Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • บุ๋ม ปนัดดา นำโครงการคืนรอยยิ้มสู่พี่น้องชายแดน โดย มูลนิธิองค์กรทำดีเติมเต็มความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับพี่น้องชาวสระแก้ว

    บุ๋ม ปนัดดา นำโครงการคืนรอยยิ้มสู่พี่น้องชายแดน โดย มูลนิธิองค์กรทำดีเติมเต็มความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับพี่น้องชาวสระแก้ว

    บุ๋ม ปนัดดา นำโครงการคืนรอยยิ้มสู่พี่น้องชายแดน โดย มูลนิธิองค์กรทำดีเติมเต็มความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับพี่น้องชาวสระแก้ว


    20/09/2568 | 45 |

    วันนี้ 20 ก.ย.68 ที่ โรงเรียนทัพพระยาพิทยา ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มูลนิธิองค์กรทำดี โดย บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พร้อมด้วย นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีต รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายอำเภอโคกสูง ผู้แทนกองกำลังบูพา นายกเทศมนตรีตำบลโคกสูง และศิลปินใจบุญ ที่จะมาร่วมสร้างสีสัน นำทีมโดย ลำยอง หนองหินห่าว, เอ็มมี่ แม็กซิม, เชน เดอะสตาร์, หญิง ฐิติกานต์,นุช วิลาวัลย์, อรชร เชิญยิ้ม, เจ คำมั่นเรคคอร์ด, น้องจื้อหลิง, สมหญิง อินฟลูเอนเซอร์

    สำหรับกิจกรรมในงาน มีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่ชายแดน มอบสิ่งของให้กับผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิด มอบสิ่งของให้กับประชาชนตามแนวชายแดน มินิคอนเสิร์ต สุดพิเศษ และอิ่มอร่อยกับโรงทานฟรี ๆ ทั้งส้มตำ ยำแซ่บ ๆ และลูกชิ้นทอด ร่วมสนุกกับพิธีกรดีเจแซงค์ เตชสิทธิ์ กิจกรรมเล่นเกมส์ พร้อมรับของรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกหลายรายการอย่างมีความสุข


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/425158&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EizW4CbY3OQN4eE213atO

  • ไวรัลโจทย์เลข ม.2 จากยุโรป เพราะคนเอเชียวิจารณ์ “ง่ายเกินคาด” เด็กประถมยังทำได้!

    ไวรัลโจทย์เลข ม.2 จากยุโรป เพราะคนเอเชียวิจารณ์ “ง่ายเกินคาด” เด็กประถมยังทำได้!

    โจทย์คณิตศาสตร์ชั้น ม.2 จากยุโรป กลายเป็นไวรัลเพราะคนเอเชียวิจารณ์ว่า “ง่ายเกินคาด” เด็กประถมยังทำได้!

    สื่อสังคมออนไลน์เพิ่งจะเกิดกระแสฮือฮา เมื่อมีภาพถ่ายชุดโจทย์คณิตศาสตร์ระดับชั้น ม.2 (เทียบเท่าประมาณ Grade 8) จากโรงเรียนในยุโรป ซึ่งหลายคนถึงกับตกใจ เพราะเนื้อหาของโจทย์นั้น “ง่ายเกินคาด” จนเด็กประถมยังสามารถทำได้สบายๆ

    แม่ผู้ปกครองเผย โจทย์ง่ายจนไม่อยากเชื่อว่าเป็นของ ม.2

    เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อเด็กชาวเวียดนามคนหนึ่ง พาเพื่อน 2 คนมาที่บ้าน คนหนึ่งจากเบลเยียม อีกคนจากไซปรัส พร้อมนำโจทย์คณิตศาสตร์มาขอให้แม่ช่วยอธิบาย เนื่องจากแม้เจ้าตัวจะสามารถทำได้ แต่ไม่รู้วิธีอธิบายเป็นภาษาอังกฤษให้เพื่อนเข้าใจ

    ตอนแรกแม่ของเด็กคนนี้ปฏิเสธ เพราะคิดว่าความรู้คณิตศาสตร์ระดับมัธยมต้นของตัวเองอาจจะลืมไปบ้าง แต่เมื่อหยิบกระดาษขึ้นมาดู กลับต้องประหลาดใจ เพราะทุกข้อเป็นเพียงแค่การบวก ลบ คูณ หาร และคำถามเชิงตรรกะเบื้องต้นที่เด็กประถมก็สามารถเข้าใจและทำได้

    “ฉันคิดว่านี่น่าจะเป็นโจทย์ระดับ ป.4 มากกว่า ไม่ใช่ ม.2 แน่ ๆ” ผู้ปกครองรายนี้กล่าว

    ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ ทั้งตกใจและรู้สึกสนุก

    หลังภาพชุดโจทย์ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความเห็นอย่างหลากหลาย บางคนรู้สึกแปลกใจ บางคนก็มองว่าเป็นเรื่องน่าสนใจที่การศึกษาต่างประเทศมีแนวทางไม่เหมือนกัน

    “ม.2 แล้วโจทย์ง่ายขนาดนี้เหรอ? ของลูกเรายากกว่านี้อีก!”

    “เห็นโจทย์แล้วนึกว่าเป็นข้อสอบ ป.4 ซะอีก”

    “เซอร์ไพรส์มาก ไม่คิดว่าคณิตศาสตร์ยุโรปจะง่ายขนาดนี้”

    “ดูโจทย์แล้วทั้งแปลกใจและอยากลองทำดูเลย”

    “จริงนะ แต่ละประเทศก็มีวิธีสอนที่แตกต่างกัน และแต่ละแบบก็มีข้อดีของตัวเอง”

    การเรียนคณิตศาสตร์ ยุโรป vs เอเชีย

    คำถามที่หลายคนสงสัยก็คือ “เรียนคณิตศาสตร์ในยุโรปง่ายกว่าที่เอเชียจริงหรือ?” คำตอบอาจไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น เพราะแต่ละภูมิภาคมีปรัชญาการศึกษาที่แตกต่างกัน

    ในฝั่งยุโรปหรืออเมริกาเหนือ การเรียนการสอนคณิตศาสตร์มักจะเน้นไปที่การ พัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการนำเสนอเหตุผล มากกว่าการหาคำตอบที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว นักเรียนถูกกระตุ้นให้ค้นหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง และใช้จินตนาการในการอธิบายโจทย์

    ในขณะที่ระบบการศึกษาคณิตศาสตร์ของหลายประเทศในเอเชีย เช่น เวียดนาม จีน หรือแม้แต่ไทย เน้นความแม่นยำ การฝึกฝนซ้ำ ๆ และการแก้โจทย์ให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง โดยเริ่มจากพื้นฐานไปสู่ระดับสูงอย่างมีระบบ

    แม้แนวทางจะต่างกัน แต่ต่างก็มีข้อดีในตัวเอง ระบบตะวันตกช่วยส่งเสริม ความคิดสร้างสรรค์ และ ทักษะการแก้ปัญหาในชีวิตจริง ส่วนระบบเอเชียเน้น ความชัดเจน มีวินัย และความสามารถในการจัดการกับโจทย์ที่ซับซ้อน

    ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาหลายคนเห็นตรงกันว่า “ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดในทุกกรณี” เพราะแต่ละแบบต่างก็สะท้อนค่านิยมและวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค

    แทนที่จะตั้งคำถามว่า “คณิตศาสตร์ประเทศไหนง่ายกว่ากัน” สิ่งสำคัญกว่าคือการเข้าใจรูปแบบการเรียนรู้ของตัวเอง และเลือกใช้แนวทางที่เหมาะสมที่สุด เมื่อสามารถผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองระบบได้ นักเรียนจะไม่เพียงแค่เก่งคณิตศาสตร์ในห้องเรียน แต่ยังสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9845594/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2F1cl3uCf3TTZNu3g2ttep

  • กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    MOE E-Services

    บริการออนไลน์

    ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข่าวประกาศ

    announce

    ข่าวอื่นๆ

    NEWS & UPDATE

    • ทุนพระราชทาน มทศ.
    • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
    • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    • ดูทั้งหมด

    26 ส.ค. 65

    22 ก.ย. 64

    เบื้องหลังความสำเร็จของครูดีเด่น “มนูญ ทิตย์วัลลี” ครูผู้ดูแลนักเรียนทุนพระราชทาน รุ่นที่ 9 ในโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2563

    21 ก.ย. 64

    “ครูเกม” ทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี (ตชด.)

    18 ก.ย. 64

    กระทรวงศึกษาธิการ พาไปพูดคุยกับ น.ส.เบญจวรรณ แสงเลื่อน นักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 9

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาซื้อเครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน ชนิดตั้งพื้นหรือชนิดแขวนขนาด 36,000 บีทียู จำนวน 20 เครื่อง

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาจ้างจัดทำหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 130 ปี 1 เมษายน 2565

    25 ก.พ. 65

    ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เรื่องทำเข็มที่ระลึก เสมาคุณูปการ ประจำปี 2565

    23 ก.พ. 65

    ประกาศเชิญชวนเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประสิทธิภาพสูงเพื่อจัดทำ Web server

    30 ก.ค. 67

    16 ก.พ. 66

    30 ต.ค. 62

    โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรม เป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

    30 ต.ค. 62

    โครงการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ผูกู้ยืมเงิน กยศ. ด้วย e-Learning หลักสูตรเงินทองต้องวางแผน

    ข่าวประชาสัมพันธ์

    NEWS & UPDATE

    บทความที่น่าสนใจ

    ARTICLES

    Infographic

    หน่วยงาน ในสังกัด

    องค์กรหลัก

    องค์กรในกำกับ/องค์กรมหาชน

    สำนักงานรัฐมนตรี

    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2590%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5-%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%2598/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aeGt5aOehNtIS-JA1QMvg

  • เฉลิมพระบารมี 100 ปี

    เฉลิมพระบารมี 100 ปี

    เฉลิมพระบารมี 100 ปี “พระอัฐมรามาธิบดินทรราชา” ในหลวงรัชกาลที่ 8


    20/09/2568 | 2,266 |

    พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ในหลวงรัชกาลที่ 8 ทรงเป็นหนึ่งในพระมหากษัตริย์ที่อยู่ในใจชาวไทยอย่างยิ่ง ด้วยพระราชประวัติอันน่าทึ่ง ทรงประสูติเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี เป็นพระโอรสของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กับหม่อมสังวาลย์ มีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนาเป็นพระเชษฐภคินี และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดชเป็นพระอนุชา

    ในวัยเด็กทรงศึกษาที่เยอรมนี เสด็จศึกษาต่อนิติศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยโลซานน์ ก่อนที่จะขึ้นครองราชย์เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 แม้พระชนมายุยังน้อย แต่ก็ทรงแสดงออกถึงพระราชจริยวัตรที่งดงาม ทรงห่วงใยประชาชน ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และทรงมุ่งพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น

    พระราชกรณียกิจที่สำคัญ

    ด้านการปกครอง

    พระองค์ทรงเยี่ยมชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นครั้งแรก ณ สำเพ็ง เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกันระหว่างชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนที่เกือบจะเกิดสงครามกลางเมือง

    ด้านศาสนา

    พระองค์ได้ประกอบพิธีปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481

    ด้านการศึกษา

    พระองค์ได้มีพระราชปรารภให้มีการผลิตแพทย์เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชน โรงเรียนแพทย์แห่งที่ 2 (แห่งแรก คือ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์) จึงได้ถือกำเนิดขึ้นที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งในปัจจุบัน คือ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดงานเฉลิมพระเกียรติขึ้น เพื่อ “เทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้”

    หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ วัดสุทัศนเทพวราราม พร้อมภาคีหลายส่วน

    กิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่าง 20 – 27 กันยายน 2568 ณ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร

    มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์, ทำบุญตักบาตร, วางพานพุ่มดอกไม้, นิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ, มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม, ร้านค้าผลงานพื้นบ้าน และการประดับไฟ เป็นต้น

    ในวาระโอกาสสำคัญนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทย ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี ระหว่างวันที่ 20 – 27 กันยายน พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/425008&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VQZO8hsGccAMey0I3CQt0

  • ชีวิตไร้ทางเลือก! เปิดเบื้องลึกเหตุผลแรงงานกัมพูชา 13 คน ต้องเสี่ยงเข้าไทย

    ชีวิตไร้ทางเลือก! เปิดเบื้องลึกเหตุผลแรงงานกัมพูชา 13 คน ต้องเสี่ยงเข้าไทย

    ชีวิตไร้ทางเลือก! เปิดเบื้องลึกเหตุผลแรงงานกัมพูชา 13 คน ต้องเสี่ยงเข้าไทย


    19/09/2568 | 3 |

    เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 68 กองกำลังบูรพา ,ฉก.อรัญประเทศ, ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 เข้าจับกุมแรงงานชาวกัมพูชาจำนวน 13 คน (ชาย 8, หญิง 5) ขณะซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อยที่บ้านหนองปรือ ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

    การจับกุมครั้งนี้ได้เปิดเผยถึงเหตุผลเบื้องหลังที่น่าสนใจของกลุ่มแรงงานเหล่านี้ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศบ้านเกิด

    แรงงานทั้งหมดให้การว่า ที่กัมพูชาหางานทำได้ยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ “ไม่มีวุฒิการศึกษาและไม่มีเส้นสาย” ทำให้พวกเขาแทบไม่มีโอกาสได้งาน และต้องยอมจ่ายค่านายหน้าคนละ 5,000 – 5,500 บาท เพื่อเสี่ยงเข้ามาทำงานก่อสร้างในจังหวัดชลบุรี แม้จะรู้ว่าผิดกฎหมายก็ตาม

    นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนที่เคยทำงานในไทยมาก่อน แต่ต้องจำใจกลับประเทศตามคำขอของครอบครัว เนื่องจากกลัวว่าพ่อแม่จะถูกยึดที่ดินทำกิน หากไม่กลับไปตามที่สั่ง

    เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวแรงงานทั้งหมดให้กับพนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่งกรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมที่ผลักดันให้คนเหล่านี้ต้องเลือกเส้นทางที่อันตรายเพื่อความอยู่รอด


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/425132&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29e_TwWBl3OPOnAWbVwTsO

  • ร้อยเอ็ดจัดพิธีมอบ ทุน “มูลนิธิคุณพุ่ม” เด็กพิการออทิสติก

    ร้อยเอ็ดจัดพิธีมอบ ทุน “มูลนิธิคุณพุ่ม” เด็กพิการออทิสติก

    ร้อยเอ็ดจัดพิธีมอบ ทุน “มูลนิธิคุณพุ่ม” เด็กพิการออทิสติก

    วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ หอประชุมจังหวัดร้อยเอ็ด อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะผู้แทนองค์ประธานมูลนิธิคุณพุ่ม เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ ประจำปี 2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้ปกครอง ครู และนักเรียน เข้าร่วมในบรรยากาศอบอุ่น

    นางสาวอรญา ชาญเดชสิทธิกุล รองผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวรายงานว่า มูลนิธิคุณพุ่ม ภายใต้พระเมตตาของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ประทานทุนสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กพิการและเด็กออทิสติกที่ยากจนทั่วประเทศ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 เป็นต้นมา สำหรับจังหวัดร้อยเอ็ด ปีการศึกษา 2567 ได้รับพระกรุณาประทานทุน จำนวน 128 ทุน ๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 640,000 บาท

    ในพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้มอบทุนการศึกษาและกล่าวให้โอวาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เด็กและครอบครัว พร้อมทั้งร่วมถ่ายภาพกับผู้ปกครองและนักเรียน จากนั้นได้เยี่ยมชมนิทรรศการและโรงทานที่จัดขึ้น ณ บริเวณหอประชุมจังหวัดร้อยเอ็ด 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/915482&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02omFZ2xcPZZcLh5_0t1E8

  • ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ อดีตเด็กค่ายส้ม สู่คนสนิท “สุชาติ” ผงาดได้นั่งรมช.อุตสาหกรรม

    ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ อดีตเด็กค่ายส้ม สู่คนสนิท “สุชาติ” ผงาดได้นั่งรมช.อุตสาหกรรม

    ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ อดีตเด็กค่ายส้ม สู่คนสนิท “สุชาติ” ผงาดได้นั่งรมช.อุตสาหกรรม

    เปิดประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ คนสนิท “สุชาติ ชมกลิ่น” ผงาดขึ้นสู่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พบอดีตเคยเป็นผู้สมัครนายก อบจ.คณะก้าวหน้า ค่ายสีส้ม แต่สอบตก ก่อนซบพรรครวมไทยสร้างชาติ

    วันที่ 19 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และให้มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ปรากฏว่า จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ จากที่ก่อนหน้านั้น กระแสข่าวสะพัดจะได้โควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แต่กลับได้มานั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแทน

    ประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ

    สำหรับประวัติ จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ เป็นคนจ.ฉะเชิงเทรา โดยกำเนิด จบการศึกษามหาบัณฑิตสาขาการบริหารงานยุติธรรมและสังคม ม.บูรพา เคยรับราชการสายสรรพาวุธทหารเรือ หลังจากนั้นได้ลาออก และเข้ามาสู่สนามการเมืองในสมัยแรกเมื่อปี 2544 ด้วยการลงสมัครสนามท้องถิ่น ในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร อบต.บางผึ้ง ก่อนต่อมาจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น นายก อบต.บางผึ้ง จ.ฉะเชิงเทรา ชนะเลือกตั้งถึง 4 สมัย ได้ครองเก้าอี้รวม 4 สมัย บวก 3 ปีเต็ม

    ต่อมาในปี 2563 กระโดดเข้าสนามระดับจังหวัด ด้วยการชิงเก้าอี้นายก อบจ.แปดริ้ว ในนามคณะก้าวหน้า แต่พ่ายแพ้ให้กับนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตนายก อบจ. 3 สมัย แต่จ่าเอก ยศสิงห์ ก็ทำคะแนนไปได้สูงถึง 132,191 คะแนน และยังพาทีม ส.อบจ. คณะก้าวหน้า สอบผ่านการเลือกตั้งได้ถึง 10 คน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนั้น ช่อ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ไปช่วยหาเสียงด้วยตนเอง

    ขณะที่ในปี 2565 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่วนในปี 2566 ได้เข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติ ลงสมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ

    แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 มติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้เห็นชอบแต่งตั้ง จ่าเอก ยศสิงห์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ [ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.พาณิชย์ (นายสุชาติ ชมกลิ่น)]

    กระทั่งในยุครัฐบาลอนุทิน ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ จ่าเอก ยศสิงห์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในครม.อนุทิน 1 ที่ว่ากันว่ามาจากการผลักดันของนายสุชาติ ชมกลิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2883914&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2yc4dHcbMJw5p1Bcd9-oZC

  • ฮือฮา! แข่งตำซุปหน่อไม้ลีลา ประชันความแซบฉบับอีสาน ในกิจกรรมโครงการเศรษฐกิจพอเพียง

    ฮือฮา! แข่งตำซุปหน่อไม้ลีลา ประชันความแซบฉบับอีสาน ในกิจกรรมโครงการเศรษฐกิจพอเพียง

    ภูมิภาค

    ฮือฮา! แข่งตำซุปหน่อไม้ลีลา ประชันความแซบฉบับอีสาน ในกิจกรรมโครงการเศรษฐกิจพอเพียง

    วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.40 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายวีรวัฒน์ ยี่สารพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลนาหนาด อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมหัวหน้ากองต่างๆในเทศบาลตำบลนาหนาด ได้จัดกิจกรรมชื่อโครงการ  ”น้ำคือชีวิต เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อชาวนาหนาด” โดยได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัส ชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างสมดุลและยั่งยืน เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำรงชีวิต และการปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับองค์กรภาครัฐ

    โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากชุมชน  ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มแม่บ้านทั้ง 10 หมู่ รวมถึงเกษตรกรกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง 17 ครอบครัว โดยแต่ละหมู่บ้านจะตั้งกลุ่มขึ้นมา เพื่อส่งประกวดครอบครัวเศรษฐกิจพอเพียง ประกวดผลไม้ใหญ่ ประกวดพาข้าวอีสานพื้นบ้าน การจัดบูธสินค้าพื้นบ้าน และ ไฮไลท์คือแข่งขันตำซุปหน่อไม้ลีลาประกอบเพลง เนื่องจากพื้นที่ตำบลนาหนาด มีป่าสาธารณะชนิดประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และป่าชุมชนกว่า 1 พันไร่ จึงมีของกินเป็นเมนูจากป่าจำนวนมาก โดยเฉพาะหน่อไม้ช่วงหน้าฝนจะแทงหน่อขึ้นเยอะ ชาวบ้านจึงใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เก็บถนอมอาหารไว้กินในหน้าแล้ง ส่วนหนึ่งคือหน่อไม้ต้มบรรจุปี๊บ ขวด เป็นต้น

    สำหรับกติกาแข่งขันตำซุปหน่อไม้ลีลาประกอบเพลง นอกจากจะโชว์สเต๊ปการเต้นเล่นจังหวะแล้ว ที่สำคัญเครื่องปรุง ส่วนผสม ต้องพิถีพิถัน สะอาด ถูกหลักอนามัย รสชาติต้องจี๊ดจ๊าดถูกใจกรรมการ ส่วนรางวัลไม่ใช่สิ่งที่ผู้แข่งขันต้องการ ชาวชุมชนในเขตเทศบาลตำบลนาหนาด ต่างรวมใจสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ร่วมสนุกสนานสร้างความสำราญ ในช่วงใกล้เก็บเกี่ยวข้าวหลังออกพรรษาที่จะมาถึงนี้ 

    โดยรางวัลชนะเลิศซุปหน่อไม้ลีลา รสชาติแซบแนวอีสานดั้งเดิม ทีมที่คว้าอันดับ 1 ไปครองพร้อมเงินรางวัล 500 บาท ได้แก่ ทีมบ้านคำชะอี หมู่ 8 รองชนะเลิศที่ 2 เงินรางวัล 400 บาท คือบ้านขอนกองใหม่ หมู่ 10 และ รองชนะเลิศที่ 3 พร้อมเงิน 300 บาท บ้านนาหนาดน้อย หมู่ 3 ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกทีมต่างหอบความประทับใจกลับบ้านกันเต็มหัวใจ
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/447210&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3p4Sgd_6q-jeWtAf4McJiW

  • ทำไม “เงินบาท” จึงแข็ง และควรลงทุนอย่างไร

    ทำไม “เงินบาท” จึงแข็ง และควรลงทุนอย่างไร

    ตั้งแต่ต้นปี 2568 ค่าเงินบาทได้แข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรง แตะระดับ 31.7 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021 แม้เศรษฐกิจไทยจะยังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอลง เงินเฟ้อที่ติดลบ และราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ

    INVX มองว่า มีเหตุผลสำคัญ 4 ประการที่อธิบายการแข็งค่าของเงินบาทได้

    ประการแรก สภาพคล่องในไทยที่ตึงตัวกว่าประเทศคู่ค้าคู่แข่ง หากดูข้อมูลการเติบโตของ M2 (ปริมาณเงิน) ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2568 ไทยขยายตัวเพียง 3.6% ต่อปี ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เปรียบเทียบกับจีนที่ 8.8% อินเดียที่ 12.2% และเวียดนามในช่วงเดียวกันที่เกิน 6%  บ่งชี้นโยบายการเงินที่เข้มงวด ซึ่งเป็นในทิศทางนี้อย่างต่อเนื่อง โดยในอดีต การเติบโตของปริมาณเงิน (M2) ในช่วง 2012-2024 อยู่ที่เฉลี่ยเพียง 5.3% ต่อปี ต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชีย เปรียบเทียบกับเวียดนาม อินเดีย และอินโดนีเซีย ที่มีอัตราการเติบโตของ M2 อยู่ในช่วง 9-15% ต่อปี 

    โดยในหลักการทางเศรษฐศาสตร์ หากประเทศหนึ่งประเทศใด (ประเทศไทย) มีการขยายตัวของปริมาณเงินน้อยกว่าประเทศอื่น ๆ ค่าเงินของประเทศนั้น ๆ จะแข็งค่าขึ้นในระยะต่อไป การตึงตัวเหล่านี้เองทำให้ดัชนีค่าเงินบาท (NEER) แข็งค่าขึ้นสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับปี 2011 ซึ่งสะท้อนถึงความตึงตัวของนโยบายการเงินไทยที่เน้นดูแลเสถียรภาพเป็นหลัก

    ประการที่สอง การส่งออกทองคำไปยังกัมพูชาที่เติบโตกว่า 30% ต่อปี จากข้อมูลการค้าทองคำ ซึ่งการส่งออกทองคำของไทยในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมาเฉลี่ยไตรมาสละประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ โดยการส่งออกไปกัมพูชาคิดเป็น 1 ใน 3 ของการส่งออกทองคำทั้งหมด ปัจจัยพิเศษนี้ช่วยสร้างกระแสเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจอาเซียนระดับประเทศท่านหนึ่งระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา จะมีการนำเงินตราต่างประเทศแปลงเป็นเงินบาท และซื้อทองคำในรูปแบบทองก้อน 1 กิโลกรัม และนำออกนอกราชอาณาจักร

    ประการที่สาม สัญญาณจาก Jackson Hole และตัวเลขสหรัฐที่แย่ การแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เจอโรม พาวเวลล์ในงานสัมมนา Jackson Hole เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งสัญญาณ Dovish อย่างชัดเจน พร้อมกับตัวเลขตลาดแรงงานทั้ง JOLTS, ADP, NFP ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดอย่างมาก ทำให้ตลาดมองโอกาสการลดดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนกันยายนอยู่ที่ 117% ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าลงถึง 10.2% ตั้งแต่ต้นปี

    ประการสุดท้าย ความเชื่อมั่นจากทีมเศรษฐกิจใหม่ การได้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ คุณวิทัย รัตนากร ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งทั้งสองเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ความเข้าใจร่วมกันในเรื่องการประสานงานระหว่างนโยบายการคลังและการเงินช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด

    จากปัจจัยเหล่านี้ InnovestX คาดการณ์ค่าเงินบาทเฉลี่ยที่ 32.8 บาทต่อดอลลาร์ในปี 2025 และ 32.2 บาทต่อดอลลาร์ในปี 2026 โดยคาดว่าจะแตะระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ปลายปีนี้ ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาทจะกระทบกับผู้ส่งออกและผู้ลงทุนหุ้นต่างประเทศ การแข็งค่าของเงินบาทอาจกระทบรายได้เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท ขณะที่ผู้นำเข้าและผู้ที่ต้องจ่ายเป็นดอลลาร์กลับได้ประโยชน์

    อย่างไรก็ตาม หากทิศทางนโยบายการเงินการคลังในไทยมีการสอดประสานกัน อาจทำให้เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลงได้บ้าง โดยจุดเด่นของการทำงานร่วมกันระหว่าง ดร.เอกนิติ และ คุณวิทัย คือความเข้าใจร่วมกันในหลักการประสานงานระหว่างนโยบายการคลังและการเงิน 

    โดย ดร. เอกนิติเคยเขียนไว้ในหนังสือ “โดมิโนเอฟเฟคต์” ปี 2552 ว่า “รัฐบาลจำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจทุกอย่างมาสอดประสานต้านวิกฤติในอนาคต โดยเฉพาะนโยบายการคลังและนโยบายการเงิน” ขณะที่คุณวิทัยมีประสบการณ์ตรงในการนำธนาคารออมสินสู่การเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม” และมีมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันว่าขาดความสมดุล ระหว่างภาคสถาบันการเงินกับภาคเศรษฐกิจจริง โดยธุรกิจมีหนี้สิน ปิดกิจการ ยอดหนี้ครัวเรือนสูง มีความเหลื่อมล้ำสูง ดังนั้น จึงเป็นไปได้ที่หากนโยบายการเงินการคลังมีทิศทางผ่อนคลายมากขึ้น เงินบาทอาจลดระดับการแข็งค่าลงได้บ้าง 

    ท่ามกลางแนวโน้มเงินบาทแข็งค่า USD Futures บน TFEX จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันความเสี่ยง ด้วยขนาดสัญญา 1,000 ดอลลาร์ต่อสัญญา เงินวางหลักประกันเพียงประมาณ 945 บาท สามารถเทรดได้ถึง 14 ชั่วโมงต่อวัน โดยหากคาดว่าเงินบาทจะแข็งค่าต่อไปตามการคาดการณ์ของ InnovestX ที่ 32.8 บาทต่อดอลลาร์ ในปี 2025 และ 32.3 บาทในปี 2026 ผู้ส่งออกและนักลงทุนหุ้นต่างประเทศสามารถเปิด Short Position เพื่อป้องกันความเสี่ยง ในทางตรงกันข้าม หากมองว่าเงินบาทจะอ่อนค่า สามารถเปิด Long Position เพื่อเก็งกำไรได้

    ความแข็งแกร่งของเงินบาทในปัจจุบันมาจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แต่นักลงทุนควรเตรียมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น การกระจายการลงทุนและการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญ การเข้าใจพลวัตของตลาดและการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์จะช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดโลก

    ขอให้นักลงทุนโชคดี

    *ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/experts_pool/columnist/2883953&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gk9Zp1HqlwJe5DOItMMre

  • ด่วน! พนังกั้นน้ำหล่มสักแตกอีกรอบ มวลน้ำทะลักท่วมเมือง-เขตเศรษฐกิจจ่ออ่วม

    ด่วน! พนังกั้นน้ำหล่มสักแตกอีกรอบ มวลน้ำทะลักท่วมเมือง-เขตเศรษฐกิจจ่ออ่วม

    ด่วน! พนังกั้นน้ำหล่มสักแตกอีกรอบ มวลน้ำทะลักท่วมเมือง-เขตเศรษฐกิจจ่ออ่วม

    วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.51 น.

    อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เผชิญสถานการณ์น้ำท่วมวิกฤตอีกครั้ง หลังพนังกั้นน้ำบริเวณถนนคนเดินแตกพังทลายเป็นครั้งที่สองในรอบไม่ถึงหนึ่งเดือน มวลน้ำได้ไหลทะลักเข้าสู่เขตเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่เร่งประกาศเตือนประชาชนให้ขนย้ายทรัพย์สินและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

    วันที่ 20 ก.ย. 68 เวลา 13.30 น. สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากพนังกั้นน้ำของเทศบาลเมืองหล่มสัก บริเวณถนนคนเดิน ได้เกิดแตกพังทลายลง ส่งผลให้มวลน้ำจากเขื่อนห้วยขอนแก่นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไหลทะลักเข้าสู่เขตเมืองอย่างรวดเร็ว

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองในรอบเดือนนี้ หลังจากที่พนังกั้นน้ำบริเวณเดียวกันเคยแตกมาแล้วเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในของตัวเมืองหล่มสัก สร้างความเสียหายอย่างหนัก

    เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้รีบขนย้ายทรัพย์สินและรถยนต์ขึ้นสู่ที่สูงโดยด่วน ขณะที่ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่คาดว่าจะท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนหนาแน่นภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า หากไม่สามารถสกัดหรือบรรเทาแรงดันน้ำได้ทันเวลา ///-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/915598&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0U8QRGIgph-SvlX38qJQDN