———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/education-46&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fVcWe_WzWMhr0syS-iIsy
Author: ข่าวกรุงเทพฯ
-

เปิดนโยบาย รัฐบาลอนุทิน2 โยกงบรับสถานการณ์ฉุกเฉิน วิกฤตพลังงาน
-

“อนุทิน” แบ่งงาน 7 รองนายกฯ “พิพัฒน์” คุมคมนาคม- ดีอี – “ยศชนัน” คุมกระทรวงโควตาเพื่อไทย
เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 มอบหมายอำนาจหน้าที่ในการกำกับบริหารราชการ และปฏิบัติราชการแทนในหน่วยงานต่าง ๆ ให้แก่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีรายละเอียดการแบ่งงานที่สำคัญดังนี้
1.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม กำกับดูแล กระทรวงคมนาคม, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
2.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ดูแล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะด้านกีฬา), กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงสาธารณสุข, รวมถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สทช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
3.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง, กระทรวงพลังงาน, สำนักงบประมาณ (บางส่วน), สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
4.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กำกับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สนช.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
5.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ดูแลด้านเศรษฐกิจภาคบริการและอุตสาหกรรม ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะด้านการท่องเที่ยว), กระทรวงวัฒนธรรม, กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
6.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้านกฎหมายและระบบราชการ เช่น สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.), สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมทั้งราชการของราชบัณฑิตยสภา, กำกับดูแลและลงนามในเอกสารที่เกี่ยวกับเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ และการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
7.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำกับดูแลด้านสังคมและทรัพยากรมนุษย์ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง, สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4 รายชื่อ ประกอบด้วย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี สั่งและปฏิบัติราชการแทนในกรมประชาสัมพันธ์, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ, บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ดูแลองค์การมหาชน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) , สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน), องค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม
นายภราดร ปริศนานันทกุล รับผิดชอบสำนักงบประมาณ (บางส่วน), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และหน่วยงานด้านดิจิทัล/ไซเบอร์ ได้แก่ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สกมช.)
นางสุขสมรวย วันทนียกุล ดูแลสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.), สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
อ่านข่าว :
“อิหร่าน” ตอบรับข้อตกลงหยุดยิง พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 2 สัปดาห์
“ทรัมป์” ตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ตั้งเงื่อนไข “อิหร่าน” ต้องเปิดฮอร์มุซ ทันที
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504390&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fgTFJB1nIvYmfdDkW9xiD -

การเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญจักรพรรดิมาลา ประจำปี 2569 (เพิ่มเติม)
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93266&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hsI-xkFvjQB1sax8lZ8Us -

สวนแก้วอ่วม! แบกค่าใช้จ่ายเดือนละ 8 ล้าน ‘พระพยอม’ ประกาศเบรกรับคนเพิ่ม พม. รุดช่วยพยุง” | เดลินิวส์
เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่วัดสวนแก้ว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กรมกิจการเด็กและเยาวชน และทีมงาน ลงพื้นที่เข้าพบพระพยอม กัลยาโณ ภายหลังมีกระแสข่าวว่าวัดสวนแก้วประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่าย จนอาจต้องยุติหรือชะลอบทบาทการช่วยเหลือผู้ตกงาน คนชรา คนพิการ รวมถึงเด็กที่ประสบปัญหาทางสังคม
นางวาริน เปิดเผยว่า ภายหลังหน่วยงานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทราบข่าวจากสื่อมวลชน จึงลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกับพระพยอม โดยพบว่าปัจจุบันวัดสวนแก้วยังสามารถดูแลผู้ที่พักอาศัยภายในวัดได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากยังมีผู้ประสบปัญหาทางสังคมเข้ามาขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมในลักษณะ Walk-in ทางหลวงพ่ออาจจำเป็นต้องชะลอการรับไว้ก่อน เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น อดีตผู้ต้องขังที่พ้นโทษแล้วแต่ไม่มีที่พักอาศัย หากทางวัดประสงค์จะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ทาง พม. พร้อมให้การสนับสนุนด้านที่พักชั่วคราวแก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคม ขณะเดียวกัน ในส่วนของเด็กที่มีปัญหาครอบครัวหรือผู้ปกครองไม่สามารถดูแลได้ หน่วยงานก็สามารถเข้ามาดูแลและให้ความช่วยเหลือได้เช่นกัน

สำหรับเด็กที่อยู่ในความดูแลของวัดสวนแก้ว ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนจากต่างจังหวัดที่เข้ามาขอทุนการศึกษา พร้อมทั้งทำงานภายในวัดเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว โดยรายได้ที่ได้รับจะนำไปเป็นทุนการศึกษาและใช้จ่ายในการเรียนต่อ ซึ่งพระพยอมได้ให้การสนับสนุนเด็กกลุ่มนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียน
นางวาริน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป ค่าครองชีพสูงขึ้น และมีผู้ตกงานเพิ่มมากขึ้น จึงอยากฝากถึงทุกครอบครัวให้ใช้จ่ายอย่างประหยัด โดยยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้ประชาชนสามารถประหยัดและอดออมได้จริง โดยใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ บริโภคเท่าที่มี และปลูกพืชผักไว้รับประทานภายในครัวเรือน
ด้านพระพยอม กัลยาโณ กล่าวว่า ในช่วงนี้ทางวัดอาจจำเป็นต้องงดรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นการชั่วคราว เนื่องจากค่าใช้จ่ายของวัดสูงถึงเดือนละประมาณ 7–8 ล้านบาท หากยังรับเพิ่มโดยที่รายได้ไม่เพิ่มตาม อาจส่งผลกระทบต่อการดูแลผู้ที่อยู่ภายในวัดในปัจจุบัน และหากรับมาแล้วไม่สามารถดูแลได้อย่างเหมาะสมก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้น
พระพยอม กล่าวเพิ่มเติมว่า หากสถานการณ์ดีขึ้นในอนาคต วัดก็พร้อมกลับมารับผู้เดือดร้อนเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยย้ำว่าไม่ใช่การเห็นแก่ตัวหรือขาดเมตตา แต่การช่วยเหลือต้องมีทั้งเมตตาและปัญญาควบคู่กัน จึงจำเป็นต้องประคับประคองผู้ที่อยู่ในความดูแลในปัจจุบันให้สามารถอยู่รอดได้ก่อน

นอกจากนี้ พระพยอมยังกล่าวด้วยว่า หลังจากข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป เมื่อวานนี้มีผู้มีจิตศรัทธานำน้ำมันจำนวน 200 ลิตร มาถวายให้กับทางวัด เนื่องจากก่อนหน้านี้วัดประสบปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ไม่สามารถออกบิณฑบาตในระยะไกลได้เหมือนเดิม จึงขอขอบคุณญาติโยมและสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอข่าว รวมทั้งหน่วยงาน พม.จังหวัดนนทบุรี ที่เข้ามารับฟังปัญหาและให้กำลังใจ
ทั้งนี้ พระพยอมยังได้ให้เด็ก ๆ ที่อยู่ในความดูแลของวัดเข้าพบเจ้าหน้าที่ พม.จังหวัดนนทบุรี เพื่อพูดคุยและประเมินแนวทางการช่วยเหลือ โดยระบุว่า หากวัดยังเปิดรับผู้เดือดร้อนต่อไป จำนวนเด็กอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3 เท่า หรือราว 500 คน ซึ่งค่าใช้จ่ายด้านทุนการศึกษาของเด็กอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาทต่อปี และค่าใช้จ่ายเฉพาะเด็กในความดูแลอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายของเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม พระพยอมยืนยันว่า แม้จะต้องชะลอการรับผู้เดือดร้อนเพิ่มเติม แต่ทางวัดยังคงมีเมตตาและไม่ทอดทิ้งญาติโยม พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานและผู้มีจิตศรัทธาที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือวัดสวนแก้วในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5760702/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bVCnM4Lyua2VbEcYw7nTe -

อนุทิน แบ่งงานรองนายกฯ พิพัฒน์ คุมดีอี เอกนิติ ดูพลังงาน ศุภจี ลุยท่องเที่ยว
วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.35 น.
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 เรื่องมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีประจำสำนักปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
1. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกฯ ดังนี้ กระทรวงคมนาคม,กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและมอบหมายให้กำกับดูแลหน่วยงานของรัฐ ดังนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
.jpg)
2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะด้านกีฬา) ,กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข และมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการ ดังนี้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ,สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ,สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(องค์การมหาชน)
.jpg)
3. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้ กระทรวงการคลังกระทรวงพลังงาน, สำนักงบประมาม (ยกเว้นที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของนายกรัฐมตรี
ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ) นอกจากนี้มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสังและปฏิบัติราชการ ดังนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ,สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
แฟ้มภาพ
4. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้ กระทรวงการต่างประเทศ และมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการ ดังนี้สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ,ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
.jpg)
แฟ้มภาพ
5. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารบริหาชการแทนนายกรัฐมมครี ดังนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะด้านการที่ยว) ,กระทรวงพาณิชย์,กระทรวงวัฒนธรรม ,กระทรวงอุตสาหกรรม,กรมประชาสัมพันธ์ ,สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
.jpg)
แฟ้มภาพ
6. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้ ,สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี,สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา,สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน,สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ,สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ,สำนักงามราชบัณฑิตยสภา (รวมทั้งราชการของราชบัณฑิตยสภา) รวมถึงการดำเนินคดีปกครอง รวมทั้งลงนามมอบอำนาจให้พนักงานอัยการ
ปกครองกรณีที่มีการฟ้องนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ รวมถึงการกำกับดูแลและลงนามในเอกสารที่เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ การขอพระราชทานอภัยโทษ ,การขอแปลงสัญชาติเป็นไทย.jpg)
แฟ้มภาพ
7. นายยศชนั้น วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,กระทรวงแรงงาน,กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและสังและปฏิบัติราชการ ดังนี้ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง และกำกับดูแลองค์การมหาชน ดังนี้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน),สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
.jpg)
แฟ้มภาพ
8. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้สั่งและปฏิบัติราชการการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้กรมประชาสัมพันธ์ ,สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และมอบหมายให้กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
.jpg)
9. นายนกินทร ศรีสรรพางค์ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กำกับดูแลองค์การมหาชนและหน่วยงานของรัฐ ดังนี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน),สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชบ),องค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) ,สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมแทนนายกรัฐมนตรี

10. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนทนายกรัฐมนตรี ดังนี้สำนักงบประมาณ (ยกเว้นที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของนายกรัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ),สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ รวมถึงมอบหมายให้กำกับดูแลองค์การมหาชน ดังนี้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน),สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

11. นางสุขสมรวย วันหนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและมอบหมายให้กำกับดูแลองค์การมหาชน ดังนี้สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน),สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 7 เม.ย.2569
.jpg)







ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก พิพัฒน์ รัชกิจประการ Phiphat Ratchakitprakarn, เฟซบุ๊กทรงศักดิ์ ทองศรี fanpage, เฟซบุ๊ก ศุภมาส อิศรภักดี, เฟซบุ๊ก นภินทร ศรีสรรพางค์ Napintorn Srisunpang, เฟซบุ๊ก ภราดร ปริศนานันทกุล, เฟซบุ๊ก รวย สุขสมรวย วันทนียกุล
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/957442&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2frSBHWF8cykeTybXK5zbu -

สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันร่วงหลังข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่าน
ตลาดการเงินโลกเผชินความผันผวนอย่างรุนแรงจากสงครามตะวันออกกลาง โดยตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ขณะราคาน้ำมันดิ่งลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์กับอิหร่าน โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลางในการเจรจา
ตลาดหุ้นเอเชียพุ่งขึ้น น้ำมันร่วงหนัก
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเช้าวันพุธ ภายหลังการประกาศข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดิบทั้ง WTI และ Brent ร่วงลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อิหร่านรับประกันความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซ
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่าภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ การจราจรทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะได้รับการรับรอง Abbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า การขนส่งจะเป็นไปได้ผ่านการประสานงานกับกองทัพอิหร่านและคำนึงถึงข้อจำกัดทางเทคนิค
มาดากัสการ์ประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงาน
มาดากัสการ์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานระดับชาติเป็นเวลา 2 สัปดาห์ อ้างว่าการหยุดชะงักของการจัดหาเนื่องจากสงครามตะวันออกกลางก่อให้เกิดวิกฤต เกาะในมหาสมุทรอินเดียแห่งนี้เป็นผู้นำเข้าเชื้อเพลิงสุทธิ โดยส่วนใหญ่มาจากโอมาน ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ
การโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญ
การโจมตีในช่วงกลางคืนที่ซาอุดีอาระเบียส่งผลกระทบต่อโรงงานปิโตรเคมีในเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในเมืองจูเบลทางตะวันออก ตามที่พยานที่ขอไม่เปิดเผยชื่อเล่าให้ AFP ฟัง จูเบลเป็นที่ตั้งของหนึ่งในเมืองอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งผลิตเหล็กกล้า น้ำมันเบนซิน ปิโตรเคมี น้ำมันหล่อลื่น และปุ๋ยเคมี
ท่าเรือหลักของบาห์เรนจะระงับการดำเนินงานตั้งแต่ช่วงเช้าวันพุธ ซึ่งตรงกับกำหนดเวลาของสหรัฐที่ให้อิหร่านตกลงข้อตกลงหรือเผชิญการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน APM Terminals Bahrain ผู้ดำเนินการท่าเรือแจ้ง AFP ว่าการดำเนินงานในท่าเรือคาลิฟา บิน ซัลมานจะถูกระงับชั่วคราวตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 8
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/middle-east-war-global-economic-impact-oil-price-drop-us-iran-ceasefire&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17Ly97yqaAM8wFxDFvrF7v -

เป็นข่าวดีสุดๆ ‘กอบศักดิ์’ ชี้ สหรัฐหยุดยิง 2 สัปดาห์ ช่วยลดแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจโลกได้มาก

8 เม.ย. 2569 – ภายหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศเลื่อนการโจมตีอิหร่านออกไปอีก 2 สัปดาห์ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
หยุดยิง 2 สัปดาห์ !!!
เปิดช่องแคบ Hormuz ทันที
ให้ทุกอย่างออกมาได้
ตามข้อเสนอของนายกฯ ปากีสถาน
ที่เสนอ 2 ชั่วโมงก่อนเส้นตาย
นับเป็นเรื่องที่น่าดีใจ … อย่างน้อยในช่วงสั้นๆ
ที่ทุกประเทศจะได้เอาเรือต่างๆ ที่ติดอยู่
พร้อมสินค้าต่างๆ
ออกมาทันทีเช่นกัน
นับเป็นการปล่อยตัวประกัน ที่ถูกขังไว้กว่า 1 เดือน
ต่อลมหายใจให้เศรษฐกิจของตนเอง
เป็นข่าวดีสุดๆ อย่างยิ่งเช้านี้
ที่ท่าน President Trump และอิหร่านยอมรั้งม้าที่ริมผา
ช่วยตนเอง
ช่วยชีวิตทุกคนไว้
ช่วยเรือเหล่านี้ให้หลุดรอด
ไม่ต้องเป็นเหยื่อของสงคราม
ช่วยลดแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจโลกไปได้มาก !!!
ท่าน President Trump บอกว่า
Based on conversations with Prime Minister Shehbaz Sharif and Field Marshal Asim Munir, of Pakistan, and wherein they requested that I hold off the destructive force being sent tonight to Iran, and subject to the Islamic Republic of Iran agreeing to the COMPLETE, IMMEDIATE, and SAFE OPENING of the Strait of Hormuz, I agree to suspend the bombing and attack of Iran for a period of two weeks. This will be a double sided CEASEFIRE! The reason for doing so is that we have already met and exceeded all Military objectives, and are very far along with a definitive Agreement concerning Longterm PEACE with Iran, and PEACE in the Middle East. We received a 10 point proposal from Iran, and believe it is a workable basis on which to negotiate. Almost all of the various points of past contention have been agreed to between the United States and Iran, but a two week period will allow the Agreement to be finalized and consummated. On behalf of the United States of America, as President, and also representing the Countries of the Middle East, it is an Honor to have this Longterm problem close to resolution. Thank you for your attention to this matter!
จากการหารือโดยตรงกับนายกรัฐมนตรี Shehbaz Sharif และจอมพล Asim Munir แห่งปากีสถาน ซึ่งทั้งสองได้ร้องขอให้ “ชะลอ” การทำลายล้างอิหร่านในคืนนี้ โดยตกลงในเงื่อนไขว่า Iran จะต้องเปิดช่องแคบ Strait of Hormuz อย่าง “สมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย”
สหรัฐตกลงที่จะ “ระงับ” การทิ้งระเบิดและการโจมตีอิหร่าน เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์
นี่คือ “CEASEFIRE แบบสองฝ่าย” — ดีลใหญ่!
เหตุผลง่ายมาก: เราได้ “บรรลุ” และ “เกินกว่า” เป้าหมายทางทหารทั้งหมดไปแล้ว อย่างขาดลอย
และตอนนี้ มีความก้าวหน้าอย่างมาก ในข้อตกลงสันติภาพระยะยาวกับอิหร่าน — และสันติภาพของตะวันออกกลางโดยรวม
ทั้งนี้ เราได้รับ “ข้อเสนอ 10 ข้อ” จากอิหร่าน — และเชื่อว่าเป็นพื้นฐานที่ “ใช้ได้จริง” สำหรับการเจรจา
แทบทุกประเด็นขัดแย้งหลักในอดีต ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน — ได้ “ตกลงกันได้แล้ว” เกือบทั้งหมด โดยช่วงเวลา 2 สัปดาห์นี้ จะทำให้เราสามารถ “ปิดดีล” ที่เหลือให้เสร็จสมบูรณ์ได้
ในนามของประธานาธิบดีสหรัฐ และในนามของประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง — ถือเป็น “เกียรติอย่างยิ่ง” ที่กำลังจะทำให้ปัญหาระยะยาวนี้ “จบลง”
ขอบคุณสำหรับความสนใจของท่านในเรื่องนี้!
ถอนใจ (ด้วยความดีใจ)
ขอให้สำเร็จ
ขอให้อิหร่านและอิสราเอลยืนยันเช่นกัน
เพราะเส้นทางที่ตั้งใจกันไว้
มันเป็นเส้นทางอันตราย ที่ล่อแหลมกับทุกๆ คน
จะนำไปสู่หลายๆ อย่างที่ทุกคนไม่ได้คาดไว้
การจะยุติความขัดแย้ง
ปกติเริ่มจาก “การยอมถอยคนละก้าว”
ซึ่งวันนี้ นับเป็นก้าวแรก
หวังว่า จะมีอีกหลายก้าว
ที่จะช่วยโลกให้ถอยออกมาจากริมหน้าผา
หวังว่า … จะไปได้ตลอดรอดฝั่ง
ไม่มีอุบัติเหตุใดๆ ในช่วงนี้
ขอเป็นกำลังใจให้ครับ
#Trump #IranWar
ปล. สำหรับไทย บริษัทไทย
นี่คือโอกาสเก็บวัตถุดิบทุกอย่างตุนไว้
เผื่อว่าสถานการณ์จะลุกลามพลิกผันอีกรอบ
ท่องเอาไว้ …
Hope for the Best and Prepare for the Worst !!!
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/976887/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2G6nHNXaWMiOQkAHTB84Oa -

เอกชนเร่งครม.ใหม่ ‘สะสางงานค้างยั่งยืน’ ทางรอดพายุเศรษฐกิจ | เดลินิวส์
การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในปี 2569 เกิดขึ้นในจังหวะที่ภาคธุรกิจกำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงต่อเนื่อง และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจนกระทบความสามารถในการแข่งขัน โดย ‘เกรียงไกร เธียรนุกุล’ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินสถานการณ์ลักษณะนี้ว่าเป็น ‘พายุเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบ’ ที่กำลังกดดันเศรษฐกิจไทย
นอกจากที่ภาคเอกชนจะจับตาทิศทางนโยบายใหม่ของรัฐบาลแล้ว ยังเรียกร้องให้เร่งสานต่องานค้างจากคณะรัฐมนตรีชุดก่อน โดยเฉพาะด้านความยั่งยืนที่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขหลักของการค้าและการลงทุนในระยะต่อไป
กดดันรัฐเร่งเครื่อง
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ภายใต้การนำของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโตเพียง 1.2%-1.6% ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 2.0%-3.0% และการส่งออกมีแนวโน้มหดตัว -1.5% ถึง -0.5% จากแรงกดดันของมาตรการการค้าสีเขียวในเวทีโลก
ด้าน ‘ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์’ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มองว่าความล่าช้าของการจัดทำงบประมาณและข้อจำกัดของระบบราชการยังเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อมเสนอแนวคิด ‘ทีมไทยแลนด์พลัส (Team Thailand+)’ เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างยั่งยืน
กฎหมายโลกร้อน
กกร. และเครือข่ายภาคธุรกิจเสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 โดยกฎหมายฉบับนี้จะกำหนดกลไกสำคัญต่อภาคธุรกิจ ทั้งการรายงานก๊าซเรือนกระจก ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซ (Emission Trading Scheme: ETS) และภาษีคาร์บอน ซึ่ง กกร. มองว่าเป็นเงื่อนไขจำเป็นในการรับมือมาตรการการค้าสีเขียวอย่างมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือซีแบม
เร่งปลดล็อกพลังงานสะอาด
ขณะเดียวกัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ กกร. ยังเสนอให้รัฐบาลเร่งประกาศแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) โดยชี้ว่าพลังงานสะอาดกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบาย กกร. เห็นว่าควรเปิดให้มีการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ควบคู่กับการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าร่วม (TPA) และสานต่ออัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว (Utility Green Tariff: UGT) เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนที่ตั้งเป้าใช้พลังงานหมุนเวียน 100%
วางรากการเงินสีเขียว
ในมิติของเงินทุน ‘ผยง ศรีวณิช’ ประธานสมาคมธนาคารไทย ทำหน้าที่เป็นแกนนำผลักดัน Thailand Taxonomy ระยะที่ 2 ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ 32 แห่ง เพื่อใช้เป็นเกณฑ์กลางในการจัดสรรเงินทุนไปสู่กิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ – TDRI) เสนอว่า การนำ Thailand Taxonomy ไปใช้ในภาคเกษตร ควรออกแบบเพื่อช่วยให้เกษตรกรปรับตัวและพัฒนามาตรฐานการผลิต มากกว่าการไปตั้งเงื่อนไขที่อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงตลาดหรือแหล่งเงินทุน โดยต้องเชื่อมโยงกับมาตรฐานเดิม เช่น Thai GAP เพื่อไม่เป็นการเพิ่มภาระให้เกษตรกร
‘บีซีจี’ ทางรอดส่งออกอาหาร
ข้อมูลจากการประเมินของภาคเอกชนระบุว่า ปี 2569 การส่งออกอาหารของไทยมีความเสี่ยงหดตัวถึง 7.3%
‘ดร.ทองดี ปาโส’ จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ ‘ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา’ จากหอการค้าไทย จึงเสนอว่า ไทยควรเร่งใช้โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ บีซีจี (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและรักษาความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเสนอให้ผลักดันนโยบายจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว โดยตั้งเป้าให้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 30% ของงบประมาณภาครัฐ
อุ้มเอสเอ็มอี
ในส่วนของผู้ประกอบการผยงเสนอให้ใช้เครื่องมือการเงินสีเขียว เช่น กองทุนสนับสนุน (Fund of Funds) และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีปรับตัว
ขณะที่หอการค้าไทยเสนอให้สานต่อโครงการสนับสนุนสูงสุด 2 แสนบาท ควบคู่ไปกับการผลักดันระบบ Thailand FastPass เพื่อลดขั้นตอนทางกฎหมายและเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ
‘ทีมไทยแลนด์พลัส’
เมื่อรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดจากภาคเอกชน กกร. มีข้อสรุปร่วมว่ารัฐบาลใหม่ต้องเร่งสานต่องานค้างสำคัญ ทั้งกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แผนพลังงาน และ Thailand Taxonomy รวมถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยไม่เริ่มต้นใหม่ และเพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดร.พจน์ จึงเสนอแนวคิด ‘ทีมไทยแลนด์พลัส (Team Thailand+)’ เป็นกลไกหลักในการเชื่อมการทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้รับมือความผันผวนและเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5759485/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IYh_Cv1XjHA_AJ_k5lBSg -

ด่วน! กบน.ตรึงราคาดีเซล อัดกองทุนน้ำมันชดเชยเพิ่ม 18.54 บาทต่อลิตร
เนื้อหาน่าอ่าน
แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/139993&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EEq_-g2ex4BOsg6uRUIlt -

ททท.ตราด ดันท่องเที่ยว หลัง2เดือน นทท.ทะลัก สวนกระแสราคาน้ำมันสูง
วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag :
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เกาะช้าง มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวน 150,701 คน ทำให้ จ.ตราด มีรายได้ 1,600.23 ล้านบาท ซึ่ง แหล่งท่องเที่ยวหลักยังเป็น 3 เกาะหลัก คือ เกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด โดยเฉพาะเกาะกูดมีการเติบโตมากขึ้น ซึ่งตัวเลขสถิติที่แข็งแกร่งและกิจกรรมที่หลากหลาย จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดตราดในฐานะ ‘Trat The New Experience’ ที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ”ส่วนเดือนมีนาคม 2569 จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านท่าเรือโดยสารจังหวัดตราดทั้ง 3 ท่า (ท่าเรือเกาะช้างอินเตอร์ไปเกาะช้าง,ท่าเรือแหลมศอก ไปเกาะกูด และเกาะหมากและท่าเรืออนุสรณ์สถาน ไปเกาะหมาก)เดือน มีนาคม 2568 มีนักท่องเที่ยว 178,344 คน เดือน มีนาคม 2569 มีนักท่องเทียว 240,531 คน เพิ่มขึ้น 62,187 คน คิดเป็น 34.87 %
“ผลการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ประจำเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 แสดงสัญญาณการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวทางเรือที่หลั่งไหลเข้าสู่หมู่เกาะต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา” ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราดกล่าว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/957402&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Dv-sd9kkeEmbQ7FGpevqw
ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก : 







