ช่องวัน 31 ส่งซีรีส์โรแมนซ์สุดเข้มข้น “สกุณาซ่อนรัก” ดึง ฟิล์ม-เทศน์-เพิร์ธ ประชันฝีมือ ลุ้นรักซ่อนเร้นและความลับในกรงขังหัวใจ เริ่มตอนแรก 27 เม.ย.นี้.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/novel/news/2929818&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VVOZRaXLJ5Rk6AqnDbGP2
Author: ข่าวกรุงเทพฯ
-

“ฟิล์ม-เทศน์” ประชันฝีมือชิงหัวใจ “เพิร์ธ” ลุ้นความลับที่ต้องซ่อนเร้น ในซีรีส์ “สกุณาซ่อนรัก”
-

ปชน.แฉยับหนังสือ สกร. “ห่วย-แพง-ตกยุค” จี้ รมต. สางปมก่อนเก้าอี้กระเด็น
“พรรคประชาชน” ชำแหละการศึกษาไทยหอบหลักฐานหนังสือเรียน สกร. แฉยับเนื้อหาล้าสมัยแต่แพงหูฉี่ จี้รัฐมนตรีเร่งสอบทุจริตก่อนเก้าอี้หาย
วันที่ 30 เมษายน 2569 สส. พรรคประชาชน นำโดย นายธีรศักดิ์ จิระตราชู, นางสาวปวิตรา จิตตกิจ, นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ และ นายณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา ร่วมแถลงข่าวกรณีความผิดปกติในการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา โดย สส.ปวิตรา ได้นำหนังสือแบบเรียนที่จัดซื้อโดยกรม สกร. มาแสดงพร้อมระบุว่า หนังสือเหล่านี้มีคุณภาพต่ำอย่างน่าตกใจ ทั้งรูปแบบ หน้าปก และสันหนังสือดูเก่าล้าสมัย ภาพประกอบไม่ชัดเจน ที่น่าสังเกตคือปกพิมพ์ 4 สีสวยงาม แต่เนื้อหาข้างในกลับเป็นขาวดำ และที่สำคัญคือ “ราคาแพงเกินจริง” “บางเล่มมีเนื้อหาเพียง 90 หน้า แต่ตั้งราคาขายสูงถึง 300 กว่าบาท หรือบางวิชามีราคาพุ่งไปถึง 800 บาท ทั้งที่เป็นหลักสูตรเก่าปี 2551 ซึ่งใช้มานานกว่า 10 ปี ไม่สอดคล้องกับโลกยุค AI ในปัจจุบันเลย” สส.ปวิตรา กล่าว
เมื่อเปรียบเทียบกับหนังสือของ สพฐ. ที่มีการควบคุมราคาและใช้กระดาษปอนด์พิมพ์ 4 สีคุณภาพดีกว่ามาก ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดหนังสือ สกร. ที่คุณภาพด้อยกว่ากลับมีราคาสูงลิ่ว เป็นการบังคับให้ผู้เรียนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ขาดโอกาส ต้องมาแบกรับภาระกับตำราที่ไร้ประสิทธิภาพ
สส.ปวิตรา ยังกล่าวไปยังรัฐมนตรีที่กำกับดูแลว่า ปัญหานี้ส่อแววไม่ชอบมาพากลและอาจมีการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ขอให้เข้ามาตรวจสอบอย่างโปร่งใส อย่าปล่อยให้งบประมาณแผ่นดินถูกใช้อย่างละเลยจนทำร้ายอนาคตของเด็กไทย ถ้ากระบวนการจัดซื้อไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ นอกจากความศรัทธาต่อการศึกษาไทยจะเสื่อมถอยแล้ว ท่านรัฐมนตรีก็อาจจะเสียเก้าอี้ของท่านด้วย อย่าให้ใครมองว่าท่านเกรงกลัวอิทธิพลบางอย่างในกระทรวงจนต้องปิดตาข้างเดียว
ด้านนายธีรศักดิ์ย้ำว่า พรรคประชาชนจะเกาะติดเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตั้งกระทู้ถามในสภา และการติดตามผ่านราชกิจจานุเบกษา โดยจะบีบให้รัฐบาลทำแผนแก้ไขให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2569 เพื่อให้ทันการใช้งานในปี 2570 พร้อมทิ้งท้ายถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของ สกร. ในหลายพื้นที่ เช่น ฝั่งธนบุรี ที่ยังต้องเช่าที่เอกชนหรืออาศัยวัดเรียน สะท้อนถึงการจัดการที่ล้มเหลวทั้งระบบ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2929857&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Lo2xUt4yovUZIGlTfIpyF -

เศรษฐกิจยูโรโซนชะลอตัวเกือบหยุดนิ่งไตรมาสแรก 2026 เงินเฟ้อพุ่งจากวิกฤตตะวันออกกลาง
เศรษฐกิจยูโรโซนประสบความชะลอตัวรุนแรงในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยเติบโตเพียง 0.1% เท่านั้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นถึง 3% ในเดือนเมษายน จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานข้อมูลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร 21 ประเทศลดลงจาก 0.2% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้
ภาวะเงินเฟ้อสูงฉุดเศรษฐกิจ
อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนเพิ่มขึ้นจาก 2.6% ในเดือนมีนาคม มาอยู่ที่ 3% ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำหนดไว้อย่างชัดเจน สาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น 10.9% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบกับ 5.1% ในเดือนมีนาคม
การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ราคาพลังงานมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจนถึงเดือนมีนาคม โดยในเดือนกุมภาพันธ์ราคาพลังงานลดลง 3.1%
นักเศรษฐศาสตร์เตือนภัยสเตกเฟลชั่น
ข้อมูลดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนถึงความเป็นไปได้ของภาวะสเตกเฟลชั่นในยูโรโซน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เงินเฟ้อสูงแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ อันเป็นผลจากความขิดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มต้นหลังการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน
นิโคลา โนบิเล จากบริษัท Oxford Economics เตือนว่าไม่ควรเชื่อมโยงข้อมูลการเติบโตในครั้งนี้กับสงครามมากเกินไป โดยระบุว่าตัวเลข GDP สะท้อนการลดลงอย่างรุนแรงในไอร์แลนด์และปัจจัยตามฤดูกาลมากกว่า
เยอรมนีเติบโตเกินคาดการณ์
ในแง่บวก เยอรมนี เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรปมีการเติบโต 0.3% ในไตรมาสแรก สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 0.2% ขณะที่ฝรั่งเศสประสบภาวะเศรษฐกิจซบเซา
ธนาคารกลางยุโรปคาดว่าจะคงอัตราดอกเบียยไว้ในระดับเดิมอีกครั้งในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี เนื่องจากผู้กำหนดนโยบายต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้นกับความวิตกต่อการเติบโตที่อ่อนแอลง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/eurozone-economy-slowdown-inflation-middle-east-crisis-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw257EFT0PRE9xrGBYh-k7qN -

ภาครัฐและภาคเอกชนไทย พบหารือหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมา
ภาครัฐและภาคเอกชนไทยพบหารือหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมา ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์เมียนมา (MOC : Ministry of Commerce) กระทรวงวางแผนแห่งชาติ การลงทุนและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศของเมียนมา (MNPIFER : Ministry of National Planning, Investment and Foreign Economic Relations) และธนาคารกลางเมียนมา (CBM : Central Bank of Myanmar) โดยคณะฝ่ายไทยนำโดยอุปทูตไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงย่างกุ้ง โดยมี สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประทศ กรุงย่างกุ้ง (สคต.ย่างกุ้ง) และสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา (TBAM : Thai Business Association of Myanmar) เข้าร่วมพบหารือด้วย ซึ่งได้เข้าพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมา ได้แก่ รมว.กระทรวงพาณิชย์เมียนมา รมว.กระทรวงวางแผนและการลงทุนฯ เมียนมา และผู้ว่าธนาคารกลางเมียนมา เพื่อแสดงความยินดี ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมา แสดงความเชื่อมั่นและพร้อมไปต่อของภาคเอกชนไทยในเมียนมา และหารือประเด็นด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงิน การขนส่ง เพื่อสนับสนุนการค้าไทย-เมียนมา การลงทุนและทำธุรกิจในเมียนมา การผ่อนคลายและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ ซึ่งได้รับสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลเมียนมาชุดใหม่มีแนวโน้มที่ดีในการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการค้า การลงทุน การเงิน ตามลำดับตามความเหมาะสมต่อไป โดยมีหลักการสำคัญคือ การรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงในเมียนมา ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศและส่งเสริมเศรษฐกิจเมียนมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจและเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน
ผลกระทบ/โอกาส การเยี่ยมคารวะและการเข้าพบหารือหน่วยงานเศรษฐกิจเมียนมาเป็น “โอกาสที่ดี” ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ของไทยและเมียนมาที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ส่งเสริมความเป็นมิตรประเทศและความร่วมมือการพัฒนาเรื่องต่างๆ รวมทั้งแสดงความเชื่อมั่นและพร้อมไปต่อของภาคเอกชนไทยในเมียนมา โดยขอให้เมียนมาพิจารณาผ่อนคลายและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจในเมียนมา ซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจประเทศต่างๆ ในเมียนมา รวมถึงธุรกิจไทยด้วย โดยได้รับสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลเมียนมาชุดใหม่มีแนวโน้มที่ดีในการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการค้า การลงทุน การเงิน ตามลำดับและตามความเหมาะสมต่อไป ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจทั้งการค้าและการลงทุนในเมียนมา
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ ซึ่งหากการเมืองเมียนมาเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย มีเสถียรภาพและได้รับการยอมรับมากขึ้น รวมทั้งหากผ่อนคลายนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและประเทศต่างๆ โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป
********************************************
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง (สคต.ย่างกุ้ง)
นสพ.Global New Light of Myanmar
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/pryaa4xknpe2mjdlls3lm36c&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1S0nzegiAyWjRcHLxpgqI9 -

“เสมา 1” ลุยอุบลฯ ย้ำปฏิรูปการศึกษา ดันเด็กไทยสู่ศตวรรษที่ 21
ภูมิภาค
“เสมา 1” ลุยอุบลฯ ย้ำปฏิรูปการศึกษา ดันเด็กไทยสู่ศตวรรษที่ 21
วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.58 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 08.30 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 10 ติดตามการจัดการศึกษาและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ซึ่งมุ่งพัฒนาเด็กพิเศษอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และการอยู่ร่วมในสังคม พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมการเรียนการสอน และให้กำลังใจครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน
โดยเน้นย้ำให้ผู้เรียนกลุ่มนี้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม มีคุณภาพ และสามารถพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่ ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน.jpg)
ต่อมาเวลา 09.30 น. ได้เดินทางไปยังโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช อำเภอเมืองอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานทางการศึกษาจากสถานศึกษา 11 แห่ง พร้อมรับชมการแสดง “สรวงสักการ์” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา
จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ตรวจราชการและติดตามภาพรวมการจัดการศึกษาในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยมีผู้บริหารด้านการศึกษาในพื้นที่ร่วมให้ข้อมูล

ในการมอบนโยบาย ได้เน้นย้ำการยกระดับผู้เรียนให้มีสมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ส่งเสริมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาทักษะอาชีพควบคู่การเรียนในระบบ และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน
นอกจากนี้ ยังเน้นให้สถานศึกษายึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง พร้อมพัฒนาครูและบุคลากรให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

ช่วงเวลา 12.40 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการและการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของสมาคมกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ พร้อมบรรยายพิเศษด้านนโยบายการศึกษา และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีผลงานดีเด่น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาไทย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/474555&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QjEoFKEz0bg3uOMKYxtYK -

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบวัฏจักรการเรียนรู้ (7E) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดรัษฎาราม : กรีฑาวุฒิ ไมตรีจิตร
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93312&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nnLALh3D5tgExUyqPqGvg -

‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำ และพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ | เดลินิวส์
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 69 (ในช่วงค่ำ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากที่ประทับแรม แกรนด์ โฮเทล (Grand Hotel) กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน ไปยังพระราชวังหลวงกรุงสตอกโฮล์ม เพื่อทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำและพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างไม่เป็นทางการแก่พระประมุข ประมุขและพระราชวงศ์ต่างประเทศที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงในงานพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา ของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ทรงเป็นเจ้าภาพ






———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5824231/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DpqWKDss4PqFafi7ZoQfk -

“พรรคเศรษฐกิจ” ประกาศส่งคนลงชิงผู้ว่าฯกทม. อักษรย่อ จ. เป็นคนมีชื่อเสียง
“พรรคเศรษฐกิจ” ประกาศส่งคนลงชิงผู้ว่าฯ กทม. อักษรย่อ จ. เป็นคนมีชื่อเสียง ลั่นรู้ชื่อแล้วพรรคอื่นมีถอย คาดเปิดตัว 10 พ.ค.นี้ มั่นใจได้ สก.เกินครึ่ง
วันที่ 30 เม.ย.69 นายพีรพล กนกวลัย สส.บัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจ แถลงถึงการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่ากรุงเทพฯ และสมาชิกสภากรุงเทพฯ ในนามพรรคเศรษฐกิจ ว่า ปัญหาในกรุงเทพฯ มีมาก ทั้งการจราจร ปัญหาน้ำท่วม แต่ก็ยังแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ และปัญหาใหญ่ที่เห็นชัดเจนและต้องจัดการให้เร็วที่สุด คือคนต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย เข้ามาแย่งพื้นที่การเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร
ปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ทุกสำนักงานเขตมีการทุจริตมากมายและแก้ไม่ได้ ปัญหาการจัดเก็บขยะ เป็นปัญหาขยะเน่าเหม็นมาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งเหล่านี้พรรคเศรษฐกิจเห็นว่า พรรคเราเป็นปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 5 พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความจำนงว่าจะส่งผู้ว่าฯ และ สก.ครบทุกเขต พรรคเศรษฐกิจจึงจะส่งผู้ว่าฯ และ สก.ครบทุกเขตเช่นเดียวกัน เพื่อหวังจะทำให้กรุงเทพฯดีขึ้น
นายพีรพล เปิดเผยว่า บุคคลที่พรรคจะส่งลงชิงผู้ว่าฯ ได้มีการทาบทามไว้แล้ว ซึ่งมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี มีอักษรย่อ จ. ซึ่งบุคคลคนนี้พูดชื่อไปก็จะรู้ว่าเป็นใคร ซึ่งเป็นประชาชนคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงและอยู่ในแวดวงที่ต้องรับผิดชอบประชาชนคนกรุงเทพฯ มาก่อน แต่ไม่ใช่นักการเมือง แต่ขออุบไว้ก่อนเพื่อความตื่นเต้น คาดว่าไม่เกินวันที่ 10 พฤษภาคมนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ยืนยันว่าผู้สมัครคนนี้จะสามารถสู้คนอื่นได้อย่างแน่นอน และคิดว่าไม่น่าจะแพ้ และขอย้ำว่าบุคคลที่จะลงสมัครผู้ว่าฯและ สก. เป็นคนมีความรู้ความสามารถ ซึ่งคิดว่าไม่แพ้ และจะได้ สก.ได้เกินครึ่งแน่นอน และไม่ใช่ไม้ประดับแน่นอน
นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรฐกิจ กล่าวอีกว่า บุคคลที่พรรคเศรษฐกิจได้ทาบทามเอาไว้ หากเปิดชื่อมา หลายพรรคอาจจะมีถอยเลยก็ได้
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/political/morning/462077&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kPEeRelF6GZwtp4Futsj6 -

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เตรียมจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ฯ 2-3 พ.ค.นี้
เผยแพร่: ปรับปรุง:
พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เตรียมจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรวิถีไทย ศาสตร์และศรัทธา รวมเคล็ดไม่ลับความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน 2 – 3 พฤษภาคมนี้
ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดแสดงนวัตกรรมเกษตรและวิถีพื้นบ้านผ่านนิทรรศการพิเศษที่น่าสนใจ เช่น นิทรรศการเผยแพร่ขยายผลนวัตกรรมเกษตร พลิกวิกฤตพลังงาน ด้วยนวัตกรรมพึ่งตนเอง” โดย อาจารย์สมบัติ วิสูตรพันธุ์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและพลังงานอย่างยั่งยืน พร้อมสะท้อนแนวคิดการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เน้นความพอดี ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อรับมือกับสภาวะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและราคาพลังงานในปัจจุบัน โดยนำเสนอแนวทางการพึ่งตนเองที่เริ่มต้นจากระดับครัวเรือนไปจนถึงการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง นิทรรศการ “ทรัพยากรท้องถิ่น สู้วิกฤตปุ๋ยแพง” ซึ่งรวบรวม 4 สูตรปุ๋ยอินทรีย์ประสิทธิภาพสูง เพื่อเป็นทางเลือกในการลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000040675&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KtwOOLBihq5f5r_5-mXi9 -

หยุดยาว ‘วันแรงงาน’ วันฉัตรมงคล ททท.คาดท่องเที่ยว สะพัด 1 หมื่นล้าน เปิด 5 เมืองยอดฮิต

วันนี้(วันที่ 1 พฤษภาคม 2569) นางสาว ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ต่อเนื่อง วันฉัตรมงคล ระหว่างวันที่ 1-4 พฤษภาคม 2569 คาดว่า มีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากแรงกดดันจากราคาพลังงาน และค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
ทำให้คนไทยต้องระมัดระวังการใช้จ่ายและปรับพฤติกรรมการท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงงบประมาณมากขึ้น กอปรกับเพิ่งผ่านการเดินทางท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์
ททท.คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.83 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 10,050 ล้านบาทและมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรม อยู่ที่ 64 % แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 39 %
ภูมิภาคที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรก
- อันดับ 1 ภาคกลาง 843,700 คน-ครั้ง
- อันดับ 2 ภาคตะวันออก 619,500 คน-ครั้ง
- อันดับ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 558,300 คน-ครั้ง
ภูมิภาคที่มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย มากที่สุด 3 อันดับแรก
- อันดับ 1 ภาคตะวันออก 2,710 ล้านบาท
- อันดับ 2 ภาคกลาง 1,930 ล้านบาท
- อันดับ 3 ภาคใต้ 1,690 ล้านบาท
จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในช่วงวันหยุดยาวนี้
5 อันดับเมืองหลักที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด
- อันดับ 1 กาญจนบุรี
- อันดับ 2 ชลบุรี
- อันดับ 3 กรุงเทพมหานครอันดับ 4 นครราชสีมา
- อันดับ 5 ฉะเชิงเทรา
5 อันดับเมืองน่าเที่ยวที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด
- อันดับ 1 สุพรรณบุรี
- อันดับ 2 อุดรธานี
- อันดับ 3 จันทบุรี
- อันดับ 4 ราชบุรี
- อันดับ 5 เชียงราย
ส่วนพฤติกรรมการเดินทางในช่วงวันหยุด ส่วนใหญ่เดินทางระยะใกล้เพื่อพาครอบครัวไปท่องเที่ยวพักผ่อน ก่อนเปิดภาคเรียน โดยเน้นจุดหมายปลายทางที่เดินทางสะดวก ใช้เวลาไม่นาน และค่าใช้จ่ายไม่สูง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลผลการสำรวจดังนี้
ผลการสำรวจแผนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในไตรมาส 1/2569 ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) พบว่า คนไทย 16-28 % มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ
ต่อเนื่องวันฉัตรมงคล ปี 2569ส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดตัวเองและจังหวัดใกล้เคียงมากกว่าการเดินทางข้ามภูมิภาค โดยเป็นการเที่ยวจังหวัดตัวเองและจังหวัดใกล้เคียงแบบไม่พักค้าง 12-20%และท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงมีการพักค้างคืน 2-6% ขณะที่การเดินทางข้ามภาคมีเพียง 2 %
ขณะที่ข้อมูลอโกด้า ระบุว่า ช่วงวันหยุดยาววันแรงงานและวันฉัตรมงคล ระหว่างวันที่ 30 เมษายน-4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 คนไทยให้ความสนใจค้นหาจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระยะใกล้ที่สามารถขับรถได้จากกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้น อาทิ ระยอง (44%) พัทยา (40%) ชลบุรี(29%) เกาะเสม็ด (22%) และหัวหิน/ ชะอำ (19%)
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวในประเทศช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติต่อเนื่องวันฉัตรมงคล
ปี 2569ปัจจัยสนับสนุน
1. เป็นวันหยุดต่อเนื่อง เอื้อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่นิยมพาบุตรหลานท่องเที่ยวช่วงปิดภาคเรียน กลุ่มนักท่องเที่ยวบางส่วนที่เลื่อนการเดินทางจากช่วงสงกรานต์และกลุ่มวัยทำงาน
ที่ต้องการหาที่พักผ่อนคลายร้อน2. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งที่จัดโดย ททท. และพันธมิตร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน อาทิ เทศกาลอาหารริมเขื่อนอัมพวา @วัดนางวัง จ.สมุทรสงคราม (1-3 พ.ค.69) งานเทศกาลผลไม้ และของดี อำเภอเขาชะเมา จ.ระยอง (1-5 พ.ค.69) เทศกาลเล่นว่าวนานาชาติประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา
Koh Chang Tai Charity Trail 2026 จ.ตราด (1-3 พ.ค.69) Ramayana Run 2026 จ.ชลบุรี (3 พ.ค.69)Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026 (3 พ.ค.69) งานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุเจ้าหริภุญชัย จ.ลำพูน (25 เม.ย.–1 พ.ค.69) ปรากฏการณ์แสง เดอะซีรีส์ ปี 2 จ.นครสวรรค์ (1-3 พ.ค.69) เทศกาลท่องเที่ยว
เสม็ดนางชีชมวิถีอ่าวพังงา 2026 จ.พังงา (2 พ.ค.69) Spotlight Koh Tao จ.สุราษฎร์ธานี 2026 (1-3 พ.ค.69) งานอาหารสองทะเล จ.สงขลา (24 เม.ย.-8 พ.ค.69) งานสีสันเมืองเลย (The Colors of LOEI) (1–4 พ.ค.69)
ปัจจัยอุปสรรค
1. ราคาน้ำมันและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อการใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว สะท้อนได้ จากข้อมูลผลการสำรวจภาวการณ์ใช้จ่ายของผู้บริโภคประจำเดือนมีนาคม 2569 ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่พบว่า ดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว ในเดือน มี.ค.2569
เริ่มกลับมาลดลง และอยู่ในระดับต่ำที่ 77.0 แสดงว่าผู้บริโภคมีความเห็นว่ายังเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมในการใช้จ่าย เพื่อการท่องเที่ยว2. การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยในช่วงวันหยุดนี้ คาดว่ายังคงมีการเดินทางต่อเนื่อง เพราะส่วนใหญ่วางแผนการจองไว้ล่วงหน้าแล้ว ขณะที่กลุ่มที่ยังมีกำลังซื้ออาจเลือกเดินทางระยะใกล้ขึ้น
ทั้งนี้ จากข้อมูลอโกด้า พบว่า ในช่วงวันหยุดยาววันแรงงานและวันฉัตรมงคลนี้โฮจิมินห์มีอัตราการค้นหาเพิ่มขึ้นสูงสุด
ที่ 134% รองลงมาคือดานัง 58% และฮ่องกง 2% ตามลำดับ3. สภาพอากาศร้อนจัด และอาจเกิดพายุฤดูร้อนในบางพื้นที่ ไม่เอื้อต่อการต่อการท่องเที่ยว/ทำกิจกรรมกลางแจ้ง นักท่องเที่ยวบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีปัญหาสุขภาพ อาจหลีกเลี่ยงการเดินทาง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/658000&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3trMg8_UJhIuMbR32mkM38
ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :