Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • พริกไทยปะเหลียน จ.ตรัง ยกระดับสู่พืชเศรษฐกิจ GI

    พริกไทยปะเหลียน จ.ตรัง ยกระดับสู่พืชเศรษฐกิจ GI

    ชุมชนบ้านละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ที่อยู่คู่กับการปลูกพริกไทยปะเหลียนมาอย่างยาวนาน เกษตรกรเกือบทุกหลังคาเรือนมีการเพาะปลูกพริกไทยปะเหลียนเพื่อนำมาใช้ในบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่เนื่องด้วยรสชาติของพริกไทยปะเหลียนในพื้นที่ อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยพริกไทย ผลสุกจะมีรสอมหวาน มีกลิ่นหอม และมีความเผ็ดในระดับปานกลาง เหมาะแก่การนำไปประกอบอาหาร ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยมา

    ครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ จึงได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และยกระดับสู่การเป็นแปลงใหญ่พริกไทย ในปี 2565 ซึ่งประกอบไปด้วยเกษตรกร จำนวน 30 ราย พื้นที่ปลูกประมาณ 12 ไร่ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรเพิ่มขีดความสามารถใน 5 ด้าน

    ·     ลดต้นทุนการผลิต

    ·     เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

    ·     พัฒนาคุณภาพ

    ·     เพิ่มช่องทางการตลาด

    ·     การบริหารจัดการ

    economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ในปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรยังคงยกระดับแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพริกไทยพื้นบ้านละมอ ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง อย่างต่อเนื่องด้วยการจัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง ปี 2568 โดยได้มีการวิเคราะห์ Pain Point/Gain Point ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรเพื่อให้ทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมถึงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน พร้อมขับเคลื่อนให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย 3 เท่าใน 4 ปี

    โดยประกอบไปด้วยกิจกรรม

     1. การจัดทำแปลงทดสอบกระบวนการปลูกพริกไทย โดยได้มีการศึกษาเปรียบเทียบการปลูกพริกไทยระหว่างเสาค้างจากต้นไม้ธรรมชาติกับการใช้เสาค้างปูนเพื่อให้ต้นพริกไทยยึดเกาะ มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ ถ่านไบโอชาร์ พร้อมทั้งการวางระบบน้ำที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นพริกไทย เพื่อให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ ปรับปรุงวิธีการปลูก การดูแลรักษาต้นพริกไทย ร่วมกันภายในชุมชน  

    2. สนับสนุนให้เกษตรกรอนุรักษ์พันธุ์พริกไทยพื้นบ้าน และขยายพื้นที่ปลูกเพื่อซ่อมแซมในส่วนที่เสียหายจากภัยธรรมชาติ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

    economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi-SPACEBAR-Photo01.jpg

    3. สนับสนุนการแปรรูปเป็นพริกไทยแห้งด้วยการสร้างจุดตากพริกไทย เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดระยะเวลาในการตาก/แปรรูปให้น้อยลง

    4. สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญ โลหะหนัก และคุณค่าทางโภชนาการ พบว่า ผลผลิตพริกไทยมีปริมาณสาร Pipeline อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่พบการปนเปื้อนของโลหะหนักในผลผลิต อีกทั้งยังพบกรดไลโนเลอิกที่มีส่วนช่วยในการป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลสะสมในผนังหลอดเลือด เพิ่มการเผาผลาญไขมันอิ่มตัว กระตุ้นการทำงานของต่อมต่าง ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาพริกไทยเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาคต 

    economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi-SPACEBAR-Photo02.jpg

    จากการดำเนินงานในปี 2568 กลุ่มเกษตรกรได้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการผลผลิตพริกไทยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแต่เดิมผลผลิตพริกไทย (แห้ง) มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 350 บาท เพิ่มสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 500 บาท จึงได้มีการขยายพื้นที่ปลูกเพื่อให้มีปริมาณผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายต้นพันธุ์พริกไทย และผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ยาดม น้ำมันนวด ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2567 มากกว่า 2 เท่า ทั้งนี้ เกษตรกรยังคงพัฒนาต่อยอดด้วยการสร้างแบรนด์ ขยายพื้นที่การรับรองการเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และการคัดเกรดพริกไทย ดำ – ขาว – แดง ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LF-ij7fg8rL5iOkQebmY5

  • ภูเก็ตมูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ

    ภูเก็ตมูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ

    ภูมิภาค

    ภูเก็ตมูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ

    วันจันทร์ ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.26 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ภูเก็ตมูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ ประจำปีการศึกษา 2568 รวม 119 ทุน เป็นเงิน 595,000 บาท

    วันนี้ (8 กันยายน 2568) ที่ห้องประชุมโรงเรียนพิบูลสวัสดี อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานกรรมการมูลนิธิคุณพุ่ม ทรงมีพระกรุณาธิคุณพระราชทานทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในโครงการมูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2568 เพื่อให้ผู้ปกครองนำไปใช้พัฒนาศักยภาพและการศึกษาที่สอดคล้องกับความจำเป็นเฉพาะของเด็กโดยมีนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาฯ และมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียนผู้ได้รับทุนเข้าร่วมในพิธี

    โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้อัญเชิญพระราชดำรัสของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ความตอนหนึ่งว่า“ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ และขอให้ใช้เงินทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพบุตรหลานที่มีความต้องการพิเศษ ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข”
     

    การมอบทุนในครั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตได้รับพระราชทานทุนการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 119 ทุนๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 595,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และสนับสนุนการพัฒนาเด็กพิการและเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/445633&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C0Bei7eXz-xiLKsGAJqHq

  • โรงเรียนอนุบาลวังม่วงสระบุรี นำร่องงานวิจัย “มจร” เสริมสุขภาวะเยาวชนด้วยพุทธจิตวิทยา

    โรงเรียนอนุบาลวังม่วงสระบุรี นำร่องงานวิจัย “มจร” เสริมสุขภาวะเยาวชนด้วยพุทธจิตวิทยา

    การศึกษา

    โรงเรียนอนุบาลวังม่วงสระบุรี นำร่องงานวิจัย “มจร” เสริมสุขภาวะเยาวชนด้วยพุทธจิตวิทยา

    วันจันทร์ ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.22 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยสาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว คณะครุศาสตร์ เปิดตัวงานวิจัย “การบูรณาการพุทธจิตวิทยากับการแนะแนวเพื่อเสริมสร้างความสุขของนักเรียนมัธยมศึกษา” โดยเลือก โรงเรียนอนุบาลวังม่วง จังหวัดสระบุรี เป็นพื้นที่นำร่อง

    งานวิจัยนำโดย พระปลัดสรวิชญ์ อภิปญฺโญ, ผศ.ดร. และ พระวชิรรัตนาภรณ์, ดร. มุ่งสำรวจระดับความสุขของนักเรียน พัฒนาชุดกิจกรรมแนะแนวเชิงพุทธ และประเมินผลทั้งก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรม โครงการใช้เวลา 8 สัปดาห์ ๆ ละ 1 ชั่วโมง โดยเน้นการฝึกจัดการอารมณ์ การสื่อสารเชิงบวก การมีสติรู้เท่าทันความคิด และการนำหลักพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

    พระปลัดสรวิชญ์ อภิปญฺโญ เปิดเผยว่า นักเรียนปัจจุบันต้องเผชิญแรงกดดันจากการเรียนและสังคม งานวิจัยนี้จึงมุ่งสร้างต้นแบบการแนะแนวที่บูรณาการพุทธจิตวิทยาเข้ากับระบบการศึกษาไทย เพื่อเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตเยาวชน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/445605&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-3Wp83hbYdUe3cCEigaA1

  • กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ลงนามข้อตกลง 3 ฉบับ กระชับความร่วมมือหลายด้าน : อินโฟเควสท์

    กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ลงนามข้อตกลง 3 ฉบับ กระชับความร่วมมือหลายด้าน : อินโฟเควสท์

    กัมพูชาและฟิลิปปินส์ลงนามในข้อตกลง 3 ฉบับในวันนี้ (8 ก.ย.) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีด้านการเชื่อมโยงการเดินทางทางอากาศ การศึกษาระดับอุดมศึกษา และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเอกสารดังกล่าวภายหลังการประชุมทวิภาคี ณ วิมานสันติภาพ ในกรุงพนมเปญ

    ฮุน มาเนต เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามว่า ทั้งสองฝ่ายได้ให้คำมั่นว่าจะส่งเสริมความร่วมมือในภาคส่วนต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งการค้าและการลงทุน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน

    “กัมพูชาพร้อมเป็นพันธมิตรที่พึ่งพาได้ในการสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของฟิลิปปินส์” ฮุน มาเนต กล่าว

    ทั้งนี้ ปธน.มาร์กอสมีกำหนดการเดินทางเยือนกัมพูชาเป็นเวลาสามวัน ระหว่างวัน 7-9 ก.ย.

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/527864&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R_o7kzVnt8PlOH66PYWvW

  • ปิดฉาก 2 ปี รัฐบาลเพื่อไทย นโยบายเยอะ-สำเร็จน้อย

    ปิดฉาก 2 ปี รัฐบาลเพื่อไทย นโยบายเยอะ-สำเร็จน้อย

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/government-204&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SLLK9sEPH6O4FhyobTB6r

  • “รมว.นฤมล”ปฐมนิเทศนักศึกษาทุนจีน”ชี้ นศ.ทุกคนคือเมล็ดพันธุ์พัฒนาประเทศ ขอให้เรียนรู้เทคโนโลยีนวัตกรรม เพื่อนำกลับมาพัฒนาประเทศ

    “รมว.นฤมล”ปฐมนิเทศนักศึกษาทุนจีน”ชี้ นศ.ทุกคนคือเมล็ดพันธุ์พัฒนาประเทศ ขอให้เรียนรู้เทคโนโลยีนวัตกรรม เพื่อนำกลับมาพัฒนาประเทศ

    เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการปฐมนิเทศนักศึกษาทุนสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี Ms. Xu Lan อุปทูตที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตลอดจนผู้บริหารจาก Nanjing Vocational College of Information Technology และ Liuzhou Polytechnic University ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูอาจารย์และนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วม ณ โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ

    ศ.ดร.นฤมล ได้กล่าวแสดงความยินดีกับนักศึกษาไทยที่ได้รับทุนศึกษาต่อในประเทศจีนทั้ง 165 คน และมีคณะครูอาชีวะอีก 25 คน ร่วมเดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านการศึกษาและอาชีวะระหว่างไทยกับจีน พร้อมกล่าวว่า โอกาสที่ได้รับครั้งนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและไม่ใช่ทุกคนจะได้มา ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนผ่านการคัดเลือกเพราะมีศักยภาพและความพร้อม จึงอยากให้ใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีน แม้จะมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการครบ 50 ปีในปีนี้ แต่ในมิติของประชาชนและวัฒนธรรม ความผูกพันมีมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี หลายครอบครัวชาวไทยมีเชื้อสายจีน และยังคงสืบทอดภาษาและประเพณีมาจนถึงปัจจุบัน แสดงถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ ซึ่งจีนในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงโรงงานของโลก แต่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ดังนั้น นักศึกษาที่เดินทางไปศึกษาจะได้มีโอกาสเห็นความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด และควรใช้โอกาสนี้เรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาการ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การผลิตแบตเตอรี่ และการวิจัยพัฒนา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรมและยกระดับอุตสาหกรรมไทย

    “นักศึกษาทุกคนคือเมล็ดพันธุ์สำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต จึงอยากให้ตั้งเป้าหมายใหญ่ ฝันให้ไกล และใช้โอกาสนี้เป็นแรงบันดาลใจเพื่อนำมาสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับสังคมไทย โครงการนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ไทยได้บุคลากรที่มีศักยภาพ ขณะที่จีนก็ได้ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน และเมื่อทุกคนกลับมา เราจะเห็นการพัฒนาประเทศไทยด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ที่ได้รับประสบการณ์ตรงจากประเทศที่เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของโลก”ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/858068/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3B821RDNA57xZot0KN4Uas

  • “นฤมล” เปิดโครงการปฐมนิเทศ “นศ.ทุนจีน” ชี้เป็นโอกาสสำคัญการศึกษา ขอเรียนรู้ความก้าวหน้า นำกลับพัฒนาประเทศไทย | TOPNEWS

    “นฤมล” เปิดโครงการปฐมนิเทศ “นศ.ทุนจีน” ชี้เป็นโอกาสสำคัญการศึกษา ขอเรียนรู้ความก้าวหน้า นำกลับพัฒนาประเทศไทย | TOPNEWS

    ศ.ดร.นฤมล ได้กล่าวแสดงความยินดีกับนักศึกษาไทยที่ได้รับทุนศึกษาต่อในประเทศจีนทั้ง 165 คน และมีคณะครูอาชีวะอีก 25 คน ร่วมเดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านการศึกษาและอาชีวะระหว่างไทยกับจีน พร้อมกล่าวว่า โอกาสที่ได้รับครั้งนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและไม่ใช่ทุกคนจะได้มา ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนผ่านการคัดเลือกเพราะมีศักยภาพและความพร้อม จึงอยากให้ใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ความสัมพันธ์ไทย–จีน แม้จะมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการครบ 50 ปีในปีนี้ แต่ในมิติของประชาชนและวัฒนธรรม ความผูกพันมีมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี หลายครอบครัวชาวไทยมีเชื้อสายจีน และยังคงสืบทอดภาษาและประเพณีมาจนถึงปัจจุบัน แสดงถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ ซึ่งจีนในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงโรงงานของโลก แต่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ดังนั้น นักศึกษาที่เดินทางไปศึกษาจะได้มีโอกาสเห็นความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด และควรใช้โอกาสนี้เรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาการ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การผลิตแบตเตอรี่ และการวิจัยพัฒนา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรมและยกระดับอุตสาหกรรมไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1305385&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sQh5_N9ZCDlplmdk8lSVU

  • รื้อยกยวง! โผ ครม.อนุทิน 1 ‘ธรรมนัส’ คุมท่องเที่ยว ‘กลาโหม-ยุติธรรม’ รอเปิดคนนอก ลุ้นมีชื่อนายพลสีกากี

    รื้อยกยวง! โผ ครม.อนุทิน 1 ‘ธรรมนัส’ คุมท่องเที่ยว ‘กลาโหม-ยุติธรรม’ รอเปิดคนนอก ลุ้นมีชื่อนายพลสีกากี

    โผครม.อนุทิน 1 รื้อยกยวง หลัง ธรรมนัส คุม ท่องเที่ยว ทำ ภูมิใจไทย ต้องเกลี่ยใหม่ ไชยชนก ดีอี ซาบีดา วัฒนธรรม รอเปิดคนนอก กลาโหม-ยุติธรรม แว่วพลตำรวจโท อดีตรองผบช.ภาค 3 ติดโผ

    7 ก.ย.2568- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโผ ครม.ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีส่วนใหญ่ประมาณ 12 ที่นั่ง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จะนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 

    ขณะที่ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล จะได้นั่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือ นางศุภมาส อิศรภักดี และนายภราดร ปริศนานันทกุล ส่วนนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ จะนั่งกระทรวงคมนาคม นายนภินทร ศรีสรรพางค์ นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

    สำหรับโควตาคนนอกที่ชัดเจนแล้ว คือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่จะเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่จะเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

    ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังเป็นโควตาคนนอก ซึ่งมีกระแสข่าวว่าเป็นตำรวจระดับอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 คือ  ระหว่าง พล.ต.ท.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล   หรือ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์

    ในส่วนของพรรคกล้าธรรม​ 7 เก้าอี้​ ก็มีการขยับโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ก่อนหน้านี้มีชื่อว่าจะนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง​ศึกษา​ธิการ​ นายอัครา พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ​

     ขณะที่นายไผ่ ลิกค์ และนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย​ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ยังมีชื่อของนายองอาจ วงษ์ประยูร​ ส.ส.สระบุรี​ นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

    ส่วนพรรคพลังประชารัฐ​ได้​ 4 เก้าอี้​ ซึ่งตอนนี้มีรายชื่อปรากฏคือนายสันติ​ พร้อมพัฒน์  ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข​ นางตรีนุช เทียนทอง นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่วนอีก 2 รัฐมนตรีช่วยยังไม่เคาะทั้งชื่อ และกระทรวง

    สำหรับกลุ่มนายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ ชัดเจนแล้วว่า ได้ 3 เก้าอี้ โดยเจ้าตัวได้นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ คนสนิท นายสุชาติได้โควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม​ นอกจากนี้ ยังมีชื่อของนายธนกร วังบุญคงชนะ จะไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

    ในส่วนกลุ่มของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้โควตารัฐมนตรีว่าการ 1 ตำแหน่ง ซึ่งนายศักดิ์ดาจะนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการเอง ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ 1 ตำแหน่ง มีชื่อของนายนริศ ขำนุรักษ์ แต่ยังไม่ระบุว่าจะได้ตำแหน่งไหน ขณะที่กลุ่มของนายนิพนธ์ บุญญามณี จะได้รับเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีชื่อของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ลูกสาวของนายนิพนธ์ อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีเดิมของพรรคภูมิใจไทยได้ตำแหน่งในครม.อนุทิน 1 ทั้งหมด ส่วนที่โผขยับในครั้งนี้เนื่องจากร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้คุมกระทรวงกลาโหม ทำให้อยากได้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงต้องมีการขยับเก้าอี้ทั้งหมด

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/857669/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kjcXkFSSmLXWfgfayBm3H

  • เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    จับตาแนวนโยบายเศรษฐกิจจากโผ “ครม. อนุทิน” ลุ้นปัดฝุ่นโครงการเก่า-เดินหน้าและยกเลิกโครงการปัจจุบัน ส่องหุ้นไหนได้และเสียประโยชน์?

    โผรายชื่อ ครม.ใหม่ ก็มีออกมาให้เห็นกันหลายคนแล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ จากนั้นเมื่อวันที่ 7 ก.ย.2568 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

    ไม่ว่าจะเป็น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น 

    ทั้งนี้ “โพสต์ทูเดย์” ได้หยิบยกบทวิเคราะห์ของ บล.บัวหลวง ซึ่งได้มีการประเมินแนวนโยบายเศรษฐกิจจากโผ ครม. ที่ออกมา รวมไปถึงหุ้นที่ได้และเสียประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ ดังนี้ 

    รมว.คลัง : 

    • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (โควต้าคนนอก)

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ
    1.สานต่อโครงการแบงก์ชาติ เช่น หน่วยงานกลางจัดเรตติ้งและค้ำประกันแห่งชาติ 

    • หุ้นได้ประโยชน์ : KTB, TTB, SAWAD, MTC 

    2.กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น โครงการคนละครึ่ง เงินกู้ฉุกเฉิน

    • หุ้นได้ประโยชน์ : CPALL, CPAXT, BJC, COM7, SYNEX, HMPRO, DOHOME, CPF, M, MAGURO, MINT, CENTEL, ERW, CRC

    3.ไม่ขัดนโยบายการเงินผ่อนคลาย (ดอกเบี้ยขาลง)

    • หุ้นเสียประโยชน์ : กลุ่มธนาคาร

    4.G-Token อาจไม่ได้ไปต่อ

    • หุ้นเสียประโยชน์ : SCB, XPG 

    รมว.พาณิชย์ :

    • นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (โควต้าคนนอก)

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.แก้ปัญหาค่าครองชีพ / ดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค / ราคาสินค้าเกษตร

    • หุ้นได้ประโยชน์ : MTC, SAWAD, JMT, CPALL, CPAXT, BJC

    2.ขับเคลื่อนการขยายตลาดใหม่ (FTA)

    • หุ้นได้ประโยชน์ : นิคม, WHA, AMATA

    รมว.ต่างประเทศ :

    • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (โควต้าคนนอก) 

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.แก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนผ่านการทูต

    • หุ้นได้ประโยชน์ : CBG, BDMS, BCH, SAV

    รมว.พลังงาน : 

    • นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ (โควต้าคนนอก) 

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.หากกฎหมายน้ำมันฉบับใหม่ไม่ได้ไปต่อ

    • หุ้นได้ประโยชน์ : PTG, OR, TOP, PTTGC

    2.การปรับโครงสร้างราคาก๊าซ ถ้าได้เดินหน้าต่อ–>ต้นทุนก๊าซโรงไฟฟ้าถูกลง ผลักดันแผน PDP สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนโครงการพลังงานสะอาด

    • หุ้นได้ประโยชน์ : PTT, GPSC, BGRIM,GULF, GUNKUL

    รมว.มหาดไทย :

    • นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ภูมิใจไทย)

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.ประสาน “คลัง” ช่วยแก้หนี้ เพิ่มกำลังซื้อเศรษฐกิจ ฐานราก นโยบายเงินกู้เร่งด่วน (เติมสภาพคล่อง)

    • หุ้นได้ประโยชน์ : MTC, SAWAD, CPALL, BJC

    2.โครงการ Entertainment complex ไม่ได้เกิด

    • หุ้นเสียประโยชน์ : VGI, BTS

    รมว.คมนาคม :

    • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (ภูมิใจไทย) 

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.สานต่อโครงการรถไฟฟ้า 20 บาท

    • หุ้นได้ประโยชน์ : BTS, BEM, PLANB

    2.ปรับขึ้นค่าภาษีสนามบิน (PSC) เดินหน้าต่อ / ฟื้นโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการบิน : รถไฟ เชื่อมสนามบิน – เมืองการบิน – Aviation Hub

    • หุ้นได้ประโยชน์ : AOT, THAI, SKY, BA, BTS, STECON

    รมว.เกษตรฯ :

    • ตัวแทนพรรคกล้าธรรม

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.งบฯ สนับสนุน-ช่วยเหลือเกษตรกร

    • หุ้นได้ประโยชน์ : MTC, SAWAD, JMT, CPALL, CPAXT, BJC

    รมว.กลาโหม :

    • ตัวแทนพรรค พปชร.

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.แก้ปัญหาชายแดน การค้าชายแดน เดินทางเข้าออก

    • หุ้นได้ประโยชน์ : CBG, BCH, SAV, STECON, CK, อสังหาฯ

    เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/730061&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m3bAJVRQQksotpnOPAqsI

  • “ภราดร” แย้มเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชาดีขึ้น

    “ภราดร” แย้มเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชาดีขึ้น

    “ภราดร” ยิ้มเขิน สื่อแซวไปทำหน้าเด็ก รอนั่งรัฐมนตรีป้ายแดง แย้มเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชาดีขึ้น หลัง “ฮุนมาเนต” แสดงความยินดี “นายกฯอนุทิน”

    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ก.ย. 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ชื่อติดโผรัฐมนตรีป้ายแดง เตรียมนั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรค พร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล    โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ซองเอกสารดังกล่าวใช้ประวัติที่เตรียมยื่นให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบ นายภราดร ปฏิเสธว่าไม่ใช่

    เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้ออร่ารัฐมนตรีเริ่มออก นายภราดร ถามกลับว่า “จริงป่ะ” ผู้สื่อข่าวแซวว่า หน้าเด็กลง เพราะไปทำเบบี้เฟสมา จนนายภราดรหลุดหัวเราะ

    อุบไต๋ได้นั่งรัฐมนตรี

    นายภราดร ระบุด้วยว่า ยังไม่ทราบว่าจะได้นั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจริงหรือไม่ ต้องแล้วแต่กรรมการบริหารพรรค พร้อมยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการส่งประวัติไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเมื่อถามต่อว่า พร้อมทำงานหน้าที่หรือไม่หากมีโอกาสได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี นายภราดร ระบุสั้นๆว่า ก็คงแล้วแต่กรรมการบริหาร

    เร่งทำนโยบายกระตุ้นศก.

    นายภราดร ยังเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้ได้เริ่มจัดทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจตามกรอบ 120 วัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ซึ่งมีหลายโครงการอาทิ โครงการพักหนี้เกษตรกรทั้งต้นและดอก โครงการลดราคาปุ๋ย โครงการเยียวยาอย่างสมเหตุสมผลให้กับผู้ประกอบการและประชาชนพื้นที่แนวชายแดน 7 จังหวัด

    คาดรถไฟฟ้า 20 บาทอาจไม่ทัน

    ส่วนนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ ที่หลายฝ่ายจับตา นายภราดร ยอมรับว่า ไม่สามารถผลักดันได้ทันเนื่องจากต้องมีการแก้ไขกฎหมายออกมาควบคุมการจำหน่ายกัญชา รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ยังไม่แน่ใจว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่เนื่องจากกฎหมายยังค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

    หวัง “ไทย-กัมพูชา”คลี่คลาย

    นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงความยินดีต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตนก็หวังว่าจะมีการเจรจาที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันแล้วว่าจะใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2881489&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2c49SO7xCK0qnRubeiEZfw