทำผิดร้ายแรง รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์มกับหน่วยงานรัฐในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

    ตามแผนของกระทรวงฯ การเรียนการสอนวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์จะมีการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจการทำงานของระบบดิจิทัล ตลอดจนตระหนักถึงศักยภาพและความเสี่ยงของเทคโนโลยีดังกล่าว

    ขณะเดียวกัน วิชาบังคับใหม่เรื่อง “สื่อและประชาธิปไตย” จะเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจบทบาทและประโยชน์ของทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อสังคมออนไลน์ โดยนักเรียนจะได้เรียนรู้การแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อมูลเท็จ รวมถึงการระบุอิทธิพลที่บ่อนทำลายประชาธิปไตยและแนวคิดสุดโต่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69135&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pmY6bpRb3JPzQc7aGYYYd

  • ตลาดฟิล์มกรองแสง 1,700 ล้าน แข่งดุ ลามิน่า เพิ่มโปรดักต์ใหม่รับยุค EV ป้องแชร์ 33% – ฐานเศรษฐกิจ

    ตลาดฟิล์มกรองแสง 1,700 ล้าน แข่งดุ ลามิน่า เพิ่มโปรดักต์ใหม่รับยุค EV ป้องแชร์ 33% – ฐานเศรษฐกิจ

    ภาพรวมตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ปี 2569 คาดว่ามีมูลค่า 1,500-1,700 ล้านบาท โดยลามิน่าตั้งเป้ารักษาส่วนแบ่งตลาดที่ 33%; ลามิน่าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์” …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/motor/motor/655169&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J7fZqIiPnk-N4V-gQQGUj

  • 1 ปี สตง. คราบน้ำตาใต้ซากตึก ความตายไร้เสียง ความสูญเสียไร้เยียวยา – ไทยรัฐ

    1 ปี สตง. คราบน้ำตาใต้ซากตึก ความตายไร้เสียง ความสูญเสียไร้เยียวยา – ไทยรัฐ

    ครบรอบ 1 ปีโศกนาฏกรรมตึก สตง. ถล่ม ญาติผู้สูญเสียรวมตัวทำบุญอุทิศส่วนกุศล ณ จุดเกิดเหตุ ท่ามกลางคำถามที่ยังไร้คำตอบและการเยียวยาที่ยังถูกทับถมภายใต้ซากความทรงจำ. Previous. ฟูจิฟิล์ม …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/futureperfect/video/1182457&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Xx6pLw45lUa3Vj7T-_dBR

  • ประชาชนจนไม่ไหวแล้ว! “สุดารัตน์” เดือด ซัดขึ้นราคา 6 บาท ลดภาษีแค่ 1 บาท จี้รัฐยกเลิกภาษีทั้งหมด

    ประชาชนจนไม่ไหวแล้ว! “สุดารัตน์” เดือด ซัดขึ้นราคา 6 บาท ลดภาษีแค่ 1 บาท จี้รัฐยกเลิกภาษีทั้งหมด

    ประชาชนจนไม่ไหวแล้ว! “สุดารัตน์” เดือด ซัดขึ้นราคา 6 บาท ลดภาษีแค่ 1 บาท จี้รัฐยกเลิกภาษีทั้งหมด

    วันที่ 28 มีนาคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นราคาสินค้าและภาระค่าครองชีพของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น

    ขึ้นราคา 6 บ.

    แต่ลดภาษีแค่ 1 บ.

    ต้องยกเลิกเก็บภาษีทั้งหมด

    #ประชาชนจนไม่ไหวแล้ว

    #สุดารัตน์ #ไทยสร้างไทย #ค่าครองชีพ #ขึ้นราคา #ลดภาษี #เศรษฐกิจไทย #ประชาชนจนไม่ไหวแล้ว #ข่าวการเมือง #ราคาสินค้าแพง #ภาษี #วิกฤตค่าครองชีพ #เสียงประชาชน #นโยบายเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #ดราม่าเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/137804&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xBb73yUoCuW–MfOS_fBW

  • ครูผู้ให้! เปิดพินัยกรรมครูโรงเรียนดัง มอบมรดกทั้งหมดเป็นทุนการศึกษาช่วยศิษย์ | เดลินิวส์

    ครูผู้ให้! เปิดพินัยกรรมครูโรงเรียนดัง มอบมรดกทั้งหมดเป็นทุนการศึกษาช่วยศิษย์ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ศาลาการเปรียญวัดวิชิตสังฆาราม อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายจตุพร มินทราเวช ทนายความส่วนตัวของผู้วายชนม์ พร้อมด้วย นายปัญญา หัตถิ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีภูเก็ต ร่วมกันเปิดเผยพินัยกรรมของ น.ส.จุรีพรรณ พูลศรี อายุ 50 ปี ซึ่งได้จัดทำไว้ล่วงหน้าก่อนเสียชีวิต พินัยกรรมดังกล่าวระบุเจตนารมณ์ชัดเจนในการมอบทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะด้านการศึกษาและงานสาธารณกุศล สะท้อนถึงความเสียสละและจิตสาธารณะของผู้วายชนม์อย่างแท้จริง

    สำหรับทรัพย์สินตามพินัยกรรม ซึ่งลงวันที่ 21 มีนาคม 2569 ประกอบด้วย เงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ทุน ช.พ.ค. และเงินบำเหน็จตกทอด โดยมอบให้กับโรงเรียนสตรีภูเก็ต และแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินดังกล่าวจะถูกนำไปดำเนินการ 2 ส่วนหลัก ได้แก่ จัดตั้งทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลน ทุนละ 3,000 บาท จำนวนปีละ 3 ทุน จนกว่าเงินกองทุนจะหมด, จัดซื้อเครื่องทำน้ำร้อน-เย็น สำหรับห้องพักครูแผนก I.P ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้วายชนม์เคยปฏิบัติงาน

    นอกจากนี้ ยังมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อสวัสดิการและกิจกรรมสาธารณกุศล อาทิ การช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากร การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในงานศพ รวมถึงทุนเพื่อประโยชน์ต่อสังคมในด้านต่าง ๆ

    ด้านนายปัญญา หัตถิ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีภูเก็ต ในฐานะผู้จัดการมรดก เปิดเผยว่า รู้สึกซาบซึ้งและเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้วายชนม์ พร้อมยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และยึดมั่นตามเจตนารมณ์ที่ระบุไว้ในพินัยกรรม เพื่อให้ทรัพย์สินดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อโรงเรียน นักเรียน และสังคมโดยรวม

    ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการ “ให้” ที่ทรงคุณค่า และสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมเห็นถึงพลังของความเสียสละ แม้ในช่วงสุดท้ายของชีวิต.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5729604/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Vr4NfsXljiYudAwZ55kyc

  • สพม.เลย หนองบัวลำภู ประสาน ป.ป.ช.ตรวจเยี่ยม สนามคัดม.1 มุ่งโปร่งใส | เดลินิวส์

    สพม.เลย หนองบัวลำภู ประสาน ป.ป.ช.ตรวจเยี่ยม สนามคัดม.1 มุ่งโปร่งใส | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ดร.พิจิตร พรหมจารีย์ อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่การรับนักเรียนกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา และคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดเลย เข้าตรวจเยี่ยม ติดตามการดำเนินการสอบคัดเลือกนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รอบทั่วไป โรงเรียนเลยพิทยาคม อ.เมืองเลย จ.เลย

    ดร.จิตติศักดิ์ นามวงษา ผู้อำนวยการโรงเรียนเลยพิทยาคม กล่าวว่า โรงเรียนเลยพิทยาคม เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดเลย และเป็นโรงเรียนยอดนิยมมีการแข่งขันสูงโรงเรียนเดียวในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เลย-หนองบัวลำภู ได้เปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

    ซึ่งในปีการศึกษา 2569 ทางโรงเรียนได้กำหนดแผนการรับนักเรียนห้องเรียนพิเศษในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 5 ห้อง ๆละ 30 คน และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 4 ห้อง ๆละ 30 คน และได้ดำเนินสอบคัดเลือกตามกำหนดเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

    ส่วนห้องเรียนปกติระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 13 ห้อง ๆละ 40 คน รวมทั้งสิ้น 520 คน แบ่งเป็นสอบคัดเลือกในเขตฯ จำนวน 292 คน สอบคัดเลือกทั่วไป 124 คน และความสามารถพิเศษ/เงื่อนไขพิเศษ จำนวน 104 คน มีนักเรียนสมัครสอบเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทั้งหมด 918 คน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 12 ห้อง ๆละ 40 คน รวมทั้งสิ้น 480 คน แบ่งเป็นสอบคัดเลือกผู้ที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 3 (โรงเรียนเดิม) จำนวน 267 คน สอบคัดเลือกทั่วไป 117 คน และความสามารถพิเศษ/เงื่อนไขพิเศษ จำนวน 96 คน มีนักเรียนสมัครสอบเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทั้งหมด 790 คน

    ทั้งนี้โรงเรียนเลยพิทยาคม ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดำเนินการเกี่ยวกับข้อสอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกข้อสอบ ตรวจข้อสอบ จนถึงการประกาศผลสอบเพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม ซึ่งระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จะประกาศภายในวันที่ 1 เมษายน 2569 และรายงานตัว/มอบตัว วันที่ 4 เมษายน 2569 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จะประกาศภายในวันที่ 2 เมษายน 2569 และรายงานตัว/มอบตัว วันที่ 5 เมษายน 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5729903/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vTyNopPEELyXiDdkck0AJ

  • ผอ.กองการศึกษา อบต. เปิดศึกทะเลาะ “ครู” ในศูนย์เด็กเล็ก ล่าสุดเข้าแจ้งความแล้ว

    ผอ.กองการศึกษา อบต. เปิดศึกทะเลาะ “ครู” ในศูนย์เด็กเล็ก ล่าสุดเข้าแจ้งความแล้ว

    “ผู้อำนวยการกองการศึกษา” เปิดศึกทะเลาะเดือด “ครู” ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต. ขณะเด็กนอนกลางวัน เบื้องต้นเข้าแจ้งความแล้ว

    จากกรณีแฟนเพจ กำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่ ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต. แห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร โดยเวลาดังกล่าวเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลกำลังนอนหลับกลางวัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ระหว่าง ผอ.กองการศึกษา และครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 

    ทั้งนี้ ยังได้ระบุข้อความอีกว่า ฉาววงการศึกษาท้องถิ่นกำแพงเพชร ผอ.กองการศึกษา อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร เปิดศึกกับครูผู้สอนที่ศูนย์เด็กเล็กของ อบต. ต่อหน้าเด็กที่กำลังนอนหลับอยู่ ถูกหยุมหัว ล้มทับ บีบคอ บีบหน้าอก เบื้องต้นได้เข้าแจ้งความแล้วตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว 

    โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 13.30 น ขณะที่คุณครูผู้สอนในศูนย์เด็กเล็ก อบต.แห่งหนึ่ง กำลังปฏิบัติหน้าที่เอาเด็กหลับกลางวันอยู่นั้น  ผู้อำนวยการกองการศึกษา ได้เดินเข้ามาต่อว่าพร้อมทำร้ายร่างกาย ครูผู้สอนถึง 2 คน ในห้องเรียน โดยใช้กำลังทำร้ายจนทำให้ได้รับบาดเจ็บ จึงนำเรื่องมาร้องเพจขอความเป็นธรรม และขอนำเรียนให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของ อบต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ขณะที่ นายโชคชัย ถมอินทร์ นายก อบต.อ่างทอง เผยว่า ขณะนี้กำลังตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว โดยชนวนเหตุเกิดจากความขัดแย้งในการทำงานร่วมกันเป็นเวลานาน โดยขณะนี้ครูศูนย์เด็กเล็ก 2 คน ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจแล้ว 

    อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2923097&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rcOzq1MObXjThaz4RN8jL