Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • จับตาโอกาสใหม่อสังหาฯไทย เรียลดีมานด์

    จับตาโอกาสใหม่อสังหาฯไทย เรียลดีมานด์

    คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ กล่าวว่า ครึ่งปีแรก 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติ เยือนไทย 16.7 ล้านคน ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 5% แต่ไฮไลต์อยู่ที่ “นักท่องเที่ยวจีน” ลดลงถึง 34% อยู่ที่ราว 2.27 ล้านคน เทียบปีก่อนหน้าที่เกิน 3 ล้านคน แน่นอนว่าลูกค้านักท่องเที่ยวลดลง กระทบต่ออุตสาหกรรมเป้าหมายชัดเจน

       บุษกร ภู่แส

       กรุงเทพธุรกิจ

       แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนลดลงในปีนี้ แต่สิ่งที่น่าจับตามากกว่า คือ “ชาวจีน” ที่เข้ามา อยู่อาศัยจริงจังในประเทศไทย ไม่ใช่แค่มาเที่ยว หากแต่ขยับขยายมาลงหลักปักฐาน เล่าเรียน ทำงาน และลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย “จีนมาไทย” จึงไม่ใช่แค่เดจาวูของกรุ๊ปทัวร์อีกต่อไป! หากแต่เป็นการอพยพเชิงคุณภาพ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนตลาด บ้าน และคอนโดมิเนียมอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะในกลุ่มระดับกลาง-บน

       สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและ ที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า ครึ่งปีแรก 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติ เยือนไทย 16.7 ล้านคน ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 5% แต่ไฮไลต์อยู่ที่ “นักท่องเที่ยวจีน” ลดลงถึง 34% อยู่ที่ราว 2.27 ล้านคน เทียบปีก่อนหน้าที่เกิน 3 ล้านคน แน่นอนว่าลูกค้านักท่องเที่ยวลดลง กระทบต่ออุตสาหกรรมเป้าหมายชัดเจน

       หากแต่สิ่งที่เรานึกไม่ถึงคือ “ชาวจีน” ที่มาอยู่อาศัยจริงจัง! เข้ามาทำงาน ลงทุน เปิดกิจการ เรียนหนังสือ นี่คือ “DNA” ใหม่ ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

       ตัวเลขที่สะท้อนภาพนักลงทุนจีนหน้าใหม่ ประกอบด้วย ทุนจดทะเบียนนิติบุคคลสัญชาติจีน ปี 2568 เดือนพ.ค. มีทุนจดทะเบียนจากจีนรวมกว่า 454,551 ล้านบาท คิดเป็น 10.34% ของทั้งหมด นับว่าติด TOP3 ของประเทศไทย พร้อมกับญี่ปุ่นและสิงคโปร์

       สะท้อนให้เห็นว่า “จีน” กำลังตั้งฐานธุรกิจในไทยอย่างจริงจัง และไม่ใช่แค่รายวันที่หมดไป ถัดมา จำนวนผู้ถือใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ชาวจีนที่ได้งานในไทยมีจำนวน 47,128 คน ณ เดือน พ.ค. 2568 เพิ่มขึ้นจากญี่ปุ่น ซึ่งมีฐานะอันดับ 1 ในกลุ่มต่างชาติที่ทำงาน ในไทย นี่ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือกลุ่มคนที่ “กินอยู่…ใช้ชีวิต” ในไทยแบบระยะยาว

       และอีกความน่าสนใจคือ นักศึกษาต่างชาติ “จีน” คือผู้นำจำนวนนิสิต นักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 มีชาวต่างชาติราว 49,410 คน คนจีนกว่า 23,243 คน ครองอันดับ 1 ในระดับก่อนมหาวิทยาลัย มีนักเรียนต่างชาติกว่า 188,428 คน ซึ่งราว 40% มาจากจีน เกาหลีใต้ เวียดนาม ฯลฯ คนกลุ่มนี้ คือ อีกแรง ขับเคลื่อนอสังหาริมทรัพย์ เพราะต้องมีที่อยู่อาศัยของตัวเอง หรือ ผู้ปกครอง ตลอดระยะเวลาที่เรียน ในเมืองไทย

       คนจีนสร้าง impact ยิ่งใหญ่?

       ชาวจีนไม่ได้มาแค่ท่องเที่ยว แต่ “Patch In” เข้าโครงสร้างเศรษฐกิจไทย คนจีนที่มาพร้อมกับ ใบอนุญาตทำงาน หรือจดทะเบียนบริษัท มีแนวโน้มอยู่นาน ลงทุนจริง ช่องทางการซื้อ-เช่าอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น กลายเป็น Real Demand ไม่ใช่แค่ Speculation หรือเก็งกำไร! และแตกต่าง จากกลุ่มทัวริสต์ที่มาแล้วไป

       “คนจีนกลุ่มนี้มีความต้องการจริง เช่น ต้องการซื้อคอนโดมิเนียม หนังสือเดินทางไทย บางคนเช่าบ้านเดี่ยวกลางเมือง ทำให้ตลาดเริ่มขยับ หากจับกลุ่มลงทุน หรือผู้ที่มาอยู่จริง ไม่ใช่แค่กลุ่มทัวริสต์ จะเป็นโอกาสที่ดี”

       คนจีนกลุ่มนี้ยังสร้างและบริหารธุรกิจในไทยไม่ว่าจะสายเทคโนโลยี โรงงาน กระตุ้นให้เกิด ความต้องการที่อยู่อาศัยระยะยาว ส่งผลกระทบที่ชัดเจนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตามความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้แตกต่างไปจากเดิม กล่าวคือ ต้องการที่อยู่อาศัยในระดับราคาตลาดระดับกลาง จนถึงระดับบน ที่มีความเฉพาะที่ชัดเจน มากกว่าคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ กลุ่มคนจีนที่มาอยู่จริงนิยมทำเลใกล้รถไฟฟ้า ย่านศูนย์กลางธุรกิจ ทำเลศักยภาพสูงในกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองท่องเที่ยว

       “สิ่งที่น่าสนใจ คือ นิติบุคคลสัญชาติจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นแบบชัดเจนและ ต่อเนื่องช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้จะยังอยู่อันดับ 3 แต่น่าติดตามในระยะยาวว่าจะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหนหลังจากนี้ “

       นอกจากนี้ คนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยมีทั้งในฐานะพนักงาน หรือธุรกิจของตนเอง ที่น่าสนใจ คือ การเพิ่มขึ้นของคนจีนที่ได้รับ ใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ขึ้นมาอยู่อันดับ 1 แซงหน้าชาวญี่ปุ่นไปแล้ว! สอดคล้องกับการครองอันดับ 1 ของ การโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในไทย แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม แต่จำนวนขนาดนี้เพียงพอที่จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

       ขณะที่ “15 อันดับแรก” ของนักศึกษา ต่างชาติในระดับอุดมศึกษาที่มีจำนวนมาก ที่สุดในประเทศไทย ในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2567 นักศึกษาจากจีนเป็นอันดับที่ 1 ด้วยจำนวน 23,243 คน ตามด้วยนักศึกษาจาก เมียนมา เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมรอบมหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้ง ในรูปแบบซื้อและเช่า

       โดยภาพรวมคนจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะประเทศไทยค่อนข้างเอื้อประโยชน์ในการเข้ามาทำธุรกิจ หรือลงทุน อีกทั้งการตรวจสอบหรือ ขั้นตอนในการขออนุญาตต่างๆ ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน ทำให้การเข้ามาของคนจีนเพื่ออยู่อาศัยระยะยาวทุกระดับมีมากขึ้น

       นี่คือปรากฏการณ์ใหม่ที่ดีเวลลอปเปอร์ไทยต้องจับตา!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.reic.or.th/News/RealEstate/470172&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rIdiFuNAuR3X2Wq5omfva

  • ฝ่ายปกครอง-ตร.ช้างกลาง ลุยจับเพิ่มผู้ต้องหาฆ่าฝั่งดิน “ฟิล์ม หลักช้าง” บุกบ้าน “นายหัวหรั่ง” ยึดสัตว์ป่าสงวนเพียบ

    ฝ่ายปกครอง-ตร.ช้างกลาง ลุยจับเพิ่มผู้ต้องหาฆ่าฝั่งดิน “ฟิล์ม หลักช้าง” บุกบ้าน “นายหัวหรั่ง” ยึดสัตว์ป่าสงวนเพียบ

    ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ ฟิล์ม หลักช้าง” อายุ 35 ปี ที่หายตัวไปตั้งแต่เดือน ก.ค. 2568 ก่อนถูกพบเป็นศพถูกยิงและแทงซ้ำหลายแผล ยัดกระสอบปูนฝังดินใ…
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/crime/445007&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pY1HUMdRzl41-7g7M7s5q

  • ท่องเที่ยวเมืองน้ำดำเปิดอบรมยุวมัคคุเทศก์ปลุกสำนึกรักบ้านเกิด

    ท่องเที่ยวเมืองน้ำดำเปิดอบรมยุวมัคคุเทศก์ปลุกสำนึกรักบ้านเกิด

    ภูมิภาค

    ท่องเที่ยวเมืองน้ำดำเปิดอบรมยุวมัคคุเทศก์ปลุกสำนึกรักบ้านเกิด

    วันพุธ ที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.54 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลโนนบุรี  อำเภอสหัสขันธ์  จังหวัดกาฬสินธุ์  นายนพดล  ร้อยพวง  ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารการปกครอง อำเภอสหัสขันธ์  เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการ ทท. และกีฬา จว.กส.  กิจกรรม “อบรมยุวมัคคุเทศก์เชิงปฏิบัติการสืบสาน 3 ธรรม เมืองเก่าเล่าขาน” รุ่นที่ 2 จัดโดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์  ทั้งนี้  ดร.ภาณุภาคย์  พงษ์อติชาติ  ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์  มอบหมายให้ นางระวีพร ยุบลเขต นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ  ดำเนินงานตามโครงการฯ  ซึ่งมี นายบุญมี  แก่นนาคำ  นายกเทศมนตรีตำบลโนนบุรี  นายอภินันท์ ภูผาดาว  ผอ.โรงเรียนโนนศลาไกรฤกษ์ราษฎร์อำนวย  นางพิไลลักษณ์  เขียวประเสริฐ์   โรงเรียนดงน้อยวิทยา  และ นางสาวมลฤดี  ภูยิ่ง  โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา  นำนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 85  คน  โดยมีนางสุมาลี  สุวรรณกร ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัทสินไซโมเดลจำกัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการเรียนรู้ชุมชนสู่การท่องเที่ยวชุมชน  และอาจารย์วนิดา อ่อนละมัย  หัวหน้าสาขาการจัดการโรงแรมและออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยว  วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุมขอนแก่น เป็นวิทยากร

    นางระวีพร  ยุบลเขต  นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ  กล่าวว่า  อำเภอสหัสขันธ์ เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวของจังหวัดกาฬสินธุ์  ทั้งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์  วัด และธรรมชาติที่สวยงาม เกมาะแก่การท่องเที่ยวทุกกลุ่มวัย  รวมถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชุมชนที่มีความน่าสนใจ มีเรื่องราวตั้งแต่สมัยทวารวดี จนถึงช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงของการก่อร่างสร้างเมือง รวมถึงเรื่องราวการอพยพเพื่อตั้งเมืองใหม่หลายต่อหลายครั้ง  และนี่เองที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นเยาวชนจะได้ตระหนักรู้ถึงที่ไปที่มาของบ้านเกิดตนเองเพื่อปลุกจิตสำนึกรักบ้านเกิดเป็นพลังในการขับเคลื่อนพัฒนาชุมชนต่อไปในอนาคต

    “ในหลักสูตรการอบรม มีการออกปฏิบัติภาคสนามให้เด็กได้ทำหน้าที่จริง  ในการออกเก็บข้อมูลโยแยกออกเป็น  กลุ่มประวัติศาสตร์  กลุ่มของฝาก และกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 2 แห่ง  โดยมีภารกิจถ่ายภาพและตัดต่อคลิป และนำเสนอต่อคณะกรรมการ  โดยข้อมูลต่าง ๆ จะถูกนำไปเผยแพร่ที่เพจการท่องเที่ยวอำเภอสหัสขันธ์  ซึ่งผลงานของเด็ก ๆ มีความคิดสร้างสรรค์และน่าสนใจอย่างมาก  โดยความมุ่งหวังของในการเป็นผู้นำเที่ยวชมสถานที่ในชุมชนท้องถิ่นของตนเอง เป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ตลอดจนสามารถพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถ ในการเป็นนักสื่อความหมายของชุมชนที่สามารถนำเสนอ 3 ธรรม (ธรรมะ / ธรรมชาติ / วัฒนธรรม) และสิ่งที่น่าสนใจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกาฬสินธุ์” นางระวีพรฯ กล่าว

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/444949&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06X_3vczIS9X4FDI5HcKNC

  • เทรนด์ท่องเที่ยวชนบทกำลังมาแรง!  ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 ของเอเชีย

    เทรนด์ท่องเที่ยวชนบทกำลังมาแรง! ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 ของเอเชีย

    อโกด้า ประกาศอันดับจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมในเอเชีย  โดยคาเมรอน ไฮแลนด์ (มาเลเซีย) คว้าอันดับหนึ่งในฐานะจุดหมายปลายทางชนบทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในภูมิภาค ตามด้วยเขาใหญ่ (ไทย) และปุนจัก (อินโดนีเซีย) ในอันดับสองและสามตามลำดับ

    โดยจุดหมายปลายทางในชนบท โดยเฉพาะพื้นที่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและเนินเขา กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่นักเดินทางที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและความงดงามของธรรมชาติ

    อโกด้า
    อโกด้า ประกาศอันดับจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมในเอเชีย เขาใหญ่ของไทย คว้าอันดับ 2

    จุดหมายปลายทางเหล่านี้เต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์สบายตาและวิถีเรียบง่ายแบบชนบท เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ปล่อยใจไปกับธรรมชาติ ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าในการทำงาน และหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่

    ข้อมูลของอโกด้า จัดอันดับจุดหมายปลายทางในพื้นที่ชนบทที่มีประชากรไม่เกิน 50,000 คนจาก 8 ประเทศในเอเชีย โดยอ้างอิงจากการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึง 15 สิงหาคม 2568 พบว่า เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น), เขิ่นติง (ไต้หวัน), ซาปา (เวียดนาม), มุนนาร์ (อินเดีย) และพย็องชัง (เกาหลีใต้) ต่างติดอันดับจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชียในปีนี้ด้วย ไม่ว่าเป็นผืนป่าเขียวขจีของคาเมรอน ไฮแลนด์ ในมาเลเซีย ไปจนถึงความงดงามของเมืองฟูจิคาวากุจิโกะในญี่ปุ่น จุดหมายปลายทางเหล่านี้ล้วนสะท้อนเสน่ห์เฉพาะตัวของชนบทรอให้นักเดินทางได้มาสัมผัส

    คาเมรอน ไฮแลนด์ (มาเลเซีย)
    เป็นเมืองชนบทใจกลางมาเลเซีย มีความโดดเด่นด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดปี มีไร่ชาที่สวยงามตระการตา นักเดินทางสามารถชื่นชมวิวทิวทัศน์เขียวขจี เพลิดเพลินกับสวนดอกไม้สีสันสดใส ลิ้มรสผลไม้สดใหม่จากฟาร์มท้องถิ่น และยังสามารถออกเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของหมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบที่เต็มไปด้วยความเรียบง่าย

    เขาใหญ่ (ไทย)
    เขาใหญ่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติ โดยเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย โดดเด่นด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ น้ำตกน้อยใหญ่ และสัตว์ป่านานาชนิด นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งการเดินป่าชมธรรมชาติ ซาฟารีส่องสัตว์ และชมวิวทิวทัศน์อันงดงามจากจุดชมวิวต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ผสานความงดงามของธรรมชาติเข้ากับการผจญภัยไว้อย่างลงตัว

    ปุนจัก (อินโดนีเซีย)
    ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะชวา ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาอันงดงามและไร่ชาที่เรียงรายอย่างสวยงามตามแนวเนินเขา ด้วยอากาศเย็นสบายตลอดปี นักเดินทางสามารถพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ หรือสนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการเดินป่า กีฬาร่มร่อน และเดินเล่นชมตลาดท้องถิ่น ปุนจักจึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้ที่มองหาการพักผ่อนใกล้ธรรมชาติในช่วงวันหยุดสั้น ๆ จากเมืองใหญ่

    ฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น)
    เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิ มอบทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาไฟที่เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็น ผ่อนคลายกลางธรรมชาติ ชมสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และร่วมกิจกรรมเทศกาลตามฤดูกาลต่าง ๆ ความใกล้ชิดกับภูเขาไฟฟูจิทำให้เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวรอบภูเขาไฟฟูจิ

    เขิ่นติง (ไต้หวัน)
    เป็นแหล่งท่องเที่ยวงดงามริมชายฝั่งที่นักเดินทางยังไม่ค่อยรู้จัก ขึ้นชื่อด้วยชายหาดทรายขาวสะอาดและท้องทะเลที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลสีสันสดใส นักเดินทางสามารถสนุกกับกีฬาทางน้ำ ดำน้ำชมปะการัง หรือพักผ่อนบนชายหาดอย่างสบายใจ ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติในพื้นที่ยังมีเส้นทางเดินป่าและจุดชมวิวที่สวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและต้องการการผจญภัย

    ซาปา (เวียดนาม)
    เป็นจุดหมายปลายทางบนภูเขาที่โด่งดังด้วยนาขั้นบันไดและหมู่บ้านชาวพื้นเมือง นักเดินทางสามารถสัมผัสกับธรรมชาติที่งดงาม สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมชมวิวพาโนรามาของเทือกเขาฮวงเหลียงซาน เสน่ห์เฉพาะตัวของซาปาทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้รักการผจญภัย

    มุนนาร์ (อินเดีย)
    เป็นเมืองบนเนินเขาในรัฐเกรละของอินเดีย ขึ้นชื่อด้วยไร่ชาเขียวขจีและขุนเขาที่โอบล้อมด้วยสายหมอก นักเดินทางสามารถเดินชมทิวเขาอันเขียวชอุ่ม แวะเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ชา และสำรวจเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บรรยากาศเย็นสบายและธรรมชาติอันสวยงามของที่นี่มอบความเงียบสงบให้กับนักเดินทางได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

    พย็องชัง (เกาหลีใต้)
    เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ชอบสัมผัสอากาศหนาว ได้รับความสนใจจากทั่วโลกในฐานะเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2561 นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางหิมะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกี สโนว์บอร์ด หรือสนุกไปกับลานหิมะต่าง ๆ ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงาม พร้อมแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ทำให้พย็องชังเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับสายผจญภัยและผู้ที่ต้องการพักผ่อนตลอดทั้งปี

    นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า เปิดเผยว่า เขาใหญ่เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวไทยมายาวนาน และตอนนี้นักเดินทางจากทั่วทั้งเอเชียก็เริ่มค้นพบเสน่ห์ของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ อุทยานแห่งชาติ หรือบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/trick-trend/256272&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bG9TcP4gql4QR0suay981

  • อุตฯท่องเที่ยวรัสเซียขานรับ หลังจีนประกาศทดลองฟรีวีซ่าให้พลเมืองรัสเซีย : อินโฟเควสท์

    อุตฯท่องเที่ยวรัสเซียขานรับ หลังจีนประกาศทดลองฟรีวีซ่าให้พลเมืองรัสเซีย : อินโฟเควสท์

    สหภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งรัสเซีย (RST) เปิดเผยกับสำนักข่าว RIA Novosti ว่า การที่จีนประกาศทดลองใช้นโยบายยกเว้นวีซ่าให้กับพลเมืองรัสเซีย ถือเป็น “ข่าวดีอย่างยิ่ง” โดยเชื่อว่าจะเปลี่ยนมุมมองของชาวรัสเซียที่มีต่อการท่องเที่ยวในจีนอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า จีนจะทดลองใช้นโยบายยกเว้นวีซ่าให้กับพลเมืองรัสเซีย ในระหว่างวันที่ 15 ก.ย. 2568 ถึง 14 ก.ย. 2569

    กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า พลเมืองรัสเซียที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดาและเดินทางมายังประเทศจีนเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติและเพื่อน หรือเพื่อการแลกเปลี่ยน หรือเดินทางผ่าน โดยพำนักไม่เกิน 30 วัน สามารถเดินทางเข้าประเทศจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า

    ด้านสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวแห่งรัสเซีย (ATOR) ระบุว่า นโยบายยกเว้นวีซ่าอาจช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางไปยังประเทศจีนได้มากถึง 30-40%

    ขณะเดียวกัน อเล็กซาเดอร์ บรากิน ผู้อำนวยการ Association of Travel Aggregators เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการประกาศนโยบายทดลองยกเว้นวีซ่า ยอดค้นหาเที่ยวบินและที่พักในจีนก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และคาดว่าความต้องการเดินทางไปจีนอาจเพิ่มขึ้นถึง 30% หรือมากกว่านั้น

    ทั้งนี้ หน่วยความมั่นคงกลางรัสเซีย (FSB) ระบุว่า ชาวรัสเซียจำนวน 836,600 คนได้เดินทางไปยังประเทศจีนเพื่อการท่องเที่ยวและวัตถุประสงค์ส่วนตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้น 38.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/526626&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uR_EXMbn490-EhV0ShhC8

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมต้อนรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมต้อนรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมต้อนรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน


    3/09/2568 | 54 |

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมต้อนรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน

    📅 ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568

    📍 กรุงเทพฯ – ชลบุรี – สงขลา

    การแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ คาดการณ์ดึงรายได้เข้าประเทศมากกว่า หมื่นล้าน สร้างงานให้กับคนในพื้นที่มากกว่า 14,000 ตำแหน่ง

    โดย มหกรรมกีฬา SEAGames 2025 ในครั้งนี้

    ✅ สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายในท้องถิ่น

    ✅ พร้อมสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการทุกระดับ

    ✅ เปิดโอกาสการจ้างงาน สร้างงาน สร้างอาชีพ

    💙 มาร่วมส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาจากทั่วอาเซียนไปด้วยกัน และเป็นเจ้าภาพที่น่าประทับใจในสายตาโลก!


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/420582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UpJiuxWMSGi-9cWRtAvz5

  • พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2025 วางแผนก่อนใคร ใบไม้แดงพร้อมรอ

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี 2025 วางแผนก่อนใคร ใบไม้แดงพร้อมรอ

              พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 กับวิวสุดงามของฤดูใบไม้ร่วง สีสันสดใสจากเหนือจรดใต้ พร้อมแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการชมธรรมชาติสุดอลังการ

              ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นถือเป็นช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดแห่งปี เมื่อใบไม้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และทองทั่วภูมิประเทศ ทั้งภูเขา สวน และวัดต่าง ๆ กลายเป็นภาพวิวที่น่าประทับใจและโรแมนติก เหมาะสำหรับทั้งการเดินทางพักผ่อน ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และถ่ายภาพสวย ๆ หากใครกำลังมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษ ญี่ปุ่นในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี 2025 คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 กำหนดการ

              เว็บไซต์ Japan Meteorological Corporation (JMC) ได้แจ้งเกี่ยวกับพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 เป็นครั้งแรก ครอบคลุมตั้งแต่ ฮอกไกโดทางเหนือจนถึงคาโกชิมะทางใต้ โดยคาดการณ์ช่วงเวลาที่ใบไม้แดงและใบแปะก๊วยเหลืองสวยที่สุด ประมาณ 700 จุดชมวิวทั่วประเทศ

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025

    ภาพจาก : เว็บไซต์ n-kishou.com

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025

    ภาพจาก : เว็บไซต์ n-kishou.com

    ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 คาดการณ์

              ในปี 2025 ญี่ปุ่นมีอากาศร้อนต่อเนื่อง ทำให้ใบไม้เปลี่ยนสีช้ากว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะพื้นที่ทางเหนือ เช่น ซัปโปโรและนากาโน่ช้ากว่าปกติประมาณ 10 วัน ส่วนโตเกียวและโอซาก้าช้าเล็กน้อยใกล้เคียงค่าเฉลี่ย ฟุกุโอก้าช้ากว่าปกติประมาณ 1 สัปดาห์ ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรเผื่อช่วงเวลาไว้บ้าง เพื่อไม่พลาดชมวิวสวย ๆ

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025

    ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น เมืองไหนดี

              ถ้าจะไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น มีหลายเมืองยอดนิยมที่สวยและมีจุดชมวิวโดดเด่น แนะนำตามภูมิภาคดังนี้

    ภาคเหนือ (Hokkaido / Tohoku)

    • ซัปโปโร (ฮอกไกโด) ใบไม้แดงเริ่มประมาณ ต้นพฤศจิกายน วิวภูเขาและสวนสาธารณะสวยงาม

    • อาโอโมริ มีทั้งป่าและทะเลสาบ เหมาะสำหรับถ่ายรูปวิวธรรมชาติ

    • เซนได (มิยากิ) ใบไม้เริ่มเปลี่ยนช่วงปลายพฤศจิกายน มีสวนและวัดเก่าแก่ให้เที่ยว

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025

    ภาคกลาง (Kanto / Chubu)

    • โตเกียว มีสวนใหญ่หลายแห่ง เช่น Shinjuku Gyoen, Rikugien เหมาะทั้งเดินเล่นและถ่ายรูป

    • คานาซาว่า สวน Kenrokuen สวยที่สุดช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

    • นากาโน่ ใกล้ภูเขาและออนเซ็น ดูใบไม้แดงพร้อมแช่ออนเซ็นได้

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น โตเกียว

    ภาพจาก : Patryk Kosmider / shutterstock.com

    ภาคตะวันตก (Kansai)

    • เกียวโต วัดดัง ๆ เช่น Kiyomizu-dera, Eikando ใบไม้แดงงดงาม

    • โอซาก้า ปราสาทโอซาก้าและสวนสาธารณะเหมาะสำหรับถ่ายรูปใบไม้แดง

    • นารา ใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมกวางน้อย ทำให้บรรยากาศโรแมนติก

    ภาคใต้ (Kyushu)

    • ฟุกุโอกะ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนประมาณ ต้นธันวาคม ชมสวนและวัดในเมือง

    • คาโกชิม่า เหมาะสำหรับคนที่อยากเที่ยวเมืองใต้พร้อมชมธรรมชาติและภูเขาไฟ

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น คิวชู

    ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 เที่ยวช่วงไหนดี

              ใบไม้เริ่มเปลี่ยนจาก ภาคเหนือ (ฮอกไกโด) ไปยังภาคใต้ (คิวชู) และจากพื้นที่สูง ไปสู่ที่ต่ำ ช่วงเวลาที่แนะนำสำหรับเมืองหลัก เช่น

    • ซัปโปโร : 7 พฤศจิกายน 

    • โตเกียว : 30 พฤศจิกายน

    • เกียวโต: 12 ธันวาคม

    • ฟุกุโอกะ : 9 ธันวาคม

    *** สามารถเผื่อ +/- 3 วันได้ เพราะสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงทำให้ใบไม้แดงเร็วหรือช้าได้

    เลือกชมใบไม้แดงหรือใบแปะก๊วยเหลืองดี

              ทั้งสองแบบมีเสน่ห์ต่างกัน ใบไม้แดง (Maple Red) ให้ความงามอิ่มสีและโรแมนติก ส่วนใบแปะก๊วยเหลือง (Ginkgo Yellow) ให้บรรยากาศสดใส สบายตา หลายจุดสามารถชมพร้อมกันได้ เช่น โตเกียว เกียวโต และโอซาก้า ซึ่งทำให้ทริปหลากหลายและคุ้มค่ามากขึ้น

    ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 ข้อแนะนำ

    • เช็กพยากรณ์ระดับความสูง สำหรับภูเขา เช่น ใช้แอป Otenki Navigator / Autumn Foliage Navigator

    • เผื่อเวลาเดินทางและติดตามการเปลี่ยนสีแบบเรียลไทม์ เพราะแต่ละพื้นที่เริ่มเปลี่ยนไม่พร้อมกัน

    • เลือกจุดชมวิวยอดนิยมแต่ไม่หนาแน่น เช่น วัด สวน และเส้นทางเดินป่า เพื่อถ่ายภาพสวยและหลีกเลี่ยงคนเยอะ

    • พกเสื้อกันหนาว เพราะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อุณหภูมิอาจเย็นกว่าปกติโดยเฉพาะภาคเหนือและภูเขา

    พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น

              ปี 2025 เป็นโอกาสดีที่จะเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้พยากรณ์จาก JMC เป็นแนวทาง วางแผนเส้นทาง และเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ทริปเต็มไปด้วยสีสันและความประทับใจ ^ ^
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวญี่ปุ่น ใบไม้เปลี่ยนสี อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view294721.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LAt_XRv1inyP-x0CFiN-4

  • 10 อันดับ “เมืองท่องเที่ยว-เมืองหลวง” สกปรกที่สุด ในปี 2025 ไทยติดกับเขาด้วย!?

    10 อันดับ “เมืองท่องเที่ยว-เมืองหลวง” สกปรกที่สุด ในปี 2025 ไทยติดกับเขาด้วย!?

    จัดอันดับ “เมืองสกปรก/มลพิษสูงสุด” ปี 2025 มีเมืองใหญ่ของไทยติดอันดับด้วย

    การจัดอันดับ “เมืองที่สกปรก/มลพิษสูงสุด” ประจำปี 2025 ที่โฟกัสกลุ่มเมืองท่องเที่ยวชื่อดังและเมืองหลวง มาจากหลายแหล่งข้อมูลสากลที่ใช้วิธีวิทยาเชิงวิทยาศาสตร์และสถิติ โดยเฉพาะข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ (AQI) และค่า PM2.5 นอกจากนี้ยังมีตัวชี้วัดด้านน้ำเสีย โครงสร้างพื้นฐานขยะ และความพึงพอใจของผู้อยู่อาศัย ซึ่งช่วยให้เห็นภาพความสะอาด-น่าอยู่อย่างรอบด้าน

    แหล่งข้อมูลหลักและใครเป็นผู้จัดอันดับ

    • IQAir: บริษัทเทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์ ติดตามคุณภาพอากาศทั่วโลกผ่านเครือข่ายสถานีวัด จัดทำ World Air Quality Ranking อ้างอิงค่า PM2.5 แบบเรียลไทม์/ค่าเฉลี่ย
    • LawnStarter: งานวิจัยเชิงจัดอันดับ “เมืองสกปรก” (เน้นสหรัฐฯ) ใช้เมตริกหลากมิติ ทั้งอากาศ น้ำเสีย โครงสร้างพื้นฐานขยะ และความไม่พึงพอใจของผู้อยู่อาศัย อ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ เช่น EPA, CDC, สำมะโนประชากร ฯลฯ
    • รายงานระดับภูมิภาค/หน่วยงานรัฐ: โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ดัชนี AQI, ข้อมูลมลพิษจากภาครัฐ, ความเข้มข้น PM2.5/PM10, มลพิษจราจร และการปล่อยจากอุตสาหกรรม

    ปัจจัยสำคัญที่ใช้พิจารณา

    • คุณภาพอากาศ (แกนหลัก)—ค่า PM2.5 และ PM10 เป็นตัวชี้วัดหลัก ค่าที่สูงขึ้นสะท้อนความเสี่ยงต่อสุขภาพมากขึ้น
    • แหล่งกำเนิดมลพิษ—ไอเสียยานพาหนะ อุตสาหกรรม ฝุ่นก่อสร้าง การเผาขยะ/ไร่ ใช้เชื้อฟอสซิล ฯลฯ รวมถึงก๊าซ NO2, SO2, CO
    • น้ำเสีย-ขยะ—ดัชนีการละเมิดมาตรฐานน้ำ โครงสร้างพื้นฐานการจัดการขยะที่ไม่ทั่วถึง ทำให้ภาพรวม “สกปรก” มากขึ้น
    • สภาพความเป็นอยู่/ความไม่พึงพอใจ—ความแออัด การอยู่ใกล้ถนนการจราจรหนาแน่น เสียงรบกวน และแบบสำรวจความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย
    • ผลกระทบต่อสุขภาพ—อัตราโรคทางเดินหายใจ หอบหืด และโรคที่เกี่ยวเนื่องกับมลพิษ ใช้เป็นตัวชี้วัดทางอ้อมในบางการจัดอันดับ

    หมายเหตุสำคัญในการใช้งานตัวเลข

    ค่า AQI และ PM2.5 ด้านล่างนี้อ้างอิงจากเนื้อหาต้นทางปี 2025 ที่ยกมาและอาจเป็นค่าเฉลี่ยโดยประมาณ/ช่วงค่าที่รายงานในแหล่งนั้นๆ ตัวเลขจริงเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาล เวลา และตำแหน่งสถานีวัด

    Top 10 เมืองสกปรก/มลพิษสูงสุดปี 2025 (โฟกัสเมืองท่องเที่ยวและเมืองหลวง)

    อันดับ เมือง ประเทศ สถานะ AQI (โดยประมาณ) PM2.5 (µg/m³ โดยประมาณ) หมายเหตุด้านการท่องเที่ยว
    1 Cairo อียิปต์ เมืองหลวง ~160 ~68.4 มลพิษอากาศสูงมาก กระทบสุขภาพและทัศนวิสัย
    2 New Delhi อินเดีย เมืองหลวง ~169 ~108.3 ติดโผเมืองหลวงมลพิษสูงต่อเนื่องหลายปี
    3 Los Angeles สหรัฐฯ เมืองท่องเที่ยว ~116 ~41.5 นักท่องเที่ยวจำนวนมาก เผชิญปัญหาโอโซน/ฝุ่น
    4 Hong Kong จีน (เขตปกครองพิเศษ) เมืองท่องเที่ยว ~83 ~26.5 ความหนาแน่นเมืองสูง อิทธิพลอุตสาหกรรมโดยรอบ
    5 Bangkok ไทย เมืองหลวง ~91 ~30.8 ฤดูกาลฝุ่น PM2.5 กระทบทั้งคนท้องถิ่น-นักท่องเที่ยว
    6 San Diego สหรัฐฯ เมืองท่องเที่ยว ~73 ~20.8 มีทั้งมลพิษอากาศ เสียง และคุณภาพน้ำบางพื้นที่
    7 Greater Noida อินเดีย มหานครรอบเดลี 160+ อุตสาหกรรม/ก่อสร้างเข้มข้น ฝุ่นสูง
    8 Noida อินเดีย มหานครรอบเดลี 150+ รูปแบบมลพิษใกล้เคียง Greater Noida
    9 Dubai สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมืองท่องเที่ยว/ธุรกิจ ~66 >17 ความกังวลเรื่องฝุ่น ลมทราย เสียง และคุณภาพน้ำ
    10 San Francisco สหรัฐฯ เมืองท่องเที่ยว ~82 ~25.9 ได้รับผลจากควันไฟป่าฤดูกาลและมลพิษจราจร

    สรุปภาพรวม

    • AQI/PM2.5 คือหัวใจของการจัดอันดับ เพราะเป็นตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบได้ทั่วโลกและสะท้อนผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง
    • เมืองที่ติดอันดับจำนวนมากมี แหล่งกำเนิดฝุ่นจากจราจร อุตสาหกรรม ฝุ่นก่อสร้าง การเผาในที่โล่ง และเชื้อฟอสซิล
    • งานจัดอันดับเชิงองค์รวม (เช่น LawnStarter) ยังมองถึง น้ำเสีย-ขยะ-เสียง-ความเป็นอยู่ เพื่อวัด “ความสกปรก” ในชีวิตประจำวัน

    คำแนะนำสำหรับนักเดินทาง

    • ตรวจค่า AQI และ PM2.5 ก่อนเดินทาง และพกหน้ากากมาตรฐาน (เช่น N95) เมื่อค่าเกินเกณฑ์
    • วางแผนกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่คุณภาพอากาศดีขึ้น เลี่ยงชั่วโมงจราจรหนาแน่น
    • ผู้มีโรคทางเดินหายใจ/ภูมิแพ้ ควรปรึกษาแพทย์และพกยาประจำ

    เมธอดโลยี & ข้อจำกัดที่ควรทราบ

    แต่ละแหล่งใช้วิธีเก็บข้อมูลและให้น้ำหนักตัวแปรต่างกัน (เช่น บางรายงานโฟกัสเฉพาะอากาศ บางรายงานรวมโครงสร้างพื้นฐานขยะ/น้ำเสีย/เสียง) ทำให้ อันดับอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ เป้าหมายร่วมคือชี้ให้เห็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในเมืองท่องเที่ยวและเมืองหลวง เพื่อผลักดันการแก้ไขเชิงนโยบายและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    แหล่งอ้างอิง

    1. IQAir
    2. IQAir
    3. IQAir
    4. LawnStarter
    5. Mental Floss
    6. SEAISI/Seasia.co
    7. IQAir (Thailand)
    8. Oizom
    9. AQI.in
    10. Travel Daily Media
    11. CNN
    12. The Indian Express
    13. IQAir (India)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9838790/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1boi7xMM9ZTXD0eEXQDFfK

  • ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    ท่องเที่ยว

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    03 ก.ย. 2025 เวลา 10:15 น.

    ททท. ชวนนักท่องเที่ยวสายศรัทธา มาทำบุญไหว้พระขอพระ และสัมผัสประสบการณ์ 9 สิ่งที่ ‘ห้ามพลาด’ ณ วัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยาว จ.พะเยา

    • เชิญชวนนักท่องเที่ยวพายเรือไปสักการะ ‘หลวงพ่อศิลา’ พระพุทธรูปอายุกว่า 500 ปี ณ วัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา
    • กิจกรรมจัดขึ้นทุกวันพระขึ้น 15 ค่ำของทุกเดือน ตลอดปี 2568-2569 ในช่วงเวลา 17.00 – 19.00 น.
    • มีกิจกรรมเสริมสิริมงคล 9 อย่างให้นักท่องเที่ยวได้เข้าร่วม เช่น พิธีเวียนเทียน สรงน้ำหลวงพ่อศิลา และปล่อยปลา

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย และ ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา เชิญชวนนักท่องเที่ยวสายศรัทธา มาไหว้พระขอพร หลวงพ่อศิลา และสัมผัสกับกิจกรรม 9 สิ่งที่ ‘ห้ามพลาด’ ณ วัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา จ.พะเยา

    มาเติมเต็มความสุข ความทรงจำ เพิ่มความประทับใจที่ไม่รู้ลืม ไปกับกิจกรรม Grand Moment ครั้งหนึ่งในชีวิต

    ที่จะได้ล่องเรือพายไปไหว้พระขอพร หลวงพ่อศิลา ที่มีอายุยาวนานกว่า 500 ปี ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ท่ามกลางความงดงามตามธรรมชาติของกว๊านพะเยา และวัฒนธรรมของจังหวัดพะเยา 

    ในวันพระขึ้น 15 ค่ำ เวลา 17.00 -19.00 น.ของทุกเดือน ตลอดปี 2568-2569

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    Cr. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ในเดือนกันยายนนี้ วันพระขึ้น 15 ค่ำ ตรงกับวันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน 2568

    ณ วัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา  

    • กำหนดการ 

    เวลา 17.00 – 19.00 น.

    • ร่วมกิจกรรมล่องเรือไปวัดติโลกอาราม สู่ใจกลางกว๊านพะเยา
    • พิธีสงฆ์ จุดธูปเทียนไหว้พระหลวงพ่อศิลา ทำวัดสวดมนต์
    • พิธีบูชาเทียนสืบชะตา ลดเคราะห์ รับโชค
    • พิธีสวดมนต์ทำน้ำมนต์ (น้ำทิพย์) ที่บ่อน้ำหลังหลวงพ่อศิลา
    • เวียนเทียน 3 รอบ บนวัดติโลกอาราม

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    Cr. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    Cr. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทำบุญเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต สร้างบุญบารมี ให้เจริญรุ่งเรือง กับ

    • กิจกรรมไหว้พระขอพร 9 สิ่ง

    (1.) บูชาดอกไม้ธูปเทียน (เปิดทางให้ชีวิตมีแสงสว่าง ปัญญาแจ่มใส) ดอกไม้ หมายถึง ความงดงาม ธูป คือ จิตใจที่ระลึกถึงคุณธรรม เทียน คือ ปัญญาที่สว่างไสว

    (2.) ตักบาตรข้าวสาร (ข้าวสาร เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ การตักด้วยมือของตนเอง จะส่งเสริมสนับสนุนให้มีทรัพย์อาหารไม่ขาด ลดความอดอยากในใจและในชีวิต)

    (3.) สรงน้ำหลวงพ่อศิลา (รดน้ำด้วยใจใสสะอาด ดุจรดน้ำใจตัวเองให้บริสุทธิ์ หลวงพ่อศิลาเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ช่วยสะเดาะเคราะห์ชำระจิตใจ ปล่อยวางอดีต เริ่มต้นใหม่ด้วยพลังบุญ)

    (4.) เติมน้ำบ่อน้ำทิพย์ และเติมน้ำลงสู่ทะเลสาบน้ำจืดกว๊านพะเยา (เสริมบุญแห่งการหล่อเลี้ยงผู้อื่น ชีวิตจะไม่แล้งน้ำใจ มีคนช่วยเหลือยามลำบาก)

    (5.) บวชต้นไม้ (เสริมบุญด้านเมตตาธรรม มีโชคลาภจากการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม)

    (6.) บูชาพญานาคีณีศรีปทุมมา (เสริมโชค เสริมบารมี คุ้มครองปกป้องจากภัย)

    (7.) ปล่อยปลา (สัตว์น้ำ)ลงสู่ทะเลสาบน้ำจืดกว๊านพะเยา (ช่วยชีวิตพ้นเคราะห์ มีคนเมตตา ได้รับโอกาสใหม่)

    (8.) ลอยเทียนวันเกิด (ต่อชะตา เสริมดวง เพิ่มอายุ สุขภาพแข็งแรง)

    (9.) เติมน้ำมันตะเกียง (เสริมปัญญา หนุนหน้าที่การงาน รุ่งเรือง)

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    Cr. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    พิเศษ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างจังหวัด ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ในวันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน 2568 เวลา 17.00-19.00 น.  รับฟรี!! ค่าธรรมเนียมล่องเรือไปวัดติโลกอาราม มูลค่า 50 บาท/คน

    สำรองที่นั่ง ได้ที่ QR Code จำนวนจำกัดเพียง 40 ท่านแรกเท่านั้น!!

    ครั้งหนึ่งในชีวิต! พายเรือไหว้พระขอพร ‘หลวงพ่อศิลา’ กลางกว๊านพะเยา

    กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism & Sport ปี 2568 และสานต่อแนวคิด Change Unknown to Unforgettable จากแคมเปญ สุขทันที ที่เที่ยวไทย ปี 2569 ที่ ททท.จะเชิญชวนทุกท่านออกไปสัมผัสกับประสบการณ์ดี ๆ สร้างความทรงจำไม่รู้ลืม ภายใต้ธีม เที่ยวเมืองพะเยาแล้วจะ 9 หน้า กับ เที่ยว 9 อำเภอ 9 วัด 9 สิ่งต้องทำ ณ วัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา

    ข้อมูลเพิ่มเติม ททท.สำนักงานเชียงราย โทร. 053-744674-5

    ………………………………….

    อ้างอิง : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1197043&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DcEDqnx_WyppXUKQGOD1l

  • เปิดเส้นทางใหม่  ‘5 เชียง 1 ตลาด’ ไทยผนึกจีน-ดันท่องเที่ยวเชื่อมโยง 3 เส้นทาง

    เปิดเส้นทางใหม่ ‘5 เชียง 1 ตลาด’ ไทยผนึกจีน-ดันท่องเที่ยวเชื่อมโยง 3 เส้นทาง

    วันพุธ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.50 น.

    สมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย นำคณะผู้ประกอบการภาคเหนือเข้าพบปะผู้แทนภาครัฐและเอกชน ณ เมืองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน เพื่อลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) 6 ฉบับ ภายใต้โครงการ ‘5 เชียง 1 ตลาด’ หวังเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและการค้าผ่านเส้นทางบก น้ำ และอากาศ

    วันที่ 3 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางฉลอม สงล่า ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ ‘5 เชียง 1 ตลาด’ มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยเชื่อมโยง ‘5 เชียง’ ได้แก่ เชียงรุ่ง (สิบสองปันนา), เชียงตุง (เมียนมา), เชียงทอง (หลวงพระบาง) และเชียงใหม่-เชียงราย-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางคุณภาพและตลาดไมซ์ (MICE) ทั้งการประชุม, ท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และการจัดแสดงสินค้าและนิทรรศการ ซึ่งครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ วัฒนธรรม และตลาดใหม่

    บันทึกความร่วมมือที่ลงนามครั้งนี้ มีทั้งสิ้น 6 ฉบับ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้ ฉบับที่ 1 ด้านการท่องเที่ยว สมาคมสมาพันธ์ฯ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสิบสองปันนา เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและสิบสองปันนา และเตรียมเชิญคณะจากสิบสองปันนาเข้าร่วมงาน MICE Business Matching ที่เชียงใหม่ในเดือนตุลาคม 2568

    ฉบับที่ 2 ด้านการบิน คุณดำรง องอาจ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับการท่องเที่ยวสิบสองปันนา เพื่อผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรง สิบสองปันนา-เชียงใหม่ โดยสายการบินซูนัน รุ่ยลี่ แอร์ไลน์ ได้เตรียมเปิดให้บริการเที่ยวบินตรง เชียงใหม่-สิบสองปันนา ในวันที่ 28 ตุลาคม 2568 นี้ และมีแผนที่จะขยายเส้นทางไปยัง จ.แม่ฮ่องสอนในอนาคต

    ฉบับที่ 3 ด้านการค้าและโลจิสติกส์ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ลงนามกับสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสิบสองปันนา เพื่อจัดงานแสดงสินค้า Lancang Mekong CBEC Logistics Expo 2026 และสานต่อความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ระหว่างสองภูมิภาค ฉบับที่ 4 ด้านการท่องเที่ยวชุมชน เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างไทยลื้อในสิบสองปันนากับภาคเหนือของไทย

    ฉบับที่ 5 ด้านการท่องเที่ยว MICE ผู้ประกอบการไทยและจีนร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล โดยเฉพาะช่วงเทศกาลยี่เป็งของเชียงใหม่ และ ฉบับที่ 6 ด้านโรงแรม โรงแรมในสิบสองปันนาและ จ.เชียงราย จะร่วมกันส่งเสริมการแลกเปลี่ยนกลุ่ม MICE ระหว่างสองเมือง

    นายโต้ว จวน รองประธานสมาคมการท่องเที่ยวสิบสองปันนา กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีในความร่วมมือครั้งนี้ โดยคาดว่าจะช่วยส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีนให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตอันใกล้ ///-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/911611&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aotiOyK6sLHr6Zxi-bmV8