Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • คอลัมน์การเมือง – คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’

    คอลัมน์การเมือง – คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’

    ต้องยอมรับว่า “นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ” เป็น “แม่ย่านาง” อันศักดิ์สิทธิ์ ของรัฐบาลปัจจุบัน ที่เวลามีใครไปแตะต้อง จะต้องมี “หน่วยคุ้มกันจิตอาสา” ออกมาตอบโต้คนที่ตรวจสอบ ตั้งคำถาม และวิพากษ์วิจารณ์คุณศุภจีกันอย่างเนืองแน่น ล่าสุด คุณศุภจีกำลังเจอพิษ “ดิจิทัล ฟุตปริ๊นท์” คำว่า “ล้งกลาง” ที่ตัวเองเคยพูดไว้
    หลอกหลอนอยู่

    1) นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สรุปข้อสังเกตคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรี ในการอภิปรายนโยบายที่เพิ่งผ่านไป ว่า…

    1. รมต.เอกนัฏ – พลังงาน

    คุณขิงเน้นตอนท้ายว่า “ไม่กลัว ไม่เกรงใจนายทุน” แต่ไม่ได้ขยายประเด็นว่าทำไมถึงได้เจรจาส่วนลดค่าการกลั่นลงมาได้เพียงแค่ 2 บาท ในขณะที่ปัจจุบันค่าการกลั่นอยู่ที่ประมาณ 16 บาท สูงกว่าระดับที่คุณเอกนัฏบอกว่าเป็นระดับปกติถึง 14 บาท

    และที่สร้างความแปลกใจคือ การที่คุณเอกนัฏ ไม่ยอมลุกขึ้นชี้แจงว่า หากไม่เกรงใจนายทุนจริง ขอให้ชี้แจงว่ามีนโยบายอย่างไรในการแก้โครงสร้างสัญญาซื้อไฟและก๊าซ LNG ของรัฐ เพื่อลดช่องโหว่ที่เอกชนจะทำกำไรได้มหาศาลจากราคาก๊าซที่กำลังสูงขึ้น และในไม่ช้าจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

    2. รมต.สุริยะ – เกษตรฯ

    คุณสุริยะลุกขึ้นชี้แจงประเด็นการซื้อเครื่องบินจากนาย Ben Smith ว่าซื้อจริง ชำระผ่านธนาคารกรุงเทพ (เพื่อจ่ายเข้าบัญชีธนาคาร BIC กัมพูชาของยิม เลียก มือขวาเบน สมิธ) เมื่อจ่ายแล้วไม่รู้ว่าเงินไปไหนต่อ และตอนนั้นไม่รู้ว่า Ben Smith เป็นใคร

    ประเด็นคำถามที่ผมตั้งไว้คือ ท่านนายกฯ ได้ตรวจหรือยังว่าเงินที่ใช้ชำระมาจากไหน และเมื่อจ่ายแล้วไปที่ไหนต่อ เพราะการซื้อเครื่องบินมีผลทำให้คุณสุริยะช่วยนาย Ben Smith ฟอกเงินสำเร็จ! สิ่งที่ต้องสืบคือ เจตนาช่วยหรือไม่ และวิธีสืบคือตามเส้นทางเดินของเงิน

    3. รมต.ประเสริฐ – ศึกษาฯ

    เอาตามตรงผมว่าช่วงที่คุณประเสริฐชี้แจงเฉพาะเรื่องการศึกษาท่านพูดได้ดี แต่ตอนท้ายที่ตอบเรื่องบทบาทในการลงนาม MOU กับนาย Ben Smith ฟังไม่ขึ้นเลย คุณประเสริฐบอกว่า ไปสอบปากคำกับ DSI ในฐานะพยาน – อาจจะจริงครับ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายคือ DSI ตั้งข้อกล่าวหาและยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. สอบสวนบนฐานความผิดมาตรา 157 ส่วนที่บอกว่า “ป.ป.ช.ไม่เคยกล่าวหา” – ก็ถูกครับ คือตอนนี้ ป.ป.ช. อยู่ในช่วงพิจารณาหลักฐานว่าจะชี้มูลความผิดหรือไม่

    ส่วนเรื่องที่บอกว่า กรณีสแกนม่านตาเกิดขึ้นทีหลังการลงนาม MOU นั้น เป็นการหลบแบบศรีธนญชัยครับ เพราะข้อกล่าวหาคือ MOU หละหลวมในการเปิดพื้นที่ sandbox ที่ไม่มีการควบคุมตามกฎหมาย PDPA จึงทำให้ “scan ม่านตา” เกิดได้

    ประเด็นของผมในกรณีคุณสุริยะ และคุณประเสริฐ คือ ทั้งสองท่านควรมีโอกาสพิสูจน์ตนเอง แต่วันนี้ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ ดังนั้นการที่คุณอนุทินตั้งทั้งสองท่านเป็นรัฐมนตรี สะท้อนความจริงว่าคุณอนุทินไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงพอกับการต่อสู้กระบวนการทุนเทาที่ฝังลึกในสังคมชั้นสูงของไทย การเอาเรื่องกับ scammer คนต่างชาตินั้นต้องทำครับ แต่การเอาเรื่องกับคนใกล้ตัวคนไทยนี่แหละคือบทพิสูจน์ความจริงใจ

    4. รมต.ศุภจี – พาณิชย์

    “ล้งกลาง” ไม่เคยพูด แต่พูดว่า “ล้งชุมชน”??

    เป็นการแก้ตัวที่แปลก เพราะแม้กองเชียร์ยังคงงง เพราะไม่นานมานี้ พวกเขายังเพิ่งตบมือเชียร์วลี “ไม่กลัวล้งจีนแต่จะทำล้งกลางมาสู้” ในคลิปที่ใครๆ ก็หาดูได้

    ส่วนการอ้างว่าราคานํ้ามะพร้าวตอนนี้ “7-10 บาท” ผมว่าน่าเป็นห่วงมากกว่า เพราะอาจสะท้อนความไม่เข้าใจความต่างระหว่าง “ราคาหน้าสวน” (ตอนนี้ 3-4 บาท) และ “ราคาหน้าโรงงาน” (ตอนนี้ 6-7 บาท)

    5. รมต.เอกนิติ – คลัง

    เราคิดต่างกันในประเด็นการลดภาษีสรรพสามิต- ในสถานการณ์ปัจจุบัน คุณเอกนิติมองว่าเงินอยู่ในกระเป๋ารัฐบาลดีกว่า ส่วนผมมองว่าแบ่งกลับมาให้อยู่ในกระเป๋าประชาชนดีกว่า ส่วนที่ท่านบอกว่า เดี๋ยวจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล

    ผมขอตอบว่า ไม่เคยขอให้ลดค่าใช้จ่ายเรื่องนั้น แต่ผมเชื่อว่ามีเรื่องอื่นที่ลดได้แน่นอน และหากจะเอาประเด็นรักษาพยาบาลมาอ้าง ท่านควรต้อง EarMark ภาษีตรงจากสรรพสามิตน้ำมันตรงไปยังการรักษาพยาบาลได้เลย เหมือนกับสมัยที่ทำงานร่วมกัน เราเคยแชร์ไอเดียกันในเรื่อง EarMark ภาษีมรดก ตรงไปเป็นทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส

    2) นายกรณ์พูดถูกว่า มันมีทั้งคลิปและข่าว ที่สำนักข่าวต่างๆ รายงานไว้ชัดเจน เช่น กรุงเทพธุรกิจ 8 มีนาคม 2569 รายงานคำพูดของรัฐมนตรีศุภจีว่า

    “ในบางพื้นที่มีรายงานว่าล้งบางกลุ่มได้รวมตัวกันกว่า 239 ล้ง และประกาศงดรับซื้อมะพร้าวชั่วคราวประมาณ 2 วันเพื่อกดดันตลาด และดูว่า ศุภจี หรือ กระทรวงพาณิชย์จะทำอะไรได้ ก็ขอตอบเลยว่า ไม่ต้องหยุด 2 วัน ให้หยุดไปเลย ไม่ต้องซื้อ ทางพาณิชย์จะจัดตั้ง “ล้งกลาง” ร่วมกับผู้ประกอบการที่มีความตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพสินค้า พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร เช่น ปุ๋ยและองค์ความรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต” นางศุภจี กล่าว

    3) นายเดชรัต สุขกำเนิด ทีมบริหาร พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อวาน เพื่อนๆ ยังสอบถามว่า “ล้งกลาง” ที่คุณศุภจี เคยกล่าวไว้เมื่อเดือนก่อน ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว?

    ผมขอตอบก่อนเลยนะครับว่า เมื่อคืนในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล คุณศุภจีก็ออกมาพูดเรื่องนี้แบบเต็มๆ ว่า ไม่ใช่ล้งกลาง แต่เป็น
    “ล้งชุมชน” แทนแล้วครับ

    แล้ว “ล้งกลาง” VS “ล้งชุมชน” เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? ผมจะขออภิปรายในโพสต์นี้ครับ

    ก่อนอื่น เราต้องเท้าความกลับไปถึงบริบทที่คุณศุภจีกล่าวถึง “ล้งกลาง” ในวันนั้น คุณศุภจีกล่าวถึงข่าวที่ล้งรับซื้อมะพร้าวจำนวน “สองร้อยกว่าล้ง” จะไม่รับซื้อมะพร้าวน้ำหอมเป็นเวลา 2 วัน คุณศุภจีจึงบอกว่า “ให้หยุดไปเลย” เพราะกระทรวงพาณิชย์จะหาคนมาทำ “ล้งกลาง” เอง

    หลังจากนั้น ทุกคนก็ถามว่า กระทรวงพาณิชย์จะออกแบบล้งกลางมาในรูปแบบใด ตัวผมเองก็ได้เขียนโพสต์ทบทวนรูปแบบล้งกลางในประเทศอื่นๆ มาด้วย เพราะการออกแบบล้งกลางที่จะเวิร์กนั้น มีรายละเอียดมาก และพี่น้องชาวสวนมะพร้าวก็อยากได้ทางออกในเร็ววัน

    สรุปสุดท้าย คุณศุภจีก็มาบอกว่า ไม่ได้ทำล้งกลางแล้วนะครับ แต่จะทำ “ล้งชุมชน” โดยส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร มาทำ “ล้งชุมชน” เพื่อกระจายกันรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม

    เพราะฉะนั้น แนวคิด “ล้งชุมชน” จึงแตกต่างจาก “ล้งกลาง” เพราะ ล้งชุมชน เป็นลักษณะของล้งเล็กๆ ที่เข้าไปแทรกอยู่ในตลาด และแข่งขันกับล้งอื่นๆ ไม่ใช่ตลาดกลางหรือสิ่งอำนวยความสะดวกกลางแต่อย่างใด

    ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด คือ “ขนาด” เพราะในครั้งที่คุณศุภจีพูดถึงล้งกลางนั้น คุณศุภจีท้าชนกับล้งรับซื้อมะพร้าวน้ำหอมกว่า 200 ล้ง เพราะฉะนั้น ก็น่าสงสัยว่า เราจะต้องมี “ล้งชุมชน” สักกี่แห่งที่จะรับมือกับล้งรับซื้อเดิมๆ 200 กว่าแห่งได้

    สิ่งที่น่าผิดหวังของเรื่องนี้ คือ ถ้าคุณศุภจีคิดจะทำ “ล้งชุมชน” มาตั้งแต่แรก เวลาที่ผ่านมาหนึ่งเดือน คุณศุภจีน่าจะเสนอความคืบหน้าของการจัดตั้งล้งชุมชนได้ชัดเจนกว่านี้ (เพราะล้งชุมชนออกแบบและจัดตั้งง่ายกว่าล้งกลางมาก) เช่น ล้งชุมชน ควรมีขนาดธุรกิจประมาณใด ใช้เงินลงทุนจากใคร รัฐบาลสนับสนุนอย่างไร ฯลฯ

    แต่ทุกวันนี้ เรายังไม่ทราบเลยว่า ล้งชุมชนจะมีหน้าตาอย่างไร เพราะเมื่อวานคุณศุภจีก็พูดเพียงว่า “กำลังหารือกับนายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมอยู่”

    ทั้งนี้ การมี ล้งชุมชน กับการมี ล้งกลาง ไม่ได้ขัดกัน หรือต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงอย่างเดียวนะครับ เราสามารถมีล้งกลางที่ช่วยสนับสนุนล้งชุมชนอีกต่อหนึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นที่ อุปกรณ์ ข้อมูล เงินทุน ฯลฯ ขึ้นอยู่กับว่า กระทรวงพาณิชย์จะออกแบบได้ละเอียด รอบคอบ และมีประสิทธิผลในการเปลี่ยนเกม ได้ดีเพียงใด

    สุดท้าย ผมอยากบอกว่า เวลาแต่ละวันที่ผ่านไปหมายถึงมะพร้าว 2 ล้านผล /วัน ที่ต้องขายออกไปในราคาต่ำ (ตัวเลข 2 ล้านผลอ้างอิงตามคำพูดของคุณศุภจี) ขอให้คุณศุภจีและกระทรวงพาณิชย์เร่งมือขึ้นกว่านี้ครับ

    และผมจะติดตาม “ล้งชุมชน” ของคุณศุภจีอย่างใกล้ชิดครับ

    สรุป : ในเรื่องนี้ คุณศุภจีกำลังถูกจับได้แบบ “คาหนังคาเขา” ด้วยดิจิทัล ฟุตปริ๊นท์ แต่ก็นั่นแหละ ด้วยอานุภาพแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของ “เจ้าแม่ศุภจี” ในยามที่มวลชนกำลังรักเธอ

    เสียงใดๆ ก็ไม่อาจเข้าหู และกระทบต่อ “ศรัทธา” ที่พวกเขามีต่อ “ศุภจี” ได้เลย

    แต่คำถามก็คือ ผลสัมฤทธิ์ของงานจะเป็นเช่นไร ด้วยการประคองศุภจีไว้ใน “พลังศรัทธา” มากกว่าการยึดถือต่อ “ความเป็นจริง” เช่นนี้ !!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/columnist/66065&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21M7Itd3jWvyCEPVEwRC9O

  • “ธรรมนัส” อวยพรวันสงกรานต์ ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจ

    “ธรรมนัส” อวยพรวันสงกรานต์ ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจ

    “ร.อ.ธรรมนัส” อวยพรคนไทย เนื่องในวันสงกรานต์ 2569 ชี้ แม้เป็นเทศกาลแห่งความสุข แต่ประชาชนยังเผชิญค่าครองชีพพุ่งสูง ขอให้กำลังใจทุกคนสู้วิกฤตเศรษฐกิจ

    วันที่ 12 เม.ย. 2569 เวลา 13.30 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยระบุว่า เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วงเวลาอันเป็นมงคลของคนไทย เป็นโอกาสแห่งการเริ่มต้นใหม่ การกลับไปหาครอบครัว และการสืบสานประเพณีอันดีงามที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน

    ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนขอส่งความปรารถนาดีไปยังพี่น้องประชาชนทุกคน ขอให้เทศกาลปีใหม่ไทยปีนี้เต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และความปลอดภัย โดยเฉพาะการเดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้ทุกคนถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ปราศจากอุบัติเหตุ และได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวอย่างมีความหมาย

    อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงสถานการณ์ที่ประชาชนกำลังเผชิญ โดยเฉพาะวิกฤตค่าครองชีพ ที่ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตคนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาพลังงานและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องแบกรับภาระหนักขึ้นในชีวิตประจำวัน

    “แม้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่พี่น้องประชาชนยังต้องเผชิญกับความยากลำบากจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องคนไทยทุกคนก้าวผ่านทุกอุปสรรคครั้งนี้ไปให้ได้” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2926339&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dUJ6mRk52eU5tHvcRs0xS

  • ชวนเที่ยวสงกรานต์ “แก่งเกาะใหญ่” สัมผัสมนต์เสน่ห์ธรรมชาติ เชื่อมสองจังหวัดกำแพงเพชร-นครสวรรค์ | TOPNEWS

    ชวนเที่ยวสงกรานต์ “แก่งเกาะใหญ่” สัมผัสมนต์เสน่ห์ธรรมชาติ เชื่อมสองจังหวัดกำแพงเพชร-นครสวรรค์ | TOPNEWS

    กำแพงเพชรจับมือนครสวรรค์ เปิดตัวแหล่งท่องเที่ยว “แก่งเกาะใหญ่” แลนด์มาร์คใหม่รับมหาสงกรานต์ 2569 ชูจุดขายลำน้ำแม่วงก์ใสสะอาดกลางป่าชุมชน พร้อมขยายพื้นที่เปิดแก่งแห่งที่ 2 กระจายรายได้สู่ฐานรากแบบไร้รอยต่อ

    นายเสน่ห์ ไชยมงคล นายอำเภอขาณุวรลักษบุรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันแบบไทย สุขไกลทั่วโลก” ณ แหล่งท่องเที่ยวแก่งเกาะใหญ่ 1 ตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีนายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ สส.กำแพงเพชร และนายประสาท ตันประเสริฐ สส.นครสวรรค์ พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อผลักดันให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญในช่วงเทศบาลสงกรานต์ปี 2569

    สำหรับ แก่งเกาะใหญ่ ถือเป็นอัญมณีเม็ดงามทางธรรมชาติของตำบลปางมะค่า ตั้งอยู่ในเขตป่าชุมชนบ้านใหม่ธงชัยที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงสุด โดดเด่นด้วยลำน้ำแม่วงก์ที่ไหลผ่านโขดหินน้อยใหญ่สลับกันอย่างสวยงาม กลายเป็นแก่งน้ำที่ใสสะอาดและเย็นสบาย เหมาะแก่การเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสบรรยากาศอันร่มรื่นท่ามกลางแมกไม้และสายธาร

    การจัดงานในครั้งนี้ เทศบาลเมืองปางมะค่ามุ่งหวังที่จะยกระดับเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยใช้ประเพณีสงกรานต์เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน พร้อมทั้งเปิดตัว แก่งเกาะใหญ่แห่งที่ 2 เพื่อขยายพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง นับเป็นการบูรณาการระหว่างการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

    สิ่งสำคัญที่สุดของปีนี้คือความร่วมมือแบบ “บ้านพี่เมืองน้อง” ระหว่างแก่งเกาะใหญ่ฝั่งกำแพงเพชรและฝั่งนครสวรรค์ ที่ร่วมกันพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ โดยมีแผนการใหญ่ในอนาคตที่จะสร้าง สะพานแขวนเชื่อมแหล่งท่องเที่ยว ทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามของลำน้ำแม่วงก์ได้จากทั้งสองจังหวัด เสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคให้เข็งแกร่งยิ่งขึ้น

    ภายในงานยังเต็มไปด้วยกลิ่นไอความสุขจากกิจกรรมแบบไทยๆ ทั้งการแสดงทางวัฒนธรรมที่สนุกสนานจากคนในชุมชน พิธีสู่ขวัญตามประเพณีพื้นถิ่น และการรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุเพื่อความเป็นสิริมงคล จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาร่วมสาดความสุขและสัมผัสความเย็นฉ่ำของสายน้ำที่แก่งเกาะใหญ่ สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนที่อบอุ่นและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในช่วงสงกรานต์ปีนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1545811&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pC3IzU_DuO1_1yyhIIFmB

  • อช.พีพี พร้อมรับนทท.ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จัดกำลังเข้มดูแลความปลอดภัย

    อช.พีพี พร้อมรับนทท.ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จัดกำลังเข้มดูแลความปลอดภัย

    ภูมิภาค

    อช.พีพี พร้อมรับนทท.ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จัดกำลังเข้มดูแลความปลอดภัย

    วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.10 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    อช.พีพี พร้อมรับนทท.ช่วงเทศกาลสงกรานต์ จัดกำลังเข้มดูแลความปลอดภัยทางทะเล พร้อมเชิญชวน 14 เมษาฯคนไทยฟรีค่าเข้าอุทยานฯ ด้านผู้ว่าฯนำทีมลงพื้นที่สร้างความเชื่อมัน

    วันที่ 12 เมษายน 2569 นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี เปิดเผยว่า ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานฯ เป็นจำนวนมาก โดยจุดหมายยอดนิยมยังคงเป็นอ่าวมาหยา เกาะไม้ไผ่ และทะเลแหวก

    ทั้งนี้ อุทยานฯ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเล พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือ รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ การจอดเรือในจุดที่กำหนด ไม่ทิ้งขยะลงชายหาดหรือทะเล เก็บขยะใส่ภาชนะที่จัดไว้ให้ งดนำทรัพยากรทางทะเลหรือซากสัตว์กลับออกจากพื้นที่ และเล่นน้ำเฉพาะบริเวณที่กำหนด

    พร้อมกันนี้ อุทยานฯ ยังเชิญชวนประชาชนร่วมท่องเที่ยว โดยในวันที่ 14 เมษายนนี้ เปิดให้คนไทยฟรีค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ
    ขณะเดียวกัน นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปภ.กระบี่ กอ.รมน.กระบี่ อบจ.กระบี่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด กรมเจ้าท่า และอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อตรวจความพร้อมของเรือโดยสารและเรือท่องเที่ยว ในเส้นทางหาดนพรัตน์ธารา–เกาะพีพี รองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    นอกจากนี้ ยังได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือและศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวภายในอุทยานฯ พร้อมพบปะพูดคุยกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจังหวัดกระบี่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและการให้บริการในช่วงเทศกาลอีกด้วย

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/472634&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jHRCdEgT9kYjf1Le3WpY0

  • ‘รัฐบาล’ ตีปี๊บ เที่ยวป่าอนุรักษ์ฟรีทั่วประเทศ รับ ‘วันครอบครัว’ 14 เม.ย.

    ‘รัฐบาล’ ตีปี๊บ เที่ยวป่าอนุรักษ์ฟรีทั่วประเทศ รับ ‘วันครอบครัว’ 14 เม.ย.

    “รัฐบาล” ชวนเที่ยวป่าอนุรักษ์ฟรีทั่วประเทศ รับ “วันครอบครัว” 14 เม.ย.นี้ ให้คนไทยสัมผัสธรรมชาติ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

    เมื่อวันที่ 12 เม.ย.น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาส “วันครอบครัว” วันที่ 14 เม.ย. นี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดให้ประชาชนชาวไทย ท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าบริการ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติ
    โดยยกเว้นค่าบริการเข้าพื้นที่และค่ายานพาหนะ สำหรับบุคคลสัญชาติไทย ครอบคลุมพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ เรียนรู้ระบบนิเวศ และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ ควบคู่กับการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    “วันครอบครัวปีนี้ รัฐบาลอยากชวนพี่น้องประชาชนออกไปใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันในพื้นที่ธรรมชาติ เรียนรู้ และพักผ่อนอย่างมีคุณค่า พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน และขอความร่วมมือประชาชนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎระเบียบของพื้นที่ และช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อให้ผืนป่าอนุรักษ์ยังคงความสมบูรณ์สำหรับคนไทยทุกคนต่อไป“น.ส.ลลิดา กล่าว 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/1229412&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L5-3PHYETujmSBfIwvd93

  • “นายกฯอนุทิน” ร่วมแจม เป่าขลุ่ย ที่สนามบินเชียงราย ต้อนรับนักท่องเที่ยว

    “นายกฯอนุทิน” ร่วมแจม เป่าขลุ่ย ที่สนามบินเชียงราย ต้อนรับนักท่องเที่ยว

    “อนุทิน” บินตรวจท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ที่จ.เชียงราย  แจม เป่าขลุ่ย ร่วมวงดนตรีไทยที่สนามบิน

    วันที่ 12 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย สวมเสื้อลายดอก เข้ากับเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง บริเวณพื้นที่แสดงความสามารถ ใกล้จุดประชาสัมพันธ์ ได้ชมการแสดงของ “ชมรมดนตรีพื้นเมืองวัดเชตวัน” (พระนอน)2522 ที่บรรเลงเพลงไทย ให้ผู้โดยสารได้รับฟัง บริเวณท่าอากาศแม่ฟ้าหลวง ก่อนจะเข้าไปร่วมวง เป่าขลุ่ย ให้ผู้โดยสารได้รับฟังอย่างเพลิดเพลิน จากนั้นได้จะถ่ายรูปกับนักดนตรี เป็นที่ระลึก

    ขณะที่เพจ Anutin Charnvirakul ของนายอนุทิน โพสต์คลิปเป่าขลุ่ย พร้อมเขียนข้อความระบุว่า ถ้านับอายุก็ใกล้ครบคุณสมบัติที่พอจะเข้ากลุ่ม สว. กลุ่มนี้ได้แล้ว นี่แหละเรียกว่า ฮั้ว สว. ของจริงเพราะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2926389&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0z8Wd0aWgBYooBjj-SSAa7

  • ตั๋วเครื่องบินแพง – น้ำมันเครื่องบินขาดแคลน ฉุดต่างชาติเที่ยวไทยไตรมาส 2 หดตัว 9.2%

    ตั๋วเครื่องบินแพง – น้ำมันเครื่องบินขาดแคลน ฉุดต่างชาติเที่ยวไทยไตรมาส 2 หดตัว 9.2%

    ไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัวมากขึ้น จากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางมีความไม่แน่นอนสูง ความเชื่อมั่นการเดินทางลดลง ราคาน้ำมันเครื่องบินเร่งตัวสูงขึ้นมากกว่า 100% จากสิ้นปี 2568 กระทบราคาตั๋วเครื่องบินสูงขึ้น ขณะเดียวกับความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำมันเครื่องบินในบางประเทศสูงขึ้น

    อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวยังพอมีปัจจัยจากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ จีน อินเดีย น่าจะยังโตได้ และไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวทดแทน สำหรับผู้ที่ต้องการหลบภัยสงคราม

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยคาดหดตัว 9.2% (YoY) หรือมีจำนวน 6.49 ล้านคน 

    ตั๋วเครื่องบินแพง - น้ำมันเครื่องบินขาดแคลน ฉุดต่างชาติเที่ยวไทยไตรมาส 2 หดตัว 9.2%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378976056&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tjlYE6rthSDtxCowtUzSK

  • จีนประกาศ 10 มาตรการจูงใจใหม่สำหรับไต้หวัน รวมเปิดเที่ยวบิน-ผ่อนปรนข้อจำกัดท่องเที่ยว หลังการเยือนของผู้นำฝ่ายค้าน

    จีนประกาศ 10 มาตรการจูงใจใหม่สำหรับไต้หวัน รวมเปิดเที่ยวบิน-ผ่อนปรนข้อจำกัดท่องเที่ยว หลังการเยือนของผู้นำฝ่ายค้าน

    สำนักข่าว Xinhua รายงานว่า รัฐบาลจีนได้เปิดเผยมาตรการจูงใจใหม่ 10 ข้อสำหรับไต้หวัน ซึ่งรวมถึงการผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการท่องเที่ยว การอนุญาตให้ฉายละครโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาเหมาะสม และการอำนวยความสะดวกในการขายอาหาร

    ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการเยือนจีนของเจิ้งลี่เหวิน ผู้นำพรรคก๊กมินตั๋ง พรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน โดยเธอยังได้พบกับประธานาธิบดี สีจิ้นผิง และหารือเกี่ยวกับความจำเป็นในการสร้างสันติภาพและความปรองดองระหว่างทั้งสองฝ่าย

    ภายใต้มาตรการทั้ง 10 ข้อ ยังมุ่งเน้นเรื่องการจัดตั้งกลไกการสื่อสารที่สม่ำระหว่างพรรคก๊กมินตั๋ง และพรรคคอมมิวนิสต์จีน ขณะที่จะมีการเปิดเที่ยวบินระหว่างจีนและไต้หวันอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง และรัฐบาลจีนยังอนุญาตให้ประชาชนจากเซี่ยงไฮ้และมณฑลฝูเจี้ยน เดินทางไปเยือนไต้หวันได้

    นอกจากนี้ ฝ่ายจีนจะมีการจัดตั้งกลไกเพื่อผ่อนปรนมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์ประมงจากไตเหวัน แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานทางการเมืองที่ “ต่อต้านการแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวัน”

    สำหรับมาตรการเกี่ยวกับเนื้อหาละครโทรทัศน์ สารคดี และแอนิเมชั่นของไต้หวันจะได้รับอนุญาตให้ฉายได้ ตราบใดที่มีเนื้อหาที่ถูกต้องเหมาะสม มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีคุณภาพการผลิตสูง

    ด้านสภาการกิจการแผ่นดินใหญ่ของรัฐบาลไต้หวัน ซึ่งรับผิดชอบนโยบายเกี่ยวกับจีนออกแถลงการณ์ว่า สิ่งที่รัฐบาลปักกิ่งเรียกว่า “การผ่อนปรนฝ่ายเดียว” นั้นเป็นเพียง “ยาพิษที่บรรจุอยู่ในของขวัญอันแสนเอื้อเฟื้อ

    โดยรัฐบาลไต้หวันสนับสนุนการแลกเปลี่ยนที่ดีระหว่างสองฝ่าย แต่ไม่ควรอยู่ภายใต้เงื่อนไขหรือเป้าหมายทางการเมือง

    ขณะที่พรรคก๊กมินตั๋ง ออกแถลงการณ์ต้อนรับประกาศของรัฐบาลจีน โดยมองว่าเป็น ‘ของขวัญ’ สำหรับประชาชนชาวไต้หวัน

    ทั้งนี้ จีนปฏิเสธที่จะพูดคุยกับประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน โดยกล่าวว่าเขาเป็น ‘ผู้แบ่งแยกดินแดน’ จากท่าทีปฏิเสธการอ้างอธิปไตยของจีนเหนือไต้หวัน

    ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปเที่ยวไต้หวัน ลดลงอย่างชัดเจนนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19

    ขณะที่ก่อนหน้านี้ ไต้หวันเคยร้องเรียนเกี่ยวกับการที่จีนจำกัดการนำเข้าสินค้าเกษตรและสัตว์น้ำบางชนิดจากไต้หวัน และยังชี้ว่าในบางกรณี จีนมีการใช้ข้ออ้างที่ไม่เป็นธรรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของศัตรูพืชและโรคต่างๆ

    ภาพ : CTI via REUTERS

    อ้างอิง:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/china-taiwan-incentives-flights-travel/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TZHpnmfE3XcjXMuFRTE9z

  • ประเทศชาติ หรือ มารยาททางการเมือง ย้อนตำนานรัฐบาลชวน 2 ต้นกำเนิด งูเห่า

    ประเทศชาติ หรือ มารยาททางการเมือง ย้อนตำนานรัฐบาลชวน 2 ต้นกำเนิด งูเห่า

    วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.57 น.

    ข่าวนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ทาบทามบุคคลมาเป็นที่ “ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี “ ทั้งหมด12 คน และหนึ่งในนั้นที่กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ อย่างกว้างทั้งชื่นชม และ ตำหนิ คือ ชื่อของ นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีประสบการณ์ เคยเป็นผู้แทนการค้าไทย ขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA)ไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งการเจรจาดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ

    ประเด็นหลักของฝั่งคนที่ออกมาตำหนิ นางศุภจี ก็คือเรื่องมารยาททางการเมือง เพราะนายวีระพงษ์ ยังมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่ผู้คนอีกส่วนหนึ่งที่ชื่นชมการตัดสินใจเชิญนายวีระพงษ์ มาช่วยงานสำคัญ โดยไม่ยึดติดว่า สังกัดพรรคไหนก็สามารถเอาความรู้ความสามารถมาช่วยประเทศชาติได้  

    วีระพงษ์ ประภา

    ต่อมาก็แตกประเด็นไปเป็นเรื่องข้อเท็จจริง ว่า ได้ขออนุญาต หรือแจ้ง หัวหน้าพรรคก่อนหรือไม่ อย่างไร

     แต่ในรายงานชิ้นนี้เราจะไม่ลงในรายละเอียดกรณีนี้  แต่จะพาย้อนไปถึง ประวัติศาสตร์การเมืองไทยหน้าสำคัญ ที่เป็นการปะทะกันระหว่าง เหตุผลเรื่อง มารายาททางการเมือง กับ ผลประโยชน์ของประเทศชาติ และเป็นต้นกำเนิดของ ศัพท์การเมืองที่ทุกคนคุ้นกันดี คือ “งูเห่า”  !!

    ย้อนเวลาไปเมื่อ เดือนพฤศจิกายน 2540 ประเทศไทย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตเศรษฐกิจ ที่โลกรู้จักในชื่อ “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ซึ่งลุกลามไปหลายประเทศ  ในห้วงเวลานั้น  รัฐบาลที่มีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถรับมื

    อกับวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ถาโถมอย่างรุนแรงได้ จากวิกฤตเศรษฐกิจ นำไปสู่แรงกดดันทางการเมือง สุดท้ายพลเอกชวลิต ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2540

    พลเอกชวลิต

    เมื่อนายกรัฐมนตรีลาออก การแข่งขันกันจัดตั้งรัฐบาลก็เริ่มขึ้นอย่างเข้มข้น ฝั่งรัฐบาลเดิม นำโดยพรรคชาติพัฒนา หวังดัน “น้าชาติ” พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ กลับคืนสู่ตำแหน่งอีกครั้ง

    ขณะที่ฝั่งฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาธิปัตย์  ชู  ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กลับมาเป็นนายกอีกครั้งเช่นเดียวกัน

    ใครดึงเสียงสนับสนุน จากสส.ได้มากกว่า คนนั้นคือผู้ชนะ !

    ปฏิบัติการ “พลิกขั้ว” กลางดึก จุดกำเนิดงูเห่า

    ตัวแปรสำคัญในขณะนั้นคือ พรรคประชากรไทย ของ นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิมและมีมติชัดเจนว่าจะสนับสนุน พล.อ.ชาติชาย

    แต่ทว่าในคืนวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2540 ประวัติศาสตร์ก็ถูกเขียนใหม่ เมื่อกลุ่ม สส. ในพรรคประชากรไทยจำนวน 12 คน นำโดย นายวัฒนา อัศวเหม และ นายมั่น พัธโนทัย ตัดสินใจ “หักมติพรรค” เดินทางไปยังบ้านพักขอแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อลงนามสนับสนุนนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี

    ชวน หลีกภัย

    วาทะอมตะ “ผมเป็นชาวนา ที่ถูกงูเห่ากัด”

    ในวันที่ความแตก นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทยผู้ขึ้งเคียด ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงดุดันอันเป็นเอกลักษณ์ เปรียบเปรยเหตุการณ์นี้กับนิทานอีสปเรื่อง “ชาวนากับงูเห่า” > “ผมเป็นเหมือนชาวนาที่ไปเก็บงูเห่าที่กำลังจะตายจากความหนาวเหน็บมาอุ้มชูไว้ในอก ให้ที่พัก ให้ความอบอุ่น แต่พองูเห่านั้นเริ่มมีกำลัง มันก็แว้งกัดชาวนาจนตาย”

    วาทะนี้สั่นสะเทือนวงการการเมืองไทย และทำให้คำว่า “งูเห่า” ถูกใช้เรียกนักการเมืองที่ทรยศต้นสังกัดนับแต่นั้นเป็นต้นมา

    ขณะที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หรือ เสธ.หนั่น  ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้น และถูกขนานนามว่าเป็น “ผู้จัดการรัฐบาล” ผู้กวักมือเรียกงูเห่าเข้าคอก  โดยยกเหตุผลเรื่องการกอบกู้ชาติจากวิกฤตเศรษฐกิจ

    และกลุ่มงูเห่าจากพรรคประชากรไทย ก็ยืนยันจุดยืนว่าไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อให้ประเทศมีรัฐบาลที่ทำงานได้ และหลุดพ้นจากทางตันทางการเมือง

    กลุ่มพรรคฝ่ายที่พ่ายแพ้ในการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องจริยธรรมทางการเมืองอย่างรุนแรง

    บทสรุปแห่งประวัติศาสตร์

    ผลจากการขยับของกลุ่มงูเห่า 12 เสียงมาสนับสนุน ทำให้ นายชวน หลีกภัย รวบรวมเสียงได้ทั้งสิ้น 208 เสียง ชนะ พล.อ.ชาติชาย ที่รวบรวมได้เพียง 185 เสียง และต่อมาก็มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายชวน ลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2540

    นี่คืออีกหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของการเมืองไทย ในวันที่คนไทยส่วนหนึ่งถกเถียงกันเรื่อง “มารยาททางการเมือง” กับ “ผลประโยชน์ของชาติ ในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน วิกฤตเศรษฐกิจ ที่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า วิกฤตรอบนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่เราเจอยุคต้มยำกุ้ง เสียอีก.

    # ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/958398&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CqzvjQLF6lVeInaro8Wv2

  • แค่ซ้อม? ทดสอบเปิดอุโมงค์น้ำ งานสงกรานต์ 13-15 เม.ย.นักท่องเที่ยวแห่ร่วมแน่น | เดลินิวส์

    แค่ซ้อม? ทดสอบเปิดอุโมงค์น้ำ งานสงกรานต์ 13-15 เม.ย.นักท่องเที่ยวแห่ร่วมแน่น | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 69 นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ได้เปิดการทดสอบอุโมงค์น้ำบนถนนท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยปีนี้ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ประกาศเดินหน้าสานต่อความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ 3 กับการจัดงาน “World Songkran Thaphae Chiangmai 2026” โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่เวทีโลก ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในย่านประวัติศาสตร์อย่างยั่งยืน

    ไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือการแปลงโฉมถนนท่าแพให้กลายเป็นถนนคนเดินเล่นน้ำขนาดใหญ่ใจกลางเมือง พร้อมติดตั้ง “Water Tunnel” หรืออุโมงค์น้ำที่มีความยาวกว่า 130 เมตร ซึ่งถือเป็นอุโมงค์น้ำที่ยาวที่สุดในเขตเมืองเชียงใหม่ โดยใช้น้ำประปาที่สะอาดปลอดภัย ผสานกับระบบฉีดน้ำและแสงสีเสียงที่ตระการตา เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นน้ำที่แปลกใหม่และยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความชุ่มฉ่ำตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายน 2569 ในช่วงเวลา 18.00 น. ไปจนถึงเที่ยงคืน

    สำหรับด้านความบันเทิง เทศบาลนครเชียงใหม่จัดเต็มด้วยเวทีกิจกรรมขนาดใหญ่ที่รวบรวมดีเจชื่อดังทั้งไทยและต่างประเทศรวมกว่า 15 ชีวิต นำโดยดีเจระดับสากลอย่าง Zan & Goku จากประเทศเวียดนาม และ Che Molly จากประเทศสิงคโปร์ ที่จะสลับสับเปลี่ยนมาสร้างความสนุกร่วมกับดีเจชั้นนำของไทยวันละ 5 คน ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับเสน่ห์ของท้องถิ่นด้วยการเปิดเวทีให้วงดนตรีชื่อดังของเชียงใหม่ อาทิ SL Music, เดอะสะล้อ และ Moonhunter ได้แสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมืองที่ผสมผสานกับบรรยากาศระดับนานาชาติได้อย่างลงตัว

    นอกจากความสนุกสนานแล้ว ผู้จัดงานยังให้ความสำคัญกับระบบบริหารจัดการพื้นที่อย่างรัดกุม ทั้งระบบโครงสร้างเวที ระบบน้ำแบบหมุนเวียน และมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน โดยคาดว่างานในปีนี้จะเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญที่สร้างภาพลักษณ์การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกให้กับจังหวัดเชียงใหม่อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Fanpage เทศบาลนครเชียงใหม่ หรือเว็บไซต์ www.cmcity.go.th และโทรศัพท์ 053-259000

    นอกจากนี้ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ถนนเชียงใหม่-ลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ตั้งเวทีด้านหน้าห้าง มีดนตรี และจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นการเปิดกิจกรรมวันแรก ส่งเสริมการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวที่บริเวณการจัดงานอย่างล้นหลาม ซึ่งต้องปิดถนนเส้นทางดังกล่าวและให้รถสัญจรเส้นทางอื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวล้นหน้าห้าง ออกมาจนถึงถนน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5775357/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JPRKxAKY956m9r0GO6HyG