Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • กยศ. คำนวณหนี้ใหม่ อีกกว่า 4.3 แสนบัญชี ผู้ชำระเงินเกิน ขอรับเงินคืนผ่านเว็บไซต์

    กยศ. คำนวณหนี้ใหม่ อีกกว่า 4.3 แสนบัญชี ผู้ชำระเงินเกิน ขอรับเงินคืนผ่านเว็บไซต์

    กยศ. คำนวณหนี้ใหม่เพิ่มอีกกว่า 4.3 แสนบัญชี แสดงผลผ่านแอป กยศ. Connect 31 ส.ค. 68 เป็นต้นไป ผู้ชำระเงินเกินยอดหนี้ลงทะเบียนขอรับเงินคืนได้ที่เว็บไซต์ กยศ.

    กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า จากการที่ กยศ. ได้คำนวณยอดหนี้ใหม่ (Recalculation) ให้กับผู้กู้ยืมเงิน เพื่อให้ผู้กู้ยืมเงินได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายในการเปลี่ยนลำดับการตัดชำระหนี้เป็นเงินต้นเฉพาะส่วนที่ครบกำหนด ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับตามลำดับ คิดดอกเบี้ยในอัตรา 1% ต่อปี และลดเบี้ยปรับเหลือ 0.5% ต่อปี นั้น

    กยศ. ขอแจ้งว่าได้ดำเนินการคำนวณหนี้ใหม่ (Recalculation) เสร็จสิ้นสำหรับกลุ่มแรกจำนวน 556,000 บัญชี และได้แสดงยอดหนี้ทางแอปพลิเคชัน กยศ. Connect เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา และล่าสุด กยศ. ได้คำนวณยอดหนี้ใหม่เสร็จสิ้นอีกจำนวน 430,000 บัญชี ซึ่งได้ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อย โดยจะแสดงยอดหนี้ทางแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

    ดังนั้น ปัจจุบัน กยศ. จึงคำนวณยอดหนี้ใหม่ (Recalculation) เสร็จสิ้นแล้วรวมกว่า 980,000 บัญชี และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จจนครบถ้วนโดยเร็วต่อไป ทั้งนี้ สำหรับผู้กู้ยืมที่ระบบแจ้งว่ามีเงินส่วนที่ชำระเกินจากยอดหนี้ที่ปรับปรุงใหม่ ผู้กู้ยืมเงินสามารถลงทะเบียนขอรับเงินคืนได้ที่เว็บไซต์ กยศ. และสำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังมียอดหนี้คงเหลือสามารถชำระเงินผ่านช่องทาง Mobile Banking ของทุกธนาคารด้วยการสแกน QR code ซึ่งจ่ายได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา หรือสามารถชำระผ่านช่องทางอื่น ๆ ที่ กยศ. กำหนด โดยระบบจะลดหนี้ภายใน 3 วันทำการ และผู้กู้ยืมเงินสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th

    กยศ. ย้ำว่า จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการคำนวณยอดหนี้ใหม่ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และรอบคอบในทุกขั้นตอน ก่อนที่จะนำข้อมูลขึ้นในระบบ เพื่อให้ผู้กู้ยืมเงินมั่นใจได้ว่ายอดหนี้ที่แสดงนั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ โดย กยศ. ขอยืนยันว่าผู้กู้ยืมเงินจะไม่เสียสิทธิตามกฎหมายอย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2880208&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KDyTZjQrT0Fn3jIWT8vac

  • การเคหะ ฯ Kick off พัฒนาศักยภาพด้านอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้

    การเคหะ ฯ Kick off พัฒนาศักยภาพด้านอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้

    จากกรณีรัฐบาลอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจให้การเคหะแห่งชาตินำมาจัดทำ “โครงการพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพของผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ” หวังเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายให้กับผู้อยู่อาศัยได้มีความมั่นคงในชีวิตนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยการถือฤกษ์ดีจัดกิจกรรม Kick off

    อย่างเป็นทางการที่โครงการบ้านเอื้ออาทรรังสิต คลอง 10/2 และอีก 37 ชุมชนทั่วประเทศพร้อมกันผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรมดังกล่าว พร้อมด้วยผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชผู้อยู่อาศัยในชุมชนทุกช่วงวัยและกลุ่มเปราะบางเข้าร่วมกิจกรรม ในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ณ โครงการบ้านเอื้ออาทรรังสิตคลอง 10/2 จังหวัดปทุมธานี

    นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้หน่วยงานภาครัฐร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบข้อเสนอโครงการรายการงบกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 โดยการเคหะแห่งชาติได้จัดทำข้อเสนอ “โครงการพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพของผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ” ในวงเงิน 25 ล้านบาท เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนได้พัฒนาความรู้และทักษะด้านอาชีพ ทั้งด้าน Reskill และ Upskill เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพตรงความต้องการของผู้อยู่อาศัยในชุมชน ก่อให้เกิดรายได้ที่มั่น

    ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ

    คงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งเพิ่มความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจภายในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากรของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ความสำคัญกับประชาชนในทุกช่วงวัย วัยทำงาน เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง มุ่งผลักดันการสร้างอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และการยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสังคมไทยอย่างยั่งยืน

    ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติมีเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน จำนวน 125 ชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพของผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งวันนี้ (31 ส.ค.68) เป็นการจัดกิจกรรม Kick off อย่างเป็นทางการครั้งแรกให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทรรังสิต คลอง 10/2 รวมทั้งผู้อยู่อาศัยในชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศอีก จำนวน 37 ชุมชน

    การเคหะแห่งชาติได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อมาร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จและประชาชนจะได้รับประโยชน์สูงสุด อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมการค้าภายใน (ร้านธงฟ้าราคาประหยัด) กรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สภากาชาดไทย กองทุนการออมแห่งชาติ เป็นต้น

    มาร่วมผลักดันโครงการพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพของผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติให้ประสบความสำเร็จ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนอย่างรอบด้าน หลังจากนั้นการเคหะแห่งชาติจะจัดกิจกรรมอีก 2 ครั้ง ให้ครบ 125 ชุมชน รวมถึงการจัดกิจกรรมตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยในแต่ละชุมชนอย่างต่อเนื่องต่อไป

    “การจัดกิจกรรมดังกล่าว มีเป้าหมายให้เกิดอาชีพที่เหมาะสมกับศักยภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล เพิ่มรายได้ลดรายจ่าย เพื่อมีความมั่นคงในอาชีพ มีรายได้ มีความสุขนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีกำลังซื้อ นำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ตามวิสัยทัศน์การเคหะแห่งชาติ “สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี” ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวปิดท้าย             

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/637612&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gi3rR17gyJMB06DNT_N96

  • จากโกงทั้งระบบ สู่เศรษฐกิจใหม่: บทเรียนที่ ธุรกิจไทย เรียนรู้ได้จาก จอร์เจีย

    จากโกงทั้งระบบ สู่เศรษฐกิจใหม่: บทเรียนที่ ธุรกิจไทย เรียนรู้ได้จาก จอร์เจีย

    จอร์เจียประเทศเล็กๆ อาณาเขตเพียง 69,700 ตารางกิโลเมตรในภูมิภาคคอเคซัส กลายเป็นกรณีศึกษาระดับโลกของการปฏิรูปที่เริ่มต้นจากจุดที่ย่ำแย่ที่สุด

    สมัยก่อน จอร์เจียเผชิญกับการคอร์รัปชันทุกอณูของระบบราชการ กลายเป็นรัฐล้มเหลวหลังแยกตัวจากสหภาพโซเวียต แทบไม่มีจุดไหนที่ห่างไกลจากระบบสินบน

    แล้วพวกเขากลับลำประเทศได้อย่างไร?

    🟡 จอร์เจียคืออดีตรัฐล้มเหลว

    มีคำกล่าวตลกร้ายที่ว่า “คุณไม่สามารถขับรถผ่านระยะทาง 10 กิโลเมตรโดยไม่เจอด่านตำรวจเรียกเงินสินบนสักไม่กี่ดอลลาร์” 

    จอร์เจียเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการคอร์รัปชันรุนแรงที่สุดในภูมิภาคยูเรเซีย ผู้เชี่ยวชาญหลายคนถึงกับเรียกว่าคือ ‘รัฐล้มเหลว’ ที่ระบบพังทลายจากภายในการติดสินบนคือเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการไปโรงพยาบาล ติดต่อราชการ หรือต่อใบขับขี่ ล้วนต้องมีค่าน้ำร้อนน้ำชาให้เจ้าหน้าที่

    สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานก็ระส่ำระส่าย ที่มีทั้งการขโมยสายไฟ และการละเลยเก็บค่าไฟจากพวกพ้อง จนบริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ ที่เข้ามาบริหารกิจการไฟฟ้าในทบิลิซีถึงกับล้มเลิกโครงการและถอนตัวออกไปในปี 2003 

    🟡 การล้างบางที่ไม่ได้แค่เปลี่ยนคน แต่เปลี่ยนระบบ

    จากการเลือกตั้งรัฐสภาในเดือนพฤศจิกายน 2003 ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีการโกงบัตรเลือกตั้ง รวมถึงความลำบากข้นแค้นของประชาชน ปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงทำให้ประชาชนหมดศรัทธา ผู้คนกว่า 50,000 คนลุกขึ้นประท้วงอย่างสันติในเดือนพฤศจิกายน โดยไคลแม็กซ์คือการที่ผู้ประท้วงที่ถือกุหลาบแดงเข้าสู่การประชุมรัฐสภา เป็นสัญลักษณ์ของพลังอ่อนโยนแต่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างสงบ ประธานาธิบดีเอดูอาร์ด เชวาร์ดนัดเซ (Eduard Shevardnadze) จึงต้องลาออกในที่สุด และเหตุการณ์นี้ถูกบันทึกไว้ในชื่อ ‘ปฏิวัติกุหลาบ’ (Rose Revolution)

    มีเคอิล ซาคัชวีลี (Mikheil Sskashvili) ผู้นำรัฐบาลใหม่ของจอร์เจียตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะปลดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร 30,000 คนทั้งประเทศในคราวเดียว ตามด้วยการปฏิรูปองค์กรใหม่ที่ให้เงินเดือนเพียงพอ อบรมเข้ม และเปิดรับวัฒนธรรมบริการประชาชนแบบใหม่ ตำรวจจอร์เจียจึงกลายเป็นหนึ่งในสถาบันที่ประชาชนไว้วางใจมากที่สุด

    ในภาคราชการ จอร์เจียไม่เพียงไล่ออกข้าราชการทุจริตทั้งกระทรวง แต่ยังควบรวมหน่วยงานซ้ำซ้อน เพิ่มเงินเดือนให้เทียบเท่าเอกชน และประกาศใช้นโยบาย ‘Zero Tolerance’ หรือไม่อดทนต่อการทุจริตโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าผู้กระทำจะอยู่ในตำแหน่งสูงเพียงใด พร้อมถ่ายทอดสดการจับกุมเจ้าหน้าที่ให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลเอาจริง

    ภายในเวลาไม่กี่ปี ระบบค่าน้ำร้อนน้ำชาก็หายไปจากกรมตำรวจ กรมสรรพากร ศุลกากร และสำนักงานบริการประชาชน ขณะที่รายได้ภาษีรัฐเพิ่มขึ้น 4 เท่า พลิกงบประมาณจากขาดดุลเป็นเกินดุลได้สำเร็จ

    🟡Digital Governance: ป้องกันการโกงด้วยเทคโนโลยี

    หัวใจสำคัญที่เปลี่ยนโฉมระบบราชการของจอร์เจียคือการใช้เทคโนโลยี ไม่ใช่แค่ระบบออนไลน์ธรรมดา แต่คือการย้ายกระบวนการทั้งหมดขึ้นสู่ดิจิทัล พร้อมกับแยกการพบปะระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ให้เหลือน้อยที่สุด

    Public Service Hall กลายเป็นจุดเดียวเบ็ดเสร็จสำหรับบริการภาครัฐเกือบทุกประเภท ข้อมูลการทำงานของรัฐถูกเปิดเผยอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และประชาชนไม่ต้องยื่นซองใต้โต๊ะอีกต่อไป

    🟡เมื่อการปราบโกงกลายเป็นฐานเศรษฐกิจใหม่

    สิ่งที่น่าสนใจคือ การปราบคอร์รัปชันไม่เพียงล้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่ยังเปิดทางให้เศรษฐกิจใหม่เติบโตแบบก้าวกระโดด

    วันนี้จอร์เจียมีประชากรเพียง 3.8 ล้านคน แต่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวถึง 9,141 ดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลปี 2024) อันดับดัชนีคอร์รัปชันกระโดดจากอันดับ 124 (ปี 2003) มาอยู่ที่อันดับ 53 ในปี 2024 ขณะที่ไทยอยู่ที่อันดับ 107

    ก่อนโควิด-19 จอร์เจียดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 9 ล้านคนต่อปี (มากกว่าประชากรในประเทศเกิน 2 เท่า) สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 25% ของ GDP

    จอร์เจียใช้ไวน์ เครื่องดื่มที่มีหลักฐานการผลิตมายาวนานกว่า 8,000 ปี เป็น Soft Power ระดับประเทศ ผ่านการเล่าเรื่องราวที่โยงเข้ากับศาสนา วัฒนธรรม การเฉลิมฉลอง และการขับร้องพื้นเมือง ภาครัฐส่งเสริมอย่างจริงจัง ทั้งการสนับสนุน SME เงินกู้ การอบรม ไปจนถึงการสร้างกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น Georgian Wine Week

    เศรษฐกิจใหม่อย่าง ICT ก็เติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยภาษีต่ำ แรงจูงใจสูง และระบบราชการที่ไม่มีใครต้องจ่ายใต้โต๊ะ บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้น 4 เท่า ระหว่างปี 2021–2023 มูลค่ารวมเกือบ 900 ล้านดอลลาร์ในปีล่าสุด

    พลังงานสะอาดคืออีกหนึ่งขุมพลัง จอร์เจียผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำถึง 70–80% และมีแผนวางสายไฟใต้ทะเลดำเพื่อส่งพลังงานสะอาดไปยังยุโรป โดยได้รับการสนับสนุนจาก EU

    🟡 Key Success ที่น่าเรียนรู้จากจอร์เจีย

    🔸การแก้คอร์รัปชันอย่างยั่งยืน คือการแก้ไขวัฒนธรรมและระบบ และเป็นรากฐานสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ

    🔸การใช้ Soft Power สร้างเศรษฐกิจ ต้องรู้จัก Global Narrative หรือภาพจำที่คนทั้งโลกมองอยู่ ไปพร้อมกัน

    🔸อย่ารอให้บุญเก่าหมดไป แต่เครื่องยนต์เศรษฐกิจต้องปรับตัวสู่โลกใหม่ในวันที่พร้อม 

    ชมคลิป: 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/georgia-lessons-for-thai-business/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05bfyunWTONBYHDKy9xNn2

  • P

    P

    ค่าเทอมสาขา

    คณะ/สาขาวิชา ลักษณะการกู้ยืมฯ เทอม 1 ตลอด หลักสูตร
    คณะบริหารธุรกิจ
    วิศวกรรมโยธา 1 46,600 41,600 359,400
    วิศวกรรมโยธา – การจัดการงานก่อสร้าง 1 46,600 41,600 359,400
    วิศวกรรมโยธา (นอกเวลาราชการ) 1 45,600 40,600 365,900
    วิศวกรรมไฟฟ้า 2 44,600 39,600 361,400
    วิศวกรรมไฟฟ้า – ระบบควบคุมอัตโนมัติและหุ่นยนต์ 2 44,600 39,600 361,400
    วิศวกรรมไฟฟ้า (นอกเวลาราชการ) 2 38,600 33,600 370,400
    วิศวกรรมเครื่องกล 2 46,600  41,600 364,400
    วิศวกรรมเครื่องกล – เทคโนโลยีอาคาร 2 46,600  41,600 364,400
    วิศวกรรมเครื่องกล (เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่) 2 46,600  41,600 364,400
    วิศวกรรมเครื่องกล (นอกเวลาราชการ) 2 45,600  40,600 373,400
    วิศวกรรมอุตสาหการและการจัดการ 2 45,600  40,600 362,000
    วิศวกรรมอุตสาหการ – การจัดการวิศวกรรม 2 45,600  40,600 362,000
    วิศวกรรมระบบราง 1 50,600  45,600 355,000

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/engineer/spu-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AB/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kjmoA2Ep8wMn6CF1Fum5N

  • คนขับรถบรรทุกบอสเนียนัดหยุดงานประท้วงกฎระเบียบสหภาพยุโรป

    คนขับรถบรรทุกบอสเนียนัดหยุดงานประท้วงกฎระเบียบสหภาพยุโรป

    คนขับรถบรรทุกบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนากว่า 6,000 คนเข้าร่วมการหยุดงานประท้วงทั่วประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อกดดันให้รัฐบาลเจรจากับสหภาพยุโรปแก้ไขกฎระเบียบที่พวกเขาเรียกว่าเลือกปฏิบัติต่อคนขับรถบรรทุกในประเทศ

    การประท้วงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน

    เวลิบอร์ เปอุลิช จากสมาคมขนส่งหลักของประเทศ คอนซอร์ซิยัม โลจิสติกา บีไอเอช เปิดเผยว่าการหยุดงานครั้งนี้ทำให้สินค้าถูกขนส่งไปยังกรุงซาราเยโวลดลงประมาณ 4,000 ตัน การประท้วงส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดและการหยุดชะงักของการส่งสินค้าทั่วประเทศ

    ปัญหากฎระเบียบ 90 วันใน 180 วัน

    คนขับรถบรรทุกเรียกร้องให้แก้ไขกฎระเบียบที่จำกัดการอยู่ในดินแดนสหภาพยุโรปไว้เพียง 90 วันใน 180 วัน ซึ่งเป็นเงื่อนไขเดียวกับนักท่องเที่ยวทั่วไป กฎนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2008 เมื่อบอสเนียลงนามในข้อตกลงการค้าและความช่วยเหลือกับสหภาพยุโรป

    พวกเขาต้องการให้มีข้อยกเว้นสำหรับกฎ 90 วัน หรือให้คำนวณระยะเวลาการอยู่เป็นชั่วโมงแทนที่จะเป็นวัน

    สหภาพยุโรปมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจบอสเนีย โดยคิดเป็น 64% ของการค้าต่างประเทศในปีที่ผ่านมา ขณะที่การขนส่งทางบกคิดเป็นกว่า 90% ของการขนส่งสินค้าทั้งหมดในประเทศ

    ผลกระทบต่อการจราจรและชายแดน

    มีรายงานว่าด่านชายแดนประมาณ 10 แห่งถูกปิด โดยส่วนใหญ่อยู่บริเวณชายแดนโครเอเชียซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป แม้การประท้วงจะไม่ได้ตั้งใจปิดกั้นการจราจร แต่ก็ทำให้เกิดความล่าช้าอย่างมากที่ทางเข้าหลายเมืองรวมทั้งกรุงซาราเยโว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/bosnian-truckers-protest-eu-rules&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1U5JJeI1YfrEBTIw07_0ih

  • แองคิโลซอร์: พบไดโนเสาร์ “พังก์ร็อก” หนามยาวเป็นเมตร ในโมร็อกโก – BBC News ไทย

    แองคิโลซอร์: พบไดโนเสาร์ “พังก์ร็อก” หนามยาวเป็นเมตร ในโมร็อกโก – BBC News ไทย

    พบซากฟอสซิลไดโนเสาร์ “พังก์ร็อก” หนามยาวเป็นเมตรในโมร็อกโก

    The dinosaur has brown green skin against a black background. Its face is like a crocodile with prominent spikes coming out of its neck and the top of its head - with smaller spikes running down its back

    ที่มาของภาพ, Matt Dempsey

    คำบรรยายภาพ, ภาพวาดประกอบแสดงภาพไดโนเสาร์มีหนามยาวยื่นออกมาจากด้านข้างของส่วนหัว
      • Author, พัลลภ โกศ
      • Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์
      • X, @BBCPallab

    นักวิทยาศาสตร์ค้นพบไดโนเสาร์มีรูปร่างแปลกประหลาดที่ลำตัวเสมือนถูกหุ้มด้วยเกราะ และมีหนามยาวหลายเมตรยื่นออกมาจากลำคอ

    ไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้มีชื่อว่า สไปโคเมลลัส อาเฟอร์ (Spicomellus afer) เป็นสายพันธุ์ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 165 ล้านปีก่อน และเป็นตัวอย่างที่เก่าแก่ที่สุดของกลุ่มไดโนเสาร์หุ้มเกราะที่เรียกว่า “แองคิโลซอร์ (ankylosaur)”

    ผิวหนังที่สลับซับซ้อนและมีความแหลมคมของสัตว์ที่พบในประเทศโมร็อกโก ทำให้นักวิชาการตกตะลึง และต้องกลับมาทบทวนใหม่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของไดโนเสาร์หุ้มเกราะเหล่านี้

    ศาสตราจารย์ริชาร์ด บัตเลอร์ จากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการวิจัยครั้งนี้ บอกกับบีบีซีนิวส์ว่า มันคือ “พังก์ร็อกเกอร์” ในยุคนั้น

    พังก์ร็อก (punk rock) เป็นวัฒนธรรมย่อยและแนวเพลงที่เริ่มปรากฏในช่วงทศวรรษ 1970 โดยผู้ที่นิยมแนวนี้มักจะมีทรงผมแหลมและเครื่องประดับที่โดดเด่น

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • ภาพภูมิธรรม (ซ้าย) อนุทิน (ขวา)

    • การประชุม สส. พรรคประชาชนเพื่อตัดสินใจกรณีโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ เกิดขึ้นที่อาคารอนาคตใหม่ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 1 ก.ย.

    • .

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    “มันเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ” ศ.บัตเลอร์ กล่าว

    ด้าน ศ.ซูซานนา เมดเมนต์ จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นผู้ร่วมวิจัยกับ ศ.บัตเลอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ หนามเหล่านั้นเชื่อมติดกับกระดูกโดยตรง

    “เราไม่เคยเห็นสิ่งนี้ในสัตว์ชนิดอื่น ไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือสูญพันธุ์ไปแล้ว” เธอกล่าว

    “มันเต็มไปด้วยหนาม และส่วนแปลก ๆ ที่ยื่นออกมาจากทั่วแผ่นหลังของสัตว์ดังกล่าว รวมถึงปลอกกระดูกที่พันรอบคอ และอาวุธบางอย่างที่ปลายหาง เรียกได้ว่ามันเป็นไดโนเสาร์ที่แปลกมาก” เธอกล่าว

    การค้นพบนี้แปลกมากจนทั้งคู่กำลังพิจารณาว่ามันอาจทำให้ต้องทบทวนทฤษฎีเกี่ยวกับวิวัฒนาการของแองคิโลซอร์ใหม่ทั้งหมด

    สัตว์เหล่านี้มีชีวิตอยู่จนถึงช่วงท้ายของยุคที่ไดโนเสาร์ยังครองโลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรียกว่ายุคครีเทเชียส ระหว่าง 145 ถึง 66 ล้านปีก่อน

    ศ.บัตเลอร์บอกว่า ในช่วงท้ายของยุคนี้ มีการปรากฏตัวของสัตว์นักล่าอย่าง ทีเร็กซ์ ทำให้นักวิชาการเชื่อว่าแองคิโลซอร์เริ่มต้นจากการมีแผ่นเกราะขนาดเล็กเรียบง่ายบนหลัง ซึ่งต่อมาได้พัฒนาให้ใหญ่ขึ้นและครอบคลุมมากขึ้น เพื่อป้องกันตัวเองจากสัตว์ร้ายขนาดใหญ่เหล่านี้

    ถ้าคุณถามผมว่าไดโนเสาร์แองคิโลซอร์ที่เก่าแก่ที่สุดน่าจะมีลักษณะอย่างไร ผมคงตอบว่า น่าจะมีเกราะที่เรียบง่าย” เขากล่าวกับบีบีซีนิวส์

    “แต่สิ่งที่เราพบกลับเป็นสัตว์ที่เต็มไปด้วยหนามเหมือนเม่น มีเกราะที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยพบในสัตว์ใด ๆ ซึ่งแตกต่างจากเกราะของแองคิโลซอร์ในยุคหลังอย่างสิ้นเชิง”

    คณะนักวิจัยยังไม่มีโครงกระดูกในมือมากพอที่จะระบุสัดส่วนของสัตว์ตัวนี้ได้แน่ชัด แต่พวกเขาประเมินว่ามันน่าจะยาวประมาณ 4 เมตร สูง 1 เมตร และหนักราว 2 ตัน

    Brown skinned dinosaur against a white background. It's head to the left of the frame looks a little like a tortoise with a beak. It's back and tail has a layer of armour dotted with small black protrusions

    ที่มาของภาพ, Getty

    คำบรรยายภาพ, เมื่อแองคิโลซอร์วิวัฒนาการขึ้น เกราะของพวกมันก็กลายเป็นสิ่งที่เรียบง่ายมากขึ้น และอาจมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้นด้วย

    ศ.เมดเมนต์ กล่าวว่า การค้นพบนี้ทำให้เกิดความเป็นไปได้ว่าแองคิโลซอร์อาจเริ่มต้นด้วยเกราะที่ซับซ้อนในยุคไดโนเสาร์ก่อนหน้านี้ ซึ่งเรียกว่า “ยุคจูราสสิค (Jurassic)” และวิวัฒนาการต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบล้านปี จนกลายเป็นเกราะที่เรียบง่ายและอาจมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    “สิ่งที่เรากำลังตั้งข้อสันนิษฐานคือ โครงสร้างเหล่านี้อาจเป็นส่วนที่มีไว้สำหรับโชว์เท่านั้น และเพิ่งมาใช้เป็นเกราะป้องกันจริง ๆ ในยุคครีเทเชียส ซึ่งเริ่มมีไดโนเสาร์ขนาดมหึมาที่มีกรามใหญ่และบดขยี้ด้วยฟันอย่างรุนแรง พวกมันจึงต้องนำโครงสร้างมีโชว์ไว้เฉย ๆ เหล่านี้มาใช้เป็นเกราะป้องกันตัว”

    Six scientists standing in the sunshine around a pile of white rock on a sandy surface in the foreground. Behind them is a brilliant blue sky.

    ที่มาของภาพ, Trustees of the NHM

    คำบรรยายภาพ, ฟอสซิลของไดโนเสาร์ถูกค้นพบโดยทีมวิทยาศาสตร์ในประเทศโมร็อกโก

    ซากฟอสซิลโครงกระดูกของไดโนเสาร์ส่วนนี้ถูกค้นไบโดยชาวนาในท้องถิ่นซึ่งปัจจุบันคือเมืองบูเลอมาน ประเทศโมร็อกโก และเป็นแองคิโลซอร์ตัวแรกที่ถูกพบในทวีปแอฟริกา

    ศ.บัตเลอร์เล่าย้อนถึงช่วงเวลาที่เขาเห็นฟอสซิลเป็นครั้งแรกว่า “มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ต้องอ้าปากค้าง ขนลุกซู่ และอาจเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในอาชีพของผม มันชัดเจนทันทีว่าสัตว์ตัวนี้แปลกกว่าที่เราคาดไว้มาก และเรามีข้อมูลมากพอที่จะทำความเข้าใจมัน”

    ด้าน ศ.ดริส อัวร์ฮาเช หัวหน้าทีมวิจัยในโมร็อกโก จากมหาวิทยาลัยซิดี โมฮาเหม็ด เบน อับเดลลาห์ กล่าวว่า “การศึกษานี้ช่วยผลักดันวิทยาศาสตร์ของโมร็อกโกให้ก้าวหน้า เราไม่เคยเห็นไดโนเสาร์แบบนี้มาก่อน และภูมิภาคนี้ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมาก”

    รับชมเรื่องราวการขุดค้นร่วมกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติได้ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c0l6r330xx4o&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hzw1c5IviMsIC1MgXk9gD

  • สศก.เผย เกษตรกรไทยภาคใต้ ครองแชมป์ความสุขสูงสุด 5 มิติ ปี 2567

    สศก.เผย เกษตรกรไทยภาคใต้ ครองแชมป์ความสุขสูงสุด 5 มิติ ปี 2567

    นายวินิต อธิสุข รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ในฐานะหน่วยงานวิเคราะห์นโยบายด้านการเกษตร ได้จัดทำดัชนีความผาสุกของเกษตรกรขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร และเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2566 – 2570โดยดัชนีดังกล่าวครอบคลุมองค์ประกอบที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของเกษตรกร 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขอนามัย ด้านการศึกษา ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม

    สศก.เผย เกษตรกรไทยภาคใต้ ครองแชมป์ความสุขสูงสุด 5 มิติ ปี 2567

    สำหรับภาพรวมระดับประเทศในปี 2567 ดัชนีความผาสุกของเกษตรกรมีค่าที่ระดับ81.39 เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 80.79 สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับดี เมื่อพิจารณาในรายภูมิภาค พบว่าภาคใต้มีค่าดัชนีความผาสุกสูงสุดที่ระดับ 83.04รองลงมาคือภาคเหนือ 82.07 ภาคกลาง 81.48 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 80.51 ซึ่งทุกภูมิภาคล้วนมีการพัฒนาอยู่ในระดับดีเช่นเดียวกัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    ด้านสุขอนามัยมีค่าดัชนีสูงถึง 99.87อยู่ในระดับ “ดีมาก” และใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า เป็นผลจากพฤติกรรมการบริโภคของครัวเรือนเกษตรที่หันมาให้ความสำคัญต่อสุขภาพและความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น ประกอบกับนโยบายส่งเสริมของภาครัฐ อาทิ โครงการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ และการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐาน GAP เกษตรปลอดภัย และเกษตรอินทรีย์

    ด้านสังคมมีค่าดัชนี 93.43อยู่ในระดับ “ดีมาก” เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เป็นผลจากความสัมพันธ์อันดีของสมาชิกในครัวเรือนเกษตร ประกอบกับภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัย และจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ

    สศก.เผย เกษตรกรไทยภาคใต้ ครองแชมป์ความสุขสูงสุด 5 มิติ ปี 2567

    ด้านเศรษฐกิจมีค่าดัชนี 77.96อยู่ในระดับ “ปานกลาง” แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยผลสำรวจพบว่า รายได้เงินสดสุทธิของครัวเรือนเกษตรในปี 2567อยู่ที่ 308,294บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.90 จากปี 2566ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว

    ด้านสิ่งแวดล้อมมีค่าดัชนี 61.46อยู่ในระดับ “ต้องปรับปรุง” และลดลงจากปี 2566สาเหตุหลักมาจากการลดลงของพื้นที่เป้าหมายในการฟื้นฟูทรัพยากรดินและสัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ เนื่องจากการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และผลกระทบจากไฟป่าที่เพิ่มขึ้น

    ด้านการศึกษามีค่าดัชนี 56.30แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ยังคงอยู่ในระดับ “ต้องเร่งแก้ไข” เนื่องจากครัวเรือนเกษตรส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 50.18เป็นผู้สูงวัย (อายุ 60ปีขึ้นไป) และส่วนใหญ่มีการศึกษาต่ำกว่าภาคบังคับ ทำให้ระดับการศึกษาในภาพรวมยังอยู่ในระดับต่ำ

    เมื่อเปรียบเทียบกับค่าดัชนีในช่วงสิ้นสุดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับก่อนหน้า โดยแผนฯ ฉบับที่ 10 (สิ้นสุดปี 2554) อยู่ที่ระดับ 76.97,แผนฯ ฉบับที่ 11 (สิ้นสุดปี 2559)อยู่ที่ระดับ 80.51,และแผนฯ ฉบับที่ 12 (สิ้นสุดปี 2565)อยู่ที่ระดับ 80.46จะเห็นได้ว่าดัชนีความผาสุกของเกษตรกรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาในด้านที่ยังต้องปรับปรุง ดังนี้

    สศก.เผย เกษตรกรไทยภาคใต้ ครองแชมป์ความสุขสูงสุด 5 มิติ ปี 2567

    ด้านการศึกษาสนับสนุนให้เกษตรกรได้รับการศึกษาภาคบังคับอย่างทั่วถึง และส่งเสริมการฝึกอบรมทักษะด้านเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ โดยเฉพาะนวัตกรรมที่เหมาะสมกับเกษตรกรสูงวัยด้านสิ่งแวดล้อมส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ควบคู่กับการสนับสนุนการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจยกระดับรายได้ครัวเรือนเกษตรโดยส่งเสริมการผลิตสินค้าที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน และการให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการทางการเงิน เพื่อสร้างวินัยและส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/637660&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DnrFOByIoL12YEoodsVw2

  • ส.ศิษย์เก่าพระปฐมวิทยาลัย และ รร. พระปฐมวิทยาลัย ร่วมกันทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา

    ส.ศิษย์เก่าพระปฐมวิทยาลัย และ รร. พระปฐมวิทยาลัย ร่วมกันทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา

    เมื่อวันที่ 31 ส.ค.68 เวลา​ 09.00 น. พระครูทักษิณานุกิจ (พิทยา ปริญญาโณ) เจ้าคณะตำบลพระปฐมเจดีย์ และเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร​ จังหวัดนครปฐม
    พล.ต.ต.ดร.ชยุต มารยาทตร์ นายกสมาคมศิษย์เก่าพระปฐมวิทยาลัย ดร.ชัชวาลย์ สิงหาทอง
    ผอ.รร.พระปฐมวิทยาลัย​ พร้อมด้วย คณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าพระปฐมวิทยาลัย คณะครูและผู้ปกครอง รร.พระปฐมวิทยาลัย คณะศิษย์เก่าพระปฐมวิทยาลัย และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก ได้ร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา ณ ลานโดม รร.พระปฐมวิทยาลัย รวมยอดเงินบริจาคทำบุญทั้งสิ้น 891,761 บาท

    ซึ่งมีการมอบพระปิดตาย้อนยุค วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม รุ่นมหาโภคทรัพย์ เนื้อเมฆพัตร ให้กับผู้ร่วมทำบุญ สมาคมศิษย์เก่าขอขอบคณะจัดงานและผู้ร่วมบริจาคเงินทำบุญทุุกท่านมา ณ โอกาสนี้ และขอกราบเรียนเชิญและขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมอนุโมทนาบุญกุศลในครั้งนี้ด้วยกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/238869&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-XJ24MIMtRf-cgZv7LNQL

  • บางกอกแอร์เวย์ส ปักหมุดสนามบินตราด สู่อนาคตศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก เดินหน้ายกระดับศักยภาพ รองรับการเติบโตเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    บางกอกแอร์เวย์ส ปักหมุดสนามบินตราด สู่อนาคตศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก เดินหน้ายกระดับศักยภาพ รองรับการเติบโตเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – BA หรือ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บางกอกแอร์เวย์ส เดินหน้าพัฒนา ศักยภาพสนามบินตราด โดยมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเติบโต หลังการฟื้นตัวของภาค ท่องเที่ยวจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่นิยมเดินทางมายังชายฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทย

    โครงการพัฒนาศักยภาพสนามบินตราดระยะแรก มีกำหนดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2569 ประกอบด้วย การขยายรันเวย์ (Runway) จาก 1,800 เมตร เป็น 2,000 เมตร, การสร้างลานจอดอากาศยาน เพื่อรองรับเครื่องบินไอพ่นขนาดเล็ก-กลาง (A320, A319, B737, B717, ERJ145) ได้สูงสุด 3 ลำ หรือรองรับเครื่องบินใบพัด (ATR72, YS-11) 2 ลำ ร่วมกับเครื่องบินไอพ่นขนาดกลาง 2 ลำได้ในเวลาเดียวกัน, การปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ขยายพื้นที่จาก 2,100 ตร.ม. เป็น 3,400 ตร.ม. เพิ่มขีดความสามารถในการ รองรับผู้โดยสารสูงสุด 250,000 คนต่อปี ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท

    นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า สนามบินตราด เป็นหนึ่งในสนามบินของบริษัทฯ ที่มีศักยภาพ เนื่องจากจังหวัดตราดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคตะวันออก และเป็นที่นิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของบางกอกแอร์เวย์ส เราเห็นสัญญาณการฟื้นตัว โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมามี จำนวนผู้โดยสารแล้วกว่า 40,427 คน และคาดว่าฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มการเดินทาง ท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่มาจากยุโรปมีการเติบโตเพิ่มขึ้น

    นอกจากนี้ โครงการพัฒนาสนามบินตราด ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขัน รองรับการขยายเครือข่ายเส้นทางบินใหม่ ในอนาคต ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะในฤดูกาล ท่องเที่ยวที่มีความต้องการในการเดินทางสูง อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และตอบสนองความต้องการในการเชื่อมต่อ ผู้โดยสารจากสายการบินพันธมิตรได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ยังเป็นการปูทางรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินอื่น ในอนาคต ซึ่งจะยกระดับสนามบินตราดสู่การเป็นศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคตะวันออกในอนาคต นายพุฒิพงศ์ กล่าวสรุป

    สนามบินตราด ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด บนพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือเฟอร์รีเกาะช้างเพียง 17 กิโลเมตร นับเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของการท่องเที่ยวฝั่งตะวันออก โดยสายการ บินบางกอกแอร์เวย์สให้บริการเที่ยวบินประจำ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ตราด (ไป-กลับ) วันละ 2 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบิน ATR72- 600 ขนาด 70 ที่นั่ง และจะเพิ่มความถี่เป็นวันละ 3 เที่ยวบินตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เพื่อรองรับการเดินทางช่วงไฮซีซัน

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/01/574138/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kHi7NwtXL3wTF0QNwCbyY

  • (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) โดรนแปรทัพฉลอง 45 ปี ‘เขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น’ | TOPNEWS

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) โดรนแปรทัพฉลอง 45 ปี ‘เขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น’ | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 01/09/2025 23:48

    เซินเจิ้น, 27 ส.ค. (ซินหัว) –ปิดท้ายไปชมการแสดงแสงสีด้วยโดรนกว่าหมื่นลำกลางฟากฟ้ายามค่ำคืน เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 45 ปี การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น โดยโดรนแปรขบวนเป็นภาพและตัวหนังสือบอกเล่าเรื่องราวของเซินเจิ้นและเขตเศรษฐกิจพิเศษ ท่ามกลางตึกสูงประดับแสงสีงดงามอยู่เบื้องหลัง

    เครดิต: สำนักข่าวซินหัว

    12

    สะพานเม็กกะโปรเจ็ค

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) สะพานเมกะโปรเจกต์ข้ามแม่น้ำตันเจียง ก่อสร้างเสร็จแล้ว

    กระบะเสียหลักชนรถสองแถว นักเรียนบาดเจ็บ 17 ราย

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนเปิดตัวอาคาร “Ultra Zero-Carbon” แห่งแรกของโลกที่มณฑลซานตง

    เปิด “ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต”

    ชลบุรี หนุ่มตามราวี บุกพังประตูห้องอดีตแฟนสาวเจอเพื่อนชายอยู่ในห้อง คว้าเหล็กฟาดไม่เลือกถูกคิ้วแตกเจ็บ

    เวทีพัฒนาคุณภาพการศึกษา สู่องค์กรแห่งนวัตกรรม “พลิกโฉม CPN 1”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1296231&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QapCzlltlQJ73qcGyLLTS