© 2025 บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5097351/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27LF5ifshmRgn9u70mBZO8

© 2025 บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5097351/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27LF5ifshmRgn9u70mBZO8

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
Chitralada Technology Institute
Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300
ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
8.30 น. – 16.30 น.
(ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/115053/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3M8cBEq-OKpaRTG6qC0NMl


เปิดงบ กทม. ปี 68 กว่า 90,000 ล้าน พร้อมสนับสนุนโครงการ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ได้ไม่เป็นปัญหางบประมาณ
รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย กลายเป็นนโยบายที่ประชาชนจับตา เพราะไม่เพียงช่วยลดภาระค่าเดินทาง แต่ยังสะท้อนสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะที่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งเป็นเส้นทางหลักภายใต้การบริหารของกทม. ซึ่งมีงบประมาณกว่า 90,000 ล้านบาท และสามารถนำงบประมาณส่วนหนึ่งมาใช้ในโครงการได้อย่างไม่เป็นปัญหา
กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากทม. ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าไม่มีปัญหาในการสนับสนุนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย แต่มีข้อกังวลเรื่องบประมาณในการชดเชยรายได้ให้กับเอกชนตามสัญญาสัมปทาน ซึ่งในความเป็นจริงเมื่อพิจารณางบประมาณของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในปี 2568 ที่มีวงเงินกว่า 90,773 ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายหลักด้านการพัฒนาเมืองและคมนาคมราว 11,466 ล้านบาท และด้านจัดการจราจรและระบบขนส่งสาธารณะอีก กว่า 2,977 ล้านบาท รวมทั้งมีงบกลางอีก 17,745 ล้านบาท และงบด้านสิ่งแวดล้อมอีกกว่า 10,272 ล้านบาท
งบประมาณดังกล่าวสามารถปรับจัดสรรเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายของโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทได้ หากมีการวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนโครงการนี้อย่างจริงจัง โดยมี 4 แนวทาง ดังนี้
การบริหารจัดการงบให้เกิดประโยชน์ต่อคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง ถือเป็นแนวทางการบริหารเชิงกลยุทธ์ ที่กทม.สามารถนำมาปรับใช้ และผลประโยชน์ที่ได้จะมีมากกว่าการสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นธรรมและเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจ จากค่าเดินทางที่ถูกลงจะกระตุ้นกำลังซื้อ เพิ่มรายได้แก่ธุรกิจในเมืองด้านสังคม ช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนกรุงเทพฯ ที่พึ่งพารถยนต์ส่วนตัวกับผู้ใช้รถไฟฟ้า และด้านสิ่งแวดล้อม เป็นการสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่เห็นผล ผ่านการลดการใช้พลังงานฟอสซิล
ปัจจุบันเมืองใหญ่ทั้งในยุโรป เอเชีย มีรูปแบบการบริหารจัดการงบของเมือง รวมถึงมีมาตรการด้านภาษี เพื่อสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้ชีวิตในเมือง อาทิ ลักเซมเบิร์ก ใช้ระบบขนส่งมวลชนฟรีทั่วประเทศ โดยใช้ภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีน้ำมันหรือรายได้จากยานยนต์ส่วนบุคคล ฮ่องกงใช้ระบบบัตรโดยสารร่วม (Octopus Card) เชื่อมต่อทุกการเดินทาง และใช้รายได้จากอสังหาริมทรัพย์ของระบบรถไฟฟ้า สนับสนุนค่าโดยสาร ทำให้ผู้โดยสารจ่ายไม่สูงเกินจริง หรือ สิงคโปร์ ที่รัฐบาลอุดหนุนค่าโดยสารปีละหลายหมื่นล้านบาท เพื่อให้ค่าตั๋วขนส่งสาธารณะต่ำ และยังเน้นให้มีการปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่กระทบผู้มีรายได้น้อย
นอกจากนี้ กทม.ยังสามารถวางแผนระยะยาว เพื่อบริหารจัดการโครงการได้อย่างต่อเนื่อง ตามที่นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญได้มีการเสนอก่อนหน้านี้ เช่น การจัดตั้งกองทุนถาวรเพื่อขนส่งสาธารณะ การเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมใหม่ เช่น ค่าธรรมเนียมที่จอดรถใจกลางเมือง (Congestion Charge) รวมถึงเปิดทางให้มีรายได้จากการพัฒนาอสังหาฯ รอบสถานี (Transit-Oriented Development) เป็นต้น
รถไฟฟ้า 20 บาท เป็นโครงการที่ทำได้จริง หาก กทม.สามารถจัดการงบประมาณที่มีอยู่กว่า 90,000 ล้านบาท อย่างมีกลยุทธ์ และบูรณาการมากขึ้น โดยการผสานงบขนส่ง งบกลาง และงบสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดรับแหล่งทุนใหม่จากกองทุนด้านสิ่งแวดล้อม จะทำให้นโยบายนี้เกิดขึ้นได้จริง ที่สำคัญ นี่ไม่ใช่เพียงการอุดหนุนค่าโดยสาร แต่เป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิต ความเท่าเทียม และอนาคตเมืองที่ยั่งยืน ซึ่งท้ายที่สุด รถไฟฟ้า 20 บาท จะไม่ใช่เพียงแค่ตั๋วราคาถูก แต่คือสัญลักษณ์ของ “เมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/09092568_20baht-budget_article/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D0pwgtU5rF1w4kXc4E7c_

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/AVK4Kel5Be3y&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mRXY8aMWEgwkvx_KTB12g

วันอังคาร ที่ 09 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.27 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
ทรูเตือนภัย! มิจฉาชีพแอบอ้างติดตั้งอินเทอร์
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งเตือนลูกค้า อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้
ทรู ขอยืนยันว่า พนักงานมีหน้าที่เพียงเสนอขาย ให้คำแนะนำสินค้าและบริการเท่
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันภัยมิจฉาชีพข้างต้น ทรูขอแนะนำลูกค้าดังนี้
• ตรวจสอบรหัสพนักงานก่อนรับบริ
• ห้ามชำระเงินสดผ่านช่องทางอื่
• ระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนบุ
• หากมีข้อสงสัย โทร.1242 ทันที
ทรูให้ความสำคัญสูงสุดในการปกป้
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/445697&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ow03l-3sxYS5nu-iSeEqT

09 ก.ย. 2025 เวลา 7:34 น.
“วรภัค” ว่าที่ รมช.คลัง ในรัฐบาล “อนุทิน1” ย้ำถึงเวลาฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” หลังค่าครองชีพสูงเศรษฐกิจฐานรากยังเปราะบาง ช่วยลดภาระประชาชน เงินสะพัดกว่า 2 แสนล้าน
นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตซีอีโอกรุงไทย ว่าที่ รมช.คลัง ใน ‘รัฐบาลอนุทิน1’ โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อคืนวันที่ 8 ก.ย.68 ที่ผ่านมาว่า ถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า “คนละครึ่ง” อาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาอีกครั้ง
หลายคนยังจำได้ “โครงการคนละครึ่ง” ที่รัฐบาลเคยทำในช่วงวิกฤติโควิด เป็นหนึ่งในมาตรการที่ “ประชาชนรู้สึกได้จริง” ว่าช่วยลดภาระค่าครองชีพ และยังทำให้ร้านค้าเล็กๆ ท้องถิ่นมีรายได้หมุนเวียนมากขึ้น
หลักการก็ง่าย ๆ รัฐช่วยจ่าย 50% ประชาชนจ่ายอีก 50% ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระ แต่ยังทำให้เงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจทันที
ผลลัพธ์ในครั้งนั้นชัดเจนมาก :
นายวรภัค ระบุด้วยว่า ในวันนี้ค่าครองชีพยังสูง เศรษฐกิจฐานรากยังเหนื่อยการพิจารณานำ โครงการคนละครึ่ง กลับมา อาจเป็นอีกหนึ่งทางออกระยะสั้น ที่จะช่วยทั้ง “ผู้ซื้อ” และ “ผู้ขาย” ไปพร้อมกัน
แน่นอนว่าไม่ใช่คำตอบถาวร แต่ในช่วงที่ประชาชนกำลังรับภาระหนัก การมีมาตรการที่ “สัมผัสได้จริง” อาจเป็นพลังใจ และแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เศรษฐกิจเดินต่อ
พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1197940&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18k460PyDQEkB3bG2A8y8K

09 ก.ย. 2025 เวลา 19:22 น.
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เปิดเผยตัวเลขท่องเที่ยวล่าสุด มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมทะลุ 22 ล้านคน สร้างรายได้มหาศาลกว่า 1 ล้านล้านบาท
น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยล่าสุดว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 7 กันยายน 2568 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมอยู่ที่ 22,387,817 คน และสร้างรายได้จากการใช้จ่ายไปแล้วกว่า 1.037 ล้านล้านบาท
จีน (3,163,562 คน) มาเลเซีย (3,135,600 คน) อินเดีย (1,612,386 คน) รัสเซีย (1,211,616 คน) และ เกาหลีใต้ (1,059,615 คน)
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-7 กันยายน 2568) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมอยู่ที่ 508,341 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 0.44% โดยเฉลี่ยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยวันละ 72,620 คน
นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นคือ สิงคโปร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 47.27% และขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 5 ของกลุ่มนักท่องเที่ยวสูงสุดรายสัปดาห์ สาเหตุหลักมาจากช่วงปิดภาคเรียน ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ก็เพิ่มขึ้น 29.89% เนื่องจากมีวันหยุดยาวในประเทศ
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจากบางประเทศมีการปรับตัวลดลง ได้แก่ มาเลเซีย (-14.87%), เกาหลีใต้ (-6.04%) และจีน (-4.66%)
น.ส.นัทรียา คาดการณ์ว่าในสัปดาห์นี้ (8-14 กันยายน) จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากปัจจัยบวกหลายประการ เช่น วันหยุดยาวในประเทศมาเลเซีย, การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬาตามนโยบาย “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” รวมถึงมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เช่น การยกเว้นบัตร ตม.6 และการสนับสนุนให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากขึ้น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1198097&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hQioXENtUcMO81_Km_8gv

นายพุทธพงษ์ สุริยะสิงห์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เปิดศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนตลาดน้ำดำเนินสะดวกเพื่อแก้ปัญหาฟื้นฟูภาพลักษณ์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5097580/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LTyVev4ADpusfN0wEt7HM

สนามบินนานาชาติเตโช ในกรุงพนมเปญ ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว ด้านนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้กล่าวยกย่องว่า นี่คือ “ประตูสู่โลกใบใหม่ของกัมพูชา”
สนามบินนานาชาติเตโช ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของกัมพูชา ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว โดยสนามบินแห่งนี้ใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกันดาลและตาแก้ว และจะทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมกัมพูชาสู่ประชาคมโลก
เที่ยวบินปฐมฤกษ์ที่มาถึงคือ สายการบินแอร์แคมโบเดีย เที่ยวบินที่ K6 611 เดินทางมาจากประเทศจีน พร้อมด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเครื่องบินได้ผ่านพิธีต้อนรับด้วยอุโมงค์น้ำอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งมีนายเมา ฮาวันนัล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบินพลเรือน และนายฮวต ฮัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี
ผู้โดยสารทุกคนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นตามแบบฉบับของชาวกัมพูชา ด้วยการแสดงศิลปะพื้นบ้าน ระบำผ้าขาวม้า การคล้องพวงมาลัยดอกไม้ และของที่ระลึก ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของเหตุการณ์นี้ต่อภาคการบินและการท่องเที่ยวของประเทศ
ด้านนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีต่อการเปิดตัวสนามบินนานาชาติเตโช โดยกล่าวยกย่องสนามบินนานาชาติเตโชให้เป็นประตูสู่โลกใบใหม่ของกัมพูชา และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ โดยฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา
สื่อกัมพูชาระบุว่า ท่าอากาศยานนานาชาติเตโชตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 16,250 ไร่ ในเขตกันดาลสตุง จังหวัดกันดาล และบางส่วนของเขตบาตี จังหวัดตาแก้ว ท่าอากาศยานแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงพนมเปญ ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร
หนึ่งในจุดเด่นของท่าอากาศยานแห่งนี้คือการจัดระดับเป็นท่าอากาศยานระดับ 4F ซึ่งเป็นระดับสูงสุดด้านการบินระหว่างประเทศ ด้วยการจัดระดับนี้ ท่าอากาศยานแห่งนี้สามารถรองรับอากาศยานได้ทุกประเภท รวมถึงอากาศยานขนาดใหญ่อย่างแอร์บัส A380 และโบอิ้ง 747
ในระยะแรก ท่าอากาศยานแห่งใหม่นี้จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 13 ล้านคนต่อปี และรองรับสินค้าได้ 26,000 ตัน.
ที่มา FRESH NEWS
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2881722&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YqiETRDkG9aN1l0N7fe_2

“นายกชาย” ประธานการประชุมโครงการพัฒนาป่าเพื่อการเรียนรู้และนันทนาการเขาคูหา-การก่อสร้างถนนรอบเขาคูหา

นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สส.สงขลา เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานการประชุมโครงการพัฒนาป่าเพื่อการเรียนรู้และนันทนาการเขาคูหา และการก่อสร้างถนนรอบเขาคูหา ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา โดยมีนายพงศธร ฆังฆะ เลขานุการนายกอบจ.สงขลา นายภูวเดช เรืองฤทธิ์ สมาชิกสภา อบจ.สงขลา เขต 1 อำเภอรัตภูมิ นางบังอร อ่อนเกตุพล นายกเทศมนตรีตำบลคูหาใต้ พร้อมผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวของ ผู้นำชุมชน และประชาชนเจ้าของที่ดินรอบเขาคูหา เข้าร่วมประชุม

“เขาคูหา เป็นมรดกล้ำค่าของบ้านเราที่ต้องมาช่วยกันผลักดันให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เป็นแลนด์มาร์คของอำเภอรัตภูมิ เราได้ผลักดันกันมาหลายปีวันนี้เริ่มเกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น สิ่งที่ผมอยากให้เกิดขึ้นคือเส้นทางท่องเที่ยวรอบเขาคูหา เจ้าของที่ดินเสียสละกันคนเล็กน้อยเพื่อยกเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับก่อสร้างถนน ซึ่งผมได้ประสานขอรับการสนับสนุนจากกรมทางหลวงชนบท จากกรมโยธาธิการและผังเมือง ทุกหน่วยงานพร้อมสนับสนุน

วันนี้เจ้าของที่ทุกท่านเสียสละเพียงเล็กน้อยเพื่อแลกกับความเจริญและมูลค่าที่ดินของท่านก็จะสูงขึ้นหลายเท่าตัว ส่วนเส้นทางจาถนนสายหลักเข้ายังเขาคูหา ทางกรมชลประทาน เจ้าของพื้นที่พร้อมจัดสรรงบประมาณมาจัดสร้างให้ ในส่วนของการจัดการด้านพื้นที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน และเราต้องมาคิดต่อในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่นๆ อาทิ ทะเลทิพย์คีรี เขาจังโหลน ฯลฯ”

โดยเบื้องต้นผู้เข้าร่วมประชุมเห็นด้วยและพร้อมเสียสละที่ดินเพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวรอบเขาคูหา ส่วนโครงการพัฒนาป่าเพื่อการเรียนรู้และนันทนาการเขาคูหา กรมป่าไม้ โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) เป็นผู้รับผิดชอบ ควบคุม ดูแล และบำรุงรักษาพื้นที่

โดยเน้นการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน อาทิ อบจ.สงขลา ร่วมพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว เทศบาลตำบลคูหาใต้ เจ้าของพื้นที่ดูแลภาพรวมและการบริการนักท่องเที่ยว พร้อมจะมีการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพื่อใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/29291/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DJ19QB6fEObi67czQZc46