Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ประจวบฯคึก! สงกรานต์เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน นักท่องเที่ยวแน่น กระตุ้นเศรษฐกิจคึกคัก

    ประจวบฯคึก! สงกรานต์เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน นักท่องเที่ยวแน่น กระตุ้นเศรษฐกิจคึกคัก

    ภูมิภาค

    ประจวบฯคึก! สงกรานต์เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน นักท่องเที่ยวแน่น กระตุ้นเศรษฐกิจคึกคัก

    วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.45 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 13 เมษายน 2569 เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรม “สงกรานต์เที่ยงวัน สุขสันต์ถึงเที่ยงคืน ครั้งที่ 3” บริเวณเวทีกลางหน้าสะพานสราญวิถี อำเภอเมือง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

    นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยนายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วม

    นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การจัดงานมุ่งเน้นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีสงกรานต์ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยรณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นน้ำอย่างสุภาพ ปลอดภัย และเคารพสิทธิของผู้อื่น

    ภายในงานมีการแสดงดนตรีและกิจกรรมบันเทิงหลากหลาย อาทิ วง AG Combo วงแทมมะริน และการแสดงจากศิลปิน “คิง ก่อนบ่าย” รวมถึงกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัล เช่น ซองกันน้ำ สร้างสีสันให้กับบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงค่ำคืน

    ทั้งนี้ การขยายเวลาจัดงานตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันจนถึงเที่ยงคืน ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในท้องถิ่น ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากมีความคึกคัก

    การจัดงานดังกล่าวยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ “เมืองสามอ่าว” ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและนันทนาการ พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/472725&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m9yU-ENuxxFEjqSvi6-o6

  • พลพีร์ ติดตามโครงการไทยช่วยไทย เร่งลดค่าครองชีพ บรรเทาผลกระทบเศรษฐกิจประชาชน

    พลพีร์ ติดตามโครงการไทยช่วยไทย เร่งลดค่าครองชีพ บรรเทาผลกระทบเศรษฐกิจประชาชน

    วันนี้ (14 เมษายน) เวลา 10.00 น. พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ และการขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชน โครงการไทยช่วยไทย ตามนโยบายของรัฐบาล ณ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขานครราชสีมา 2 (ถนนสืบศิริ) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

    พลพีร์ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ และการขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนโครงการ “ไทยช่วยไทย” ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมีหลายภาคส่วนจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น ไข่ไก่ ซึ่งยังมีราคาค่อนข้างสูง

    โดยจะหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในการลดราคาสินค้า ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมขอบคุณภาคเอกชนและห้างร้านในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และทั่วประเทศ ที่ร่วมมือกับรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ โดยเฉพาะสถานการณ์ตะวันออกกลาง

    สำหรับมาตรการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโครงการไทยช่วยไทย เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มุ่งลดภาระค่าครองชีพ และบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงาน โดยขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการปรับลดราคาสินค้าจำเป็น เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมในการเลือกซื้อสินค้า และได้รับประโยชน์จากมาตรการภาครัฐอย่างสูงสุด โดยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ห้างค้าปลีกวิชโก้ สาขาหัวทะเล บิ๊กซี โลตัส และศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช“พลพีร์” ลุยโคราช ติดตามโครงการ “ไทยช่วยไทย” เร่งลดค่าครองชีพ บรรเทาผลกระทบเศรษฐกิจประชาชน

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/polapee-thai-chuay-thai-project/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tUozYyL82JhLWufeaXLsj

  • สีลมคึกคักส่งท้ายสงกรานต์ ขบวน Pride นานาชาติร่วมสร้างสีสัน

    สีลมคึกคักส่งท้ายสงกรานต์ ขบวน Pride นานาชาติร่วมสร้างสีสัน

    14 เมษายน 2569 บรรยากาศสงกรานต์วันสุดท้ายที่ถนนสีลมยังคงคึกคักตั้งแต่บ่ายต่อเนื่องถึงค่ำ ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเล่นน้ำจนพื้นที่ตั้งแต่แยกศาลาแดงถึงแยกนรารมย์แน่นขนัด เต็มไปด้วยเสียงดนตรีและรอยยิ้มที่สร้างความสนุกสนานส่งท้ายเทศกาลปีใหม่ไทย  

    ในช่วงเย็นบรรยากาศยิ่งหนาแน่น โดยเฉพาะหน้าเวทีการแสดงและจุดยอดนิยม เจ้าหน้าที่ได้เริ่มจัดระเบียบพื้นที่ตามเวลาที่กำหนด พร้อมคุมเข้มมาตรการความปลอดภัย ทั้งการตั้งจุดคัดกรอง ห้ามแป้ง ห้ามแอลกอฮอล์ และจัดช่องทางฉุกเฉินเพื่อรองรับสถานการณ์เร่งด่วน ทำให้ภาพรวมงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือขบวนพาเหรด Pride นานาชาติที่มีผู้เข้าร่วมหลายพันคนตลอดเส้นทางเกือบ 2 กิโลเมตร สร้างสีสันและสะท้อนความหลากหลายที่เป็นจุดแข็งของการท่องเที่ยวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างนายริกกี้จากบราซิลเผยว่าประทับใจบรรยากาศและตั้งใจจะกลับมาเที่ยวสงกรานต์ที่ไทยทุกปี  

    ด้านผู้ประกอบการอย่างนางสุริภรณ์ แม่ค้าขายน้ำวัย 70 ปี ระบุว่ายอดขายปีนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างนายเคอี วัย 25 ปี ยืนยันว่าจะกลับมาเล่นน้ำที่สีลมทุกปี เพราะบรรยากาศสนุกและคึกคักไม่แพ้ที่ใด  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/N0nJI00h6&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2cjg9aYngMyH4wyMG1bB50

  • ทองฟิวเจอร์ดีดขึ้น $31.50 เช้านี้ รับสัญญาณสหรัฐฯ-อิหร่านเปิดช่องเจรจายุติสงคราม : อินโฟเควสท์

    ทองฟิวเจอร์ดีดขึ้น $31.50 เช้านี้ รับสัญญาณสหรัฐฯ-อิหร่านเปิดช่องเจรจายุติสงคราม : อินโฟเควสท์

    ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (14 เม.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าช่องทางการทูตยังคงเป็นทางออกเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ว่าการเจรจาสันติภาพของทั้งสองฝ่ายประสบความล้มเหลวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    ณ เวลา 09.58 น.ตามเวลาไทย ราคาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ปรับตัวขึ้น 31.50 ดอลลาร์ หรือ 0.66% แตะที่ระดับ 4,798.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์

    ปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า คณะบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับสายโทรศัพท์จากอิหร่านเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (13 เม.ย.) โดยอ้างว่าอิหร่าน “ต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก” ขณะที่สื่อรายงานว่าสหรัฐฯ เองก็ส่งสัญญาณถึงความกระตือรือร้นในการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งด้วยเช่นกัน

    “เราได้รับการติดต่อจากอีกฝ่ายหนึ่ง” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว และเสริมว่า “พวกเขาต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก”

    แม้ปธน.ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยว่าสหรัฐฯ ตกลงที่จะเจรจาสันติภาพกับอิหร่านอีกรอบก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย. หรือไม่ แต่สื่อหลายสำนักของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวในภูมิภาคว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างยังคงเปิดช่องไว้สำหรับการเจรจาเพิ่มเติม

    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวของ CNN ในวันจันทร์ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงอยู่ระหว่างการเจรจา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามหาทางออกทางการทูตเพื่อยุติสงคราม โดย CNN ระบุว่า ตัวกลางจากปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี กำลังพยายามฟื้นฟูการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย.นี้

    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความยืดเยื้อของสงคราม หลังจากที่ความขัดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อและอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

    ทั้งนี้ แม้ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ แต่เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย จึงทำให้ทองคำมีความน่าดึงดูดน้อยลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/585088&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xdA-NCG6Fy9pDmsm0RjZs

  • 🔴 Live นทท.  แห่เล่นสงกรานต์ข้าวสารคึกคัก

    🔴 Live นทท. แห่เล่นสงกรานต์ข้าวสารคึกคัก

    สำนักข่าวเวิร์คพอยท์ โลโก้

    ที่อยู่ติดต่อ
    บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด
    99 หมู่ 2 ต.บางพูน
    อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี 12000
    โทร: 02-833-2000

    เมนูข่าว
    ติดตามเรา

    RSS Feed


    © 2569 สำนักข่าวเวิร์คพอยท์ จำกัด – สงวนลิขสิทธิ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NkUv72Hxa&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1__HpQNMt7u3jU14t6-NC4

  • ความขัดแย้งและการบิน สงครามส่งผลกระทบต่อสายการบินมากน้อยเพียงไร  | ลงทุนศาสตร์ Investerest.co

    ความขัดแย้งและการบิน สงครามส่งผลกระทบต่อสายการบินมากน้อยเพียงไร  | ลงทุนศาสตร์ Investerest.co

    ความขัดแย้งและการบิน สงครามส่งผลกระทบต่อสายการบินมากน้อยเพียงไร 

    ความขัดแย้งและการบิน สงครามส่งผลกระทบต่อสายการบินมากน้อยเพียงไร 

    ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงได้ ในระหว่างสงคราม ผู้คนทั่วโลกได้รับผลกระทบในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานเชื้อเพลิง ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ รวมทั้งสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันด้วยเช่นกัน ในครั้งนี้ ลงทุนศาสตร์ขอพาท่านผู้อ่านไปสำรวจผลกระทบของสงครามที่มีต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ดังต่อไปนี้ [1, 2, 3] 

    สายการบินได้รับผลกระทบจากสงครามครั้งนี้อย่างมาก เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานจึงมีราคาพุ่งสูงขึ้นเกือบสองเท่า ต้นทุนของสายการบินสูงขึ้น นำไปสู่การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มขึ้น หรือขึ้นราคาตั๋วเครื่องบิน โดยปัจจุบันนี้ บางสายการบินเริ่มปรับราคาค่าตั๋วเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Air France-KLM, Air India และ IndiGo

    นอกจากสายการบินทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงแล้ว สายการบินในแถบตะวันออกกลางยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยจากสงคราม การเดินทางที่มีจุดหมายปลายทางไปยังตะวันออกกลางมากกว่า 30,000 เที่ยวถูกยกเลิก รวมถึงลดจำนวนเที่ยวบิน ตัวอย่างเช่น สายการบิน Emirates ต้องปรับลดเที่ยวบินลงมากถึงร้อยละ 40 เช่นเดียวกับสายการบิน Qatar Airways ที่มีเที่ยวบินลดลงร้อยละ 62 และสายการบิน Etihad ที่เที่ยวบินลดลงถึงร้อยละ 50 ในขณะที่สายการบินของอินเดีย เช่น Air India ก็ได้รับผลกระทบจากการจำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินที่เชื่อมต่อไปยังตะวันออกกลาง 

    สายการบินในแถบตะวันออกกลาง นับเป็นศูนย์กลางการต่อเครื่องของสายการบินหลายแห่งทั่วโลก เช่น Dubai, Doha และ Abu Dhabi แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้คนหวาดกลัว ขาดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และกังวลว่าจะตกค้างในสนามบินท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้ง เส้นทางบินอื่น เช่น สิงคโปร์ กรุงเทพฯ โตเกียว หรือฮ่องกง จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ของผู้โดยสาร 

    ในขณะเดียวกัน จากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัย และการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน สายการบินทั่วโลกที่เคยผ่านทางน่านฟ้าอ่าวอาหรับ จำเป็นต้องหาทางหลีกเลี่ยงการบินในเส้นทางเดิม และตัดลดเส้นทางที่ไม่ทำกำไร เพื่อประหยัดพลังงานน้ำมัน สนามบินบางแห่งเริ่มมีการจำกัดปริมาณเชื้อเพลิงอากาศยานที่จ่ายให้แก่สายการบินต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นถึงภาวะขาดแคลนน้ำมันที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สายการบินต้องหาทางรับมือกันต่อไป

    สงครามนำมาซึ่งความสูญเสีย สำหรับสายการบินทั่วโลกแล้ว ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลให้ราคาค่าตั๋วพุ่งสูงขึ้น สวนทางกับความปลอดภัยในการเดินทางที่ลดลง จากนี้ไป เราคงได้แต่คอยจับตาดูทิศทางความเป็นไปของการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง รวมทั้งแนวทางการรับมือของสายการบินแต่ละแห่ง ทั้งนี้ ลงทุนศาสตร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่านที่ต้องเดินทางผ่านสายการบินต่าง ๆ จะมีความปลอดภัย ราบรื่นตลอดเส้นทาง และหวังว่าความขัดแย้งครั้งนี้จะยุติลงได้ในเร็ววัน 

    ลงทุนศาสตร์ 

    รายการอ้างอิง

    [1] Chokshi, N., & Reed, S. (2026, March 24). How the Iran war is driving up travel costs. https://www.nytimes.com/2026/03/24/business/iran-war-airlines-jet-fuel.html

    [2] Oxford Economics. (2026, March 26). The Iran war’s ripple effects on global travel & transit. https://www.oxfordeconomics.com/resource/the-iran-wars-ripple-effects-on-global-travel-transit/

    [3] Sloan, K. (2026, March 25). How the Iran conflict is making flying more expensive. https://www.bbc.com/news/articles/cn08x9lw0pzo

    อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    เกี่ยวกับผู้เขียน

    ลงทุนศาสตร์

    ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.investerest.co/economy/conflict-plane/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tUN9eNTp9Z5ahMjrx6mEZ

  • สงกรานต์ม่วนจอย! ต่างชาติแห่เดินทางเข้าไทย นักท่องเที่ยวจีนทะลุแสนคนในวีคเดียว : อินโฟเควสท์

    สงกรานต์ม่วนจอย! ต่างชาติแห่เดินทางเข้าไทย นักท่องเที่ยวจีนทะลุแสนคนในวีคเดียว : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์นักท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (6 – 12 เม.ย.) ว่า จากการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก แตะระดับ 4 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 18.32% เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดจีน ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 1 แสนคน สูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ และตลาดมาเลเซีย ที่เดินทางเข้ามากว่า 9 หมื่นคน

    ดังนั้น ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้ มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 619,481 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 49,888 คน หรือ 8.76% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย เฉลี่ยวันละ 88,498 คน โดย 5 อันดับแรก ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน (106,504 คน) มาเลเซีย (90,524 คน) อินเดีย (53,308 คน) รัสเซีย (36,701 คน) และสหรัฐอเมริกา (24,693 คน)

    โดยนักท่องเที่ยวมาเลเซีย จีน สหรัฐอเมริกา และอินเดีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 61.68% 25.39% 19.26% และ 16.93% ตามลำดับ ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซีย มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 11.57%

    สำหรับในสัปดาห์นี้ (13-19 เม.ย.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ สถานการณ์พลังงานในไทยที่เข้าสู่ภาวะปกติ การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    • ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี นักท่องเที่ยวทะลุ 10 ล้านคน

    สำหรับภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยข้อมูล ณ วันที่ 13 เม.ย.69 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 12 เม.ย.69 รวมทั้งสิ้น 10,363,660 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 506,123 ล้านบาท

    โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (1,659,777 คน) มาเลเซีย (1,093,636 คน) รัสเซีย (792,629 คน) อินเดีย (712,913 คน) และเกาหลีใต้ (439,277 คน)

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/585130&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BmZplEX3BoW3zKbBlmRjf

  • สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง ‘วันไหล’

    สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง ‘วันไหล’

    บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ 2569 ของ “ศูนย์การค้าเซ็นทรัล” ทั่วประเทศบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่าง ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา และหาดใหญ่ ที่มีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ออกมาร่วมเล่นน้ำและร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องนับแสนคน!

    สะท้อนภาพเทศกาลไทยที่ยังคงเป็น “Global Magnet” ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก สร้างสีสัน กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่

    โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ในฐานะ “Center of Life” หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิต จัดเต็มกิจกรรมสงกรานต์ ครบทั้งโซนสาดน้ำ เวทีดนตรี ดีเจ และกิจกรรมวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ ตอกย้ำบทบาทแลุะภาพลักษณ์การเป็น “Festive Destination” ที่สร้างประสบการณ์การเฉลิมฉลองปีใหม่ไทยในทุกภูมิภาค

    ขณะที่บรรยากาศในกรุงเทพฯ ยังคงคึกคักต่อเนื่อง โดยเฉพาะแลนด์มาร์กใจกลางเมือง “เซ็นทรัลเวิลด์” กับงาน “PEPSI Presents THAI LIZM 2026”  มีประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่ร่วมเล่นน้ำแน่นพื้นที่ตลอดทั้งวัน และต่อเนื่องถึงช่วงค่ำ ท่ามกลางเวทีคอนเสิร์ตและดีเจที่สร้างบรรยากาศความสนุกอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำจุดหมายปลายทางระดับโลกของเทศกาลมหาสงกรานต์ของประเทศไทย

    สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล'

    ที่สุดแห่งปรากฏการณ์สงกรานต์ใจกลางกรุงเทพฯ

    สำหรับ “THAILAND’S SONGKRAN FESTIVAL 2026” ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศยังคงเดินหน้าสร้างสีสันเทศกาลอย่างยิ่งใหญ่ ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศในช่วงไฮซีซัน

    โดย เซ็นทรัลพัฒนา จัดกิจกรรมต่อเนื่อง กับ “FWD Music Live Fest ครั้งที่ 5” โดย FWD ประกันชีวิต วันที่ 17-19 เม.ย. บริเวณลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์  ชวนทุกคนมาร่วมสนุกกับคอนเสิร์ตและกิจกรรมเล่นน้ำใจกลางกรุงเทพฯ ในช่วงส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ พบ กองทัพศิลปินตัวท็อปและวงดนตรีจากน้องๆ School Bands ที่มาร่วมสร้างสีสันตลอด 3 วันเต็ม ได้แก่

    • 17 เม.ย. NuNew, PERSES, KID PHENOMENON + LIL LEAGUE , VVV, IN THE EIGHT, DS.RU.BAND

    • 18 เม.ย. Three Man Down, โจอี้ ภูวศิษฐ์. ไททศมิตร, MIRRR, FLI:P, Woodstock

    • 19 เม.ย. Jeff Satur, F.HERO, CLO’VER, SuperThai, NAMP, Mandrake Band

    สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล' สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล' สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล'

    เช็กพิกัดความมันส์ต่อเนื่อง “วันไหล” ปักหมุดเมืองท่องเที่ยว

    อย่างไรก็ตาม ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เตรียมส่งต่อบรรยากาศแห่งความสุข “วันไหลสงกรานต์” ในหัวเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศ ได้แก่  เซ็นทรัล พัทยา, มารีนา เอาต์เล็ต, เชียงราย, ลำปาง, พิษณุโลก และ นครปฐม

    “ศูนย์การค้าเซ็นทรัลยังคงจัดเต็มกิจกรรมสาดน้ำและความบันเทิง เพื่อยืดโมเมนตัมความคึกคักของเทศกาล”

    เซ็นทรัล พัทยา วันที่ 18-19 เม.ย. พบ Zeal, สิงโต นำโชค, หนุ่ม กะลา และ Paradox

    เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต วันที่ 18-19 เม.ย. Lomozonic และ จ๊ะ นงผณี

    เซ็นทรัล เชียงราย วันที่ 17 เม.ย. พบวง Instinct

    เซ็นทรัล ลำปาง วันที่ 25 เม.ย. ซายุริ แบนด์ และปู่จ๋าน x เคนน้อย

    เซ็นทรัล นครปฐม วันที่ 17-19 เม.ย. พบ THiSISMVL x JAONAAY, หนุ่ม กะลา และ DAX ROCK RIDER x DJ BABY

    สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล'

    “โดยแต่ละพื้นที่ยังคงจัดเต็มทั้งโซนสาดน้ำ เวทีดนตรี และดีเจ สร้างบรรยากาศความสนุกต่อเนื่องยาวไปจนถึงช่วงปลายเทศกาล รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันไหล” 

    สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล'

    โมเมนต์ประวัติศาสตร์! “โอปอล สุชาตา” ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับคนไทย-นักท่องเที่ยวนับแสน

    นับเป็นโมเมนต์แห่งปี สำหรับ “เซ็นทรัลเวิลด์” หนึ่งเดียวแลนด์มาร์กสงกรานต์ระดับโลกใจกลางเมือง ต้อนรับ Miss World 2025 “โอปอล สุชาตา” ร่วมสร้างปรากฏการณ์สาดความสุขใจกลางกรุงเทพฯ ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์กับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาตินับแสน พร้อมถ่ายทอดเสน่ห์วัฒนธรรมไทยร่วมสมัยสู่สายตาชาวโลก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทย ณ เซ็นทรัลเวิลด์ 

    สงกรานต์เซ็นทรัลทั่วไทยพีค! ต่างชาติทะลัก ปลุกความคึกคักยาวต่อเนื่อง 'วันไหล'

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1229616&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qJxxGjb2bAOpyftiQwaAq

  • ปักหมุดนครพนม สงกรานต์จัดเต็ม ออนซอนถนนข้าวปุ้น สาดสนุกถึง 15 เม.ย.นี้

    ปักหมุดนครพนม สงกรานต์จัดเต็ม ออนซอนถนนข้าวปุ้น สาดสนุกถึง 15 เม.ย.นี้

    วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.49 น.

    14 เมษายน 2569 เมื่อวันที่ 13 เมษายน บริเวณริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ณ เวทีกลางด้านหลังองค์พญาศรีสัตตนาคราช ตรงสามแยกป่าไม้ ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 (นิตโย) สายอุดรฯ-นครพนม ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหาสงกรานต์ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน รวม 3 วัน โดยปิดถนนสุนทรวิจิตรตั้งแต่จุดเช็คอินชื่อดัง เช่น หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ถนนคนเดิน วัดโอกาส ศาลเจ้าพ่อหมื่น ตลาดอินโดจีน ลานพญาศรีสัตตนาคราช วัดโพธิ์ศรี วัดกลาง วัดมหาธาตุ ไปสิ้นสุดที่หน้าวัดพระอินทร์แปลง รวมระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร

    นางสาวนงนุช สีดาน้อย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม (ทกจ.ฯ) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ว่า ประเพณีสงกรานต์นครพนม “ออนซอนถนนข้าวปุ้น” ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดและประชาสัมพันธ์กลุ่มจังหวัดสนุก (เที่ยวสนุก สุขสบาย) ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ที่มีความเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดสนุก(สกลนคร-นครพนม-มุกดาหาร) และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม ก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยว รวมทั้งการมีสส่วนร่วมของประชาชน ตลอดจนเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุก ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และยกระดับจากเมืองรองสู่เมืองน่าท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล

    โดยหลังจากพิธีเปิด เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำพวยพุ่งเป็นละอองให้ผู้มาร่วมงานได้ชุ่มฉ่ำ และเป็นที่สนใจของผู้ใหญ่และเด็กมากที่สุดคือโฟม หรือปาร์ตี้โฟม (Foam Party) โดยเอาพื้นที่หน้าเวทีกลางใช้เครื่องทำฟอง (Foam Machine) พ่นละอองจนกลายเป็นทะเลโฟมขาวโพลน นอกจากนี้ยังมีอุโมงค์น้ำจำนวน 2 จุด รวมระยะทางยาวกว่า 60 เมตร

    ที่สำคัญสงกรานต์นครพนม “ออนซอนถนนข้าวปุ้น” เป็นกฎเหล็กห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของมึนเมาเข้ามาในงาน ห้ามแต่งกายโป๊เปลือย (เริ่ดได้ไม่จำเป็นต้องโป๊) และห้ามคุกคามทางเพศ บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคัก ผสานความเป็นไทยเข้ากับความสนุกสนาน โดยยังคงเอกลักษณ์วิถีวัฒนธรรมควบคู่กับกิจกรรมบันเทิงครบครัน อีกทั้งนักท่องเที่ยวได้ร่วมสืบสานประเพณีสำคัญ อาทิ การทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ก่อพระเจดีย์ทราย ตบปะทาย และสรงน้ำพระธาตุประจำวันเกิดเพื่อความเป็นสิริมงคล.

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/958551&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vpeMfEF3wMWKK0U8lBb_A

  • ททท. ชี้ สงกรานต์ไทยก้าวสู่เวทีโลก นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงานคับคั่ง

    ททท. ชี้ สงกรานต์ไทยก้าวสู่เวทีโลก นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงานคับคั่ง


    ททท. เผยมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางหนาแน่น ส่งผลรายได้รวมกว่า 30,350 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำศักยภาพ “สงกรานต์ไทย” สู่เทศกาลระดับโลก

    น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 ว่า บรรยากาศในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเป็นไปอย่างคึกคักเกินความคาดหมาย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวกันอย่างหนาแน่น ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานรากอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังสะท้อนความสำเร็จในการยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่เวทีระดับโลกได้อย่างชัดเจน โดยคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั่วประเทศมากกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568

    ผู้ว่าการ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของ “เสน่ห์ไทย” ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจัยสำคัญมาจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันพัฒนาและยกระดับเทศกาลสงกรานต์ให้มีมาตรฐานระดับสากล ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่า (Value-based Tourism) ควบคู่กับการส่งเสริมอัตลักษณ์ไทยผ่านมิติทางวัฒนธรรม ประเพณี อาหาร และความคิดสร้างสรรค์

    ททท. ได้กล่าวขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการจัดงานสงกรานต์ทั่วประเทศ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดี มีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ ไม่เพียงสร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความประทับใจ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกระดับ ทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว โดย ททท. มีแผนเดินหน้าต่อยอดเทศกาลไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านเทศกาลระดับโลก

    สำหรับการจัดงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่าทุกจุดสำคัญมีผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นถนนสีลม สยามสแควร์ และถนนข้าวสาร รวมถึงกิจกรรมที่ ททท. เป็นผู้จัด ได้แก่ งาน Maha Songkran World Water Festival 2026 ณ สวนเบญจกิติ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 เมษายน 2569 มีผู้เข้าร่วมงานรวมทั้งสิ้น 108,640 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 56,368 คน และชาวต่างชาติ 52,272 คน แสดงให้เห็นถึงความนิยมของเทศกาลสงกรานต์ไทยในระดับนานาชาติอย่างชัดเจน อีกทั้งยังสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจมากกว่า 283.68 ล้านบาท

    ขณะเดียวกัน งาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ณ สวนลุมพินี ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการถ่ายภาพเช็กอินกับคาแรกเตอร์ยอดนิยม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานแล้วกว่า 94,546 คน

    ในส่วนของบรรยากาศการจัดงานในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ จังหวัดพระนครศรีอยุธยายังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยเฉพาะกิจกรรม “สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างมาก สร้างสีสันและภาพจำที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยได้อย่างโดดเด่น ผสานความสนุกสนานเข้ากับวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

    ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีบรรยากาศคึกคักไม่แพ้กัน หลายจังหวัดจัดกิจกรรมสงกรานต์ควบคู่กับประเพณีท้องถิ่น เช่น พิธีสรงน้ำพระ ขบวนแห่วัฒนธรรม การรดน้ำดำหัว และกิจกรรมถนนสายเล่นน้ำ ซึ่งล้วนได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สะท้อนถึงวิถีชีวิตที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย

    ในพื้นที่ภาคใต้ การท่องเที่ยวมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งบริเวณด่านพรมแดนสะเดามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 10–12 เมษายน 2569 มีผู้เดินทางผ่านด่านรวมกว่า 36,000 คน อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 80 และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรวมมากกว่า 70,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า 700 ล้านบาท

    นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมในพื้นที่ศักยภาพชายแดนภาคใต้ เช่น อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ภายใต้ชื่องาน “สุข สนุก สงกรานต์ชายแดนใต้” และ “SUNGAIKOLOK Midnight Songkran 2026” ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตลาดจากประเทศมาเลเซียที่เดินทางเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเมืองชายแดนในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความบันเทิงยามค่ำคืน

    ททท. คาดการณ์ว่า ภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้รวมมากกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 โดยในส่วนของตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สร้างรายได้ประมาณ 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ส่วนตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 สร้างรายได้ประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8

    ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่าเทศกาลสงกรานต์จะยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย เป็นแรงผลักดันหลักในการสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านเทศกาลระดับโลก ที่สามารถมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและยั่งยืนให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/41953&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aQbm5AeBbO4E-A3cjdOjA