Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “เครือข่ายงดเหล้า” ชี้ความเสี่ยงนโยบายขายเหล้า 24 ชม.ในอีอีซีเอ

    “เครือข่ายงดเหล้า” ชี้ความเสี่ยงนโยบายขายเหล้า 24 ชม.ในอีอีซีเอ

    กรณีคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เห็นชอบในหลักการอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชั่วโมง ในพื้นที่เขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก (EECA) โดยกำหนดเงื่อนไข ให้ดำเนินการได้เฉพาะในพื้นที่จัดกิจกรรม นิทรรศการ และร้านอาหารที่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้

    วันนี้ (18 เม.ย.2569) นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า แสดงความกังวลต่อกรณีดังกล่าวและระบุว่า แม้มาตรการดังกล่าวจะถูกออกแบบให้ใช้ในพื้นที่เฉพาะ แต่ในทางปฏิบัติยังมีความเสี่ยง เพราะพื้นที่ EEC ไม่ได้มีเพียงนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น แต่ประชาชนทั่วไปก็สามารถเข้าใช้บริการได้ จึงอาจเกิดช่องว่างในการควบคุม โดยเฉพาะเมื่อมีสถานบันเทิง ผับ บาร์ เปิดให้บริการโดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา

    นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงมาตรการด้านความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมายที่อาจไม่เพียงพอ ทั้งจำนวนเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ตรวจวัด รวมถึงความรับผิดชอบของผู้ประกอบการในการดูแลลูกค้า ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุและปัญหาสังคมจากการบริโภคแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น

    นายธีระ ยังให้ความเห็นกรณีที่กรมควบคุมโรค ประเมินว่า การขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ไม่ส่งผลให้อุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้น โดยมองว่า เป็นเพียงการศึกษาในมิติเดียว คืออุบัติเหตุจราจรในระยะสั้น ยังไม่ครอบคลุมผลกระทบด้านอื่น เช่น พฤติกรรมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชน การเพิ่มขึ้นของการดื่มในช่วงเวลางาน รวมถึงผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของแรงงาน

    พร้อมชี้ว่า หลักฐานจากหลายประเทศและคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) สนับสนุนให้จำกัดเวลาและสถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อควบคุมการบริโภคในภาพรวม หากมีการผ่อนคลายมากขึ้น อาจส่งผลให้การบริโภคเพิ่มขึ้นในระยะยาวและนำไปสู่ปัญหาสุขภาพและสังคมตามมา

    ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เสนอให้ภาครัฐพิจารณานโยบายดังกล่าวอย่างรอบด้าน และไม่ควรเร่งตัดสินใจจากข้อมูลระยะสั้นเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งด้านความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน

    อ่านข่าว :

    ครม. เคาะ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” รัฐช่วยจ่าย 3% ลดภาระเกษตรกรกู้ซื้อปุ๋ย

    รัฐบาลเล็งจัดงบปี 70 ตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดระดับอำเภอใน 3 จว.ใต้

    ชาวบ้านแม่ฮ่องสอน ร้อง “ลักลอบขุดทราย” แม่น้ำปาย แต่ไม่มีหน่วยงานเอาผิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504754&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gsRJuGa2U0NKmrakmHNSy

  • บริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้า ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

    บริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้า ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

    วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.34 น.

    บริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้า ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

    ตามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง นั้น

    วันที่ 18  เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. นางสมจิตร ต่อพงษ์พันธุ์ และคณะ, นางสาวพรศรี  ชุณหะวัณ , นายวัชรพงษ์ บำรุงสุข กรรมการผู้จัดการบริษัท ดีสมใจ สแครป ยาร์ด จำกัด, พลเอก ศุภวุฒิ อุตมะ ประชาคมสามเสน, นายเจน ชาญณรงค์ ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

     เวลา 14.30 น. นางผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฯ บริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด และประธานมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ, รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ นายกสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี, นายนฤนนท์ เหล่าสุนทร และครอบครัวเหล่าสุนทร, พลเอกสิทธิ์ สิทธิมงคล นายกสมาคมศิษย์เก่าสวนสุนันทา ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

    เวลา 17.00 น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์ พร้อมคณะวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 64, นายชัชณัฐ นาคไพจิตร  นายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร, ดร.นิธินาถ สินธุเดชะ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็นเอเบิล พลัส จำกัด,  นางสุวรรณา อ้วงธำรงค์สกุล บริษัท สตั๊ดเด็กซ์(ไทย-อเมริกัน) จำกัด) เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

    เวลา 19.00 น. นางสาวขวัญจิต ยั่งยืน กรรมการผู้จัดการบริษัท ไพบูลย์ โปรดักส์ จำกัด และบริษัทในเครือ, นายธนวัฏ กนกอมรศิลป์ และคณะ, นางศิรินภา สว่างล้ำ วิทยฐานกรณ์ นายกสภาสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

    ทั้งนี้ ระหว่างเวลา 08.00 น.-16.00 น.มีประชาชนทั่วไปทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ คณะบุคคล อาทิ คณะสภาองค์การนายจ้างเพื่อการลงทุนแห่งประเทศไทย, โครงการอบรมยุวพุทธศาสน ทายาทบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน(วัดปทุมคงคา จ. กรุงเทพฯ เป็นต้น เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ส่งประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุขของปวงชนชาวไทยเสมอมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/royal/959209&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XlpMc9sB6UCxBx9SFLul9

  • ร่างกายเราจะตอบสนองอย่างไรเมื่อเลิกกินน้ำตาลนานหกสัปดาห์  – BBC News ไทย

    ร่างกายเราจะตอบสนองอย่างไรเมื่อเลิกกินน้ำตาลนานหกสัปดาห์ – BBC News ไทย

    “ขนมหวานดูไม่น่าสนใจสำหรับฉันอีกต่อไป” จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายหากเราเลิกกินน้ำตาลนานหกสัปดาห์ ?

    .

    ที่มาของภาพ, BBC/ Getty Images

      • Author, เมลิสซา โฮเกนบูม
    • เวลาอ่าน: 9 นาที

    อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลนั้นมีอยู่ทุกหนแห่ง แม้แต่ในอาหารชนิดที่เราอาจไม่คาดคิด ดังนั้นการเลิกกินน้ำตาลเป็นไปได้จริงแค่ไหน และมันจะส่งผลต่อสุขภาพของคุณอย่างไร ?

    โดยปกติแล้วฉัน (ผู้เขียน) รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและปรุงอาหารกินเองที่บ้านมากมาย แต่ก็ชอบของหวานและมักจะกินช็อกโกแลตสักชิ้นสองชิ้นทุกวัน

    เนื่องจากบทบาทของฉันเกี่ยวข้องกับการรายงานเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ฉันจึงเริ่มกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการกินของหวานในปริมาณมาก ซึ่งนอกจากจะมีน้ำตาลทรายขาวเป็นส่วนประกอบแล้วยังมีสารเติมแต่งมากมาย อันที่จริงแล้ว ของหวานที่ฉันทานเป็นประจำชิ้นหนึ่งมีน้ำตาลมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ทางการแนะนำให้บริโภคต่อวัน

    แนวทางการบริโภคอาหารในสหรัฐอเมริกาแนะนำให้บริโภคน้ำตาลที่เติมลงไปในอาหารและเครื่องดื่มไม่เกิน 12 ช้อนชา (ราว 50 กรัม)

    ขณะที่ ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักรหรือเอ็นเอชเอส (NHS) แนะนำให้รับประทานน้ำตาลไม่เกิน 7 ช้อนชา (ราว 30 กรัม) ต่อวัน

    แต่ในความเป็นจริง ผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ บริโภคน้ำตาลมากกว่า 16-17 ช้อนชา (ราว 65-70 กรัม) ต่อวัน ตามข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพและโภชนาการแห่งชาติของสหรัฐฯ และเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ปริมาณ 4 กรัม ก็เทียบเท่ากับน้ำตาลประมาณ 1 ช้อนชาพูน

    การเลิกกินน้ำตาลโดยสิ้นเชิงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ฉันตัดสินใจทำเช่นนั้นเพื่อทดลองดูว่ามันเป็นไปได้จริงหรือไม่ที่จะเลิกนิสัยการกินน้ำตาลในชีวิตประจำวัน

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • A woman carries large bottles of water across dry ground in Brazil during a heatwave. Other blurred figures in the background are doing the same.

    • A designed image showing a generic hotel room, black wheelie suitcase, a standard lamp, a double bed with a white bedspread and blue, gold and black and white checked pillow, and the words REC with a red recording dot emblazoned over the top.

    • A cargo ship is seen on the horizon in the Gulf, near the Strait of Hormuz

    • .

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    ฉันตั้งเป้าหมายที่จะไม่กินอาหารที่มีน้ำตาลทรายขาวปรุงแต่งเป็นเวลา 6 สัปดาห์ โดยหลีกเลี่ยงน้ำผึ้งและน้ำผลไม้ด้วย แต่ยังคงกินน้ำตาลจากธรรมชาติที่พบในผลไม้สด รวมถึงคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไป ร่างกายของเราจะย่อยสลายเป็นน้ำตาลกลูโคส (Glucose) ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกายและสมอง

    ตั้งแต่เริ่มต้นฉันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าประหลาดใจในระดับพลังงานและความรู้สึกของฉัน อาการง่วงซึมหลังอาหารกลางวันหายไป แต่ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองมองเข้าไปในตู้เย็นอย่างหมดหวัง ในตอนที่พยายามหาของหวานมากินเล่นแต่ก็หาไม่เจอ และรู้สึกราวกับว่าตัวเองพลาดบางสิ่งบางอย่างไป

    น้ำตาลพบได้ทุกที่

    ก่อนอื่นเราควรตระหนักว่ามีการเติมน้ำตาลลงไปในอาหารที่เรากินมากแค่ไหน โดยส่วนตัวแล้ว ฉันพบว่านั่นเป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยงอย่างเหลือเชื่อ

    เมื่อเดินดูสินค้าบนชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน ฉันสังเกตเห็นน้ำตาลในอาหารที่ไม่คาดคิด รวมถึงแซนด์วิชขนมปังซาวร์โดว์จากร้านขายอาหารสำเร็จรูป ซึ่งมีน้ำตาล 5.7 กรัม และซอสโบโลเนสสำเร็จรูป ที่มีน้ำตาล 9 กรัม ซีเรียลอาหารเช้าหลายชนิดก็มีน้ำตาล และขนมปังที่ซื้อกันทั่วไปในซูเปอร์มาร์เก็ตหนึ่งชิ้นก็มีน้ำตาลประมาณ 1.2 กรัม

    น้ำตาลยังพบมากในอาหารแปรรูปขั้นสูงหลายชนิด ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพและมักมีสารอาหารน้อยกว่าอาหารที่มาจากธรรมชาติ เช่น ผลไม้ ผัก และธัญพืชไม่ขัดสี

    น้ำตาลในอาหารของเรามีหลายรูปแบบ โดยกลูโคสอาจเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด แต่คุณยังสามารถพบ ฟรุกโตส (Fructose) ได้ในผลไม้และน้ำเชื่อมหลายชนิด แลคโตส (Lactose) ในนม และ ซูโครส (Sucrose) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อน้ำตาลทราย และเป็นหนึ่งในรูปแบบหลักของ “น้ำตาลอิสระ” ที่เติมลงในอาหารของเรา

    น้ำตาลอิสระยังพบได้ในน้ำผลไม้ น้ำเชื่อม และน้ำผึ้ง เนื่องจากมันไม่ได้ถูกผูกไว้ในเซลล์ของอาหาร และน้ำตาลอิสระที่ผ่านการแปรรูปเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ

    “เราเกิดมาพร้อมกับความชอบรสหวาน เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของน้ำนมแม่ในช่วงแรก ๆ ในตอนที่เราควรจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก” แอชลีย์ เกียร์ฮาร์ดต์ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนกล่าว เธอบอกด้วยว่าปัญหาคือ “มนุษย์เก่งขึ้นมากในการส่งมอบความหวานในราคาที่ถูกมาก”

    น้ำตาลทำปฏิกิริยาอย่างไรต่อร่างกายของเรา

    “โรคที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เช่น โรคเบาหวาน กำลังคร่าชีวิตผู้คนมากกว่าแอลกอฮอล์และยาเสพติด และ [อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ] กำลังแข่งขันกับยาสูบในการเป็นสารอันตรายที่สุดในโลก” เกียร์ฮาร์ดต์กล่าว

    ฟรุกโตส เช่นที่พบในน้ำเชื่อมข้าวโพด เป็นพิษต่อไมโทคอนเดรีย ซึ่งเป็นเครื่องจักรในเซลล์ที่ทำให้ร่างกายของเราทำงานได้ โรเบิร์ต ลัสติก ผู้ร่วมเขียนการทดลองและผู้เชี่ยวชาญชั้นนำเกี่ยวกับอันตรายของน้ำตาลอธิบาย พร้อมเสริมว่า “โดยพื้นฐานแล้วมันจะทำลายไมโทคอนเดรีย และลดการใช้พลังงาน ดังนั้นคุณจึงต้องสร้างไมโทคอนเดรียใหม่” ซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกแย่ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หงุดหงิด และมีอาการสมองล้ามากขึ้น

    ตัวฉันเองก็สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพลังงานของฉันคงที่มากขึ้นตลอดทั้งวันหลังจากงดน้ำตาลมาหลายสัปดาห์

    The sugars in whole fruits such as apples are bound up in the cells which means our bodies have to work harder to obtain them (Credit: Getty Images)

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, น้ำตาลในผลไม้สด เช่น แอปเปิล จะถูกกักเก็บไว้ในเซลล์ ซึ่งหมายความว่าร่างกายของเราต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อไปดูดซึมน้ำตาลเหล่านั้น

    งานวิจัยที่กำลังทำขึ้นใหม่ยังชี้ให้เห็นว่า อาหารที่มีน้ำตาลสูงมีความเกี่ยวข้องกับความเครียดทางจิตใจที่มากขึ้น รวมถึงอาการวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า

    แม้ว่าทั้งหมดนี้จะฟังดูน่าตกใจ แต่การบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่พอเหมาะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี แต่ก็เห็นได้ชัดว่าการลดปริมาณน้ำตาลลงจะส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้คนหลายล้านคนที่บริโภคน้ำตาลมากเกินไป

    คุณสมบัติที่ทำให้เสพติด

    ในช่วงสองสามวันแรกที่งดน้ำตาล ฉันรู้สึกอยากกินน้ำตาลอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนมาเสนอให้กินขนมอร่อย ๆ ในงานสังคม

    มีเหตุผลทางชีววิทยาที่ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้น เมื่อเรากินน้ำตาล มันสามารถเปลี่ยนแปลงเคมีในสมองของเราในลักษณะที่คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลติดยากลุ่มโอปิออยด์ ลินา เบ็กดาเช นักโภชนาการที่ขึ้นทะเบียนและรองศาสตราจารย์ด้านสุขภาพและสุขภาวะแห่งมหาวิทยาลัยบิงแฮมตันในสหรัฐอเมริกา อธิบาย

    การกินอาหารที่มีน้ำตาลยังกระตุ้นระบบการได้รับรางวัลของสมอง งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าผู้ที่รู้สึกอยากอาหารที่มีน้ำตาลมากเป็นพิเศษ อาจมีฮอร์โมนโดพามีนซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความรู้สึกดี เพิ่มขึ้นมาด้วยเมื่อพวกเขาได้กินอาหารเหล่านั้น ซึ่งหมายความว่าเรารู้สึกถึงความสุขและได้รับรางวัลเมื่อเรากินอาหารหวาน

    อาหารที่มีรสหวานตามธรรมชาติอื่น ๆ เช่น ผลไม้ อาจไม่น่าสนใจสำหรับระบบโดพามีนของเรามากนัก เกียร์ฮาร์ดต์เสริม

    อันที่จริง ยิ่งความอยากกินน้ำตาลมีมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้สึกได้รับรางวัลมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นการเสริมวงจรนี้และอาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมองของเราให้ต้องการน้ำตาลมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น สมองของผู้เข้าร่วมการวิจัยที่บริโภคพุดดิ้งที่มีน้ำตาลและไขมันสูงทุกวันเป็นเวลาแปดสัปดาห์ จะตอบสนองต่ออาหารที่มีน้ำตาลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    “คุณตกเป็นตัวประกันของชีวเคมีในร่างกายของคุณ” ลัสติกกล่าว “นั่นคือคำจำกัดความของการเสพติด และ 20% ของประชากร [สหรัฐฯ] เสพติดน้ำตาล”

    เพื่อต่อต้านความยั่วยวนนี้ ฉันจึงหาทางเลือกทดแทนที่น่าพึงพอใจ เช่น กล้วยและบลูเบอร์รี่ปั่นที่ใส่ผงโกโก้ลงไปหนึ่งช้อน องุ่นก็ให้ผลคล้ายกัน แม้แต่แอปเปิ้ลก็มีรสหวานกว่าเก่า ซึ่งแม้ฉันจะไม่ชอบกิน แต่ก็กินมันทุกวัน เพื่อช่วยยับยั้งความอยากน้ำตาล

    หลักฐานจากการทดลองยังแสดงให้เห็นว่าบุคคลจะหิวมากขึ้นหลังจากระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไปหลังจากรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง

    งานศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองที่ดื่มมิลค์เชคที่มีน้ำตาลและแป้งขัดขาวเข้มข้นสูง ซึ่งคือมิลค์เชคที่มีดัชนีไกลซีมิคสูง เมื่อผ่านไปสี่ชั่วโมงจะรู้สึกหิวมากกว่าเดิม และมีการทำงานของศูนย์กลางการให้รางวัลในสมองมากกว่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มมิลค์เชคที่มีดัชนีไกลซีมิคต่ำ

    จะเกิดอะไรขึ้นหลังเลิกกินน้ำตาล

    ภายในไม่กี่วันหลังจากเลิกกินน้ำตาล ร่างกายจะเริ่มคาดหวังน้ำตาลน้อยลง ดาเลีย เพเรลแมน นักโภชนาการจากโรงเรียนแพทย์สแตนฟอร์ดในแคลิฟอร์เนีย บอกกับบีบีซี

    ต่อมรับรสของร่างกายจะเริ่มปรับตัวและไวต่อรสหวานมากขึ้น การเลิกกินอาหารที่เติมความหวานจากอุตสาหกรรมจะช่วยให้ระบบรับรส “ปรับสมดุลใหม่ให้เข้ากับความเข้มข้นของความหวานตามธรรมชาติ” เกียร์ฮาร์ดต์กล่าว

    ประมาณสามสัปดาห์หลังจากฉันเริ่มการทดลองหยุดบริโภคน้ำตาล สิ่งที่น่าสนใจเริ่มเกิดขึ้น ฉันไม่ค่อยอยากกินของหวานอีกต่อไปแล้ว โดยหากรู้สึกหิวเล็กน้อยในช่วงบ่าย ก็จะพบว่าตัวเองเลือกกินของว่างที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า เช่น มะกอก ถั่ว และผลไม้

    เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ความอยากอาหารของฉันลดลงก็คือ การได้รับน้ำตาลจากอาหารลดน้อยลง ซึ่งส่งผลให้ต่อมรับรสของฉันเปลี่ยนแปลงและปรับระบบเผาผลาญใหม่ ตามคำอธิบายของเบ็กดาเช

    “คุณจะเห็นว่าระดับความสามารถในการรับรสหวานของคุณลดลงมากจนคุณไม่จำเป็นต้องกินมากเท่าเดิม” เพเรลแมนกล่าวเสริม ตอนนี้เธอทานแต่เค้กโฮมเมดที่มีน้ำตาลน้อย เพราะเธอรู้สึกว่าเค้กที่ซื้อจากร้านนั้นหวานเหมือนกับ “กินก้อนน้ำตาล”

    ถึงกระนั้น ในงานเลี้ยงครอบครัว และแม้แต่ในงานวันเกิดของฉันเอง ก็เป็นเรื่องยากที่จะไม่ทานเค้กเลยแม้แต่คำเล็ก ๆ ความอยากทานเค้กไม่เคยห่างหายไปเลย เนื่องจากมีอาหารที่มีน้ำตาลอยู่รอบตัวฉันมากมาย

    นอกจากนี้ เมื่อปริมาณน้ำตาลที่ฉันรับประทานลดลง ความรู้สึกพึงพอใจ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับการหลั่งสารโดปามีน ก็อาจลดลงเช่นกัน

    The added sugar in many sweet treats can pull us into an

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, น้ำตาลที่เติมลงไปในขนมหวานหลายชนิดอาจทำให้เราตกอยู่ใน “วงจรการเสพติด”

    นอกจากนี้ การลดปริมาณน้ำตาลในอาหารยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้านอื่น ๆ ด้วย

    ในการทดลองขนาดเล็กครั้งหนึ่ง ทีมวิจัยขอให้เด็ก 41 คนงดน้ำตาลที่เติมลงไปในอาหารเป็นเวลาเพียง 10 วัน ผลปรากฏว่าความดันโลหิตและไขมันในร่างกายของพวกเขาลดลง และพวกเขามีภาวะดื้อต่ออินซูลินลดลง รวมถึงมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นด้วย

    งานวิจัยอื่น ๆ ที่ศึกษาเกี่ยวกับอาหารแปรรูปขั้นสูง ซึ่งมักมีน้ำตาลสูง พบว่าเมื่อผู้คนรับประทานอาหารแปรรูปน้อยที่สุด พวกเขามีความอยากอาหารน้อยลงและมีพลังงานมากขึ้น

    เมื่อฉันเข้าใจชัดเจนขึ้นว่าน้ำตาลส่งผลต่อร่างกายอย่างไร มันก็ทำให้เปลี่ยนนิสัยการกินได้ง่ายขึ้น ขนมหวานดูไม่น่าสนใจอีกต่อไป และฉันยังสามารถจำกัดการรับประทานขนมหวานที่บ้านและเตรียมของว่างเพื่อสุขภาพไว้ให้พร้อม ฉันยังเปลี่ยนจากน้ำผลไม้มาดื่มน้ำโซดาผสมน้ำมะนาวเล็กน้อย ซึ่งพบว่าช่วยดับกระหายได้ดีกว่าด้วย

    การกลับมาบริโภคน้ำตาลอีกครั้ง

    เมื่อครบหกสัปดาห์ ฉันพูดได้อย่างเต็มปากว่าฉันไม่รู้สึกอยากกลับไปกินน้ำตาลอีกเลย เบ็กดาเชบอกฉันว่า “วงจรการเสพติด” ในสมองของฉันน่าจะถูกทำให้เงียบสงบลงแล้ว

    ฉันไม่รู้สึกอยากกินขนมหวานทุกวันอีกต่อไป และอาหารที่มีน้ำตาลเพิ่ม แม้แต่ซีเรียลอาหารเช้าที่มีน้ำตาลน้อย ก็หวานเกินไปสำหรับฉันแล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้หลีกเลี่ยงการกลับไปกินขนมหวานทุกวันได้ง่ายขึ้น เพเรลแมนกล่าว

    ดังนั้น ในตอนนี้ที่การทดลองหกสัปดาห์ของฉันจบลงแล้ว ฉันจะกลับไปกินขนมหวานอีกหรือไม่ ?

    โดยสรุปคือ ไม่ แต่ฉันวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางการบริโภคบางอย่าง

    แทนที่จะหลีกเลี่ยงน้ำตาลที่เติมลงไปโดยสมบูรณ์ ฉันจะจำกัดงดเว้นมันเฉพาะวันธรรมดา โดยอนุญาตให้ตัวเองได้กินขนมหวานบ้างในวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันยังปรับเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับอาหารที่มีน้ำตาลด้วย

    เมื่อฉันลองกินน้ำตาลอีกครั้งในรูปแบบของคุกกี้ช็อกโกแลตชิปสามชั้น ที่มีน้ำตาล 28 กรัมต่อชิ้น ฉันก็ไม่รู้สึกอยากกินเลย แต่เพื่อจุดประสงค์ของบทความนี้ ฉันก็ลองฝืนทานดูเพื่อทดสอบว่าร่างกายของฉันจะตอบสนองอย่างไร กลายเป็นว่ารสชาติมันหวานเกินไป และฉันรู้สึกถึงน้ำตาลมากกว่าช็อกโกแลต ฉันรู้สึกอ่อนเพลียหลังจากนั้นไม่นานและงีบหลับช่วงบ่าย ซึ่งที่ฉันทำแบบนั้นได้ก็เพราะฉันลาพักร้อน

    ขนมที่ฉันเคยกินเป็นประจำนั้นไม่ใช่รางวัลอีกต่อไปแล้ว เพราะฉันมักหยุดมันหลังจากกินไปเพียงไม่กี่คำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cddqlzy1llzo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jFaRywfCT6Ic9GF6kHBc_

  • สวยงาม นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ แห่ชมพระอาทิตย์ตกที่ “ประภาคารเขาหลัก”

    สวยงาม นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ แห่ชมพระอาทิตย์ตกที่ “ประภาคารเขาหลัก”

    ภูมิภาค

    สวยงาม นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ แห่ชมพระอาทิตย์ตกที่ “ประภาคารเขาหลัก”

    วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.41 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงเย็นที่ชายหาดนางทอง ที่เป็นอีกหนึ่งชายหาดชื่อดังย่านเขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพากันเดินทางมาปักหลักรอชมความสวยงามของพระอาทิตย์ตกในทะเลกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณประภาคารเขาหลัก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายหาดนางทอง ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากสามารถมองเห็นทัศนียภาพของท้องทะเลอันดามันได้อย่างกว้างไกล เมื่อถึงช่วงพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ท้องฟ้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นโทนส้ม แดง และม่วง สะท้อนกับผิวน้ำทะเล สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนเป็นอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวต่างหยิบกล้องและโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพความงดงามดังกล่าว ขณะที่บางส่วนเลือกนั่งพักผ่อนรับลมทะเล ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและโรแมนติก บางคนก็เลือกที่จะเดินลุยน้ำทะเลขึ้นไปบนโขดหินที่ตั้งของประภาคาร เพื่อเก็บภาพประทับใจ
      
    ประภาคารเขาหลัก นับเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดพังงา ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีสภาพอากาศเป็นใจ ทำให้แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ขาดสาย สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นอย่างดี ประภาคารเขาหลักแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยว บริเวณหาดนางทอง ไม่ได้ใช้เป็นประภาคารนำร่องเรือโดยตรง แต่เป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพยอดนิยม โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์การฟื้นฟูพื้นที่หลังเหตุการณ์ สึนามิปี 2547 ที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของเขาหลักจนกลับมาคึกคักอีกครั้ง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473080&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tZLUWqR2iHtmFf8yi86qb

  • ‘หัวหิน’ทำบุญศาลเจ้าแม่ทับทิม

    ‘หัวหิน’ทำบุญศาลเจ้าแม่ทับทิม

    ‘หัวหิน’ทำบุญศาลเจ้าแม่ทับทิม

    วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม ชุมชนชายทะเลหัวหิน จ.ประจวบคิรีขันธ์ น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน เป็นประธานพิธีทำบุญศาลเจ้าแม่ทับทิม และเลี้ยงเพลพระสงฆ์ จำนวน 9 รูป มี พระครูพิสุทธิ์ภาวนาพิธาน (เอกดนัย โชติธัมโม) ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดหัวหิน ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ นายเฉลิมพล โชคสุชาติ ประธานศาลเจ้าแม่ทับทิม ชมรมวัยสดใส ศูนย์การเรียนรู้หัวหินถิ่นมนต์ขลัง ชาวชุมชนชายทะเลกว่า 100 คน ร่วมในพิธี

    ศาลเจ้าแม่ทับทิมเป็นศาลเจ้าเก่าแก่นับร้อยปีที่ชาวหัวหินเคารพนับถือ มีความศักดิ์สิทธิ์แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล ตั้งอยู่ริมชายหาดหัวหินบริเวณถนนนเรศดำริห์ติดกับโรงแรมฮิลตัน เป็นที่ตั้งของศาลเจ้ารวม 4 แห่ง คือ เจ้าแม่ทับทิม เจ้าแม่กวนอิม เจ้าพ่อสายน้ำเขียว และเจ้าพ่อสมบูรณ์ แต่ส่วนใหญ่ผู้คนก็จะเรียกกันว่าศาลเจ้าแม่ทับทิม เพราะเป็นองค์แรกที่ชาวจีนอพยพนำมาบูชาและริเริ่มสร้างศาลแห่งนี้

    เจ้าแม่ทับทิม (ตุ้ยบ่วยเต๊งเหนี่ยง) ท่านเป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเลที่ชาวประมงและชาวไทยเชื้อสายจีนเคารพนับถือมาช้านาน เชื่อกันว่าท่านช่วยคุ้มครองผู้ที่เดินทางทางน้ำ และประทานความราบรื่นในหน้าที่การงาน รวมถึงโชคลาภเงินทอง ที่นี่จึงเป็นที่เคารพสักการะแก่ชาวประมงท้องถิ่นที่สุด เพื่อขอพรให้ประสบความโชคดี และปกป้องภัยใด ๆ จากท้องทะเล รวมถึงประชาชนนักท่องเที่ยวต่างมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลในเทศกาลต่าง ๆ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/959113&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NRuZ0hM-YRoaAtRvgZ9vm

  • แกะรอยพนักงานไอทีเกาหลีเหนือ สร้างโปรไฟล์ Dev ปลอม (Synthetic Identity) ล้วงข้อมูลองค์กรชั้นนำ

    แกะรอยพนักงานไอทีเกาหลีเหนือ สร้างโปรไฟล์ Dev ปลอม (Synthetic Identity) ล้วงข้อมูลองค์กรชั้นนำ

    รายงานจาก Group-IB เผยพฤติกรรม กลุ่มคนทำงานด้านไอทีจากเกาหลีเหนือ (DPRK IT workers) หรือที่ไมโครซอฟต์เรียกว่า Jasper Sleet แทรกซึมเข้าสู่บริษัทซอฟต์แวร์และไอทีระดับโลก โดยสร้าง ตัวตนปลอม (Synthetic Identities) ขึ้นมาหลอกว่าเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์มากประสบการณ์ ประกาศหางานบนแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง GitHub, LinkedIn, Upwork 

    อธิบายให้เข้าใจก่อนว่า Synthetic Identity (อ้างอิงจากเว็บไซต์ CyberArk) หมายถึง ตัวตนปลอมที่สร้างขึ้นโดยผสานข้อมูลจริงเข้ากับข้อมูลเท็จ แล้วต่อเติมเสริมแต่งข้อมูลตัวตนใหม่หรืออัตลักษณ์ใหม่ให้ดูน่าเชื่อถือ เสมือนว่ามีตัวตนจริง แล้วนำข้อมูลตัวตนปลอมไปใช้แสวงหาประโยชน์ทางการเงินด้วยวิธีที่ผิดกฎหมาย เช่น เปิดบัญชีธนาคาร, ขอสินเชื่อ, ฉ้อโกง

    สืบค้น Synthetic Identity และต่อยอดการค้นหา

    สำหรับบทความนี้ ทาง Group-IB ศึกษาวิจัยโดยต่อยอดจากรายงานที่เปิดเผยต่อสาธารณะของ GitLab ที่ปรากฏในบทความ ‘GitLab Threat Intelligence Team reveals North Korean tradecraft’ เกี่ยวกับกลุ่มคนทำงานด้านไอทีจากเกาหลีเหนือ (Democratic People’s Republic of Korea (DPRK))โดยทีมข่าวกรองภัยคุกคามของ Group-IB นำข้อมูลมาสืบค้นต่อว่า บัญชีที่ถูกเปิดโปงโดย GitLab น่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่ายขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้อาจยังคงทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มอื่น แม้ว่าบัญชีผู้ใช้งานจะถูกระงับไปแล้วก็ตาม

    ในด้านอีเมลที่ Group-IB กล่าวถึงนั้น GitLab เปิดเผยต่อสาธารณะ ([email protected]) ว่าเป็นอีเมลที่เคยมีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของกลุ่มคนทำงานด้านไอทีจากเกาหลีเหนือ ซึ่งเมื่อนำมาขยายผลต่อจากข้อมูลโอเพนซอร์ส (Open-source pivoting) ก็พบบัญชี GitHub ในชื่อ ‘cybersage14′ 

    Source : https://www.group-ib.com

    ‘cybersage14’ กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Group-IB ค้นพบระบบนิเวศการสร้างตัวตนปลอม ซึ่งเชื่อมโยงไปยังระบบนิเวศข้อมูลตัวตนปลอม (Personas) แหล่งเก็บไฟล์ข้อมูล (Repositories) และหลักฐานอีกสารพัดที่มีไว้เพื่อส่งเสริมความน่าเชื่อถือ 

    ยิ่งเมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกัน ยิ่งทำให้เห็นโครงสร้างที่เป็นระบบ โดยสิ่งที่ Group-IB สรุปไว้คือ พบขั้นตอนการทำงานที่มีโครงสร้างชัดเจนและทำซ้ำได้ สนับสนุนกลุ่มคนทำงานทางไกลจากเกาหลีเหนืออยู่ 

    ไม่ว่าจะเป็นการสร้างหรือจัดหาตัวตนปลอม สร้างประวัติการทำงานในฐานะนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ดูน่าเชื่อถือ สร้างพอร์ตโฟลิโอและแหล่งรวมโปรเจกต์ให้ดูมีน้ำหนักยิ่งขึ้น ตลอดจนการรักษาสถานะช่องทางการสื่อสาร ช่องทางชำระเงินที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเตรียมชุดคำตอบสำหรับการสมัครงานที่ผ่านการปรับแต่งมาโดยเฉพาะ 

    และหนึ่งในข้อค้นพบที่สำคัญสุดๆ คือ ในคลังเก็บข้อมูล (Archive) มีข้อมูลตัวตนของ Dominic Williams และ Dejan Teofilovic เผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกถึงวิธีการสร้างตัวตน การรักษาตัวตน และยังมีการส่งต่อแพ็กเกจข้อมูล ‘ตัวตนปลอม’ ระหว่างกลุ่มคนทำงานด้วยกัน 

    เทคนิคที่ใช้ กับการทำงานเป็นระบบ เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย

    Group-IB สืบต่อโดยใช้ DarkWeb (Group-IB DarkWeb forum monitoring) ระบบเฝ้าระวังของบริษัท ตรวจสอบความเชื่อมโยงต่างๆ จนพบว่า มีกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีพยายามกว้านซื้อบัญชีจากแพลตฟอร์ม Upwork ที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้วตั้งแต่ปี 2021 ทั้งยังพบหลักฐานอีกว่า โฟลเดอร์ข้อมูลของ Dejan Teofilovic เป็นหนึ่งในบัญชีที่ถูกซื้อจากนายหน้า (Broker) ของ Upwork 

    ทั้งหมดนี้สรุปได้ว่า ตัวตนปลอมที่ DPRK IT workers สร้างขึ้น ใช้รูปแบบ การเข้าถึง (องค์กร) เป้าหมายผ่านการจ้างงาน (Labor-enabled access model) นั่นเอง

    ส่วนเทคนิคที่ใช้ Group-IB ระบุว่า กลุ่มคนทำงานจากเกาหลีเหนือไม่ได้ใช้มัลแวร์ในการโจมตีแบบดั้งเดิมแล้ว แต่ใช้เทคนิค 1) วิศวกรรมสังคม (Social Engineering) คือ โน้มน้าวให้เชื่อและคลิกดูข้อมูล 2) การสร้างตัวตนปลอม (Synthetic Identity) บนแพลตฟอร์มหางานยอดนิยม เช่น GitHub, LinkedIn, Upwork ร่วมกับการทำงานกันเป็นเครือข่าย และ 3) การใช้แพลตฟอร์มไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ตั้งต้น ทั้งยังใช้เทคโนโลยี AI ช่วย เช่น ใช้ ChatGPT เขียนตอบโต้กับนายจ้างบนแพลตฟอร์มต่างๆ ใช้ ChatGPT สร้างเรซูเม่ ตลอดจนใช้ปรับแต่งข้อมูลพอร์ตโฟลิโอ และปรับแต่งภาพถ่ายซ้ำๆ ในหลายตัวตน 

    ในด้านเป้าหมายหลักของ Jasper Sleet หรือ กลุ่มคนทำงานไอทีจากเกาหลีเหนือ คือ หาเงินสนับสนุนโครงการอาวุธของเกาหลีเหนือ รวมถึงขโมยข้อมูลสำคัญอย่างซอร์สโค้ดองค์กร ลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนความลับทางการค้า แล้วข่มขู่เรียกเงินจากองค์กรเพื่อไม่ให้ความลับรั่วไหล

    และเพื่อตบตาบริษัทนายจ้าง หลังจาก DPRK IT workers ได้งานทางไกลก็จะอาศัย Laptop farms หรือ เครือข่ายแล็ปท็อปของอาชญากรที่จัดตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกาซึ่งมักทำงานร่วมกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ สวมรอยเป็น Remote Workers รับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และรีโมทเข้าสู่ระบบเครือข่ายองค์กร แบบไม่ให้บริษัทต้นทางตรวจสอบที่ตั้งหรือที่อยู่จริงของคนทำงานได้

    แล้วองค์กรจะรับมือ ‘ตัวตนปลอม’ อย่างไร

    Souce : https://www.microsoft.com
    ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของ Synthetic Identity คือ ตรวจจับได้ยาก เพราะมี ‘ข้อมูลจริง’ ปะปนอยู่ ทำให้โปรไฟล์เหล่านี้สามารถหลบเลี่ยงระบบยืนยันตัวตน (Verification protocols) แบบดั้งเดิมขององค์กรต่างๆ ได้

    เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่มาในรูปแบบ ‘ตัวตนปลอม’ Group-IB ย้ำว่า องค์กรควรยกระดับการตรวจสอบตัวตนของผู้สมัครอย่างเข้มงวด เช่น 

    • ให้ผู้สมัครเปิดกล้องวิดีโอสัมภาษณ์แบบไม่ใช้ฟิลเตอร์ (ภาคบังคับ) เพื่อป้องกันการใช้ AI ปลอมแปลงใบหน้า 
    • ให้แผนกการเงินตรวจสอบบัญชีธนาคารที่ผู้สมัครใช้รับเงินเดือนอย่างเข้มงวด ว่าใช้ชื่อเดียวกัน ข้อมูลตรงกัน และหากพนักงานต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชีธนาคารใดๆ ในนาทีสุดท้าย อาจต้องมีการตรวจสอบที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
    • จำกัดการใช้อุปกรณ์ส่วนตัวในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ขององค์กร โดยใช้หลักการ ‘ให้สิทธิ์เข้าถึงขั้นต่ำสุด’ เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานใหม่ที่ทำงานทางไกลจะมีสิทธิ์เข้าถึงเฉพาะเครือข่ายหรือข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น 
    • สังเกตพนักงานใหม่ที่หลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์ เช่น การประชุม การสนทนาผ่าน Teams หรือ Meets  
    • เฝ้าระวังพฤติกรรมการเข้าถึงระบบเครือข่ายที่ผิดปกติ รวมถึงคอยตรวจสอบการเข้าถึงพื้นที่เก็บโค้ด กิจกรรมการคัดลอกโค้ดจำนวนมากนอกเวลาทำงานปกติ

    ในมุมของ Microsoft ให้คำแนะนำไว้หลายข้อ ดังนี้

    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้สมัครงานมีข้อมูลดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์จริง (ไม่ใช่ VoIP) ที่อยู่ และบัญชีโซเชียลมีเดีย ต้องไม่ไปคล้ายคลึงกับบัญชีของบุคคลอื่น หรือไม่ได้ถูกใช้โดยบัญชีอื่น
    • ตรวจสอบประวัติการทำงานอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าชื่อ ที่อยู่ และวันที่ตรงกัน และอาจติดต่อบุคคลอ้างอิงทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลล์ร่วมด้วย 
    • ตรวจสอบพนักงานของบริษัทจัดหางานเข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากนี่เป็นช่องทางที่ง่ายที่สุดสำหรับอาชญากรไซเบอร์ที่จะแทรกซึมเข้าสู่บริษัทเป้าหมาย
    • ตรวจสอบว่าผู้สมัครงานคนนั้นทำงานในหลายบริษัทโดยใช้ชื่อผู้ใช้เดียวกันหรือไม่
    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้สมัครงานปรากฏตัวบนกล้องระหว่างการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ หากผู้สมัครงานรายงานปัญหาเกี่ยวกับวิดีโอและ/หรือไมโครโฟน ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ให้พิจารณาว่านี่เป็นสัญญาณเตือน
    • ระหว่างตรวจสอบผ่านทางวิดีโอ ขอให้บุคคลนั้นถือใบขับขี่ หนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวขึ้นมาให้กล้องเห็น
    • ให้เก็บบันทึก รวมถึงวิดีโอตอนสัมภาษณ์ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สมัครงานเอาไว้

    ………………………………………

    แหล่งข้อมูลอ้างอิง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://techsauce.co/tech-and-biz/dprk-it-workers-build-synthetic-identities-fake-remote-developers&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nV_VsTry5PAoYk7iTjdk8

  • ทองคำนิวยอร์กปิดบวก $71.30 หลังดอลล์อ่อนค่า คลายกังวลเงินเฟ้อ : อินโฟเควสท์

    ทองคำนิวยอร์กปิดบวก $71.30 หลังดอลล์อ่อนค่า คลายกังวลเงินเฟ้อ : อินโฟเควสท์

    สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ (17 เม.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และถ้อยแถลงของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่ระบุว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้ใช้งานในช่วงหยุดยิง ซึ่งกดดันราคาน้ำมันให้ลดลงและช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อบางส่วน

    ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 71.30 ดอลลาร์ หรือ 1.48% ปิดที่ 4,879.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์

    รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านโพสต์ข้อความบน X ระบุว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบจะใช้เส้นทางที่มีการประสานงานไว้แล้วตามที่องค์การท่าเรือและกิจการทางทะเลของอิหร่านได้ประกาศก่อนหน้านี้ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า อาจมีการเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และเชื่อว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามอิหร่านได้ในเร็ว ๆ นี้

    นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า การเปิดช่องแคบอีกครั้งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญ และเมื่อราคาน้ำมันเผชิญแรงกดดัน ก็มีแนวโน้มช่วยคลายความกังวลเงินเฟ้อและกระตุ้นความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ

    เขาเสริมว่า ราคาทองคำอาจปรับตัวขึ้นในระยะสั้นกลับไปอยู่เหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้อีกครั้ง

    ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อเนื่องหลังมีความเห็นเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าจะทำให้ทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น

    ก่อนหน้านี้ราคาทองคำปรับตัวลง หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนก.พ. ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้นและกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย จึงมักมีความน่าสนใจลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/585884&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2PnJ-R6zQnEvLUbym5vfBA

  • เปิดช่องแคบฮอร์มุซ 10 วัน! หนุนเศรษฐกิจไทยระยะสั้น | เข้มข่าวค่ำ | 18 เม.ย. 69

    เปิดช่องแคบฮอร์มุซ 10 วัน! หนุนเศรษฐกิจไทยระยะสั้น | เข้มข่าวค่ำ | 18 เม.ย. 69

    สถานการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลาง ล่าสุด อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว 10 วัน นักเศรษฐศาสตร์ มอง เป็นสัญญาณบวก ช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมัน กดราคาตลาดโลกต่ำลง แต่ยังต้องจับตาท่าที สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

    #สงครามตะวันออกกลาง #สงครามอิหร่าน #ช่องแคบฮอร์มุซ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #เข้มข่าวค่ำ

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/216625&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uXrgfIwXQU5cArASu-hMw

  • ‘เอกนิติ’ ถกไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ โชว์ความพร้อมไทยจัดประชุม ต.ค.นี้

    ‘เอกนิติ’ ถกไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ โชว์ความพร้อมไทยจัดประชุม ต.ค.นี้

    “เอกนิติ” นำทีมเศรษฐกิจถกทวิภาคีผู้บริหารระดับสูงไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ย้ำความพร้อมไทยนั่งแท่นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่สภาผู้ว่าการ ต.ค. นี้ กางแผนรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน ปลื้มเวิลด์แบงก์ชื่นชมไทยลุยดิจิทัลไฟแนนซ์-เอไอ พร้อมสานต่อโปรเจกต์เมืองคาร์บอนต่ำ ดันโมเดลพัฒนาอาเซียนผงาดเวทีโลก

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เดินหน้าปฏิบัติภารกิจสำคัญในห้วงการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ประจำปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับนางคริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา

    วาระสำคัญในการหารือบนเวทีระดับโลกครั้งนี้ คือการยืนยันความพร้อมขั้นสูงสุดของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Annual Meetings) ที่จะเกิดขึ้นในเดือน ต.ค. นี้ โดยนายเอกนิติได้รายงานความคืบหน้าด้านการจัดจ้างและระบบโลจิสติกส์ที่เดินหน้าไปอย่างรัดกุม พร้อมย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยที่จะจัดงานให้ออกมาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ตามมาตรฐานสากล

    ‘เอกนิติ’ ถกไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ โชว์ความพร้อมไทยจัดประชุม ต.ค.นี้

    นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยฝั่งไทยได้ตอกย้ำถึงจุดยืนในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างรอบคอบและมีความยืดหยุ่น เพื่อรักษาเสถียรภาพและสร้างภูมิคุ้มกันรองรับความเสี่ยงในระยะข้างหน้า

    ต่อเนื่องในวันที่ 17 เม.ย. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าหารือทวิภาคีกับนายอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก (World Bank) เพื่อเจรจาถึงกรอบความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศไทยและธนาคารโลกในระยะต่อไป

    ‘เอกนิติ’ ถกไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ โชว์ความพร้อมไทยจัดประชุม ต.ค.นี้

    โดยมีการหยิบยกโครงการสำคัญอย่าง Low Carbon City Project ขึ้นมาเป็นวาระหลัก ซึ่งโครงการนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนประเทศไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดและผลักดันระบบเศรษฐกิจสีเขียวให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลยังเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่ธนาคารโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยประธานธนาคารโลกได้กล่าวชื่นชมประเทศไทยที่สามารถนำนวัตกรรมด้านดิจิทัลไฟแนนซ์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับทักษะ คุณภาพชีวิต และเพิ่มผลิตภาพให้กับประชาชนได้อย่างเห็นผล

    สำหรับการเตรียมความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการรับไม้ต่อเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 นั้น กำหนดการจัดงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งกระทรวงการคลังมองว่าเวทีระดับโลกครั้งนี้จะเป็นโอกาสทองครั้งสำคัญของประเทศไทย ในการนำเสนอศักยภาพและโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยตลอดจนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาผู้นำทางเศรษฐกิจและนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1230151&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lrVvL4EsZsvqKEy49-1dp

  • ช่องแคบมะละกา: เหตุใด “จุดคอขวด” สำคัญอีกแห่งสำหรับการค้าโลกจึงกำลังสร้างความวิตกกังวล  – BBC News ไทย

    ช่องแคบมะละกา: เหตุใด “จุดคอขวด” สำคัญอีกแห่งสำหรับการค้าโลกจึงกำลังสร้างความวิตกกังวล – BBC News ไทย

    ช่องแคบมะละกา: เหตุใด “จุดคอขวด” สำคัญอีกแห่งสำหรับการค้าโลกจึงกำลังสร้างความวิตกกังวล

    A person walks on rocks near an excavator by the shoreline, with a large LNG ship labeled

    ที่มาของภาพ, EPA

    คำบรรยายภาพ, “มะละกาเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักของเศรษฐกิจโลก” อาซิฟาห์ อัสทรีนา ผู้เชี่ยวชาญด้านช่องแคบมะละกา กล่าว
      • Author, หลุยส์ บาร์รูโช
      • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
    • เวลาอ่าน: 6 นาที

    ท่ามกลางการปิดล้อมอย่างต่อเนื่องต่อช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางน้ำทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของโลก เส้นทางสำคัญอีกเส้นสำหรับการค้าก็เริ่มกลายมาเป็นจุดดึงดูดความสนใจของโลกเช่นกัน

    ช่องแคบมะละกา (The Strait of Malacca) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับความสนใจอีกครั้งหลังจากเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียยืนยันว่าสหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอขออนุญาตทางทหารให้บินผ่านน่านฟ้าอินโดนีเซียได้โดยไม่มีเงื่อนไข หลังมีการลงนามในข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียระบุว่าการตัดสินใจยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

    ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการเคลื่อนไหวเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์โลก แต่ช่องแคบมะละกาคืออะไร และทำไมจึงมีความสำคัญ ?

    อิทธิพลต่อโลก

    A map shows the Strait of Malacca

    คำบรรยายภาพ, บริเวณที่แคบที่สุดของช่องแคบมะละกา อยู่ใกล้กับประเทศสิงคโปร์ โดยมีความกว้างเพียงประมาณ 2.8 กม. เท่านั้น

    “ช่องแคบมะละกามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นเส้นทางเดินเรือที่สั้นที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดในการเชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งทำให้เป็นเส้นทางที่ขาดไม่ได้สำหรับการค้าขายระหว่างตะวันออกกลาง ยุโรป และเอเชียตะวันออก” อาซิฟาห์ อัสทรีนา ผู้กำลังศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์บานา-แชมเปญ ในสหรัฐอเมริกา และผู้เชี่ยวชาญระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นผู้เขียนงานวิจัยเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางทะเลในช่องแคบ ระบุ

    “มันเชื่อมต่อโดยตรงกับทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่การค้าโลกประมาณหนึ่งในสามไหลผ่าน” เธอเสริม

    จุดที่แคบที่สุดของช่องแคบ บริเวณช่องฟิลลิปส์ (Phillips Channel) ใกล้กับประเทศสิงคโปร์ มีความกว้างเพียงประมาณ 2.8 กม.

    จากรายงานล่าสุดของสำนักงานข้อมูลพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ อีไอเอ (US Energy Information Administration – EIA) พบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 มีน้ำมัน 23.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไหลผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 29% ของปริมาณการขนส่งน้ำมันทางทะเลทั่วโลก

    ในห้วงเวลาเดียวกัน ทางน้ำนี้ยังถูกใช้เพื่อขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 260 ล้าน ลบ.ม./วัน

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • A woman carries large bottles of water across dry ground in Brazil during a heatwave. Other blurred figures in the background are doing the same.

    • A designed image showing a generic hotel room, black wheelie suitcase, a standard lamp, a double bed with a white bedspread and blue, gold and black and white checked pillow, and the words REC with a red recording dot emblazoned over the top.

    • A cargo ship is seen on the horizon in the Gulf, near the Strait of Hormuz

    • .

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    กอกกาย บัลซี อาจารย์ด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน จากมหาวิทยาลัยลีดส์ในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า ทางน้ำนี้ยังเป็นเส้นทางหลักสำหรับขนส่ง “สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าอุตสาหกรรม เครื่องจักร และรถยนต์”

    “ประมาณ 25% ของการค้ารถยนต์ทั่วโลกเดินทางผ่านเส้นทางนี้ สินค้าเทกองแห้ง (Dry bulk cargoes) เช่น ธัญพืชและถั่วเหลือง ก็ผ่านช่องแคบนี้เช่นกัน” เขากล่าว

    บัลซีเสริมด้วยว่า “เมื่อคุณรวมภูมิศาสตร์ การพึ่งพาพลังงาน ปริมาณสินค้า และความหลากหลายของสินค้าเข้าด้วยกัน ช่องแคบมะละกาจึงแตกต่างจากช่องแคบฮอร์มุซ ฮอร์มุซก็มีความสำคัญต่อการค้าโลกเช่นกัน แต่ไม่ได้เป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าที่สำคัญเท่าช่องแคบมะละกา บทบาทของมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่พลังงาน แต่ยังครอบคลุมสินค้าหลากประเภทมากกว่า”

    “กล่าวได้ว่าช่องแคบมะละกาเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักของเศรษฐกิจโลก” แอสทรีนาเสริม

    การปล้นจากโจรสลัดยังคงเป็นอีกปัญหาที่น่ากังวลอย่างต่อเนื่อง มีรายงานเหตุการณ์ปล้นทางทะเล 108 ครั้งทั้งในช่องแคบมะละกาและสิงคโปร์ในปี 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ตามข้อมูลจากศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือระดับภูมิภาคว่าด้วยการปราบปรามโจรสลัดและการจี้ปล้นโดยใช้อาวุธในเอเชีย (Regional Cooperation Agreement on Combating Piracy and Armed Robbery against Ships in Asia – ReCAAP) ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์

    ช่องแคบแห่งนี้ยังเผชิญกับภัยธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงสึนามิและปรากฏการณ์จากภูเขาไฟด้วย เช่น สึนามิในเดือน ธ.ค. 2004 ที่ได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายฝั่งใกล้ทางเข้าทางตอนใต้ของช่องแคบ

    เหตุใดช่องแคบมะละกาจึงสำคัญ

    US Defense Secretary Pete Hegseth and Indonesia's Defense Minister Sjafrie Sjamsoeddin stand behind a desk as seated colleagues hold up a Memorandum of Understanding

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, อินโดนีเซียระบุว่าทางการยังคงพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการบินผ่านน่านฟ้า หลังจากที่ทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศ

    ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ความสำคัญของช่องแคบมะละกาไม่ได้อยู่ที่ความสำคัญทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความอ่อนไหวทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

    “การเพิ่มความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ หรืออินเดียเกี่ยวกับการครอบงำทางทะเลในภูมิภาค อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการสัญจรผ่านช่องแคบ” บัลซีกล่าว

    แอสทรีนากล่าวว่า แม้แต่ความเป็นไปได้ที่กองทัพสหรัฐฯ จะเข้าถึงน่านฟ้าอินโดนีเซียมากขึ้น ก็อาจส่งผลกระทบในระยะยาวได้

    “ฉันมองว่ามันอาจทำให้เกิดความไม่มั่นคงในเชิงโครงสร้าง แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าในทันทีก็ตาม” เธออธิบาย

    งานวิจัยของเธอชี้ว่า โครงสร้างความมั่นคงในปัจจุบันในช่องแคบมะละกาไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ

    “มันถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิม เช่น การปล้นของโจรสลัด การลักลอบขนสินค้า และอาชญากรรมทางทะเล มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ” เธอกล่าวพร้อมเสริมว่า “ดังนั้น เมื่อมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ เพิ่มปฏิบัติการมากขึ้น มันจะนำมาซึ่งพลวัตด้านความมั่นคงที่ระบบไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับ”

    อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นเธอกล่าวว่าการหยุดชะงักการขนส่งในช่องแคบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น

    “ฉันยังไม่คาดว่าการขนส่งสินค้าทางทะเลจะหยุดชะงัก แรงจูงใจในการรักษากระแสการค้าให้ดำเนินต่อไปนั้นมีมากเกินไป” เธอบอก

    แต่แอสทรีนาอธิบายต่อไปว่า ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่านั้นอยู่ในอนาคตที่ไกลออกไป

    “สิ่งที่น่ากังวลคือเส้นทางการยกระดับความขัดแย้งในระยะยาว หากจีนตีความว่านี่คือการเฝ้าระวังที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ หรือการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ใกล้เส้นทางเดินเรือที่สำคัญ จีนอาจตอบโต้ ไม่จำเป็นต้องตอบโต้ด้วยการขัดขวางการค้า แต่ด้วยการขยายการปรากฏตัวหรืออิทธิพลของตนเองในและรอบ ๆ ภูมิภาค” เธอบอก

    “นั่นคือจุดที่จะเกิดความเสี่ยงขึ้น คุณอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยจากสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เน้นความร่วมมือและการบังคับใช้กฎหมาย ไปสู่สภาพแวดล้อมที่เน้นการแข่งขันและการทหารมากขึ้น” แอสทรีนาอธิบาย

    แม้จะไม่มีความขัดแย้งโดยตรง เธอก็เตือนว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม

    “สำหรับการค้าโลก ผลกระทบน่าจะเป็นทางอ้อมแต่ก็สัมผัสได้ เช่น เบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้น การรับรู้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และความผันผวนที่มากขึ้นในเส้นทางที่เศรษฐกิจโลกพึ่งพาอย่างมาก”

    นอกจากนี้ เธอยังยังเตือนไม่ให้มองบทบาทของอินโดนีเซียอย่างฉาบฉวยเกินไป

    “สิ่งสำคัญคืออย่ามองว่าอินโดนีเซียกำลังเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” เธอกล่าว

    “อินโดนีเซียดูเหมือนจะดำเนินกลยุทธ์สร้างสมดุล โดยกระชับความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกันก็รักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกับจีน และมีส่วนร่วมกับพันธมิตรอื่น ๆ เช่น รัสเซีย”

    “ภาพรวมที่ใหญ่กว่านั้นไม่ใช่การสร้างพันธมิตร แต่เป็นความจริงที่ว่าการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจกำลังเข้ามาในพื้นที่ซึ่งในอดีตเคยถูกจัดการในฐานะทางเดินร่วมกันสำหรับการค้าโลก”

    ‘ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมะละกา’

    ในปี 2003 ประธานาธิบดีหู จิ่นเทาของจีนในขณะนั้น ได้บัญญัติศัพท์ “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของช่องแคบมะละกา” เพื่ออธิบายถึงการพึ่งพาเส้นทางน้ำนี้อย่างหนักของจีน

    จากข้อมูลของ EIA และ CSIS ChinaPower project พบว่า ประมาณสามในสี่ของการนำเข้าน้ำมันของจีน และประมาณ 60% ของมูลค่าทางการค้าทางทะเลของจีน แล่นผ่านช่องแคบมะละกาและทะเลจีนใต้ที่อยู่ติดกัน

    “แต่ไม่ใช่แค่จีนเท่านั้น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็พึ่งพาช่องแคบนี้อย่างมากเช่นกัน โดยประมาณ 90% ของการนำเข้าน้ำมันของพวกเขาผ่านช่องแคบนี้” บัลซีกล่าว

    เขากล่าวเสริมว่า เส้นทางน้ำนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือคอนเทนเนอร์ที่พลุกพล่านที่สุดเป็นอันดับสองของโลก และเป็นศูนย์กลางการเติมเชื้อเพลิงเรือที่สำคัญ

    สำหรับจีน แอสทรีนากล่าวว่าการลดการพึ่งพาช่องแคบนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ในระยะสั้น

    “ฉันไม่คิดว่าจีนจะมีวิธีที่เป็นไปได้จริงที่จะลดการพึ่งพาในส่วนนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างน้อยก็ในระยะสั้น” เธอกล่าว

    “เส้นทางทางเลือกอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่อส่งหรือเส้นทางอื่น ๆ อาจช่วยได้บ้าง แต่ไม่สามารถทดแทนช่องแคบมะละกาได้อย่างมีนัย”

    บัลซีแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า สองทางเลือกทดแทนช่องแคบมะละกาที่เป็นไปได้มากที่สุด คือ ช่องแคบซุนดาและช่องแคบลอมบอก ซึ่งทั้งคู่ก็อยู่ในน่านน้ำของอินโดนีเซียเช่นกัน

    ส่วนช่องแคบทอร์เรส ที่อยู่ใกล้กับปาปัวนิวกินีนั้น “เป็นทางน้ำตื้นที่อ่อนไหว มีแนวปะการัง และเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่จะไม่สามารถแล่นผ่านได้” เขาอธิบาย

    เขาเสริมว่าการเดินทางอ้อมทางตอนใต้ของออสเตรเลียจะต้องใช้ “ค่าใช้จ่ายและเวลามหาศาล”

    ด้วยข้อจำกัดเหล่านี้ แอสทรีนาจึงบอกว่า จีนน่าจะยังคงมุ่งเน้นไปที่การจัดการมากกว่าการกำจัดความเปราะบางของตน

    “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การลดการพึ่งพา[ช่องแคบมะละกา] แต่เป็นเรื่องที่ว่าจีนจะจัดการกับการพึ่งพานั้นอย่างไร”

    “นั่นเป็นเหตุผลที่เราเห็นว่าจีนไม่ได้มุ่งเน้นแค่การกระจายความเสี่ยงเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การขยายอิทธิพลและการปรากฏตัวในภูมิภาคที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทะเลจีนใต้และตามเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ” เธอกล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cwyx2848q72o&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VrQaEUbAJPTVv06nIc9Nh