Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เปิดชื่อ ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้หนี้ – สร้างรายได้

    เปิดชื่อ ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้หนี้ – สร้างรายได้

    เศรษฐกิจ

    เปิดชื่อ ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้หนี้ – สร้างรายได้

    08 ก.ย. 2025 เวลา 12:02 น.

    “ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน 1 ” เปิดตัวทีมเศรษฐกิจที่ผสมผสานทั้งข้าราชการระดับสูง นักการเมืองมากประสบการณ์ และผู้บริหารเอกชนชื่อดัง เตรียมเดินหน้าลดค่าครองชีพ

    • เปิดชื่อ “ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน 1 ” 8 กระทรวง
    • ผสมผสานทั้งอดีตข้าราชการระดับสูง นักการเมืองบิ๊กเนม และผู้บริหารเอกชนชื่อดัง
    • เตรียมเดินหน้าลดค่าครองชีพ–แก้หนี้เกษตรกร–เพิ่มรายได้ฐานราก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยฝ่าความท้าทายโลก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ได้จัดโผ ครม.ชุดใหม่(รัฐบาลอนุทิน) โฟกัสหลักอยู่ที่ทีมเศรษฐกิจ(ครม.เศรษฐกิจ) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง และสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยมีรายชื่อสำคัญดังนี้

    กระทรวงการคลัง

    เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รมว.คลัง อธิบดีกรมธนารักษ์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และอดีตอธิบดีกรมศุลกากร ข้าราชการการเงินการคลังมืออาชีพ เชี่ยวชาญด้านนโยบายภาษี

    วรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่ รมช.คลัง อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด  (มหาชน)  มีประสบการณ์ด้านการเงิน-ธนาคาร และตลาดทุน และการเจรจาภาษีกับสหรัฐ

    กระทรวงพาณิชย์

    ในตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนี้ยังไม่ได้คนที่จะมาดำรงตำแหน่งโดยนายอนุทิน อยู่ระหว่างทาบทาม ซึ่งจะเป็นรัฐมนตรีคนนอก ที่ไม่ใช่นักการเมือง 

    นิธิยา บุญญามณี ลูกสาวของนิพนธ์ บุญญามณี ที่มีฐานการเมืองเข้มแข็งในภาคใต้ โดย นิธิยาเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด จำกัด

    กระทรวงพลังงาน

    อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่ รมว.พลังงาน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผู้คร่ำหวอดในวงการพลังงาน และปิโตรเคมี

    กระทรวงคมนาคม

    พิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่ รมว.คมนาคม อดีต รมว.แรงงาน รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    นภินทร ศรีสรรพางค์ ว่าที่ รมช.คมนาคม อดีต รมช.พาณิชย์ 

    กระทรวงอุตสาหกรรม

    ธนกร หวังบุญคงชนะ

    กระทรวงแรงงาน

    ตรีนุช เทียนทอง ว่าที่ รมว.แรงงาน ในอดีตเคยเป็น รมว.ศึกษาธิการ มาก่อน

    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

     ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ อดีต รมว.เกษตรฯ ปัจจุบันเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม 

    ไผ่ ลิกค์ ว่าที่ รมช.เกษตรฯ ปัจจุบันเป็น สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ว่าที่ รมช.เกษตรฯ 

    สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ  ว่าที่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม 

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    อรรถกร ศิริลัทธยากร ว่าที่ รมว.การท่องเที่ยวฯ อดีต รมว.เกษตรฯ

    กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

    ไชยชนก ชิดชอบ ว่าที่ รมว.ดีอี ปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ 

    เร่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ

    นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทิน ได้ประกาศมุ่งเดินหน้าโรดแมปเศรษฐกิจ 3 แกนหลัก ได้แก่

    1. ลดรายจ่าย ค่าครองชีพ พลังงาน เดินทาง และค่าขนส่ง

    2. แก้หนี้สิน เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ

    3. เพิ่มรายได้ฐานราก ผ่านการพัฒนาชุมชน การท่องเที่ยว และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1197819&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03aq4Us-YuICgTUNJQd4Mc

  • กองกำลังบูรพาจับกุม แรงงานกัมพูชา 50 คน ลอบเข้าเมืองที่สระแก้ว

    กองกำลังบูรพาจับกุม แรงงานกัมพูชา 50 คน ลอบเข้าเมืองที่สระแก้ว

    วันนี้ (8 กันยายน) กองกำลังบูรพา, ฉก.อรัญประเทศ และ ชค.ทพ.12 (ร้อย ทพ.1206) ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณท้ายหมู่บ้านกุดหิน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวในพื้นที่ว่ามีการลักลอบข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน

    จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานชาวกัมพูชาจำนวน 50 คน (ชาย 33 คน, หญิง 17 คน) ขณะกำลังเดินเท้าเข้ามาในพื้นที่ สภาพของแรงงานทั้งหมดดูอิดโรย เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

    แรงงานเหล่านี้เปิดเผยว่า พวกเขาเคยทำงานในประเทศไทยมาก่อน แต่จำต้องเดินทางกลับประเทศกัมพูชาเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เนื่องจากมาตรการควบคุมการเข้าออกที่เข้มงวดของทั้งสองประเทศ แต่เมื่อกลับไปถึงภูมิลำเนาแล้ว กลับไม่มีงานทำและขาดรายได้ ประกอบกับรัฐบาลกัมพูชาไม่มีมาตรการช่วยเหลือใดๆ จึงตัดสินใจยอมจ่ายเงินค่าเดินทางให้ผู้นำทางหัวละ 5,000-6,000 บาท เพื่อกลับมาตายเอาดาบหน้าในประเทศไทยอีกครั้ง

    พวกเขายังเล่าอีกว่า ได้ติดต่อผู้นำทางชาวกัมพูชา 3 คน เพื่อนำพาข้ามแดนมาตามเส้นทางธรรมชาติเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ แต่ระหว่างทางก็ถูกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบเสียก่อน โดยผู้นำทางทั้ง 3 คนอาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีไปในไร่อ้อย เหลือไว้แต่แรงงานชาวกัมพูชาที่ถูกจับกุมตัวไว้ได้ทั้งหมด

    เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานชาวกัมพูชาทั้งหมดที่จับกุมได้ในครั้งนี้ ส่ง สถานีตำรวจภูธร(สภ.)คลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

    ด้าน พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งปิดด่านชายแดน ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ถึง 8 กันยายน 2568 ทางหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าเมืองได้รวม 84 ครั้ง เป็นจำนวนแรงงานชาวกัมพูชามากถึง 329 คน 

    การจับกุมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังของประชาชนชาวกัมพูชาที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยตนเอง เนื่องจากขาดการดูแลจากรัฐบาลในประเทศบ้านเกิด ที่กดดันให้ประชาชนเดินทางกลับประเทศแล้วไม่มีการช่วยเหลือใดๆ

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/cambodian-workers-arrested-sakaeo/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3t6Uvf3eOyrJPnt4tWi4Bp

  • ปักธง “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

    ปักธง “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

    รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยในการลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนเกษตรสรรค์สร้าง ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ว่า สำนักงานสลากฯ มุ่งมั่นทำงานบนหลัก ESG ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยโครงการ “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” ที่ดำเนินต่อเนื่องมา 7 ปี 

    โดยสะท้อนความตั้งใจในการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน การเสริมรายได้ให้ชุมชนช่วยลดปัญหาการย้ายถิ่นของแรงงาน พร้อมทั้งช่วยกระจายรายได้ ลดความยากจน และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก

    โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนตลอด 7 ปี ที่ผ่านมา คือความภาคภูมิใจของสำนักงานสลากฯ 
    ที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาส และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กว่า 67 ชุมชน ยังคงรักษา สืบสาน และต่อยอดอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิตที่งดงามต่อไปได้ ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากเม็ดเงินรายได้ของสมาชิกชุมชนจะดีขึ้น เศรษฐกิจมีการหมุนเวียนตามเป้าประสงค์แล้ว การที่จะทำให้ลูกหลานไม่ทิ้งถิ่นฐาน ต้องทำให้เขาเชื่อได้ว่าสิ่งที่เขามีเป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีเรื่องราว และสามารถนำมาต่อยอดหาเลี้ยงชีพได้ และต้องเป็นสิ่งที่สังคมทุกภาคส่วนมองเห็นความสำคัญร่วมกัน

    อย่างไรก็ดี สำนักงานสลากฯ ยังเน้นสนับสนุนชุมชนด้านการตลาด โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าและวัตถุดิบท้องถิ่นให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง เช่น ชุมชนปากพูน ที่มีการต่อยอดทำ e-marketing ส่งสินค้าไปยังตลาดในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศ

    ด้านพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ กล่าวเสริมว่า แม้ภารกิจหลักของสำนักงานคือการหารายได้เข้ารัฐจากผลิตภัณฑ์สลากกินแบ่งทั้งแบบใบ ดิจิทัล และสลากตัวเลข 3 หลัก แต่สำนักงานไม่ลืมพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยโครงการ “สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรม CSR ที่ทำต่อเนื่องมาแล้ว 7 ปี มีการพัฒนาหลากหลายด้าน ทั้งการท่องเที่ยว การยกระดับบรรจุภัณฑ์ การปรับปรุงมาตรฐานสินค้า และการใช้สื่อออนไลน์-อินฟลูเอนเซอร์ช่วยเผยแพร่ความน่าสนใจของชุมชน

    ขณะเดียวกัน พันโท หนุน ระบุว่า ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ 67 แห่งมีรายได้เพิ่มขึ้นราว 10-20% และเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น สำหรับชุมชนปากพูน เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่มีความโดดเด่น สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตเดิม สู่พื้นที่การเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างแท้จริง และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์เกิดจากการรวมตัวของชาวบ้านที่ต้องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ป่าชายเลน ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ เช่น ล่องเรือ ชมอุโมงค์โกงกาง เรียนรู้การอนุบาลปูดำ และทำขนมพื้นบ้านอย่างขนมโคใต้ต้นตาล 

    นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันสลากแบบใบได้รับสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และในอนาคตจะมีกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้ธุรกิจเติบโตควบคู่กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/sustainability/256621&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mfdxhfSddLXw5tLXHYzwv

  • ITD ชวนฟัง

    ITD ชวนฟัง

    วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.28 น.

    ITD ชวนฟัง’กูรูเศรษฐกิจโลก’ ถอดรหัสการค้าผันผวน ชี้ทางไทย-อาเซียนพลิกวิกฤตสู่โอกาสใหม่ 

    กรุงเทพฯ – ท่ามกลางกระแสโลกที่พลิกผัน ตั้งแต่มาตรการภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรง การกีดกันทางการค้า ไปจนถึงกฎ CBAM ของสหภาพยุโรปที่กระทบห่วงโซ่อุปทาน สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ และ UN Trade and Development (UNCTAD) พร้อมเปิดเวทีถกเข้มระดับภูมิภาค “ITD Southeast Asia Trade and Development Forum 2025: The Changing Realities of International Trade” วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน 2568 ณ ห้องนภาลัยแกรนด์บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ 

    การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่จะชี้ชะตาทิศทางการค้าของไทยและอาเซียนในยุคที่ระเบียบโลกกำลังถูกท้าทาย โดยมีประเด็นสำคัญครอบคลุมตั้งแต่ผลกระทบจากนโยบาย reshoring และ protectionism ของสหรัฐฯ การปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว การปฏิวัติดิจิทัล ไปจนถึงบทบาทของ SMEs ในการสร้างความยืดหยุ่นท่ามกลางความไม่แน่นอน 

    ไฮไลท์วิทยากรระดับโลกที่ห้ามพลาด: 

    -Prof. Dr. Jeffrey D. Sachs จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย จะเปิดมุมมอง “The Global Realities: Trade, Tensions, and Transformation” วิเคราะห์การปรับสมดุลอำนาจทางเศรษฐกิจ ผลกระทบจากเทคโนโลยีพลิกโฉม และการฟื้นคืนชีพของนโยบายอุตสาหกรรมในยุคที่ระบบพหุภาคีกำลังอ่อนแอ 

    -ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  จะนำเสนอ “Thailand’s Path Forward” ชี้แนวทางการปรับตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในอาเซียน พร้อมข้อเสนอนโยบายเพื่อเสริมความยืดหยุ่น ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างครอบคลุม และใช้ประโยชน์สูงสุดจาก FTAs 

    -Dr. Bruno Casella จาก UNCTAD และ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการพัฒนา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) จะร่วมนำเสนอ World Investment Report 2025 เจาะลึกแนวโน้มการลงทุนโลกที่ชะลอตัว แต่เทคโนโลยีดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียวกลับเติบโตสวนทาง 

    -Ms. Melinda Good จากธนาคารโลก จะวิเคราะห์ “Financing the Future” ชี้ช่องทางการเงินเชิงนวัตกรรมเพื่อปลดล็อกโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกลยุทธ์สนับสนุน SMEs และเสริมความแข็งแกร่งห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาค 

    เวทีเสวนาเข้มข้น 3 ช่วง: 

    -Panel 1: The Trade Playbook – เปิดกลยุทธ์องค์กรชั้นนำในการรับมือความผันผวน โดย คุณสมิทธ์ พนมยงค์  Executive Officer, Gulf Development Public Company Limited และ Mr. Matthew Moodey, Managing Director, Deutsche Bank 

    -Panel 2: Reimagining Trade – กลุ่มบรรษัทข้ามชาติ (MNCs) แชร์ประสบการณ์เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส โดย Mr. Jackie Chang ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดลต้า อิเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย), Mr. Marcelo Souza ประธานคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT), และ คุณศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) 

    -Panel 3: Little Giants – สตาร์ทอัพยูนิคอร์นอาเซียนเผยเส้นทางสู่ความสำเร็จ โดยผู้นำจาก 5 ประเทศ ได้แก่ Mr. Doni Teguh Pribadi, CEO & Founder, PT Bigdonte Kreatif Media จากอินโดนีเซีย, คุณมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่, Mr. Toni Trinh, Co-founder and CEO, AseanHub จากเวียดนาม, คุณธมลวรรณ  วิโรจน์ชัยยันต์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Moreloop และ Dr. Soe Hein, Founder & President IMU University EdTech จากเมียนมาร์ 

    นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการ ITD กล่าว “ฟอรัมนี้ไม่ใช่แค่การนำเสนอทฤษฎี แต่เป็นการระดมสมองเพื่อหาทางออกที่เป็นรูปธรรม เราจะแปลงข้อเสนอจากผู้เข้าร่วมทุกคนเป็นนโยบายที่นำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อให้ไทยและอาเซียนไม่เพียงอยู่รอด แต่เติบโตท่ามกลางความท้าทายใหม่” 

    งานนี้เปิดรับลงทะเบียนฟรีที่ itd.or.th สำหรับผู้สนใจทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องการเข้าใจแนวโน้มโลก สร้างเครือข่ายธุรกิจ และค้นหาโอกาสใหม่ในยุคที่การค้าโลกกำลังเปลี่ยนแปลง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/912820&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yUeut0WY4xmXYgfkGf_vS

  • ราคา Bitcoin ไซด์เวย์ที่ $110,000 ลุ้นจับตา 2 ตัวเลขเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ อาจดันราคาพุ่งทะลุฟ้า?

    ราคา Bitcoin ไซด์เวย์ที่ $110,000 ลุ้นจับตา 2 ตัวเลขเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ อาจดันราคาพุ่งทะลุฟ้า?

    วันนี้ (8 กันยายน) ราคาบิทคอยน์ยังคงมีการซื้อขายทรงตัวในระดับราคาที่ $110,000 โดยช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin ได้ค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาจากระดับราคา $107,310 และมีการเทรดในรูปแบบไซด์เวย์มาโดยตลอด 

    ข้อมูลจากกราฟ BTC/USD บน Coinmarketcap เผยให้เห็นว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Bitcoin ได้ทำสถิติสูงสุดระหว่างวันที่ $111,486 ในช่วงเช้าตรู่ ก่อนที่ราคาจะมีการปรับลดลงมายัง $110,889 ในขณะที่รายงาน ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าราคาของบิทคอยน์ยังคงซื้อขายอยู่ในกรอบแคบ ๆ 

    ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนคริปโตจำเป็นต้องจับตาปัจจัยเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ที่อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อราคาบิตคอยน์ทั้งในระยะสั้นและยาว เหตุการณ์สำคัญคือการประกาศตัวเลข เงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) และ เงินเฟ้อภาคการผลิต (PPI) ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนราคาสินค้าที่ตลาดทั่วโลกให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

    • คืนวันพุธ เวลา 19:30 น. – การประกาศตัวเลข PPI
    • คืนวันพฤหัส เวลา 19:30 น. – การประกาศตัวเลข CPI

    เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมดเข้าด้วยกัน เห็นได้ชัดว่ารายงาน CPI และ PPI เดือนนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเศรษฐกิจทั่วไป แต่ยังถูกมองว่าเป็น “ชิ้นส่วนตัวต่อสุดท้าย” ที่จะบอกทิศทางของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ในการประชุม FOMC เดือนกันยายน หากผลออกมาเอื้อต่อการลดดอกเบี้ย ก็อาจกลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะคริปโต เข้าสู่รอบขาขึ้นอย่างเต็มตัว

    และที่น่าสนใจคือ หากเฟดประกาศลดดอกเบี้ยในช่วงปลายเดือนกันยายนจริง ๆ ก็จะประจวบเหมาะกับการเข้าสู่เดือนตุลาคม หรือที่นักลงทุนคริปโตเรียกกันติดปากว่า “Uptober” เดือนแห่งสถิติการปรับตัวเชิงบวกของตลาดคริปโตเป็นประจำทุกปี ดังนั้น รายงานเศรษฐกิจเพียงสองฉบับนี้ อาจไม่ใช่แค่ข้อมูลตัวเลขธรรมดา แต่เป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถจุดประกายความคึกคักรอบใหม่ของตลาดคริปโตได้เลยทีเดียว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2025/09/08/bitcoin-sideway-awaiting-this-week-confirmation-signal/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TbCIPGT6GQliD_4LPmPNQ

  • เคาะรายละเอียดเบื้องต้น คนละครึ่ง รัฐบาลอนุทิน เริ่มใช้เมื่อไร – วิธีการลงทะเบียน

    เคาะรายละเอียดเบื้องต้น คนละครึ่ง รัฐบาลอนุทิน เริ่มใช้เมื่อไร – วิธีการลงทะเบียน

              คนละครึ่ง รอบใหม่ในรัฐบาลอนุทิน เตรียมเปิดใช้หากมีการอนุมัติ คาดเริ่มได้เร็วสุดเดือนตุลาคม 2568 ใช้งบตัวไหนมากระตุ้นเศรษฐกิจ

    คนละครึ่ง
    ภาพจาก JN 999 / Shutterstock.com

              หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีกระแสข่าวออกมาทันทีว่า เตรียมผุดโครงการคนละครึ่งมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเสียงตอบรับออกมาในทิศทางที่ค่อนข้างดี

              ล่าสุดวันที่ 8 กันยายน 2568 เรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า กระทรวงการคลังพร้อมเดินเรื่องโครงการคนละครึ่ง  หากได้รับอนุมัติจาก ครม.อนุทิน คาดว่า จะใช้เวลา 30-45 วันในการดำเนินการ และมีฐานข้อมูลเดิมของร้านค้า ลูกค้าอยู่ก่อนแล้ว

    คนละครึ่ง โครงการเริ่มเมื่อไหร่

              ทั้งนี้ กระทรวงการคลังคาดว่าเริ่มโครงการคนละครึ่งได้ในเดือนตุลาคม 2568

    คนละครึ่ง

    ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

    โครงการคนละครึ่งเอางบประมาณเอามาจากไหน

              สำหรับโครงการคนละครึ่งจะใช้งบกลาง 2.5 หมื่นล้านบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องรอขออนุมัติเพิ่มเติม

    วิธีการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง

              ประชาชนสามารถลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งได้อย่างง่าย ๆ ใช้แอปฯ เป๋าตัง ดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องพัฒนาระบบใหม่ ส่วนร้านค้าอาจจะต้องมีการอัปเดตตัวเลขอีกครั้ง

    ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://money.kapook.com/view294809.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ist67UrAnn0pDWHQ1ygUI

  • ททท. เปิดตัว

    ททท. เปิดตัว

    วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.13 น.

    Tag :

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม “TAT Connex Creator Challenge : เที่ยวไทยให้ Connex เฟ้นหาคอนเทนต์ท่องเที่ยวสุดปัง” ณ SCBX NEXT TECH สยามพารากอน โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานเปิดงานฯ พร้อมกันนี้ได้รับเกียรติจากนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ร่วมเสวนาฯ ภายในงานยังจัดกิจกรรม “TAT Connex Workshop : How to Create Content ให้ปัง” เชิญ 3 วิทยากรตัวท็อปมาแลกเปลี่ยนทักษะการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัล เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยผ่านแพลตฟอร์ม TAT Connex เสริมประสิทธิภาพการตลาดและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมชวนผู้สนใจส่งวิดีโอคอนเทนต์ท่องเที่ยวเข้าร่วมประกวดและลุ้นรับรางวัล ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม -14 กันยายน 2568 ผ่านเว็บไซต์ https://www.tatconnex.com/campaign/6f5ce7df-00cb-4c00-b0df-a2e44194614e

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า กิจกรรม TAT Connex Creator Challenge :เที่ยวไทยให้ Connex เฟ้นหาคอนเทนต์ท่องเที่ยวสุดปัง” และ “TAT Connex Workshop : How to Create Content ให้ปัง” เป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดโครงการ TAT Connex ที่ยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ด้วยการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวผ่านอินฟลูเอนเซอร์ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการตลาดที่มีความสำคัญ เพิ่มโอกาสทางการตลาดและประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ TAT Connex ทั้งรูปแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับอินฟลูเอนเซอร์ให้สามารถพัฒนาธุรกิจและสร้างสรรค์คอนเทนต์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างเต็มศักยภาพ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการและอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 500 ราย บรรยากาศกิจกรรม “TAT Connex Creator Challenge : เที่ยวไทยให้ Connex เฟ้นหาคอนเทนต์ท่องเที่ยวสุดปัง” ณ SCBX NEXT TECH ยังได้รับเกียรติจาก คุณจิระวดี คุณทรัพย์ (รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท., โซอี้-ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล, คุณศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร (อพท.), คุณนุช หอมรสสุคนธ์ (TCEB) รวมถึง 2 สาวอินฟลูเอนเซอร์คนดัง Denise Webber และ เบลล์ ภัสราภรณ์ ภูริพงศ์ธนวัต มาร่วมงาน พร้อมเป็นวิทยากรในกิจกรรมเวิร์คช็อป

    สำหรับกิจกรรม TAT Connex Creator Challenge : เที่ยวไทยให้ Connex เฟ้นหาคอนเทนต์ท่องเที่ยวสุดปัง ททท. เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวมาร่วมสร้างสรรค์วิดีโอคอนเทนต์ท่องเที่ยวไทยในสไตล์ของตนเอง พร้อมโปรโมตแพลตฟอร์ม TAT Connex โพสต์ลงโซเชียลมีเดียของตัวเอง พร้อมเมนชั่น @tatconnex และติดแฮชแท็ก #TATConnex , #creatorchallenge , #TATConnexCreatorChallenge , #AmazingThailand

    โดยการตัดสินแบ่งเป็น 2 เกณฑ์หลัก คือ ความคิดสร้างสรรค์ และ Engagement รวมของโพสต์ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม – 9 กันยายน 2568 ผ่านเว็บไซต์ www.tatconnex.com และส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรมได้ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 14 กันยายน 2568 โดยจะประกาศผลผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายในวันที่ 18 กันยายน 2568 และประกาศผู้ชนะ 3 อันดับ ในงานประกาศรางวัลวันที่ 20 กันยายน 2568 โดยผู้ชนะอันดับ 1 จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 และ 3 รางวัลละ 20,000 บาท

    สำหรับงานแถลงข่าวฯ ในวันที่ 6 กันยายน 2568 ททท. ยังได้จัดกิจกรรม TAT Connex Workshop : How to Create Content ให้ปัง” ประกอบด้วยกิจกรรมเสวนา “Creators & Tourism: Driving Growth Together” เวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดการเติบโตไปพร้อมกันระหว่างครีเอเตอร์และการท่องเที่ยว โดยมี นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ผู้มีอิทธิพลทางความคิดด้านการท่องเที่ยว (Influencer) และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ร่วมเสวนา และยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปเรียนรู้และแลกเปลี่ยนทักษะการผลิตคอนเทนต์อย่างใกล้ชิด แบบไม่มีค่าใช้จ่าย กับ 3 วิทยากรตัวท็อป ได้แก่ กิจกรรมเวิร์กชอป “AI Shortcut for Creator Economy” เคล็ดลับการใช้ Ai ทำคอนเทนต์ให้ปัง ให้ไวกว่าเดิม จากผู้เชี่ยวชาญด้านการนำ AI ประยุกต์ใช้ในธุรกิจ “โซอี้ เจ้าของช่อง Digital Shortcut”  ต่อด้วยกิจกรรมเวิร์กชอป “Capturing Journeys Telling Travel Stories Through the Lens” เรียนรู้ทริคถ่ายรูปจาก “กอล์ฟ เจ้าของช่องกอล์ฟมาเยือน” และเติมพลัง สร้างแรงบันดาลใจกับ “เบนซ์ เจ้าของช่อง The Gaijin Trips แบกเป้เที่ยวคนเดียว” เอกลักษณ์โดดเด่น ทำวิดีโอสไตล์เรียบง่ายไม่ซ้ำใครในหัวข้อ “From Journeys to Stories The Gaijin Trips”

    ททท. เชื่อมั่นว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเปิดตัวกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้งานแพลตฟอร์ม TAT Connex ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ด้าน Digital Marketing ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับสื่อมวลชน KOL อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ในการทำงานร่วมกันและสร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย รวมทั้งจะเป็นประโยชน์กับการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและยกระดับ Customer Journey ให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธภาพ

    -(016)

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/912815&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UI-fTHfcrmdQnIJewz8LJ

  • “สรวงศ์ เทียนทอง” ร่ำไห้อำลาตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา”

    “สรวงศ์ เทียนทอง” ร่ำไห้อำลาตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา”

    วันที่ 8 กันยายน 2568 เวลา 12.30 น. ณ  กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางมาอำลาตำแหน่งและกล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ อย่างเป็นทางการ โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมมอบดอกไม้เพื่อแสดงความขอบคุณและให้กำลังใจ

    บรรยากาศในการอำลาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพัน รมว.สรวงศ์ฯ ได้กล่าวถึงความร่วมมือและความมุ่งมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการท่องเที่ยวและกีฬาให้ก้าวหน้าตามนโยบายที่วางไว้ การทำงานร่วมกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายต่างๆ และสร้างความสำเร็จให้แก่ประเทศ

    ในช่วงท้ายของการอำลา ขณะที่ รมว.สรวงศ์ฯ กำลัง ออกจากกระทรวงได้สวมกอดบรรดาเจ้าหน้าที่หลายคนพร้อมร่ำไห้ตลอดทาง  และเมื่อก้าวขึ้นรถออกจากกระทรวงฯ ได้มีฝนตกปรอยๆ ทำให้บรรยากาศดูชุ่มฉ่ำและน่าจดจำ ซึ่งถือเป็นความประทับใจสุดท้ายที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำและทีมงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2881530&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qOYI-O1njpjECUAWo6W5I

  • “ธรรมนัส” นั่งรองนายกฯ ควบ รมว.เกษตรฯ โยก ”อรรถกร“ คุมท่องเที่ยว

    “ธรรมนัส” นั่งรองนายกฯ ควบ รมว.เกษตรฯ โยก ”อรรถกร“ คุมท่องเที่ยว

    “ธรรมนัส” นั่งรองนายกฯ ควบ รมว.เกษตรฯ โยก ”อรรถกร“ คุมท่องเที่ยว

    “ธรรมนัส” นั่งรองนายกฯ ควบ รมว.เกษตรฯ โยก ”อรรถกร“ คุมท่องเที่ยวและกีฬา หลังโควตากล้าธรรม 7 ที่นั่ง

    8 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโผ ครม. “อนุทิน” ล่าสุดในส่วนของพรรคกล้าธรรม​ จำนวน 7 ที่นั่ง​ แบ่งเป็น  4 รัฐมนตรีว่าการ  3 รัฐมนตรีช่วย ดังนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ ควบ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ,นายไผ่ ลิกค์ นั่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์  ,นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นั่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ส่วนกระทรวง​ศึกษา​ธิการ​ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ นั่ง รมว.ศึกษา​ธิการ​ ,นายองอาจ วงษ์ประยูร​ สส.สระบุรี​ นั่ง รมช.ศึกษาธิการ ขณะที่ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร นั่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา

    ช่างภาพพีพีทีวี
    “ธรรมนัส“ นั่งรองนายกฯ ควบ รมว.เกษตรฯ โยก ”อรรถกร“ คุม ท่องเที่ยว

    ส่วนนายอัครา พรหมเผ่า  นั่ง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ​

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/256579&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AsPfjq7PMyE6-bkqT4Se1

  • K

    K

    KTC สร้างสะพานพันธมิตร ขับเคลื่อน K-Food Soft Power จากเกาหลีสู่การเดินทางที่มีความหมาย

    อาหารเกาหลี: ทูตวัฒนธรรมเชื่อมโยงโลก

    นายคิม จงฮุน รักษาการรองประธานบริหารฝ่ายการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) กล่าวว่า สถิติการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยไปยังเกาหลีใต้ในปี 2567 ที่สูงถึง 323,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่แข็งแกร่งของ K-Culture ไม่ว่าจะเป็น K-Drama หรือ K-Pop ที่ได้มีบทบาทสำคัญในการสร้างความสนใจในอาหารเกาหลี หรือ K-Food

    อาหารเกาหลีเป็นมากกว่าเมนูทั่วไป แต่คือทูตทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน ผ่านความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ที่เด่นชัดของสี่ฤดูกาล ทำให้วัตถุดิบและอาหารของแต่ละฤดูมีความหลากหลาย และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคไว้ได้อย่างครบถ้วน ดังนั้น การท่องเที่ยวเชิงอาหารจึงได้กลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการเดินทางไปเยือนเกาหลีใต้ และเพื่อตอบรับกระแสนี้ KTO ได้ริเริ่มโครงการสำคัญด้วยการคัดเลือกเมนูอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์จำนวน 33 รายการจากทั่วประเทศ เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหารที่ลึกซึ้งและครบถ้วน
    รสชาติที่ร้อยเรียงเรื่องราวประวัติศาสตร์

    นายคุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์โลก กล่าวเสริมว่า อาหารเกาหลีคือ ‘ความสร้างสรรค์ที่ผสานผ่านกาลเวลา’ ที่สะท้อนทั้งภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของประเทศ แต่ละเมนูไม่เพียงโดดเด่นในรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ หากยังเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตซึ่งเล่าเรื่องราวการหล่อหลอมของสังคมเกาหลี ตัวอย่างเช่น กิมจิที่ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยเริ่มต้นเกษตรกรรม เพื่อถนอมอาหารให้คนอยู่รอดในฤดูหนาว คิมบับที่สะท้อนวิถีชีวิตครอบครัวและการเดินทางในชีวิตประจำวัน หรืออาหารที่พัฒนาขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งบอกเล่าการปรับตัวของสังคมเกาหลีต่อบริบทโลก การเข้าใจรากเหง้าเหล่านี้ทำให้การชิมอาหารไม่ใช่แค่รสอร่อย แต่เป็นการสัมผัสประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ และยังต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและมีความหมายยิ่งขึ้น

    ความร่วมมือเพื่อยกระดับประสบการณ์

    นางสาวเจนจิต ลัดพลี ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร “เคทีซี” กล่าวว่า ปัจจุบันผู้คนเดินทางด้วยเหตุผลที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงเพื่อท่องเที่ยว แต่เพื่อ ‘ประสบการณ์ที่มีความหมาย’ (Experience with Purpose) ที่สะท้อนทั้งแรงบันดาลใจ วัฒนธรรม และความชอบเฉพาะบุคคล จุดแข็งของเคทีซีคือการทำหน้าที่เป็น ตัวกลาง ที่เชื่อมโยงพันธมิตรจากต่างอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน ไปจนถึงสมาคมวิชาชีพ เพื่อสร้างโปรแกรมที่แตกต่างและมีอิมแพคต่อสังคมมากกว่าการทำงานแบบโดดเดี่ยว ความร่วมมือกับ KTO และ ECONMASS ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการโปรโมตอาหารเกาหลี แต่เป็นการขับเคลื่อน Soft Power ผ่านมุมมองที่ร้อยเรียงทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสื่อสารมวลชนเข้าด้วยกัน ที่สำคัญยังตอกย้ำจุดแข็งของเคทีซีในการเข้าถึงและทำงานร่วมกับ ผู้นำความคิด (thought leaders) หัวแถวของแต่ละวงการ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ที่ยั่งยืนให้กับผู้บริโภคและสังคมโดยรวม

    นางสาวดวงพร อุดมทิพย์ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ กล่าวปิดท้ายว่า กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนความร่วมมืออันแข็งแกร่งของทั้งสามองค์กร และเป็นแรงบันดาลใจให้สื่อมวลชนสร้างสรรค์เนื้อหาที่เชื่อมโยงมิติใหม่ของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงยังเปิดโอกาสช่วยสร้างอาชีพและธุรกิจใหม่ๆ อีกด้วย

    ภายในงาน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับฟังเรื่องเล่าเกร็ดประวัติศาสตร์อาหารเกาหลี พร้อมร่วมเวิร์กช็อปทำ กิมจิสูตรดั้งเดิม และ คิมบับตำรับชาววัง ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี สุขุมวิท กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

    ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือจองผลิตภัณฑ์ได้ที่ KTC WORLD 02 123 5050 หรือติดตามโปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ www.ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ

    หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iezw0ngbez5ir41f98lyztk9drabvfqv&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oKTeHl9qdVv4phdxNvKhC