Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ยังเติร์ก ธนเดช ชวนไปหาคำตอบ เขากะลาผสานทฤษฎีวิทยาศาสตร์ความเชื่อความลี้ลับ – แนวหน้า

    ยังเติร์ก ธนเดช ชวนไปหาคำตอบ เขากะลาผสานทฤษฎีวิทยาศาสตร์ความเชื่อความลี้ลับ – แนวหน้า

    กำกับ “ยังเติร์ก-ธนเดช รามสมภพ” พร้อมด้วยโปรดิวเซอร์ “ท๊อฟฟี่-ศิวดล จันทนเสวี” จากค่าย พลาสิเทา ฟิล์ม (PLASITAO FILMS) …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/961151&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11zNWj83PggVlIfUwN5ACv

  • ศุภจี เล็งหารือ รมว.ท่องเที่ยว ปมแนวคิดค่าธรรมเนียมคนไทยบินตปท.จ่าย1,000 | TOPNEWS

    ศุภจี เล็งหารือ รมว.ท่องเที่ยว ปมแนวคิดค่าธรรมเนียมคนไทยบินตปท.จ่าย1,000 | TOPNEWS

    ศุภจี เล็งหารือ รมว.ท่องเที่ยว ปมแนวคิดค่าธรรมเนียมคนไทยบินตปท.จ่าย1,000
    ขณะที่ รมว.ท่องเที่ยว แจงค่าเที่ยวเมืองนอก 1,000 แค่ขั้นตอนศึกษา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1560023&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05ganij4vHxYJKVkMmUAiB

  • รมว.ท่องเที่ยว แจงเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเที่ยวนอก แค่ขั้นตอนศึกษา : อินโฟเควสท์

    รมว.ท่องเที่ยว แจงเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเที่ยวนอก แค่ขั้นตอนศึกษา : อินโฟเควสท์

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการเก็บค่าธรรมเนียม 1,000 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินออกทางไปเที่ยวต่างประเทศว่า เป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพระราชกำหนดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2526 ที่ประเทศไทยเคยดำเนินการจัดเก็บมาแล้วช่วงปี 2540

    อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นแนวความคิดที่จะศึกษาของกระทรวงการคลัง ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่มีอำนาจจัดเก็บในส่วนนี้ แต่จากการที่กระทรวงการคลังได้เชิญสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ ก็มีความกังวลว่า จะนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บไปทำอะไร และใช้อย่างไร

    นายสุรศักดิ์ ระบุว่า หลักการของการจัดเก็บภาษีครั้งนี้อยู่บนความคิดของจัดเก็บผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ส่วนวีซ่าประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทูต วีซ่า Work Permit และวีซ่าต่างๆ จะพิจารณาเป็นบางกลุ่มที่ยกเว้นได้

    พร้อมย้ำว่า การจัดเก็บดังกล่าวยังไม่ใช่เวลาที่จะมาสรุป เป็นเพียงแนวทางการรับฟังความเห็น ซึ่งตัวเลข 1,000 บาท เป็นตัวเลขที่เคยจัดเก็บในอดีตเท่านั้น จึงนำตัวเลขนี้กลับมาพิจารณา ซึ่งจะนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บนำมากระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย

    ทั้งนี้ ATTA รวมถึงสมาคมต่างๆได้ทำหนังสือ และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งเราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์ทั่วไทย ซึ่งตรงกับความคิดของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่การจะสนับสนุนในทุกๆเรื่องคงหนีไม่พ้นเรื่องของงบงบประมาณ ซึ่งรัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งการกู้เงินหนีไม่พ้นว่าจะเป็นภาระของประชาชน แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้มีเงินเข้ามาช่วยการท่องเที่ยว

    “พูดง่ายๆ ว่าจัดเก็บคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อมาช่วยคนไทยที่ไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ หรืออยากจะเที่ยวในประเทศไทยอยู่แล้วจะได้รับการสนับสนุนจากตรงนั้น และไม่ใช่การจัดเก็บคนที่จะไปเรียน หรือคนไปทำงาน ซึ่งในพระราชกำหนดมีการระบุไว้ว่า จะจัดเก็บได้สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท แต่ยืนยันว่ายังเป็นเพียงการศึกษา และยังไม่มีการสรุปว่าจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อไหร่ และย้ำว่า มีการคิดเป็นอย่างดีว่าเงินที่ได้จากผู้ที่เดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศจะกลับมาให้คนไทยได้เที่ยวในประเทศ” นายสุรศักดิ์ กล่าว

    ส่วนที่บอกว่าแค่ศึกษาจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นการฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อที่จะนำกลับไปพิจารณาหลักการ โดยจะพิจารณาว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการจัดเก็บ, ราคาเท่าไหร่ที่เหมาะสม, ระยะเวลาที่จัดเก็บควรจะเป็นช่วงไหน และบุคคลใดบ้างที่ควรจะได้รับการยกเว้น ซึ่งกระทรวงการคลัง และรัฐบาลจะต้องเอาไปรวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษาต่อไป

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/588647&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vXGJH2q2tP4ft4UPvM74J

  • ‘แอตต้า’ หนุนรัฐยกเลิก ‘ฟรีวีซ่า 60 วัน’ เน้น ‘ความมั่นคง’ คัดกรองนักท่องเที่ยว “อย่าปล่อยฟรีเกินไป”

    ‘แอตต้า’ หนุนรัฐยกเลิก ‘ฟรีวีซ่า 60 วัน’ เน้น ‘ความมั่นคง’ คัดกรองนักท่องเที่ยว “อย่าปล่อยฟรีเกินไป”

    ‘แอตต้า’ หนุนรัฐยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน รับโลกเปลี่ยน เงื่อนไขการออกวีซ่าต้องปรับตาม ดูแลมิติความมั่นคง คัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพ แนะปรับลด ‘จำนวนวันพำนัก’ ทบทวนเงื่อนไขให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ

    ย้อนไปในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศรายชื่อ 93 ประเทศ/ดินแดน ที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) หรือ “ฟรีวีซ่า” ให้สามารถพำนักในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวได้ไม่เกิน 60 วันต่อครั้ง (ผ.60) เพื่อการท่องเที่ยว การติดต่อธุรกิจ และการทำงานระยะสั้น และสามารถยื่นขอต่ออายุพำนักเพิ่มได้อีก 30 วัน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 2567 เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวในยุคสงครามแย่งชิงนักท่องเที่ยว (Tourism War) เกิดขึ้นอย่างดุเดือดทั่วโลก

    ล่าสุดความเคลื่อนไหวของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย จากการให้สัมภาษณ์ของ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า เบื้องต้นรัฐบาลจะพิจารณาทบทวน “มาตรการฟรีวีซ่า  60 วัน” ในแต่ละประเทศให้มีความเหมาะสม หลังจากทดลองใช้มาระยะหนึ่งแล้ว โดยรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนมาหารือกันว่าควรปรับอย่างไร เพื่อลดปัญหาที่เกิดจากนักท่องเที่ยวไม่พึงประสงค์

    “ยืนยันว่าการยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน จะไม่มีการเลือกปฏิบัติ โดยจะกลับไปทบทวนการให้ฟรีวีซ่าแก่ชาวต่างชาติแต่ละประเทศให้เหมาะสมยิ่งขึ้นเพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้”

    ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกกิตติมศักดิ์และประธานที่ปรึกษาอาวุโส สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า หากรัฐบาลยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน แก่นักเดินทางต่างชาติจาก 93 ประเทศ/ดินแดน ด้วยการปรับลด “จำนวนวันพำนัก” และทบทวนเงื่อนไขให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก อย่างน้อยก็ช่วยคัดกรองชาวต่างชาติ และดูแลมิติความมั่นคงของประเทศ

    เนื่องจากชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยบางส่วนเป็นกลุ่มที่มาเพื่ออยู่อาศัย บางประเทศมาอยู่กันเต็มบ้านเต็มเมือง มีแค่บางส่วนที่มาเพื่อการท่องเที่ยว จึงน่าเป็นห่วงในจุดนี้อย่างมาก โดยในบางพื้นที่มาอยู่กันเป็นหมู่บ้าน รวมกันเป็นหมื่นๆ คนในพื้นที่เดียว มีการซื้อที่ดินไป และนอมินีคนไทยเองก็ปล่อยให้เขาครอบครองที่ดินได้อย่างไร ถือเป็นจุดที่น่ากลัว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องระมัดระวังและนึกถึงความมั่นคงของชาติด้วย เนื่องจากชาวต่างชาติกลุ่มนี้ไม่ได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแบบปกติทั่วไป และไม่ได้มีแค่ชาติเดียว ต้องกลั่นกรองทุกชาติที่เดินทางเข้ามา “อย่าปล่อยฟรีเกินไป”

    ‘แอตต้า’ หนุนรัฐยกเลิก ‘ฟรีวีซ่า 60 วัน’ เน้น ‘ความมั่นคง’ คัดกรองนักท่องเที่ยว “อย่าปล่อยฟรีเกินไป”

    ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร

    “แอตต้าจึงสนับสนุนแนวคิดของรัฐบาลเกี่ยวกับการปรับมาตรการฟรีวีซ่า ต้องนึกถึงความมั่นคงของประเทศไทยเอาไว้ ไม่ว่านักเดินทางจากชาติใดมาพำนักในไทยนานเกินไป ย่อมไม่เป็นผลดี เพราะคนที่เป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ มาพำนักในไทยไม่กี่วันเท่านั้น อย่าคิดจะไปเปิดฟรีให้เขามากเกินไป มันไม่ดีกับเรา มันกระทบต่อประเทศไทย เพราะนักท่องเที่ยวตัวจริงเขาไม่มีเวลามาเที่ยวนาน 2-3 เดือน”

    สำหรับพฤติกรรมการเข้าพักของนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล (Long-haul) จากยุโรป พำนักยาวสุดไม่ถึง 1 เดือนต่อทริป ส่วนนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ (Short-haul) ส่วนใหญ่พำนัก 5-12 วันต่อทริป

    “รู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทยที่บางส่วนไม่ได้เข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว แต่พอมีมาตรการฟรีวีซ่า ถ้าเราไม่กลั่นกรองดีๆ ก็เข้ามาได้ง่าย และพอเข้ามามากเกินไปก็สร้างผลกระทบตามมา เช่น ปัญหาสแกมเมอร์ ผมคิดว่าหน่วยงานความมั่นคงของเรารู้เรื่องนี้ดี ในมุมผู้ประกอบการท่องเที่ยวก็เห็นชัดว่าใครเข้ามาเพื่อท่องเที่ยว ใครเข้ามาเพื่อทำมาหากิน หรือทำเรื่องอื่นๆ ซึ่งไม่ได้สร้างผลบวกกับภาคการท่องเที่ยวไทย มีแต่จะทำร้ายท่องเที่ยวไทยด้วยซ้ำไป”

    ประเด็น “ความมั่นคง” จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะตอนนี้ “โลกเปลี่ยนไปแล้ว” มาตรการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าของประเทศไทยก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ทันโลกทันสถานการณ์ เงื่อนไขการออกวีซ่าต้องเปลี่ยนตามเพื่อให้ประเทศไทยแข็งแรง อยู่รอด มีความมั่นคง ประชาชนไม่ต้องกังวลหน้ากังวลหลัง

    ศิษฎิวัชร กล่าวว่า แอตต้าประเมินแนวโน้มล่าสุดว่าตลอดปี 2569 จะมี “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าไทยในระดับ “30-32 ล้านคน” ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30-34 ล้านคน ลดลง 18% จากเป้าหมายเดิม 36.7 ล้านคน ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายใน 1-3 เดือน

    “ต้องติดตามว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะลามไปถึงไฮซีซันในไตรมาส 4 หรือไม่ เพราะการเมืองระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องที่จะเคลียร์กันได้ง่ายๆ และมีหลายประเทศเกี่ยวข้อง ทั้งสหรัฐ อิหร่าน และอิสราเอล ถ้าจบลงเร็ว ก็หวังว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลง และทำให้การท่องเที่ยวกลับเข้าสู่ภาวะปกติในไฮซีซันไตรมาส 4 ปีนี้”

    ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-19 เม.ย. 2569 มีจำนวนสะสม 10,828,380 คน ลดลง 3.34% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 529,358 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 1,734,423 คน มาเลเซีย 1,154,486 คน รัสเซีย 823,352 คน อินเดีย 759,397 คน และเกาหลีใต้ 450,231 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1231381&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OoT2UavdwjJIUdtpJgFE4

  • ตั้งคณะทำงานหาแนวทางรวมกระทรวง ‘วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว’​ | เดลินิวส์

    ตั้งคณะทำงานหาแนวทางรวมกระทรวง ‘วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว’​ | เดลินิวส์

    น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) เพื่อหารือการปรับโครงสร้างวธ. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นการหารือกันแบบที่ยังไม่เป็นทางการ โดยก.พ.ร. สอบถามถึงโครงสร้างโดยรวมของวธ. จากนั้นก็ต้องไปหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ด้วย เพื่อที่จะพยายามดำเนินการจัดทำรายละเอียดให้เสร็จให้เป็นไปตามแผนระยะเวลาที่คาดการณ์ไว้ เพราะเป็นนโยบายที่รัฐบาลชุดนี้ได้แถลงไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยจากนี้จะต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันของทั้ง 2 หน่วยงาน

    รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า วธ.ได้มีการทำการบ้านจัดเตรียมข้อมูลไว้อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีการหารือร่วมกัน สำหรับข้อสังเกตถึงการที่มองว่า การรวมหน่วยงานของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ มาอยู่กับวธ. จะทำให้ภาพของการท่องเที่ยวนำวัฒนธรรมนั้น ขอเน้นว่าเราไม่ได้มองว่าวัฒนธรรมหรือท่องเที่ยวอะไรจะใหญ่กว่ากัน แต่เราจะสามารถดำเนินการเป็นคู่ขนานไปได้ เพราะสิ่งสำคัญเมื่อชาวต่างชาติเข้ามาประเทศไทย และมีความรู้สึกหลงใหล และรักวัฒนธรรม ก็จะนำไปสู่การท่องเที่ยว ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเมื่อคนรักการท่องเที่ยว ก็จะต้องสัมผัสวิถีชีวิตของคนไทยและหลงรักวัฒนธรรมไทยด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องมองว่า 2 สิ่ง จะต้องทำคู่ขนานกันไป ไม่อยากให้รู้สึกว่าอะไรจะโดดเด่นไปกว่ากัน แต่ที่สำคัญคือวัฒนธรรมของชาติเป็นสิ่งที่เราต้องส่งเสริม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5819928/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V26NaGqLlZWrzH_cVJ_sG

  • เก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเที่ยว ตปท. 1,000 บาท เห็นด้วยหรือไม่ – BBC News ไทย

    เก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเที่ยว ตปท. 1,000 บาท เห็นด้วยหรือไม่ – BBC News ไทย

    คำบรรยายวิดีโอ,

    เก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเที่ยว ตปท. 1,000 บาท เห็นด้วยหรือไม่

    ล่าสุด วันนี้ (28 เม.ย.) รมว.ท่องเที่ยวฯ ออกมาชี้แจงว่าแนวคิดดังกล่าวยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาของกระทรวงการคลัง ยังไม่สรุปช่วงเวลาที่จะเสนอเข้า ครม. ส่วนหลักการการจัดเก็บค่าธรรมเนียมชนิดนี้จะเก็บเฉพาะกับผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c759n35py6do.amp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JZtvnrjrwzQZXGr-z9D2J

  • จ่อเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเที่ยวนอก 1,000 บาท!? “สุรศักดิ์” แจงแค่ขั้นตอนศึกษา

    จ่อเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเที่ยวนอก 1,000 บาท!? “สุรศักดิ์” แจงแค่ขั้นตอนศึกษา

    จ่อเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเที่ยวนอก 1,000 บาท? “สุรศักดิ์” แจงชัด เป็นเพียงขั้นตอนศึกษา-เล็งนำเงินมาช่วยคนไทยเที่ยวในประเทศ

    กลายเป็นประเด็นร้อน! หลังมีกระแสข่าวเตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยออกนอกประเทศ 1,000 บาท ล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาชี้แจงว่าเป็นเพียง “การรับฟังความเห็น” โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

    • รื้อปัดฝุ่นกฎหมายปี 26: เป็น พ.ร.ก. ที่มีมานานแล้ว เคยเก็บจริงเมื่อปี 2540

    • เป้าหมายหลัก: เก็บเฉพาะ “นักท่องเที่ยว” เท่านั้น กลุ่มเรียนต่อ/ทำงาน/ทูต เล็งยกเว้นให้

    • เหตุผลที่ต้องเก็บ: เพื่อนำเงินมาสมทบงบประมาณกระตุ้นการท่องเที่ยวในไทย (เช่น เราเที่ยวด้วยกัน/ทัวร์ทั่วไทย) ลดภาระการกู้เงินของรัฐบาล

    • ยังไม่สรุป: ตัวเลข 1,000 บาท เป็นเพียงฐานเดิมในอดีต ส่วนของใหม่จะเก็บเท่าไหร่ เริ่มเมื่อไหร่ ยังต้องรอผลการศึกษาจากกระทรวงการคลัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/950187/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FFn3Rk8qjN6FQE4uMEe-U

  • รมว.ท่องเที่ยว โร่แจงแนวคิดเก็บค่าเดินทางออกนอกประเทศ คนไทย 1 พัน บอกยังอยู่ขั้นตอนศึกษา

    รมว.ท่องเที่ยว โร่แจงแนวคิดเก็บค่าเดินทางออกนอกประเทศ คนไทย 1 พัน บอกยังอยู่ขั้นตอนศึกษา

    วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.10 น.

    รมว.ท่องเที่ยว โร่แจงแนวคิดฟื้นจัดเก็บค่าธรรมเนียม 1 พันบาท เฉพาะคนไทย ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ดึงเม็ดเงินกระตุ้นศก.ช่วยคนในประเทศ แบ่งเบารัฐบาลต้องกู้เงิน ยันยังอยู่ในขั้นตอนศึกษา-รับฟังความเห็น ไร้วาระชงเข้าครม. 

    เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงแนวคิดเสนอ ฟื้นพ.ร.ก.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ.2526 ที่เป็นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเดินทางไปต่างประเทศ(Exit Free) ในอัตรา1,000บาท ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ไทยเคยดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาแล้วในอดีต แล้วมางดจัดเก็บในช่วงปี2540กว่าๆ เรื่องนี้เป็นแนวคิดของกระทรวงการคลัง แต่มีสื่อมาถามตนก็หาว่าตนไปเสนอจัดเก็บ จริงๆแล้วกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่มีอำนาจจัดเก็บภาษีเหล่านี้ แต่กระทรวงการคลังเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า ไปพูดคุย ซึ่งทางแอตต้าก็มาหาตนเพื่อแสดงความกังวลต่อการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จะเอาเงินไปทำอะไร ตนก็ได้ชี้แจงหลักการของการจัดเก็บภาษีคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศคือเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับวีซ่าผู้เดินทางออกนอกประเทศอื่นๆ ขณะที่ค่าธรรมเนียมราคา1,000บาท เป็นราคาที่เคยจัดเก็บมาในอดีต ขณะนี้ยังไม่ได้เป็นที่สรุป คงต้องมีการรับฟังความคิดเห็น 

    “หลักการการจัดเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แล้วนำเงินทั้งหมดที่ได้จากการจัดเก็บมากระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น จัดเก็บคนละ100บาท มีคนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ10ล้านคนในปีนี้ ก็จะนำเงินคนละ100บาท10ล้านคนที่จัดเก็บได้ นำมาทำโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการทัวร์ทั่วไทย เป็นต้น“ รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าว

    นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า การสนับสนุนการท่องเที่ยวทุกเรื่องหนีไม่พ้นงบประมาณ รัฐบาลต้องกู้เงินมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ แน่นอนว่าการกู้เงินหนีไม่พ้นภาระของประชาชนทุกคน ทำอย่างไรจะมีเม็ดเงินมากระตุ้นการท่องเที่ยวโดยใช้การท่องเที่ยวมิติเดียวกันมาช่วยคนในประเทศ พูดง่ายๆว่าจัดเก็บคนไทยที่ไปเที่ยวต่างประเทศมาช่วยให้คนไทยในประเทศที่ไม่ได้มีโอกาสไปต่างประเทศ หรืออยากเที่ยวในประเทศได้รับการสนับสนุนจากตรงนั้น แต่เรื่องนี้ยังเป็นแค่การศึกษา และรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ว่าจะนำกลับมาใช้หรือไม่ในช่วงนี้ รวมถึงศึกษาราคาที่เหมาะสม ระยะเวลาการจัดเก็บ และบุคคลที่จะจัดเก็บ ยังไม่ได้สรุปว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันไหนอย่างไร 

    เมื่อถามว่าเรื่องนี้มีโอกาสกลับมาเกิดขึ้นจริงหรือไม่ รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า เรากำลังรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานๆ รวมถึงความเห็นทางสังคมว่าคิดเห็นเป็นเช่นไร ทุกความเห็นที่ได้ทางกระทรวงการคลังจะรวบรวมนำกลับไปพิจารณา ตามหลักการที่ตนได้ชี้แจงไป ทั้งนี้ยังไม่ได้มีกรอบระยะเวลาว่าจะต้องศึกษา และรับฟังความคิดเห็นเท่าใด

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/961272&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LusTlpzFuLmc49GVWKY4n

  • “สุรศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวฯ แจงเก็บเงินคนไทยเที่ยวตปท.1,000 บ. แค่ศึกษา! หวังช่วยคนไม่มีโอกาสไปเที่ยว

    “สุรศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวฯ แจงเก็บเงินคนไทยเที่ยวตปท.1,000 บ. แค่ศึกษา! หวังช่วยคนไม่มีโอกาสไปเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/business/144145&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bpBDyUF3bmU0SGcZj8xV_

  • “ศุภจี” จ่อถก รมว.ท่องเที่ยว ปม Exit Fee คนไทยบินต่างประเทศ

    “ศุภจี” จ่อถก รมว.ท่องเที่ยว ปม Exit Fee คนไทยบินต่างประเทศ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 เม.ย.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ด้านการท่องเที่ยว) กล่าวถึงกรณีแนวคิดจัดเก็บค่าธรรมเนียมคนไทยเดินทางไปต่างประเทศ (Exit Fee) อัตรา 1,000 บาทต่อครั้งของนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า  ความชัดเจนเรื่องดังกล่าวต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งนายสุรศักดิ์จะต้องเสนอเรื่องให้ตนก่อนเข้านำเข้าที่ประชุม

    ผู้สื่อข่าวถามความเห็นว่าเรื่องนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ นางศุภจี ระบุว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นรายละเอียด ต้องขอไปพูดคุยรายละเอียดกับนายสุรศักดิ์ก่อน โดยจะต้องดูให้ละเอียดรอบคอบ

    ที่พรรคภูมิใจไทย นายสุรศักดิ์ กล่าวถึงการเก็บค่าธรรมเนียม 1,000 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินออกทางไปเที่ยวต่างประเทศ ว่า เป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพระราชกำหนดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2526 ที่ประเทศไทยเคยดำเนินการจัดเก็บมาแล้วช่วงปี 2540

    อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นแนวความคิดที่จะศึกษาของกระทรวงการคลัง แต่พอผู้สื่อข่าวสอบถามกลายเป็นว่า ตนไปจัดเก็บ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่มีอำนาจจัดเก็บในส่วนนี้ แต่จากการที่กระทรวงการคลังได้เชิญสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ ก็มีความกังวลว่า จะนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บไปทำอะไร และใช้อย่างไร

    นายสุรศักดิ์ ระบุว่า หลักการของการจัดเก็บภาษีครั้งนี้อยู่บนความคิดของจัดเก็บผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ส่วนวีซ่าประเภทอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นทูต วีซ่า Work Permit และวีซ่าต่าง ๆ จะพิจารณาเป็นบางกลุ่มที่ยกเว้นได้ พร้อมย้ำว่า การจัดเก็บดังกล่าวยังไม่ใช่เวลาที่จะมาสรุป เป็นเพียงแนวทางการรับฟังความเห็น ซึ่งตัวเลข 1,000 บาท เป็นตัวเลขที่เคยจัดเก็บในอดีตเท่านั้น จึงนำตัวเลขนี้กลับมาพิจารณา ซึ่งจะนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บนำมากระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย

    ทั้งนี้ ATTA รวมถึงสมาคมต่าง ๆ ได้ทำหนังสือ และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งเราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์ทั่วไทย ซึ่งตรงกับความคิดของรัฐบาลอยู่แล้ว แต่การจะสนับสนุนในทุก ๆ เรื่องคงหนีไม่พ้นเรื่องของงบประมาณ ซึ่งรัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ แน่นอนว่าการกู้เงินหนีไม่พ้นว่าจะเป็นภาระของประชาชน แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้มีเงินเข้ามาช่วยการท่องเที่ยว

    “พูดง่าย ๆ ว่าจัดเก็บคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศ เพื่อมาช่วยคนไทยที่ไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ หรืออยากจะเที่ยวในประเทศไทยอยู่แล้วจะได้รับการสนับสนุนจากตรงนั้น และไม่ใช่การจัดเก็บคนที่จะไปเรียนหรือคนไปทำงาน ซึ่งในพระราชกำหนดมีการระบุไว้ว่าจะจัดเก็บได้สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท แต่ยืนยันว่ายังเป็นเพียงการศึกษาและยังไม่มีการสรุปว่าจะเข้าที่ประชุมครม. เมื่อไหร่ และย้ำว่ามีการคิดเป็นอย่างดีว่าเงินที่ได้จากผู้ที่เดินทางออกไปเที่ยวต่างประเทศจะกลับมาให้คนไทยได้เที่ยวในประเทศ” นายสุรศักดิ์ กล่าว

    เมื่อถามว่า ที่บอกว่าแค่ศึกษาจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นการฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อที่จะนำกลับไปพิจารณาหลักการ โดยจะพิจารณาว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการจัดเก็บ ราคาเท่าไหร่ที่เหมาะสม ระยะเวลาที่จัดเก็บควรจะเป็นช่วงไหน และบุคคลใดบ้างที่ควรจะได้รับการยกเว้น ซึ่งกระทรวงการคลังและรัฐบาลจะต้องเอาไปรวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษาต่อไป

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/827996&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QJmtg-lkpZaThAMbBUsGv