Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • คนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้เท่าไหร่

    คนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้เท่าไหร่

              คนละครึ่ง รัฐบาลอนุทิน เร่งจัดสูตร 60 : 40 สั่งดำเนินการให้เสร็จ ภายใน 1 – 2 เดือน ส่องดีเทลคร่าว ๆ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้เท่าไหร่ 

    คนละครึ่ง 2568
    JN 999 / Shutterstock.com

              โครงการคนละครึ่ง ในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางการจับตาของประชาชน ว่ามาตรการนี้จะคลอดเมื่อไหร่ และคนละครึ่ง 2568 จะได้รับเงินคนละกี่บาท ทั้งในกลุ่มผู้เสียภาษีและกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 

              ล่าสุด (21 กันยายน 2568) ฐานเศรษฐกิจ รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พูดถึงโครงการคนละครึ่ง ระหว่างลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.อ่างทอง เมื่อวานนี้ (20 กันยายน) โดยระบุว่า เดี๋ยวจะรีบจัดคนละครึ่ง 60 : 40 มาให้พี่น้องด้วย อันนี้เป็นนโยบายที่ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเร่งดำเนินการให้เสร็จ ภายใน 1-2 เดือนนี้ โดยเร็วที่สุด 

              ซึ่งหากอิงตามคำพูดนี้ของนายอนุทิน ทำให้คาดได้ว่าโครงการคนละครึ่ง 2568 จะมาเป็นรูปแบบ 60 : 40  

    อัปเดตเงื่อนไขคนละครึ่ง 2568

              – เติมเงินในลักษณะ top up ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น ผู้ถือบัตรได้สิทธิใช้จ่ายทุกเดือน 300 บาท รัฐบาลอาจจะเติมเงินเพิ่มเข้าไป 700 บาทรวมเป็น 1,000 บาท เพื่อใช้จ่ายผ่านแอปฯ ถุงเงิน กับร้านค้าที่ร่วมโครงการ

              – รัฐบาลกำลังพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาทต่อคน 

    คนละครึ่ง 2568

    สูตรใหม่คนละครึ่ง 

              – คาดใช้สูตรใหม่ รัฐสนับสนุน 60 : 40 สำหรับผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีอยู่จำนวน 11 ล้านราย แต่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพียง 4 ล้านราย

              – รัฐสนับสนุน 50 : 50 สำหรับประชาชนทั่วไป

              – ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรคนจนจำนวน 13.5 ล้านรายรอความชัดเจนอย่างเป็นทางการหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

    คุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิคนละครึ่ง 

              1. มีบัตรประจำตัวประชาชน เลข 13 หลัก

              2. สัญชาติไทย

              3. อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ลงทะเบียน

    ข่าวโครงการคนละครึ่ง 2568 ที่น่าสนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://money.kapook.com/view295135.html&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2So-O3crukopixKOkgpcgs

  • ‘อนุทิน’ ควงทีมเศรษฐกิจ พบสมาคมธนาคารไทย ถกปมร้อนสินเชื่อ-เงินบาทแข็ง พรุ่งนี้

    ‘อนุทิน’ ควงทีมเศรษฐกิจ พบสมาคมธนาคารไทย ถกปมร้อนสินเชื่อ-เงินบาทแข็ง พรุ่งนี้

    ‘อนุทิน’ ควงทีมเศรษฐกิจ พบสมาคมธนาคารไทย ถกปมร้อนสินเชื่อ-เงินบาทแข็ง พรุ่งนี้

    รายงานข่าวเปิดเผยว่า วันที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจ ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, และทีมงาน จะเข้ารับฟังการหารือกับ นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และสมาชิกสมาคมธนาคารไทย ที่สมาคมธนาคารไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

    การประชุมนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการหาทางออกให้กับปัญหาต่างๆ ในภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเรื่องของการเข้าถึงสินเชื่อและปัญหาภาระหนี้สินของกลุ่ม SMEs ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป ซึ่งไม่ได้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

    การหารือครั้งนี้มีความคาดหวังว่าจะสามารถหามาตรการที่ช่วยปลดล็อกปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อและฟื้นฟูสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจ SME ซึ่งเป็นฐานรากของเศรษฐกิจไทย 

    ทั้งนี้ ในการประชุมที่ผ่านมาของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้มีข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ในปี 2569 หรือจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว เพื่อลดภาระต้นทุนและเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ

    นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาแรงงานก็เป็นอีกประเด็นที่มีการหารือ โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน (Pay by Skills) ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทยในตลาดแรงงานโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/639413&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dO1w5qDbL59MyB3yFaqBx

  • ส่องแนวทาง “คนละครึ่ง 2568” บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-กลุ่มเสียภาษี ได้สิทธิอะไรบ้าง

    ส่องแนวทาง “คนละครึ่ง 2568” บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-กลุ่มเสียภาษี ได้สิทธิอะไรบ้าง

    ส่องแนวทาง “คนละครึ่ง 2568” กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-กลุ่มเสียภาษี รัฐบาลจ่อเพิ่มสิทธิพิเศษหวังกระตุ้นกำลังซื้อ เช็กเลยมีอะไรบ้าง

    แม้ว่ามาตรการคนละครึ่ง จะยังไม่เคาะออกมาเป็นรูปธรรมและชัดเจนเท่าไหร่นัก เพราะรัฐบาลยุคอนุทิน จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน ถึงจะดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ที่แน่ๆ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงแนวทางการดำเนินการคนละครึ่งนั้น เบื้องต้นได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

    บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

    • จะได้รับสิทธิ์ในลักษณะ top up หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

    ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี

    • รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาทต่อคน

    จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

    นอกจากนี้ ภาคเอกชนได้เสนอให้เพิ่มวงเงินในโครงการคนละครึ่ง จากเดิม 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน คนที่ใช้แพลตฟอร์ม และมีสิทธิอยู่แล้วจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่เมื่อถึงเวลาสามารถใช้ได้ทันที ส่วนคนที่ยังไม่เคยใช้ต้องลงทะเบียน และสำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็มีระบบออฟไลน์รองรับ

    อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่ง 2568 จะเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือน ต.ค. 68 โดยใช้งบประมาณปี 2569 ในหมวดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินราว 25,000 ล้านบาท

    อ่านเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/943252/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xbbO641iTQb0rILAvQIgS

  • เปิดขั้นตอนสมัคร “เป๋าตัง” ลุ้นลงทะเบียน “คนละครึ่ง 2568” ใช้สิทธิผ่านแอปฯ

    เปิดขั้นตอนสมัคร “เป๋าตัง” ลุ้นลงทะเบียน “คนละครึ่ง 2568” ใช้สิทธิผ่านแอปฯ

    “คนละครึ่ง 2568” อัปเดตล่าสุด เช็กเงื่อนไขใหม่ ใครได้บ้าง แนะขั้นตอนสมัครใช้งานแอปฯ “เป๋าตัง” เตรียมความพร้อมก่อนลงทะเบียนร่วมโครงการ

    ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอยู่ต่อเนื่องสำหรับ “โครงการคนละครึ่ง” ปี 2568 หลังจากที่ “รัฐบาลอนุทิน” ได้ประกาศเตรียมนำกลับมาปัดฝุ่น เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้ง แต่อาจจะมีการปรับเงื่อนไขการลงทะเบียน และสิทธิการใช้จ่าย เน้นสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี แต่ยังคงสิทธิเดิมสำหรับประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการ

    อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่ง 2568” ได้เมื่อไร

    สำหรับ “คนละครึ่งอนุทิน” นี้ คาดการณ์ว่าจะเริ่มใช้ได้เร็วที่สุดในช่วงเดือน ต.ค. 2568 โดยใช้งบประมาณปี 2569 ในหมวดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินราว 25,000 ล้านบาท 

    โดยก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

    “คนละครึ่งอนุทิน” เช็กเงื่อนไขใหม่ ใครได้บ้าง

    สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ หรือ คนละครึ่งอัปเกรด จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

    • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน
    • ประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

    โดยความคืบหน้าล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยถึง นโยบายคนละครึ่งล่าสุด ระบุว่า แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้นว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับสิทธิ์ในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ์ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป 

    ขณะเดียวกันยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

    วิธีลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 เตรียมใช้สิทธิผ่านแอปฯ

    ก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ ยังได้เปิดเผยไว้อีกว่า การระงับบัญชีม้า จะไม่กระทบกับ “โครงการคนละครึ่ง” ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะโครงการจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชี

    สำหรับการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ “โครงการคนละครึ่ง” ที่ผ่านมา สามารถลงทะเบียนได้ 2 ช่องทาง ได้แก่

    • ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com
    • ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” พร้อมผูกกับกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีชื่อว่า G-Wallet (กดแถบโครงการคนละครึ่ง) โดยจะต้องเติมเงินเข้าไปก่อนใช้บริการ

    อัปเดตปี 2568 ขั้นตอนสมัครใช้งานแอปฯ “เป๋าตัง”

    • วิธีติดตั้ง แอปฯ เป๋าตัง และการลงทะเบียน

    1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 15.0 ขึ้นไป

    2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา
    3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”
    4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง

    5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
    6. เตรียมบัตรประชาชน
    7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน
    8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

    9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ
    10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน
    11. เลือกวิธียืนยันตัวตน

    • กรณียืนยันตัวตนด้วยบัญชี Krungthai NEXT

    1. เข้าสู่ Krungthai NEXT
    2. ระบุรหัส PIN Krungthai NEXT
    3. กดปุ่มดำเนินการบนแอปฯ เป๋าตัง
    4. กรอกรหัส OTP (OTP จะถูกส่งไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับ Krungthai NEXT)

    5. ตั้งค่ารหัส PIN
    6. ยืนยันรหัส PIN
    ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องใช้บัญชี Krungthai NEXT ที่มีหมายเลขบัตรประชาชนเดียวกับแอปฯ เป๋าตัง

    • กรณียืนยันตัวตนด้วย การสแกนใบหน้า

    กรณียืนยันตัวตนด้วย การสแกนใบหน้า
    1. เตรียมสแกนใบหน้า
    2. สแกนใบหน้า (สามารถข้ามได้ หากโทรศัพท์ไม่มีกล้อง/ชำรุด)
    3. ตั้งค่ารหัส PIN
    4. ยืนยันรหัส PIN

    5. เปิดการใช้งานระบบสแกนใบหน้า หรือ สแกนลายนิ้วมือ
    6. ยอมรับ เงื่อนไขการใช้งานแอปฯ เป๋าตัง (ผู้ขอใช้บริการต้องยอมรับเท่านั้น)
    7. แสดงหน้าจอเฉพาะความยินยอมที่ผู้ใช้งานไม่เคยตอบ (การตอบคือการให้ความยินยอมหรือไม่ให้ความยินยอมก็ได้)
    8. ขณะระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้งาน จะพบข้อความบนการ์ดว่า “กำลังตรวจสอบข้อมูล”
    9. หากลงทะเบียนสำเร็จ จะแสดงการ์ด wallet ดังภาพ เพื่อให้สมัครใช้บริการ.

    อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2884066&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3s8mETwvPtidMhJzq8N0Fp

  • อิรักประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ตั้งเป้าลดการพึ่งพาน้ำมันภายใน 25 ปี : อินโฟเควสท์

    อิรักประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ตั้งเป้าลดการพึ่งพาน้ำมันภายใน 25 ปี : อินโฟเควสท์

    มุฮัมมัด ชิยาอ์ อัลซูดานี นายกรัฐมนตรีอิรัก ได้ประกาศวิสัยทัศน์ว่าด้วยการพัฒนาแห่งชาติในวันเสาร์ (20 ก.ย.) พร้อมกับย้ำว่าอิรัก “ไม่สามารถพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเพียงอย่างเดียวในฐานะรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจได้อีกต่อไป”

    แถลงการณ์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีอิรักได้เข้าร่วมพิธีเปิดตัววิสัยทัศน์ “Iraq Vision 2050 for Development and the Future” โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล นักการทูต และตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมงาน

    วิสัยทัศน์ดังกล่าวมุ่งสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาน้ำมัน และยกระดับการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนผ่านการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

    ตัวอย่างโครงการสำคัญ ได้แก่ การผลักดันให้อิรักเป็นศูนย์กลางการขนส่ง เพื่อรองรับ 20% ของการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรปผ่านทางท่าเรืออัลฟาว (Al-Faw Grand Port) รวมถึงโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน “Development Road” ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานมากถึง 1.5 ล้านตำแหน่ง

    วิสัยทัศน์ใหม่ยังมุ่งเป้าไปที่โครงการด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม เพื่อพึ่งพาตนเองด้านอาหาร น้ำ และพลังงานให้ได้ 70% โดยหลังจากนี้จะมีการจัดทำแผนแม่บทว่าด้วยการพัฒนา และนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติในลำดับถัดไป

    นายกรัฐมนตรีอิรักกล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาพลิกโฉมเศรษฐกิจโลก และ “อิรักปรารถนาที่จะเป็นอิสระจากการพึ่งพาน้ำมันในอนาคต ด้วยเศรษฐกิจที่มั่นคงและมีความหลากหลายมากขึ้น”

    “วิสัยทัศน์ Iraq Vision 2050 เป็นแนวทางระดับชาติที่มุ่งสร้างเอกภาพ โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ทั้งหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย ภาคประชาสังคม ตลอดจนเยาวชน” เขากล่าว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/531035&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZsOFTlTyaI8Ai063HWmLU

  • คณะผู้แทนของอิหร่าน: ชาวอิหร่านจะไม่ทนต่อการรุกรานของมหาอำนาจต่างชาติ

    คณะผู้แทนของอิหร่าน: ชาวอิหร่านจะไม่ทนต่อการรุกรานของมหาอำนาจต่างชาติ

    คณะผู้แทนของอิหร่าน: ชาวอิหร่านจะไม่ทนต่อการรุกรานของมหาอำนาจต่างชาติ

    คณะผู้แทนอิหร่าน ณ เจนีวา:
    🔹ตลอดประวัติศาสตร์ ชาวอิหร่านได้รับแรงบันดาลใจจากวีรบุรุษทางศาสนาและตำนานของตนเสมอมา และมีความรักสงบ
    🔹ตลอดเวลากว่าสองศตวรรษที่ผ่านมา ชาวอิหร่านไม่เคยแสวงหาการรุกรานชาติใด ๆ อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะไม่ยอมทนต่อความอยุติธรรมหรือการรุกรานจากมหาอำนาจต่างชาติที่กระทบต่อศักดิ์ศรีและมาตุภูมิของตน
    🔹ในวันสันติภาพโลก เรามีโอกาสที่จะเน้นย้ำและยืนยันอีกครั้งถึงพันธะสัญญาอันแน่วแน่ของอิหร่านต่อสันติภาพ

  • แพร่คิกออฟ “นั่งสองแถวแอ่วเมืองแป้” กระตุ้นท่องเที่ยว เชื่อมเสน่ห์รถท้องถิ่นกับวัฒนธรรม

    แพร่คิกออฟ “นั่งสองแถวแอ่วเมืองแป้” กระตุ้นท่องเที่ยว เชื่อมเสน่ห์รถท้องถิ่นกับวัฒนธรรม

    21 กันยายน 2568 12:24 น. จังหวัดแพร่ ข่าวทั่วไทย

    สหกรณ์จังหวัดแพร่  ร่วมกับสหกรณ์บริการเดินรถยนต์โดยสารจังหวัดแพร่ จำกัด และ  สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแพร่  จัดกิจกรรม  kickoff  “นั่งสองแถวแอ่วเมืองแป้” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายสมศักดิ์ ปานดอนไพร สหกรณ์จังหวัดแพร่   พร้อมด้วยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์และกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 1 ร่วมกับสหกรณ์บริการเดินรถยนต์โดยสารจังหวัดแพร่ จำกัด และ  สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ จัดกิจกรรม  kickoff  “นั่งสองแถวแอ่วเมืองแป้” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดแพร่ ด้วยการใช้บริการ “รถสองแถว”  ซึ่งเป็นเสน่ห์ของรถท้องถิ่นในจังหวัดแพร่    โดยมี นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และ   นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่   พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกิจกรรมนั่งรถสองแถวจากศาลากลางจังหวัดแพร่ไปยังวัดสระบ่อแก้ว เพื่อบูชาพระอุปคุตและไหว้สาพระพุทธเจ้า 28 องค์  รวมทั้งร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/652670&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OqNHv-q2Eu0ORTGig5xcE

  • ถอดรหัส 3 บิ๊กธุรกิจทรานส์ฟอร์มท่องเที่ยวไทย มองไกลกว่าการฟื้นตัว

    ถอดรหัส 3 บิ๊กธุรกิจทรานส์ฟอร์มท่องเที่ยวไทย มองไกลกว่าการฟื้นตัว

    การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อ GDP ของประเทศไทยมากกว่า 10% ทิศทางในการยกระดับการท่องเที่ยวไทย มองไกลกว่าการฟื้นตัว สู่การสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน เพื่อสร้างการเติบโตที่มีมูลค่าสูง และดึงโอกาสที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศไทย มาสร้างความแข็งแกร่งให้การท่องเที่ยวเติบโตอย่างยั่งยืน ต้องโฟกัสเรื่องใดบ้าง บิ๊ก 3 ธุรกิจกูรูด้านการท่องเที่ยว ทั้ง ไมเนอร์ ,อโกด้า และการบินไทย มีคำตอบ

    ไมเนอร์ ชี้เทรนด์ท่องเที่ยวยั่งยืน-เวลเนส

    นายวิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากเกิดโควิด-19 และเริ่มฟื้นตัว เกิดแนวโน้มด้านการท่องเที่ยวใหม่ในประเทศไทย นั่นก็คือการท่องเที่ยวเชิงยั่งยืนและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ sustainability และ wellness tourism

    ในช่วงที่ผ่านมาทางกลุ่มไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เปิด ‘เวลเนส คลินิก ’ เพิ่มขึ้นหลายแห่ง ซึ่งแยกออกมาจากธุรกิจสปา และประสบความสำเร็จอย่างมาก จากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาจากเที่ยวบินระยะยาว รวมทั้งจากนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง

    ทั้งยังได้พบอีกว่านอกจากการมาท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ปัจจัยด้านวัฒนธรรมก็ยังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วย การอนุรักษ์ธรรมชาติให้คงไว้ซึ่งความสวยงาม ยังคงเป็นแรงดึงดูดใหญ่ให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศในเอเชียและตะวันออกกลาง เช่น การเที่ยวภูเขาและเที่ยวชมวัฒนธรรมเลี้ยงช้างในภาคเหนือ การเดินทางเพื่อเยี่ยมชมหาดในภูเก็ตหรือสมุย ธรรมชาติทางทะเลนี้อ่าวมาหยา สิ่งเหล่านี้ล้วนดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จำนวนมหาศาล

    วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค

    ส่วนเรื่องความยั่งยืนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มูลค่าการท่องเที่ยวสูงขึ้น แต่นักท่องเที่ยวมักจะต้องจ่ายในราคาสูงและรู้สึกว่าอาจจะถูกเอารัดเอาเปรียบ ทั้งยังต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในยุโรปอาจมีมาตรการที่เข้มงวดและปฏิบัติได้จริง แต่ในเอเชียหรือแม้แต่ตะวันออกกลางยังต้องหาวิธีนำกฎเหล่านั้นมาใช้โดยสมัครใจ

    ยกตัวอย่าง ไมเนอร์ มีโปรแกรมที่เรียกว่า ‘Dollar for Deeds’ แขกจะถูกถามโดยสมัครใจ เพื่อเพิ่มเงิน 1 ดอลลาร์ต่อการเข้าพักหนึ่งคืน สำหรับสมทบทุนให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อม

    “เรื่องนี้บริษัทเราใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นอย่างมากและมุ่งมั่นที่จะบรรลุ Net Zero ภายในปี 2050 ในกลุ่มลูกค้าที่ตอบสนองเรื่องสิ่งแวดล้อมและใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เริ่มมีมากขึ้น แน่นอนว่าผู้ประกอบการยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะภาคธุรกิจโรงแรมและภาคบริการ ที่ต้องสร้างความตระหนักรู้ความร่วมมือเพื่อผลักดันบริษัทไปสู่ความยั่งยืน”

    ปัจจุบันบริษัทเติบโตขึ้นมากและกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเน้นสินทรัพย์เป็นหลักและถือกรรมสิทธิ์โรงแรมส่วนใหญ่ทั่วโลก เรียกว่า การขยายตัวแบบ asset light expansion (ขยายธุรกิจโรงแรม โดยเน้นการ รับจ้างบริหารโรงแรม แทนการลงทุนเป็นเจ้าของโรงแรมเอง) การบริหารโรงแรมและการให้สิทธิ์แฟรนไชส์เป็นจำนวนมาก สิ่งนี้จะส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนและผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของให้เพิ่มขึ้น

    ถอดรหัส 3 บิ๊กธุรกิจทรานส์ฟอร์มท่องเที่ยวไทย มองไกลกว่าการฟื้นตัว

    นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่อาศัยจำนวนหนึ่ง และโครงการเหล่านี้ไม่ใช่โครงการทำเอง แต่เป็นที่อยู่อาศัยที่มีแบรนด์ (branded residential) ที่ได้รับค่าสิทธิและค่าธรรมเนียมแบรนด์ มีส่วนช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจทั้งหมด

    จี้แก้ปัญหากัมพูชา-เพิ่มบินตรงไทย-ยุโรป

    สำหรับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทางผู้ประกอบในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทย และยังมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก จากปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ (Geopolitics)

    ไม่ว่าจะเป็นสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียหรือสหภาพยุโรป รวมถึงปาเลสไตน์ เลบานอน เยรูซาเล็ม การปะทะกันระหว่างปากีสถานและอินเดีย และก็เกิดปัญหาขัดแย้งชายแดนกัมพูชามาซ้ำเติมอีก เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ กระทบภาคท่องเที่ยวของไทยและของโลกนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกจากกัมพูชาเพื่อมาต่อเที่ยวบินที่ไทยไปยังประเทศต่างๆ ลดลง โดยหันไปใช้เวียดนามแทน

    ทั้งนี้การลงทุนภาคเอกชนไทยที่มีมูลค่าสูงมากกำลังได้รับผลกระทบจากกระแสการต่อต้านสินค้าไทยอย่างบริษัท PTT ก็ได้รับผลกระทบ ซึ่งผลกระทบเต็มที่ต่อธุรกิจไทยจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3 ปีนี้ หากความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย

    อีกทั้งปัญหาหนึ่งของการท่องเที่ยวไทย คือ เที่ยวบินตรงไทย-ยุโรป มีไม่เพียงพอ นักท่องเที่ยวยุโรปต้องบินอ้อมไปต่อเครื่องที่ดูไบทำให้เสียเวลาในการเดินทาง และเมื่อไปถึงดูไบนักท่องเที่ยวก็อาจจะไปใช้เงินมากที่ตะวันออกกลางแทน ภาคธุรกิจโรงแรมจึงเฝ้ารอให้การบินไทยมีเครื่องบินเพิ่ม

    อโกด้า เผย AI สร้างความได้เปรียบท่องเที่ยว

    Mr. Damien Pfirsch, Chief Commercial Officer จาก Agoda Company กล่าวว่า ในข้อมูลเชิงลึกที่อ้างอิงจาก Agoda จะเห็นว่าประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในที่ 2 ของประเทศที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของโลก ตามข้อมูลของ Agoda มีอัตราการเติบโต 17% ต่อปี และส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนั้นมาจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และที่อื่น ๆ ในเอเชีย

    กรุงเทพฯ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 2 บน Agoda มีผู้เข้าชมซ้ำมากที่สุดสองปีติดต่อกัน โดยนักท่องเที่ยวมักเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ มากกว่าหนึ่งหรือสองครั้งซึ่งสูงกว่าจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในเอเชีย นอกเหนือจากนี้ยังมีภูเก็ตและสมุยที่มีอัตราการเติบโตต่อปีประมาณ 20%

    Mr. Damien Pfirsch

    “ปัจจุบันนักท่องเที่ยวอาจจะลดลงในบางแห่ง กลุ่มใหญ่คือนักท่องเที่ยวจีน คาดหวังว่าหากหลายหน่วยงานทำงานร่วมกันจะดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กลับมาได้ในไม่ช้าและสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้สิ้นปี ที่ถือว่าเป็นไฮซีซั่นหรือฤดูหนาวทำให้ประเทศไทยสามารถสร้างเม็ดเงินจากอัตราการเข้าพักที่สูงที่สุด”

    ขณะเดียวกันคนที่เดินทางมาประเทศไทย มักมียอดค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ และเมื่อพูดถึงกรุงเทพฯ ในข้อมูลของ Agoda เป็นเมืองที่มีผู้มาเที่ยวซ้ำมากที่สุดมาถึง 7 ปี ติดต่อกัน

    อย่างไรก็ตาม ก็มีด้านที่ลดลงของการท่องเที่ยวด้วย โดยเฉพาะจากตลาดจีน ที่เราต้องช่วยกันโปรโมทตลาดจีนให้มากยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ในฐานะแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวบริษัทในเครือได้ศึกษาเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน แต่สำหรับนักเดินทางกว่า 84% ยังไม่มีความสนใจในเรื่องนี้มากนัก และเรื่องนี้ยังเป็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ ที่จะดำเนินการสร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อธุรกิจและจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว

    “เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว เราได้เปิดตัว Agoda Sustainability Academy ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ฟรีสำหรับโรงแรม สามารถเข้าสู่ระบบและเรียนรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติปรับปรุงความยั่งยืน ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอการประหยัดเงินในการดำเนินการ สามารถมีส่วนร่วมในภารกิจที่สำคัญนี้ในการช่วยพัฒนาการเดินทาง พร้อมลดผลกระทบ และยังช่วยปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนและระบบนิเวศของประเทศนั้นๆ ได้ แน่นอนว่าหากลูกค้าเห็นป้ายรับรองในด้านความยั่งยืนน่าจะช่วยเพิ่มอัตราการจองหรือเพิ่มนักท่องเที่ยวได้สูงขึ้น”

    สำหรับประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเดียวกันการท่องเที่ยวถือเป็นกุญแจสำคัญ โดยมีอาวุธคือนโยบายวีซ่าที่ถือว่ามีผลอย่างมาก ทำให้ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวอินเดียเติบโตสูงขึ้นถึง 33% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และนโยบายนี้มาเลเซียก็ได้ใช้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นกัน รวมถึงเวียดนามที่กำลังเจาะกลุ่มประเทศที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและกำลังเติบโตสูงถึง 78% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

    ดังนั้นแอพพลิเคชั่นหรือชุดเครื่องมือที่สนับสนุนการเดินทางระหว่างประเทศของลูกค้าคือกลยุทธ์สำคัญ ทำให้บริษัทพัฒนาและเติบโต แน่นอนว่า ai ถือเป็นส่วนหนึ่งและเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่จะต้องนำมาใช้ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสามารถทำความเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้มากกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ถือว่าการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี AI ช่วยสร้างความได้เปรียบในธุรกิจและให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้าในยุคปัจจุบันมีความหลากหลาย

    นักเดินทางต่างกระหายข้อมูลและต้องการข้อมูลที่ตอบสนองได้ดี แพลตฟอร์มต่างๆ หรือ AI ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของคู่มือการท่องเที่ยว ภาษาก็ต้องมีความหลากหลายถูกต้อง สอดคล้องกับบริบทของผู้ใช้ เป็นผู้ช่วยในการพูดคุยและวางแผนการเดินทางตั้งแต่ต้นไปจนจบ

    การบินไทย ขยาย connect flight เพิ่มฝูงบินใหม่

    นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา การบินไทยได้ทำแผนงานระยะยาวเพื่อลดแบบของเครื่องบินที่บริษัทใช้ โดยก่อนหน้านี้มีเครื่องบินถึง 8 แบบ แต่ตอนนี้จะลดลงไปเหลือเพียง 4 แบบ เพื่อลดต้นทุนการซ่อมบำรุง นอกจากนี้เรื่องสัดส่วนของการบินแบบ point to point กับการ connect ก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน เพราะในอนาคตการเดินทางในเอเชียแปซิฟิกจะเติบโตสูงที่สุดในโลก

    ดังนั้นจึงออกแบบเที่ยวบินให้เป็นไปตามข้อมูล โดยเฉพาะในครึ่งแรกของปี 2568 สัดส่วนของ direct flight กับ connect flight มาเป็น 80 : 20 % จากที่ก่อนหน้านี้ direct flight สูงมากกว่า 90% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว

    “เราสามารถดึงดูดผู้โดยสารจากทั่วทุกมุมโลกมายังกรุงเทพฯได้ และสามารถเชื่อมต่อ ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้เช่นกัน โดยมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารในปัจจุบันประมาณ 77% มากกว่าไตรมาส 2 ในอดีตที่ต่ำกว่า 70% และตอนนี้สามารถผสมผสานการเดินทางไฟลท์บินตรงและไฟลท์เชื่อมต่อได้เป็นอย่างดีสำหรับทุกเที่ยวบิน”

    ชาย เอี่ยมศิริ

    การวิเคราะห์ข้อมูลและนำมาจัดการทางธุรกิจเพื่อให้สามารถและได้รับผลตอบแทนมากขึ้น มีส่วนทำให้สามารถทำกำไรได้มากขึ้นด้วย ในปัจจุบันยังพัฒนาการใช้เครื่องบินที่ปล่อยคาร์บอนต่ำใช้เชื้อเพลิงน้อยลง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยังปรับเพิ่มประสิทธิภาพทางเส้นทางการบินเหมาะกับการเดินทางในโลกยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

    ปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องบิน Airbus A320 จำนวน 20 ลำ และได้ปรับปรุงห้องโดยสาร เพิ่มความบันเทิงด้านภาพยนตร์ ฟังเพลง เพื่อให้การเดินทางสำหรับผู้โดยสารราบรื่นแบบไร้รอยต่อ หลังจากนี้จะปรับใช้กับเครื่องบินใหม่ Airbus A321 รวมถึงเครื่องบินโบอิ้งในปัจจุบัน

    “ในระยะยาวเราจะได้รับเครื่องบินใหม่รุ่นโบอิ้งอย่างน้อย 45 – 50 กว่าลำ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำหรับการเดินทางระยะไกล สามารถแข่งขันกับสายการบินชั้นนำของโลกได้ ซึ่งผมยังไม่สามารถเปิดเผยได้ตอนนี้แต่ถือว่ามีความพร้อมประมาณ 95% แล้ว”

    การบินไทย

    สำหรับความท้าทายของการบินไทยในระยะยาว 10 ปีข้างหน้า คือผลกระทบจากห่วงโซ่การผลิตชะงักงันที่ผ่านมา และเครื่องบินที่มีชิ้นส่วนประกอบนับแสนชิ้น ที่ต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน โรคระบาดโควิดที่ผ่านมา ทำให้ผู้ผลิตลดการผลิต ปลดคนงานออก เมื่อโลกฟื้นจากโควิด ต้องมีการจ้างงานใหม่ แต่คนงานที่ออกไปไม่ยอมกลับมาทำงานเดิม ต้องใช้เวลาในการเทรนคนใหม่

    ทำให้บริษัทการบินต่าง ๆ รวมทั้งการบินไทยยังประสบปัญหาจากการขาดแคลนพนักงงาน ปัจจุบันการบินไทยต้องหันมาให้ทุนให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนฝึกนักบินเพื่อที่จะได้คนมาให้ทำงานให้การบินไทยในอนาคต ท่ามกลางการแย่งชิงตัวพนักงานระหว่างสายการบินต่าง ๆ

    ขณะที่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ เช่น การปิดน่านฟ้าของอิหร่านที่ผ่านมา หรือการปิดน่านฟ้ากัมพูชาทำให้ต้องปรับเส้นทางการบิน ต้องบินนานขึ้น ค่าใช้จ่ายน้ำมันมากขึ้น

    ในขณะเดียวกันสงครามการค้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขึ้นภาษีศุลกากรสูงทั่วโลก ทำให้คนยุโรปและแคนาดาเดินทางไปสหรัฐน้อยลง แต่เดินทางมาแถบเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น ทำให้ การบินไทยได้ประโยชน์จึงถือเป็นโอกาสในวิกฤต

    ในส่วนของการดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมา รัฐบาลไทยจะต้องเร่งสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย เพราะคนจีนยังออกท่องเที่ยวต่างประเทศมากแต่เดินทางไปประเทศอื่น มาไทยน้อยลง

    ทั้งการบินไทยยังใช้ผลิตภัณฑ์ไทยจำนวนมากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นตั้งแต่ชุดพนักงานบนเครื่อง การขวดพลาสติก PET 70% จากขวดพลาสติก PET และ 30% จากผ้าไหม และนำมาผลิตเป็นชุดเครื่องแบบของพนักงาน

    แม้กระทั่งเสื้อนักบิน ก็มาจากผ้าที่รีไซเคิลได้ 100% ทั้งหมดนี้เรียกว่า ผลิตภัณฑ์ปลอดขยะ (zero waste living product) ซึ่งมาจากวัสดุที่ใช้แล้วในเครื่องบิน และอีกหลายอย่าง แม้กระทั่งผู้ขวดน้ำดื่มก็ไม่มีฉลาก นับเป็นการดำเนินการเกี่ยวกับ ESG แบบย่อ

    ทั้งหมดล้วนเป็นข้อมูลจากเวทีเสวนา Thailand Focus 2025 Beyond The Challenges ในหัวข้อ “Beyond Recovery: Transforming Thailand’s Tourism for a Sustainable and High-Value Future” ยกระดับการท่องเที่ยวไทย: มองไกลกว่าการฟื้นตัว สู่การสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน ซึ่งฐานเศรษฐกิจ ได้จับประเด็นสำคัญมานำเสนอ

    หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,130 วันที่ 11 – 13 กันยายน พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/639408&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xbogAgAz-Y03pxO4PVdPo

  • สว. จี้ รมว.ท่องเที่ยวฯใหม่ เร่งส่างปัญหาเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์

    สว. จี้ รมว.ท่องเที่ยวฯใหม่ เร่งส่างปัญหาเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์

    “กมธ.วุฒิสภา” จี้ รมว.ท่องเที่ยวฯใหม่ เร่งส่างปัญหาเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์ครั้งที่33 ด้าน “จำลอง” งง จ้างบ.เอกชนดูแลการถ่ายทอดสด ทั้งที่กรมประชาฯมีความพร้อม-สั่งรื้อโลโก้ มาสคอต มิหนำซ้ำไร้สำรองที่พักนักกีฬา ให้กำลังใจรัฐบาลใหม่สานต่อให้สำเร็จ

    นายจำลอง อนันตสุข สว. โฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่จะจัดขึ้นภายในสิ้นปีนี้ ว่าล่าสุดทางกมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทินายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้าชี้แจงในกมธ.ถึง2-3ครั้ง

    ในภาพรวมต้องเข้าใจว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีความเข้มแข็ง ปล่อยปัญหานี้จนเหลือเวลาแค่3เดือนสุดท้าย มิหนำซ้ำยังเปลี่ยนโลโก้และมาสคอตซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะต้องใช้ในการประชาสัมพันธ์เนื่องจากเราเป็นเจ้าภาพ ปัญหาดังกล่าวจึงทำให้งานในด้านของการประชาสัมพันธ์สะดุด

    รวมถึงงานป้ายสิทธิประโยชน์อีกด้วย ส่วนงบประมาณมีการตั้งทิ้งไว้ที่ไม่เพียงพอโดยอ้างว่าจะใช้งบกลาง ซึ่งในความเป็นจริงจะต้องมีการทำเรื่องขออีกซึ่งจะทำให้กระบวนการในการทำงานล่าช้า

    นายจำลอง กล่าว ส่วนอีกปัญหาที่พบคือการถ่ายทอดสดที่ทางกกท.จ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดูแล ส่วนมองว่าไม่ควรทำ เราควรให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้ดูแลศูนย์การถ่ายทอดสด เพราะมีพื้นที่และทรัพยากรที่เพียงพอ คณะกรรมการการแข่งขันต้องทราบรายละเอียด แต่ยังดื้อรันไปจ้างบริษัทเอกชน

    ตนไม่ทราบว่าบริษัทไหนลองไปตรวจสอบดู แต่ทางกรมประชาสัมพันธ์เองก็ยืนยันว่าหากจ้างเอกชน ก็ไม่ขอสนับสนุน

    นายจำลอง กล่าวว่า อีกปัญหาที่เจอคือที่พักของนักกีฬาต้องอย่าลืมว่าช่วงธ.ค. เป็นช่วงไฮด์ ซีซั่น ในการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตอนนี้ยังไม่มีการจองเลย ส่วนเรื่องความปลอดภัยควรมีมาตราการที่เข้มข้น เพราะปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ก็ยังไม่คลี่คลายอาจจะมีการปะทะของกองเชียร์ ควรติดกล้องวงจรปิดรวมถึงจัดทีมรักษาความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นซึ่งอาจจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

    “เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่สถานการณ์เริ่มดีขึ้นแล้วสามารถเดินหน้าได้ เลยงงว่าทำไมการเมืองถึงยุ่งกับกีฬามากมาย จะให้ทุกอย่างเป็นการเมืองหรือ การกีฬาเจ้าของเกมควรเป็นประชาชน“

    นายจำลอง กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่ ควรนำเรื่องนี้เข้าหารือให้เร็วที่สุด เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเร่งสะส่างให้จบ ส่วนตัวมองว่าระยะ3เดือนต้องทำให้ทัน ควรมีความชัดเจน ในส่วนของกมธ. จะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือทุกอาทิตย์ รวมถึงลงพื้นที่ในสถานที่ที่จะต้องมีการจัดกีฬาขึ้น ต้องให้กำลังรัฐบาลชุดนี้ด้วย และเราจะช่วยให้กีฬาในครั้งนี้เป็นความของประชาชนทั้งประเทศ

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_936984/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MTWPqO_4q7p4ld4j79-KP

  • ผู้ว่าฯสกลนครพาเที่ยว ชวนล่องเรือเที่ยวเกาะดอนสวรรค์ ชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่หนองหาร

    ผู้ว่าฯสกลนครพาเที่ยว ชวนล่องเรือเที่ยวเกาะดอนสวรรค์ ชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่หนองหาร

    ภูมิภาค

    ผู้ว่าฯสกลนครพาเที่ยว ชวนล่องเรือเที่ยวเกาะดอนสวรรค์ ชมพระอาทิตย์ขึ้น ที่หนองหาร

    วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.45 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ที่บริเวณท่าเรือสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สระพังทอง) ริมหนองหาร จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นจุดนัดหมายของการล่องเรือเที่ยวเกาะดอนสวรรค์ ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่หนองหาร   นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นหัวหน้าคณะ พาล่องเรือเที่ยวชมความงดงามอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ พร้อมทั้งกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยมี นายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน ร่วมทริปท่องเที่ยวครั้งนี้ โดยคณะ ออกจากท่าเรือ เวลา 05.30 น. ใช้เวลา ประมาณ 15-20 นาที ก็ถึงเกาะดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่หมายของการท่องเที่ยวในครั้งนี้ โดยระหว่างทางจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้น สีทองส่องประกายสวยงาม ดูนกที่อพยพ มารวมกลุ่มกัน มีทั้งนกปากห่าง นกเป็ดน้ำ และอื่น ๆ อีกหลายสายพันธุ์ 
            
    สำหรับบึงหนองหารเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่กว่า 77,000 ไร่ โดยจะมีเกาะดอนสวรรค์ ตั้งอยู่ใจกลางบึงหนองหาร เป็นเกาะ ที่มีพื้นที่รวม 500 ไร่ โดยจัดสรรเป็นพื้นที่สำหรับการท่องเที่ยว 120 ไร่ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ หลายต้น ซึ่งเทศบาลนครสกลนคร   ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) เป็นพื้นที่ปกปัก ทรัพยากรท้องถิ่น สนองพระราชดำริ มีไก่แแจ้ นกยูง กระรอก และควายน้ำ นอกจากนี้ยังมีต้นตะเคียนคู่ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้การนับถือศรัทธา และภายในเกาะดอนสวรรค์จะมีโบสถ์โบราณ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ รูปปั้นพญานาค เรียกว่าสายมู ต้องห้ามพลาด
            
    นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า เกาะดอนสวรรค์แห่งนี้ นอกจากเทศบาลนครสกลนครจะเข้ามาบริหารจัดการดูแลทำความสะอาด เพาะพันธุ์ต้นไม้แล้ว  สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสกลนคร ยังได้ปรับปรุงพื้นที่บริเวณทางเดิน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่มีศักยภาพ ต่อยอดพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนครได้ ทั้งนี้ภายหลังการลงพื้นที่เกาะดอนสวรรค์ หนองหาร จังหวัดสกลนคร แล้วคณะทำงาน จะได้จัดทำแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร ต่อไป
            
    ด้านนายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร กล่าวว่า เกาะดอนสวรรค์ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในบึงหนองหาร มีพันธุ์ไม้ใหญ่ที่หลากหลายโดยเฉพาะต้นยางนา และเทศบาลนครสกลนครได้มีการปรับปรุงทำความสะอาดเป็นประจำ การเดินทางมาที่เกาะดอนสวรรค์แห่งนี้ใช้ทางเรือ ขึ้นจากท่าเรือบริเวณสระพังทอง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทาง มาได้ทุกวัน มีเรือให้บริการ คนละ 100 บาท ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึง 17.00 น. สามารถเดินทางไปกลับ โดยไม่มีการค้างคืน
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/447241&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Z5LzXRLUauu2D7mxokbKX