Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • แจกงาน‘เจ้าท่า’ พัฒนาท่าเรือเชื่อมแลนด์บริดจ์

    แจกงาน‘เจ้าท่า’ พัฒนาท่าเรือเชื่อมแลนด์บริดจ์

    แจกงาน‘เจ้าท่า’ พัฒนาท่าเรือเชื่อมแลนด์บริดจ์

    วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.00 น.

    แจกงาน‘เจ้าท่า’ พัฒนาท่าเรือเชื่อมแลนด์บริดจ์

    นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม กล่าวว่า ตนได้มอบนโยบายให้กรมเจ้าท่า เร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญด้านคมนาคมทางน้ำ โดยให้เร่งดำเนินการ 6 ด้าน คือ 1.ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการพัฒนาการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี โดยให้เร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การขุดลอกร่องน้ำเศรษฐกิจในพื้นที่สำคัญ เช่น ร่องน้ำสมุทรสาคร (ท่าจีน) บ้านดอน ปัตตานี สงขลา และบางปะกง รวมถึงศึกษาการพัฒนาท่าเรือดอนสักเพื่อเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์

    2.สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวทางน้ำ โดยเร่งพัฒนาท่าเรือสำราญในพื้นที่ศักยภาพทั้งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน ส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนในธุรกิจเรือสำราญและเรือยอชต์ โดยเฉพาะใน จ.ภูเก็ต และอ่าวพังงา รวมถึงยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของท่าเรือท่องเที่ยวผ่านระบบ Port Control อย่างเป็นระบบ 3.ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและผู้ใช้บริการการขนส่งทางน้ำ โดยพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำให้มีความสะดวก ปลอดภัย โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เสร็จภายในปี 2570 ตลอดจนกำกับดูแลค่าโดยสารให้เป็นธรรม

    4.แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อันเนื่องจากอุทกภัย การฟื้นฟูแหล่งน้ำ และการกัดเซาะชายฝั่ง ให้นำกลไกขุดลอกต่างตอบแทนมาใช้แก้ไขปัญหาเร่งด่วน และตั้งเป้าฟื้นฟูชายฝั่งให้แล้วเสร็จภายในปี 2575 5.ส่งเสริมให้ระบบการขนส่งทางน้ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อย PM 2.5 และก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ตามเป้าหมายสากล สนับสนุนการใช้เรือพลังงานสะอาด และพัฒนาท่าเรือสีเขียว (Green Port) เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

    6.พิทักษ์ผลประโยชน์ทางพาณิชยนาวีของชาติไทย เน้นย้ำการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีโลก ผ่านความร่วมมือกับองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ควบคู่กับการดำเนินการเพิ่มเติม 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 6.1 ส่งเสริมการผลิตบุคลากรด้านพาณิชยนาวีให้เพียงพอและตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ ได้มาตรฐานสากลตามที่ IMO กำหนด เพื่อป้อนตลาดแรงงานโลกที่อยู่ในภาวะขาดแคลน 6.2 สร้างกรอบความร่วมมือด้านพาณิชยนาวี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก 6.3 พัฒนาร่องน้ำที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยว ให้มีมาตรฐานตามข้อกำหนดของสมาคมระหว่างประเทศว่าด้วยเครื่องช่วยการเดินเรือและประภาคาร (IALA)

    นายสรรเพชญ กล่าวว่า เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน ได้กำหนดแนวทาง “Quick Win” เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานในโครงการสำคัญ ดังนี้ Quick Win 1: เร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จและเปิดใช้งานโดยเร็ว ครอบคลุมโครงการพัฒนาท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือปากเกร็ด จ.นนทบุรี , ท่าเรือเกาะสุกร จ.ตรัง และท่าเรืออเนกประสงค์อ่าวมะขามป้อม จ.ระยอง รวมถึงโครงการพัฒนาร่องน้ำในพื้นที่สำคัญ เช่น ร่องน้ำบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี , ร่องน้ำสงขลา , ร่องน้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร , ร่องน้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา , ร่องน้ำตำมะลัง จ.สตูล และร่องน้ำเชียงแสง จ.เชียงราย

    Quick Win 2: ริเริ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการเสริมทรายชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี การพัฒนาระบบบริหารความปลอดภัยท่าเทียบเรือท่องเที่ยว (Port Control) ในพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ และระยอง การศึกษาพัฒนาท่าเรือดอนสักเพื่อเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์ ตลอดจนการพัฒนาท่าเรือสำราญและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ฝั่งอันดามัน อ่าวไทยตอนบน และอ่าวไทยตอนล่าง เป็นต้น และ Quick Win 3: เสนอขออนุมัติดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในการพัฒนาท่าเรือสำราญเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางน้ำในระยะยาว

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    532.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/961931&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0r4mKQVVEoNSSOWMaFPRkp

  • เทศบาลนครบางบัวทอง เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ “ไหว้พระร่ำรวยเงินทอง มังกรเสริมบารมี” ชวนนักท่องเที่ยวล่องเรือชมวิถีชุมชน พร้อมชิงเงินรางวัลประกวดภาพถ่าย

    เทศบาลนครบางบัวทอง เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ “ไหว้พระร่ำรวยเงินทอง มังกรเสริมบารมี” ชวนนักท่องเที่ยวล่องเรือชมวิถีชุมชน พร้อมชิงเงินรางวัลประกวดภาพถ่าย

    วันเสาร์ ที่ 02 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.57 น.

    นางกาญจนา เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีนคร บางบัวทอง พร้อมด้วย นางสาวปาณิศรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมการท่องที่ยวทางน้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างเป็นทางการ ณ สำนักงานเทศบาลนครบางบัวทอง เพื่อผลักดันศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวริมน้ำและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

    นางกาญจนา เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีนครบางบัวทอง เปิดเผยว่า เทศบาลนครบางบัวทองมีนโยบายในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ เชื่อมโยงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของชุมชนริมคลอง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของคนในพื้นที่ให้เป็น “ผู้สื่อความหมายท้องถิ่น” (Local Interpreter) เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวอัตลักษณ์ของชุมชนได้อย่างน่าสนใจ

    ไฮไลท์เส้นทางท่องเที่ยว “ไหว้พระร่ำรวยเงินทอง มังกรเสริมบารมี”

    นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์ล่องเรือชมทัศนียภาพวิถีชีวิตริมสองฝั่งคลองบางบัวทอง และแวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญในเขตเทศบาล 6 จุดเช็คอิน เส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำและวิถีชุมชนบางบัวทอง ได้แก่:

    สำนักงานเทศบาลนครบางบัวทอง : จุดเริ่มต้นการเดินทางและศูนย์กลางการประสานงานการท่องเที่ยวทางน้ำ
    สถานีรถไฟฟ้าบางพลู : จุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเพื่อเข้าสู่พื้นที่

    ป้ายรถเมล์ หอนาฬิกาเทศบาล : แลนด์มาร์คใจกลางเมืองที่สะท้อนวิถีชีวิตและการสัญจรของชาวบางบัวทอง

    วัดละหาร : ศาสนสถานสำคัญริมน้ำที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธและมีพุทธศิลป์ที่สวยงาม

    ลานจอดรถศาลเจ้าพ่อจุ้ย : จุดเข้าชมศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ประจำตลาดสดเทศบาลนครบางบัวทอง เพื่อขอพรเสริมโชคลาภและการค้าขาย

    วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2) : สถาปัตยกรรมจีนที่ยิ่งใหญ่และสง่างาม จุดไฮไลท์สำคัญในการรับพลังมังกรเสริมบารมี

    กิจกรรมพิเศษและการประกวดภาพถ่าย นอกจากพิธีเปิดงานในวันนี้แล้ว เทศบาลนครบางบัวทองยังได้เตรียมกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ดังนี้:

    ทริปล่องเรือท่องเที่ยวฟรี: เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป รวมระยะเวลา 10 วัน (วันละ 2 รอบ เช้า-บ่าย) โดยมีเรือโดยสารขนาดไม่น้อยกว่า 15 ที่นั่ง พร้อมนักสื่อความหมายท้องถิ่นคอยดูแลตลอดเส้นทาง
    ประกวดภาพถ่ายออนไลน์: ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวส่งภาพถ่ายเข้าประกวดภายใต้หัวข้อโครงการฯ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 10,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ 5,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 3,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 2,000 บาท

    ผู้ที่สนใจสามารถ ลงทะเบียนเข้าร่วมทริปได้ที่จุดลงทะเบียน ณ สำนักงานเทศบาลนครบางบัวทอง หรือผ่านช่องทางออนไลน์ และสามารถเข้าชมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวผ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (eBook) ที่รวบรวมประวัติความเป็นมาและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: เทศบาลนครบางบัวทอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/social/474735&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pVQJev1V73SP64DKefwkm

  • NT ผนึกความร่วมมือ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ยกระดับศักยภาพบุคลากรดิจิทัลของประเทศ

    NT ผนึกความร่วมมือ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ยกระดับศักยภาพบุคลากรดิจิทัลของประเทศ

    ไอที

    NT ผนึกความร่วมมือ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ยกระดับศักยภาพบุคลากรดิจิทัลของประเทศ

    วันเสาร์ ที่ 02 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.02 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    NT ผนึกความร่วมมือ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ยกระดับศักยภาพบุคลากรดิจิทัลของประเทศ

    บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมกับ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ มุ่งยกระดับคุณภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล โดยมี พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT  และ ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา อธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ร่วมลงนาม พร้อมด้วยผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนากำลังคน ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีคุณภาพ รองรับความต้องการของประเทศในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยครอบคลุมองค์ความรู้สำคัญ อาทิ ระบบคลาวด์ ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Data Center ระบบสารสนเทศ และระบบโทรคมนาคม รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการในมิติต่างๆ 
        

    นอกจากนี้  ทั้งสององค์กรยังให้ความสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรและกลวิธีการสอนที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง การส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตลอดจนการสนับสนุนในด้านทรัพยากร แหล่งเรียนรู้ และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ในระดับปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มุ่งผลักดันการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน หรือ CWIE รวมถึงโครงการ สหกิจศึกษาและการฝึกงาน เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษา ได้พัฒนาทักษะและประสบการณ์จริง ด้านพื้นฐานโทรคมนาคมและเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/474738&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3o4yLaumd1SLl7_jZDU8p1

  • คนมะกันอัด ทรัมป์ ตระบัดสัตย์ โพลชี้สงครามอิหร่านคือความผิดพลาด ทำเศรษฐกิจทั้งโลกพัง

    คนมะกันอัด ทรัมป์ ตระบัดสัตย์ โพลชี้สงครามอิหร่านคือความผิดพลาด ทำเศรษฐกิจทั้งโลกพัง

    คนมะกันอัด ทรัมป์ ตระบัดสัตย์ โพลชี้สงครามอิหร่านคือความผิดพลาด ทำเศรษฐกิจทั้งโลกพัง

    วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.39 น.

    2 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผลสำรวจล่าสุดพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเชื่อว่า การตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเป็นความผิดพลาด เนื่องจากสงครามดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและทำให้ค่าครองชีพในสหรัฐฯ สูงขึ้น

    ผลสำรวจความคิดเห็นของ วอชิงตัน โพสต์ – เอบีซี นิวส์ – ศูนย์วิจัยอิปซอส ที่เผยแพร่ออกมาแสดงให้เห็นว่า พลเมืองร้อยละ 61 ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าการใช้กำลังทหารต่ออิหร่านเป็น “ความผิดพลาด” ขณะที่เพียงร้อยละ 36 กล่าวว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

    ผลสำรวจนี้เป็นผลสำรวจล่าสุดที่พบว่าระดับการสนับสนุนสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากกับอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์นั้นอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งสงครามดังกล่าวได้คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคนทั่วตะวันออกกลางและทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น

    เมื่อถามว่าพวกเขาเปลี่ยนพฤติกรรมเนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถาม 44 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่า พวกเขาได้ลดการขับรถลง และ 42 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่า พวกเขาทำเช่นเดียวกันกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ตัวเลขเหล่านี้เพิ่มขึ้นเป็น 56 เปอร์เซ็นต์ และ 59 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ตอบแบบสอบถามที่มีรายได้น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์ต่อปี

    ความกังวลเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ

    สงครามยังถูกมองว่าขัดแย้งกับคำสัญญาของทรัมป์ที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามต่างประเทศที่ไม่จำเป็น และ 46 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าการตัดสินใจโจมตีอิหร่านนั้นไม่สอดคล้องกับจุดยืนที่ทรัมป์แสดงออกระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี

    เมื่อถามว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านประสบความสำเร็จหรือไม่ ร้อยละ 39 ตอบว่าไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่ร้อยละ 19 ตอบว่าประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 41 ตอบว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกได้

    อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนสงครามยังคงแข็งแกร่งในหมู่สมาชิกพรรครีพับลิกันของทรัมป์ เกือบร้อยละ 80 ของพรรครีพับลิกันกล่าวว่าการตัดสินใจโจมตีอิหร่านเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่าพวกเขาจะแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างเท่าๆ กันระหว่างการให้คะแนนปฏิบัติการว่าประสบความสำเร็จและการระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกได้

    เรียบเรียงจาก : Poll finds 61 percent of Americans believe attacking Iran was a mistake

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/962087&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Nek1EwfMiPUfmYZg0m-aw

  • นิกร หนุนดัน แลนด์บริดจ์ เต็มสูบ ชี้กุญแจสำคัญปลดล็อกเศรษฐกิจภาคใต้

    นิกร หนุนดัน แลนด์บริดจ์ เต็มสูบ ชี้กุญแจสำคัญปลดล็อกเศรษฐกิจภาคใต้

    นิกร หนุนดัน แลนด์บริดจ์ เต็มสูบ ชี้กุญแจสำคัญปลดล็อกเศรษฐกิจภาคใต้

    วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.39 น.

    วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก  แสดงความเห็นถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ในฐานะที่ผมเป็นคนใต้และเฝ้าติดตามนโยบายการพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดของเรามาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกฯ ชาติชาย ชุณหะวัณเมื่อปี 2531 ซึ่งมีความคิดเห็นที่ดีด้านการต่างประเทศต่อโอกาสของไทย และชาวใต้ ผมขอแชร์มุมมองต่อโครงการ Land Bridge   ระนอง-ชุมพร เพื่อให้ได้เห็นถึงโอกาสครั้งสำคัญของภาคใต้เราครับ

    ผมขอสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง- ชุมพร ให้เกิดขึ้นจริงครับ เพราะนี่คือกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกภาคใต้จากการถูกปิดล้อมทางยุทธศาสตร์ และเปลี่ยนเราให้เป็นศูนย์กลางการค้าของโลกอย่างแท้จริง โดยต้องเน้นการเชื่อมโยงด้วย “ระบบท่อส่งน้ำมัน” และ “รถไฟรางคู่” เป็นแกนหลัก

    ผมถึงเห็นว่าจะต้องทำตอนนี้ โดยเหตุผลหลักคือเรื่อง “ความมั่นคงทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ” ครับ ปัจจุบันโลกมีความผันผวนสูงมาก ดูอย่างวิกฤตที่ช่องแคบฮอร์มุซที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก หากเหตุการณ์ลักษณะนี้ลุกลามมาถึงช่องแคบมะละกาที่ปัจจุบันรองรับการค้าโลกถึง 40% หรือแม้ไม่เกิดขึ้นช่องแคบมะละกาก็กำลังจะเต็มความจุในปี 2573 เศรษฐกิจเราจะลำบากมาก ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีเส้นทางสำรองที่เชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกเข้าด้วยกัน เพื่อดึงดูดสินค้าผ่านจากจีน อินเดีย ลาว และเมียนมา ให้ไหลผ่านภาคใต้ของเรา

    จากประสบการณ์ที่ผมเคยเป็นกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้มาหลายคณะแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือบทเรียนจากในอดีต ผมเคยร่วมศึกษาโครงการขุดคอคอดกระอย่างละเอียดและพบว่าทำไม่ได้เพราะไม่คุ้มทุนและกระทบสิ่งแวดล้อมมหาศาล แต่โครงการแลนด์บริดจ์รูปแบบใหม่นี้ต่างออกไปครับ จากที่ผมไปลงพื้นที่ดูด้วยตัวเองในฐานะกรรมาธิการคมนาคมของสภาชุดที่ 25 และได้เคยไปดูงานที่ท่าเรือ จ.ระนอง เมื่อเดือนมกราคม 2564 ผมเห็นว่าการเลือกที่ตั้งท่าเรือฝั่งระนองที่ “แหลมอ่าวอ่าง” ซึ่งมีความลึกน้ำถึง 21 เมตร และอยู่ติดทะเลเปิด ไม่ต้องขุดเข้าไปในแผ่นดินลึกเหมือนที่เดิม จะช่วยลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เราหวงแหนได้มาก คุ้มค่ากับการลงทุนซึ่งจะจูงใจนักลงทุนระดับโลกได้จริง

    บทสรุปของคนใต้เพื่ออนาคตประเทศไทย ผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้คือการสืบสานวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลด้านการต่างประเทศของท่านอดีตนายกฯ ชาติชาย มองเห็นว่าภาคใต้เป็นทำเลทองที่สามารถเจริญรุ่งเรืองได้ และเกรงว่าประเทศเรานั้นสุ่มเสี่ยงอยู่เช่นกันจากหากเกิดปัญหาการออกจากอ่าวไทยที่ต้องผ่านพื้นที่ซ้อนทับทางทะเลทั้งกับ เขมรที่กำลังมีปัญหากันอยู่ ทั้งเวียตนามและมาเลเซียก็มีพื้นที่ทับซ้อนกัน จำที่จะต้องหาทางออกอีกฝั่งทะเลตะวันออกไว้ไว้  เมื่อมีตัวอย่างให้เห็นจากสงครามและผลกระทบต่อการเดินเรือที่ชัดเจนแล้ว เราก็ต้องฉวยโอกาสนี้ผลักดัน ซึ่งหากเราทำสำเร็จ โครงการนี้จะสร้างงานได้อย่างมากมาย และยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกหลานชาวใต้ให้ยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยน “ทำเลทอง” ของเราให้กลายเป็น “โอกาสทอง” ของประเทศเสียที

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/962088&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JOi-GDcm4MKCcpmaqUmgr

  • “นิกร” ในฐานะคนใต้ หนุน “แลนด์บริดจ์” ปลดล็อกเศรษฐกิจภาคใต้

    “นิกร” ในฐานะคนใต้ หนุน “แลนด์บริดจ์” ปลดล็อกเศรษฐกิจภาคใต้

    “นิกร” โพสต์ในฐานะคนใต้ หนุนเดินหน้า “แลนด์บริดจ์” ระนอง-ชุมพร ชี้ยุทธศาสตร์สำคัญเชื่อมสองมหาสมุทร ช่วยปลดล็อกเศรษฐกิจภาคใต้ และสร้างความมั่นคงทางพลังงานไทย

    2 พฤษภาคม 2569 นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งชาวใต้ ออกโรงสนับสนุน โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) เส้นทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างระนอง-ชุมพร เพื่อเสริมสร้าง ความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ และทางออกด้าน โลจิสติกส์ ของประเทศ ท่ามกลางวิกฤตการเดินเรือโลก โดยชูจุดเด่นการเชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ที่จะเปลี่ยนภาคใต้ให้เป็นศูนย์กลางการค้าอย่างยั่งยืน โดยได้มีการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า 

    ในฐานะที่ผมเป็นคนใต้ และเฝ้าติดตามนโยบายการพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดของเรามาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกฯ ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อปี 2531 ซึ่งมีความคิดเห็นที่ดีด้านการต่างประเทศต่อโอกาสของไทย และชาวใต้ ผมขอแชร์มุมมองต่อโครงการ Land Bridge ระนอง-ชุมพร เพื่อให้ได้เห็นถึงโอกาสครั้งสำคัญของภาคใต้เราครับ 

    ผมขอสนับสนุนอย่างเต็มที่ ให้รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ระนอง- ชุมพร ให้เกิดขึ้นจริงครับ เพราะนี่คือกุญแจสำคัญ ที่จะปลดล็อกภาคใต้จากการถูกปิดล้อมทางยุทธศาสตร์ และเปลี่ยนเราให้เป็นศูนย์กลางการค้าของโลกอย่างแท้จริง โดยต้องเน้นการเชื่อมโยงด้วย “ระบบท่อส่งน้ำมัน” และ “รถไฟรางคู่” เป็นแกนหลัก

    ผมถึงเห็นว่า จะต้องทำตอนนี้ โดยเหตุผลหลักคือเรื่อง “ความมั่นคงทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ” ครับ ปัจจุบันโลกมีความผันผวนสูงมาก ดูอย่างวิกฤตที่ช่องแคบฮอร์มุซที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก หากเหตุการณ์ลักษณะนี้ลุกลามมาถึงช่องแคบมะละกา ที่ปัจจุบันรองรับการค้าโลกถึง 40% หรือแม้ไม่เกิดขึ้นช่องแคบมะละกา ก็กำลังจะเต็มความจุในปี 2573 เศรษฐกิจเราจะลำบากมาก ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีเส้นทางสำรอง ที่เชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกเข้าด้วยกัน เพื่อดึงดูดสินค้าผ่านจากจีน อินเดีย ลาว และเมียนมา ให้ไหลผ่านภาคใต้ของเรา 
     

    นายนิกร จำนง สส.พรรคภูมิใจไทย

    จากประสบการณ์ที่ผมเคยเป็นกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้มาหลายคณะแล้ว ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ บทเรียนจากในอดีต ผมเคยร่วมศึกษาโครงการขุดคอคอดกระอย่างละเอียดและพบว่า ทำไม่ได้ เพราะไม่คุ้มทุนและกระทบสิ่งแวดล้อมมหาศาล แต่โครงการแลนด์บริดจ์รูปแบบใหม่นี้ต่างออกไปครับ จากที่ผมไปลงพื้นที่ดูด้วยตัวเอง ในฐานะกรรมาธิการคมนาคมของสภาชุดที่ 25 ผมเห็นว่า การเลือกที่ตั้งท่าเรือฝั่งระนองที่ “แหลมอ่าวอ่าง” ซึ่งมีความลึกน้ำถึง 21 เมตร และอยู่ติดทะเลเปิด ไม่ต้องขุดเข้าไปในแผ่นดินลึกเหมือนที่เดิม จะช่วยลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เราหวงแหนได้มาก คุ้มค่ากับการลงทุนซึ่งจะจูงใจนักลงทุนระดับโลกได้จริง

    บทสรุปของคนใต้เพื่ออนาคตประเทศไทย ผมเชื่อมั่นว่า โครงการนี้คือการสืบสานวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลด้านการต่างประเทศของท่านอดีตนายกฯ ชาติชาย มองเห็นว่า ภาคใต้เป็นทำเลทองที่สามารถเจริญรุ่งเรืองได้ และเกรงว่าประเทศเรานั้นสุ่มเสี่ยงอยู่เช่นกัน จากหากเกิดปัญหาการออกจากอ่าวไทย ที่ต้องผ่านพื้นที่ซ้อนทับทางทะเลได้ จำเป็นที่จะต้องหาทางออกอีกฝั่งทะเลตะวันออกไว้ไว้ เมื่อมีตัวอย่างให้เห็นจากสงคราม และผลกระทบต่อการเดินเรือที่ชัดเจนแล้ว เราก็ต้องฉวยโอกาสนี้ผลักดัน ซึ่งหากเราทำสำเร็จ โครงการนี้จะสร้างงานได้อย่างมากมาย และยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกหลานชาวใต้ให้ยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยน “ทำเลทอง” ของเราให้กลายเป็น “โอกาสทอง” ของประเทศเสียที 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378976882&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0VYeDeekxS2tFIKZpEIkgV

  • ธปท. ชี้ไทยโชคดีลดดอกเบี้ยพยุงเศรษฐกิจรองรับสงคราม จับตาเอกภาพเฟด หลังเสียงแตก-เปลี่ยนผู้นำ : อินโฟเควสท์

    ธปท. ชี้ไทยโชคดีลดดอกเบี้ยพยุงเศรษฐกิจรองรับสงคราม จับตาเอกภาพเฟด หลังเสียงแตก-เปลี่ยนผู้นำ : อินโฟเควสท์

    นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็น “มหกรรมธนาคารกลาง” (Central bank bonanza) โดยนอกจากจะมีการประชุม กนง. ของไทยที่ผมเป็นเลขานุการแล้ว ยังมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั้งสหรัฐฯ (เฟด) ญี่ปุ่น (BoJ) ยุโรป (ECB) และอังกฤษ (BoE) ในสัปดาห์นี้ด้วย

    รอบนี้ เฟดแถลงผลการประชุมวันที่ 29 เมษายน วันเดียวกันกับไทย และเป็นเวลา 14.30 น. เช่นกัน แต่ห่างกัน 11 ชั่วโมง เพราะเป็นคนละ Time zone ปีนี้จะมีแบบนี้อีกทีก็วันที่ 28 ตุลาคม

    เช่นเดียวกันกับ กนง. (และ BoJ ECB และ BoE) เฟดตัดสินใจ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ต่างกันที่ กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ขณะที่เฟดเสียงแตก 8:4 ซึ่งเป็นการประชุมเฟดที่มีเสียงแตกมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2535

    อย่างไรก็ดี ใน 4 คนที่เห็นต่างจากเสียงส่วนใหญ่ มีเพียงคนเดียวที่โหวตให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คือ Stephen Miran ซึ่งเป็นคนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งเข้ามาชั่วคราว ขณะที่อีก 3 คน ได้แก่ Beth Hammack, Neel Kashkari และ Lorie Logan โหวตให้คงดอกเบี้ยเหมือนกับอีก 8 คน แต่ทั้ง 3 คน ไม่เห็นด้วยกับประโยคที่ชี้ว่า เฟดอาจจะมีการลดดอกเบี้ยในอนาคต (Easing bias stance) ในแถลงการณ์ของการประชุม จากความเป็นห่วงสถานการณ์เงินเฟ้อในสหรัฐฯ ที่พอเงินเฟ้อจุดติดแล้วมักจะลงช้า

    นายดอน กล่าวว่า การตัดสินนโยบายการเงินของเฟดมีความน่าสนใจ เพราะเฟดเป็นธนาคารกลางหลักธนาคารเดียวที่ยังไม่จบวัฏจักรการลดอัตราดอกเบี้ย โดยในช่วงต้นปี ตลาดยังมองว่า เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 2 ครั้งในปีนี้ แต่หลังการแถลงล่าสุดของเฟด ตลาดมองว่าปีนี้ เฟดจะไม่มีการลดปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว

    ขณะที่มองย้อนกลับไป ถ้าสงครามระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์เกิดขึ้นเร็วกว่านั้นเพียง 3 วัน กนง. ที่ประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์ คงไม่ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะเหตุผลหนึ่งของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันนั้น คือ การส่งสัญญาณดูแลเงินเฟ้อระยะปานกลาง (2-3 ปีข้างหน้า) ที่มีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมายนานกว่าคาด

    ขณะที่ล่าสุด ประมาณการเงินเฟ้อของ ธปท. ทั้งปี 2569 และปี 2570 ปรับกลับมาอยู่ในกรอบทั้ง 2 ปีจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น จึงนับเป็นว่าเป็นโชคดีของเศรษฐกิจไทยที่ได้ภาวะดอกเบี้ยต่ำมารองรับผลกระทบจากสงคราม แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

    กลับมาที่การประชุมเฟด นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า กรรมการ 3 คน ที่เห็นต่าง ต้องการส่งสัญญาณไปที่ Kevin Warsh (เควิน วอร์ช) ที่จะมาเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (FOMC) แทน Jerome Powell ที่จะหมดวาระประธาน FOMC ในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ว่า ถ้า Warsh จะให้ FOMC ลดดอกเบี้ย งานนี้ไม่หมู

    ดราม่าของการประชุมเฟดครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เสียงที่แตก แต่ในช่วงแถลงข่าว Powell ประกาศว่า เขาจะยังทำหน้าที่เป็นกรรมการใน FOMC ต่อไป จนกว่าการสอบสวนโดยกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ของสหรัฐฯจะยุติลงแบบ “เบ็ดเสร็จ เด็ดขาด และโปร่งใส” (Well and truly over with finality and transparency) ซึ่งแปลว่า เขาจะร่วมประชุม FOMC ครั้งถัด ๆ ไปด้วย

    “แม้ Powell จะบอกว่า เขาจะทำตัว Low profile และจะไม่เป็นประธานเงา คอยชี้นำการตัดสินใจของประธานคนใหม่ แต่ในทางปฏิบัติ การมีอดีตประธานนั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย ผมว่ามันไม่ง่ายสำหรับ Warsh ที่ประกาศว่า จะสร้างการเปลี่ยนแปลง (Regime change) ให้กับเฟด ภายในการนำของเขา”

    ดังนั้น คงต้องติดตามต่อไปว่าระหว่างนี้จนถึงการประชุมเฟดครั้งถัดไป วันที่ 16-17 มิถุนายน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะสั่งให้ DOJ ยุติการสอบสวน Powell โดยสิ้นเชิง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ Warsh หรือไม่

    หรือเราจะเห็นภาพประวัติศาสตร์ที่มีประธานและอดีตประธานประชุมร่วมกันแบบที่เคยเกิดขึ้นสั้นๆในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ของ Arthur Burns (ยุคที่โลกเผชิญกับวิกฤตพลังงานและภาวะ Stagflation) แม้รายละเอียดของยุคสมัยจะต่างกัน แต่ความอึดอัดในการทำงานร่วมกันระหว่างประธานที่เพิ่งพ้นวาระหลังจากดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนานกับประธานคนใหม่ ย่อมสร้างแรงเสียดทานและเป็นความท้าทายต่อความเป็นเอกภาพในการตัดสินใจของเฟดหลังจากนี้

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 พ.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/589613&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1POlAznVyk0d_qHtH1pt7i

  • ตำรวจทางหลวงอยุธยาสกัดรถเก๋งขนต่างด้าวอัดแน่น รวบ 10 ราย – tnews

    ตำรวจทางหลวงอยุธยาสกัดรถเก๋งขนต่างด้าวอัดแน่น รวบ 10 ราย – tnews

    ฟิล์มมืด บรรทุกหนักผิดสังเกต เมื่อตรวจค้นพบแรงงานต่างด้าวและผู้ติดตาม. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยา ได้กวดขันตรวจสอบเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบรถเก๋งคันหนึ่งติดฟิล์ม …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tnews.co.th/social/social-news/649650&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ElSPefQT_g4YGUf5KOs1g

  • ไหม มนัญชญา ทะลุชิงเทนนิส ดับเบิลยู 100 กิฟุ ลุ้นล้างตาคว้าแชมป์ที่ญี่ปุ่น

    ไหม มนัญชญา ทะลุชิงเทนนิส ดับเบิลยู 100 กิฟุ ลุ้นล้างตาคว้าแชมป์ที่ญี่ปุ่น

    “ไหม” มนัญชญา สว่างแก้ว ฟอร์มเจ๋งอัดดาวรุ่งญี่ปุ่น 2 เซตรวด ทะลุชิงชนะเลิศเทนนิส ไอทีเอฟ วีเมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ ดับเบิลยู 100 กิฟุ ลุ้นแชมป์ที่ประเทศญี่ปุ่น

    “ไหม” มนัญชญา สว่างแก้ว นักเทนนิสหญิงไทยโชว์ฟอร์มแกร่งต่อเนื่อง ล่าสุดตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเพื่อลุ้นแชมป์หญิงเดี่ยวในศึกเทนนิสอาชีพหญิง ไอทีเอฟ วีเมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ ดับเบิลยู 100 (W100) รายการ “ดับเบิลยู 100 กิฟุ” ชิงเงินรางวัลรวม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.2 ล้านบาท) ณ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569

    การแข่งขันในประเภทหญิงเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ มนัญชญา สว่างแก้ว มืออันดับ 186 ของโลก และเจ้าของตำแหน่งรองแชมป์เก่าเมื่อปีที่ผ่านมา ลงสนามพบกับ ฮายุ คิโนชิตะ นักหวดดาวรุ่งเจ้าถิ่นวัย 19 ปี มืออันดับ 297 ของโลก ผลการแข่งขันปรากฏว่า มนัญชญา อาศัยประสบการณ์และชั้นเชิงที่เหนือกว่า เอาชนะไปได้ 2-0 เซต ด้วยสกอร์ 6-4 และ 6-2 ส่งผลให้ผ่านเข้าไปลุ้นแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จเป็นปีที่สองติดต่อกัน

    สำหรับรอบชิงชนะเลิศ มนัญชญา จะต้องโคจรไปพบกับ เอเมอร์สัน โจนส์ ดาวรุ่งจากออสเตรเลียวัย 17 ปี มืออันดับ 133 ของโลก ที่ผ่านเข้ารอบมาได้หลังจากเอาชนะผ่าน “รวงข้าว” ลัลนา ธาราฤดี นักเทนนิสไทยมือวางอันดับ 1 ของรายการ และมืออันดับ 113 ของโลก ในรอบรองชนะเลิศอีกคู่หนึ่ง

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/103225/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ubuOKwvw0wVPUjzItz3yb

  • ไทย ปะทะ อินโดนีเซีย ชิงอันดับ 3 เอเชียศึกยู 14 ชาย ‘2026 ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ฯ’

    ไทย ปะทะ อินโดนีเซีย ชิงอันดับ 3 เอเชียศึกยู 14 ชาย ‘2026 ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ฯ’

    เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2569 ทีมนักหวดเยาวชนชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ลงแข่งขันรอบรองชนะเลิศกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ในศึกเทนนิสเยาวชนชิงแชมป์โลก ประเภททีมชาย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี รอบคัดเลือกตัวแทนโซนเอเชีย/โอเชียเนีย รายการ “2026 ไอทีเอฟ เวิลด์ จูเนียร์ เทนนิส, เอเชีย/โอเชียเนีย ไฟนอลส์ ควอลิฟายอิ้ง อีเวนท์” ณ เมืองกูชิง รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย

    ผลคู่แรก เดี่ยวมือสอง “อันปัน” ปัณณพรรธน์ นิ่มนวลกุล แพ้ อากูอิ นานาโตะ 0-2 เซต ด้วยสกอร์ 6-7 ไทเบรก 5-7 และ 1-6 ส่วนเดี่ยวมือหนึ่ง “เเทน” วริษฐ์ เลิศสินธพานนท์ ปราชัยให้แก่ ทามากิ ฮารุโตะ 0-2 เซต ด้วยสกอร์ 0-6 และ 2-6 ขณะที่ประเภทคู่ ไม่มีการแข่งขัน

    สรุป ทีมไทย แพ้ ทีมญี่ปุ่น 0-2 คู่ ไปแข่งขันต่อในรอบจัดอันดับ 3-4 พบกับทีมอินโดนีเซีย ที่แพ้ ออสเตรเลีย 0-2 คู่ ส่วนคู่ชิงชนะเลิศ ญี่ปุ่น จะพบกับ ออสเตรเลีย

    สำหรับทีมเทนนิสทีมชาติไทยชุดนี้ ประกอบด้วย “โค้ชเอ็กซ์” นายพชรพล คำสมาน ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย, นายพันธุ์ทิวา ชาวอุทัย เทรนเนอร์ และ 3 นักกีฬา “อันปัน” ปัณณพรรธน์ นิ่มนวลกุล, “เเทน” วริษฐ์ เลิศสินธพานนท์ และ “เดนิส” เดนิส เขียวรักษา จากชลบุรี

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/989566/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ED2rFdGySnvlqUKuYcC-0