Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ว 4/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งอาจารย์ ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

    ว 4/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งอาจารย์ ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

    ว 4/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งอาจารย์ ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

    ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารแนบ

    ว 4/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งอาจารย์ ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

    ที่มา สำนักงาน ก.ค.ศ. 

    [ซื้อ 1 แถม 1] ไฟโซล่าเซลล์ ไฟสปอร์ตไลท์ LED โซล่าเซลล์สปอตไลท์ solar light กันน้ำและกันฟ้าผ่ เปิดปิดอัตโนมัติ

    ฿74 – ฿1,153

    https://s.shopee.co.th/801HUF4aRi?share_channel_code=6


    ว 4/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งอาจารย์ ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา42569หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งอาจารย์ในสถาบันการอาชีวศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

    ≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

    ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2569 วันที่ ที่ 24 มีนาคม 2569

    เปิดอ่าน 6,483 ครั้ง

    คำขวัญวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ. 2569

    เปิดอ่าน 5,406 ครั้ง

    คำสั่ง สพฐ. เรื่อง รับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ และ คำสั่ง สพฐ. เรื่อง ย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น ตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    เปิดอ่าน 9,003 ครั้ง

    ว 5/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    เปิดอ่าน 209 ครั้ง

    สพฐ.บรรจุแต่งตั้ง รอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษารายใหม่ จำนวน 10 ราย

    เปิดอ่าน 13,820 ครั้ง

    สพฐ.มีหนังสือขอความร่วมมือในการลดการใช้พลังงานเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง

    เปิดอ่าน 3,509 ครั้ง

    สพฐ.มีคำสั่งย้าย รอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 11 ราย

    เปิดอ่าน 14,004 ครั้ง

    ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 16 ราย (23 มีนาคม 2569)

    เปิดอ่าน 4,370 ครั้ง

    ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ลำดับเกียรติเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย พ.ศ. 2568

    เปิดอ่าน 8,302 ครั้ง

    ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 6 ราย (18 กุมภาพันธ์ 2569)

    เปิดอ่าน 20,171 ครั้ง

    ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อที่ 27 มกราคม พ.ศ.2569

    เปิดอ่าน 4,036 ครั้ง

    สพฐ.ประกาศแนวทางลดภาระครู

    เปิดอ่าน 10,060 ครั้ง

    ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 14 ราย (26 มกราคม 2569)

    เปิดอ่าน 10,757 ครั้ง

    ก.ค.ศ. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ จำนวน 5 ราย (11 กุมภาพันธ์ 2569)

    เปิดอ่าน 18,626 ครั้ง

    สพฐ.แต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใหม่ จำนวน 5 ราย

    เปิดอ่าน 21,817 ครั้ง

    ปฏิทินการบริหารงานบุคคล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2569

    เปิดอ่าน 7,590 ครั้ง

    :: เรื่องปักหมุด ::

    Advertisement

    ≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93274&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yAxoJYekNQ_TnSuKkEZ8K

  • ‘สุรศักดิ์’มอบนโยบายกีฬา เน้นเป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ ยกมาตรฐานการแข่งขัน-ศักยภาพนักกีฬา

    ‘สุรศักดิ์’มอบนโยบายกีฬา เน้นเป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ ยกมาตรฐานการแข่งขัน-ศักยภาพนักกีฬา

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มอบนโยบายการขับเคลื่อนงานแก่ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด  ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันวางทิศทางและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของประเทศ  ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 

    นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยขอให้ทุกหน่วยงานมุ่งมั่นดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล และแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเน้นย้ำการเตรียมความพร้อมในการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ โดยการบูรณาการภารกิจด้านการท่องเที่ยวร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงต้นทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยวอย่างไร้รอยต่อ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของรัฐ รวมถึงการสนับสนุนแนวคิดการจัดตั้ง “กระทรวงการกีฬา” เพื่อให้การกำหนดนโยบายด้านกีฬาเป็นไปอย่างชัดเจน ครอบคลุม และต่อเนื่องในทุกมิติ

    ในด้านการท่องเที่ยว รัฐมนตรีฯ ระบุว่า รัฐบาลมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากการเน้น “ปริมาณ” ไปสู่ “คุณภาพและมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน” โดยกำหนดทิศทางสำคัญ ได้แก่ การผลักดันประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน ด้วยการปรับแนวคิดจากการขายสินค้า (Product-Centric) ไปสู่การตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว (Demand Driven) การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะทาง อาทิ การท่องเที่ยวเชิงความเชื่อ (สายมูเตลู) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness) ตลอดจนการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีมาตรฐานรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมทั้งการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรอง ผ่านมาตรการส่งเสริมต่าง ๆ และการยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร

    ขณะเดียวกัน ในด้านการกีฬา ได้มุ่งใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนในชาติทุกช่วงวัย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยวางกรอบการพัฒนาไว้บน 4 เสาหลัก ได้แก่ การส่งเสริมสุขภาพของประชาชน (Sport Health) การผลักดันกีฬาให้เป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ (Sport Wealth) การยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและศักยภาพนักกีฬาไทยสู่ระดับนานาชาติ (Sport Pride) และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาพัฒนาระบบกีฬา (Sport Future) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

    นายสุรศักดิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ความสำเร็จของการขับเคลื่อนนโยบายจะเกิดขึ้นได้จาก “เอกภาพในการทำงาน” ของทุกหน่วยงานในสังกัด โดยต้องร่วมกันขับเคลื่อนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้เป็น Smart Organization ที่ทำงานบนฐานข้อมูล มีความคล่องตัว เป็นมืออาชีพ และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ พร้อมทั้งยึดหลักความโปร่งใส มองการณ์ไกล และยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวและการกีฬาในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/977761/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xlK23rPC3i36LroDW5HPr

  • กรมการท่องเที่ยว จับมือตำรวจท่องเที่ยวบุกภูเก็ต กวาดล้างนอมินี – ธุรกิจนำเที่ยวผิดกฎหมาย

    กรมการท่องเที่ยว จับมือตำรวจท่องเที่ยวบุกภูเก็ต กวาดล้างนอมินี – ธุรกิจนำเที่ยวผิดกฎหมาย

    กรมการท่องเที่ยว จับมือตำรวจท่องเที่ยวบุกภูเก็ต กวาดล้างนอมินี – ธุรกิจนำเที่ยวผิดกฎหมาย

    วันที่ 8 เมษายน 2569 กรมการท่องเที่ยว โดยสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ผนึกกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวในพื้นที่อย่างเข้มข้น เพื่อจัดระเบียบและปราบปรามการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 พบผู้กระทำผิด 2 รายใหญ่ เตรียมสั่งเพิกถอนใบอนุญาตและปรับพินัย

    จากการตรวจสอบเชิงลึกพบความผิดปกติของ บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งต้องสงสัยว่ามีการดำเนินกิจการในลักษณะตัวแทนอำพราง หรือ Nominee พฤติการณ์ความผิด: พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการบริษัทหลังจากได้รับใบอนุญาต โดยปัจจุบันมีกรรมการ 2 ราย เป็นชาวไทย 1 ราย และชาวต่างชาติสัญชาติอิสราเอล 1 ราย ข้อกฎหมาย: กรณีดังกล่าวถือว่า ขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา 17 (1) (ก) แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ ซึ่งระบุชัดเจนว่ากรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย บทลงโทษ: สำนักงานทะเบียนฯ เตรียมดำเนินการ เพิกถอนใบอนุญาต ของบริษัทดังกล่าวทันที เพื่อป้องกันความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและผลประโยชน์ของคนไทย

    ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ บริษัทอีกแห่ง แม้จะมีสถานะการจดทะเบียนปกติ แต่พบการกระทำผิดในส่วนของสถานที่ตั้ง พฤติการณ์ความผิด บริษัทมีการประกอบกิจการในสถานที่ที่ ไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และไม่มีการแจ้งจดทะเบียนสาขาให้ถูกต้องตามขั้นตอนเข้าข่ายความผิดฐานประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาตสาขา ตามมาตรา 22/2 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินการ ปรับพินัย ตามระเบียบที่กฎหมายกำหนด

    การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ประกอบการที่แฝงตัวกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี โดยสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามาตรฐานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้มีความโปร่งใส และคุ้มครองผู้ประกอบการไทยที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69865&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FqODcpfLdVrQNTXOsarFH

  • ธปท.จ่อหั่นจีดีพี เหลือ 1.3-1.7% เดินหน้าปรับลดค่าฟี สร้างความเป็นธรรมทั้งระบบ

    ธปท.จ่อหั่นจีดีพี เหลือ 1.3-1.7% เดินหน้าปรับลดค่าฟี สร้างความเป็นธรรมทั้งระบบ

    “วิทัย” ส่งสัญญาณเศรษฐกิจแย่กว่าคาด จากผลกระทบสงคราม-น้ำมันพุ่ง เหลือ1.3-1.7% จาก1.9% พร้อมเดินหน้าปรับค่าธรรมเนียมทั้งระบบ

    นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันภายใต้เศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง จากสงครามที่ส่งผ่านมาสู่ราคาน้ำมันให้สูงขึ้นต่อเนื่อง มีผลกระทบแน่นอนกับเศรษฐกิจไทย

    โดยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยหรือจีดีพีปีนี้ ลดลงเหลือ 1.3-1.7% จากประมาณการณ์เดิมบน 2ซินาริโอ

    โดยซินาริโอแรก หากสถานการณ์สงครามจบเร็ว หลังจากอิหร่าน-สหรัฐประกาศหยุดยิงภายใน2สัปดาห์ และหากไม่ยืดเยื้อไปต่อหลังจากนี้ คาดว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวภายในไตรมาส 2 และเศรษฐกิจไทยอาจปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.7% จากประมาณการณ์เดิมที่ 1.9% ขณะที่เงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ 2.5%

    แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อถึงกลางปี จีดีพีไทยอาจลดลงเหลือ 1.3% ซึ่งทั้งสองสมมุติฐานดังกล่าว ยังไม่รวมผลของมาตรการทางการคลังที่ออกมาประคองเศรษฐกิจหลังจากนี้ ขณะที่เงินเฟ้อคาดการณ์อยู่ที่ 3.5%ภายใต้สมมุติฐานนี้ 

    ทั้งนี้ ยอมรับว่า วิกฤติจากสงครามครั้งนี้มีความแตกต่างจากวิกฤตโควิด-19 เนื่องจากช่วงโควิดเศรษฐกิจหยุดชะงักอย่างฉับพลัน แต่สามารถฟื้นตัวได้เร็วเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
        

    ทั้งนี้ ในส่วน ค่าธรรมเนียม พรุ่งนี้ (10เม.ย.) ธปท.จะออกเฮียริ่งเรื่องค่าธรรมเนียม เพื่อสร้างมาตรฐานการกำหนดค่าธรรมเนียมใหม่ทั้งระบบ  

    โดยมีค่าธรรมเนียมราว 15-17 รายการ ที่ต้องปรับเปลี่ยน โดยคาดหลังเฮียริ่งลงราชกิจจาภายในกลางเดือนพ.ค.นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/1229055&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SSAAYs6kU1UxJlAnYLRwM

  • แก้เกมเศรษฐกิจ EP.56

    แก้เกมเศรษฐกิจ EP.56

    ออกจากระบบ

    ล้างการแจ้งเตือนทั้งหมด

    ลบบัญชี

    หากคุณลบบัญชี 3Plus คุณจะไม่สามารถที่จะเข้าสู่ระบบได้อีกต่อไป

    คุณเเน่ใจหรือไม่ว่าต้องการดำเนินการต่อ

    ยกเลิกตกลง

    มหาสงกรานต์ปี 69 โอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจไทย EP.56

    ออกอากาศ ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569

    เปิดประเด็นเศรษฐกิจ ถอดรหัสหากลยุทธ์ ก้าวสู่ความสำเร็จกับผู้เชี่ยวชาญ

    ปิดการแจ้งเตือน

    เลิกติดตาม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/v/271722&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CdvrsOkYSo6F2VfcYl-yh

  • ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มี.ค.ลด ต่ำสุดรอบ 6 เดือน

    ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มี.ค.ลด ต่ำสุดรอบ 6 เดือน

    ภาวะเศรษฐกิจไทยในสายตาผู้บริโภคเริ่มส่งสัญญาณ ‘แผ่วลง’ ชัดเจนในเดือนมีนาคม 2569 หลังความไม่แน่นอนจากสงครามและราคาพลังงานที่พุ่งสูง กดดันความเชื่อมั่นและกำลังซื้อในประเทศให้ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

    มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนมีนาคม 2569 พบว่า ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 51.8 จาก 53.7 ในเดือนก่อนหน้า ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน สะท้อนความกังวลของประชาชนต่อปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและต้นทุนทางเศรษฐกิจ

    เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 45.5 ดัชนีโอกาสหางานทำอยู่ที่ 49.8 และดัชนีรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 60.2 ซึ่งลดลงจากเดือนก่อนหน้าทุกรายการ และยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับปกติที่ 100 ทั้งหมด สะท้อนว่า ผู้บริโภคยังไม่มั่นใจต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ การจ้างงาน และรายได้ในระยะข้างหน้า

    ในมิติของช่วงเวลา ดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบันปรับลดลงจาก 37.4 เหลือ 35.9 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตลดลงจาก 61.7 มาอยู่ที่ 59.7 สะท้อนภาพรวมว่าทั้ง “ปัจจุบันและอนาคต” ยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้าง

    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงครึ่งแรกของปีมีแนวโน้ม “ระมัดระวังมากขึ้น” โดยประชาชนส่วนใหญ่ชะลอการใช้จ่ายเพื่อรอดูทิศทางสถานการณ์สงคราม ราคาพลังงาน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐว่าจะมีความชัดเจนเพียงใด

    ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า แม้เศรษฐกิจไทยยังคงเดินหน้าฟื้นตัว แต่ “ความเชื่อมั่น” ซึ่งเป็นหัวใจของการบริโภคภายในประเทศ ยังคงเปราะบาง และอาจกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป หากปัจจัยเสี่ยงภายนอกยังไม่คลี่คลาย

    consumer-confidence-march69-SPACEBAR-Photo01.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/consumer-confidence-march69&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IuUaK8yo2C_lANQUgtJjB

  • SBU ผนึกเครือข่าย UN ดึง “เด็กไทยหัวใจ SDGs” ร่วมสร้างโลกยั่งยืน

    SBU ผนึกเครือข่าย UN ดึง “เด็กไทยหัวใจ SDGs” ร่วมสร้างโลกยั่งยืน

    มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ชูแนวคิด “Empowering Modern Professionals” ผนึกเครือข่าย UN ดึง “เด็กไทยหัวใจ SDGs” ร่วมสร้างโลกยั่งยืนกับผู้นำเยาวชนกว่า 35 ประเทศ

    มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก (Southeast Bangkok University – SBU) เดินหน้าตอกย้ำพันธกิจหลักทางการศึกษา ภายใต้วิสัยทัศน์ “Empowering Modern Professionals” มุ่งสร้างความเป็นมืออาชีพยุคใหม่ในระดับนานาชาติ จับมือเครือข่ายพันธมิตรองค์การสหประชาชาติ (UN) และ Global SDGs Alliance เปิดเวทีระดับสากล เชิญชวนเยาวชนและคนรุ่นใหม่ “เด็กไทยหัวใจ SDGs” เข้าร่วมโครงการ Global Youth Leadership Programme: UN-SDGs Bootcamp & Forum 2026 (Q2) เพื่อสร้างโอกาสการทำงานร่วมกับนานาชาติและผลักดันโลกสู่ความยั่งยืน ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก (ที่ตั้งบางนา) 

    โครงการดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อหลอมรวมระบบการศึกษายุคใหม่เข้ากับทักษะระดับสากล โดยมุ่งหวังที่จะบ่มเพาะเยาวชนไทยให้เติบโตเป็น ผู้นำรุ่นใหม่ (New Gen Leaders) ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก ผู้เข้าร่วมจะได้ใช้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ประการของสหประชาชาติ (17 SDGs) เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับสังคม พร้อมสัมผัสประสบการณ์การทำงานจริงร่วมกับตัวแทนเยาวชนและผู้เชี่ยวชาญจากกว่า 35 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการก้าวจากการศึกษาในห้องเรียน สู่การเป็นมืออาชีพที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง

    ไฮไลต์สำคัญ: ยกระดับศักยภาพสู่ความเป็นมืออาชีพระดับโลก

    •    Global Collaboration & Professional Networking: โอกาสครั้งสำคัญในการสร้างเครือข่ายการทำงานข้ามชาติ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม วิสัยทัศน์ และไอเดียสร้างสรรค์กับเพื่อนร่วมอุดมการณ์กว่า 35 ประเทศ กุญแจสำคัญสู่การเป็นมืออาชีพยุคใหม่ในโลกไร้พรมแดน

    •    Action-Oriented Sustainability Hackathon: ท้าทายความสามารถผ่านการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ และการระดมสมองเพื่อคิดค้นทางออก (Solutions) ที่ตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เกิดขึ้นจริง

    •    Expert Mentorship: ยกระดับกรอบความคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) ด้วยการรับฟังวิสัยทัศน์และคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากนักวิชาการ ตัวแทนองค์กรระดับโลก และผู้นำองค์กรภาคเอกชนชั้นนำ

    •    Real-world Impact & Educational Excellence: พลิกความรู้เชิงวิชาการสู่การปฏิบัติจริง โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่างข้อเสนอและนโยบายระดับเยาวชน ที่พร้อมนำไปผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในระดับชุมชนและนานาชาติ

    โลกที่ยั่งยืนไม่ได้สร้างได้ด้วยใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยพลังของคนรุ่นใหม่ มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก เชื่อมั่นว่าการสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพบนเวทีระดับสากล คือหัวใจสำคัญในการ Empowering Modern Professionals เพื่อให้ก้าวต่อไปของเด็กไทย เป็นก้าวที่มั่นคงและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/pr-news/740719&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pZjQRdDwYrXeTQAz45859

  • P

    P

    คุณทมิตา จงสวัสดิ์วรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคค...

    อิมแพ็ค เมืองทองธานี เซ็น MOU มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

    คุณทมิตา จงสวัสดิ์วรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลองค์กร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด (ที่ 3 จากขวา) และ ผศ.ดร.อรรยา สิงห์สงบ รองอธิบดีสายวิชาการ ในฐานะตัวแทนจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (ที่ 3 จากซ้าย) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) โดยมีเป้าหมาย เพื่อร่วมกันพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ร่วมกันอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งด้านการเรียนการสอนและการฝึกอบรม ความร่วมมือครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายมีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieppui6l8cjva5a9ebthrqwulhx66gnc&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27gOiQnpQ2d3s79mvKSGiI

  • ว 5/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    ว 5/2569 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :

    ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93275&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05uxLfLJb-ysfKAaSDt6YT

  • ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ มุ่งปั้น “วิศวกรชีวการแพทย์” เปลี่ยนความชอบวิศวะ ให้เป็นนวัตกรรมช่วยชีวิต

    ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ มุ่งปั้น “วิศวกรชีวการแพทย์” เปลี่ยนความชอบวิศวะ ให้เป็นนวัตกรรมช่วยชีวิต

    ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดินหน้ายกระดับการศึกษาไทย เปิดตัวคณะน้องใหม่ “คณะวิศวกรรมศาสตร์” ในปีพุทธศักราช 2569 โดยเปิดหลักสูตรการเรียนการสอน หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical Engineering) ในปีการศึกษา 2568 เป็นปีแรก ชูจุดเด่นการสร้างวิศวกรยุคใหม่ที่ไม่ใช่แค่ผู้ซ่อมบำรุง แต่เป็น “นวัตกร” ที่เข้าใจทั้งกลไกวิศวกรรมและหัวใจของการรักษาในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

    ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวกระโดด “เครื่องมือแพทย์” กลายเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรม Healthcare แห่งอนาคต โดยบูรณาการความเชี่ยวชาญจาก 4 มิติหลัก:

    • Engineering x Medical Science: ประยุกต์ความรู้พื้นฐานวิศวกรรมเข้ากับวิทยาศาสตร์การแพทย์แม่นยำ
    • Standards & Quality:เชี่ยวชาญการออกแบบ ทดสอบ ติดตั้ง และซ่อมบำรุงเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐานสากล
    • Digital Transformation:ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาจากโจทย์จริงทางการแพทย์
    • Entrepreneurship:บ่มเพาะแนวคิดทักษะผู้ประกอบการ ต่อยอดนวัตกรรมสู่โลกธุรกิจหรืออุตสาหกรรมได้จริง

    โดยหลักสูตรนี้เราไม่ได้สร้างแค่คนทำงานกับเครื่องกล แต่เราสร้างวิศวกรที่เข้าใจหัวใจของการรักษา เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ช่วยชีวิตคนได้จริง”

    ไฮไลท์สำคัญของหลักสูตร: เรียนจริง ลุยจริง มืออาชีพจริง

    นักศึกษาจะได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้แบบ Action Learningผ่านการลงมือทำในห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย และแก้ไขโจทย์จริงจากเคสทางการแพทย์ โดยมีจุดแข็งที่น่าสนใจ ดังนี้:

    • เครือข่ายมืออาชีพ: เรียนรู้ใกล้ชิดกับบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญตัวจริงของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
    • ฝึกงานเข้มข้น: โปรแกรม Practical Training 3 เดือนเต็มในชั้นปีที่ 4 เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานทันทีหลังจบการศึกษา
    • ค่าเล่าเรียน: ตลอดหลักสูตร 4 ปี (ไม่น้อยกว่า 137 หน่วยกิต) รวม 240,000 บาท

    เส้นทางอาชีพที่ไร้ขีดจำกัด

    บัณฑิตที่จบจากหลักสูตรนี้สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ อาทิ:

    • วิศวกรชีวการแพทย์ ดูแลระบบในโรงพยาบาลหรือโรงงานอุตสาหกรรม
    • นักวิจัยและพัฒนานวัตกรรม  ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทางการแพทย์
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบเครื่องมือแพทย์ (RA)ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานที่เป็นที่ต้องการสูงในตลาดแรงงาน
    • เจ้าของธุรกิจหรือ Startupต่อยอดไอเดียเป็นผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีสุขภาพ

    เกี่ยวกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

    “สร้างวิศวกรและนวัตกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตของประชากรไทยอย่างยั่งยืน”

    คณะวิศวกรรมศาสตร์ มุ่งมั่นที่จะผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ และวิศวกรรมสมัยใหม่ รวมถึงให้บริการวิชาการ ทำการวิจัยและสร้างนวัตกรรมด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ และวิศวกรรมสมัยใหม่ รวมทั้งดำเนินการด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ และวิศวกรรมสมัยใหม่ เพื่อสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาด้านการแพทย์และสุขภาพของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างนวัตกรรมช่วยชีวิต สามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: Facebook: Engineering.cRA , Instagram: @bme.cra หรือ โทรศัพท์: 02-576-6000 ต่อ 7288 (ในวันและเวลาราชการ)

    ติดตามข่าวสารการศึกษาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ทาง

    Facebook/Instagram: Education CRA 

    เว็บไซต์ www.cra.ac.th

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69853&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2h202yakAsyfKj8zLRPdYH