Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • จ.สุรินทร์  ร่วมประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ จังหวัดนครราชสีมาและการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังห

    จ.สุรินทร์  ร่วมประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ จังหวัดนครราชสีมาและการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังห

    จ.สุรินทร์  ร่วมประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ จังหวัดนครราชสีมาและการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ ครั้งที่ ๖/๒๕๖๘ 


    4/09/2568 | 11 |

    จ.สุรินทร์  ร่วมประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ จังหวัดนครราชสีมาและการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ ครั้งที่ ๖/๒๕๖๘ 

    วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายชำนาญ  ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ มอบหมายให้ นายวีระชัย  ประเสริฐโส  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ร่วมประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ จังหวัดนครราชสีมาและการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ ครั้งที่ ๖/๒๕๖๘ ระหว่างวันที่ ๔-๕ กันยายน ๒๕๖๘ ณ  โรงแรมไอซาน่า โคราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา  โดยมีนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน  พร้อมด้วยนายธงชัย โอฬารวัฒนะชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ หัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชน ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๑ เข้าร่วมการประชุมฯ        จากนั้นได้รับฟังการอภิปราย หัวข้อ “อวดเมือง อวดของดีบ้านฉัน เทศกาลสร้างสรรค์ กระตุ้นเศรษฐกิจ” และ หัวข้อ “ทิศทางการเกษตรอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจนครชัยบุรินทร์” โอกาสนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว One Day Trip ในเมือง โคราช เชื่อมโยงโครงการอวดเมือง ๒๕๖๘  และร่วมเปิดเวที แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างภาครัฐ เอกชน และเวทีนำเสนอโครงการของผู้แทนผู้นำคลื่นลูกใหม่ (Young Public and Private Collaboration : YPC นครชัยบุรินทร์) 


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/420747&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mZ0viPxjkzcklsqLNV08_

  • ขับเคลื่อนการศึกษาไทยภายใต้กำกับ ‘เสมา 2’ ทำได้มากกว่าเป้าที่วางไว้! | เดลินิวส์

    ขับเคลื่อนการศึกษาไทยภายใต้กำกับ ‘เสมา 2’ ทำได้มากกว่าเป้าที่วางไว้! | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5081866/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LP_I-DFMVTmuYuTnhXnRt

  • อดีตอธิการบดีฮาร์วาร์ดกล่าวหาทรัมป์โจมตีระบบมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ

    อดีตอธิการบดีฮาร์วาร์ดกล่าวหาทรัมป์โจมตีระบบมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ

    คลอดีน เกย์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวหาว่ารัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์กำลังโจมตีสถาบันอุดมศึกษาในสหรัฐอเมริกา เป็นการกระทำแบบเผด็จการที่ต้องการปราบปรามความคิดอิสระ ในการปาฐกถาที่สถาบันการศึกษาระดับสูงด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่เนเธอร์แลนด์

    มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งนี้กำลังเผชิญความขัดแย้งกับทรัมป์ ที่เชื่อว่ามหาวิทยาลัยในกลุ่มไอวี่ลีกเป็นปราการของอุดมการณ์เสรีนิยมที่ต่อต้านอนุรักษ์นิยมและมีอคติต่อชาวยิว โดยเฉพาะจากการประท้วงต่อต้านการรุกรานของอิสราเอลในฉนวนกาซา

    ทรัมป์ตัดงบและปิดกั้นนักศึกษาต่างชาติ

    ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามตัดงบประมาณของฮาร์วาร์ดมากกว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเคลื่อนไหวปิดกั้นการเข้าศึกษาของนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในสี่ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมด

    ความจริงคือรัฐบาลอเมริกันกำลังโจมตีสถาบันอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัย เกย์กล่าวในกรุงอัมสเตอร์ดัม วาระนี้มุ่งทำลายสถาบันความรู้เพราะเป็นศูนย์กลางของความคิดและข้อมูลอิสระ

    การลาออกท่ามกลางข้อกล่าวหา

    เกย์ ซึ่งเป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกที่ขึ้นมาอธิการบดีในประวัติศาสตร์ 368 ปี ลาออกในมกราคม 2024 ท่ามกลางการโต้เถียงเรื่องการต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัยหลังการประท้วงเรื่องสงครามกาซา

    การลาออกเกิดขึ้นหลังการปรากฏตัวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในการไต่สวนของสภาคองเกรส เอลิส สเตฟานิก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันเปรียบเทียบการร้องเรียกของนักศึกษาก่อให้เกิดการลุกฮือของชาวปาเลสไตน์ และยุยงให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวยิวในอิสราเอลและทั่วโลก

    แรงกดดันจากผู้บริจาค

    เมื่อสเตฟานิกถามเกย์ว่าการร้องเรียกดังกล่าวละเมิดข้อกำหนดความประพฤติของฮาร์วาร์ดหรือไม่ เกย์ตอบว่า ‘เรายอมรับความมุ่งมั่นต่อการแสดงออกอย่างเสรี แม้แต่มุมมองที่ขัดแย้ง ไม่เหมาะสม หรือน่าเกลียดชัง’

    ปฏิกิริยาต่อการไต่สวนของสภาคองเกรสเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง บิล แอคแมน อดีตนักศึกษาฮาร์วาร์ดและผู้บริจาคเงินหลายล้านดอลลาร์ อ้างว่าความขัดแย้งครั้งนี้ นำไปสู่การยกเลิกเงินบริจาคหลายพันล้านดอลลาร์

    เกย์ขอโทษแต่สุดท้ายก็ลาออกในมกราคม 2024 หลังข้อกล่าวหาว่าอ้างอิงแหล่งข้อมูลทางวิชาการอย่างไม่เหมาะสมในงานวิชาการของตัวเอง

    ห่วงฮาร์วาร์ดยอมสยบทรัมป์

    ในความเห็นที่เนเธอร์แลนด์ เกย์กล่าวว่าฮาร์วาร์ดดูเหมือนเคลื่อนไปสู่นโยบาย ‘ยอมตาม’ ข้อเรียกร้องของทรัมป์ สิ่งนี้น่าเป็นห่วง ไม่เพียงสำหรับเราที่อยู่ในมหาวิทยาลัยและเผชิญผลกระทบโดยตรง แต่ยังรวมถึงทุกคนในสถาบันอุดมศึกษาที่มองหาความเป็นผู้นำและคำแนะนำจากฮาร์วาร์ด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/trump-attacking-us-universities-harvard-president&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wWGizli2CqxwkgONNDoRj

  • ปตท. ผนึก วว. ร่วมพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กร ระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

    ปตท. ผนึก วว. ร่วมพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กร ระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

    เศรษฐกิจ

    ปตท. ผนึก วว. ร่วมพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กร ระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

    วันพฤหัสบดี ที่ 04 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.40 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ปตท. ผนึก วว. ร่วมพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กร ระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

    บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพการบริหารองค์กร เพื่อส่งเสริมระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยมีนายวุฒิกร สติฐิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ ผศ.ดร. วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ร่วมลงนาม พร้อมด้วย นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ รักษาการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ ปตท. และ ดร. จิตรา ชัยวิมล รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม วว. ร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนานวัตกรรมด้านการจัดการพลังงานและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง อาทิ การประยุกต์ใช้ Energy Management Platform (AIoT Platform) การสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการผ่านการพัฒนาประสิทธิภาพการวิจัยและนวัตกรรมการผลิตสมุนไพรและเครื่องสำอาง รวมถึงศึกษาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านปัจจัยหรือกลไกสำคัญที่สนับสนุนให้ธุรกิจหลักขององค์กรเติบโตและประสบความสำเร็จ ตามโครงการคู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจมอบหมายให้ ปตท. และ วว. เป็นคู่ความร่วมมือ ยกระดับศักยภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/economy/445118&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FIqIEsf7hzxDJmIKyiRgj

  • IMF หั่นเป้าจีดีพีกัมพูชาโตแค่ 4.8% เตือนรัฐเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ-ปราบโกงหากหวังพ้นสถานะประเทศยากจน

    IMF หั่นเป้าจีดีพีกัมพูชาโตแค่ 4.8% เตือนรัฐเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ-ปราบโกงหากหวังพ้นสถานะประเทศยากจน

    IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจกัมพูชา ตัวเลขจีดีพีปีนี้จะโตแค่ 4.8% เตือนรัฐบาลเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ-ปราบคอร์รัปชั่น หากหวังพ้นสถานะประเทศยากจน ภายในปี 2572  

    วันที่ 4 กันยายน 2568 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจกัมพูชา ปี 2568 เหลือขยายตัวเพียงแค่ 4.8% จากปีก่อนพุ่งถึง 6% เหตุมาจากปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาการค้าระหว่างประเทศ และยอดเงินโอนแรงงานหด พร้อมเตือนรัฐบาลต้องเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ เดินหน้าปราบคอร์รัปชั่น หากหวังพ้นสถานะประเทศยากจนภายในปี 2572

    โดย ไอเอ็มเอฟ ออกแถลงหลังเสร็จสิ้นภารกิจหารือกับทางการกัมพูชา ภาคเอกชน และองค์กรพัฒนา ระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าโลก ข้อพิพาทชายแดนกับไทย และปัญหาเงินโอนกลับจากแรงงานกัมพูชาต่างแดนที่ลดลง แม้ช่วงต้นปี 2568 เศรษฐกิจยังขับเคลื่อนด้วยการส่งออกเสื้อผ้า ผลิตผลเกษตร และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

    พร้อมกันนี้ IMF เตือนว่า หากข้อพิพาทชายแดนปะทุรุนแรงขึ้นกว่าที่คาด จะกดดันการส่งออก การท่องเที่ยว และการเติบโตมากขึ้น ขณะที่ในประเทศยังเผชิญปัญหาหนี้เอกชนสูง หนี้เสียในภาคท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์พุ่งเกิน 7% อาจกระทบเสถียรภาพการเงินครัวเรือนและธุรกิจ

    ขณะที่ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังกัมพูชาเพิ่งประกาศเมื่อปลายเดือนสิงหาคมว่า ได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 2568 ลงเหลือ 5.0% จากที่เคยประเมินไว้ 6.3%

    นอกจากนี้ IMF ออกคำแนะนำต่อรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า รัฐบาลต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เสริมศักยภาพการผลิต และกระจายฐานการเติบโต พร้อมปรับปรุงบรรยากาศธุรกิจ ด้วยการ ปราบคอร์รัปชัน เสริมหลักนิติธรรม คุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน และเพิ่มความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม IMF ชี้ว่าหากกัมพูชาสามารถดูดซับแรงงานที่กลับจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในประเทศได้สำเร็จ จะช่วยเพิ่มการบริโภคและบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน 

    ขณะเดียวกันแนะนำให้มีการลงทุนใน ทุนมนุษย์ การศึกษา และทักษะแรงงาน เพื่อดึงดูดการลงทุนและยกระดับอุตสาหกรรม นอกจากนี้จะต้องใช้นโยบายการคลังอย่าง เฉพาะเจาะจงและชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนยากจนและแรงงานตกงาน แต่ยังคงวินัยการคลัง

    ในส่วนของระยะกลาง ควรมีแผนจัดเก็บรายได้ที่น่าเชื่อถือ เช่น ลดการยกเว้นภาษีจำนวนมาก และบังคับใช้กฎหมายภาษีอย่างจริงจัง เพื่อเปิดพื้นที่งบประมาณสำหรับการใช้จ่ายด้านการศึกษา สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2880698&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16UvWNbF9uik32dDTfj1x4

  • เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง!ส่งสัญญาณใหม่ต่อเศรษฐกิจและตลาดคริปโต

    เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง!ส่งสัญญาณใหม่ต่อเศรษฐกิจและตลาดคริปโต

    เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่อง!ส่งสัญญาณใหม่ต่อเศรษฐกิจและตลาดคริปโต

    ดัชนี Truflation US Inflation Index รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ล่าสุด (3 กันยายน 2025) อยู่ที่ 2.02% เมื่อเทียบรายปี ลดลงจากระดับ 2.7% ที่สำนักงานสถิติแรงงาน (Bureau of Labor Statistics: BLS) เปิดเผยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าข้อมูลแบบเรียลไทม์ของ Truflation ซึ่งอัปเดตทุกวันด้วยระบบ API-driven methodology อาจให้ภาพที่รวดเร็วและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงมากกว่ารายงานรายเดือนแบบดั้งเดิม

    ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับสัญญาณที่เคยปรากฏในช่วงต้นปี เมื่อ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กล่าวในเดือนกุมภาพันธ์ว่าเงินเฟ้อทั่วไป (PCE Index) ลดลงจาก 5.2% เหลือเพียง 2.5% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันด้านราคาในเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังคลายตัวอย่างต่อเนื่อง

    จากมุมมองการวิจัยของ National Bureau of Economic Research (2023) การลดลงของเงินเฟ้อมักจะช่วยเพิ่มความกล้าเสี่ยงของนักลงทุน (risk appetite) และกระตุ้นการไหลเข้าของเงินทุนสู่สินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดคริปโต อย่างไรก็ตาม รายงานจาก IMF (2024) ก็เตือนว่าตลาดคริปโตยังคงเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนและกฎระเบียบที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งหมายความว่าภาพบวกจากเงินเฟ้อที่ลดลง ไม่ควรถูกตีความแบบตรงไปตรงมาเพียงอย่างเดียว

    การที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่สะท้อนถึงทิศทางเศรษฐกิจที่กำลังปรับสมดุล แต่ยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ตลาดการเงินและนักลงทุนทั่วโลก และ ตลาดคริปโตที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงครึ่งหลังของปี 2025

    ที่มา: @rovercrc

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2025/09/03/us-inflation-drop-2025-crypto-market-signal/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3F3p7eIuEH4SdbCtREBwq0

  • จ.เพชรบูรณ์ เร่งล้างและทำความสะอาดเขตเศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก

    จ.เพชรบูรณ์ เร่งล้างและทำความสะอาดเขตเศรษฐกิจในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก

    วันนี้ (3 กันยายน 2568) เวลา 15.00 น.กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของนายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์มอบหมายให้เทศบาลเมืองหล่มสัก เร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยนายกิตติ พั้วช่วย นายกเทศมนตรีเมืองหล่มสัก ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เทศบาลเมืองหล่มสัก เร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย ทำการล้างถนนในเขตเทศบาล ขนย้ายขยะสิ่งปฏิกูล ซ่อมฝาท่อระบายน้ำ ไฟฟ้าสาธารณะ เพื่อให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมโดยเร็ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/56624&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DlcPFJtXgCOXU6vGhDtoO

  • นักวิชาการ-ภาคเอกชน ห่วงปัญหาเศรษฐกิจหลังการเมืองวุ่น

    นักวิชาการ-ภาคเอกชน ห่วงปัญหาเศรษฐกิจหลังการเมืองวุ่น

    กรุงเทพฯ 3 ก.ย. – นักวิชาการ ภาคเอกชน ห่วงปัญหาเศรษฐกิจ ช่วงการเมืองวุ่นวาย วอนเร่งรัดงบปี 69 หาทางช่วยเอสเอ็มอี ร้านค้ารายย่อย ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

    รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารร ะดับสูง (วบส.) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมือง มีทั้งเรื่องการทูลเกล้าฯ เสนอยุบสภา ขณะที่พรรคประชาชน หนุนยกมือให้ “อนุทิน” เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ สังคมจึงมองว่า ประธานสภา ต้องรอดูว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ยุบสภาหรือไม่ ในช่วงเสนอยุบสภา ท่ามกลางช่วงรอยต่อนี้ ยังมีปัญหาเศรษฐกิจรอแก้ไขอีกมากในช่วงระยะสั้น

    แม้จะตั้งรัฐบาลใหม่ ต้องยุบสภาตามข้อตกลงในอีก 4 เดือนข้างหน้า แต่การมีรัฐบาลใหม่ในช่วงเวลาจำกัด อาจมีปัจจัยบวกจุดประกายให้มีความหวังขึ้นมาบ้าง ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว การขาดดุลงบปี 69 วงเงิน 8 แสนล้านบาท ต้องหวังให้มีการเร่งรัดลงทุนออกสู่ระบบ การส่งออกครึ่งปีหลังซบเซา หลังได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐร้อยละ 19 แม้เป็นช่วงรอยต่อทางการเมือง กระทรวงคลัง พาณิชย์ อุตสาหกรรม ต้องทำงานหนักแม้ไม่ใช่ออกนโยบายเชิงหาเสียง แต่ต้องหาทางช่วยเหลือเอสเอ็มอีและประชาชน เพราะเศรษฐกิจไทยมีปัญหามากช่วงนี้

    นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยช่วงนี้เปราะบางอย่างมาก หลายฝ่ายคาดว่าจีดีพีในปี 68 เติบโตร้อยละ 2 นับว่ารั้งท้ายสุดในกลุ่มอาเซียน โดยคาดการณ์เวียดนามเติบโตร้อยละ 8 ฟิลิปปินส์โตร้อยละ 5.5 อินโดนิเซียเติบโตร้อยละ 5.1 มาเลเซียร้อยละ 4.4 ประเทศเพื่อนบ้านเหมือนวิ่งบนถนนคอนกรีต ส่วนไทยวิ่งบนถนนลูกรังฝุ่นตลบ

    แม้ไทยจะมีรัฐบาลรักษาการเพียงช่วงสั้น แต่ขอให้ผลักดันมาตรการดูแลรายย่อย ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะมีความเสียหายหนักในช่วงที่ผ่านมา หาทางดึงแรงงานต่างชาติจากประเทศอื่นเข้ามาชดเชย ส่งเสริมการนำเทคโนโลยี และ AI เข้ามาใช้พัฒนากิจการ ยอมรับปัญหาการเมืองก็ต้องเร่งแก้ไข แต่ปัญหาปากท้องชาวบ้านต้องลืมไม่ได้ แม้จะเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการ ยังจำเป็นต้องผลักเศรษฐกิจคนเดือนร้อนอีกหลายด้าน.-515- สำนักข่าวไทย

    ดูข่าวเพิ่มเติม

    Top Viewed • อ่านมากสุด


    ดูทั้งหมด

    ปทุมธานี 3 ก.ย. – เขยปืนโหด ถูกจับได้ว่าแอบคบกับน้องเมียวัย 13 ปี บุกยิงยกครัวเมียที่บ้านพัก ย่านปทุมธานี แม่ยาย-น้องเมีย-น้า เสียชีวิต ก่อนจบชีวิตตัวเองหนีความผิด เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.10 น. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 7 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จุดเกิดเหตุอยู่ด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง พบร่างนางทัศนี อายุ 46 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ด้านข้างโต๊ะกินข้าว ตามร่างกาย มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ข้างกันพบปลอกกระสุนปืนขนาด.380 ตกอยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังพบร่างนายชัยวัฒน์ อายุ 43 ปี น้องชายนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนในบ้านพบ ด.ญ.วันเพ็ญ อายุ 13 ปี ลูกสาวนางทัศนีย์ ได้รับบาดเจ็บอีกราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยฯ […]

    รัฐสภา 3 ก.ย.-พรรคร่วมฯ ใหม่ ตบเท้าร่วมแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลกับ “ภูมิใจไทย” ก๊วน “สุชาติ-ธรรมนัส-สันติ” ร่วมด้วย ด้านงูเห่า “เพื่อไทย-ปชป.” โผล่โชว์ตัว บรรยากาศการประชุมพรรคภูมิใจไทย ภายหลังพรรคประชาชนมีมติโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลต่างทยอยเดินทางมาเพื่อรอแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลในเวลา 11:00 น. โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น สส.รวมไทยสร้างชาติ นำกลุ่ม 18 สส. เดินทางมาเป็นกลุ่มแรก อย่างไรก็ตามไม่พบว่ามี สส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ของกลุ่มนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางมาร่วมแต่อย่างใด ขณะที่ตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ นำโดย ชัยมงคล ไชยรบ สส.สกลนคร และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตามมาด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่นำ สส.เพชรบูรณ์ มาร่วมด้วย จากนั้น พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมแกนนำพรรค เช่น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายไผ่ […]

    กรุงเทพฯ 2 ก.ย.- “ทักษิณ” ยอมรับผิด ไว้วางใจ “ธรรมนัส” มากเกินไป ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล ต้องรอดูพรรคประชาชน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ก.ย. สส.พรรคเพื่อไทย ประมาณ 10 คน ได้นัดเลี้ยงสังสรรค์ให้นายฉลาด ขามช่วง ที่ได้รับเลือกให้เป็นดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เมื่อเรื่องรู้ถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ จึงเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับนายฉลาด ด้วย โดยในวงรับประทานอาหาร นายทักษิณ พูดถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ถอนตัวจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยยอมรับผิดว่า “ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส มากเกินไป พี่ผิดไปแล้ว พี่ดูคนผิด” ทำให้ สส. ที่ร่วมวงอยู่นั้นสวนทันทีว่านายทักษิณ โดนคนหลอกตลอด ซึ่ง สส.ที่ร่วมวง ต่างเห็นตรงกันว่า ไม่เคยเห็นนายทักษิณ ยอมรับผิดแบบนี้มาก่อน เห็นได้ว่านายทักษิณ ได้แสดงท่าทีรู้สึกผิดมาก พร้อมกันนี้ สส. […]

    พรรคเพื่อไทย 2 ก.ย.- เปิดชื่อ 20 สส.เพื่อไทย เข้าชื่อส่งศาล รธน. ปมตุลาการหมดวาระ แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 20 สส.เพื่อไทย นำโดย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานวิปรัฐบาล ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการพิจารณาวินิจฉัย เรื่องพิจารณาที่ 17/2568 กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 วินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2568 ซึ่งเป็นวันวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป แทน นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง ดังนั้น เมื่อได้รับทราบถึงการมีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายสราวุธ แทนนายปัญญา ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว จึงไม่ควรที่จะให้ นายปัญญา […]

    ข่าวแนะนำ


    ดีเอสไอ 3 ก.ย.-รฟท.ประสาน DSI เลื่อนแจ้งความเอาผิดเรื่องเขากระโดงไม่มีกำหนด ความคืบหน้าการสืบสวนเรื่องร้องเรียนการครอบครองและการออกเอกสารสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดงจังหวัดบุรีรัมย์ อันอาจเป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งอธิบดีดีเอสไอมีคำสั่งสืบสวน และดีเอสไอได้ดำเนินการสอบสวนปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานพบกลุ่มบุคคลและเจ้าหน้าที่รฟท.เกี่ยวข้อง ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ติดต่อจะมอบให้ฝ่ายกฎหมายเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ดำเนินการสอบสวนตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมมอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องวันนี้ เวลา 14.00น. ล่าสุดพ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย รฟท.ได้ประสานกลับมายังตน ขอเลื่อนการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ออกไปก่อน อย่างไม่มีกำหนด กรณีนี้ พนักงานสอบสวนดีเอสไอตรวจสอบพบ กลุ่มบุคคลและเจ้าหน้าที่การรถไฟเข้าไปเกี่ยวข้อง และการรถไฟฯ เป็นผู้เสียหายจึงประสาน รฟท.ไปให้มาแจ้งความดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลและเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่รัฐอื่นในการเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณพื้นที่เขากระโดง ต.เสม็ด และ ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ หากรฟท.ไม่มาแจ้งร้องทุกข์ ก็เข้าข่ายละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ดีเอสไอจะทำหนังสือแจ้งรฟท.อีกครั้งให้มาแจ้งความร้องทุกข์ หากยังไม่มาอีก ก็จะประชุมพนักงานสอบสวน ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้บริหารการรถไฟฯ เรียกสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องฐานเป็นผู้สนับสนุนเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป.-สำนักข่าวไทย

    สระแก้ว 4 ก.ย.-ผู้ว่าฯ สระแก้ว สั่งติดป้ายให้ชาวกัมพูชา รื้อถอน-ย้ายออก พื้นที่บ้านหนองจาน ในส่วนของไทย หากฝ่าฝืนเอาผิด พ.ร.บ.คนเข้าเมือง-ป่าไม้ โทษปรับ-จำคุก เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน จ.สระแก้ว ติดตั้งประกาศบังคับใช้กฎหมายชาวกัมพูชาที่บุกรุกพื้นที่ในราชอาณาจักรไทย บริเวณบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยป้ายมี 3 ภาษา ไทย-กัมพูชา-อังกฤษ พร้อมแผนที่ ระบุว่า “ประกาศให้ชาวกัมพูชาที่บุกรุกถือครองที่ดินและอยู่อาศัยทำกินในราชอาณาจักรไทย เป็นการกระทำความผิดในราชอาณาจักรไทย ตามแผนที่แนบท้ายกรอบสีฟ้า หากเพิกเฉยไม่ดำเนินการจะดำเนินคดีและต้องรับโทษในราชอาณาจักรไทย หากเพิกเฉยไม่ดำเนินการจะดำเนินคดีและต้องรับโทษในราชอาณาจักรไทยตามกฎหมายดังนี้ 1.พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11 มาตรา 62 และมาตรา 81 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท 2.พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 ตรี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 […]

    ชลบุรี 3 ก.ย. – คดีสังหารโหดหญิงปริศนายัดกระเป๋าเดินทาง โยนทิ้งอ่างเก็บน้ำ จ.ชลบุรี ตำรวจเร่งหาเบาะแสล่าตัวคนร้าย พบลายนิ้วมือแฝงบนดัมเบลที่ใช้ถ่วงน้ำหนักกระเป๋า ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน นำกระเป๋าเดินทางสีดำขนาดใหญ่ ซึ่งมีโซ่เหล็ก และกุญแจล็อกแน่นหนา ขึ้นมาตรวจสอบ หลังจากพบลอยอยู่ในอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ จากการตรวจสอบภายในกระเป๋า พบศพหญิงสาว อายุประมาณ 30 ปี ไม่ทราบสัญชาติ เปลือยท่อนบน นุ่งกางเกงขา 3 ส่วน สีครีม นอนขดตัวอยู่ในกระเป๋า พบร่องรอยเขียวช้ำบริเวณลำคอ กลางหน้าอก และดั้งจมูก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 วัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลว่า ผู้ตายเป็นใคร มาจากไหน ส่วนบริเวณช่องใส่ของด้านหน้ากระเป๋า พบแผ่นดัมเบล 9 แผ่น (ขนาดน้ำหนัก 5 กก. จำนวน 1 แผ่น / 2.5 […]

    3 ก.ย. – แห่แจ้งความเอาผิด “ภูมิธรรม” ปมยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภา ชี้ผิดมาตรา 112 และมาตรา 157 สะพัด! ตีกลับ พ.ร.ฎ.ยุบสภา เหตุไม่เป็นไปตามระเบียบ-กฤษฎีกาแย้งไร้อำนาจ ด้าน “อนุทิน” บอกยังเป็นแค่ข่าว รอรัฐบาลแจงดีกว่า นายไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เอาผิดนายภูมิธรรม เวชยชัย ในความผิดมาตรา 112 พร้อมเผยว่า การพยายามยื่นทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภา ถือเป็นการกระทำที่มิบังควร เนื่องจากไม่มีอำนาจหน้าที่หรือสิทธิที่สามารถทำได้ นายไทกร ระบุว่า ได้รับข้อมูลว่านายภูมิธรรม นำเรื่องพระราชกฤษฎีกายุบสภาไปส่งยังสำนักพระราชวังแล้ว หนังสือฉบับนั้นได้ถูกส่งกลับมาที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แต่พรรคเพื่อไทยและนายภูมิธรรมยังไม่ยอมที่จะเคารพต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่รู้ว่าตนเองไม่มีสิทธิในการที่จะใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะยุบสภา กลับมีความพยายามที่จะเรียกประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะใหญ่ โดยมีการทาบทามให้ ดร.วิษณุ เครืองาม และคณะ มาทำหน้าที่ เพื่อที่จะตราพระราชกฤษฎีกายุบสภาขึ้นอีกฉบับใหม่ในวันพรุ่งนี้ เพื่อที่จะนำส่งสำนักพระราชวังอีกครั้ง ถือว่าการกระทำที่ไม่บังควร “ศุภชัย” […]

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://tna.mcot.net/business-1580784&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-ednCX4Jpa2AEg6-oZNKN

  • ปันแต้ม ปันน้ำใจ เปลี่ยนแต้ม ‘ซีเจ มอร์’ เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ เปลี่ยนแต้ม ‘ซีเจ มอร์’ เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ เปลี่ยนแต้ม ‘ซีเจ มอร์’ เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ

    ซีเจ มอร์ (CJ MORE) เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์การสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ผ่านโครงการ “ปันแต้ม ปันน้ำใจ” ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสบายการ์ดได้ร่วมส่งต่อแต้มสะสมแทนพลังน้ำใจ ระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม 2568 โดยทุกแต้มที่สมาชิกบริจาคผ่าน LINE Official Account @CJMORE หรือคลิก https://tinyurl.com/33jperd3 จะถูกนำไปเปลี่ยนเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ขาดแคลน เริ่มต้นบริจาคง่าย ๆ เพียง 1 แต้ม (20 แต้ม = 1 บาท)

    และเพื่อให้การช่วยเหลือเกิดผลมากยิ่งขึ้น ซีเจ มอร์ ยังสมทบเพิ่มให้อีก 1 เท่า ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นเพียงสื่อกลางเล็ก ๆ ระหว่างลูกค้าและชุมชน โดยมุ่งเน้น 3 ภารกิจสำคัญ ทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่นและสังคมโดยรวม ได้แก่

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ ให้โรงเรียนวัดศรีสุวรรณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดสอนตั้งแต่อนุบาลถึงประถมศึกษา แม้โรงเรียนจะมีผลงานด้านนาฏศิลป์ไทยโดดเด่นจนได้รับรางวัลระดับประเทศ แต่ยังขาดแคลนสิ่งของจำเป็นต่อการเรียนรู้ การปันแต้มจากสมาชิกสบายการ์ดจึงเป็นพลังที่ช่วยเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

    แชร์บอลระดับกลุ่มโรงเรียนบางพลี แต่ยังขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา การสนับสนุนจากโครงการนี้จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้มีเครื่องมือพร้อมในการฝึกซ้อม พัฒนาทักษะกีฬา และเสริมสร้างสุขภาพร่างกายไปพร้อมกับการเรียนรู้

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ เปลี่ยนแต้ม 'ซีเจ มอร์' เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ ให้ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ในการติดตามบุคคลสูญหาย ตรวจสอบศพนิรนาม และช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญหายให้ได้พบความจริงและความยุติธรรม แสดงให้เห็นคุณค่าของการช่วยเหลือที่มีผลกระทบทั้งต่อครอบครัวและสังคมโดยรวม

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ ให้โรงเรียนคลองบางกระบือ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นสนามแข่งขันกีฬา

    ปันแต้ม ปันน้ำใจ เปลี่ยนแต้ม 'ซีเจ มอร์' เป็นทุนการศึกษาให้เด็กๆ

    ทั้งนี้ทุกแต้มที่สมาชิกสบายการ์ดมอบมา คือความหมายที่ยิ่งใหญ่สำหรับเด็ก ๆ และครอบครัวที่รอคอย ซีเจ มอร์ เพียงแค่ขอร่วมเป็นสื่อกลางเล็ก ๆ ในการเปลี่ยนแต้มเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสและรอยยิ้ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/637815&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2t9vhmQYhQkx4uxOjNOQlb

  • กสร.โดยวิทยาลัยในวังเปิดนิทรรศการ จัดแสดงผลงานศิลปะไทยโบราณ

    กสร.โดยวิทยาลัยในวังเปิดนิทรรศการ จัดแสดงผลงานศิลปะไทยโบราณ

    การศึกษา

    กสร.โดยวิทยาลัยในวังเปิดนิทรรศการ จัดแสดงผลงานศิลปะไทยโบราณ

    วันพฤหัสบดี ที่ 04 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.33 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    กสร.โดยวิทยาลัยในวังเปิดนิทรรศการ จัดแสดงผลงานศิลปะไทยโบราณ

    นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานเปิดโครงการ “ชั่วโมงที่ 800 สืบ ศิลป์ สยาม” นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะไทยโบราณช่างสิบหมู่ ประจำปี 2568 โดยมี นายอิทธิพงศ์ จักษ์ตรีมงคล ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศาลายา ผู้บริหารบริษัท ซินโปรเทค จำกัด ศูนย์การเรียนรู้ภูทองวิลเลจ จังหวัดนครสวรรค์ ตลอดจนคณะผู้บริหารสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และผู้แทนสถาบันการศึกษา อาจารย์ นักศึกษา เข้าร่วม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศาลายา จังหวัดนครปฐม โดยมี นางณัฐนันท์ ทวีโภค ประธานองค์กรนักศึกษาศิลปะไทยโบราณช่างสิบหมู่ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) เป็นผู้กล่าวรายงานถึงการจัดโครงการในครั้งนี้

    นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า โครงการ “ชั่วโมงที่ 800 สืบ ศิลป์ สยาม” จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานของผู้เรียน ซึ่งเกิดการฝึกฝนทักษะและสะสมประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 8 เดือน และเป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบให้กับผู้ที่สนใจในศิลปะไทยโบราณ อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างช่างศิลป์และผู้รักในงานศิลป์ด้วยกัน

    นางณัฐนันท์ ทวีโภค ประธานองค์กรนักศึกษาศิลปะไทยโบราณช่างสิบหมู่ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) กล่าวว่า ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) ได้ดำเนินการจัดการเรียนรู้และฝึกอบรมหลักสูตรศิลปะไทยโบราณช่างสิบหมู่หลักสูตร 800 ชั่วโมง อันมุ่งหมายเพื่อสืบสานอนุรักษ์ และส่งเสริมองค์ความรู้ด้านงานช่างศิลป์ไทย ซึ่งเป็นมรดกทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอันล้ำค่าโดยยึดแนวทางตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และสืบสานงานช่างศิลปกรรมไทยโบราณ ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการศึกษา ตอนสนองนต่อแนวนโยบายการเรียนรู้ตลดชีวิตของกรมส่งเสริมการเรียนรู้อย่างแท้จริง

    สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2568ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) ได้ดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรศิลปะไทยโบราณช่างสิบหมู่,แบ่งเป็น 3 หมู่วิชา ได้แก่ 1) หมู่ช่างเขียน วิชาจิตรกรรมไทย 2) หมู่ช่างปั้น วิชาประติมากรรมไทย 3) หมู่ช่างหุ่น วิชาหุ่นหัวโขน รวมทั้งสิ้น 8 กลุ่มดำเนินการเรียนการสอนทั้งที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) และภาคีเครือข่าย ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ภูทองวิลเลจ จังหวัดนครสวรรค์ เรือนจำกรุงเทพมหานคร และเรือนจำยโสธร จังหวัดยโสธร มีผู้เรียนจำนวน 222 คน และสำเร็จจำนวน 186 คน คิดเป็นร้อยละ 83.79

    การจัดงานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน )ศูนย์การเรียนรู้ภูทองวิลเลจ จังหวัดนครสวรรค์ บริษัท ซินโปรเทค และคุณละไมพร เลิศอมรสกุลชัยตลอดจนสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน คณาจารย์ และนักศึกษาทุกท่านที่ได้ร่วมแรงรวมใจกันสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่ามาจัดแสดงในครั้งนี้

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com    และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/445079&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CFz_fHitHnm4nDziLdp8A