Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ธปท. ชี้ไทยจังหวะดี! ลดดอกเบี้ยทันก่อนสงคราม ช่วยพยุงเศรษฐกิจ

    ธปท. ชี้ไทยจังหวะดี! ลดดอกเบี้ยทันก่อนสงคราม ช่วยพยุงเศรษฐกิจ

    นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็น “มหกรรมธนาคารกลาง” (Central bank bonanza) โดยนอกจากจะมีการประชุม กนง. ของไทยที่ผมเป็นเลขานุการแล้ว ยังมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั้งสหรัฐฯ (เฟด) ญี่ปุ่น (BoJ) ยุโรป (ECB) และอังกฤษ (BoE) ในสัปดาห์นี้ด้วย

    รอบนี้ เฟดแถลงผลการประชุมวันที่ 29 เมษายน วันเดียวกันกับไทย และเป็นเวลา 14.30 น. เช่นกัน แต่ห่างกัน 11 ชั่วโมง เพราะเป็นคนละ Time zone ปีนี้จะมีแบบนี้อีกทีก็วันที่ 28 ตุลาคม

    เช่นเดียวกันกับ กนง. (และ BoJ ECB และ BoE) เฟดตัดสินใจ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ต่างกันที่ กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ขณะที่เฟดเสียงแตก 8:4 ซึ่งเป็นการประชุมเฟดที่มีเสียงแตกมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2535

    อย่างไรก็ดี ใน 4 คนที่เห็นต่างจากเสียงส่วนใหญ่ มีเพียงคนเดียวที่โหวตให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คือ Stephen Miran ซึ่งเป็นคนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งเข้ามาชั่วคราว ขณะที่อีก 3 คน ได้แก่ Beth Hammack, Neel Kashkari และ Lorie Logan โหวตให้คงดอกเบี้ยเหมือนกับอีก 8 คน แต่ทั้ง 3 คน ไม่เห็นด้วยกับประโยคที่ชี้ว่า เฟดอาจจะมีการลดดอกเบี้ยในอนาคต (Easing bias stance) ในแถลงการณ์ของการประชุม จากความเป็นห่วงสถานการณ์เงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่พอเงินเฟ้อจุดติดแล้วมักจะลงช้า

    นายดอน กล่าวว่า การตัดสินนโยบายการเงินของเฟดมีความน่าสนใจ เพราะเฟดเป็นธนาคารกลางหลักธนาคารเดียวที่ยังไม่จบวัฏจักรการลดอัตราดอกเบี้ย โดยในช่วงต้นปี ตลาดยังมองว่า เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 2 ครั้งในปีนี้ แต่หลังการแถลงล่าสุดของเฟด ตลาดมองว่าปีนี้ เฟดจะไม่มีการลดปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว

    ขณะที่มองย้อนกลับไป ถ้าสงครามระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์เกิดขึ้นเร็วกว่านั้นเพียง 3 วัน กนง. ที่ประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์ คงไม่ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะเหตุผลหนึ่งของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันนั้น คือ การส่งสัญญาณดูแลเงินเฟ้อระยะปานกลาง (2-3 ปีข้างหน้า) ที่มีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมายนานกว่าคาด

    ขณะที่ล่าสุด ประมาณการเงินเฟ้อของ ธปท. ทั้งปี 2569 และปี 2570 ปรับกลับมาอยู่ในกรอบทั้ง 2 ปีจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น จึงนับเป็นว่าเป็นโชคดีของเศรษฐกิจไทยที่ได้ภาวะดอกเบี้ยต่ำมารองรับผลกระทบจากสงคราม แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

    กลับมาที่การประชุมเฟด นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า กรรมการ 3 คน ที่เห็นต่าง ต้องการส่งสัญญาณไปที่ Kevin Warsh (เควิน วอร์ช) ที่จะมาเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (FOMC) แทน Jerome Powell ที่จะหมดวาระประธาน FOMC ในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ว่า ถ้า Warsh จะให้ FOMC ลดดอกเบี้ย งานนี้ไม่หมู

    ดราม่าของการประชุมเฟดครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เสียงที่แตก แต่ในช่วงแถลงข่าว Powell ประกาศว่า เขาจะยังทำหน้าที่เป็นกรรมการใน FOMC ต่อไป จนกว่าการสอบสวนโดยกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ของสหรัฐฯจะยุติลงแบบ “เบ็ดเสร็จ เด็ดขาด และโปร่งใส” (Well and truly over with finality and transparency) ซึ่งแปลว่า เขาจะร่วมประชุม FOMC ครั้งถัด ๆ ไปด้วย

    “แม้ Powell จะบอกว่า เขาจะทำตัว Low profile และจะไม่เป็นประธานเงา คอยชี้นำการตัดสินใจของประธานคนใหม่ แต่ในทางปฏิบัติ การมีอดีตประธานนั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย ผมว่ามันไม่ง่ายสำหรับ Warsh ที่ประกาศว่า จะสร้างการเปลี่ยนแปลง (Regime change) ให้กับเฟด ภายในการนำของเขา”

    ดังนั้น คงต้องติดตามต่อไปว่าระหว่างนี้จนถึงการประชุมเฟดครั้งถัดไป วันที่ 16-17 มิถุนายน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะสั่งให้ DOJ ยุติการสอบสวน Powell โดยสิ้นเชิง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ Warsh หรือไม่

    หรือเราจะเห็นภาพประวัติศาสตร์ที่มีประธานและอดีตประธานประชุมร่วมกันแบบที่เคยเกิดขึ้นสั้นๆในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ของ Arthur Burns  (ยุคที่โลกเผชิญกับวิกฤตพลังงานและภาวะ Stagflation) แม้รายละเอียดของยุคสมัยจะต่างกัน แต่ความอึดอัดในการทำงานร่วมกันระหว่างประธานที่เพิ่งพ้นวาระหลังจากดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนานกับประธานคนใหม่ ย่อมสร้างแรงเสียดทานและเป็นความท้าทายต่อความเป็นเอกภาพในการตัดสินใจของเฟดหลังจากนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/828762&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1I37ItF7fOZo6dX_DQ6v7W

  • เปิดโลก “คุกคนอ้วน” ในจีน สถานที่ช่วยลดน้ำหนักสุดเข้มงวด – BBC News ไทย

    เปิดโลก “คุกคนอ้วน” ในจีน สถานที่ช่วยลดน้ำหนักสุดเข้มงวด – BBC News ไทย

    เปิดโลก “คุกคนอ้วน” ในจีน สถานที่ช่วยลดน้ำหนักสุดเข้มงวด

    คำบรรยายวิดีโอ, เปิดโลก “คุกคนอ้วน” ในจีน สถานที่ช่วยลดน้ำหนักสุดเข้มงวด

    เปิดโลก “คุกคนอ้วน” ในจีน สถานที่ช่วยลดน้ำหนักสุดเข้มงวด

    ค่ายลดน้ำหนักสไตล์ฝึกทหารในจีนเหล่านี้ บางคนอธิบายว่าไม่ต่างจาก “คุกคนอ้วน” เพราะที่นี่บังคับใช้กฎเข้มงวด ตั้งแต่การห้ามกินของว่าง ไปจนถึงต้องขึ้นชั่วน้ำหนักวันละ 2 ครั้ง จนกว่าน้ำหนักจะลดลง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c0k28e05lgno.amp&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TPEs0GgreuBeRp-GrXT3L

  • เมื่อรางรถไฟไม่ใช่แค่เรื่องการเดินทาง แต่คือสายเลือดใหม่ของเศรษฐกิจ

    เมื่อรางรถไฟไม่ใช่แค่เรื่องการเดินทาง แต่คือสายเลือดใหม่ของเศรษฐกิจ

    เมื่อรางรถไฟไม่ใช่แค่เรื่องการเดินทาง แต่คือสายเลือดใหม่ของเศรษฐกิจ


    2/05/2569 | 63 |

    ในปัจจุบัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทยได้ก้าวข้ามผ่านจุดที่เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกในการสัญจรไปสู่การเป็น “กลไกหลัก” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับมหภาค โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) ซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังใหม่ที่เชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ นวัตกรรม และการพัฒนาเชิงพื้นที่เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

    1. การเชื่อมโยงสามสนามบิน: หัวใจหลักของระเบียงเศรษฐกิจ EEC

    โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ภาคตะวันออกของไทยกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอาเซียน การเชื่อมต่อนี้ไม่ได้เพียงแค่ลดระยะเวลาการเดินทาง แต่เป็นการสร้าง “Single Market” ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ช่วยให้นักลงทุนและบุคลากรระดับสูงสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างไร้รอยต่อ ส่งผลให้เกิดการหลั่งไหลของเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) เช่น อุตสาหกรรมการบิน โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีดิจิทัล

    2. ประตูสู่ภูมิภาค: รถไฟไทย-จีน และการเชื่อมโยง Pan-Asia Railway

    โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงความร่วมมือระหว่างไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ – หนองคาย ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการเชื่อมต่อประเทศไทยเข้ากับแผนยุทธศาสตร์ “Belt and Road Initiative” (BRI) ของจีน การพัฒนาเส้นทางนี้จะเปลี่ยนบทบาทของประเทศไทยจาก “ทางผ่าน” ให้กลายเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์” (Logistics Hub) ของภูมิภาคอินโดจีน ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมไปยังตลาดจีนและยุโรปได้รวดเร็วขึ้นอย่างมหาศาล

    3. การพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (TOD) และการกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น

    แนวคิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit Oriented Development: TOD) คือหัวใจของการสร้างเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในอนาคต สถานีรถไฟความเร็วสูงในจังหวัดต่างๆ เช่น พระนครศรีอยุธยา สระบุรี หรือนครราชสีมา จะไม่ได้เป็นเพียงที่พักผู้โดยสาร แต่จะถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม ศูนย์กลางธุรกิจ และที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง ซึ่งเป็นการกระจายความเจริญจากกรุงเทพมหานครไปสู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสร้างงานในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    4. การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและพลังงานสะอาด

    รถไฟความเร็วสูงในยุค 2026 ไม่ได้ทำงานโดดเดี่ยว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 5G และ AI ในการบริหารจัดการเดินรถ (Smart Mobility) เพื่อความปลอดภัยและความแม่นยำสูงสุด นอกจากนี้ การเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนยังสอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศ ช่วยลดต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและเพิ่มภาพลักษณ์การเป็นฐานการผลิตสีเขียว (Green Manufacturing Hub) ดึงดูดนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับ ESG ทั่วโลก


    บทสรุป

    การลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงไม่ใช่เพียงการลงทุนในโครงสร้างเหล็กและคอนกรีต แต่เป็นการลงทุนใน “โอกาสทางเศรษฐกิจ” ของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อระบบรางมีความพร้อม จะเกิดการเชื่อมต่อระหว่างฐานผลิต (EEC) ประตูการค้า (ท่าเรือและชายแดน) และศูนย์กลางการกระจายสินค้า (Smart Hub) เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง พร้อมแข่งขันในเวทีโลกและก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงอย่างมั่นคง


    เอกสารอ้างอิงและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

    • สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.): แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ EEC.

    • กระทรวงคมนาคม: แผนแม่บทการพัฒนาระบบรางของประเทศไทย (M-MAP).

    • การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.): รายงานความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และโครงการรถไฟความร่วมมือไทย-จีน.

    • ธนาคารโลก (World Bank): รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน.


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/499448&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FSy_igSi69k3RPM9oXk_I

  • รัฐเปิดสมัครรถพุ่มพวง หนุนค่าน้ำมัน-สินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ

    รัฐเปิดสมัครรถพุ่มพวง หนุนค่าน้ำมัน-สินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ

    ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทย เชิญชวนผู้ประกอบการรถพุ่มพวงทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย”ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง เพื่อเสริมบทบาทของผู้ค้ารายย่อยในการกระจายสินค้าราคาประหยัด ตรงถึงมือประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

    โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนผู้ประกอบการรถพุ่มพวงให้สามารถทำหน้าที่เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยภาครัฐจะให้การสนับสนุนใน 2 ด้าน ได้แก่

    ·     การสนับสนุนค่าน้ำมัน เพื่อลดต้นทุนการเดินรถ

    ·     การจัดสรรสินค้าราคาประหยัดสำหรับนำไปจำหน่ายต่อให้ประชาชนในราคาที่เข้าถึงได้

    ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 23.59 น. ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ผ่านเว็บไซต์ https://mobilemarket.bora.dopa.go.th

    ภายหลังการสมัคร จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือที่กำนัน/ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 1 – 8 พฤษภาคม 2569 โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ และและมีกำหนดประกาศผลในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569

    “โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการใช้เครือข่ายท้องถิ่นในการกระจายสินค้าราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง พร้อมช่วยลดภาระค่าครองชีพและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในระดับชุมชน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-food-trucks-fuel&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZiqEWcMe6U4m2wnuHhGpq

  • รถบัสท่องเที่ยว พลิกคว่ำในเม็กซิโก เสียชีวิต 11 คน บาดเจ็บ 30 คน

    รถบัสท่องเที่ยว พลิกคว่ำในเม็กซิโก เสียชีวิต 11 คน บาดเจ็บ 30 คน

    เจ้าหน้าที่เม็กซิโก เร่งหาสาเหตุ อุบัติเหตุรถบัสท่องเที่ยว พลิกคว่ำในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน และบาดเจ็บอีกไม่น้อยกว่า 30 คน

    วันนี้ (2 พ.ค.2569) เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ ด้านนิติวิทยาศาสตร์ของประเทศเม็กซิโก กำลังเก็บหลักฐานบริเวณที่เกิดเหตุรถบัสท่องเที่ยวพลิกคว่ำ ในรัฐทางตะวันตกของประเทศ โดยอุบัติเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (1 พ.ค.2569) ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่รถบัสคันดังกล่าว ออกเดินทางมาจากรัฐที่อยู่ใกล้เคียง แต่กลับประสบอุบัติเหตุที่จุดดังกล่าว จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อย 11 คน บาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 31 คน ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ปิดถนน เพื่อเร่งกู้ภัยและตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้

    ทั้งนี้ อุบัติเหตุรถบัสมักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ในหลายประเทศของภูมิภาคนี้ รวมถึงในเม็กซิโกที่ใช้รถบัสในการเดินทางเป็นหลัก เนื่องจากเส้นทางรถไฟยังคงมีอยู่อย่างจำกัด

    อ่านข่าว :

    “ทรัมป์” ชี้ สหรัฐฯ ได้ประโยชน์มหาศาล หลังยึดเรืออิหร่าน

    สหรัฐฯ คงบัญชี WL ไทย พาณิชย์ ลุยปราบละเมิดลิขสิทธิ์ หวังหลุดสถานะปท.ถูกจับตา

    สหรัฐฯ เตรียมถอนทหาร 5,000 นาย ออกจากเยอรมนี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/505421&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KML7lTlq9O4t9cWkd1atF

  • “สรรเพชญ” มอบกรมเจ้าท่าเร่งยกระดับขนส่งทางน้ำ-ท่องเที่ยว | TOPNEWS

    “สรรเพชญ” มอบกรมเจ้าท่าเร่งยกระดับขนส่งทางน้ำ-ท่องเที่ยว | TOPNEWS

    “สรรเพชญ” มอบกรมเจ้าท่าเร่งยกระดับขนส่งทางน้ำ-ท่องเที่ยว

    • เผยแพร่ : 02/05/2026 15:00

    “สรรเพชญ” มอบกรมเจ้าท่าเร่งยกระดับขนส่งทางน้ำ-ท่องเที่ยว

    #topnewstv #สรรเพชญ #กรมเจ้าท่า

    อัปเดตคลิปข่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1563869&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lJJ-QccRfiiartRwYyqci

  • –

    FooterLogo

    ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
    webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
    ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
    กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

    Social Media

    Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/962031&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DBbEfokfgCqa5nuzzS4qU

  • PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ เม.ย. ออกมาที่ 52.7 ต่ำกว่าคาด กดดัน Bitcoin ระยะสั้น

    PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ เม.ย. ออกมาที่ 52.7 ต่ำกว่าคาด กดดัน Bitcoin ระยะสั้น

    Siam Blockchain

    By

    พฤษภาคม 1, 2026

    PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ เม.ย. ออกมาที่ 52.7 ต่ำกว่าคาด กดดัน Bitcoin ระยะสั้น

    สรุปข่าว
    • ตัวเลข PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ เดือนเม.ย. ออกมาที่ 52.7 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 53.1 แม้จะยังอยู่ในโซนขยายตัว (เกิน 50)
    • ตัวเลขที่ออกมาเท่ากับค่าก่อนหน้าพอดี สะท้อนว่าภาคการผลิตสหรัฐฯ ยังไม่ได้เร่งตัวขึ้นตามที่นักวิเคราะห์หวัง ชี้ให้เห็นว่าโมเมนตัมยังคงนิ่ง
    • ตลาดคริปโตอาจได้รับแรงหนุนเล็กน้อยในระยะสั้น เนื่องจากตัวเลขที่ต่ำกว่าคาดเปิดช่องให้ Fed พิจารณาลดดอกเบี้ยได้เร็วขึ้น แต่ความไม่แน่นอนยังคงอยู่

    แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

    แม้ตัวเลข PMI จะต่ำกว่าคาด แต่ภาคการผลิตที่ยังขยายตัวอยู่ในระดับ 52.7 ไม่ได้ส่งสัญญาณชะลอตัวรุนแรงพอที่จะเปลี่ยนทิศทางนโยบาย Fed ได้ทันที นักลงทุนควรระมัดระวังการปรับตัวในระยะสั้นของ Bitcoin และ Ethereum

    เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 เวลา 22:00 น. ตามเวลาไทย (10:00 AM EST) สถาบัน ISM เปิดเผยตัวเลข PMI (ดัชนีกิจกรรมภาคการผลิต ค่าเกิน 50 หมายถึงภาคการผลิตกำลังขยายตัว) ประจำเดือนเมษายน ออกมาที่ 52.7 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 53.1 และเท่ากับตัวเลขเดือนก่อนหน้าพอดี ผลที่ออกมาทำให้ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่าโมเมนตัมการฟื้นตัวของภาคการผลิตสหรัฐฯ กำลังชะลอตัวหรือไม่

    ณ ขณะที่ข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว $78,703 บวก 2.88% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่ Ethereum อยู่ที่ $2,317.79 บวก 2.19% ตลาดคริปโตโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวก แต่แรงกดดันจากทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

    ตัวเลข PMI นิ่ง ภาคการผลิตไม่ได้เร่งตัว แต่ก็ยังไม่หดตัว

    สิ่งที่น่าสนใจในรายงาน PMI ฉบับนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขหลัก แต่คือสัญญาณจากดัชนีย่อยที่สำคัญที่สุด ได้แก่ ยอดคำสั่งซื้อใหม่ (New Orders) ซึ่งเป็นตัวชี้อนาคตของภาคการผลิตที่ดีที่สุด หากยอดคำสั่งซื้อใหม่ชะลอตัวลง นั่นหมายความว่าโรงงานจะมีงานทำน้อยลงในอีกสองถึงสามเดือนข้างหน้า และอาจนำไปสู่การลดการจ้างงานหรือลดการสั่งซื้อวัตถุดิบตามมา

    ตัวเลข PMI รวมที่ 52.7 ซึ่งเท่ากับเดือนก่อนหน้า บ่งชี้ว่าภาคการผลิตสหรัฐฯ ยังขยายตัวอยู่แต่ไม่ได้เร่งความเร็ว ซัพพลายเชนและสินค้าคงคลังยังทรงตัว ในขณะที่ตลาดหวังว่าจะเห็นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งกว่านี้ สิ่งที่ได้กลับมาคือความนิ่งของเศรษฐกิจที่ยังไม่บ่งชี้ชัดว่าจะขึ้นหรือลง ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าภาคการผลิตคิดเป็นสัดส่วนเพียงราว 12% ของ GDP สหรัฐฯ เท่านั้น ดังนั้นตัวเลขนี้จึงเป็นแค่หนึ่งในหลายปัจจัยที่ Fed ใช้พิจารณานโยบาย

    ผลกระทบต่อ Bitcoin และ Ethereum เมื่อ PMI ต่ำกว่าคาด

    ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลข PMI กับตลาดคริปโตนั้นซับซ้อนกว่าที่เห็น เมื่อ PMI ต่ำกว่าคาด ตลาดมักตีความว่าภาคการผลิตชะลอตัว ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และเพิ่มโอกาสที่ Fed จะลดอัตราดอกเบี้ย Fed ได้เร็วขึ้น เมื่อโอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ดอลลาร์สหรัฐฯ มักอ่อนค่าลง และเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย เข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าอย่าง Bitcoin และ Ethereum

    อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 52.7 ยังถือว่าอยู่ในโซนขยายตัว ไม่ใช่หดตัว การที่ PMI ต่ำกว่าคาดเพียง 0.4 จุด จากระดับ 53.1 ที่ตลาดคาด จึงไม่ใช่สัญญาณเศรษฐกิจพังพินาศ แต่เป็นสัญญาณว่าภาคการผลิตยังขยายตัวอยู่แบบเชื่องช้า ผลกระทบต่อตลาดคริปโตในระยะสั้นจึงยังคงมีความไม่แน่นอน และนักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจชุดอื่นประกอบ เช่น ตัวเลข Core PCE สหรัฐฯ และการประชุม Fed รอบถัดไป

    เปรียบเทียบกับค่าก่อนหน้าและสิ่งที่ต้องจับตา

    ตัวเลข PMI เดือนนี้ที่ 52.7 เท่ากับเดือนก่อนหน้าพอดี แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตสหรัฐฯ ไม่ได้เร่งตัวขึ้นตามที่ตลาดหวัง ทั้งที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเห็นการขยายตัวที่แข็งแกร่งกว่าที่ระดับ 53.1 ความซบเซาของโมเมนตัมนี้อาจส่งผลให้ตลาดลดการคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่สองลงบ้าง

    สิ่งที่นักลงทุนคริปโตควรจับตาต่อไปคือข้อมูลยอดคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงานในภาคการผลิตจากรายงาน PMI ฉบับเต็ม หากดัชนีย่อยเหล่านี้ลดลงต่อเนื่อง สัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจจะชัดเจนขึ้น ซึ่งในทางทฤษฎีจะเอื้อให้ Fed มีเหตุผลพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย Fed มากขึ้น และอาจหนุนตลาดคริปโตในระยะกลาง


    ความเห็นผู้เขียน

    ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลข PMI รอบนี้ออกมาแบบ “ไม่ได้บอกอะไรชัดเจนนัก” คือต่ำกว่าคาดแต่ก็ไม่ได้แย่จริง ภาคการผลิตยังขยายตัว แค่ช้ากว่าที่หวัง สำหรับตลาดคริปโต ผมคิดว่าปฏิกิริยาในทันทีน่าจะยังไม่รุนแรงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะนักลงทุนรู้ดีว่า PMI ตัวเดียวไม่ได้เปลี่ยนทิศทาง Fed

    สิ่งที่ผมอยากให้จับตาจริงๆ คือดัชนีย่อยโดยเฉพาะยอดคำสั่งซื้อใหม่ในรายงานเต็ม ถ้าตัวนั้นร่วงลงมาใกล้ 50 หรือต่ำกว่า นั่นถึงจะเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงจริงๆ ตอนนี้ขอให้ถือว่าข้อมูลชุดนี้เป็น “กลางๆ ค่อนไปทาง Bearish เล็กน้อย” สำหรับคริปโตระยะสั้น แต่ภาพใหญ่ยังต้องรอดูข้อมูลเศรษฐกิจชุดอื่นประกอบก่อนนะครับ

    ภาพจาก AI

    📅 ผู้ที่สนใจดูปฏิทินเศรษฐกิจ สามารถดูได้ที่นี่

    Siam Blockchain

    คุณเชน

    คุณเชน เป็นระบบรายงานข่าวอัตโนมัติของ Siam Blockchain ที่ทำงานภายใต้การกำกับดูแลของกองบรรณาธิการ ระบบได้รับการออกแบบให้ติดตามและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือหลายแห่งแบบเรียลไทม์ โดยเน้นความถูกต้อง รวดเร็ว และครบถ้วน เนื้อหาทุกชิ้นผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความถูกต้องโดยทีมบรรณาธิการของ Siam Blockchain ก่อนเผยแพร่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข่าวสารคริปโตเคอร์เรนซีที่เชื่อถือได้และทันเหตุการณ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/05/01/us-ism-manufacturing-pmi-below-forecast-bearish-crypto/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FrrEl-RUb4dFL62rKViXM

  • กสิกรฯ คาดแนวต้าน SET วีคหน้า 1,535 จุด จับตาครม.เศรษฐกิจนัดแรก-เงินเฟ้อไทย-งบบจ. Q1/69-Fund FLOW : อินโฟเควสท์

    กสิกรฯ คาดแนวต้าน SET วีคหน้า 1,535 จุด จับตาครม.เศรษฐกิจนัดแรก-เงินเฟ้อไทย-งบบจ. Q1/69-Fund FLOW : อินโฟเควสท์

    บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า สัปดาห์ถัดไป (4-8 พ.ค. 2569) ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,470 และ 1,460 จุด

    ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,510 และ 1,535 จุด ตามลำดับ

    โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมครม. เศรษฐกิจนัดแรก ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

    ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่เดือนมี.ค. ดัชนี ISM และ PMI ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนเม.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมี.ค. ของยูโรโซน ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการบริการเดือนเม.ย. ของจีน ญี่ปุ่นและยูโรโซน

    ในวันพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,493.69 จุด เพิ่มขึ้น 2.58% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน

    ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 56,321.23 ล้านบาท ลดลง 1.76% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.24% มาปิดที่ระดับ 214.57 จุด

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/589527&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V_v4FHtMKCYauCkQhEuOU

  • อว.-ก.แรงงาน ผนึกจุฬาฯ พลิกสยามสแควร์เป็นเวทีแห่งโอกาส ยกระดับแรงงานไทยสู่ทุนมนุษย์คุณภาพ ขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจรายได้สูง

    อว.-ก.แรงงาน ผนึกจุฬาฯ พลิกสยามสแควร์เป็นเวทีแห่งโอกาส ยกระดับแรงงานไทยสู่ทุนมนุษย์คุณภาพ ขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจรายได้สูง

    อว.-ก.แรงงาน ผนึกจุฬาฯ พลิกสยามสแควร์เป็นเวทีแห่งโอกาส ยกระดับแรงงานไทยสู่ทุนมนุษย์คุณภาพ ขับเคลื่อนประเทศฝ่าวิกฤต AI-ค่าครองชีพ สู่เศรษฐกิจรายได้สูง

    วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดงาน “Siam Square Walking Street For All : จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง ปีที่ 2” ร่วมกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนิสิตนักศึกษา เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ เวทีกิจกรรม บริเวณ Siam Square Walking Street

    ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนผ่านมุมมองจากคำว่า “แรงงาน” สู่การยกระดับเป็น “การบริหารจัดการทุนมนุษย์” อย่างเต็มรูปแบบ เพราะคนไทยทุกคนคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของประเทศ เราจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์จากเชิงรับเป็นเชิงรุก เพื่อโอบรับและดูแลคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เยาวชนที่ต้องทำงานส่งเสียตัวเองเรียน ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ยังเปี่ยมด้วยศักยภาพ

    รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น เทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสีเขียว เราต้องเร่งเสริมความพร้อมและสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุนมนุษย์ เพื่อรับมือโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภารกิจนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่นำองค์ความรู้ลงสู่ชุมชน ช่วยยกระดับสังคมและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ร่วมพัฒนาท้องถิ่น พร้อมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจรายได้สูงอย่างยั่งยืน

    “ขอส่งกำลังใจและความชื่นชมอย่างสุดซึ้งไปยังพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคน เพราะพวกคุณคือกลไกและหัวใจสำคัญที่สุดในการผลักดันเศรษฐกิจและสร้างอนาคตของประเทศไทยอย่างแท้จริง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปิดท้าย

    ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า วันแรงงานแห่งชาติสะท้อนบทบาทสำคัญของแรงงานต่อเศรษฐกิจ ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤตพลังงานและเทคโนโลยี AI การ Upskill และ Reskill จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานให้ทันการเปลี่ยนแปลง โดยภาครัฐมุ่งพัฒนาทุนมนุษย์ เสริมทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อสร้างความมั่นคงและขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน

    ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวว่า งานวันนี้คือพลังของ “แรง” ที่ขับเคลื่อนทุกภาคส่วนของประเทศ การเชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษากับแรงงาน คือหัวใจของการสร้างคนคุณภาพ นิสิตต้องเข้าใจชีวิตแรงงานจากการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อหล่อหลอมจิตสำนึกแห่งการรับใช้สังคม

    “ขอให้พี่น้องแรงงานภาคภูมิใจในพลังของตนเอง เพราะ “Labor is Power” คือพลังหลักของการพัฒนาประเทศ การยกระดับพื้นที่สยามสแควร์เป็น “Thai Labor Square” สะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างศักยภาพแรงงานไทย“ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว

    ภายในงาน “Siam Square Walking Street For All : จุฬาฯ ห่วงใย แรงงานไทยแข็งแรง ปีที่ 2” มีการให้บริการตรวจสุขภาพอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งการเจาะเลือด ตรวจสุขภาพช่องปาก และการคัดกรองความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ พร้อมให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพ รวมถึงบริการดูแลสุขภาพจิตผ่านการประเมินและให้คำปรึกษาเรื่องความเครียด ควบคู่กับการให้คำปรึกษาด้านสิทธิแรงงาน สวัสดิการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการพัฒนาทักษะอาชีพที่จำเป็น และกิจกรรมสร้างความสุขและความบันเทิงบนเวที เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานอย่างรอบด้าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/1LQlzgfbg&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mOS5d76KIre0KsdpIYCkj