Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน 3 ก.ย.68

    ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน 3 ก.ย.68

    3 กันยายน 2568 17:02 น. สยามรัฐออนไลน์ เศรษฐกิจ

    ประเด็นร้อนเศรษฐกิจรอบวัน 3 ก.ย.68

    – นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เผยว่า ที่ประชุม กกร.ประเมินว่าปี 2568 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไทย จะขยายตัวได้ 1.8%-2.2% ขณะคาดว่ามูลค่าการส่งออกปีนี้ จะขยายตัวได้ 2-3% อัตราเงินเฟ้อยู่ที่ 0.5-1.0%โดยครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวได้เพียง 1% จากปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ เพิ่มขึ้นที่มีความไม่แน่นอนทางการเมือง อาจกระทบการเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงการขาดความเชื่อมั่นในการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชนในระยะข้างหน้า

    – นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ผยว่า ธอส. พร้อมเดินหน้าสนับสนุนคนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้นอย่างยั่งยืนตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ในโอกาสครบ 6 รอบ 72 ปี ธอส. ได้จัดแคมเปญทางการเงินครั้งใหญ่และสิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อมอบเป็นของขวัญตอบแทนให้ลูกค้าและประชาชน นำโดย อาทิ สินเชื่อบ้าน 72 ปี ธอส. สนับสนุนคนไทยมีบ้าน ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์การกู้ตามที่ธนาคารกำหนด อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.72% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้น 2,700 บาทต่อเดือน เท่านั้น! ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันนี้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568

    – นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เผยว่า  ได้ร่วมหารือกับสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เพื่อแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่ออาคารพาณิชย์ สำหรับใช้เป็นสถานประกอบการ ผ่านกลไกการค้ำประกันของ บสย. สร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงิน ในการปล่อยสินเชื่อ เพิ่มโอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อ ให้กับ SMEs ที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ อาทิ YouTuber, สถาปนิก, วิศวกร, ผู้ค้าขายออนไลน์, ผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือพ่อค้า แม่ค้า ฯลฯ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/648786&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DcQcqJ3x9fyE8aRkmHhhb

  • นโยบายเศรษฐกิจเพื่อไทยจะเป็นอย่างไรต่อ หากมีการยุบสภาเกิดขึ้น

    นโยบายเศรษฐกิจเพื่อไทยจะเป็นอย่างไรต่อ หากมีการยุบสภาเกิดขึ้น

    นโยบายเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไรต่อ เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองกำลังมุ่งหน้าสู่หนทางแห่งการยุบสภา คำถามสำคัญที่ตามมาจากนี้คือ ข้อกฎหมายต่างๆ ที่ผ่านการพิจารณาในชั้นต่างๆ ตั้งแต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปจนถึงรัฐสภา จะมีข้อใดบ้างที่ไม่ถูกปัดตก หากมีการยุบสภาเกิดขึ้นจริง

    เมื่อไล่เรียงเส้นทางการพิจารณาข้อกฎหมายโดยทั่วไป สามารถแบ่งระดับความเสี่ยงของร่างกฎหมายได้ ดังนี้

    🔴ร่างกฎหมายตกทันที ถ้ามีการยุบสภาเกิดขึ้น : อยู่ในขั้น ครม. / กฤษฎีกา / สภาผู้แทนราษฎร 

    ⚠️รัฐบาลชุดใหม่อาจถอนร่างก่อนทูลเกล้าฯ : อยู่ระหว่างวุฒิสภา หรืออยู่ระหว่างรอโปรดเกล้าฯ

    ✅มีผลบังคับใช้: ลงพระปรมาภิไธยเสร็จสิ้น และประกาศในราชกิจจาฯ 

    โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดร่างกฎหมายในแต่ละนโยบาย ดังนี้

    1. รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

    • พ.ร.บ. การขนส่งทางราง กำลังอยู่ในการพิจารณาชั้นของสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
    • เตรียมนำเรื่อง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และ พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เข้าสู่วาระการประชุมวุฒิสภาในวันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2568

    2. แลนด์บริดจ์ 

    • เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เข้าสู่ที่ประชุม ครม. หากไม่มีการยุบสภา กฎหมายอาจเสร็จทันสิ้นปี 2568 ตามการวางไทม์ไลน์แบบเดิม

    3.หวยเกษียณ 

    • พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ… ผ่านวาระ 1 ในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 โดยมีไทม์ไลน์เริ่มจำหน่ายหวยเกษียณไตรมาส 4 ปีนี้

    4. Financial Hub

    • พ.ร.บ. ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ… กำลังอยู่ในขั้นตอนบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

    5. สถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ (NaCGA)

    • พ.ร.บ.สถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ พ.ศ… ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 และอยู่ระหว่างการตรวจร่างกฎหมายโดยกฤษฎีกา

    6. Entertainment Complex

    • ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติ 253 ต่อ 66 เสียง เห็นชอบให้ ครม. ถอนร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ออกจากระเบียบวาระการประชุม เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568

    นอกจากนี้ ยังมีนโยบายอื่นๆ ที่รอความเห็นชอบจากครม. เช่น บ้านเพื่อคนไทย รวมถึงข้อกฎหมายที่รอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาอีกด้วย เช่น ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. … ซึ่งเสนอโดยกระทรวงพลังงาน กับ ร่างกฎหมายตามมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการซื้องานศิลปะ และมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ ตามที่กรมสรรพากรจากกระทรวงการคลังเป็นผู้เสนอ

    ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/pheu-thai-economic-policy-after-dissolution/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LigFVpTiaDhrVCo4mli1k

  • “พาณิชย์” เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค สิงหาคม ลดลง! จากสถานการณ์ภายใน-เศรษฐกิจ

    “พาณิชย์” เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค สิงหาคม ลดลง! จากสถานการณ์ภายใน-เศรษฐกิจ

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 5,717 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนสิงหาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 47.9 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า จากความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน

    โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ดัชนีอยู่ในระดับไม่เชื่อมั่นคาดว่ามาจากประชาชน ยังมีความกังวลต่อภาระหนี้สินและค่าใช้จ่ายของครัวเรือนและธุรกิจ 

    กระทรวงพาณิชย์
    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โฆษกกระทรวงพาณิชย์

    ประกอบกับสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ ที่อาจส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย เช่น นโยบายการค้าและภาษีของประเทศคู่ค้าหลัก สินค้าเกษตรไทยที่เผชิญกับการแข่งขันสูงในตลาดโลก ภาคการท่องเที่ยวชะลอตัวส่งผลต่อรายได้ของธุรกิจบริการ และสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย – กัมพูชา  

    ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 53.7 แม้จะปรับตัวลดลงจากระดับ 54.2 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ทำให้ประชาชนยังมีความเชื่อมั่นในอนาคต คาดว่า มาจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ ร้อยละ 1.50 ต่อปี เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนและภาคธุรกิจ ประกอบกับการส่งออกยังขยายตัวได้ดี 

    อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่าง ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา และภัยธรรมชาติในบางพื้นที่ ซึ่งอาจจะเป็นแรงกดดันที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระยะต่อไป

    ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค พบว่า

    -ด้านเศรษฐกิจไทยส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 48.15 

    -มาตรการของภาครัฐ ร้อยละ 12.89  

    -สังคม/ความมั่นคง ร้อยละ 10.93  

    -ราคาสินค้าเกษตร ร้อยละ 8.50 

    -เศรษฐกิจโลก ร้อยละ 8.05  

    -การเมือง ร้อยละ 7.45  

    -ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ร้อยละ 1.91  

    -ภัยพิบัติ/โรคระบาด ร้อยละ 1.52 

    -และอื่น ๆ ร้อยละ 0.60 ตามลำดับ

    สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค จำแนกรายภูมิภาค จำนวน 5 ภูมิภาค พบว่า ดัชนีอยู่ในช่วงเชื่อมั่น 1 ภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 50.4 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 48.8 ภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 46.7  กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 46.0  ซึ่งถึงแม้อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของภาคเหนือลดลง อยู่ที่ระดับ 45.8 จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่

    ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายอาชีพ จำนวน 7 อาชีพ พบว่า มี 1 กลุ่มอาชีพที่ดัชนีอยู่ในช่วงเชื่อมั่น ได้แก่ พนักงานของรัฐ อยู่ที่ระดับ 52.0 ในขณะที่มี 6 กลุ่มอาชีพที่ดัชนีอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยผู้ประกอบการ อยู่ที่ระดับ 49.0 นักศึกษา อยู่ที่ระดับ 48.9 พนักงานเอกชน อยู่ที่ระดับ 47.5 อาชีพรับจ้างอิสระ อยู่ที่ระดับ 46.5 เกษตรกร อยู่ที่ระดับ 46.4 และไม่ได้ทำงาน/บำนาญ อยู่ที่ระดับ 45.8 สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยอยู่ที่ระดับ 37.1 แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า

    นายพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคมลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยภายในประเทศเป็นแรงกดดันสำคัญ ทั้งจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา และอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ยังส่งผลต่อเนื่องมาถึงเดือนสิงหาคม 

    นอกจากนี้ ปัญหาทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่ส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนชะลอตัวลงและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคธุรกิจ ยิ่งเพิ่มระดับความกังวลของประชาชนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยบรรเทาภาระของประชาชนในสถานการณ์เศรษฐกิจดังกล่าว 

    ขณะที่ การเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปี อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนได้ในอีกทางหนึ่ง อีกทั้งความชัดเจนจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะมีส่วนช่วยลดความกังวลจากสถานการณ์การค้าที่ตึงเครียดในระยะที่ผ่านมาซึ่งจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจในระยะต่อไป 

    ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน รวมถึงการช่วยเหลือและส่งเสริมการพัฒนาของภาคธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์จะยังคงดำเนินการมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสนับสนุนภาคการค้าและภาคธุรกิจให้ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/256228&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ox09V6KjWRx7BsMmWpWML

  • โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว

    โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว

    อย่าทิ้ง! นำมาขายกับเรา สร้างรายได้ พร้อมช่วยสิ่งแวดล้อม

    สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ร่วมกับ PTT Group ขอเชิญชวนทุกท่านนำ น้ำมันพืชใช้แล้ว มาขาย เพื่อนำไปรีไซเคิลและผลิตเป็น ไบโอดีเซล (น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ)

    เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถช่วยโลกไปพร้อมกับการสร้างรายได้เสริมง่าย ๆ


    💡 ประโยชน์ที่คุณจะได้รับ

    • ✔️ สร้างรายได้ จากน้ำมันใช้แล้ว
    • ✔️ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม จากการทิ้งน้ำมันลงท่อ
    • ✔️ ลดการใช้น้ำมันซ้ำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

    📍 จุดรับซื้อน้ำมันใช้แล้ว

    • ทุกวันพุธแรกของเดือน
    • เวลา 10.00 – 12.00 น.
    • บริเวณ หน้าอาคารสยามบรมราชกุมารี

    💰 ราคากิโลกรัมละ 24 บาท


    📞 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

    • คุณกฤษณ์ จิณณศิริกุล : 081-751-6512
    • คุณภูสิทธิพงษ์ คุณธิดาอวัฒนะ : 02-727-3457 หรือ 081-691-8393

    ✨ อย่าปล่อยให้น้ำมันพืชใช้แล้วเป็นขยะ!
    มาเปลี่ยนให้เป็นพลังงานสะอาดและรายได้ไปพร้อมกัน 💚

    โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/used-cooking-oil-collection-nida-ptt/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TTbVawYXpCreQQDPEm0_z

  • IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจกัมพูชาปี 68 โต 4.8% : อินโฟเควสท์

    IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจกัมพูชาปี 68 โต 4.8% : อินโฟเควสท์

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจของกัมพูชาปี 2568 เหลือ 4.8% จากคาดการณ์เดิมในเดือนม.ค.ที่ 5.8%

    IMF ระบุว่า เศรษฐกิจของกัมพูชาเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศ และความตึงเครียดในภูมิภาค

    เคนอิจิโร คาชิวาเสะ หัวหน้าฝ่ายกัมพูชา แผนกเอเชียแปซิฟิกของ IMF เปิดเผยว่า เศรษฐกิจกัมพูชาเติบโตแข็งแกร่งในปี 2567 โดย GDP ที่แท้จริงขยายตัว 6% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการส่งออกเครื่องนุ่งห่มและสินค้าเกษตร รวมถึงการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว

    คาชิวาเสะระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวดำเนินต่อในช่วงต้นปี 2568 แต่คาดว่าอัตราการเติบโตจะชะลอลงเหลือ 4.8% เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าและข้อพิพาทชายแดนกับไทยแม้จะมีการหยุดยิง ได้ส่งผลกระทบต่อความต้องการจากต่างประเทศ การท่องเที่ยว และเงินโอนจากต่างประเทศ

    นอกจากนี้ IMF คาดว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ประมาณ 2.8% แต่ยังคงอยู่ในระดับควบคุมได้

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เศรษฐกิจกัมพูชาพึ่งพาการส่งออกเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และสินค้าเดินทาง การท่องเที่ยว เกษตรกรรม รวมถึงอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง

    นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้กำหนดอัตราภาษี 19% ต่อสินค้านำเข้าทั้งหมดจากกัมพูชา เมื่อวันที่ 1 ส.ค.

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR820IQ427A3TJ265C51CPSMO2MCZL08&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3f9RA_JAB7iE9e-FV4Jx_1

  • อากาศร้อนจัดทำให้ ‘ดีเอ็นเอละลาย’ และทำให้เราแก่เร็วขึ้นได้อย่างไร ?  – BBC News ไทย

    อากาศร้อนจัดทำให้ ‘ดีเอ็นเอละลาย’ และทำให้เราแก่เร็วขึ้นได้อย่างไร ? – BBC News ไทย

    อากาศร้อนจัดทำให้ ‘ดีเอ็นเอละลาย’ และทำให้เราแก่เร็วขึ้นได้อย่างไร ?

    A man stands in front of a fan misting water in Baghdad where heat spiked to over 50 C or 122 F

    ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

    คำบรรยายภาพ, งานวิจัยชี้ว่าคนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงเป็นประจำจะแก่ตัวเร็วขึ้น
      • Author, แองเจลา เฮนชอลล์
      • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

    ซูเลย์มาน ฮัมมูดาน เติบโตขึ้นมาและใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่อากาศร้อนอย่างแผดเผามาตลอด

    เขาทำงานด้านการขายในบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ซึ่งอุณหภูมิอาจสูงได้เกินกว่า 45 องศาเซลเซียส ในช่วงระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ย.

    “หากคุณอยู่ข้างนอกตอนกลางวัน มันจะให้ความรู้สึกเหมือนคุณอยู่กลางทะเลทราย ความร้อนและความชื้นอาจทำให้คุณถึงขั้นหายใจไม่ออก”

    “ผมมักจะทำงานจากที่บ้านบ่อย ๆ ถ้าผมจะออกไปข้างนอกก็จะเป็นช่วงทุ่มนึง ตอนที่ดวงอาทิตย์ตกไปแล้ว มันก็ยังร้อนอยู่ แต่ทนได้มากกว่า” ซูเลย์มานกล่าว

    มีคนจำนวนน้อยมากที่ออกมาเดินตามท้องถนนในช่วงฤดูร้อน “ดังนั้น เวลาพูดถึงการไปทำงาน ผมออกจากบ้าน ขึ้นรถ และไปออฟฟิศ” เขาเสริม

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • แคนดิเดตนายกฯ จากภูมิใจไทย vs ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ จากเพื่อไทย

    • ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยืนยันว่า

    • Montage image showing a cadaver in a mortuary

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    “ทุกพื้นที่มีเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะตามห้ามสรรพสินค้าที่ซึ่งผู้คนนิยมที่จะใช้เวลาตลอดทั้งวัน ห้างคือบ้านหลังที่สองเลย”

    ตอนนี้ซูเลย์มานกำลังปรับวิถีชีวิตประจำวันของเขาเช่นเดียวกับผู้คนอีกมากมาย ให้เข้ากับอุณหภูมิตอนนี้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตัวเลขที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

    นักวิทยาศาสตร์กำลังวิจัยว่าเกิดอะไรขึ้นในร่างกายของเรา หากต้องทนต่อความร้อนเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    การศึกษาของมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (USC) ได้วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวอเมริกันหลายพันคนที่อาศัยอยู่ในหลายรัฐ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สภาพภูมิอากาศรายวันพุ่งสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส

    ทีมวิจัยได้ใช้การตรวจเลือดเพื่อวัด “อายุในทางทางระบาดวิทยา” (epidemiological age) ของผู้เข้าร่วม 3,600 คน เทียบกับอายุจริงของพวกเขา และนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับดัชนีความร้อน (heat index)

    ผู้เขียนงานวิจัยอย่าง ดร.อึนยอง ชเว นักวิจัยหลังปริญญาเอกที่ USC กล่าวว่า พวกเขาพบผลลัพธ์น่าตกใจ นั่นคือ ผู้ที่เผชิญกับอุณหภูมิสูงเป็นประจำมีการแก่ตัวเร็วกว่าปกติ

    A person carrying an umbrella as a sunshade walking past a message board showing a temperature of 122 degrees Farenheit

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, จำนวนวันที่อากาศร้อนจัด (extreme heat) ในสหรัฐอเมริกาอาจเพิ่มขึ้นถึง 20-30 วัน ซึ่งจะส่งผลกระทบทั่วประเทศ ภายในปี 2050

    ความร้อนส่งผลกระทบถาวรต่อร่างกายหรือไม่

    นักวิทยาศาสตร์ทราบกันอยู่แล้วว่าความร้อนอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการทำงานของสมอง สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด รวมไปถึงประสิทธิภาพในการทำงานของไต

    อย่างไรก็ดี ข้อมูลจาก USC ชี้ว่า การอยู่ในพื้นที่ที่มีความร้อนสูงบ่อยครั้งกำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสายพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของมนุษย์ด้วย นี่คือกระบวนการที่เรียกว่า “เมทิเลชัน” (methylation)

    เจฟฟ์ กู๊ดเดลล์ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “The Heat Will Kill You First – Life and Death on a Scorched Planet” [อาจแปลเป็นภาษาไทยว่า: ความร้อนจะฆ่าคุณก่อน – ชีวิตและความตายบนโลกที่ถูกแผดเผา] กล่าวว่า “เมื่ออุณหภูมิร่างกายของเราเพิ่มขึ้น ไขมันที่ห่อหุ้มเซลล์ (lipids) จะเริ่มเสื่อมสภาพตามเวลาจริงแบบเรียลไทม์ โดยมันจะค่อย ๆ คลายตัวออกมา”

    “โครงสร้างของเซลล์จะแตกออก และนั่นคือสิ่งเดียวกันกับเวลาคุณต้มไข่ เยื่อหุ้มไข่ถูกทำลาย”

    A carer carefully gives a very pale older man a glass of water

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, การอาศัยอยู่ในพื้นที่อากาศร้อนอาจเร่งให้เกิดโรคที่มากับวัยเร็วขึ้น เช่น โรคเบาหวาน สมองเสื่อม และโรคหัวใจ

    อายุทางชีวภาพคืออะไร

    เช่นนั้นแล้วเซลล์ของเรากำลังเสื่อมสภาพลงเร็วแค่ไหน

    เราต่างทราบดีอยู่แล้วว่าบางคนดูเหมือนจะแก่ชราเร็วกว่าคนอื่น และ ดร.ชเว จากมหาวิทยาลัย USC ยังบอกด้วยว่า หากให้อธิบายง่าย ๆ อายุทางชีวภาพ (epigenetic ageing) คือหนึ่งในหลาย ๆ วิธีที่แพทย์สามารถใช้วัดการแก่ตัวทางชีวภาพของบุคคล อันเป็นตัวชี้วัดว่าร่างกายของเราทำงานได้ดีแค่ไหนในระดับเซลล์

    “ดีเอ็นเอถูกกำหนดมาตั้งแต่กำเนิดและเราไม่สามารถเปลี่ยนมันได้ แต่กระบวนการเมทิเลชันเหมือนสวิตช์ไฟสำหรับยีน และเป็นตัวควบคุมการแสดงออกของยีน” ดร.ชเว กล่าว

    การตรวจเลือดถูกนำมาใช้เพื่อสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงในกระบวนการเมทิเลชันของดีเอ็นเอ หรือ DNA methylation (DNAm)

    “คุณอาจจะคิดว่าดีเอ็นเอเปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของเรา ขณะที่กระบวนการเมทิเลชันเหมือนกับแผงควบคุมที่จะคอยคุมว่าสิ่งไหนจะถูกเปิดหรือไม่” ดร.ชเว กล่าว

    “สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจกระบวนการนี้คือ เรารู้ว่าปัจจัยภาพนอก เช่น ความเครียด มลพิษทางอากาศ และตอนนี้คือความร้อน สามารถเปลี่ยนแผงควบคุมเหล่านี้ได้”

    ดร.ชเว กล่าวว่า ผลการวิจัยของเธอชี้ให้เห็นว่า การเผชิญกับความร้อนอย่างต่อเนื่องมีผลกระทบต่อร่างกายเช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิตครั้งใหญ่ ๆ “มันสามารถเปรียบเทียบได้กับผลกระทบของการสูบบุหรี่หรือการดื่มแอลกอฮอล์หนัก ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนแล้ว”

    แม้การเร่งกระบวนการแก่ชรานี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย โดยอาจส่งผลกระทบให้เราแก่เร็วขึ้นไม่กี่เดือน แต่สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่ามันสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดเวลา แม้อายุทางชีวภาพจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยต่อเนื่องทุกปี แต่มันก็สามารถสะสมกลายเป็นการแก่เร็วขึ้นหลายปีได้เช่นกัน

    แนวโน้มนี้อาจหมายความว่าคุณมีโอกาสป่วยเป็นโรคที่มากับวัย เช่น เบาหวาน ภาวะสมองเสื่อม และโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้เร็วกว่าปกติ

    ทว่า ดร.ชเว กล่าวว่าการวิจัยนี้ยังเปิดโอกาสใหม่ ๆ ด้วย

    “เรามองว่า [ข้อค้นพบนี้] เป็นสัญญาณเบื้องต้น ที่มอบ ‘เวลาทอง’ ให้แพทย์สามารถเข้าไปแทรกแซงทางการแพทย์ได้”

    ผมขาวและริ้วรอย

    เช่นนั้นแล้วการอยู่ในที่ที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจะทำให้รูปร่างหน้าตาของคุณเปลี่ยนไปหรือไม่

    ซูเลย์มานเล่าว่า เขาสังเกตว่าร่างกายของเขาแก่เร็วขึ้นเมื่ออยู่ในนครดูไบ และมีริ้วรอยปรากฏบนใบหน้ามากขึ้น

    “ฤดูร้อนที่แล้วผมต้องไปหาหมอเพราะถูกแดดเผาหนักจนผิวเสียหาย ตอนนี้ก็ยังเห็นรอยแผลเป็นอยู่” เขากล่าวและบอกด้วยว่าเขาต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับครีมกันแดด ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดถึงเลยตอนอาศัยอยู่ที่ลอนดอน

    “ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงกางร่มตอนกลางวัน คุณจะรู้สึกถึงผลกระทบของการตากแดดตลอดเวลาเมื่อกลับมาถึงบ้าน”

    การเผชิญแสงอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีจากดวงอาทิตย์เป็นเวลานานจะทำให้เกิดริ้วรอยมากขึ้นบนผิว และทำให้คุณดูแก่กว่าเดิม

    ทว่าสิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือ มันจะทำให้ผมหงอกเร็วขึ้นด้วยหรือไม่ สีผมของคนเราถูกกำหนดโดยเซลล์ที่สร้างเม็ดสีที่เรียกว่า “เมลาโนไซต์” (melanocytes) และแพทย์ผิวหนังบางคนก็เสนอว่าการสัมผัสกับรังสียูวีอาจรบกวนกระบวนการนี้ได้เช่นกัน

    สิ่งที่เรารู้คือ ความร้อนและความชื้นที่สูงขึ้นทำให้อาการของโรคทางระบบประสาทหลายอาการรุนแรงขึ้น ได้แก่ ลมชัก, โรคหลอดเลือดสมอง, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (multiple sclerosis) และไมเกรน ซึ่งอาการทั้งหมดนี้อาจทำให้การควบคุมน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายยากมากขึ้น

    A young boy cools off under water fountains during a heatwave on the US East Coast - the picture is distorted through water reflections

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ความร้อนจัดเพียงหนึ่งครั้งจะสามารถเปลี่ยนแปลงการเผาผลาญได้หรือไม่

    คนกลุ่มใดต้องได้รับการปกป้องจากอากาศร้อนจัดมากที่สุด

    ในการศึกษาวิจัยขนาดเล็กในปี 2023 ที่เยอรมนี ดร.เหวินลี่ หนี นักวิจัยด้านสุขภาพสิ่งแวดล้อมแห่ง คณะสาธารณสุขศาสตร์ ที.เอช. ชาน มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard TH Chan School of Public Health) ได้พบความเชื่อมโยงระหว่างอุณหภูมิอากาศที่สูงขึ้นกับเซลล์ที่แก่เร็วขึ้นเช่นกัน

    หนึ่งในประเด็นสำคัญของงานวิจัยของเธอคือการตีความรูปแบบของกระบวนการเมทิเลชันของดีเอ็นเอ (DNA methylation) ที่สัมพันธ์กับโรคที่มาพร้อมกับวัยที่เพิ่มขึ้น

    “ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีภาวะอ้วนนั้นแก่เร็วกว่าปกติ” เธอกล่าว “เราพบอย่างสม่ำเสมอว่าผู้ป่วยเบาหวานมีความเปราะบางต่อสภาพอากาศร้อนจัดมากกว่า”

    ดร.เหวินลี่ หนี เสริมว่า เวลาที่การตรวจเลือดบ่งชี้ว่าเซลล์แก่เร็วกว่าปกติ สิ่งนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (biomarker) ที่มีนัยสำคัญต่อความเสี่ยงของการเสียชีวิต รวมถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคปอด และโรคทางระบบประสาทด้วย

    อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ก็มีข้อจำกัด แม้ว่าการศึกษาภาวะเหนือพันธุกรรม (epigenetics) จะช่วยให้เข้าใจการแก่เร็วขึ้นได้ แต่มันก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าระบบใดของร่างกายได้รับความเสียหายจากความร้อนมากที่สุด

    ทีมของ ดร.ชเว จึงวางแผนที่จะวิเคราะห์ต่อว่าระบบใดบ้าง ระหว่างระบบไต สมอง หรือหัวใจ คือสิ่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

    Two young women carrying water bottles and phones shelter from the heat under an umbrella

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, รังสียูวีเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวเราแก่ลง ส่งผลต่อริ้วรอยและผิวหนังที่เหี่ยวย่น

    “พวกเขาจะต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิตของตัวเอง”

    เจฟฟ์ กู๊ดเดลล์ ตัดสินใจเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลังจากที่เขาไปทำงาน ณ เมืองฟีนิกซ์ ในวันที่อุณหภูมิพุ่งขึ้นถึง 46 องศาเซลเซียส

    เขาเดินผ่านตึกไม่กี่คูหาเพื่อจะไปประชุม แต่เกือบจะล้มลงกลางทางหลังจากต้องเผชิญกับ “กำแพงความร้อน” ที่แผดเผา

    กู๊ดเดลล์หวังจะเข้าใจว่าประสบการณ์ที่เขาได้เจอเพียงครั้งเดียวนั้นจะเปลี่ยนแปลงระบบการเผาผลาญของร่างกายได้หรือไม่

    การศึกษาล่าสุดในหนูทดลองแสดงให้เห็นว่า การเผชิญกับเหตุการณ์ความร้อนจัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถส่งผลอย่างถาวรต่อระบบเผาผลาญของหนูได้

    เมื่อภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้น จำนวน “วันที่อากาศร้อนจัด” (extreme heat days) ในสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้นอีก 20–30 วันต่อปีในหลายพื้นที่ภายในช่วงกลางศตวรรษนี้ ตามการประเมินสภาพภูมิอากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ

    รัฐทางตอนใต้ของสหรัฐฯ กำลังเผชิญฤดูร้อนที่ยาวนานขึ้นและมาเร็วขึ้นกว่าทุกปี

    “อย่างในเท็กซัส ผู้คนคิดถึง [ฤดูร้อน] ตลอดเวลา” กู๊ดเดลล์กล่าว

    “พวกเขาเรียนรู้จากฤดูร้อนสองครั้งที่ผ่านมาว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และคิดกันใหม่ว่าจะทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร”

    กู๊ดเดลล์บอกว่า ผลที่ตามมาคือตอนนี้เราเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านภาษาที่ผู้คนใช้ เมื่อสังคมตระหนักถึงความเสี่ยงของความร้อนจัดมากขึ้น

    ขณะนี้กำลังมีการพิจารณาระบบจัดอันดับความรุนแรงของคลื่นความร้อนแบบเดียวกับพายุเฮอริเคน โดยอาจต้องมีตัวชี้วัดความชื้นเพิ่มด้วย

    “ข่าวโทรทัศน์ในอดีตมักจะรายงานภาพรถต่อแถวยาวมุ่งหน้าไปชายหาดในช่วงที่มีคลื่นความร้อน” เขากล่าว

    “แต่ตอนนี้ผู้คนเริ่มมองความร้อนระอุในแง่ของ ‘พลังที่อันตราย’ โดยเฉพาะต่อผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง และผู้ที่อาศัยในอาคารที่ไม่มีฉนวนกันความร้อน”

    สำหรับกู๊ดเดลล์ วิกฤตสภาพภูมิอากาศได้เปิดช่องว่างขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว

    “เรากำลังกลายเป็นสังคมสองขั้ว คือมีฝ่ายที่เย็น และฝ่ายที่ถูกอบ” เขากล่าว

    “ฝ่ายหนึ่งมีน้ำ ร่มเงา และเครื่องปรับอากาศ อีกฝ่ายมีเพียงเหงื่อ ความทุกข์ และในกรณีเลวร้ายที่สุดคือความตาย”

    เขาเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ชาวเท็กซัสทุกคนเรียนรู้เกี่ยวกับความร้อนคือ “มันคือพลังแห่งการล่าเหยื่อ และผู้ที่เปราะบางที่สุดคือเหยื่อรายแรก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/czjmr2pgv4mo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OAlfEXcOABVBWaOkFOaTB

  • สว. เตรียมพิจารณากฎหมาย รายงานการศึกษา ‘กาสิโน’ เสร็จแล้ว

    สว. เตรียมพิจารณากฎหมาย รายงานการศึกษา ‘กาสิโน’ เสร็จแล้ว

    ‘วุฒิสภา’ เตรียมพิจารณากฎหมาย-รายงานการศึกษา เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็ก-ให้ความเห็นชอบบุคคล ‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน’ 8-9 ก.ย.นี้

    3 กันยายน 2568 – ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวถึงการประชุมวุฒิสภาที่ผ่านมา ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 2 คน ได้แก่ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายณรงค์ รักร้อย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ โดยตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ จำนวน 15 คน กำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 60 วัน

    จากนั้น ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว โดย สว. ได้ลงมติให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว และเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ เพื่อส่งไปยังคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป

    สำหรับการประชุมวุฒิสภาในสัปดาห์หน้า มีวาระการพิจารณาที่น่าสนใจ โดยในวันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2568 จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่สภาผู้แทนลงมติเห็นชอบแล้ว จำนวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. …. ร่าง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลขนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ร่าง พ.ร.บ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. ….

    ส่วนในวันอังคารที่ 9 กันยายน 2568 มีวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน และรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่องการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรที่มีกาสิโน ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) พิจารณาเสร็จแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/855267/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bl3ZkqtRegVDl9RsFmVRa

  • สมาคมนักวิชาโลกมีมติว่าอิสราเอลกำลังกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา  – BBC News ไทย

    สมาคมนักวิชาโลกมีมติว่าอิสราเอลกำลังกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา – BBC News ไทย

    สมาคมนักวิชาโลกมีมติว่าอิสราเอลกำลังกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา

    Male mourners carry a body during the funeral for Palestinians killed in strikes, according to medics, at Al-Shifa Hospital in Gaza City. Multiple men are carrying a body wrapped fully in a white shroud and placed on a metal stretcher, on their shoulders.

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, นักวิชาการด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้อ้างถึงองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น การโจมตีของอิสราเอลต่อระบบสาธารณสุข ความช่วยเหลือ และระบบการศึกษาของกาซา
      • Author, เอมีร์ นาเดอร์
      • Role, บีบีซีนิวส์

    สมาคมนักวิชาการนานาชาติด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประกาศว่าอิสราเอลกำลังก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา

    มติที่ผ่านโดยสมาคมนักวิชาการนานาชาติด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ( International Association of Genocide Scholars – IAGS) ระบุว่า การกระทำของอิสราเอลเป็นไปตามนิยามทางกฎหมายที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

    ในมติจำนวน 3 หน้า IAGS ได้นำเสนอรายการสิ่งต่าง ๆ ที่อิสราเอลได้กระทำตลอดช่วง 22 เดือนของสงคราม ซึ่งทางสมาคมระบุว่าการกระทำเหล่านั้นเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

    IAGS เป็นสมาคมนักวิชาการด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีผู้เชี่ยวชาญด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จำนวนมาก จากสมาชิกจำนวน 500 คน มีสมาชิก 28% เข้าร่วมการลงคะแนนเสียง และ 86% ของผู้ที่ลงคะแนนเสียงสนับสนุนมตินี้

    ในรายงานสรุปนโยบายและการดำเนินการของอิสราเอล คำประกาสของสมาคมนักวิชาด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระบุถึงการโจมตีอย่างกว้างขวางต่อทั้งบุคลากรและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมถึงในภาคการดูแลสุขภาพสาธารณสุข ความช่วยเหลือ และการศึกษา

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • แคนดิเดตนายกฯ จากภูมิใจไทย vs ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ จากเพื่อไทย

    • ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยืนยันว่า

    • Montage image showing a cadaver in a mortuary

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    นอกจากประเด็นอื่น ๆ แล้ว ในรายงานยังระบุถึงเด็ก 50,000 คนที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการของอิสราเอล ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกเน้นย้ำจากองค์การยูนิเซฟว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถของชาวปาเลสไตน์ในการเอาชีวิตรอดและฟื้นฟูตนเองร่วมกันในฉนวนกาซา

    มติดังกล่าวยังเน้นย้ำถึงการสนับสนุนของผู้นำอิสราเอลในการขับไล่ชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดออกจากฉนวนกาซา ควบคู่ไปกับการที่อิสราเอลทำลายที่อยู่อาศัยเกือบทั้งหมดในฉนวนกาซา

    IAGS กล่าวถึงถ้อยแถลงของผู้นำอิสราเอลที่ลดทอนความเป็นมนุษย์ของชาวปาเลสไตน์ในกาซา โดยกล่าวหาว่าพวกเขาทั้งหมดเป็นศัตรู พร้อมกับสัญญาว่าจะ “ทำลายฉนวนกาซาให้ราบเป็นหน้ากลอง” และเปลี่ยนพื้นที่ฉนวนกาซาให้กลายเป็น “นรก”

    กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลกล่าวว่า รายงานฉบับนี้อ้างอิงจาก “คำโกหกของฮามาส” และงานวิจัยที่ด้อยคุณภาพ โดยเรียกรายงานนี้ว่าเป็น “ความอับอายของวิชาชีพกฎหมาย” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลกล่าวเสริมด้วยว่า อิสราเอลเองต่างหากที่ตกเป็นเหยื่อของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

    อิสราเอลปฏิเสธบ่อยครั้งว่าการกระทำของตนในฉนวนกาซาเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวมีความชอบธรรมในฐานะวิธีการป้องกันตนเองอย่างหนึ่ง

    คณะนักวิชาการจากสมาคม IAGS ระบุว่า แม้การโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันอีก 251 คน จะถือเป็นอาชญากรรม แต่การตอบโต้ของอิสราเอลไม่เพียงแต่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มฮามาสเท่านั้น แต่กลับมุ่งเป้าไปที่ประชากรทั้งหมดของฉนวนกาซา

    อนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แห่งสหประชาชาติปี 1948 ซึ่งได้รับการรับรองหลังจากการสังหารหมู่ชาวยิวโดยนาซีเยอรมนี ได้นิยามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ว่าเป็นอาชญากรรมที่กระทำ “โดยมีเจตนาที่จะทำลายล้างกลุ่มชาติพันธุ์ เชื้อชาติ หรือศาสนาทั้งหมดหรือบางส่วน”

    องค์กรสิทธิมนุษยชนชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงองค์กรของอิสราเอลสองแห่ง ก็ได้ประกาศว่าเป็นเรื่องเชื่อได้ว่าอิสราเอลกำลังก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

    สหประชาชาติและประเทศตะวันตกหลายประเทศกล่าวว่า พวกเขาจะพิจารณาคำตัดสินจากศาลอย่างเป็นทางการที่ยืนยันว่าเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ขึ้น เป็นคำตัดสินที่มีอำนาจเท่านั้น

    ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ซึ่งเป็นศาลสูงสุดของสหประชาชาติ กำลังพิจารณาคดีที่แอฟริกาใต้ยื่นฟ้องในปี 2023 ซึ่งยื่นไปว่าอิสราเอลกำลังก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องนี้ และได้ให้เวลาอิสราเอลยื่นคำแก้ต่างจนถึงเดือน ม.ค. 2026

    อิสราเอลกล่าวหาคดีนี้ว่ามีแรงจูงใจต่อต้านยิว โดยเรียกว่ามันเป็นกรณีเฉกเช่น “บลัด ไลเบล (blood libel)” ซึ่งอ้างอิงถึงข้อกล่าวหาในอดีตที่ว่าชุมชนชาวยิวฆ่าเด็กชางคริสเตียนเพื่อนำเลือดมาใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

    IAGS กล่าวว่า มติของพวกเขาไม่มีผลต่อคดีใด ๆ ที่ยื่นต่อศาลระหว่างประเทศ

    เมื่อวันจันทร์ (1 ก.ย.) กระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฮามาสกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 63,557 คน และบาดเจ็บ 160,660 คนในช่วงสงครามจนถึงปัจจุบัน ตัวเลขของกระทรวงฯ ถือว่าเป็นตัวเลขที่เชื่อถือได้อย่างกว้างขวาง แต่ไม่สามารถแยกตัวเลขระหว่างพลเรือนและนักรบได้

    ในเดือน ส.ค. หน่วยงานไอพีซี (IPC) ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบติดตามเรื่องอาหารที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ ยืนยันว่าภาวะอดอยากกำลังเกิดขึ้นในบางพื้นที่ของฉนวนกาซา โดยอิสราเอลถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของความอดอยากจากการจำกัดอาหารและความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่ส่งไปยังฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง

    อิสราเอลควบคุมการข้ามพรมแดนทั้งหมดที่จะเข้าสู่ฉนวนกาซา และในฐานะผู้ยึดครอง อิสราเอลมีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องชีวิตพลเรือนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการป้องกันความอดอยาก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c78z8p08nndo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ea3evf5XRnu0VIv5ewK9r

  • โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว

    โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว

    อย่าทิ้ง! นำมาขายกับเรา สร้างรายได้ พร้อมช่วยสิ่งแวดล้อม

    สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ร่วมกับ PTT Group ขอเชิญชวนทุกท่านนำ น้ำมันพืชใช้แล้ว มาขาย เพื่อนำไปรีไซเคิลและผลิตเป็น ไบโอดีเซล (น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ)

    เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถช่วยโลกไปพร้อมกับการสร้างรายได้เสริมง่าย ๆ


    💡 ประโยชน์ที่คุณจะได้รับ

    • ✔️ สร้างรายได้ จากน้ำมันใช้แล้ว
    • ✔️ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม จากการทิ้งน้ำมันลงท่อ
    • ✔️ ลดการใช้น้ำมันซ้ำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ

    📍 จุดรับซื้อน้ำมันใช้แล้ว

    • ทุกวันพุธแรกของเดือน
    • เวลา 10.00 – 12.00 น.
    • บริเวณ หน้าอาคารสยามบรมราชกุมารี

    💰 ราคากิโลกรัมละ 24 บาท


    📞 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

    • คุณกฤษณ์ จิณณศิริกุล : 081-751-6512
    • คุณภูสิทธิพงษ์ คุณธิดาอวัฒนะ : 02-727-3457 หรือ 081-691-8393

    ✨ อย่าปล่อยให้น้ำมันพืชใช้แล้วเป็นขยะ!
    มาเปลี่ยนให้เป็นพลังงานสะอาดและรายได้ไปพร้อมกัน 💚

    โครงการรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/used-cooking-oil-collection-nida-ptt/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TTbVawYXpCreQQDPEm0_z

  • จังหวัดพะเยา มอบทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2568

    จังหวัดพะเยา มอบทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2568

    วันพุธที่ 3 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมดอกแก้ว ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพะเยา นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติกและเด็กพิการ ในมูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2568 โดยมีนายอดิศร แดงเรือน ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษฯ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและความสำคัญของทุนการศึกษา

    ทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม เกิดจากพระดำริและพระเมตตาของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ทรงเล็งเห็นว่าเด็กออทิสติกและเด็กพิการยังไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง จึงได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อตั้งมูลนิธิคุณพุ่ม เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงคุณพุ่ม และดำเนินการมอบทุนการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติกและเด็กพิการทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 เป็นต้นมา

    สำหรับปีการศึกษา 2568 จังหวัดพะเยามีนักเรียนได้รับทุนการศึกษาจำนวน 101 ทุน ๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 505,000 บาท โดยมีผู้แทนนักเรียน 10 ราย เข้ารับประทานทุนสนับสนุนการศึกษาในครั้งนี้ ได้แก่ เด็กชายธนภัทร ฉิมนอก, เด็กชายเธียรวิชญ์ ชินศิริ, เด็กชายคณาธร เมฆสุวรรณ์, เด็กชายวัชรินทร์ หลักฐาน, เด็กชายตุลพัฒน์ ใจบุญ, เด็กชายภัทรดนัย สีขันท์, เด็กชายอภิชาติ ชัยวร, เด็กหญิงณัฏฐธิดา แพงพรม, เด็กชายอนุวัฒน์ ชาวน่าน และเด็กหญิงวรการณ์ งานดี

    การมอบทุนครั้งนี้สะท้อนถึงพระเมตตาและความห่วงใยของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ทรงมีต่อเด็กออทิสติกและเด็กพิการทุกประเภททั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเหล่านี้มีโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3760082/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cP5bLUssvUeAsXK9i-hw-