Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “หมอดูต๊อกแต๊ก เอ4” ชวน “น้ำตาล ชลิตา” เสริมความปังบวงสรวงพญานาคศรีสุทโธ

    “หมอดูต๊อกแต๊ก เอ4” ชวน “น้ำตาล ชลิตา” เสริมความปังบวงสรวงพญานาคศรีสุทโธ

    ยกให้เป็นเจ้าพิธีสายมูตัวจริง สำหรับหมอดูเงินล้าน “ต๊อกแต๊ก เอ4” ดร.ณฐอร นพเคราะห์ ที่ล่าสุดจัดทริปมู เปิดเส้นทางท่องเที่ยวสายศรัทธา “บวงสรวงพญานาคศรีสุทโธ ๙ เดือน ๙” โดยได้รับการสนับสนุนจาก นางสาววิสสุตา เรืองรังษีดิษกุล…

    Home / PR NEWS / “หมอดูต๊อกแต๊ก เอ4” ชวน “น้ำตาล ชลิตา” เสริมความปังบวงสรวงพญานาคศรีสุทโธ

    แบ่งปัน

    ยกให้เป็นเจ้าพิธีสายมูตัวจริง สำหรับหมอดูเงินล้าน “ต๊อกแต๊ก เอ4” ดร.ณฐอร นพเคราะห์ ที่ล่าสุดจัดทริปมู เปิดเส้นทางท่องเที่ยวสายศรัทธา “บวงสรวงพญานาคศรีสุทโธ ๙ เดือน ๙” โดยได้รับการสนับสนุนจาก นางสาววิสสุตา เรืองรังษีดิษกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอุบลราชธานี และคณะเป็นผู้จัดงาน พร้อมด้วยนักแสดงสาวสายมู น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มาร่วมเสริมความปังในครั้งนี้

    สำหรับกิจกรรมในวันมงคล หมอดูต๊อกแต๊ก เอ4 ได้นำทีมผู้มีจิตศรัทธาแรงกล้าบวงสรวงพญานาคสีรุ้ง ณ วัดพระธาตุหนองบัว ต่อด้วยกราบสักการะพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง ณ วัดมหาวนาราม และเดินทางต่อไปยังลานพญานาคพ่นทรัพย์ วัดป่าปากโดม พร้อมทั้งขอพรพญานาคสีทองที่วัดหลวง และปิดท้ายด้วยการปล่อยปลาต่อชีวิตริมแม่น้ำมูล เรียกได้ว่าอเมซิ่งสุดๆ เพราะทันทีที่เสร็จสิ้นพิธี นักแสดงสาว น้ำตาล ชลิตา ก็มีงานติดต่อเข้ามาพร้อมกันถึง 2 งานเลยทีเดียว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mthai.com/news/pr/396926.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0A0xA-K6aRBzyiaJh4lwZJ

  • อบจ.อุดรธานีจัดใหญ่ โรลเลอร์สกีครั้งแรกในจังหวัด หนุนกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ

    อบจ.อุดรธานีจัดใหญ่ โรลเลอร์สกีครั้งแรกในจังหวัด หนุนกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ

    13 กันยายน 2568 20:38 น.  อุดม ปิดตาทานัง ข่าวทั่วไทย

    วันที่ 13 ก.ย. 2568 นายศราวุธ เพชรพนมพร นายก อบจ.อุดรธานี มอบหมายให้ พ.จ.อ.ธวัฒชัย ชาญชำนิ รองปลัด อบจ.อุดรธานี เป็นประธาน กล่าวให้โอวาทแก่นักกีฬา มอบเงินรางวัลและถ้วยรางวัล ให้กับผู้ชนะการแข่งขัน กีฬา โรลเลอร์สกี ตามโครงการจัดการแข่งขัน มหกรรมกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ จ.อุดรธานี ประจำปี พ.ศ. 2568  โดยมี น.ส.รัชนีวรรณ เจริญชัย ผอ.กองการท่องเที่ยว และ กีฬา อบจ.อุดรธานี นางนิลวรรณ กฤษณสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายนันทนาการ  นายวราวุฒิ ศรีจันทร์ดี หน.ฝ่ายการประชาสัมพันธ์ บุคลากรเจ้าหน้าที่กองการท่องเที่ยวละกีฬา อบจ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่กองช่าง อบจ.อุดรธานี และ คณะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ควบคุมทีม คณะกรรมการจัดการแข่งขัน เข้าร่วมในพิธี ณ สนามแข่งขันชั่วคราว ทุ่งศรีเมืองอุดรธานี ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี

    นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก “น้องชมพู่” อาเยเซ กัมเปออล (Angese Campeol) ลูกครึ่งสาวไทย-อิตาลี หนึ่งในตัวแทนของไทยในเวทีกีฬาระดับโลก ผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬาฤดูหนาวของไทย เธอเกิดที่เมืองโตริโน่ ประเทศอิตาลี และครอบครัวตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ จ.อุดรธานี ตั้งแต่ตอนที่เธออายุเพียง 5 ขวบ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ผลงานล่าสุดปรากฎเป็นที่ประจักษ์เมื่อน้องได้ขึ้นทำเนียบนักกีฬาในพิพิธภัณฑ์โอลิมปิก จากการคว้าเหรียญเงินประวัติศาสตร์ในกีฬายูธโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย มีนักกีฬาที่ได้รับเกียรติในการนำชุดกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ แสดง ณ พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก คือ นางสาวปวีณา ทองสุก นักกีฬาทีมชาติไทย เจ้าเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬายกน้ำหนัก ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 28 (ฤดูร้อน) ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ สำหรับในครั้งนี้ น้องชมพู่ ถือเป็นนักกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ฤดูหนาวทีมชาติไทยคนแรกที่ได้รับโอกาสในการส่งมอบชุดแข่งขัน เพื่อนำไปจัดแสดง ไว้ ณ พิพิธภัณฑ์โอลิมปิก และถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของการกีฬาไทย (ข้อมูลบางส่วนจากเพจกองประชาสัมพันธ์ กกท.) ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆชาว จ.อุดรธานี และน้องๆชาวไทย ทุกคนที่สนใจในกีฬาชนิดนี้ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/651073&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0P1LkXiarGn-w6dOwDxFMF

  • “สว.พิสิษฐ์” สับ รัฐบาลชุดเก่า ล้มเหลวจัดซีเกมส์

    “สว.พิสิษฐ์” สับ รัฐบาลชุดเก่า ล้มเหลวจัดซีเกมส์

    ข่าว

    “สว.พิสิษฐ์” สับ รัฐบาลชุดเก่า ล้มเหลวจัดซีเกมส์

    14 กันยายน 2025 – 11:19

    Featured Image

    “สว.พิสิษฐ์” สับ รัฐบาลชุดเก่าล้มเหลวจัดซีเกมส์ ปล่อยปัญหาบานปลาย ไร้ความคืบหน้า ฝาก รบ.ใหม่ เร่งทำด่วน ห้ามเลื่อน-ห้ามเปลี่ยนเจ้าภาพ

    นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา กล่าวถึงปัญหาการจัดกีฬาซีเกมส์ว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาเยอะมาก ทั้งงบประมาณ ทั้งการถ่ายทอดสดทั้ง สนามแข่งขัน รวมถึงที่พักนักกีฬา แม้กระทั่งตัวมาสคอตที่จะใช้เป็นสัญลักษณ์ก็ยังตกลงกันไม่ได้ ที่ประชุม กมธ.มีการหารือกันว่า เราจะดําเนินการต่ออย่างไรบ้าง เพราะปัญหามีหลายด้านมาก เช่น งบประมาณด้านการบริหารจัดการ ซึ่งตอนนี้เราก็ต้องช่วยกันกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงกับ กมธ.ว่า ตอนนี้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว

    นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาหลักอยู่ที่ความไม่ชัดเจนของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา จนทำให้หลายฝ่ายกังวล โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยต้องจัดการแข่งขันใน 3 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ สงขลา และชลบุรี ซึ่งมีความแตกต่างด้านสถานที่และการจัดการ อีกทั้งระบบถ่ายทอดสดซึ่งต้องผ่านสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเพื่อขายลิขสิทธิ์แก่ชาติสมาชิก ก็ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไร

    “รัฐบาลชุดที่แล้วไม่ได้ทําอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย คิดว่า รัฐบาลชุดใหม่น่าจะมีศักยภาพพอที่จะทำให้สำเร็จได้ แม้เราจะมีเวลาแค่ 3 เดือน แต่ยังเชื่อมั่น และฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ ขอให้ทำเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เวลาเราเหลือน้อยก็จริงแต่ขอให้ทุกอย่างพร้อมเท่าที่จะทำได้”

    นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า กีฬาซีเกมส์คือ เวทีในการแสดงศักยภาพและภาพลักษณ์ของประเทศ ไม่ต่างจากมหกรรมกีฬานานาชาติอื่น ๆ ที่ไทยเคยจัดมา แต่หากล้มเหลวหรือเกิดความไม่พร้อมย่อมจะส่งผลต่อชื่อเสียงของชาติอย่างหนัก และสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น คือ การเลื่อนการแข่งขันหรือแม้แต่การเปลี่ยนเจ้าภาพ เพราะจะทำให้ประเทศไทยเสียศักดิ์ศรีและความน่าเชื่อถือในสายตานานาชาติ เราไม่ควรปล่อยให้ซีเกมส์กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าดำของประเทศ

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_933877/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wUz0562mU6xx0S2XF5q7X

  • ช้อปสนุกสุดคุ้ม!! “Woww…ของดีราชบุรี” ช้อป ชิม ชิล ครบในงานเดียว ที่เซ็นทรัล นครปฐม

    ช้อปสนุกสุดคุ้ม!! “Woww…ของดีราชบุรี” ช้อป ชิม ชิล ครบในงานเดียว ที่เซ็นทรัล นครปฐม

    13 กันยายน 2568 21:06 น. สยามรัฐออนไลน์ ข่าวทั่วไทย

    จ.ราชบุรี เปิดงานยิ่งใหญ่ “Woww…ของดีราชบุรี” ขนของดีของเด่นกว่า 50 ร้านค้า สร้างสีสันที่เซ็นทรัล นครปฐม โซนสวนส้มโอ

    เมื่อวันที่ 12 ก.ย.68 นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานพิธีเปิดงาน “Woww…ของดีราชบุรี” โดยมี นางทศมนพร พุทธจันทรา พัฒนาการจังหวัดราชบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ และประชาชนที่มาร่วมงานอย่างคึกคัก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครปฐม เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดราชบุรี สร้างรายได้ให้ชุมชน รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้จังหวัดราชบุรีเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์จากชุมชนให้มีการเติบโตมากยิ่งขึ้น

    การจัดงานในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการ OTOP สินค้าชุมชน และวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัดราชบุรีเข้าร่วมกว่า 50 ร้านค้า นำสินค้าคุณภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของราชบุรีมาจัดแสดงและจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น อาหารพื้นถิ่นรสเลิศ ขนมไทยหลากหลาย งานหัตถศิลป์ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป และของฝากชื่อดัง ให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อหากันอย่างจุใจ

    จังหวัดราชบุรี ถือเป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวครบทุกมิติ ทั้งธรรมชาติอันงดงาม เช่น อุทยานหินเขางู ถ้ำจอมพล และวิถีชีวิตชุมชนที่สะท้อนวัฒนธรรมอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก กาดวิถีชุมชนคูบัว ชุมชนที่สืบสานวัฒนธรรมไทยวน และเป็นแหล่งค้าขายสินค้าชุมชน เรื่องของโอ่ง Soft Power ชื่อดังแห่งเมืองราชบุรี ตลอดจนอาหารพื้นถิ่นที่โดดเด่นทั้งคาวหวาน เช่น ขาหมูห้วยกระบอก สูตรดั้งเดิม และ หว่องฟ้ามู่ปั้น ขนมโบราณหายากของชาวจีนแคะที่มีเพียงแห่งเดียวในไทย สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และความคิดสร้างสรรค์ของคนราชบุรี

    การจัดงาน “Woww…ของดีราชบุรี” ไม่เพียงแต่เป็นเวทีในการประชาสัมพันธ์สินค้าดี สินค้าเด่นของจังหวัดราชบุรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ยังเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และชุมชน อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับการจับจ่ายสินค้า เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรี สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

    งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 16 กันยายน 2568 ที่เซ็นทรัล นครปฐม โซนสวยส้มโอ เชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของดีราชบุรี ช้อป ชิม ชิล ว้าว..ครบจบได้ในงานเดียว !!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/651078&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RYoEV-7pz7XTkFYIkGYad

  • ในที่สุดก็มีคำตอบ! วิจัยฮาร์วาร์ดเผย “ควรดื่มกาแฟวันละกี่แก้ว?” เปลี่ยนสิ่งที่เคยเชื่อไปเลย!!!

    ในที่สุดก็มีคำตอบ! วิจัยฮาร์วาร์ดเผย “ควรดื่มกาแฟวันละกี่แก้ว?” เปลี่ยนสิ่งที่เคยเชื่อไปเลย!!!

    ดื่มกาแฟวันละกี่แก้วถึงจะดีต่อสุขภาพ? งานวิจัยล่าสุดจาก Harvard มีคำตอบ

    กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของผู้คนทั่วโลก แต่คำถามที่หลายคนยังสงสัยคือ เราควรดื่มกาแฟวันละกี่แก้วถึงจะปลอดภัยและได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ?

    ดื่มกาแฟอย่างไรให้ดีต่อหัวใจและอายุยืน?

    เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้เผยแพร่งานวิจัยที่ติดตามพฤติกรรมการดื่มกาแฟของผู้หญิงกว่า 50,000 คน เป็นเวลายาวนานถึง 30 ปี ผลการศึกษาชี้ว่า การดื่มกาแฟวันละ 1-3 แก้ว (ประมาณ 200-400 มิลลิกรัมของคาเฟอีน) สามารถช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิต และดีต่อสุขภาพหัวใจ

    งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารด้านโรคหัวใจของยุโรป ยังยืนยันว่า การดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้ว ช่วยลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ สมองเสื่อม และเบาหวานชนิดที่ 2 รวมถึงอาจช่วยควบคุมน้ำหนักในระยะยาวได้อีกด้วย

    ระวัง! ดื่มมากเกินไปก็เสี่ยง

    อย่างไรก็ตาม การบริโภคคาเฟอีนมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือต้องการหลีกเลี่ยงโรคสมองเสื่อมในระยะยาว

    งานวิจัยจากสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐฯ ปี 2022 พบความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคกาแฟในปริมาณสูงกับความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจในผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง

    คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

    Roxana Ehsani นักกำหนดอาหารจากสหรัฐฯ แนะนำว่า การดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้วในช่วงก่อนเที่ยง เป็นปริมาณที่ปลอดภัยสำหรับคนทั่วไป และไม่ควรเกิน 400 มิลลิกรัมของคาเฟอีนต่อวัน

    เธอยังเสริมว่า การดื่มกาแฟควรทำหลังจากกินอาหารหรือดื่มน้ำแล้ว และควรหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลหรือครีมมากเกินไป เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อน้ำตาลในเลือด

    ขีดจำกัดคาเฟอีนที่ควรรู้

    • สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) แนะนำว่า ไม่ควรบริโภคคาเฟอีนเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน
    • ปริมาณนี้รวมคาเฟอีนจากชา เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม และช็อกโกแลตด้วย
    • ระดับคาเฟอีนที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย สุขภาพ และเวลาที่ดื่ม

    ใครบ้างที่ควรระวัง?

    • หญิงตั้งครรภ์ ควรลดปริมาณคาเฟอีนให้น้อยลง
    • ผู้ป่วยเบาหวานหรือโรคหัวใจ ควรระวังปริมาณน้ำตาลเมื่อดื่มกาแฟ
    • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หรือปัญหาทางเดินอาหาร ควรปรับปริมาณกาแฟให้เหมาะสม
    • ผู้ที่นอนไม่หลับ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในช่วงเย็น

    ดื่มกาแฟอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์?

    เพื่อให้กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ แนะนำให้:

    • เลือกดื่มกาแฟดำหรือใส่น้ำตาลและครีมน้อยที่สุด
    • ดื่มช่วงเช้าหรือก่อนเที่ยง
    • ไม่ดื่มตอนท้องว่าง
    • ควบคู่กับพฤติกรรมสุขภาพดี เช่น กินอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย และนอนหลับเพียงพอ

    การดื่มกาแฟวันละ 1-3 แก้ว ถือเป็นปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อสุขภาพของคนทั่วไป โดยเฉพาะหากเลือกดื่มกาแฟแบบไม่เติมน้ำตาลหรือครีมมากเกินไป

    อย่างไรก็ตาม ควรสังเกตร่างกายตัวเอง และหลีกเลี่ยงหากมีอาการใจสั่น หงุดหงิด หรือหลับยากหลังดื่มกาแฟ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9843026/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35yVlhMF3tdduI7fYRs9xa

  • พร้อมยัง! ไปวิ่งข้ามโขงซีซั่น7 นครพนมจัดสัมผัสหนาว 2 ประเทศ

    พร้อมยัง! ไปวิ่งข้ามโขงซีซั่น7 นครพนมจัดสัมผัสหนาว 2 ประเทศ

    วันอาทิตย์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.17 น.

    พร้อมยัง !! ไปวิ่งข้ามโขงซีซั่น 7 กัน นครพนมจัดสัมผัสหนาว 2 ประเทศ selfie ตะวันขึ้นยอดเขา ชมหมอกขาว ไอน้ำกลางสะพานไทย-ลาว

    14 กันยายน 2568 ที่ลานพนมนาคา ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม จัดงานแถลงข่าวกิจกรรม “เดิน–วิ่งข้ามโขง นครพนม–คำม่วน 2025” ณ ลานพนมนาคา อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ได้เปิดแถลงข่าวการแข่งขันเดิน-วิ่ง ข้ามโขง “นครพนม-คำม่วน 2568 ” Nakhon Phanom – Khammouan 2025” ในวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 68 ที่จะถึงนี้  ณ สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม–คำม่วน) ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม โดยเป็นปีที่ 7 ที่จัดต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี 2562

    โดยมี นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นางสาวสุภาภรณ์ นิรมาณการย์ ประธานมูลนิธิศรีโคตรบูร  นายภาสกร พุทธานุภากร ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยฯ (ผอ.กกท.นครพนม) พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ รอง  ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.ต.ท.หญิง ณิชาภัทร พงษ์ภักดี สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองนครพนม นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม นายสุรชัย สูตรสุวรรณ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม (รอง สสจ.ฯ) และ นางสาวนงนุช สีดาน้อย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม (ผอ.ทกจ.ฯ)  ร่วมแถลงถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน

    นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผวจ.นครพนม กล่าวว่า งานปีนี้ถือเป็นการกลับมาที่ทุกคนรอคอย และเป็นก้าวสำคัญสู่การยกระดับมาตรฐานสนามวิ่งสากล (World Athletics) ภายใน 2 ปีข้างหน้า เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ด้าน Sport Tourism กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความภาคภูมิใจแก่ชาวนครพนม

    ด้าน นางสาวสุภาภรณ์ นิรมาณการย์ ประธานมูลนิธิศรีโคตรบูร   กล่าวว่า มูลนิธิฯ ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ และคนพิการ ฯลฯ รวมทั้งสนับสนุนสถานพยาบาลในพื้นที่ ในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการรักษาผู้ป่วย เพื่อมาดูแลประชาชน ทั้งนี้มูลนิธิฯมีความตั้งใจในการสืบสานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง โดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลาง รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะนำไปสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เช่น การพัฒนาเยาวชน กีฬา และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

    ซึ่งในการแถลงข่าวได้มี เดี่ยว-สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล ดารานักแสดง และ เอิร์ท-นิโรธ รื่นเจริญ ครีเอเตอร์สายวิ่ง สมญานาม”นักวิ่งฟูลเทิร์น”  ร่วมยืนยันความประทับใจ โดยได้เปิดเผยว่าตั้งใจถ่ายทอดบรรยากาศ และความสวยงามสองฝั่งโขง ตนมาครั้งแรกก็หลงเสน่ห์นครพนมซะแล้ว ด้าน โหน่ง-จิรศักดิ์ กีกาศ ประธานชมรมวิ่งจังหวัดนครพนม ย้ำถึงความสนุกที่ได้จากการวิ่งร่วมกับนักวิ่งหลายพันคน เชื่อว่าทุกคนที่มาจะกลับไปด้วยความประทับใจ

    โดยกิจกรรมเดิน-วิ่งข้ามโขง นครพนม-คำม่วน 2025 ระเบิดความสนุกในวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2568 ณ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 เชิญนักวิ่งร่วมดื่มด่ำบรรยากาศยามเช้า ชมพระอาทิตย์ลอยโผล่ขึ้นจากยอดเขาหินปูนฝั่งลาว พร้อมกับหมอกขาว และแสงแดดอ่อนๆสาดกระทบไอน้ำในลำน้ำโขง นักกีฬาสามารถเก็บเกี่ยวความประทับใจบนสะพานได้อย่างเต็มอิ่ม โดยเปิดรับสมัครนักวิ่งไทย-ลาว และนักวิ่งนานาชาติร่วมสร้างประวัติศาสตร์ที่:https://run.checkrace.com/event/nsmh5K ปิดรับสมัครวันที่ 30 กันยายน นี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ฝ่ายประชาสัมพันธ์งานวิ่งข้ามโขง นครพนม-คำม่วน 2025 Facebook:เดิน วิ่งข้ามโขง นครพนม-คำม่วน โดยได้รับเสื้อกีฬาเดินวิ่งข้ามโขง นครพนม-คำม่วน ซีซั่น 7 เป็นที่ระลึก ซึ่งดีไซน์เนอร์ออกแบบอย่างประณีต บางเบาซับเหงื่อได้ดี พื้นเป็นลายผ้ามุก ซึ่งเป็นลายผ้าประจำจังหวัดนครพนม

    สำหรับกิจกรรมเดิน-วิ่งข้ามโขง เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดนครพนมกับแขวงคำม่วน สปป.ลาว ที่เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 เปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 ใช้เป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งด้านการค้า และการท่องเที่ยว เชื่อมโยงจากไทย สปป.ลาว เวียดนาม และภาคใต้ของประเทศจีน

    การจัดงานเดินวิ่งข้ามโขงครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อปี 2562 มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน และ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อดีต ผบ.ตร. และอดีต สว. เป็นผู้ริเริ่ม โดยได้จัดสืบเนื่องติดต่อกันมาทุกปี ปีนี้เป็นครั้งที่ 7 หรือ Season 7

    ทั้งเป็นการยกระดับและพัฒนาสามเหลี่ยมการท่องเที่ยว ในกลุ่มจังหวัดสนุก ได้แก่ สกลนคร นครพนม และ มุกดาหาร เชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยว นักกีฬาทั่วประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติ ให้มาสัมผัสบรรยากาศที่สวยงาม และอบอุ่นเป็นกันเองของชาวนครพนม ส่งเสริมภาพลักษณ์ยกระดับเป็นเมืองหลักแห่งการท่องเที่ยวและพักผ่อน

     นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการกีฬา ให้เป็นที่ยอมรับจากทั้งภายในและต่างประเทศ ถึงมาตรฐานการจัดการแข่งขันที่เป็นไปตามหลักสากล และยังเป็นงานวิ่งมหากุศล รายได้เข้ามูลนิธิศรีโคตรบูร เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ คนพิการในพื้นที่จังหวัดนครพนม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/914127&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WTKIeDjMkNFjQBLS4EUXM

  • “พะเยา-เชียงราย- แพร่-น่าน” พร้อมระเบิดศึกใหญ่จัดงาน “วิ่งเลาะเวียง ชมวัฒนธรรม 4 เมืองล้านนาตะวันออก” | เดลินิวส์

    “พะเยา-เชียงราย- แพร่-น่าน” พร้อมระเบิดศึกใหญ่จัดงาน “วิ่งเลาะเวียง ชมวัฒนธรรม 4 เมืองล้านนาตะวันออก” | เดลินิวส์

    นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นายภานุพันธ์ เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา, นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย, นางสาวนิสา สังข์ศร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่, นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน และ นางสาวกัญญ์นลิน อิทธิวัชรศิลป์ หรือน้องกอล์ฟ นางฟ้าแห่งวงการสายสปอร์ต ร่วมแถลงข่าว กิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก  ณ ท็อปส์ พลาซ่า พะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

    สำหรับกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออกในครั้งนี้ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประกอบด้วย พะเยา, เชียงราย, น่าน และแพร่ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและพัฒนาเศรษฐกิจในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์โดยจะจัดกิจกรรมจำนวน 7 ครั้ง เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก (เวียงพางคำ พะเยา, เวียงเชียงรุ้ง เชียงราย, เวียงน่าน น่าน และเวียงแพร่ แพร่) จำนวน 4 ครั้ง

    การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ มาราธอน ระยะทาง 42 กม., ฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กม., Fun RUN ระยะทางไม่น้อยกว่า 5 กม. และวิ่ง กิน เที่ยว Kilo Run ระยะทาง 2.5 กม. มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนไม่น้อยกว่า 700 คน/ครั้ง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    สำหรับการแข่งขันจะเริ่มขึ้นที่จังหวัดแพร่ สนามที่ 1 วิ่งเลาะเวียง1 เวียงแพร่  แพร่ ระหว่างวันที่ 25-26 ต.ค.68 โดยมีจุดสตาร์ตและเส้นชัย ณ สนามหลวงแพร่ สวนสุขภาพหรือสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะประจำจังหวัดแพร่ โดยเส้นทางวิ่งผ่านวัดจอมสวรรค์ วัดผาสุก วัดพระธาตุดอยกู่แก้ว เมฆวนาราม วัดท่าขวัญ อีกทั้งยังชมวิวทิวทัศน์สวยงามของสะพานวังหงส์ และบึงยมหลง

    สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียง 2 เวียงน่าน น่าน ระหว่างวันที่ 8-9 พ.ย.68 มีจุดสตาร์ตและเส้นชัย ที่ข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน โดยเส้นทางวิ่งผ่านวัดพระธาตุแช่แห้ง วัดไชยภูมิ วัดทุ่งเม็ง ถ้ำผาตูบ ชมวิวทิวทัศน์สวยงามของเมือง

    สนามที่ 3 วิ่งเลาะเวียง 3 เวียงเชียงรุ้ง เชียงราย ระหว่าง วันที่ 22-23 พ.ย.68 จุดสตาร์ท-เส้นชัย บริเวณ โรงเรียนอนุบาลเวียงเชียงรุ้ง ตำบลทุ่งก่อ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางวิ่งผ่านสันไทรงาม หนองหน้าผา วัดร่องหวาย อีกทั้งยังวิ่งผ่านสวนทุเรียนอันร่มรื่น

    สนามที่ 4 วิ่งเลาะเวียง 4 เวียงพางคำ พะเยา  ระหว่างวันที่ 6-7 ธ.ค.68 มีจุดสตาร์ท และเส้นชัย  อยู่ที่ สวนสุขภาพ 100 ปี ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยเส้นทางวิ่งผ่าน วัดศรีบุญเรือง วัดทุ่งวัฒนาราม ชมทิวทัศน์ของวัดและศาสนสถานสำคัญตลอดเส้นทาง

    นอกจากกิจกรรมหลักวิ่งเลาะเวียงทั้ง 4 สนามแล้ว ยังมีกิจกรรมวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ซึ่งจะทำการแข่งขันก่อนจำนวน  3 ครั้งโดยแบ่งออกเป็นดังนี้ 1 กิจกรรมวิ่ง Night Run กว๊านพะเยา ระยะทาง 5 กม. และ 10 กม. ระหว่างวันที่ 26-27 ก.ย.68 ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา, 2 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเชียงม่วน ระยะทาง 5 กม. และ 10 กม. ระหว่างวันที่ 4-5 ตุลาคม 2568 ณ ฝั่งต้าไชยสถาน อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา, 3 กิจกรรมวิ่งเทรลแม่ปืม ณ อุทยานแห่งชาติแม่ปืม ระหว่างวันที่ 18-19 ต.ค.68 อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา

    นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวถึงภาพรวมและความพร้อมในการจัดงานใหญ่ครั้งนี้ว่า ทุกกิจกรรมที่จังหวัดพะเยาเป็นเจ้าภาพ  ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมในทุกด้านไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น สนามแข่งขัน ที่พัก อาหาร ซึ่งด้านมาตรฐานและความปลอดภัย จะมีเจ้าหน้าที่ผู้มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ผ่านการอบรมจากหน่วยงานราชการ คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มางานอย่างเต็มที่

    นอกจากนี้ในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่ง ผู้ติดตาม หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวทั่วไป ได้ร่วมสนุกเดินทางตามสถานที่ที่กำหนดเข้าร่วมทำกิจกรรม รวมทั้งเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกภายในพื้นที่ ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับตราแสตมป์ลงในพาสปอร์ตกิจกรรม เมื่อสะสมครบตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถนำมาแลกรับของรางวัลได้ ซึ่งนับเป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมการวิ่งเข้ากับการท่องเที่ยว สร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทาง กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นตลอดจนช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

    เช่นเดียวกับทางด้านตัวแทนท่องเที่ยวและกีฬาจากทั้ง 4 สนาม นางสาวนิสา สังข์ศร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่,  นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน, นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย และนายภานุพันธ์ เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา ต่างเปิดเผยและยืนยันความมั่นใจในการเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมวิ่งเลาะเวียงในทุกสนาม ปี 2568 มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในทุกด้าน และยังได้เตรียมกิจกรรมความสนุกไว้สร้างความสุขให้แก่นักวิ่ง และนักท่องเที่ยวที่มาร่วมกิจกรรมได้ประทับใจตลอดการจัดงานในปีนี้อย่างแน่นอน

    สำหรับกิจกรรมวิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออกในครั้งนี้ จัดขึ้นตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 2 ที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน มีเป้าหมายปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวให้พึ่งพานักท่องเที่ยวในประเทศและมีการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจมากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย และรายได้จากการท่องเที่ยวเมืองรอง และจากแนวทางการพัฒนาภาคเหนือ และแนวทางการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย, จังหวัดพะเยา,จังหวัดน่าน และจังหวัดแพร่ ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์คุณภาพสูง บนฐานวัฒนธรรมร่วมสมัยและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน โดยมีทิศทางการพัฒนาส่งเสริมการตลาดประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวผ่านรูปแบบการตลาดที่น่าสนใจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาค ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 

    สำหรับนักกีฬาที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่  FB: วิ่งเลาะเวียง เมืองล้านนาตะวันออก
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61565690733307&mibextid=ZbWKwL

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5110918/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3I6xOSfVIwMipCZKUMjhAH

  • โตโยต้า รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ | เดลินิวส์

    โตโยต้า รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5108724/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23MO5gS-dSXnXn0x7AHJtH

  • ผลโพลชี้ “รัฐบาลอนุทิน” เสียงข้างน้อยจะไม่มีเสถียรภาพ มองอยู่ครบ 4 เดือนตามข้อตกลง

    ผลโพลชี้ “รัฐบาลอนุทิน” เสียงข้างน้อยจะไม่มีเสถียรภาพ มองอยู่ครบ 4 เดือนตามข้อตกลง

    ผลสำรวจนิด้าโพล คนมองรัฐบาลเสียงข้างน้อยภายใต้ “นายกฯ อนุทิน” จะไม่มีเสถียรภาพ ทำงานด้วยความยากลำบาก คาดอยู่ครบ 4 เดือนตามข้อตกลง เห็นด้วยที่พรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาล

    วันที่ 14 กันยายน 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

    เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชน พบว่า

    • ร้อยละ 35.88 ระบุว่า รัฐบาลจะไม่มีเสถียรภาพ ทำงานด้วยความยากลำบาก เพราะต้องเจรจากับพรรคประชาชนตลอด
    • ร้อยละ 30.31 ระบุว่า การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้
    • ร้อยละ 23.66 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย
    • ร้อยละ 23.21 ระบุว่า เห็นด้วยกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย
    • ร้อยละ 23.05 ระบุว่า รัฐบาลจะมีเสถียรภาพ ทำงานได้ราบรื่น จากการสนับสนุนของพรรคประชาชน
    • ร้อยละ 21.45 ระบุว่า ในท้ายที่สุด รัฐบาลจะขัดแย้งกับพรรคประชาชน
    • ร้อยละ 10.61 ระบุว่า ในท้ายที่สุด ข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน จะถูกฉีก
    • ร้อยละ 10.53 ระบุว่า รัฐบาลอยู่ไประยะหนึ่ง จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากเอง
    • ร้อยละ 8.17 ระบุว่า นายอนุทิน ควรรอเป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลเสียงข้างมากหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า
    • ร้อยละ 5.34 ระบุว่า พรรคประชาชนควรเข้าร่วมรัฐบาลด้วย เพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก
    • ร้อยละ 4.12 ระบุว่า ในท้ายที่สุด พรรคประชาชนจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยล้มรัฐบาล
    • ร้อยละ 0.99 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ส่วนคำถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อระยะเวลาในการบริหารรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายกรัฐมนตรีอนุทิน พบว่า

    • ร้อยละ 56.26 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ครบ 4 เดือนตามข้อตกลง
    • ร้อยละ 27.79 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ได้นานกว่า 4 เดือน
    • ร้อยละ 14.58 ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ไม่ถึง 4 เดือน
    • ร้อยละ 1.37 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ขณะที่ความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่พรรคประชาชนสนับสนุน นายอนุทิน ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พบว่า

    • ร้อยละ 30.38 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย
    • ร้อยละ 23.36 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย
    • ร้อยละ 23.13 ระบุว่า เห็นด้วยมาก
    • ร้อยละ 22.67 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย
    • ร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ในช่วงท้ายเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่พรรคประชาชนไม่เข้าร่วมรัฐบาล พบว่า

    • ร้อยละ 32.98 ระบุว่า เห็นด้วยมาก
    • ร้อยละ 23.35 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย
    • ร้อยละ 22.52 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย
    • ร้อยละ 19.39 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย
    • ร้อยละ 1.76 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2882662&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3u96FJrj8OV_QhH-WD_yTX

  • ‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ประกาศชัด ส่งเรือยอร์ชมารับก็ไม่กลับ‘ปชป.’ เตรียมเปิดตัว‘พรรคไทยก้าวใหม่’

    ‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ประกาศชัด ส่งเรือยอร์ชมารับก็ไม่กลับ‘ปชป.’ เตรียมเปิดตัว‘พรรคไทยก้าวใหม่’

    วันอาทิตย์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568, 11.16 น.

    ‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ประกาศชัด ส่งเรือยอร์ชมารับก็ไม่กลับ‘ปชป.’ เตรียมเปิดตัว‘พรรคไทยก้าวใหม่’

    14 กันยายน 2568 นายเทพชัย หย่อง สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

    “มีเสียงเรียกร้องให้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กลับไปช่วยกอบกู้พรรคประชาธิปัตย์ หลังเฉลิมชัยลาออกจากหัวหน้าพรรค

    แต่ ดร.เอ้ ประกาศชัดเจนต่อหน้าเพื่อนๆ พี่ๆ เมื่อวานนี้ว่า “ถ้าผมเดินหน้าทำอะไร จะไม่มีการถอยกลับ ผมว่ายน้ำออกมาขนาดนี้แล้วก็คงไม่ว่ายกลับไป”

    ถึงจะส่งเรือยอร์ชมารับก็ไม่กลับ

    ตอนนี้กำลังเตรียมเปิดตัวพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ “พรรคไทยก้าวใหม่” ที่จะชูเรื่องการศึกษาเป็นนโยบายหลัก”

    -005

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/914118&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VBNX_uBVP4M7jpJ6_hxIe