Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เปิดว่าที่ 7 รัฐมนตรี ‘กล้าธรรม’ ร่วมครม. ‘นายกฯอนุทิน’ | เดลินิวส์

    เปิดว่าที่ 7 รัฐมนตรี ‘กล้าธรรม’ ร่วมครม. ‘นายกฯอนุทิน’ | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5094138/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16AxnvUWGNhWKF6HL5z3A7

  • กู้แล้วเครื่องสูบน้ำ ปากคลองบางเขน บริเวณวัดเทวสุนทร หลังพบซากงูเหลือมอุดตัน

    กู้แล้วเครื่องสูบน้ำ ปากคลองบางเขน บริเวณวัดเทวสุนทร หลังพบซากงูเหลือมอุดตัน

    กู้แล้วเครื่องสูบน้ำ ปากคลองบางเขน บริเวณวัดเทวสุนทร หลังพบซากงูเหลือมอุดตัน

    เพจกองระบบคลอง สำนักการระบายน้ำ ลงชี้แจงหลังจากต้องหยุดทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำระบายไม่ทัน อุดตัน โดยพบสาเหตุล่าสุดเนื่องจากพบ งูเหลือม ขยะ และไม้หน้าสามเข้าไปติด ทำให้เครื่องขัดข้อง

    ทั้งนี้ ปัจจุบันใช้งานได้แล้วนะ..!!! พร้อมรับมือฝนที่กำลังถล่มกรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือ ไม่ทิ้งขยะลงคลอง เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดในอนาคต

    ด้าน นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. เป็นต้นมา พื้นที่กรุงเทพมหานครมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดย วันที่ 6 – 7 ก.ย. 68 ฝนที่ตกคิดเป็นปริมาณน้ำ 14.05 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ด้วยการเตรียมการขุดลอกคลอง การติดตั้งเครื่องมือหน้างาน และการสแตนด์บายของเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถเร่งระบายน้ำได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดถนนสายหลักทุกสายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

    โฆษก กทม. กล่าวถึงสถานการณ์ฝนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (07.00 น.) ว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครมีฝนตกปานกลางถึงหนัก โดยปริมาณฝนสูงสุดที่จุดวัด ค.ประเวศฯ-ถ.ร่วมพัฒนา เขตลาดกระบัง 94.0 มม. จุดวัด ค.บางนา – ถ.ศรีนครินทร์ เขตบางนา 84.5 มม. จุดวัด ค.สนามชัย-ค.บางขุนเทียน เขตจอมทอง 57.5 มม. มีรายงานน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักในความรับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำ จำนวน 1 รายการ บริเวณถนนจอมทอง ช่วงสามแยกจอมทอง เวลา 12.30 น. แห้งในเวลา 13.10 น. โดยใช้น้ำลดประมาณ 40 นาที ปัจจุบันแห้งเป็นปกติแล้ว

    สำหรับคาดการณ์ฝนวันนี้ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนัก – หนักมากบางแห่ง โดยทีมงาน กทม. ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมลงพื้นที่ทันทีหากเกิดฝนตกต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือประชาชน งดทิ้งขยะลงคลองและท่อระบายน้ำ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ และช่วยให้เมืองรับมือกับฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/56886&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lXLYW_H7g4O07koS2YQ5n

  • กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมพิธีอำลา “สรวงศ์ เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมพิธีอำลา “สรวงศ์ เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    กีฬา

    กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมพิธีอำลา “สรวงศ์ เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    วันจันทร์ ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2568, 21.48 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมพิธีอำลา “สรวงศ์ เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าร่วมพิธีอำลา นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  พร้อมคณะประกอบไปด้วย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ,นายจักรพรรดิ์ คล่องพยาบาล ,นายต้น ณ ระนอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 

    ในการนี้มี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นพ.มีชัย อินวู๊ด รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายธัชนาถ ทองประกอบ รองผู้ว่าการฝ่ายยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และนายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีดังกล่าว

    ดร.ก้องศักด ผู้ว่า กกท. เป็นตัวแทนกล่าวขอบคุณรัฐมนตรีที่ให้การสนับสนุน ส่งเสริม และผลักดันนโยบายด้านการกีฬาให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งนับเป็นคุณูปการสำคัญต่อการพัฒนาวงการกีฬาไทย

    ด้านนายสรวงศ์ เทียนทอง กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานด้านกีฬาอย่างเต็มที่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พร้อมฝากข้อคิดสำคัญให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนทุกชนิดกีฬาอย่างต่อเนื่อง และขอให้ทุกท่านร่วมมือกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อพัฒนาวงการกีฬาไทยให้ก้าวหน้าและสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืนต่อไป”

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/sport/445658&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KiUF00ZDHnBNSnhhEYzOZ

  • พ่อค้าแม่ค้า เห็นด้วยฟื้นคนละครึ่ง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ บางคนยังหวังเงินหมื่น

    พ่อค้าแม่ค้า เห็นด้วยฟื้นคนละครึ่ง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ บางคนยังหวังเงินหมื่น

    พ่อค้าแม่ค้าเห็นด้วยฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ จูงใจให้คนใช้จ่าย แต่กังวลกลัวว่าระยะเวลาแค่ 4 เดือนจะทำไม่ทัน ขณะที่บางคนยังหวังเงินหมื่น 

    วันที่ 8 ก.ย. 68 จากกรณีมีกระแสข่าวว่า รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมหยิบนโยบายยอดนิยมอย่าง “คนละครึ่ง” มาปัดฝุ่น ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งในช่วงเวลาเพียง 4 เดือนก่อนการ “ยุบสภา” เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

    ซึ่งบรรยากาศที่ตลาดสิริวัฒนา อ.เมืองเชียงใหม่ พ่อค้าแม่ค้าเริ่มมีรอยยิ้มจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น นางสาวผณินทรา จันทน้อย แม่ค้าร้านแหนมเนือง บอกว่า คนละครึ่งในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วยกระตุ้นการค้าขายให้คึกคักอย่างเห็นได้ชัด หากนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง คาดว่าจะส่งผลดีช่วยเพิ่มยอดขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้มากขึ้น เนื่องจากช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี หากเป็นไปได้ก็อยากให้เพิ่มวงเงินมากขึ้นกว่าเดิม และอยากให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด

    นางพรรณี คูหะมณี แม่ค้าขนมหวาน บอกเหมือนกันว่าโครงการคนละครึ่งจะช่วยให้ประชาชนตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เพราะรัฐบาลช่วยจ่ายให้ครึ่งหนึ่ง พ่อค้าแม่ค้าก็ได้รับอานิสงส์ยอดขายเพิ่มขึ้น ซึ่งอยากให้รัฐบาลรีบทำ เพราะมั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และดีกว่านโยบายแจกเงินหมื่น

    ส่วนที่ตลาดสดเทศบาล 1 เขตเทศบาลนครขอนแก่น นางทิวารัตน์ สร้อยสุวรรณณ์ อายุ 43 ปี เจ้าของร้านสุวิมล ผลไม้ กล่าวว่า โดยส่วนตัวคิดว่าโครงการคนละครึ่งไม่น่าจะทำได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 4 เดือน เหมือนการขายฝัน เพราะน่าจะอนุมัติไม่ทัน อีกทั้งเงินก้อนใหญ่จะเอางบฯ ที่ไหนมาทำ จึงอยากให้เอางบฯ ไปช่วยชายแดน และแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคเหนือ หรือแก้ปัญหาเร่งด่วนก่อน

    “อยากให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ทำให้ดีสมกับที่ดีใจที่ได้เป็นนายกฯ เราเห็นตั้งแต่โหวตเสร็จ รับตำแหน่งมา ยิ้มดีใจหน้าบานมีความสุข ทำให้ดีสมกับที่ได้รับเลือกมา ถ้าทำดี ทำได้จริง เลือกตั้งครั้งหน้าคะแนนและความไว้วางใจน่าจะตามมา ฉะนั้นแล้วต้องทำให้ดีที่สุด อย่าให้เสียชื่อตัวเอง”

    ขณะที่นายพลวัฒน์ ดอนตระกลู อายุ 36 ปี พ่อค้า กล่าวว่า เป็นโครงการที่ดี มองว่าถ้าเอากลับมาทำอีก เพราะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี ตอนมีโครงการรอบที่แล้วก็ขายดี แต่ 4 เดือนที่เข้ามา คิดว่าไม่น่าจะทำได้จริง เพราะว่าเวลามันสั้นไป และงบฯ ที่จะใช้ต้องเป็นงบฯ ที่เยอะ เพราะรอบที่แล้วแจกคนละหมื่นยังไม่ได้ตั้งหลายคน

    ด้านนางเพ็ชรัตน์ กองพลพรหม อายุ 58 ปี แม่ค้า กล่าวว่า ยังอยากได้เงิน 10,000 บาท ที่รัฐบาลชุดที่แล้วว่าจะให้ ก็อยากให้นายกฯ มาช่วยผลักดันให้ได้เงินหมื่นอีกครั้ง น่าจะกระตุ้นได้ดีกว่าคนละครึ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2881558&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cH-6B_kJtRwpeKE-Qvvgi

  • ชื่นชม ‘สามเณรธนากรณ์’ วัย 9 ขวบ สอบผ่าน ‘ผู้ทรงพระปาติโมกข์’ อายุน้อยที่สุดประจำปี 68 | เดลินิวส์

    ชื่นชม ‘สามเณรธนากรณ์’ วัย 9 ขวบ สอบผ่าน ‘ผู้ทรงพระปาติโมกข์’ อายุน้อยที่สุดประจำปี 68 | เดลินิวส์

    พระมหาใจ เขมจิตฺโต (ป.ธ.9) ประธานดำเนินโครงการสามเณรทรงพระปาติโมกข์ ปีที่ 5 (พ.ศ.2568) ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก บันทึกสถิติสามเณรผู้สอบผ่านเป็นผู้ทรงพระปาติโมกข์อายุน้อยสุด 9 ขวบ “สามเณรธนากรณ์ โสดาจันทร์”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5092991/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3j41XpEPM7W-O5p4UHhgN0

  • กรมส่งเสริมการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่มพริกไทยปะเหลียน พริกไทยอัตลักษณ์ของจังหวัดตรัง

    กรมส่งเสริมการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่มพริกไทยปะเหลียน พริกไทยอัตลักษณ์ของจังหวัดตรัง

    กรมส่งเสริมการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่มพริกไทยปะเหลียน พริกไทยอัตลักษณ์ของจังหวัดตรัง

    ชุมชนบ้านละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ที่อยู่คู่กับการปลูกพริกไทยปะเหลียนมาอย่างยาวนาน เกษตรกรเกือบทุกหลังคาเรือนมีการเพาะปลูกพริกไทยปะเหลียนเพื่อนำมาใช้ในบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่เนื่องด้วยรสชาติของพริกไทยปะเหลียนในพื้นที่ อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยพริกไทยผลสุกจะมีรสอมหวาน มีกลิ่นหอม และมีความเผ็ดในระดับปานกลาง เหมาะแก่การนำไปประกอบอาหาร ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยมา

    นายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ จึงได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และยกระดับสู่การเป็นแปลงใหญ่พริกไทย ในปี 2565 ซึ่งประกอบไปด้วยเกษตรกร จำนวน 30 ราย พื้นที่ปลูกประมาณ 12 ไร่ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรเพิ่มขีดความสามารถใน 5 ด้าน คือ 1. ลดต้นทุนการผลิต 2. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 3. พัฒนาคุณภาพ 4. เพิ่มช่องทางการตลาด และ 5. การบริหารจัดการ

    ในปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรยังคงยกระดับแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพริกไทยพื้นบ้านละมอ ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง อย่างต่อเนื่องด้วยการจัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง ปี 2568 โดยได้มีการวิเคราะห์ Pain Point/Gain Point ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรเพื่อให้ทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมถึงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน พร้อมขับเคลื่อนให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย 3 เท่าใน 4 ปี

    โดยประกอบไปด้วยกิจกรรม ดังนี้

    1. การจัดทำแปลงทดสอบกระบวนการปลูกพริกไทย โดยได้มีการศึกษาเปรียบเทียบการปลูกพริกไทยระหว่างเสาค้างจากต้นไม้ธรรมชาติกับการใช้เสาค้างปูนเพื่อให้ต้นพริกไทยยึดเกาะ มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ ถ่านไบโอชาร์ พร้อมทั้งการวางระบบน้ำที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นพริกไทย เพื่อให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ ปรับปรุงวิธีการปลูก การดูแลรักษาต้นพริกไทย ร่วมกันภายในชุมชน

    2. สนับสนุนให้เกษตรกรอนุรักษ์พันธุ์พริกไทยพื้นบ้าน และขยายพื้นที่ปลูกเพื่อซ่อมแซมในส่วนที่เสียหายจากภัยธรรมชาติ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

    3. สนับสนุนการแปรรูปเป็นพริกไทยแห้งด้วยการสร้างจุดตากพริกไทย เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดระยะเวลาในการตาก/แปรรูปให้น้อยลง

    4. สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญ โลหะหนัก และคุณค่าทางโภชนาการ พบว่า ผลผลิตพริกไทยมีปริมาณสาร Pipeline อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่พบการปนเปื้อนของโลหะหนักในผลผลิต อีกทั้งยังพบกรดไลโนเลอิกที่มีส่วนช่วยในการป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลสะสมในผนังหลอดเลือด เพิ่มการเผาผลาญไขมันอิ่มตัว กระตุ้นการทำงานของต่อมต่าง ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาพริกไทยเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาคต

    จากการดำเนินงานในปี 2568 กลุ่มเกษตรกรได้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการผลผลิตพริกไทยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแต่เดิมผลผลิตพริกไทย (แห้ง) มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 350 บาท เพิ่มสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 500 บาท จึงได้มีการขยายพื้นที่ปลูกเพื่อให้มีปริมาณผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายต้นพันธุ์พริกไทย และผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ยาดม น้ำมันนวด ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2567 มากกว่า 2 เท่า ทั้งนี้ เกษตรกรยังคงพัฒนาต่อยอดด้วยการสร้างแบรนด์ ขยายพื้นที่การรับรองการเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และการคัดเกรดพริกไทย ดำ – ขาว – แดง ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/955326&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14XOoz1jd_Zrhkmoh2fvcX

  • ส่องโปรไฟล์ ‘ธนกร วังบุญคงชนะ’ ว่าที่ รมว.อุตสาหกรรม ใน ครม.อนุทิน1

    ส่องโปรไฟล์ ‘ธนกร วังบุญคงชนะ’ ว่าที่ รมว.อุตสาหกรรม ใน ครม.อนุทิน1

    หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า “ธนกร วังบุญคงชนะ” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มีชื่อติดโผการเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 1

    ล่าสุด ปรากฏโผตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขณะที่ จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ตำแหน่ง ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

    สำหรับ ‘ธนกร วังบุญคงชนะ’ เกิดวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 ชื่อเล่น ‘แด๊ก’

    จบการศึกษา

    • ปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ ปริญญาโท จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
    • ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 20 และหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 2

    ธนกรเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อต้นปี 2568 เพิ่งเข้าพิธีมงคลสมรสกับ ‘แคทตี้’ ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลมาลีนนท์ ประธานกรรมการ บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (Thai Solar Energy PLC.) ไปช่วงต้นปี

    ธนกร เคยเป็นผู้สื่อข่าว ก่อนที่สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชักชวนเข้าสู่วงการการเมือง ตั้งแต่สมัยอยู่พรรคมัชฌิมาธิปไตย ก่อนที่จะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย

    ประสบการณ์การทำงาน

    เคยเป็นอดีตอนุกรรมการ เลขานุการ รวมถึงที่ปรึกษาหลายกระทรวง อาทิ กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, และกระทรวงสาธารณสุข และในช่วงปี 2561 ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ มีความสนิทสนมกับ อุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงได้นั่งตำแหน่งเลขานุการ

    เมื่ออุตตม ลาออกจากตำแหน่ง ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการ อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

    ในช่วงการระบาดโควิด ยังเคยเป็นโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) รวมถึงเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

    อีกทั้ง ในสมัยของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ธนกร ยังถูกแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะมานั่งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ

    ทั้งนี้ สำหรับภารกิจ ที่จะต้องมารับไม้ต่อจาก เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นั้น ถือเป็นความท้าทาย เศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ ซึ่งต้องเร่งการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 5.0 ความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย

    โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้วางนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม ผ่าน “การปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส”

    พร้อมทั้ง การดึงดูดนักลงทุนชาวต่างชาติให้เข้ามาลงทุน เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ และผู้ประกอบการไทยอยู่ในห่วงโซ่ การผลิตของผู้ประกอบการชั้นนำ ต้องไม่ใช่ “นักลงทุนศูนย์เหรียญ”

    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD WEALTH

    สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thanakorn-new-industry-minister/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yBe4M9LooGuXb05QHCoTS

  • ไลน์แมน เตรียมควงสมาคมภัตตาคารไทยไปพรรคภูมิใจไทย พรุ่งนี้ 9 ก.ย. หวังปัดฝุ่น ‘คนละครึ่ง’ ช่วยกระตุ้นร้านอาหาร  

    ไลน์แมน เตรียมควงสมาคมภัตตาคารไทยไปพรรคภูมิใจไทย พรุ่งนี้ 9 ก.ย. หวังปัดฝุ่น ‘คนละครึ่ง’ ช่วยกระตุ้นร้านอาหาร  

    LINE MAN Wongnai เผยเตรียมตัวเดินทางเข้าไปพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับสมาคมภัตตาคารไทย หวังฟื้น ‘โครงการคนละครึ่ง’ กระตุ้นเศรษฐกิจ มองว่าที่ขุนคลังคนใหม่เหมาะสม มีความรู้ ความสามารถในการเข้ามาดูเรื่องเศรษฐกิจ

    8 ก.ย. 2568 – นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ย. 2568) บริษัทและสมาคมภัตตาคารไทยจะเดินทางเข้าไปที่พรรคภูมิใจไทย เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการนำ “โครงการคนละครึ่ง” กลับมา จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมากระแสในโลกโซเชียลส่วนมากก็ค่อนข้างเห็นด้วยและอยากให้มีการจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยบริษัทเองก็เป็นหนึ่งในภาคเอกชนที่ต้องการสนับสนุนอยู่แล้ว เนื่องจากในแพลตฟอร์มมีร้านค้ารายย่อยค่อนข้างเยอะ หากมีโครงการดังกล่าวก็จะช่วยร้านค้าให้มีลูกค้ามากขึ้น

    “เราจะเข้าไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย และนำข้อมูลเกี่ยวกับการทำโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมาไปนำเสนอ ที่จะดูว่ามีจุดอ่อนและจุดแข็งด้านไหนบ้าง แต่ส่วนตัวเห็นว่าจุดอ่อนแทบไม่มี อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเรื่องการใช้คูปองบ้างเล็กน้อย และการใช้ Co-Payment เป็นหลักการที่ถูกต้อง และดีกว่าแจกเงินช่วยเหลือแบบ 100%  หากต้องการนำโครงการกลับมาก็สามารถใช้ระบบเทคโนโลยีและข้อมูลเดิมได้เลย ซึ่งโครงการคนละครึ่งคราวก่อน สามารถทำให้ร้านค้ามียอดโต 1.7-4 เท่า และลูกค้าก็ยังใช้บริการร้านค้านั้นๆ อย่างต่อเนื่องอีกด้วย  แม้ว่ารัฐบาลจะมีเวลาแค่ 4 เดือนก็เชื่อว่าทำทันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ก็น่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาช่วย”

    สำหรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เท่าที่ทราบก็จะมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งส่วนตัวมองว่าเหมาะสม เป็นคนมีความสามารถ มีความรู้ เชื่อมั่นว่าจะเข้ามาดูในเรื่องของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี  

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/857973/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mgtu6odbHFIepMkibaRXm

  • วช. สนับสนุนความร่วมมือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมในพื้นที่

    วช. สนับสนุนความร่วมมือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมในพื้นที่

    วช. สนับสนุนความร่วมมือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมในพื้นที่

    วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ, วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย, วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา และอำเภอปักธงชัย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.สิริรัชนา เนาว์โสภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย กล่าวต้อนรับ, นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปักธงชัย กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่น, นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวรายงาน พร้อมนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. คณาจารย์ ผู้นำและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในท้องถิ่นเข้าร่วมในพิธี ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง วช., สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ, วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา และอำเภอปักธงชัย ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นในการส่งเสริม และผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรน ในการยกระดับเกตรกรรมในระดับท้องถิ่น ครอบคลุมถึงการท่องเที่ยว วช. คาดหวังว่าศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ จะเป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และเข้าถึงการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีได้อย่างครอบคลุมในพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย

    ดร.สิริรัชนา เนาว์โสภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย กล่าวว่า ขอขอบคุณ วช. และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรของวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เข้าถึงและเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ วิทยาลัยฯ มีความพร้อมในการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีโดรนอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและชุมชนในระยะยาว

    นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปักธงชัย กล่าวถึงการที่วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัยได้รับการคัดเลือกให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีโดรน ที่จะมีบทบาทช่วยสนับสนุนการพัฒนาในภาคการท่องเที่ยวและภาคการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของอำเภอปักธงชัยที่มีพื้นที่สำหรับประกอบอาชีพด้านการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ โดยเทคโนโลยีโดรนถือเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการยกระดับภาคการเกษตร ทั้งในด้านการลดต้นทุนการผลิต การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

    นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรและการเสริมสร้างศักยภาพของพื้นที่ผ่านศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและการเกษตร ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อภาคการเกษตรของไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรนสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนทั้งในด้านการท่องเที่ยว การเกษตร ตลอดจนประยุกต์ใช้ในงานด้านภัยพิบัติ โดยขับเน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง ในครั้งนี้ สมาคมฯ ได้นำอุปกรณ์มาสนับสนุนและประกอบการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตร , แบตเตอรี่ พร้อมเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ , เครื่องปั่นไฟ , ระบบฝึกบินจำลอง (Flight Simulator) และหลักสูตรการเรียนการสอนด้านอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ กพท.

    ทั้งนี้ วช. มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนโครงการที่ส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและการเกษตรแห่งนี้ เป็นต้นแบบของการบูรณาการเทคโนโลยีกับภาคการศึกษา รวมถึงเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/955238&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yJRMLf2vAdi3wZoOo6lNp

  • พ่อเมืองชลบุรีนำทีมตรวจสอบน้ำท่วมพื้นที่เมืองท่องเที่ยว สั่งเพิ่มกำลังระบายน้ำด่วน

    พ่อเมืองชลบุรีนำทีมตรวจสอบน้ำท่วมพื้นที่เมืองท่องเที่ยว สั่งเพิ่มกำลังระบายน้ำด่วน

    ภูมิภาค

    พ่อเมืองชลบุรีนำทีมตรวจสอบน้ำท่วมพื้นที่เมืองท่องเที่ยว สั่งเพิ่มกำลังระบายน้ำด่วน

    วันจันทร์ ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2568, 20.49 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เวลา 13.30 น.วันที่ 8 ก.ย.68 ที่สถานีสูบระบายน้ำป้องกันน้ำท่วม สถานีที่ 4 บ้านเขาตาโล เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วม หลังเกิดฝนตกหนักกว่า 50 มิลลิเมตรในคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำท่วมขังหลายจุดในเขตเมืองพัทยา

    ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าเมืองพัทยาได้ปรับปรุงระบบท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ ทำให้จุดเสี่ยงน้ำท่วมลดลงจากกว่า 20 จุด เหลือเพียง 9 จุด แต่บางพื้นที่ยังคงมีปัญหาน้ำท่วมสูง โดยมีแผนวางระบบท่อระบายน้ำใหม่เพื่อเปลี่ยนเส้นทางน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำชากนอก เพื่อลดการท่วมซ้ำบนถนนสุขุมวิท พร้อมเตรียมระบบแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยงในช่วงฝนตกหนัก

    จากนั้น เวลา 15.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายเดชา เรืองอ่อน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี ผู้แทนนายอำเภอเมืองชลบุรี รองนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามการทำงานของสถานีสูบน้ำหาดวอนนภา ถนนบางแสนล่าง ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี ซึ่งใช้เครื่องสูบน้ำขนาด 14 นิ้วจำนวน 3 เครื่อง และได้สั่งการเสริมกำลังเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีก 1 เครื่องจากจังหวัดจันทบุรี 

    ทั้งนี้ เพื่อเร่งระบายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ตลาดหนองมนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมสูงกว่าทุกปี จากฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำป่าจากเขาสะสมไหลลงมา ขณะเดียวกัน เทศบาลเมืองแสนสุขได้เปิดจุดแจกถุงทรายฟรีให้ประชาชนรับไปป้องกันน้ำเข้าบ้านเรือนระหว่างสถานการณ์ฝนตกหนัก

    นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามผลการแก้ไขปัญหา ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว โดยในระยะเร่งด่วน ให้เร่งจัดหาเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนตกหนัก และอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ส่วนในระยะยาว ให้บูรณาการโครงการบริหารจัดการระบบระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างยั่งยืนต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/445652&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eYw7P-CBWIn4asZAmtr3m