Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ทำไมเราถึงจำไม่ได้ว่าเคยเป็นทารก – BBC News ไทย

    ทำไมเราถึงจำไม่ได้ว่าเคยเป็นทารก – BBC News ไทย

    ทำไมเราถึงจำไม่ได้ว่าเคยเป็นทารก

    A smiling baby boy lying on his tummy on a bed

    ที่มาของภาพ, KDP via Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ภาวะสูญเสียความจำในวัยเด็กหมายถึงภาวะที่ผู้ใหญ่ไม่สามารถจดจำเหตุการณ์เฉพาะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวัยเด็กได้
      • Author, มาเรีย ซักคาโร
      • Role, บีบีซีเวิร์ลเซอร์วิส

    วันที่เราเกิด ก้าวแรกของเรา และคำพูดแรกของเรา ล้วนเป็นช่วงเวลาสำคัญในชีวิต ทว่าเรากลับจำอะไรไม่ได้เลย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

    นักประสาทวิทยาและนักจิตวิทยาได้พยายามทำความเข้าใจกับคำถามนี้มานานหลายทศวรรษ

    ภาวะที่เราจดจำเหตุการณ์เฉพาะเจาะจงในช่วง 2-3 ขวบปีแรกของชีวิตไม่ได้ เรียกว่าภาวะสูญเสียความทรงจำในวัยทารก และมีทฤษฎีมากมายที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่ออธิบายปัญหานี้

    นิค เทิร์ก-บราวน์ ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาและศัลยกรรมประสาท มหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การถกเถียงนี้สรุปได้เป็น 2 คำถามหลักคือ เราสร้างความทรงจำในช่วงวัยเด็ก แต่ไม่สามารถเข้าถึงมันได้ในภายหลังหรือไม่ หรือเราไม่ได้สร้างความทรงจำใด ๆ เลยจนกระทั่งเราเติบโต

    ศาสตราจารย์เทิร์ก-บราวน์ ระบุว่า เมื่อทศวรรษที่ผ่านมา นักวิจัยส่วนใหญ่สันนิษฐานว่าทารกไม่สามารถสร้างความทรงจำได้ บางคนเชื่อว่าเป็นเพราะทารกขาดความรับรู้อย่างสมบูรณ์ในตัวเอง หรือขาดความสามารถในการพูด

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • .

    • .

    • BBC Thai/Wasawat Lukharang

    • ไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายเนวิน ชิดชอบ ได้เข้าเป็น รมต. ป้ายแดงในรัฐบาล

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    Illustration of the brain in blue, with a long structure within it highlighted in orange

    ที่มาของภาพ, Science Photo Library via Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ฮิปโปแคมปัสเป็นบริเวณที่มีรูปร่างคล้ายม้าน้ำภายในสมอง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในความจำ

    อีกสมมติฐานที่เขาอธิบายไว้คือ เราไม่สามารถสร้างความทรงจำได้จนกว่าจะอายุประมาณ 4 ขวบ เนื่องจากฮิปโปแคมปัส (hippocampus) ซึ่งเป็นบริเวณสมองที่ทำหน้าที่สร้างความทรงจำใหม่ ยังไม่พัฒนาเต็มที่

    “มันมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่า 2 เท่าในช่วงวัยทารก” ศาสตราจารย์เทิร์ก-บราวน์กล่าวและว่า “ดังนั้นประสบการณ์ต่าง ๆ ในช่วงแรกที่เรามีอาจไม่สามารถเก็บไว้ได้ เพราะเราไม่มีวงจรที่จำเป็นต่อการสร้างความทรงจำ”

    การสแกนสมองทารก

    อย่างไรก็ตาม ผลงานศึกษาวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อต้นปีนี้โดยศาสตราจารย์เทิร์ก-บราวน์เองดูเหมือนจะขัดแย้งกับแนวคิดดังกล่าว

    ทีมวิจัยของเขาแสดงภาพชุดหนึ่งให้ทารก 26 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 4 เดือนถึง 2 ปี ดู สแกนสมอง และวัดกิจกรรมของฮิปโปแคมปัส

    จากนั้นพวกเขาแสดงภาพก่อนหน้าภาพหนึ่งให้ทารกดูร่วมกับภาพใหม่ และวัดการเคลื่อนไหวของดวงตาของทารก เพื่อวิเคราะห์ว่าภาพใดที่ทารกมองดูมากกว่ากัน

    หากเป็นภาพเก่า นักวิจัยถือว่านี่เป็นสัญญาณว่าทารกสามารถจำภาพนั้นและจดจำได้ ดังที่ปรากฏในงานวิจัยก่อนหน้านี้

    A baby wearing ear protectors sitting by a functional MRI machine, being held by her mother, with researcher Prof Turk-Browne opposite

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ศาสตราจารย์เทิร์ก-บราวน์และทีมของเขา ริเริ่มวิธีการสแกนสมองของทารกในขณะที่พวกเขาตื่นและเคลื่อนไหว

    นักวิจัยพบว่า เมื่อฮิปโปแคมปัสของทารกทำงานมากขึ้น ตอนเห็นภาพครั้งแรก พวกเขามีแนวโน้มจะจดจำภาพดังกล่าวได้ในภายหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทารกมีอายุมากกว่า 12 เดือน

    นี่ชี้ให้เห็นว่าฮิปโปแคมปัสสามารถเข้ารหัสความทรงจำบางอย่างได้เมื่ออายุประมาณ 1 ขวบ

    ความทรงจำเหล่านั้นหายไปไหน?

    ศาสตราจารย์เทิร์ก-บราวน์ กล่าวว่า การศึกษาของทีมของเขาถือเป็น “ก้าวแรก” ในการพิสูจน์ว่าทารกกำลังสร้างความทรงจำในฮิปโปแคมปัสจริงหรือไม่ โดยยังคงต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมอีกมาก

    “หากเราเก็บความทรงจำเหล่านั้นไว้ จะก่อให้เกิดคำถามที่น่าสนใจอย่างมากว่าความทรงจำเหล่านั้นอยู่ที่ไหน ความทรงจำเหล่านั้นยังอยู่หรือไม่ เราจะเข้าถึงความทรงจำเหล่านั้นได้หรือไม่” เขาตั้งคำถาม

    ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในปี 2023 พบว่า หนูที่เรียนรู้วิธีออกจากเขาวงกตตั้งแต่ยังเป็นทารกได้ลืมความทรงจำนี้ไปเมื่อโตขึ้น แต่การกระตุ้นการทำงานส่วนต่าง ๆ ของฮิปโปแคมปัสที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ดั้งเดิม สามารถทำให้ความทรงจำนั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้

    อย่างไรก็ตาม ต้องรอการพิสูจน์ว่าทารกมนุษย์กำลังเก็บความทรงจำที่หายไปในภายหลังหรือไม่

    แคทเธอรีน เลิฟเดย์ ศาสตราจารย์ด้านประสาทจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ ในสหราชอาณาจักร เชื่อว่า ทารกมีความสามารถในการสร้างความทรงจำ อย่างน้อยก็ตอนถึงเวลาที่พวกเขาสามารถพูดได้

    “เรารู้ว่าเด็กเล็ก ๆ จะกลับมาจากโรงเรียนอนุบาล บอกเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่สามารถบรรยายสิ่งนั้นได้ในอีกไม่กี่ปีต่อมา ดังนั้นความทรงจำเหล่านั้นจึงยังคงอยู่ เพียงแต่ไม่ฝังแน่น” เธอกล่าว

    “ฉันคิดว่าคำถามคือ เราจะฝังความทรงจำเหล่านั้นไว้กับตัวมากน้อยแค่ไหนเมื่อเวลาผ่านไป ความทรงจำเหล่านั้นจะเลือนลางตางหายไปอย่างรวดเร็วหรือไม่ และความทรงจำเหล่านั้นเป็นความทรงจำที่เราตระหนักรู้ในระดับใด ที่เราสามารถไตร่ตรองและคิดถึงมันได้อย่างแท้จริง” เธอระบุ

    A toddler riding a wooden balance bike

    ที่มาของภาพ, ullstein bild via Getty Images

    มันอาจเป็นความทรงจำปลอมหรือไม่?

    สิ่งที่ทำให้ความเข้าใจของเราเกี่ยวกับภาวะสูญเสียความทรงจำในวัยทารกซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ความจริงที่ว่า “แทบจะเป็นไปไม่ได้” ที่จะระบุได้ว่าสิ่งที่ผู้คนคิดว่าเป็นความทรงจำแรกของพวกเขานั้นเป็นจริงหรือไม่ ตามที่ศาสตราจารย์เลิฟเดย์กล่าว

    บางคนอาจจำเหตุการณ์เฉพาะตอนเป็นทารกหรือตอนอยู่ในเปลได้

    ศาสตราจารย์เลิฟเดย์บอกว่า ความทรงจำเหล่านี้ไม่น่าจะเป็นความทรงจำที่แท้จริงของประสบการณ์จริง

    “เรื่องของความทรงจำคือมันมักจะเป็นการสร้างใหม่ ดังนั้นหากมีใครบอกอะไรคุณและคุณมีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับเรื่องนั้น สมองของคุณก็สามารถสร้างสิ่งที่รู้สึกเหมือนจริงขึ้นมาใหม่ได้” เธออธิบาย

    “สิ่งที่เรากำลังมองอยู่จริง ๆ คือจิตสำนึก และจิตสำนึกเป็นเรื่องที่ยากที่จะระบุได้” เธอเสริม

    ศาสตราจารย์เทิร์ก-บราวน์คิดว่า ปริศนาที่อยู่เบื้องหลังภาวะสูญเสียความทรงจำในวัยทารก สะท้อนถึงแก่นแท้ที่หล่อหลอมให้เราเป็นเรา

    “มันเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของเรา” และ “แนวคิดที่ว่าเราตาบอดในช่วงไม่กี่ปีแรกของชีวิต ซึ่งเราจำอะไรไม่ได้เลย ผมคิดว่ามันเป็นการท้าทายความคิดของผู้คนเกี่ยวกับตัวเราจริง ๆ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c8rvye45zpjo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qZ_diwwWgbWu5WsNNaSHf

  • เพื่อไทยเตรียมพร้อมอภิปรายนโยบายรัฐบาลอนุทิน ตั้งทีมทำงาน

    เพื่อไทยเตรียมพร้อมอภิปรายนโยบายรัฐบาลอนุทิน ตั้งทีมทำงาน

    วันนี้ (20 กันยายน) ที่ อาคารรัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงความพร้อมของพรรคในการอภิปรายนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยคาดว่าจะมีการอภิปรายระหว่างวันที่ 29-30 กันยายนนี้

    นพ.ชลน่านระบุว่า พรรคเพื่อไทยได้ประชุมเตรียมความพร้อมและมอบหมายให้มีคณะทำงานหลัก ได้แก่ สุทิน คลังแสง, จาตุรนต์ ฉายแสง, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และตัวเอง โดยจะพิจารณาประเด็นการอภิปรายออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ:

    1. ตัวนโยบาย: ศึกษาคำแถลงและคาดการณ์ประเด็นการบริหารราชการในช่วง 4 เดือนข้างหน้า
    2. ตัวบุคคล: ตรวจสอบคุณสมบัติและความรู้ความสามารถของรัฐมนตรีแต่ละคน

    นพ.ชลน่านกล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดสรรเวลาอภิปรายจะคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ทั้ง สมาชิกวุฒิสภา(สว.), สส.ฝ่ายรัฐบาล และ สส.ฝ่ายค้าน

    เมื่อถามถึงคุณสมบัติของรัฐมนตรีบางคน นพ.ชลน่านกล่าวว่า ประเด็นนี้อยู่ในกลุ่มของการอภิปรายตัวบุคคล ซึ่งคณะทำงานจะเตรียมข้อมูลอย่างละเอียด เนื่องจากถือเป็นเรื่องสำคัญ

    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า มีความคืบหน้าไปมาก โดยคณะทำงานได้พิจารณาร่างที่จัดทำไว้แล้วและให้ฝ่ายเลขาฯ ไปปรับแก้ตามข้อทักท้วง ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยึดหลักการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต

    พร้อมกล่าวว่า การแก้ไขครั้งนี้จะมุ่งเน้นเพียงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น โดยเพิ่มหมวด 15/1 ตามมาตรา 256 โดยไม่แตะต้องประเด็นอื่น เนื่องจากมีระยะเวลาจำกัด

    สำหรับที่มาของ สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวน 140-150 คน จะแบ่งที่มาเป็น 2 ส่วน คือ:

    ส่วนที่ 1: มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมจากแต่ละจังหวัด ตามสัดส่วนประชากร โดยจะมีตัวแทนประมาณ 100 คน

    ส่วนที่ 2: มาจากตัวแทนขององค์กรต่าง ๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐสภา

    นพ.ชลน่านแสดงความมั่นใจว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จทันภายในสัปดาห์หน้า และจะสามารถเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 1 ได้อย่างช้าที่สุดไม่เกินวันที่ 29 ตุลาคมนี้ เพื่อให้ทันก่อนปิดสมัยประชุม พร้อมคาดว่าวาระที่ 3 จะไม่เกินวันที่ 15 มกราคม 2569

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/pheu-thai-aniti-government-debate/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw225CZq_DJJWnoZCRtVCXJP

  • ที ลีสซิ่ง มอบคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง เสริมศักยภาพการเรียนรู้ยุคดิจิทัลของเยาวชน จ.ปราจีนบุรี

    ที ลีสซิ่ง มอบคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง เสริมศักยภาพการเรียนรู้ยุคดิจิทัลของเยาวชน จ.ปราจีนบุรี

    ที ลีสซิ่ง มอบคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง เสริมศักยภาพการเรียนรู้ยุคดิจิทัลของเยาวชน จ.ปราจีนบุรี

    วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะเยาวชน โรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่ห่างไกลยังขาดอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการศึกษา ทำให้โอกาสในการเข้าถึงความรู้และโลกดิจิทัลยังไม่เท่าเทียมกัน การสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนจึงกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มศักยภาพของเด็ก ๆ และสร้างอนาคตที่สดใส

    ด้วยแนวคิดนี้ ที ลีสซิ่ง ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ในเครือ เอ็ม บี เค เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งเสริมการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายมงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด นำทีมผู้บริหารและจิตอาสามอบเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านเทคโน โลยีสารสนเทศอย่างเต็มศักยภาพ โดยมี ดร.พรพิมล แม้นญาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองสองห้อง คณะครู และนักเรียนร่วมรับมอบ

    มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กล่าวว่า การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทั้งบุคคลและสังคม การมอบคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกเล็กๆ ที่มีความหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เข้าถึงองค์ความรู้จากโลกดิจิทัล เสริมสร้างทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในอนาคต ช่วยเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้และเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียนมีความมั่นใจ กล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในวันข้างหน้าครับ”

    ด้าน ดร.พรพิมล แม้นญาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองสองห้อง กล่าวว่า “แม้โรงเรียนแห่งนี้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กของชุมชน แต่ที่นี่เต็มไปด้วยความตั้งใจของคุณครูและเด็ก ๆ ปัจจุบันมีคุณครูทั้งหมด 15 คน ดูแลนักเรียนจำนวน 206 คน เสมือนครอบครัวเดียวกัน โดยนอก จากการเรียนการสอนตามหลักสูตรแล้ว โรงเรียนยังปลูกฝังการใช้ชีวิตผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ลูกเสือ เนตรนารี การสืบสานประเพณีไทย และกิจกรรมจิตอาสาที่ช่วยให้เด็ก ๆ เรียนรู้การแบ่งปันและการช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมอีกด้วย”

    แม้โรงเรียนจะมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่ด้วยหัวใจของครูและนักเรียนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความหวังการได้รับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยต่อเติมฝัน เปิดประตูสู่โอกาสการเรียนรู้ที่กว้างไกลยิ่งขึ้นและเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เยาวชนของชาติก้าวสู่อนาคตด้วยความมั่นใจและเต็มศักยภาพยิ่งขึ้น

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    อบรม ‘ขับขี่ปลอดภัย ร่วมใจลดมลพิษ’  ในโครงการ ที ลีสซิ่ง เปื้อนยิ้ม เพิ่มห่วงใย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/915425&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mOKHd541kboLMrlBs5wLP

  • ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 19 กันยายน 2568

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 19 กันยายน 2568

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 19 กันยายน 2568

    – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์น อำนวยพรไปยังประธานาธิบดีแห่งเนปาล ในโอกาสวันชาติของเนปาล

    – สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ประจำปีการศึกษา 2567

    – องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน และเครื่องอุปโภคบริโภค กับถุงพระราชทานสำหรับเด็ก ไปมอบแก่ราษฎร ที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดพิจิตร

    – องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาพระราชทาน โครงการกองทุนการศึกษา ประจำปี 2568

    – มูลนิธิชัยพัฒนา มอบเมล็ดพันธุข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ในจังหวัดยโสธร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/royal/royalnews/448076&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yCfVOxvzlMBTkiNgmpyHy

  • ดีเดย์ ก.ย.นี้ ‘คมนาคม’ ลงนามสัญญา 4 หมื่นล้าน อัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ดีเดย์ ก.ย.นี้ ‘คมนาคม’ ลงนามสัญญา 4 หมื่นล้าน อัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ที่ผ่านมารัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณมูลค่ากว่า 1.57 แสนล้านบาท เพื่อผลักดันโครงการด้านคมนาคมขนาดใหญ่ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งโครงการเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะสร้างงานและกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ อีกทั้งเป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเติบโตในระยะยาว

    ก่อนหน้านี้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2568 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบ อนุมัติแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท

    และให้กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งข้อสังเกตของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    ทั้งนี้ผลการพิจารณาคำขอรับจัดสรรบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ วงเงิน 157,000 ล้านบาท ที่ผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์การจัดสรรเพื่อการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจและมีความสำคัญสูง มีโครงการที่ผ่านหลักเกณฑ์ วงเงินรวม 115,375 ล้านบาท

    ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคม ได้รับการจัดสรรงบประมาณ วงเงินรวม 47,395 ล้านบาท ได้แก่ กรมทางหลวง 32,188.33 ล้านบาท , บริษัท ขนส่ง จ้ากัด 14.8 ล้านบาท , กรมท่าอากาศยาน 765.9 ล้านบาท , องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ 42 ล้านบาท , การรถไฟแห่งประเทศไทย 1,020.8 ล้านบาท , กรมทางหลวงชนบท 14,725.09 ล้านบาท

    นายสุริยะ กล่าวต่อว่า โดยงบจัดสรรวงเงินดังกล่าวนั้น จะนำมากระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ส่งเสริมการจ้างงาน เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้กับประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

    ทั้งนี้โครงการต่างๆ ที่ได้รับการจัดสรร จะเริ่มดำเนินการภายในเดือนกันยายน 2568 เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์สูงสุดทุกโครงสร้างพื้นฐาน รวมไปจนถึงผลักดันภาพรวมเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

    “กรณีที่มีการจัดซื้อจัดจ้างบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท ที่ยื่นประมูลงานรายเดียว รับงานได้เลยนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของกรมบัญชีกลางที่ออกกฎระเบียบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในส่วนของกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าการประมูลโครงการต่างๆ เช่น โครงการถนนของกรมทางหลวง (ทล.) ไม่มีการประมูลรายเดียวอยู่แล้ว ปัจจุบันทราบว่าหน่วยงานต่างๆเริ่มดำเนินการเปิดประมูลหาผู้รับจ้างแล้ว” นายสุริยะ กล่าว

    รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัจจุบันแผนลงนามสัญญางกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินรวม 47,395 ล้านบาท จำนวน 6 หน่วยงาน 5,137 รายการ ขณะนี้ได้ตัวผู้รับจ้างแล้ว  57 รายการ  วงเงิน 609.84 ล้านบาท และลงนามในสัญญาแล้ว 2 รายการ  วงเงิน 3.81 ล้านบาท

    โดยตั้งเป้าเบิกจ่ายในเดือนกันยายนนี้ จำนวน 4,469 รายการ วงเงิน 40,328 ล้านบาท คาดว่าเบิกจ่ายครบ 100% ภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 
     

    สำหรับแผนการจัดสรรงบกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ละหน่วยงาน ดังนี้ กรมทางหลวง (ทล.) จำนวน 3,115 รายการ วงเงิน 30,901 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งรัดการลงนามสัญญาภายในเดือนนี้ ตามแผนได้ตั้งเป้าเบิกจ่ายภายในเดือนกันยายน 2568 จำนวน 2,472 รายการ วงเงิน 24,011 ล้านบาท,กรมทางหลวงชนบท (ทช.) จำนวน 1,959 รายการ วงเงิน 14,683 ล้านบาท ตั้งเป้าเบิกจ่าย ณ กันยายน 2568 จำนวน 1,955 รายการ วงเงิน 14,644 ล้านบาท
     
    ขณะที่กรมท่าอากาศยาน (ทย.) จำนวน 11 รายการ วงเงิน 764 ล้านบาท ตั้งเป้าเบิกจ่าย ณ กันยายน 2568 ครบทุกรายการภายในเดือนเดียวกัน,การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จำนวน 50 รายการ วงเงิน 999 ล้านบาท ลงนามแล้ว 2 รายการ วงเงิน 3.81 ล้านบาท ตั้งเป้าเบิกจ่าย ณ กันยายน 2568 จำนวน 29 รายการ วงเงิน 863 ล้านบาท

    ด้านองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 1รายการ วงเงิน 32 ล้านบาท,บริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) จำนวน 1 รายการ วงเงิน 14 ล้านบาท โดยทั้ง 2 หน่วยงานดังกล่าวได้ตั้งเป้าเบิกจ่าย ณ กันยายน 2568 จำนวน 1 รายการ ภายในเดือนเดียวกัน

    ส่วนของรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณ แบ่งตามหน่วยงาน เช่น กรมทางหลวง (ทล.) จะดำเนินโครงการครอบคลุมการแก้ไขปัญหาการจราจรที่เป็นคอขวด เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง ปรับปรุงถนนเชื่อมโยงเมืองรอง แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น 

    ด้านกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เน้นการเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง การปรับปรุง-พัฒนาถนนเชื่อมโยงเมืองรอง แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิต เป็นต้น ขณะที่กรมท่าอากาศยาน (ทย.) เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการปรับปรุงสนามบินให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เป็นต้น

    นอกจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะดำเนินโครงการโดยมุ่งเน้นการเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง และแก้ไขปัญหาจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับถนนเสมอระดับ เป็นต้น

    ดีเดย์ ก.ย.นี้ ‘คมนาคม’ ลงนามสัญญา 4 หมื่นล้าน อัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ

    รวมถึงบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ดำเนินโครงการด้านความปลอดภัย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองด้วยรถโดยสารของ บขส. และปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสาร เป็นต้น

    และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่คอขวด เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง เป็นต้น

    เมกะโปรเจ็กต์ หน้า 8 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,133 วันที่ 21 – 24 กันยายน พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/639167&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tkOD-GnMGt0-FmwmsC2Yn

  • ชวนช็อป ชม ชิม เทศกาลอาหารล้านนาตะวันออก จัดกลางกรุง ถึง21 ก.ย.นี้

    ชวนช็อป ชม ชิม เทศกาลอาหารล้านนาตะวันออก จัดกลางกรุง ถึง21 ก.ย.นี้

    วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.39 น.

    ชวนช็อป ชม ชิม เทศกาลอาหารล้านนาตะวันออก (Eastern Lanna Gastronomy Tourism)  ตามรอยเส้นทางรสล้านนา ถึง 21 ก.ย.นี้

    นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  เป็นประธานเปิดกิจกรรม เทศกาลอาหารล้านนาตะวันออก (Eastern Lanna Gastronomy Tourism) ภายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด  ณ ลาน Work & Play จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19  –  21 กันยายน 2568  ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9 เขตห้วยขวาง  กรุงเทพมหานคร  โดยมี นางพรจิตร สุขสมบูรณ์  รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นางวิไลวรรณ บุดาสา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายคุณากร คชหิรัญ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่  พร้อมด้วยส่วนราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน)  ร่วมกิจกรรม       

    นายเสริฐ ไชยยานันตา  ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย  กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน) โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย กำหนดจัดงานเทศกาลอาหารล้านนาตะวันออก (Eastern Lanna Gastronomy Tourism) ในชื่องาน “ตามรอยเส้นทางรสล้านนาตะวันออก”  ซึ่งเป็นกิจกรรมกายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด กิจกรรมหลักจัดงานโปรโมทการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางการท่องเที่ยวและกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงอาหารและเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2          

    เชิญชวนร่วมงาน “ตามรอยเส้นทางรสล้านนาตะวันออก“ จัดวันนี้ถึง 21 กันยายน 2568  ณ ลาน Work & Play ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9 มีกิจกรรมน่าสนใจหลากหลาย การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มากกว่า 40  ผลิตภัณฑ์ มีการนำเสนอเมนูอาหารของดีจาก 4 จังหวัด โดยเชพตัวแทนจากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2  การสาธิตการทำอาหารพื้นถิ่นและเครื่องปรุงล้านนา กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารล้านนาตะวันออก รวมถึงการแสดงวัฒนธรรมล้านนาการแสดงดนตรีจากศิลปินมีชื่อเสียง และแจกของรางวัลให้ผู้มาร่วมกิจกรรมได้ร่วมสนุกและมีส่วนร่วม

    -037-

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/915625&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YpmnvMutEvAlVqF4czbAb

  • สำนักงานขนส่งน่าน เปิดตัวโครงการนำร่อง ส่งเสริมการเดินทางด้วยรถโดยสารที่ปลอดภัย

    สำนักงานขนส่งน่าน เปิดตัวโครงการนำร่อง ส่งเสริมการเดินทางด้วยรถโดยสารที่ปลอดภัย

    สำนักงานขนส่งน่าน เปิดตัวโครงการนำร่อง ส่งเสริมการเดินทางด้วยรถโดยสารที่ปลอดภัย

    20 Sep 68

    น่าน – วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ข่วงเมืองน่าน สำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน ร่วมกับจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมเปิดตัว “โครงการส่งเสริมการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางที่ปลอดภัย ใส่ใจผู้เดินทาง” โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน
    โครงการมุ่งยกระดับคุณภาพระบบขนส่งสาธารณะให้ได้มาตรฐาน สะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อผู้ใช้บริการ ตอบโจทย์ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการรถโดยสารมากยิ่งขึ้น
    เชื่อมโยงการท่องเที่ยว – ลดอุบัติเหตุ
    นายชัยนรงค์ กล่าวว่า จังหวัดน่านมีปริมาณยานพาหนะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลต่อการจราจรและอุบัติเหตุ โครงการนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มทางเลือกการเดินทาง โดยปรับปรุงเส้นทางเดินรถหมวด 1 และหมวด 4 เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุช้างค้ำ วัดมิ่งเมือง วัดศรีพันต้น และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน
    เสริมภาพลักษณ์–สร้างความมั่นใจ
    นางสาวรัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า โครงการได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) โดยตรวจสอบสภาพรถและทักษะคนขับอย่างเข้มงวด พร้อมออกแบบลวดลายรถโดยสารสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างความมั่นใจและความประทับใจแก่ผู้ใช้บริการ อีกทั้งยังเป็นสื่อรณรงค์ปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัย
    สำนักงานขนส่งจังหวัดน่านเชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะช่วยลดความแออัด ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะบนเส้นทางลาดชันหรือเส้นทางที่นักท่องเที่ยวไม่คุ้นเคย และยังส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติของจังหวัดน่านให้เติบโตอย่างยั่งยืน
    สอดคล้องกับแนวทาง “ถนนปลอดภัย ผู้ขับขี่มีวินัย สังคมไทยปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน”

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3773149/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2biOU4-23otv7ERmuw9q6z

  • เปิดศึกเจ้าแห่งสายน้ำ แข่งเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานจ.พิษณุโลก ปี 2568

    เปิดศึกเจ้าแห่งสายน้ำ แข่งเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานจ.พิษณุโลก ปี 2568

    พิษณุโลก – จังหวัดพิษณุโลกจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงเจ้าแห่งสายน้ำน่าน ครั้งที่ 44 ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ มีเรือจากทั่วประเทศเข้าร่วมประลองฝีพายรวม 9 ประเภท ถือเป็นการสืบสานประเพณีเก่าแก่ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 กันยายน 2568 นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ณ บริเวณลำน้ำน่าน หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร โดยมี นายศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ นักกีฬา และประชาชนร่วมงานอย่างคับคั่ง

    นายศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ ในนามคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า จังหวัดพิษณุโลกร่วมกับเทศบาลนครพิษณุโลก วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร องค์การบริหารส่วนจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชมรมเรือยาว ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน ระหว่างวันที่ 17–21 กันยายน 2568 ซึ่งจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2521 นับเป็นครั้งที่ 44 แล้ว

    การแข่งขันปีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ฟื้นฟูและสืบสานประเพณีแข่งเรือยาว ควบคู่กับการอนุรักษ์วัฒนธรรมการทอดผ้าป่าหัวเรือ และการถวายผ้าห่มพระพุทธชินราช 2. สร้างความรักและความภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียมท้องถิ่นแก่ประชาชนและเยาวชน 3. ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก

    สำหรับประเภทการแข่งขันเรือยาวทั้งหมด 9 ประเภท ได้แก่ เรือยาวใหญ่ (41–55 ฝีพาย) เรือยาวพื้นบ้าน (41–55 ฝีพาย)เรือยาวกลาง (31–40 ฝีพาย) เรือยาวเล็ก ประเภท ก. (ไม่เกิน 30 ฝีพาย) เรือยาวเล็ก ประเภท ก.2 (ไม่เกิน 30 ฝีพาย) เรือจิ๋ว (ไม่เกิน 12 ฝีพาย) เรือท้องถิ่น (ไม่เกิน 3 ฝีพาย) เรือสิงห์สองแคว 7 ฝีพาย (เพื่อความสามัคคี) เรือยาวเล็กภายในจังหวัดพิษณุโลก (ไม่เกิน 30 ฝีพาย)

    พิธีเปิดงานมีขบวนอัญเชิญถ้วยพระราชทานทางบกและทางน้ำ การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน ขบวนแห่ผ้าห่มพระพุทธชินราช และพิธีทอดผ้าป่าหัวเรือ โดยชาวบ้านท่าโรงและชาวบ้านลุ่มน้ำน่าน ร่วมสร้างบรรยากาศคึกคักก่อนเริ่มการแข่งขัน เรือและฝีพายนับร้อยต่างลงชิงชัยประชันความเร็วบนสายน้ำอย่างดุเดือด

    ……………………………………

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2025/09/20/191061&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XU60ioXwxEtndlW6XdVrs

  • คึกคักทั่วไทย! แห่ต่อคิวรับ iPhone 17 series วันแรกที่เซ็นทรัลทุกสาขา รวมช็อปไอทีครบสุด-โปรแรงจัดเต็ม – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    คึกคักทั่วไทย! แห่ต่อคิวรับ iPhone 17 series วันแรกที่เซ็นทรัลทุกสาขา รวมช็อปไอทีครบสุด-โปรแรงจัดเต็ม – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – คึกคักทั่วไทย! แห่ต่อคิวรับ iPhone 17 series วันแรกที่เซ็นทรัลทุกสาขา รวมช็อปไอทีครบสุด-โปรแรงจัดเต็ม

    กรุงเทพ – สุดปัง! วันแรกของการรับเครื่อง iPhone 17 Series คึกคักทั่วประเทศ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในฐานะศูนย์รวมแบรนด์และผู้จัดจำหน่ายสินค้า Apple ชั้นนำที่ครบที่สุด สร้างปรากฏการณ์ดึงดูดลูกค้าทั่วประเทศ โดยเฉพาะ centralwOrld ยืนหนึ่งแลนด์มาร์กระดับโลกสำหรับการใช้ชีวิตทุกรูปแบบ พร้อมความคุ้มค่าที่สุดจากโปรโมชั่น On-Top ภายใต้แคมเปญ Electronics Pro Day 2025 อัดแน่นด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 พฤศจิกายน 2568

    ‘Electronics Pro Day 2025’ รวมพันธมิตรชั้นนำ อาทิ iStudio by Copperwired, iStudio by SPVi, Dotlife, TG, Advice, IT CITY, Power Buy, Studio7, JAYMART, BaNANA, AIS, TRUE และอีกมากมาย ให้เลือกซื้อ iPhone 17 Series ได้สะดวกครบ จบในที่เดียว พร้อมความ “คุ้มที่สุด” กับโปรโมชั่นสุดพิเศษ อัดแน่นสิทธิประโยชน์แบบจัดเต็ม:

    • รับคะแนน The 1 เพิ่มสูงสุด 15,190* คะแนน คำนวณจากราคา iPhone 17 Pro 256 GB ราคา 43,900.-*

    • พิเศษ 19 ก.ย.-30 ก.ย. 2568 รับสิทธิ์ซื้อวิงซ์แซ่บ 10 ชิ้น เพียง 77 บาท* (จากราคาปกติ 188 บาท) เมื่อช้อป iPhone 17 Series ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่ร่วมรายการ รับสิทธิ์ผ่านแอป Central X ที่จุดแลกของสมนาคุณ *จำกัด 760 สิทธิ์

    • คุ้มที่ 3: สิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18%* เมื่อใช้จ่ายเต็มจำนวนผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ / บัตรในเครือกรุงศรีคอนซูมเมอร์ (ผ่อน 0%* สูงสุด 10 เดือน รับเครดิตเงินคืน สูงสุด 12%*) *เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ ในหมวดMobile / IT / Camera / Gadget เงื่อนไขการผ่อนชำระเป็นไปตามที่ร้านค้า กำหนด, สินค้าที่ซื้อจากเพาเวอร์บายไม่เข้าร่วมโปรโมชัน

    รวมช็อปไอทีและ Gadget ครบทุกแบรนด์ในที่เดียว กับ Electronics Pro Day 2025 พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์จัดเต็มให้คุณคุ้มที่สุดทุกการซื้อ วันนี้ – 9 พฤศจิกายน 2568 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั่วประเทศ

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/09/20/579744/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24ncRD69DSmjZmX8CM1bCr

  • วัดป่าแสงธรรม ส่งมอบโต๊ะ-เก้าอี้ 90 ชุด หนุนการศึกษา โรงเรียนบ้านห้วยสมบูรณ์ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

    วัดป่าแสงธรรม ส่งมอบโต๊ะ-เก้าอี้ 90 ชุด หนุนการศึกษา โรงเรียนบ้านห้วยสมบูรณ์ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา


    ภาพประกอบเนื้อหา 0 วัดป่าแสงธรรม ส่งมอบโต๊ะ-เก้าอี้ 90 ชุด หนุนการศึกษา โรงเรียนบ้านห้วยสมบูรณ์ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

    สงขลา – 18 กันยายน 2568 วัดป่าแสงธรรม ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้จัดพิธีส่งมอบชุดโต๊ะและเก้าอี้นักเรียน จำนวน 90 ชุด ให้แก่โรงเรียนบ้านห้วยสมบูรณ์ ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เพื่อสนับสนุนการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียน

    โรงเรียนบ้านห้วยสมบูรณ์เปิดสอนในระดับอนุบาลและประถมศึกษา โดยมีชุดโต๊ะ-เก้าอี้เดิมที่ใช้งานมานานและอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ ทางวัดป่าแสงธรรมและคณะศิษยานุศิษย์จึงได้ร่วมกันบริจาคชุดโต๊ะ-เก้าอี้ใหม่ เพื่อนำไปทดแทนของเดิมที่เสียหาย

    การบริจาคในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทำบุญอย่างต่อเนื่องของวัดป่าแสงธรรม ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมการศึกษาของเยาวชน ซึ่งถือเป็นการสร้างโอกาสและอนาคตที่ดีให้กับเด็กๆ ในชุมชน การส่งมอบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเมตตาและพลังแห่งการแบ่งปันจากทุกภาคส่วนในสังคมที่พร้อมจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

    ภาพประกอบเนื้อหา 1 วัดป่าแสงธรรม ส่งมอบโต๊ะ-เก้าอี้ 90 ชุด หนุนการศึกษา โรงเรียนบ้านห้วยสมบูรณ์ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

    ภาพประกอบเนื้อหา 2 วัดป่าแสงธรรม ส่งมอบโต๊ะ-เก้าอี้ 90 ชุด หนุนการศึกษา โรงเรียนบ้านห้วยสมบูรณ์ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

    ภาพประกอบเนื้อหา 3 วัดป่าแสงธรรม ส่งมอบโต๊ะ-เก้าอี้ 90 ชุด หนุนการศึกษา โรงเรียนบ้านห้วยสมบูรณ์ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

    เนื้อหานี้ในภาษาอื่น


    • บมจ.หาดทิพย์ เปิดประมูลราคารถยนต์ ประจำปี 2568 (แบบแยกรายคัน) จำนวน 33 คัน

      บมจ.หาดทิพย์ เปิดประมูลราคารถยนต์ ประจำปี 2568 (แบบแยกรายคัน) จำนวน 33 คัน
    • Maxim ขยายโอกาสคนขับในหาดใหญ่ พร้อมขับเคลื่อนเมืองสะอาดด้วยรถไฟฟ้า

      Maxim ขยายโอกาสคนขับในหาดใหญ่ พร้อมขับเคลื่อนเมืองสะอาดด้วยรถไฟฟ้า
    • แถลงข่าวเทศกาลกินเจหาดใหญ่ Go Green ครั้งที่ 23 มุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

      แถลงข่าวเทศกาลกินเจหาดใหญ่ Go Green ครั้งที่ 23 มุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
    • หาดทิพย์ผนึกกำลังเครือข่ายเปิดตัว “พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้”  ยกระดับการรีไซเคิลขวด PET เป็นเม็ดพลาสติก rPET ด้วยระบบโลจิสติกส์ย้อนกลับ   ครั้งแรกของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยและธุรกิจ ”โคคา-โคล่า” ทั่วโลก

      หาดทิพย์ผนึกกำลังเครือข่ายเปิดตัว “พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้” ยกระดับการรีไซเคิลขวด PET เป็นเม็ดพลาสติก rPET ด้วยระบบโลจิสติกส์ย้อนกลับ ครั้งแรกของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยและธุรกิจ ”โคคา-โคล่า” ทั่วโลก
    • วง B5 ทีมรวม 5 โรงเรียน จ.ภูเก็ต คว้าแชมป์ “Sprite Music Contest 2025” ครองถ้วยเกียรติยศ–ทุนการศึกษา

      วง B5 ทีมรวม 5 โรงเรียน จ.ภูเก็ต คว้าแชมป์ “Sprite Music Contest 2025” ครองถ้วยเกียรติยศ–ทุนการศึกษา
    • เกษตรเขต5 เปิดสวนทุเรียนคุณภาพ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีนประจำสงขลา สร้างความเชื่อมั่น ทุเรียนชายแดนใต้ สู่ตลาดสากล

      เกษตรเขต5 เปิดสวนทุเรียนคุณภาพ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีนประจำสงขลา สร้างความเชื่อมั่น ทุเรียนชายแดนใต้ สู่ตลาดสากล
    • หาดทิพย์ รับรางวัล “อย. ควอลิตี้ อวอร์ด” สถานประกอบการดีเด่นด้านอาหาร 2568 ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตเครื่องดื่มคุณภาพระดับสากล และมุ่งมั่นเติบโตเคียงข้างชาวใต้ตลอด 55 ปี

      หาดทิพย์ รับรางวัล “อย. ควอลิตี้ อวอร์ด” สถานประกอบการดีเด่นด้านอาหาร 2568 ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตเครื่องดื่มคุณภาพระดับสากล และมุ่งมั่นเติบโตเคียงข้างชาวใต้ตลอด 55 ปี
    • บมจ.หาดทิพย์ เปิดประมูลราคารถยนต์ ประจำปี 2568 (แบบเหมากลุ่ม) จำนวน 43 คัน

      บมจ.หาดทิพย์ เปิดประมูลราคารถยนต์ ประจำปี 2568 (แบบเหมากลุ่ม) จำนวน 43 คัน
    • จังหวัดสงขลาจัดใหญ่ “เทศกาลอาหารพื้นถิ่นสงขลา เขา ป่า โหนด นา เล

      จังหวัดสงขลาจัดใหญ่ “เทศกาลอาหารพื้นถิ่นสงขลา เขา ป่า โหนด นา เล
    • หาดทิพย์ ติดทำเนียบหุ้น ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ตอกย้ำผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มยั่งยืนในภาคใต้

      หาดทิพย์ ติดทำเนียบหุ้น ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ตอกย้ำผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มยั่งยืนในภาคใต้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news.gimyong.com/content/d93603f002&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QFpJ8ou0pBotFsVGXqtp6