Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ตอ.กลางตึงเครียดสูง!! หลังกลุ่มฮูตีประกาศร่วมสู้รบ หวั่นกระทบเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ-ทะเลแดง : อินโฟเควสท์

    ตอ.กลางตึงเครียดสูง!! หลังกลุ่มฮูตีประกาศร่วมสู้รบ หวั่นกระทบเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ-ทะเลแดง : อินโฟเควสท์

    ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ (ภาพ:Thaigov)

    นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางมีความตึงเครียดสูงขึ้น หลังจากที่อิหร่านประกาศห้ามเรือที่มีความเกี่ยวข้องกับบางประเทศเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

    ขณะเดียวกันกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมการสู้รบ ซึ่งจะส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในทะเลแดงด้วย ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่ง ศบก. อยู่ระหว่างติดตามผลกระทบต่อการเดินเรือพาณิชย์ และตรวจสอบสินค้าเป็นการเฉพาะ

    ซึ่งเมื่อค่ำวานนี้ (29 มี.ค.) กองกำลังปฏิวัติอิสลามของอิหร่านได้แถลงเตือนว่าจะมีการโจมตีนอกเหนือเป้าหมายทางการทหารของสหรัฐฯ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคอ่าว พร้อมเตือนให้บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และนักศึกษา รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบอยู่ห่างจากสถานศึกษาของสหรัฐฯ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นผลจากการตอบโต้การโจมตีมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกรุงเตหะรานโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา

    อย่างไรก็ตาม ตามที่นายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศได้ชี้แจงไปเมื่อ 28 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า กระทรวงการต่างประเทศสามารถเจรจาให้เรือพาณิชย์ไทยบางลำเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยนั้น แต่ด้วยสถานการณ์ในช่วงแคบมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงจำเป็นต้องยกระดับการรักษาช่องทางการสื่อสารกับนานาประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และเร่งเจรจากับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องคนไทยและผลประโยชน์ของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป

    นอกจากนี้ เมื่อ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุม ศบก. ได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วย คณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางช่วยเหลือให้เรือพาณิชย์ของไทยที่ยังตกค้างในช่องแคบฮอร์มุซ สามารถเดินทางออกจากช่องแคบได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะเร่งดำเนินการต่อไป

    นายปาณิดล ยังระบุถึงกรณีของอิสราเอลว่า ขณะนี้น่านฟ้าของอิสราเอลยังปิดอยู่ และเครื่องบินพิเศษยังมีจำนวนจำกัด เอกอัครราชทุต ณ กรุงเทลอาวีฟ จึงยังคงประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจอร์แดน เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยในอิสราเอลสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้

    ส่วนโอมานและเยเมนภายหลังกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามโจมตีกองกำลังบำรุงของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในระยะห่างจากท่าเรือในโอมาน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต จึงได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่พบว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกันได้แจ้งเตือนให้คนไทยในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังต่อสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย

    นายปาณิดล ย้ำว่าขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุดพร้อมติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRET0IQ382VEB15VT7SBNFFS49K6A5ZF&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cUjc9ekuKLBaVwWMD2R1v

  • อินโดนีเซีย แบนเด็กต่ำกว่า 16 ห้ามเล่นโซเชียล ชาติแรกในอาเซียน

    อินโดนีเซีย แบนเด็กต่ำกว่า 16 ห้ามเล่นโซเชียล ชาติแรกในอาเซียน

    อินโดนีเซีย แบนเด็กต่ำกว่า 16 ห้ามเล่นโซเชียล ชาติแรกในอาเซียน

    กฎเหล็กสะเทือนวงการไอที อินโดนีเซียสั่งแบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี เริ่มแล้ววันนี้ มุ่งแก้ปัญหาเด็กติดจอและภัยไซเบอร์

    • อินโดนีเซีย ก้าวขึ้นเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บังคับใช้กฎหมายแบนเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีจากการใช้งานโซเชียลมีเดีย เดินตามรอยโมเดลของประเทศออสเตรเลีย
    • แพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง X และ Roblox เริ่มปรับเปลี่ยนระบบและนโยบายภายในเพื่อตอบรับกฎหมายนี้แล้ว แม้เทคโนโลยีการยืนยันอายุจะยังไม่ถูกระบุรายละเอียดอย่างชัดเจนก็ตาม
    • เป้าหมายหลักคือการลดการเสพติดหน้าจอและปัญหาสุขภาพจิต โดยกระตุ้นให้ผู้ปกครองและโรงเรียนกลับมามีบทบาทนำในการดึงเด็กๆ กลับสู่การเรียนรู้และใช้ชีวิตในโลกความเป็นจริง

    กฎเหล็กสะเทือนวงการไอที อินโดนีเซียสั่งแบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี เริ่มแล้ววันนี้ มุ่งแก้ปัญหาเด็กติดจอและภัยไซเบอร์

    อินโดนีเซีย เริ่มบังคับใช้กฎหมายจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ถือเป็น ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ ของภูมิทัศน์สื่อดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    อินโดนีเซีย แบนเด็กต่ำกว่า 16 ห้ามเล่นโซเชียล ชาติแรกในอาเซียน

    นโยบายนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการดึงอำนาจกลับคืนมาจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นกรณีศึกษาที่น่าจับตามองในหลายมิติ 

    แรงกระเพื่อมถึงแพลตฟอร์มระดับโลก

    กฎหมายนี้ครอบคลุมแพลตฟอร์มยอดฮิตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads, X, Bigo Live และ Roblox ส่งผลให้แพลตฟอร์มเหล่านี้ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน

    • X : ประกาศบังคับใช้อายุขั้นต่ำที่ 16 ปีในอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ
    • Roblox : เตรียมเปิดตัว ‘โหมดออฟไลน์’ สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 13 ปี เพื่อระงับการเข้าถึงระบบออนไลน์ชั่วคราว
    • TikTok และ YouTube : ประกาศความร่วมมือและเตรียมประเมินแพลตฟอร์มของตนเองเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย

    แม้รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซียจะย้ำว่า ‘ไม่มีพื้นที่ให้ประนีประนอม’ แต่ในทางปฏิบัติ การตรวจสอบอายุผู้ใช้งาน บนโลกออนไลน์ยังคงเป็นเรื่องยาก การทำให้บริษัทเทคโนโลยียอมปฏิบัติตามและรายงานผลการปิดบัญชีเด็กกว่า 70 ล้านคนทั่วประเทศถือเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง

    อินโดนีเซีย แบนเด็กต่ำกว่า 16 ห้ามเล่นโซเชียล ชาติแรกในอาเซียน

    ในมุมมองของพ่อแม่ผู้ปกครอง นโยบายนี้จะช่วยแก้ปัญหาเด็กติดจอและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (เช่น การกลั่นแกล้ง, เนื้อหาลามกอาจารย์, และมิจฉาชีพ)

    อย่างไรก็ตาม องค์กรอิสระด้านความปลอดภัยเด็กอย่าง SEJIWA ได้ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า

    “การแบนโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียวไม่พอ สังคม โรงเรียน และผู้ปกครอง จะต้องเข้ามามีบทบาทในการหากิจกรรมบน ‘โลกความเป็นจริง’ เพื่อทดแทนความบันเทิงดิจิทัลที่หายไป”

    ที่มา : channelnewsasia

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/digital-tech/technology/862735&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XUR5dz7xg3kR7kexkeHvS

  • “ลาล่า” คุยหนุ่มฝรั่งเศส ตอบข่าวลือ “ใบเตย-ฟิล์ม” เป็นอะไรกัน? | คมชัดลึก

    “ลาล่า” คุยหนุ่มฝรั่งเศส ตอบข่าวลือ “ใบเตย-ฟิล์ม” เป็นอะไรกัน? | คมชัดลึก

    “ลาล่า” สวยวันสวยคืน อัปเดตความรัก หนุ่มฝรั่ง ที่แท้คือนักแสดง ที่ฝรั่งเศส หลายคนเป็นห่วง เป็นมิจฉาชีพมาหลอก สรุป “ใบเตย-ฟิล์ม” เป็นอะไรกัน.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/615166&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hOZkZ3UFVc1phRGPn-3qc

  • เปิด 5 อาการเริ่มต้น “เบาหวานขึ้นตา” ที่หลายคนเป็น แต่ ไม่รู้ตัว – Tnews

    เปิด 5 อาการเริ่มต้น “เบาหวานขึ้นตา” ที่หลายคนเป็น แต่ ไม่รู้ตัว – Tnews

    1️⃣ มองภาพไม่คม เหมือนมีฟิล์มบาง ๆ บังตา ช่วงแรกของเบาหวานขึ้นตา มักทำให้จอประสาทตาบวมเล็กน้อย โดยเฉพาะบริเวณจุดรับภาพ ทำให้ภาพที่เห็นไม่คมชัด เหมือนมีหมอกบาง ๆ หรือฟิล์ม …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tnews.co.th/social/social-news/647327&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PHIYxB8C19Z6ocF_hL_Ny

  • เศรษฐกิจไทย ก.พ.69 ท่องเที่ยวบูม หวั่นราคาพลังงานพุ่ง กระทบต้นทุนการผลิต

    เศรษฐกิจไทย ก.พ.69 ท่องเที่ยวบูม หวั่นราคาพลังงานพุ่ง กระทบต้นทุนการผลิต

    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการท่องเที่ยวทั้งนักท่องเที่ยวต่างประเทศและการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่การส่งออกสินค้ามีการขยายตัวในอัตราชะลอตัวลง และการผลิตอุตสาหกรรมทรงตัวจากเดือนก่อน 

    ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน ทิศทางค่าเงินบาท และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้าของไทย” โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน 

    มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ 5.8 และ 1.3 ตามลำดับ 

    สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และสูงสุดในรอบ 9 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 53.7 จากระดับ 52.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และภาคการส่งออกที่ขยายตัว อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคยังกังวลค่าครองชีพและความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ และรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569  ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ -4.3

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน 

    มีสัญญาณทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 43.7 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 0.9 

    ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -10.0 และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -0.5 

    มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน

    โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ที่ร้อยละ 9.9 

    หากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัวที่ร้อยละ 11.0 ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และหมวดยานพาหนะ โดยขยายตัวร้อยละ 56.8 10.6 และ 7.8 ตามลำดับ 

    นอกจากนี้ การส่งออกผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง  ไก่แปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 62.3 9.4 และ 4.7 ตามลำดับ ในขณะที่การส่งออกน้ำตาลทราย ยางพารา เครื่องดื่ม และเคมีภัณฑ์ ปรับตัวลดลง 

    เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน 

    โดยเฉพาะบริการด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัว โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม จำนวน 3.26 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 4.6 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 2.6 

    ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 23.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 3.3 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 3.3 

    ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 5.5 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 4.1 ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน และหมวดไม้ผล อย่างไรก็ดี ผลผลิตข้าว และมันสำปะหลัง ลดลงจากเดือนก่อน 

    สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 90.0 จากระดับ 88.7 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากจากคำสั่งซื้อที่ฟื้นตัว 

    อย่างไรก็ดี ในระยะต่อไปมีปัจจัยกดดันจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 53.5 เพิ่มขึ้นจากระดับ 52.7 ในเดือนก่อนหน้า ตามการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน

    เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี

    สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ร้อยละ -0.88 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 0.56 ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 66.0 ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 

    สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 293.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    สถานการณ์เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง 

    สะท้อนจาก ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลก (Global Composite PMI) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 53.3 จุด ค่าดัชนีอยู่สูงกว่าระดับ 50.0 จุด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกยังมีทิศทางขยายตัว ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคการผลิต (Global Manufacturing PMI) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 51.9 จุด สูงสุดในรอบ 4 เดือน และสูงกว่าระดับ 50.0 จุด 

    บ่งชี้ทิศทางการขยายตัวต่อเนื่อง ด้านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลก ภาคบริการ (Global Service PMI) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 53.4 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 52.7 จุด บ่งชี้ทิศทางการขยายตัวต่อเนื่องของภาคบริการ สำหรับด้านภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออกยังคงขยายตัวแต่มีทิศทางชะลอลง 

    ขณะที่ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศต่าง ๆ มีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้นหรือคงในระดับเดิมเอาไว้ ในส่วนของสถานการณ์ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีอิหร่าน ที่มีความเสี่ยงยกระดับจากความตึงเครียดด้านความมั่นคงและการเผชิญหน้าทางทหารในตะวันออกกลาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/655290&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1uvvK5ft9dCj2I07o5_7ml

  • สงกรานต์ท่าปอม 2569 เที่ยว Unseen กระบี่ สนุก ปลอดภัย!

    สงกรานต์ท่าปอม 2569 เที่ยว Unseen กระบี่ สนุก ปลอดภัย!

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/NXNG03GPO0ZL&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hLBxLmOSdQgO51orqPEhu

  • ททท. รับดีลเวสต์แฮมจริง! ลุ้นจบดีลทันก่อนเปิดฤดูกาล 2026-27

    ททท. รับดีลเวสต์แฮมจริง! ลุ้นจบดีลทันก่อนเปิดฤดูกาล 2026-27

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านกลยุทธ์ Sports Tourism 

    โดยระบุว่าขณะนี้แบรนด์ Amazing Thailand กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากสโมสรฟุตบอลชั้นนำในยุโรป โดยเฉพาะการเจรจากับสโมสร เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่มีความคืบหน้าไปอย่างมาก

    นายนิธีได้กล่าวถึงสาเหตุที่ทีมฟุตบอลยักษ์ใหญ่ต่างให้ความสนใจว่า “ทีมสโมสรต่าง ๆ มองเห็นถึงความแข็งแกร่งของ ‘แบรนด์ประเทศไทย’ และเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างกระแสและส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวได้”
     

    ททท. รับดีลเวสต์แฮมจริง! ลุ้นจบดีลทันก่อนเปิดฤดูกาล 2026-27

     ซึ่งนอกจากเวสต์แฮมแล้ว ยังมีทีมจาก บุนเดสลีกา เยอรมนี อีกหลายทีมที่ทาบทามเข้ามาเพื่อขอความร่วมมือในลักษณะเดียวกัน

    สำหรับการร่วมงานกับสโมสรเวสต์แฮมนั้น นายนิธีได้นำทีมงานเดินทางไปหารือกับ เนธาน ทอมสัน บอร์ดบริหารของสโมสรถึงประเทศอังกฤษ เพื่อหาแนวทางประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยผ่านช่องทางต่าง ๆ ของทีม

     โดยนายนิธีเน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของการเจรจาว่า “การเจรจายังคงดำเนินอยู่ อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอจากทีมต่าง ๆ และยังไม่มีข้อสรุปใด ๆ ทั้งสิ้น”

    อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสำคัญคือการนำโลโก้ Amazing Thailand ไปปรากฏบนชุดแข่งทีมชายในฤดูกาล 2026/27 รวมถึงการใช้สื่อในสนามและเชิญนักเตะชื่อดังมาสร้างคอนเทนต์ในไทย เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากแคมเปญก่อนหน้าที่ได้ศิลปินระดับโลกอย่าง “ลิซ่า” มาช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับการท่องเที่ยวไทย ททท. รับดีลเวสต์แฮมจริง! ลุ้นจบดีลทันก่อนเปิดฤดูกาล 2026-27

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/lifestyle/740151&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rK701EEZzBfxSbDx3Uajt

  • เจาะ 30 ต้นแบบท่องเที่ยวยั่งยืน รับเทรนด์โลก สร้างรายได้ชุมชน

    เจาะ 30 ต้นแบบท่องเที่ยวยั่งยืน รับเทรนด์โลก สร้างรายได้ชุมชน

    กรมการท่องเที่ยวชู 30 ต้นแบบ ท่องเที่ยวยั่งยืน สร้างรายได้ชุมชน ควบคู่ดูแลสิ่งแวดล้อม หนุนธุรกิจไทยก้าวสู่เวทีโลก

    กรมการท่องเที่ยว เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจแห่งความยั่งยืน ภายใต้โครงการ Thailand Green Tourism Plan 2030 โดยประกาศยกย่องความสำเร็จของผู้ประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวจากทั่วประเทศจำนวน 30 ราย เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน ต้นแบบเหล่านี้ได้ผสานมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

    ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการนี้ จะได้รับการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่เวทีประกวดระดับนานาชาติ ได้แก่ Top 100 Stories Competition 2026 สำหรับแหล่งท่องเที่ยว และ Good Travel Stories Competition 2026 สำหรับภาคธุรกิจ โดยแบ่งความสำเร็จออกเป็น 4 หมวดหมู่ ดังนี้

    เจาะ 30 ต้นแบบท่องเที่ยวยั่งยืน รับเทรนด์โลก สร้างรายได้ชุมชน

    1. หมวดชุมชนท่องเที่ยว (CBT): สัมผัสวิถีชีวิตและเที่ยวคาร์บอนต่ำ

    แต่ละชุมชนท่องเที่ยวได้ส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าและมีแนวทางสู่ความยั่งยืนที่แตกต่างกัน ได้แก่

    • บ้านริมคลองโฮมสเตย์ (สมุทรสงคราม): พัฒนาพิพิธภัณฑ์มะพร้าวและฐานการเรียนรู้ ชูจุดเด่นการเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon)
    • ตำบลเกาะหมาก (พัทลุง): จัดกิจกรรม “กินร้อยปล่อยล้าน” ชวนนักท่องเที่ยวปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามคืนสู่ทะเลสาบสงขลา
    • บ้านไหนหนัง (กระบี่): ใช้วิถีการเลี้ยงผึ้งโพรงมาสื่อสารให้เห็นว่า หากป่าอยู่ได้ ผึ้งอยู่ได้ ชุมชนก็จะมีรายได้
    • บ้านทุ่งหยีเพ็ง (กระบี่): นำเสนอวิถีเที่ยวรักษ์โลกผ่านกิจกรรมเรือแจวชมอุโมงค์โกงกางยามเช้า ไร้เสียงและมลพิษทางน้ำจากเครื่องยนต์
    • บ่อแก้ว ลัวฉือนี (เชียงใหม่): สร้างการท่องเที่ยวจากความหลากหลายของ 4 ชนชาติพันธุ์
    • ไตลื้อเมืองลวงเหนือ (เชียงใหม่): สร้างฐานเรียนรู้วัฒนธรรม เพื่อส่งต่อรากเหง้าสู่คนรุ่นใหม่
    • บ้านนาต้นจั่น (สุโขทัย): เน้นความแข็งแกร่งด้านการพึ่งพาตนเอง ชวนนักท่องเที่ยวมาเรียนรู้วิถีท้องถิ่น
    • โป่งแยงฟาร์ม บ้านม่วงคำ (เชียงใหม่): เสิร์ฟอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากแปลงเกษตรอินทรีย์ของชุมชน
    • เซฟติสท์ฟาร์ม (กรุงเทพมหานคร): สร้างคลังอาหารชุมชน พร้อมปั้นนวัตกรรมเรือหางยาวไฟฟ้า (E-Boat)

    เจาะ 30 ต้นแบบท่องเที่ยวยั่งยืน รับเทรนด์โลก สร้างรายได้ชุมชน

    2. หมวดที่พักขนาดเล็ก (Small Good Stay): ยกระดับที่พักรักษ์โลก

    กลุ่มโรงแรมและที่พักได้ปรับตัวสู่การเป็นที่พักรักษ์โลกตามบริบทของตนเอง อาทิ

    • โรงแรมเดอะโมทีฟส์ อีโค่ โฮเทล (จันทบุรี): รีโนเวตบ้านไม้เก่า 60 ปี คงคุณค่าพื้นที่เดิม และชวนแขกจัดการขยะร่วมกัน
    • โรงแรม ศิริ เฮอริทิจ แบงค็อค (กรุงเทพฯ): สนับสนุนการอยู่ร่วมกับชุมชน และชวนเที่ยวรอบย่านด้วยจักรยานและตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า
    • กะช่องฮิลส์ เต็นท์ รีสอร์ท (ตรัง): มาพร้อมคอนเซปต์ Regenerative Luxury Resort พัฒนาแพลตฟอร์ม Forest Bathing เพื่อบำบัดสุขภาพ
    • เดอะ ซิลเวอร์ ปาล์ม เวลเนส รีสอร์ท (กรุงเทพฯ): นำเสนอ Green Lifestyle ใช้หลอดตะไคร้จากสวนโรงแรม และวัตถุดิบจากเพื่อนบ้าน
    • บ้านทะเลดาว (ประจวบคีรีขันธ์): อนุรักษ์สถาปัตยกรรมบ้านไม้สักทอง สวนป่าริมทะเล และมีแนวทางชดเชยคาร์บอนอย่างจริงจัง
    • โรงแรม ตั๊ก หลัก เกี้ย (กรุงเทพฯ): ออกแบบอาคารลดพลังงาน และทำ Walking Maps & Tours ชวนแขกเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ
    • ไฮด์ปาร์ค เชียงใหม่ (เชียงใหม่): จ้างงานคนในพื้นที่กว่า 80% สร้างความสัมพันธ์กับชุมชน และส่งเสริม Eco-Wellness
    • โรงแรมอทิตา เดอะฮิดเด้น คอร์ท เชียงแสน บูทีค โฮเทล (เชียงราย): นิยามความหรูหราผ่านความเรียบง่าย เชื่อมโยงช่างฝีมือและวัตถุดิบอาหารท้องถิ่น
    • ผาปก อีโค่ รีสอร์ท (ราชบุรี): ออกแบบให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติ และติดตั้งโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้า 30% ของการใช้งานทั้งหมด

    เจาะ 30 ต้นแบบท่องเที่ยวยั่งยืน รับเทรนด์โลก สร้างรายได้ชุมชน

    3. หมวดผู้ประกอบการนำเที่ยว (Tour Operator): มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงลึก

    • บริษัท ออคโต้ ครีเอทีฟ แพลนเนอร์ จำกัด: ใช้จักรยานเป็นพาหนะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ
    • ทัวร์ อินเด็พธ์ บาย ปารี ทราเวล: นำเสนอวัดโพธิ์ในมิติเชิงลึก เพื่อพลิกฟื้นคุณค่าทางวัฒนธรรมของพื้นที่
    • บริษัท ฟรายเดย์ ทริป จำกัด: ออกแบบเส้นทางเยียวยาด้วยวัฒนธรรมและธรรมชาติร่วมกับชุมชน โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการ

    เจาะ 30 ต้นแบบท่องเที่ยวยั่งยืน รับเทรนด์โลก สร้างรายได้ชุมชน

    4. หมวดแหล่งท่องเที่ยว: สะท้อนการจัดการทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์

    • บางโรง-ป่าคลอก (ภูเก็ต): ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน ควบคู่ไปกับการทำธนาคารปูม้า
    • เมืองเก่าตะกั่วป่า (พังงา): นำเสนอเรื่องราวเหมืองสร้างเมือง พร้อมทำแผนที่มรดกเมืองให้นักท่องเที่ยวสำรวจ
    • เมืองแม่ฮ่องสอน (แม่ฮ่องสอน): ใช้คอนเซปต์ Living Museum เปลี่ยนทุกซอกซอยเป็นห้องเรียน และชาวบ้านคือผู้เล่าเรื่อง
    • แหล่งมรดกโลกบ้านเชียง (อุดรธานี): ตีความมรดกโลก 5,000 ปี ในรูปแบบ Street Art พร้อมแสง สี และบรรยากาศ
    • เกาะเต่า (สุราษฎร์ธานี): นำเรือรบปลดประจำการมาทำเป็นบ้านปะการัง ดึงดูดนักดำน้ำและสร้างรายได้
    • เมืองเก่าเพชรบุรึ (เพชรบุรี): ปลุกถนนประวัติศาสตร์ 300 ปี ด้วยกิจกรรมเปิดหมวก ละครชาตรี และหุ่นกระบอก
    • อุทยานแห่งชาติแม่วาง (เชียงใหม่): จัดการเศษอาหารด้วยระบบถังแยกอัจฉริยะ นำปุ๋ยอินทรีย์คืนสู่ดิน
    • อุทยานแห่งชาติขุนขาน (เชียงใหม่): ชูพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ 6 มิติ ท่องเที่ยวโดยไม่รบกวนสิ่งมีชีวิตในถ้ำ
    • อุทยานแห่งชาติดอยภูคา (น่าน): เปลี่ยนนักท่องเที่ยวเป็นผู้พิทักษ์ป่า ใช้หลักการ “นำขยะเข้าเท่าไหร่ นำออกเท่านั้น”

    เจาะ 30 ต้นแบบท่องเที่ยวยั่งยืน รับเทรนด์โลก สร้างรายได้ชุมชน

    ความหลากหลายของแนวทางเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่าตราสัญลักษณ์ Thailand Good Travel ไม่ใช่เพียงแค่รางวัลเชิดชูเกียรติ แต่เป็นการพัฒนาที่เกิดขึ้นจริง และพร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย สู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวยั่งยืนในเวทีโลกอย่างมั่นคง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/740152&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Mqkm8Gs1HuBI9fs1CYsWY

  • ไกด์กระบี่ อัดอั้น ​จาก “รวยไม่ไหว” สู่ “จนไม่ไหวแล้ว” พิษน้ำมัน-นทท.หาย

    ไกด์กระบี่ อัดอั้น ​จาก “รวยไม่ไหว” สู่ “จนไม่ไหวแล้ว” พิษน้ำมัน-นทท.หาย

    ไกด์กระบี่ อัดอั้น ​จาก

    ไกด์กระบี่ อัดอั้น ​จาก “รวยไม่ไหว” สู่ “จนไม่ไหวแล้ว” พิษน้ำมัน-นทท.หาย

    วิกฤตการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังพ่นพิษใส่ภาคการท่องเที่ยวและประมงในพื้นที่ภาคใต้อย่างหนัก โดยสะท้อนผ่านเสียงของ นายภูวดล จำนงการณ์ มัคคุเทศก์วัย 22 ปี ในจังหวัดกระบี่ ที่ระบุว่าขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากการชะลอตัวของการเดินทางระหว่างประเทศ ส่งผลให้ลูกค้าหลายรายตัดสินใจยกเลิกที่พักและทริปท่องเที่ยว

    ไกด์กระบี่ อัดอั้น ​จาก

    ขณะที่ปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกลายเป็นต้นทุนซ้ำเติมทั้งกลุ่มเรือนำเที่ยวและเรือประมง เมื่อผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับราคาค่าบริการตามต้นทุนพลังงาน ก็ยิ่งทำให้กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวลดลงตามไปด้วย จนส่งผลกระทบต่อรายได้ของคนทำงานในพื้นที่ซึ่งจากเดิมในช่วงไฮซีซั่นเคยมีงานทำทุกวัน แต่ปัจจุบันกลับเหลือเพียงการจ้างงานแบบวันเว้นวันเท่านั้น

    นอกจากนี้ นายภูวดลยังได้ส่งเสียงสะท้อนถึงรัฐบาลโดยหยิบยกคำโฆษณาในช่วงหาเสียงที่เคยระบุว่าจะทำให้ประชาชน “รวยจนไม่ไหว” มาเปรียบเทียบกับสถานการณ์จริงในปัจจุบันที่กลายเป็น “จนไม่ไหว” แทน

    “อยากจะฝากเหมือนที่ท่านเคยพูดว่า จะทำให้รวยไม่ไหวแล้ว ผมอยากจะพูดคำนั้นเหมือนกันที่จะพูดว่ารวย แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นจนเพราะว่าจนไม่ไหวแล้ว”

    พร้อมยืนยันว่าแม้ประชาชนจะรับทราบถึงคำขอโทษของรัฐบาลต่อวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ต้องการมากกว่าคำพูดคือการตั้งใจทำงานและเร่งพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาปากท้องซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการทำมาหากินของประชาชนในขณะนี้

    ไกด์กระบี่ อัดอั้น ​จาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/economic/615174&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07rMtKI5xPNDkFznfis2Aw

  • มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง สั่งเรียนออนไลน์ทั้งหมด หลังอิหร่านขู่โจมตี

    มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง สั่งเรียนออนไลน์ทั้งหมด หลังอิหร่านขู่โจมตี

    Loading…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/fast/content/2923392&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1O7K1kPdYvrRmj2FQYSfZw