Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • กองทัพบกให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส กระชับความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์-การศึกษา

    กองทัพบกให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส กระชับความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์-การศึกษา

    กองทัพบกให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส กระชับความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์-การศึกษา

    วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.42 น.

    กองทัพบกให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส กระชับความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์–การศึกษา ย้ำจุดยืนไทยแก้ปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี

    วันที่ 17 เมษายน 2569 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับ นายฌ็อง โกลด ปวงเบิฟ (Jean Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือทางทหาร ณ กองบัญชาการกองทัพบก

    ทั้งสองฝ่ายร่วมรำลึกวาระสำคัญทางประวัติศาสตร์ ครบรอบ 340 ปี การเยือนของทูตฝรั่งเศสคนแรกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งปัจจุบันยกระดับสู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” มุ่งเน้นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจควบคู่กับความมั่นคงทางทหาร สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและต่อเนื่องระหว่างไทย–ฝรั่งเศส

    ในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นอกจากการที่กองทัพบกได้ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงร่วมกับกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสเมื่อปี 2567 ซึ่งครอบคลุมการจัดหาและการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์สำคัญ ฝรั่งเศสยังเชิญผู้บัญชาการทหารบกเข้าร่วมงาน Eurosatory Land Force Exhibition เดือนมิถุนายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการป้องกันประเทศ อันจะส่งผลดีในการพัฒนากองทัพในอนาคต

    ด้านการศึกษา กองทัพฝรั่งเศสยังคงสนับสนุนที่นั่งเรียนในโรงเรียนนายร้อย Saint-Cyr ให้กับกองทัพบกอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ไทยมีประวัติการส่งนักเรียนนายร้อยไปศึกษาที่ฝรั่งเศสมายาวนาน รวมถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) และในอนาคตฝรั่งเศสมีแผนส่งนักเรียนนายร้อยมาศึกษาแลกเปลี่ยนในไทยเป็นเวลา 2 เดือน ซึ่งกองทัพบกยินดีต้อนรับอย่างยิ่ง

    ผู้บัญชาการทหารบกยังได้ใช้โอกาสนี้ย้ำจุดยืนต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ฝ่ายไทยยึดมั่นการปฏิบัติภายใต้หลักสิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายสากล ยืนยันไม่มีการรุกราน และไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มการปะทะ พร้อมเดินหน้าตามข้อตกลงหยุดยิง และมุ่งแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา เพื่อความสงบสุขของประชาชนตามแนวชายแดน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยในการใช้กลไกระหว่างประเทศแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี โดยฝ่ายฝรั่งเศสได้แสดงความเป็นกลางและแสดงความเสียใจต่อความสูญเสีย ทั้งยังพร้อมให้การสนับสนุนเอกสารทางประวัติศาสตร์และจดหมายเหตุ หากได้รับการร้องขออีกด้วย

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/959120&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24O3Oj1CmUVI-Z6OdLBwXu

  • ฤดูร้อนมาเร็ว กินเวลานานขึ้น อากาศร้อนกว่าเดิม รุนแรงต่อเนื่อง วงจรชีวิตคน-สัตว์เปลี่ยน

    ฤดูร้อนมาเร็ว กินเวลานานขึ้น อากาศร้อนกว่าเดิม รุนแรงต่อเนื่อง วงจรชีวิตคน-สัตว์เปลี่ยน

    การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศสร้างผลกระทบโลกอย่างเห็นได้ชัด เห็นได้จากอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลการศึกษาล่าสุดพบว่า ฤดูร้อนเริ่มขึ้นเร็วกว่าเดิม และกินระยะเวลายาวนานกว่าเดิม ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต และการวางแผนในระดับโครงสร้างพื้นฐาน

    ตามผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย (UBC) พบว่าในช่วงปี 1990-2023 ฤดูร้อนโดยเฉลี่ยในเขตละติจูดกลางของโลกมีความยาวเพิ่มขึ้นประมาณ 6 วันต่อทศวรรษ ถือว่าอัตราการเพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างมาก เมื่อเทียบกับการศึกษาก่อนที่พบว่าฤดูร้อนเพิ่มขึ้น 4.8 วันต่อทศวรรษในช่วงก่อนปี 2012

    หากเปรียบเทียบกับช่วงทศวรรษ 1960 พบว่าฤดูร้อนในปัจจุบันมีระยะเวลายาวนานขึ้นรวมแล้วประมาณ 30 วัน ซึ่งเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ทั้งบนบก ชายฝั่ง และมหาสมุทร โดยเฉพาะในทศวรรษล่าสุดที่ระยะเวลาฤดูร้อนในมหาสมุทรเพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าบนบก เนื่องจากช่วงอุณหภูมิตามฤดูกาลที่ลดลง

    ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ เมืองซิดนีย์ ของออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันมีสภาพอากาศแบบฤดูร้อนยาวนานถึง 130 วัน เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปี 1990 ที่มีเพียง 80 วัน ในขณะที่เมืองโตรอนโต และมินนีแอโพลิสในซีกโลกเหนือก็มีแนวโน้มที่ฤดูร้อนเพิ่มขึ้นอัตรา 8 และ 9.3 วันต่อสิบปีตามลำดับ

    อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียง 1-2 องศาเซลเซียส ตลอดช่วงฤดูกาล กลับทำให้มีวันที่อากาศร้อนจัดเพิ่มขึ้นได้ถึง 4 เท่า ในปัจจุบันเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย มีวันที่อากาศร้อนจัดเกิน 41.3 องศาเซลเซียส เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าเมื่อเทียบกับก่อนปี 1975 ขณะที่จำนวนวันที่ร้อนเกิน 42 องศาเซลเซียส ในเมืองเมลเบิร์น นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา มีจำนวนเท่ากับวันอากาศร้อนในรอบ 90 ปีก่อนหน้านั้นรวมกัน

    ดร.ลินเดน แอชครอฟต์ นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ระบุว่า เหตุการณ์ความร้อนเหล่านี้ไม่เพียงแต่เกิดบ่อยขึ้น แต่ยังรุนแรงขึ้นอีกด้วย เธอเน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นผลมาจากก๊าซเรือนกระจกจากการกระทำของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    การศึกษายังเสนอแนวคิดเรื่อง “ความร้อนสะสม” ซึ่งเป็นการวัดทั้งความเข้มข้น และระยะเวลาของความร้อนที่เกินค่าเกณฑ์มาตรฐานท้องถิ่น พบว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของความร้อนสะสมในซีกโลกเหนือตั้งแต่ปี 1990 สูงกว่าช่วงปี 1961-1990 ถึง 300%

    นอกเหนือจากระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นแล้ว การเปลี่ยนผ่านระหว่างฤดูกาลยังเกิดขึ้นฉับพลันมากขึ้นกว่าในอดีต แทนที่จะเป็นการค่อยๆ อุ่นขึ้นเหมือนที่เคยเป็นมา กลายเป็นว่าฤดูร้อนเริ่มเร็วขึ้น และจบช้าลง ทำให้ระบบต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับฤดูกาลเริ่มสับสนเปลี่ยนไป

    ผลกระทบนี้ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง เช่น ดอกไม้อาจบานก่อนที่แมลงผสมเกสรจะเริ่มทำงาน หรือการละลายของหิมะที่รวดเร็วเกินไปจนเสี่ยงต่อน้ำท่วมฉับพลัน เกษตรกรต้องเผชิญกับความท้าทายในการวางแผนเพาะปลูก เนื่องจากฤดูกาลเติบโตขยายตัวแต่ระยะเวลาของแสงแดดไม่เปลี่ยนแปลงตาม

    เท็ด สกอตต์ ผู้นำการวิจัยจากภาควิชาภูมิศาสตร์ UBC กล่าวว่า เมื่อฤดูร้อนเริ่มขึ้นเร็วกว่าเดิม หลายเมืองขาดการเตรียมพร้อมสำหรับความร้อนที่มาเร็วกว่ากำหนด เช่น การจัดเตรียมศูนย์คลายร้อนหรือการสื่อสารแจ้งเตือนสาธารณะ

    ความแตกต่างของพื้นที่ยังมีส่วนสำคัญ โดยบริเวณชายฝั่งอาจได้รับลมทะเลช่วยบรรเทาความร้อนสุดขั้วได้มากกว่าพื้นที่ตอนใน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเมืองที่มีแต่ตึกสูง ก็ส่งผลให้ความร้อนที่คนรู้สึกจริงสูงกว่าในพื้นที่ที่มีต้นไม้ปกคลุม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และประสิทธิภาพการทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้

    อุณหภูมิในช่วงกลางคืนในทุกเมืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 แต่กลับไม่มีใครสนใจเท่าอากาศร้อนในตอนกลางวัน ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายควรได้รับการพักผ่อน และฟื้นฟูจากความร้อนสะสมระหว่างวัน

    ศ.ออลลี่ เจย์ จากศูนย์วิจัยความร้อนและสุขภาพ มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ระบุว่า หากอุณหภูมิกลางคืนสูงถึง 29 องศาเซลเซียสจะเริ่มมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ อุณหภูมิระดับนี้ทำให้ร่างกายเสียเหงื่อมากในขณะหลับจนเกิดสภาวะขาดน้ำ ซึ่งจะเพิ่มอันตรายหากต้องเผชิญความร้อนอีกในวันถัดไป

    สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นยังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการนอนหลับ เพราะเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจะทำให้การนอนหลับไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง อีกทั้งในช่วงที่มีคลื่นความร้อนรุนแรงยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพกาย และทำให้เกิดความเครียดสูง

    ศ.เบน นิวเวลล์ นักจิตวิทยาพฤติกรรม อธิบายว่ามนุษย์มีความสามารถในการปรับตัวเข้าสู่บรรทัดฐานใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ความทรงจำของเรามักถูกแต่งแต้มด้วยประสบการณ์ทางอารมณ์ ทำให้เราอาจหลงลืมไปว่าในอดีตสภาพอากาศเคยเย็นกว่านี้และรู้สึกว่าความร้อนปัจจุบันเป็นเรื่องปกติ

    การปรับตัวทางจิตวิทยานี้ ไม่ต่างจาก “ปรากฏการณ์กบต้ม” ที่สภาพการณ์ค่อยๆ แย่ลงทีละน้อยจนเราไม่รู้สึกถึงความเร่งด่วนในการแก้ไข หากเราเคยชินกับความร้อนผิดปกติ เราก็จะไม่รู้สึกจำเป็นที่ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อหยุดยั้งสาเหตุของภาวะโลกร้อนอาจไม่ได้รับการให้ความสำคัญเท่าที่ควร

    ที่มา: ABCDown to EarthEarthUniversity of British Columbia

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1229965&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cp-la23f8ZpwrowRZFZRy

  • ประเสริฐ ตามนายกฯ ลง 3 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งสางปม รร.ปอเนาะ ยันมี สช.กำกับดูแลอยู่แล้ว

    ประเสริฐ ตามนายกฯ ลง 3 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งสางปม รร.ปอเนาะ ยันมี สช.กำกับดูแลอยู่แล้ว

    วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.25 น.

    ประเสริฐ ยัน สช.กำกับดูแล รร.ปอเนาะอยู่แล้ว เผย วันนี้ร่วมคณะนายกฯ ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หวังใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจ เล็งยกระดับการศึกษาในพื้นที่ 

    เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 17 เม.ย.2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6 ) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  กล่าวถึงกรณีสมาคมสมาพันธ์ รร.เอกชนภาคใต้ เรียกร้องย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ กรณีกล่าวหา รร.ปอเนาะ – ตาดีกา เป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง ว่า โรงเรียนปอเนาะ เป็นโรงเรียนเอกชนที่สอนเกี่ยวกับศาสนา อยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ซึ่งเดิมกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำกับดูแลอยู่แล้ว มีการตั้งคณะกรรมการร่วม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดใกล้เคียง มีทั้งสช.ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ  ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลโรงเรียนอยู่

    อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนได้ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เพื่อไปดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร และเป็นการไปสร้างความเข้าใจกันระหว่างโรงเรียน ถือโอกาสที่ตนเพิ่งเข้าตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ซึ่งจะได้ลงพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไปดูว่ากระทรวงจะทำอะไรได้บ้าง ในการส่งเสริมการศึกษา การยกระดับมาตรฐานการศึกษาและเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 

    ส่วนโรงเรียนไม่พอใจฝ่ายความมั่นคง ต้องมีการพูดคุยกันด้วยหรือไม่  นายประเสริฐ กล่าวว่า ต้องเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้ประสานงานกับจังหวัดมาโดยตลอด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจที่จะบริหารจัดการการศึกษาเอกชน ที่กระทรวงศึกษาธิการมีสช.ระดับอำเภอ และระดับจังหวัด ถ้าเกินกว่านั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในการบูรณาการ ในการดำเนินการแก้ไขในเรื่องต่างๆ  ซึ่งวันนี้ถือโอกาสจะไปดูว่ามีประเด็นอะไรบ้าง 

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/958945&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eysHIZuezny8NfWftz-Pd

  • น้ำใจเล็กๆ จากพนักงานร้านเซเว่นฯ สร้างพลังใจให้ลูกค้า – บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน)

    น้ำใจเล็กๆ จากพนักงานร้านเซเว่นฯ สร้างพลังใจให้ลูกค้า – บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน)

    เรื่องราวอบอุ่นใจเกิดขึ้นที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาสามัคคี 36 (BN 19645) เมื่อ “น้ำใจเล็กๆ” ของพนักงานร้าน กลายเป็นพลังใจสำคัญให้กับลูกค้าสูงวัยในชุมชน

    ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวนี้คือ คุณชามิล อาแด นักศึกษาฝึกงานจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ซึ่งกำลังปฏิบัติงานอยู่ที่ร้านดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงที่ร้านเปิดให้บริการใหม่ๆ คุณชามิลได้ทำความรู้จักกับคุณยายซึ่งเป็นลูกค้าประจำ ที่มักแวะมาซื้อสินค้าในช่วงเย็น พูดคุย ฝากซื้อสินค้า และแสดงความเอ็นดูต่อพนักงานทุกคนอย่างสม่ำเสมอ

    ด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยของลูกค้าสูงวัย ซึ่งมักเดินทางมาที่ร้านเพียงลำพัง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่การจราจรหนาแน่น คุณชามิลจึงอาสาพาไปส่งที่บ้านหลายครั้ง เนื่องจากเส้นทางกลับบ้านของคุณยายอยู่ในทางเดียวกับที่พักของตนเอง เป็นการช่วยเหลือเล็กๆ ที่เกิดจากความตั้งใจและความห่วงใยอย่างจริงใจ

    ต่อมา คุณชามิลได้แบ่งปันเรื่องราวความประทับใจนี้ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำส่วนตัว ก่อนจะมีผู้เข้ามารับชม แสดงความคิดเห็น และร่วมชื่นชมในน้ำใจ ความอบอุ่น และจิตใจบริการจำนวนมาก ส่งต่อเรื่องราวความดีนี้ออกไปอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

    คุณชามิลเล่าว่า ตนเองชอบพูดคุยกับลูกค้า โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้ร้าน จึงดูแลกันเหมือนคนในครอบครัว เมื่อเห็นลูกค้าต้องเดินทางกลับบ้านในช่วงค่ำและรถค่อนข้างมาก จึงรู้สึกเป็นห่วงและตัดสินใจช่วยไปส่ง เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายหรือความเหนื่อยล้า

    เรื่องราวเล็กๆ นี้สะท้อนให้เห็นถึง ความดี ที่เกิดขึ้นจากการใส่ใจผู้คนรอบตัว และเป็นอีกตัวอย่างของ DNA ความดี 24 ชั่วโมง ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน พนักงานร้านไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการ แต่ยังเป็นที่พึ่งของชุมชน และร่วมสร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทรอย่างต่อเนื่อง

    #DNAความดี24ชั่วโมง #ความดี #แสนคนแสนความดี #คนดี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cpall.co.th/dna-goodness-24hrs/community-care-story/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hmUZ3Ig_4SNAwdzV3rHg7

  • ดั๊บเบิ้ล เอ มอบเงินสนับสนุนทางการศึกษาและการแพทย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ดั๊บเบิ้ล เอ มอบเงินสนับสนุนทางการศึกษาและการแพทย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ดั๊บเบิ้ล เอ มอบเงินสนับสนุนทางการศึกษาและการแพทย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ดั๊บเบิ้ล เอ มอบเงินสนับสนุนทางการศึกษาและการแพทย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    คุณโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ ประธานคณะกรรมการบริหาร ดั๊บเบิ้ล เอ และ คุณลดาวัลย์ ดำเนินชาญวนิชย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมมอบเงินสนับสนุนการก่อสร้างอาคาร 90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานของราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ดิลก ภิยโยทัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงอัจฉรา ตั้งสถาพรพงษ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เข้าร่วมรับมอบ ณ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี

    ทั้งนี้ ดั๊บเบิ้ล เอ ให้ความสำคัญด้านการศึกษา การแพทย์ และสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสังคมที่ดี ภายใต้แนวคิด Double A Better Paper, Better World

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/656794&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Yy4GAPknOqx2hvbSjis0H

  • “ไทด์ เอกพัน” ชะลอรับเงิน 1.8 ล้าน จากน้องเบญ เหตุไม่ตรงวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

    “ไทด์ เอกพัน” ชะลอรับเงิน 1.8 ล้าน จากน้องเบญ เหตุไม่ตรงวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

    “ไทด์ เอกพัน” ชะลอรับเงิน 1.8 ล้าน จาก “น้องเบญ” เด็กยอดกตัญญูเก็บขยะขายช่วยครอบครัว รับกังวลเรื่องข้อกฎหมาย เหตุไม่ตรงวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

    จากกรณีที่ น.ส.เบญ อายุ 15 ปี เด็กหญิงยอดกตัญญู สวมชุดนักเรียนเดินเก็บขวดในถังขยะริมถนนเพื่อนำไปขาย หารายได้ช่วยครอบครัวหลังเลิกเรียน โดยพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กระทั่งมีผู้ใจบุญโอนเงินช่วยเหลือ เป็นเงินกว่า 3.1 ล้านบาท ในระยะเวลาไม่กี่วัน ก่อนจะเกิด

    ต่อมาเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลโจมตีในทางที่ไม่ดี จนกลายเป็นเรื่องดราม่า ก่อนน้องตัดสินใจเก็บเงินไว้เป็นทุนการศึกษาส่วนหนึ่ง ส่วนเงินที่เหลืออีก 1 ล้านบาท ขอบริจาคให้กับมูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อให้เงินที่ทุกคนได้ร่วมบริจาคนั้นเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 เม.ย. 2569 ไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ในฐานะตัวแทนจากมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้เดินทางมาพบน้องเบญและครอบครัวที่ห้องเช่าในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อนจะใช้เวลาพูดคุยกันสักระยะ

    ภายหลังเสร็จสิ้นการพูดคุยกับน้องเบญและครอบครัว ไทด์ เอกพัน กล่าวว่า ในวันนี้ยังไม่สามารถรับเงินบริจาคจำนวน 1 ล้านบาท ที่ครอบครัวตั้งใจมอบให้มูลนิธิฯ เพื่อนำไปใช้กับภารกิจทางการกุศลได้ เนื่องจากส่วนตัวยังมีความกังวลข้อกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ซึ่งเดิมมีเจตนาให้เพื่อการศึกษาของน้องเบญ ทั้งนี้จึงขอเวลาอีก 1 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยบริจาคพิจารณาว่า จะยินยอมให้โอนเงินไปทำบุญต่อ หรือจะมีความประสงค์ขอเงินที่บริจาคคืน โดยสามารถยื่นหลักฐานสลิปเพื่อดำเนินการคืนเงินได้

    ด้าน นายธนเดช ธนกรมนพร อายุ 59 ปี พ่อของน้องเบญ เผยยอมรับว่ามีความกังวลมากเช่นกัน เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเหมือนกรณีอื่นๆ ที่ผ่านมาในอดีต แต่ยืนยันว่าครอบครัวมีความตั้งใจนำเงินบริจาค 1.8 ล้านบาทไปช่วยเหลือสังคม และเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้น้องเบญ 1.3 ล้านบาทตามเดิม

    ขณะที่หลังเกิดกระแสดราม่า ทำให้เกิดความเครียดอย่างหนัก โดยน้องเบญมีอาการเครียด จนส่งผลต่อสุขภาพและร้องไห้ต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าข้อกล่าวหาต่าง ๆ ทั้งเรื่องการนำสิ่งของบริจาคไปขาย ตามที่สังคมได้วิพากษ์วิจารณ์ไม่เป็นความจริง

    สำหรับเรื่องราวของ “น้องเบญ” น.ส.เบญญาภา นักเรียนชั้น ม.3 ที่เป็นกระแสไวรัลจากภาพเก็บขวดพลาสติกจากตามถังขยะช่วยครอบครัว ยังคงได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางทั้งกระแสชื่นชมและข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของเรื่องราวดังกล่าว

    โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องราวที่ระบุว่าน้องต้องดูแลพ่อที่ป่วยติดเตียงมานาน กว่า 16 ปี และแม่ที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ส่งผลให้มีผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือกว่า 1.1 ล้านบาท ก่อนที่ครอบครัวจะประกาศปิดรับบริจาค โดยระบุว่าจะนำเงินไปเป็นทุนการศึกษา

    ต่อมาเกิดกระแสตั้งข้อสังเกตจากหลายเพจในโลกออนไลน์ ทั้งเรื่องการรับความช่วยเหลือซ้ำซ้อน การนำของบริจาคไปขายต่อ รวมถึงข้อมูลที่อาจขัดแย้งเกี่ยวกับอาการป่วยของพ่อและความเป็นอยู่จริงของครอบครัว แม้ว่าจะประกาศปิดการรับบริจาคไปแล้ว แต่ยังคงมีผู้โอนเงินช่วยเหลือเข้ามาในบัญชีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดรวมถึงวันที่ 15 เม.ย. 2569 รวมยอดทั้งสิ้น 3,110,932 บาท

    โดยทางครอบครัวมีความประสงค์เก็บเงินจำนวน 1,300,000 บาทไว้เป็นทุนการศึกษา และดูแลพ่อแม่ในอนาคต ส่วนที่เหลือ 1,810,932 บาท เตรียมนำไปบริจาคให้หน่วยงานและผู้เดือดร้อน อาทิ มูลนิธิร่วมกตัญญู, มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมถึงสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาให้กับโรงเรียน โดยมีกำหนดส่งมอบเงินในวันนี้ แต่ก็ต้องชะลอออกไปก่อน เกี่ยวกับด้านข้อกฎหมาย ในเรื่องนำเงินบริจาคที่ผู้ให้ตั้งใจมอบเพื่อการศึกษาของน้อง ถูกนำไปบริจาคต่อจะถือว่าเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/central/2927210&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VuQK_tdAGXEjP1VRQ44JM

  • รัฐมนตรีคลัง พบหารือผู้แทนการค้าสหรัฐ และสิงคโปร์ กระชับความสัมพันธ์เศรษฐกิจการค้า

    รัฐมนตรีคลัง พบหารือผู้แทนการค้าสหรัฐ และสิงคโปร์ กระชับความสัมพันธ์เศรษฐกิจการค้า

    รัฐมนตรีคลัง พบหารือผู้แทนการค้าสหรัฐ และสิงคโปร์ กระชับความสัมพันธ์เศรษฐกิจการค้า

    17 เมษายน 2569, 13:28น.

              นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) พบปะหารือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ในช่วงการเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของรองนายกฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมฤดูใบไม้ผลิของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF และธนาคารโลก 2569 (IMF/ World Bank Spring Meetings 2026) การพบปะหารือในครั้งนี้ เป็นไปด้วยดี ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ โดยไทยเน้นย้ำความตั้งใจในการร่วมมือกัน ซึ่งฝ่ายสหรัฐฯ ก็ได้แลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลไทย ซึ่งนำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างทั้งสองประเทศต่อไป

              นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังได้หารือกับนางอินทรานี ราชา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

              โดยในกรณีของผลกระทบจากความขัดแย้งในอิหร่านและความเสี่ยงต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มีความเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการประสานความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อรับมือความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนแนวทางเชิงนโยบายในการบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง

              ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือในกรอบ ASEAN โดยมุ่งใช้โอกาสจากการเป็นประธานอาเซียนต่อเนื่องของสิงคโปร์ในปี 2570 และไทยในปี 2571 เพื่อผลักดันวาระการเงินของภูมิภาคในลักษณะต่อเนื่องระยะกลาง (multi-year agenda) อย่างเป็นระบบ อาทิ การบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคการเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค (ASEAN Power Grid )

    #กระทรวงการคลัง

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/160821&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10VD4QPC2x4hr1idHvvjHj

  • เปิดงานสงกรานต์วันไหลบางเบิด จ.ชุมพร ปี 69 ย้ำรัฐบาลหนุนเที่ยวไทย – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    เปิดงานสงกรานต์วันไหลบางเบิด จ.ชุมพร ปี 69 ย้ำรัฐบาลหนุนเที่ยวไทย – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/114827&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2AAOEFBeLMEoy89CXiTVg1

  • อัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 17 เมษายน 2569 เบนซิน-ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    อัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 17 เมษายน 2569 เบนซิน-ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ลิตรละเท่าไหร่

    เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 17 เม.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ ดีเซล ล่าสุด ลิตรละเท่าไหร่

    ราคาน้ำมัน 17 เมษายน 2569 ล่าสุด กลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด โดยทีมข่าวเศรษฐกิจ อ้างอิงข้อมูลจาก จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โดยราคาน้ำมันวันนี้ 17/4/2569 เวลา 09.00 น. ปรับราคาน้ำมันลดลงทุกชนิด ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันมีราคาดังนี้

    ดีเซลลด 1.50 บาท! กบน. สั่งปรับลดน้ำมันทุกชนิด มีผล 17 เม.ย. 69

    กบน. มีมติปรับลดราคาน้ำมันขายปลีก หลังราคาตลาดโลกอ่อนตัวลง ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน และเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ

    • น้ำมันดีเซล / B20 : ลดลง 1.50 บาทต่อลิตร → ราคาใหม่อยู่ที่ 42.90 / 35.90 บาทต่อลิตร
    • น้ำมันเบนซิน : ลดลง 0.50 บาทต่อลิตร → ราคาใหม่อยู่ที่ 52.04 บาทต่อลิตร
    • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 / 91 : ลดลง 0.50 บาทต่อลิตร → ราคาใหม่อยู่ที่ 42.45 / 42.08 บาทต่อลิตร
    • น้ำมัน E20 / E85 : ลดลง 0.50 บาทต่อลิตร → ราคาใหม่อยู่ที่ 35.45 / 31.39 บาทต่อลิตร

    อัปเดตราคาน้ำมัน วันที่ 17 เม.ย. 2569 มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. 

    ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันนี้ 17 เมษายน 2569

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 35.90 บาท/ลิตร
    • ดีเซล อยู่ที่ 42.90 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
    • เบนซิน อยู่ที่ 52.04 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 64.08 บาท/ลิตร
    • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 51.54 บาท/ลิตร

    oil

    ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันนี้ 17 เมษายน 2569

    • ดีเซล B20 อยู่ที่ 35.90 บาท/ลิตร
    • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 42.90 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 65.30 บาท/ลิตร
    • ไฮพรีเมียม 98 อยู่ที่ 56.04 บาท/ลิตร
    • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร
    • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
    • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
    • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร

    price17apr2026

    ราคาน้ำมัน “เชลล์”วันนี้ 17 เมษายน 2569

    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.33 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
    • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 42.90 บาท/ลิตร
    • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 66.34 บาท/ลิตร

    ราคาน้ำมัน “คาลเท็กซ์” วันนี้ 17 เมษายน 2569

    • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 56.01 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
    • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
    • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 42.90 บาท/ลิตร
    • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 65.30 บาท/ลิตร

    ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ส่งผลให้ราคาอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่

    ตรวจสอบ ราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ราคาแก๊ส ล่าสุดได้เลยที่นี่ ราคาน้ำมัน

    อัปเดตราคาน้ำมันล่าสุด คลิกไปที่ www.sanook.com/money/oil-price-today/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/949631/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pTYgph8jmqVlNUEvqlpDH

  • “ไอเอ็มเอฟ” ผวา! เตือนเอเชียเสี่ยง “วิกฤตพลังงาน” รอบใหม่ สงครามตะวันออกกลางพ่นพิษเศรษฐกิจพัง

    “ไอเอ็มเอฟ” ผวา! เตือนเอเชียเสี่ยง “วิกฤตพลังงาน” รอบใหม่ สงครามตะวันออกกลางพ่นพิษเศรษฐกิจพัง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/141899&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IvrfzC-4plxLQWcTpgqQs