Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • วิกฤตฝุ่นเหนือ  ทำไมยังไม่ประกาศภัยพิบัติ !!

    วิกฤตฝุ่นเหนือ  ทำไมยังไม่ประกาศภัยพิบัติ !!

    Locals

    สำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วม
    สาธารณะไทยพีบีเอส (Thai PBS)

    ©2026 All rights reserved | Locals Thai PBS.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/locals/contents/zn4wyi6u3p0aem7sdw25witz-&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Hvp–FbR-pW6NVO7j_tJQ

  • ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตศก.ภูมิภาคมี.ค. โตรับอานิสงส์ภาคท่องเที่ยว-การลงทุนผลิตรถ

    ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตศก.ภูมิภาคมี.ค. โตรับอานิสงส์ภาคท่องเที่ยว-การลงทุนผลิตรถ

    ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตศก.ภูมิภาคมี.ค. โตรับอานิสงส์ภาคท่องเที่ยว-การลงทุนผลิตรถ EV

    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค (Thailand Regional Economic Sentiment Index : RSI) ประจำเดือนมีนาคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคตะวันออก และภาคเหนือ จากแรงหนุนของภาคบริการที่ได้รับอานิสงส์จากกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรมที่มีสัญญาณบวกจากการลงทุนของกลุ่ม EV และแนวโน้มการขยายเขตนิคมอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรมที่เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวพืชเศรษฐกิจสำคัญ

    ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิต ทิศทางนโยบายของรัฐบาล ความผันผวนของสภาพอากาศ รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก จะเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองความเชื่อมั่นในระยะถัดไป

    • ภาคตะวันออก

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออก อยู่ที่ระดับ 70.0 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดี โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว และภาคเกษตรกรรมที่เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลไม้สำคัญ ส่งผลให้ผู้ประกอบการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับตลาด

    สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ยังคงส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 70.7 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของภาคบริการและการจ้างงานในพื้นที่

    • ภาคเหนือ

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 68.9 สะท้อนความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ โดยในภาคอุตสาหกรรมมีสัญญาณบวก จากการคาดการณ์แนวโน้มการลงทุนของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจังหวัดลำพูน และการเตรียมการขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม นอกจากนี้ การลดลงของฝุ่น pm 2.5 และการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่องทำให้ความเชื่อมั่นในภาคบริการขยายตัว

    • ภาคใต้

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 67.8 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด และภาคเอกชนในช่วงวันหยุดยาว และเทศกาลสำคัญ และภาคการจ้างงานที่คาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาในพื้นที่ ส่งผลให้การจ้างงานในภาคบริการ และภาคเกษตรขยายตัวต่อเนื่อง

    • ภาคลาง

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 67.6 จากแรงสนับสนุนของภาคบริการและการลงทุน ที่ได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว ประกอบกับการเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยี และพลังงานสะอาด

    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 66.1 ได้รับแรงสนับสนุนจากภาคเกษตรกรรมและภาคบริการ จากการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน และการเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียน และพืชผลมูลค่าสูง

    • ภาคตะวันตก

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตก อยู่ที่ระดับ 60.1 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการและภาคเกษตรกรรมเป็นสำคัญ จากความต้องการสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประกอบกับแนวโน้มการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการสนับสนุนเกษตรกร และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล

    • กทม. และปริมณฑล

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 56.4 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการจ้างงานที่มีแนวโน้มดีขึ้น ตามการขยายตัวของภาคบริการโรงแรม และการท่องเที่ยว และภาคการลงทุน ที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายทางการเงินและการคลังของรัฐ ส่งผลให้ผู้ประกอบการเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12802747&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30vbmY4Y7FjcrgHO5JW-AX

  • เชียงใหม่///ยกระดับอาหารไทยจากรสชาติ สู่ระบบฟื้นฟูสุขภาพและเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ | TOPNEWS

    เชียงใหม่///ยกระดับอาหารไทยจากรสชาติ สู่ระบบฟื้นฟูสุขภาพและเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ | TOPNEWS

    อาหารไทยสุขภาพ ดาวรุ่งเศรษฐกิจใหม่ เชฟไทยเปิดแนวคิด ‘อาหารคือการเลี้ยงชีวิต’ ชี้ทางออกปัญหาสุขภาพคนไทย ผ่านอาหารที่เข้าใจธรรมชาติ

    ท่ามกลางกระแสโลกที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิต “อาหารไทย” กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในกลุ่ม Wellness Economy และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง และในยุคที่คนไทยเผชิญกับปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง “อาหาร” กำลังถูกมองใหม่ในฐานะเครื่องมือสำคัญของการป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพ

    ล่าสุด นายพัฒนพร ธรรมจารี หรือเชฟเก่ง เชฟไทยผู้มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในต่างประเทศ ผู้ก่อตั้งร้านอาหาร Currycious ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Wellness Food Director ที่ Silver Wellness by Srichaiyapura จังหวัดเชียงใหม่ออกมาเปิดเผยแนวคิด “อาหารคือระบบของชีวิต” พร้อมเสนอแนวทางใหม่ในการพัฒนาอาหารไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสุขภาพของสังคม  เปลี่ยนมุมมอง: จาก “กินให้อร่อย” สู่ “กินเพื่อฟื้นฟูชีวิต”

    เชฟพัฒนพร กล่าวว่าปัญหาสำคัญของสังคมปัจจุบัน ไม่ใช่การขาดอาหาร แต่คือ “การกินที่ไม่เข้าใจธรรมชาติของอาหาร”ที่ผ่านมา เราเน้นรสชาติ ความสะดวก และความเร็ว แต่เราอาจลืมว่า อาหารคือสิ่งที่เข้าไปสร้างชีวิตเราในทุกวัน” การเปลี่ยนวิธีคิดเพียงเล็กน้อย เช่น การเลือกวัตถุดิบและวิธีปรุง สามารถลดความเสี่ยงของโรคได้ในระยะยาวอาหารไทยมีคำตอบ…ถ้าเราใช้ให้ถูก

    เชฟเก่ง ระบุว่า อาหารไทยดั้งเดิมมีศักยภาพสูงในการเป็น “อาหารเพื่อสุขภาพ” อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้สมุนไพรเป็นส่วนประกอบหลักการปรุงแบบสมดุลรส (เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด) การใช้วัตถุดิบสดและตามฤดูกาล แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ “การปรับสูตรจนเสียสมดุล” เช่น การใช้โซเดียมสูงหรืออาหารแปรรูปมากเกินไป

    แนวทางใหม่: “Wellness Gastronomy”จากประสบการณ์และการศึกษาด้านอาหาร เชฟพัฒนพรได้พัฒนาแนวคิด Wellness Gastronomy ซึ่งเน้นการออกแบบอาหารให้ส่งผลต่อสุขภาพอย่างแท้จริง

    โดยมีหลักสำคัญ ได้แก่ลดโซเดียม (Low Sodium) เพื่อป้องกันโรค ใช้กระบวนการหมัก (Fermentation) เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดี เลือกวัตถุดิบธรรมชาติและท้องถิ่น กินอย่างมีสติ (Mindful Eating) “อาหารที่ดี ไม่ใช่แค่ไม่ทำร้ายร่างกาย แต่ต้องช่วยฟื้นฟูและสร้างสมดุลให้ชีวิตด้วย”  จากครัว…สู่การแก้ปัญหาสุขภาพระดับสังคม “ถ้าคนไทยกินอาหารที่เข้าใจร่างกายมากขึ้น เราจะลดจำนวนผู้ป่วยได้ตั้งแต่ต้นทาง” แนวคิดนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร แต่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

    วงการอาหารต้องปรับตัวนอกจากภาคผู้บริโภค “เชฟเก่ง”ยังฝากถึงผู้ประกอบการอาหารว่า“ร้านอาหารในอนาคต ต้องไม่ใช่แค่ขายความอร่อย แต่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสุขภาพของลูกค้า”โดยเฉพาะในยุคที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเริ่มมองหา“อาหารที่ดีต่อสุขภาพ + มีเรื่องราว + มีวัฒนธรรม”  โอกาสของประเทศไทยมีจุดแข็งด้าน สมุนไพร -อาหารพื้นถิ่น-วัฒนธรรมการกิน ซึ่งสามารถพัฒนาเป็น “ศูนย์กลางอาหารสุขภาพของโลก” หากมีการยกระดับอย่างจริงจัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1531573&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VJ0OygpPEwDVeNjlWe8DU

  • รายงานจุดความร้อนด้วยข้อมูลจากดาวเทียม

    รายงานจุดความร้อนด้วยข้อมูลจากดาวเทียม

    ไอที

    รายงานจุดความร้อนด้วยข้อมูลจากดาวเทียม

    วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.43 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    รายงานจุดความร้อนด้วยข้อมูลจากดาวเทียม

    วานนี้ (29 มีนาคม 69) จุดความร้อนของไทยสุดพีค !! พบ 4,327 จุด

    ข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ระบบ VIIRS ระบุว่าจุดความร้อนในไทยเกิดขึ้นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2,430 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,528 จุด พื้นที่เขต สปก. 135 จุด พื้นที่เกษตร 125 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 102 จุด  และพื้นที่ริมทางหลวง 7 จุด

    ในขณะที่จุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากที่สุดที่ #เมียนมา 6,863 จุด #ลาว 3,046 จุด  #กัมพูชา 1010 จุด #เวียดนาม 802 จุด   #มาเลเซีย 37 จุด

    ท่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://disaster.gistda.or.th/fire

    #GISTDA #อว #คุณภาพชีวิต #วิเคราะห์ข้อมูล #มลพิษทางอากาศ #ดาวเทียม #ข้อมูลจากดาวเทียม #รู้สู้ภัยพิบัติ #ไฟป่าหมอกควัน2569 #PM25 #ไฟป่า #การประยุกต์ใช้ #พื้นที่เผาไหม้ #hotspot #จุดความร้อน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/470955&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bzXk4tjZqHs5ZRq8wC7AA

  • ‘คลัง’ เผยเศรษฐกิจไทย ก.พ. 69 ยังไหว! ท่องเที่ยวหนุน จับตาสงคราม-น้ำมัน-ค่าบาท

    ‘คลัง’ เผยเศรษฐกิจไทย ก.พ. 69 ยังไหว! ท่องเที่ยวหนุน จับตาสงคราม-น้ำมัน-ค่าบาท

    ‘คลัง’ เผยเศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ. 69 ยังไหว!! อานิสงส์ท่องเที่ยวหนุนเต็มสูบ ส่งออกขยขายตัวในอัตราชะลอลง พร้อมเกาะติดสถานการณ์ราคาน้ำมัน-ค่าเงินบาท และสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง หวั่นกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้าของไทย

    30 มี.ค. 2569 – นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือน ก.พ. 2569 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการท่องเที่ยวจากทั้งนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม 3.26 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 4.6% ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 23.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 3.3% รวมถึงภาคการส่งออกสินค้ามีการขยายตัวในอัตราชะลอตัวลง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ที่ 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ที่ 9.9%

    นอกจากนี้ การผลิตอุตสาหกรรมทรงตัวจากเดือนก่อน สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือน ก.พ. 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 90.0 จากระดับ 88.7 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากจากคำสั่งซื้อที่ฟื้นตัว แต่ในระยะต่อไปมีปัจจัยกดดันจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน ทิศทางค่าเงินบาท และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้าของไทย

    สำหรับการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 5.8% และ 1.3% ตามลำดับ สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือน ก.พ. 2569 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และสูงสุดในรอบ 9 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 53.7 จากระดับ 52.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และภาคการส่งออกที่ขยายตัว โดยผู้บริโภคยังกังวลค่าครองชีพและความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ และรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือน ก.พ. 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน -4.3%

    ส่วนการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือน ก.พ. 2569 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 5.5% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน และหมวดไม้ผล อย่างไรก็ดี ผลผลิตข้าว และมันสำปะหลัง ลดลงจากเดือนก่อน

    นายวินิจ กล่าวอีกว่า เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ก.พ. 2569 อยู่ที่ -0.88% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.56% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2569 อยู่ที่ 66.0% ต่อจีดีพี ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 293.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/971870/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QnDj9uXYm2d_wDDmiUDcq

  • ศก.ไทย ก.พ. ฟื้น ท่องเที่ยว-ส่งออกดันเชื่อมั่นพุ่ง จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง

    ศก.ไทย ก.พ. ฟื้น ท่องเที่ยว-ส่งออกดันเชื่อมั่นพุ่ง จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง

    ศก.ไทย ก.พ. ฟื้น ท่องเที่ยว-ส่งออกดันเชื่อมั่นพุ่ง จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง

    เศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดขึ้น โดยมี ภาคท่องเที่ยวและการส่งออก เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก หนุนทั้งบรรยากาศการใช้จ่ายในประเทศและความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้ทยอยปรับดีขึ้น แม้กำลังซื้อบางส่วนยังถูกกดดันจากค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง

    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของภาคท่องเที่ยว ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่ภาคส่งออกยังเติบโตต่อเนื่อง แม้อัตราการขยายตัวเริ่มชะลอลง ส่วนภาคการผลิตอุตสาหกรรมทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า

    หนึ่งในสัญญาณบวกที่ชัดที่สุด คือ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มาอยู่ที่ 53.7 จาก 52.8 ในเดือนก่อนหน้า และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน สะท้อนว่าครัวเรือนเริ่มมองภาพเศรษฐกิจดีขึ้นตามแรงส่งจากท่องเที่ยวและส่งออก

    เครื่องชี้ด้านการบริโภคภาคเอกชนยังขยับดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดย ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งใหม่เพิ่มขึ้น 5.8% และ รถจักรยานยนต์ใหม่เพิ่มขึ้น 1.3% สอดคล้องกับบรรยากาศการใช้จ่ายที่เริ่มฟื้นตัว

    อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยเปราะบางที่กดดันกำลังซื้อ โดยเฉพาะ รายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 4.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนว่าการฟื้นตัวยังไม่กระจายตัวทั่วถึงในทุกภาคส่วน

    ด้านภาคต่างประเทศยังเป็นแรงหนุนสำคัญ โดย มูลค่าการส่งออกสินค้าเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และนับเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง 20 เดือนติดต่อกัน หากหักหมวดน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยออก พบว่า การส่งออกขยายตัว 11.0%

    แรงส่งหลักมาจากสินค้าหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ อิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้น 56.8% เครื่องใช้ไฟฟ้า เพิ่มขึ้น 10.6% และยานยนต์ เพิ่มขึ้น 7.8% ขณะที่สินค้ากลุ่มอาหารและเกษตรแปรรูปยังเติบโตดี เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง เพิ่มขึ้น 62.3% ไก่แปรรูป เพิ่มขึ้น 9.4% และอาหารสัตว์เลี้ยง เพิ่มขึ้น 4.7%

    เมื่อแยกตามตลาดคู่ค้า พบว่าตลาดหลักของไทยยังขยายตัวแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ สหรัฐฯ โต 40.5% อาเซียน โต 17.8% สหภาพยุโรป โต 17.3% และญี่ปุ่น โต 9.7% แม้บางตลาดอย่าง อินเดีย ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ยังหดตัว สะท้อนว่าการฟื้นตัวของการค้าโลกยังไม่เท่ากันในแต่ละภูมิภาค

    ขณะที่ ภาคท่องเที่ยว ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี โดยมี นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 3.26 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าหลังปรับฤดูกาลแล้ว 2.6%

    ส่วน การท่องเที่ยวภายในประเทศ ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมี ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 23.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.3% ทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและหลังปรับฤดูกาล สะท้อนว่าการใช้จ่ายในภาคบริการยังเป็นฐานรองรับเศรษฐกิจสำคัญ

    แม้ภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น แต่ การลงทุนภาคเอกชน ยังอยู่ในภาวะทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยด้านบวกเริ่มเห็นจาก การนำเข้าสินค้าทุนเพิ่มขึ้น 43.7% และเพิ่มขึ้น 0.9% จากเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาล สะท้อนว่าการลงทุนในหมวดเครื่องมือและเครื่องจักรเริ่มมีสัญญาณขยับ

    อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังเดินหน้าอย่างระมัดระวัง โดย ยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์ใหม่ลดลง 10.0% จากปีก่อน และลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า หลังปรับฤดูกาลแล้ว สะท้อนว่าการลงทุนเพื่อขยายกิจการยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

    ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ สศค. มองว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี โดย อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ -0.88% ขณะที่ เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.56% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคายังไม่ร้อนแรง

    ส่วน หนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 66.0% ต่อ GDP ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ ขณะที่ ทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ อยู่ที่ 293.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังอยู่ในระดับสูง และเป็นกันชนสำคัญรองรับความผันผวนจากต่างประเทศ

    ด้านภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น โดย ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 90.0 จาก 88.7 ขณะที่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของไทยอยู่ที่ 53.5 จาก 52.7 สะท้อนว่าคำสั่งซื้อใหม่และการผลิตเริ่มฟื้นตัว

    อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการยังเผชิญแรงกดดันจาก ราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป โดยประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ ราคาน้ำมันโลก ทิศทางค่าเงินบาท และความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้งต้นทุนการผลิต การค้า และบรรยากาศการลงทุนของไทยในช่วงต่อจากนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/740169&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29eIRLXzqruk24NX08dSrp

  • ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตศก.ภูมิภาคมี.ค. โตรับอานิสงส์ภาคท่องเที่ยว-การลงทุนผลิตรถ EV : อินโฟเควสท์

    ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตศก.ภูมิภาคมี.ค. โตรับอานิสงส์ภาคท่องเที่ยว-การลงทุนผลิตรถ EV : อินโฟเควสท์

    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค (Thailand Regional Economic Sentiment Index : RSI) ประจำเดือนมีนาคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคตะวันออก และภาคเหนือ จากแรงหนุนของภาคบริการที่ได้รับอานิสงส์จากกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรมที่มีสัญญาณบวกจากการลงทุนของกลุ่ม EV และแนวโน้มการขยายเขตนิคมอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรมที่เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวพืชเศรษฐกิจสำคัญ

    ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิต ทิศทางนโยบายของรัฐบาล ความผันผวนของสภาพอากาศ รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก จะเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองความเชื่อมั่นในระยะถัดไป

    • ภาคตะวันออก

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออก อยู่ที่ระดับ 70.0 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดี โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว และภาคเกษตรกรรมที่เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลไม้สำคัญ ส่งผลให้ผู้ประกอบการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับตลาด

    สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ยังคงส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 70.7 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของภาคบริการและการจ้างงานในพื้นที่

    • ภาคเหนือ

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 68.9 สะท้อนความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ โดยในภาคอุตสาหกรรมมีสัญญาณบวก จากการคาดการณ์แนวโน้มการลงทุนของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจังหวัดลำพูน และการเตรียมการขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม นอกจากนี้ การลดลงของฝุ่น pm 2.5 และการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่องทำให้ความเชื่อมั่นในภาคบริการขยายตัว

    • ภาคใต้

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 67.8 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด และภาคเอกชนในช่วงวันหยุดยาว และเทศกาลสำคัญ และภาคการจ้างงานที่คาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาในพื้นที่ ส่งผลให้การจ้างงานในภาคบริการ และภาคเกษตรขยายตัวต่อเนื่อง

    • ภาคลาง

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 67.6 จากแรงสนับสนุนของภาคบริการและการลงทุน ที่ได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว ประกอบกับการเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยี และพลังงานสะอาด

    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 66.1 ได้รับแรงสนับสนุนจากภาคเกษตรกรรมและภาคบริการ จากการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดน และการเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียน และพืชผลมูลค่าสูง

    • ภาคตะวันตก

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตก อยู่ที่ระดับ 60.1 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการและภาคเกษตรกรรมเป็นสำคัญ จากความต้องการสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประกอบกับแนวโน้มการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการสนับสนุนเกษตรกร และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล

    • กทม. และปริมณฑล

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 56.4 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการจ้างงานที่มีแนวโน้มดีขึ้น ตามการขยายตัวของภาคบริการโรงแรม และการท่องเที่ยว และภาคการลงทุน ที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายทางการเงินและการคลังของรัฐ ส่งผลให้ผู้ประกอบการเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/581197&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27eGlxkC9mehCziJRh1zgl

  • คลัง เผยเศรษฐกิจ ก.พ.ได้แรงหนุนท่องเที่ยว แม้ส่งออกชะลอ เกาะติดราคาน้ำมัน-ค่าเงิน-สงครามตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    คลัง เผยเศรษฐกิจ ก.พ.ได้แรงหนุนท่องเที่ยว แม้ส่งออกชะลอ เกาะติดราคาน้ำมัน-ค่าเงิน-สงครามตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนก.พ. 69 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนก.พ.69 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการท่องเที่ยว ทั้งนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่การส่งออกสินค้ามีการขยายตัวในอัตราชะลอตัวลง และการผลิตอุตสาหกรรมทรงตัวจากเดือนก่อน

    ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน ทิศทางค่าเงินบาท และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้าของไทย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/581164&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gF0H68nSuSvgM79913whh

  • เที่ยวหนองคาย เดินเล่นริมโขง ชมพญานาค และคาเฟ่กลางธรรมชาติ

    เที่ยวหนองคาย เดินเล่นริมโขง ชมพญานาค และคาเฟ่กลางธรรมชาติ

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/Vd6B1JB2xm9d&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_alS3K81h0tXn_KXFZOzT

  • หนุนถวายทุนการศึกษา ‘พระ-เณร’ เป็นกำลังใจให้เรียนบาลี บำรุงพระศาสนา | เดลินิวส์

    หนุนถวายทุนการศึกษา ‘พระ-เณร’ เป็นกำลังใจให้เรียนบาลี บำรุงพระศาสนา | เดลินิวส์

    วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร จัดพิธีถวายกองทุนนิตยภัต ครั้งที่ 147 ปีที่ 13 ประจำเดือนมี.ค. 2569 เพื่ออุปถัมภ์พระภิกษุ สามเณร และแม่ชี ที่เล่าเรียนบาลีสนามหลวง โดยมีการถวายมหาสังฆทานทุนการศึกษารูปละ 500 บาท รวมทั้งสิ้น 18 คณะ จำนวน 882 ทุน มูลค่ารวม 441,000 บาท เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา

    โดยในการถวายทุนครั้งนี้มีพระพรหมวชิโรดม เจ้าคณะภาค 10 และเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยารามฯ เป๋นประธานฝ่ายสงฆ์ ศาสตราจารย์ ดร.อุทิส ศิริวรรณ และ ศาสตราจารย์ ดร.โชติกา รามบุตร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยดร.สมหมาย วังเกล็ดแก้ว และคณะพระเถรานุเถระร่วมเดินทางมามอบถวายทุนนิตยภัต นำโดย พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ พระธรรมทูตนักเทศน์ชื่อดังในสหรัฐอเมริกา เจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา, พระครูสมุห์กันตพัฒน์ สุภทฺโท รองเจ้าอาวาสวัดคลองเตยนอก และ พระสมชาย ชวนปญฺโญ วัดนายโรง

    พระพรหมวชิโรดม กล่าวสัมโมทนียกถาว่า ครั้งนี้มีพระภิกษุสามเณรมารับทุนค่อนข้างน้อย เนื่องจากพระเณรกว่า 300 รูป ได้กระจายกำลังออกไปปฏิบัติศาสนกิจเป็นพระวิทยากรและพี่เลี้ยงในโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ นครพนม ยโสธร มุกดาหาร และอำนาจเจริญ ซึ่งโครงการนี้มีความพิเศษยิ่งเนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตรแก่พระอุปัชฌาย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนเปิดโอกาสให้เยาวชนได้บวชเรียนและสร้างศาสนทายาทสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาพระ

    พรหมวชิโรดม กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลการสอบบาลีสนามหลวงรอบแรกของปี 2569 วัดโมลีโลกยารามฯ มีผู้สอบผ่านชั้นประโยค ป.ธ.9 สูงถึง 26 รูป แบ่งเป็นพระภิกษุสามเณร 25 รูป และแม่ชี 1 คน เมื่อรวมทุกชั้นประโยคในรอบแรกสอบผ่านถึง 309 รูป ซึ่งคาดการณ์ว่าเมื่อรวมผลการสอบกับรอบที่สอง จะสามารถทำลายสถิติสูงสุดของปี 2567 ที่เคยสอบผ่านถึง 338 รูปได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามปัจจุบันประชากรพระภิกษุสามเณรลดลงอย่างน่าใจหาย การมอบทุนการศึกษาจึงเป็นเสมือนการให้กำลังใจแก่ศาสนทายาท อย่าได้ดูถูกบุญ อย่าได้กลัวบุญ เพราะคำว่าบุญเป็นชื่อของความสุข

    ด้าน ดร.พระมหาจรรยา กล่าวว่า ได้ร่วมอุปถัมภ์วัดโมลีโลกยารามเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด-19 ระบาดหนักด้วยแรงบันดาลใจที่อยากทำบุญเลี้ยงพระจำนวน 500 รูปอย่างไรก็ตามไม่ได้ยึดติดว่าพระ เณรจะต้องสอบได้หรือไม่ เพียงแค่เห็นท่านจับหนังสือเรียนบาลีก็ถือว่าชื่นใจแล้ว เพราะถือว่าบุคคลเหล่านี้เกิดมาเพื่อบำรุงพระศาสนา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5734037/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0chEHYNHvhxs15jgcYBcqx