Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • อบจ.เชียงราย Kick Off พัฒนา “น้ำพุร้อนป่าตึง” ดันสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    อบจ.เชียงราย Kick Off พัฒนา “น้ำพุร้อนป่าตึง” ดันสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    อบจ.เชียงราย Kick Off พัฒนา “น้ำพุร้อนป่าตึง” สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาตรฐาน ยกระดับการท่องเที่ยวเชียงรายสู่เมืองสุขภาพ

    เชียงราย,3 กันยายน 2568 –  องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ได้จัดการประชุมหารือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันโครงการพัฒนา “น้ำพุร้อนป่าตึง” ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมาตรฐานระดับจังหวัด การประชุมจัดขึ้น ณ ห้องประชุม อบจ.เชียงราย โดยมี นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธาน พร้อมเจ้าหน้าที่จากกองการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักช่าง อบจ.เชียงรายเข้าร่วม

    การประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนนโยบาย “เที่ยวได้ทั้งปี มีดีทุกอำเภอ” โดยมุ่งสร้างจุดหมายปลายทางใหม่ที่มีคุณภาพด้านสุขภาพและการพักผ่อน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    สอดคล้องกับนโยบาย 7 เรือธงของ อบจ.เชียงราย

    การพัฒนาน้ำพุร้อนป่าตึงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักของ นโยบายเรือธงที่ 5 คือ “เที่ยวได้ทุกสไตล์ เที่ยวเชียงรายได้ทั้งปี” ซึ่งเน้นการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวในทุกอำเภอให้มีเอกลักษณ์ สร้างความหลากหลาย และรองรับการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี การดำเนินโครงการนี้จึงเป็นการบูรณาการระหว่างภาครัฐและชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นจริงในเชิงเศรษฐกิจและสังคม

    การวิเคราะห์แนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

    ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเติบโตขึ้นเฉลี่ย 7-8% ต่อปี และมีมูลค่ารวมกว่า 150,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสุขภาพและคุณภาพชีวิต

    น้ำพุร้อนป่าตึงเป็นจุดเด่นทางธรรมชาติที่เหมาะสมกับกระแสนี้ เพราะนอกจากจะมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ใช้เพื่อการบำบัดแล้ว ยังสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนารีสอร์ท สปา และโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม

    ผลกระทบทางเศรษฐกิจและชุมชน

    อบจ.เชียงรายคาดว่าการพัฒนาครั้งนี้จะสร้างผลลัพธ์ที่สำคัญหลายด้าน ได้แก่

    • การสร้างงานและรายได้: คาดว่าจะเกิดการจ้างงานในพื้นที่กว่า 200 อัตรา ทั้งด้านก่อสร้าง การให้บริการ และธุรกิจชุมชน
    • กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น: รายได้จากนักท่องเที่ยวจะหมุนเวียนเข้าสู่ชุมชน เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจย่อยในตำบลป่าตึง
    • ยกระดับสิ่งแวดล้อม: การปรับภูมิทัศน์ให้ได้มาตรฐานและเป็นมิตรต่อธรรมชาติ จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมและเพิ่มความน่าอยู่ของพื้นที่

    การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน

    ความร่วมมือระหว่างกองการท่องเที่ยวและกีฬา กับสำนักช่าง อบจ.เชียงราย เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในครั้งนี้ กองการท่องเที่ยวจะกำหนดแนวทางและวางแผนเชิงกลยุทธ์ ขณะที่สำนักช่างจะรับผิดชอบด้านโครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบภูมิทัศน์

    การทำงานแบบบูรณาการจะช่วยให้โครงการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน

    ความเห็นจากผู้บริหาร

    นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย กล่าวว่า

    “การพัฒนาน้ำพุร้อนป่าตึงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงสถานที่ แต่เป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้กับคนในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และคุณภาพชีวิต เรามุ่งหวังให้น้ำพุร้อนป่าตึงกลายเป็นต้นแบบของแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ยั่งยืนของเชียงราย”

    มุมมองต่ออนาคต

    เมื่อโครงการแล้วเสร็จ น้ำพุร้อนป่าตึงจะกลายเป็นจุดหมายสำคัญที่รองรับทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่แสวงหาการพักผ่อนเชิงสุขภาพแบบองค์รวม โดยคาดว่าจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 50,000 คนต่อปี

    นอกจากนี้ โครงการยังมีเป้าหมายในการสร้างกิจกรรมชุมชน เช่น ตลาดสุขภาพ การแสดงวัฒนธรรม และกิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย เพื่อสร้างคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่

    การ Kick Off โครงการพัฒนาน้ำพุร้อนป่าตึงของ อบจ.เชียงราย เป็นการก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการยกระดับจังหวัดเชียงรายให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้มาตรฐาน และเป็นการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/chiang-rai-pao-develops-pa-tueng-hot-spring/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xawFIxoN0A–4KcppdqOr

  • พิธีมอบทุนการศึกษากองทัพอากาศ และกองบิน 41 ประจำปี 2568

    พิธีมอบทุนการศึกษากองทัพอากาศ และกองบิน 41 ประจำปี 2568

    4 Sep 68

    วันพุธที่ 3 กันยายน 2568 นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการกองบิน 41 ประจำปี 2568 โดยมี รองผู้บังคับกองบิน 41, รองประธานคู่สมรสทหารอากาศกองบิน 41 และหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองบิน 41 ร่วมพิธี ณ หอประชุมเดชะตุงคะ กองบิน 41

    พิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุตร-ธิดาของกำลังพลที่มีผลการเรียนดี ประพฤติดี โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษากองทัพอากาศ จำนวน 194 ทุน และทุนการศึกษากองบิน 41 อีก 76 ทุน

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3760883/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ix9wD5frMhT0PCeChikV4

  • ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกับ IHG ตลอดเดือนกันยายนนี้

    ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกับ IHG ตลอดเดือนกันยายนนี้

    ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงกับ IHG ตลอดเดือนกันยายนนี้

    ในเดือนกันยายนนี้ เครือโรงแรม IHG Hotels & Resorts จัดกิจกรรม Giving for Good Month เพื่อร่วมส่งต่อสิ่งดี ๆ คืนสู่สังคม ทุกการเข้าพักของคุณจะมีการสมทบเงินบริจาคตามความสมัครใจ เพื่อสนับสนุนองค์กรการกุศลและวิสาหกิจเพื่อสังคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    องค์กรพันธมิตร อาทิ APSN, Saab Shares, VietHarvest และศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด ต่างทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ผ่านการศึกษา การจัดการอาหารส่วนเกิน การสร้างโอกาสด้านสังคม และการสนับสนุนผู้พิการให้เข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียม

    เมื่อคุณเลือกเข้าพักที่ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท คุณได้มีส่วนช่วยขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้ โดยมีการสมทบเงินบริจาคจำนวน 30 บาทสุทธิต่อคืน เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาการศึกษา เทคโนโลยี และการเตรียมความพร้อมด้านอาชีพสำหรับผู้พิการทางสายตา

    การเข้าพักของคุณไม่เพียงสร้างความสะดวกสบาย แต่ยังมีคุณค่าในการช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและสังคมที่ครอบคลุมสำหรับทุกคน

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก, กรุณาโทร +66 (0)2 779 8999 หรืออีเมล [email protected]


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12744874&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2d6w8RGPkzMEiV-SYxfsd5

  • อาลัย “พระนาย สุวรรณรัฐ” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงแก่อนิจกรรมในวัย 73 ปี

    อาลัย “พระนาย สุวรรณรัฐ” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงแก่อนิจกรรมในวัย 73 ปี

    “พระนาย สุวรรณรัฐ” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงแก่อนิจกรรมในวัย 73 ปี ท่ามกลางความเสียใจของคนในครอบครัว

    วันที่ 4 ก.ย. 2568 มีรายงานว่า พระนาย สุวรรณรัฐ เป็นอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เสียชีวิตด้วยอายุ 73 ปี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ท่ามกลางความเสียใจของคนในครอบครัว

    ประวัติ “พระนาย สุวรรณรัฐ”

    พระนาย สุวรรณรัฐ เกิดวันที่ 5 พฤศจิกายน 2494 ที่จังหวัดลำปาง เป็นบุตรชายของคุณพ่อพ่วง สุวรรณรัฐ และคุณแม่ ม.ร.ว.ประสาร สุวรรณทองแถม ซึ่งมีบุตรสาว 5 คน ดังนี้ ท่านผู้หญิงพรรณวดี จุฑารัตนกุล, นางสาวพิยดา สุวรรณรัฐ, นายพลากร สุวรรณรัฐ (องคมนตรี), นางสาวภราไดย สุวรรณรัฐ และ พระนาย สุวรรณรัฐ

    การศึกษา

    • พ.ศ. 2498 – 2499 เข้าเรียนชั้นอนุบาล 1-2 ที่โรงเรียนอนุบาลสงขลา
    • พ.ศ. 2500 – 2504 เข้าเรียนต่อในกรุงเทพฯ ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-4 ที่โรงเรียนราชินี
    • พ.ศ. 2505 – 2512 เข้าเรียนต่อประถมศึกษาปีที่ 5 – มัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่วชิราวุธวิทยาลัย
    • พ.ศ. 2513 – 2517 เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    • พ.ศ. 2518 – 2519 ระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารรัฐกิจ M.P.A. (U.S.A.) มหาวิทยาลัยอินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา

    ประวัติการรับราชการในตำแหน่งสำคัญ

    • ดำรงตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สำนักงานจังหวัดเชียงราย ตำแหน่งอักษรเลข หรือเลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย
    • ปี พ.ศ. 2522 ย้ายไปเป็นเจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์ 4 สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติงานในพื้นที่ส่วนกลาง ฝ่ายติดต่อต่างประเทศ สำนักงานศูนย์ดำเนินงานเกี่ยวกับผู้อพยพ
    • วันที่ 15 มิถุนายน 2528 โอนมารับราชการสังกัดกรมการปกครอง เลื่อนขึ้นเป็น “ข้าราชการพลเรือนสามัญ ระดับ 6” และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ (จพง.ปค.๖) ฝ่ายทะเบียนและบัตร อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
    • วันที่ 17 มิถุนายน 2528 โอนย้ายไปดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครอง 6 (จพง.ปค.6) ฝ่ายปกครองและพัฒนา อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
    • ดำรงตำแหน่ง ปลัดอาวุโส พื้นที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
    • ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจการส่วนท้องถิ่น (เจ้าพนักงานปกครอง ๖) ฝ่ายท้องถิ่นจังหวัดปัตตานี
    • ย้ายไปเป็นปลัดอำเภอ (จพง.ปค.6) ฝ่ายปกครองและพัฒนา อำเภอละงู จังหวัดสตูล
    • วันที่ 24 ตุลาคม 2532 รักษาราชการในตำแหน่ง “นายอำเภอ” (เจ้าพนักงานปกครอง 7) อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนขยับขึ้นเป็นนายอำเภออมก๋อยเต็มตัวในปีเดียวกัน คือ วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2532
    • วันที่ 1 พฤษภาคม 2535 เลื่อนขึ้นเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ระดับ 8 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ (จพง.ปค.8) อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
    • ปลายปี พ.ศ. 2535 โอนมาดำรงตำแหน่ง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
    • วันที่ 7 พฤศจิกายน 2537 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกอง (เจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์ 8) กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
    • ปี พ.ศ. 2538 ดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัด (เจ้าหน้าที่บริหารงานปกครอง 9) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    • ปี พ.ศ. 2540 รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอื่น ๆ เป็นลำดับ ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดกระบี่ ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเวลา 6 ปี
    • ปี พ.ศ. 2546 ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นครั้งแรกที่จังหวัดสิงห์บุรี
    • ปี พ.ศ. 2547 ย้ายมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี
    • วันที่ 31 ตุลาคม 2549 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนักปกครอง 10 สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศอ.บต.)
    • ดำรงตำแหน่ง “รองปลัดกระทรวงมหาดไทย” เพียงบทบาทเดียว ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องความมั่นคง
    • วันที่ 7 ตุลาคม 2554 ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย

    เกียรติคุณ

    • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
    • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาวชิรมงกุฎ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2880719&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xKZhaBIpxgCNEVmvMFFB-

  • ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.สูงเม่น มอบทุนการศึกษานักศึกษาพยาบาล

    ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.สูงเม่น มอบทุนการศึกษานักศึกษาพยาบาล

    วันพุธที่ 3 กันยายน 2568 นางผศิริพร สิทผฝธิเศรษญ กำนันตำบลยบ้านเหล่า ประชาสัมพันธ์ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสูงเม่น จ.แพร่ แจ้งว่านายสถานิตย์ จันใจวงศ์ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านฯอำเภอสูงเม่นและนายเพ็ญ ก่อกองรองประธานชมรมฯนายจักรพงษ์ จิตชุ่มเหรัญญิกชมรมฯได้ร่วมเป็นตัวแทนของสมาชิกชมกำนันผู้ใหญ่บ้านฯของอำเออสูงเม่น

    เข้ามอบทุนการศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ตามโครงการของโรงพยาบาลสูงเม่นฯเป็นเวลา 4 ปีจนจบการศึกษาโดยมอบทุนเป็นรายปี ปีละ40,000.-จำนวน เงิน(รวม160,000บาท)ซึ่งทุนที่มอบเป็นทุนทรัพย์ของสมาชิกชมรมฯทุกท่าน จึงขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่สมาชิกชมรมฯอำเภอสูงเม่นเล็งเห็นถึงประโยชน์ต่อการศึกษาด้านพยาบาลศาสตร์นี้จะได้นำวิชาชีพไปดูแลประชาชนสังคมต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3760545/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ANr3386p0MR6KKFp3nnTT

  • ส.อ.ท.ชี้ ‘ยุบสภา’ ตาม ปชน. ยิ่งฉุดเศรษฐกิจ ลั่นต้องการความชัดเจน

    ส.อ.ท.ชี้ ‘ยุบสภา’ ตาม ปชน. ยิ่งฉุดเศรษฐกิจ ลั่นต้องการความชัดเจน

    ส.อ.ท.ชี้ ‘ยุบสภา’ ตาม ปชน. ยิ่งฉุดเศรษฐกิจ ลั่นต้องการความชัดเจน

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า งบประมาณปี 2568 ภาครัฐยังเบิกได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ รวมระยะเวลา 11 เดือนใกล้ครบ 1 ปีแล้ว แต่สามารถเบิกไปได้เพียง 50% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายมาก 

    ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับตัวเลขเฉลี่ยในอดีตที่อยู่ประมาณ 60% ถือเป็นความกังวลว่าการเบิกจ่ายของรัฐบาลจะมีการชะงักงันไม่เต็มที่เท่าที่ควร

    สำหรับภาวะการเมืองที่ยังไม่ลงตัวในตอนนี้ เปรียบเทียบระหว่างการยุบสภาทันทีในตอนนี้ หรือจัดตั้งรัฐบาลเข้ามาทำงานในกรอบเวลา 4 เดือนจากนั้นจึงทำการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ตามที่พรรคประชาชนตั้งเงื่อนไขไว้นั้น ประเมินว่าการทอดเวลานานมากขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยาวเกินไป ถือว่าไม่เป็นผลดีอยู่แล้ว ภาคเอกชนส่วนต้องการความรวดเร็วและความชัดเจนมากที่สุด

    ส.อ.ท.ชี้ ‘ยุบสภา’ ตาม ปชน. ยิ่งฉุดเศรษฐกิจ ลั่นต้องการความชัดเจน

    ส่วนคุณสมบัติรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีที่ต้องการคือ เป็นคนมีความรู้ คนเก่ง และคนดี กล้าตัดสินใจในประเด็นต่างๆ เพราะมีความสำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจมีความผันผวนสูงแบบนี้ 

    โดยไม่ว่าจะใช้เวลาก่อนเลือกตั้งใหม่ 5-6 เดือน หรือลากยาวไปเป็นปี ในช่วงระหว่างนั้น ภาคการลงทุนก็จะชะลอตัวรอดูความชัดเจนก่อน กระบวนการขับเคลื่อนแผนงานของราชการก็จะทำไปแบบชะลอลงเช่นกัน ดูทิศทางข้างหน้า ไม่ได้ทำงานในอัตราเร่งอย่างที่ควร 

    แต่ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันต้องการการแก้ไข้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ซึ่งการทำงานตอบสนองอาจช้าเกินไป

    “ความสำคัญในตอนนี้คือ ภาคการค้าระหว่างชายแดน โดยเฉพาะไทยและกัมพูชา ที่ยอดการค้าสะสมติดลบ 10% และหากประเมินตัวเลขเฉพาะเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา การส่งออกเหลือเพียง 370 ล้านบาท ติดลบกว่า 97% ทำให้ต้องรีบเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งทางตรง และผู้ผลิตสินค้าโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ จึงเป็นที่มาของความต้องการรัฐบาลเร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่รออยู่”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/637852&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1187KzGLgUpqGdwF-YCoz7

  • ภาคเอกชนใต้ห่วง ‘รัฐบาล 4 เดือน’ ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาเศรษฐกิจ กระทบความเชื่อมั่นประเทศ

    ภาคเอกชนใต้ห่วง ‘รัฐบาล 4 เดือน’ ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาเศรษฐกิจ กระทบความเชื่อมั่นประเทศ

    สลิล โตทับเที่ยงประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ว่าภาคเอกชนมีความกังวล เพราะการมีรัฐบาลใหม่มีผลต่อการทำงาน และการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ ตลอดทั้งการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนต่างประเทศ “ตอนนี้ภาคเอกชนต้องการให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และขอให้รัฐบาลที่จัดตั้งได้มีเสถียรภาพ สามารถนำพาคณะรัฐมนตรีและประเทศไทยการฟันฝ่าอุปสรรคที่จะเข้ามาอีกมากมาย ที่สำคัญต้องจัดบุคลากรที่มีความเหมาะสมไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีความซื่อสัตย์ ได้รับความเชื่อมั่น ที่จะทำงานขับเคลื่อนประเทศของเรา”

    The-private-sector-in-the-South-is-concerned-about-the-establishment-SPACEBAR-Photo06.jpg

    ประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวต่อว่า เรื่องสำคัญที่อยากให้รัฐบาลชุดใหม่นี้แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน คือ การสานต่อแก้ไขปัญหาเรื่องภาษีสหรัฐอเมริกา การสร้างความสมดุลและสร้างความสัมพันธ์กับประเทศยิ่งใหญ่และประเทศคู่ค้าของเรา เพราะหากเดินไม่ถูกทางจะเกิดผลลบกับการทำงานของประเทศไทยได้ เรื่องปัญหาชายแดนก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะเกี่ยวข้องกับความมั่นคง

    “แต่อย่างไรก็ตามภาคเอกชนเองก็มองว่ามีทางออกอีกหลายทาง หากชายแดนไม่มีปัญหา ซึ่งสามารถสร้างการค้าการส่งออกชายแดนเหล่านั้นได้ เช่น ลาว พม่า และมาเลเซีย ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้น การหาตลาดใหม่ๆสำหรับประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญ อยากจะให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งดำเนินการ เราคงไม่สามารถที่จะมีคู่ค้าเฉพาะคู่ค้าใหญ่ๆ อยู่ไม่กี่ประเทศ เพราะปัจจุบันนี้มีหลายภูมิภาคที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาใต้ อินเดีย แอฟริกา ทั้งหมดนี้ในอนาคตจะเป็นตลาดที่ใหญ่มากสำหรับประเทศไทย”

    ประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวด้วยว่า ในฐานะภาคเอกชนมองว่า การที่รัฐบาลใหม่กำหนดเงื่อนไขระยะเวลา 4 เดือนแล้วยุบสภา นั้น ไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ในส่วนของข้าราชการประจำเองก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่เพราะว่าไม่ทราบว่าในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ความเชื่อถือกับต่างประเทศที่จะคุยกับรัฐบาลไทยที่รู้ว่ามีอายุแค่ 4 เดือน เขาก็อาจไม่มาเจรจา เพราะถือว่าเดี๋ยวก็มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ซึ่งการส่งสัญญาณอย่างนี้ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

    “ส่วนตัวคิดว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ ทุกวันนี้เราไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศทั้งระดับในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงไม่สามารถสร้าง SME ใหม่ๆ ให้เกิดการเติบโตได้ ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีหน้าไม่ดีอย่างที่คาดไว้ และอาจจะแย่กว่าที่เราตั้งเป้าไว้”

    “ผลของตลาดหุ้นมันเป็นเรื่องตื่นตระหนกในช่วงเวลาสั้นๆ จะไม่เห็นชัดในเรื่องผลกระทบของ GDP แต่ในระยะยาวความไม่มั่นใจไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย ประชาชนเก็บเงินไว้ เพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น นั่นจะเป็นปัญหาใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคในประเทศ รายได้ของประเทศลดลง”

    ประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวว่า “ในส่วนของรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไปนั้น ส่วนตัวคิดว่าท่านก็รู้โจทย์แล้วว่าเสถียรภาพของรัฐบาลมีความสำคัญ ฉะนั้นบุคลากรที่มีความสามารถและมีความเชื่อมั่นเป็นคนที่ต้องจัดหามาให้ถูกต้อง หากท่านได้โอกาสแล้วแต่ไม่ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ ก็ถือว่าเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่”

    The-private-sector-in-the-South-is-concerned-about-the-establishment-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ประธานหอการค้าภาคใต้ กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้เรื่องของการท่องเที่ยวซบเซา โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นเมืองรอง เป็นตลาดการท่องเที่ยวในประเทศ ได้รับผลกระทบพอสมควร เพราะเกิดจากความไม่เชื่อมั่น และรายได้ที่น้อยลง ในส่วนนี้ภาคเอกชนในภาคใต้เคยจัดประชุมเสวนา และนำข้อเสนอผ่านหอการค้าไทยเพื่อใช้มาตรการ MICE ปัจจุบันนี้มีบริษัทใหญ่ในประเทศมากมายที่จะจัดกิจกรรมอบรมสัมมนา หรือให้ Incentive ให้กับพนักงานและลูกค้า อาจจะจัดไปต่างประเทศ ในทางกลับกันถ้าเราจัดในประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดเมืองรองแล้วให้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี คิดว่าตรงนี้จะทำให้เกิดกำลังซื้อในประเทศเพิ่มมากขึ้น

    รวมไปถึงการจัดอบรมสัมมนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ การไปประชุมนอกสถานที่ยังจังหวัดต่างๆ หรือการประชุมข้ามภาค ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยทำให้เกิดเงินสะพัด ซึ่งถือเป็นนโยบายเร่งด่วน ถ้าจำได้ก็อยากให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งดำเนินการ เพราะหากเรารอการท่องเที่ยวจากต่างประเทศอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขได้ทัน และนอกจากการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทยแล้ว ให้เที่ยวแบบองค์กรด้วย

    The-private-sector-in-the-South-is-concerned-about-the-establishment-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ขณะที่ บุญชู ศัยศักดิ์พงษ์รองประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ กล่าวถึงข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะของภาคเอกชนต่อการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ขับเคลื่อนแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ว่า ได้ติดตามข่าวมาตลอดพบว่ากำลังมีการต่อรองกันในหลายกรณีในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งข้อต่อรองส่วนใหญ่มีแต่เรื่องแบ่งปันผลประโยชน์ซึ่งกันและกันเท่านั้น ไม่พบเลยว่ามีข้อใดที่บอกถึงการแก้ปัญหาในปัจจุบันซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่เกี่ยวกับปัญหาปากท้องของประชาชนทั่วไป ส่วนใหญ่การต่อรองจะมีแต่เรื่องแบ่งสันปันส่วนตำแหน่ง แต่ก็เข้าใจบริบทของนักการเมืองว่าเวลานี้ต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลัง

    “แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือตำแหน่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คณะรัฐมนตรีที่ได้มาจะมีความเหมาะสมกับกระทรวงนั้นๆ หรือไม่ เพราะเหมือนเป็นการนำผู้โดยสารมาจับฉลากให้ขับเครื่องบิน จะมีความสามารถพอหรือไม่ หรือเพียงเพื่อได้มีตำแหน่งเท่านั้น ตรงนี้น่าเป็นห่วงเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาก็เป็นแบบนั้น ได้คนที่ไม่เหมาะสมมามีอำนาจในตำแหน่งสำคัญ หวังว่ารัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะได้คำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย เข้าใจว่าทุกคนอยากแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ แต่ก็ขอให้ลดราวาศอกให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลขึ้นได้ก่อน”

    “ส่วนเงื่อนไขสำคัญที่บอกว่ารัฐบาลใหม่จะอยู่แค่ 4 เดือน ก็ต้องรอดูว่าเมื่อครบ 4 เดือนแล้ว จะยังยึดตามข้อตกลงหรือไม่ ซึ่งการกำหนดอายุรัฐบาลใหม่ 4 เดือน หากมีความตั้งใจและจับจุดถูกก็สามารถแก้ปัญหาได้ บางทีอยู่นานไปอาจเสียเวลาเปล่า จึงอยากฝากไปทั้งสีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน ว่าเวลารับปากไว้แล้วให้ทำตามด้วย ประชาชนที่เลือกท่านเข้ามารอดูผลงานอยู่ ดังนั้น 4 เดือนหลังจากนี้ รัฐบาลใหม่ที่ได้อำนาจมาต้องใช้เวลาให้เป็นประโยชน์จริงๆ และต้องทำให้ทัน ส่วนปัญหาชายแดนคิดว่าจบแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหามากกว่านี้ เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดสงครามที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า”

    บุญชู กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเสนอให้ยุบสภาเลยทันทีในเวลานี้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วย ควรเดินหน้าต่อไปอีก 4-6 เดือนดีกว่า อย่างน้อยก็ต้นปี 2569 ค่อยมาว่ากันอีกที เวลานี้ควรช่วยกันแก้ปัญหาประคับประคองรัฐไทยให้รอดปลอดภัยกันไปก่อน หากยุบสภาตอนนี้ จะเสียเวลาไปอีกหลายเดือน และเราเสียเวลามามากแล้ว ปีนี้เราลอยอังคารกันแล้วก็ลอยให้มันหมดๆ ไป ปีหน้าค่อยว่ากันถ้าจะยุบสภา และน่าจะเป็นปีที่หลายๆ อย่างดีขึ้น เพราะเราผ่านอะไรที่ไม่ดีมาเยอะแล้ว 

    “สิ่งที่รัฐบาลใหม่จะต้องเร่งแก้ปัญหาในตอนนี้มีเกือบทุกเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ภาคส่งออกมีปัญหา ส่งออกได้ลดลง ปัญหาการลงทุนที่ชะลอตัวทำให้กระทบแหล่งรายได้ การใช้จ่ายในประเทศก็มีปัญหา การท่องเที่ยวอ่อนแอลง ประเทศคู่แข่งแย่งเราไปเยอะ โดยเฉพาะภาคใต้เศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดคือการท่องเที่ยว ส่วนยางพารา ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชเศรษฐกิจที่รุ่นลูกรุ่นหลานอาจสนใจน้อยลง และหันไปสนใจธุรกิจที่ต่อยอดนวัตกรรมมากขึ้น ดังนั้นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาส่งเสริมภาคใต้คือการท่องเที่ยวและภาคบริการ”

    The-private-sector-in-the-South-is-concerned-about-the-establishment-SPACEBAR-Photo01.jpg

    The-private-sector-in-the-South-is-concerned-about-the-establishment-SPACEBAR-Photo03.jpg

    The-private-sector-in-the-South-is-concerned-about-the-establishment-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/the-private-sector-in-the-south-is-concerned-about-the-establishment-of-a-4-month-government-which-will-affect-national-confidence&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ssdrdqfPEl8vg4u4BxYH1

  • ลุ้นทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่! ตลท.เตรียมผลักดัน “จั๊มพ์ พลัส” หนุนตลาดทุนโตต่อ

    ลุ้นทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่! ตลท.เตรียมผลักดัน “จั๊มพ์ พลัส” หนุนตลาดทุนโตต่อ

    ลุ้นทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่! ตลท.เตรียมผลักดัน “จั๊มพ์ พลัส” หนุนตลาดทุนโตต่อ

    นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ว่า นักลงทุนชอบความชัดเจนทางการเมือง คาดหวังว่าจะได้นายกฯคนใหม่ พร้อมนโยบายชัดเจนมากขึ้น 

    ทั้งนี้จากการพบปะพูดคุยกับนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา กลับพบว่านักลงทุนส่วนใหญ่ค่อนข้างคุ้นเคยการเปลี่ยนแปลง ถือเป็นเรื่องที่ไม่แปลกใหม่ แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องการเห็นภาพชัดคือโครงการต่างๆที่ได้นำเสนอไปนั้นถือว่าค่อนข้างดีแต่จะสามารถเกิดขึ้นจริงเมื่อไหร่ นี่คือสิ่งที่นักงลงทุนโฟกัส

    ถามว่า ความเสี่ยงที่อาจเลือกนายกฯไม่ได้จะส่งผลอย่างไร ?

    ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นักลงทุนถือว่าคุ้นเคยต่อการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

    “ความไม่แน่นอนทางการเมืองตอนนี้เริ่มชัดมากขึ้น แต่จะเห็นว่าฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้ามาก่อนหน้านี้กก่อนที่จะมีความชัดเจน นั่นอาจเพราะบริษัทจดทะเบียนมีการฟื้นตัวที่ดี มีอนาคต อัพไซด์ดี มีปันผลน่าสนใจจึงเข้ามาลงทุน”

    ถามว่า รมว.คลังคนใหม่ต้องเป็นอย่างไร ?

    อยากให้เข้าใจเรา เข้าใจตลาดทุนดี เนื่องด้วยตลาดทุนเป็นเครื่องมือในการระดมทุน จึงคาดหวังทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่จะเข้าใจและสามารถใช้เครื่องมือนี้ได้

    อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯพร้อมเสนอนโยบายที่ผลักดันก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะโครงการจั๊มพ์ พลัส (Jump+) ต่อ รมว.คลังคนใหม่พิจารณาเนื่องด้วยเชื่อมั่นว่าเป็นโครงการที่สร้างการเติบโตที่ดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมและบริษัทจดทะเบียน โดยล่าสุดมีบริษัทจดทะเบียนไทยเข้าสมัครรวม 35 บริษัท ถือเป็นสัญญาณที่ดีและมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง

    ส่วนโครงการ G-TOKEN จะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น เบื้องต้นยังไม่มีความชัดเจน คงต้องให้รมว.คลังคนใหม่พิจารณา

    อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์การเมืองที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้(5 ก.ย.68)เกิดความผันผวน ตลาดหลักทรัพย์ฯมีเครื่องมือที่พร้อมจะตั้งรับได้อย่างแน่นอน.

    เกาะติดการเมืองชัด

    ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท. กล่าวว่า ตลาดทุนชอบความชัดเจนในทุกเรื่อง ดังนั้นการเมืองภาพเริ่มชัด การไม่ติดขัดด้านนโยบายต่างๆถือเป็นเรื่องที่ดี อีกทั้งพรบ.งบประมาณผ่านพ้นไปแล้วจึงสามารถเดินหน้าผลักดันงบประมาณได้

    สำหรับภาพรวมภาวะตลาดตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยเดือนสิงหาคม 2568 ได้รับแรงหนุนจากสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธาน Fed ส่งสัญญาณถึงโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน 2568

    ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตาม เงินทุนต่างชาติไหลออกจากทั้งตลาดพันธบัตรและหุ้นไทย ท่ามกลางส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลของไทยและสหรัฐที่กว้างขึ้น หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เป็น 1.50% ต่อปี ส่งผลให้ดัชนี SET Index ในเดือนสิงหาคม 2568 ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.5% จากสิ้นเดือนกรกฎาคม 

    สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยเป็น 2% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% ตามการเร่งส่งออกสินค้าก่อนที่ภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ แม้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 2/2568 ขยายตัว 2.8% ชะลอลงจาก 3.2% ในไตรมาส 1/2568 ปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของการผลิตนอกภาคเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว

    ภาพรวมกำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 ของบริษัทจดทะเบียนเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีผลการดำเนินงานดีกว่าคาดปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ความสำเร็จของงาน Thailand Focus 2025 และผลตอบแทนหุ้น IPO ที่เริ่มฟื้นตัวในเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทย.

    ลุ้นทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่! ตลท.เตรียมผลักดัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/729866&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zbZuRfzsJ2qeQcbd–J2L

  • ‘ผู้ว่าการธปท.’ ชี้การเมืองไทย กดดันเศรษฐกิจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น | เดลินิวส์

    ‘ผู้ว่าการธปท.’ ชี้การเมืองไทย กดดันเศรษฐกิจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5082766/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1s1pdKNffBPvtKIfNUlRQ2

  • สะท้อน 3 ปัญหาใหญ่ชายแดนสุรินทร์ ทั้งความมั่นคง-เศรษฐกิจตกต่ำ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    สะท้อน 3 ปัญหาใหญ่ชายแดนสุรินทร์ ทั้งความมั่นคง-เศรษฐกิจตกต่ำ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109096&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2S6tO2meAT58k88Z59R_EV