Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • การอัปเดตความปลอดภัยเพิ่มเติมของ Windows 10 | Microsoft Windows

    การอัปเดตความปลอดภัยเพิ่มเติมของ Windows 10 | Microsoft Windows

    สํานักงานที่มีโต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ และเครื่องใช้สํานักงาน พร้อมหน้าต่าง เสื้อผ้าที่แขวนอยู่ และมีกระถางต้นไม้อยู่ทั้งสองด้าน

    ดูว่าโปรแกรมการอัปเดตความปลอดภัยเพิ่มเติม (ESU) ของ Windows 10 ช่วยรักษาความปลอดภัยให้อุปกรณ์ของคุณได้อย่างไร

    Windows ESU คืออะไร

    โปรแกรมการอัปเดตความปลอดภัยเพิ่มเติม (ESU) สําหรับ Windows 10 ช่วยให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในการใช้งานพีซี Windows 10 ต่อไปหลังจากวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ในระหว่างที่เปลี่ยนไปใช้ Windows 11 โปรแกรม ESU ช่วยลดความเสี่ยงของมัลแวร์และการโจมตีความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยมอบการเข้าถึง การอัปเดตความปลอดภัยที่สําคัญตามที่กําหนดโดยศูนย์ตอบสนองด้านความปลอดภัยของ Microsoft (MSRC) สําหรับอุปกรณ์ที่ใช้ Windows 10 เวอร์ชัน 22H2 การลงทะเบียน ESU ไม่ได้มอบการแก้ไข การปรับปรุงฟีเจอร์ หรือการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ และยังไม่ได้มาพร้อมกับการสนับสนุนทางเทคนิค

    วันสุดท้ายของการสนับสนุน Windows 10 คือวันที่ 14 ตุลาคม 2568 หากคุณต้องการเวลาเพิ่มเติมในการย้ายไป Windows 11 เราขอแนะนําให้คุณลงทะเบียนอุปกรณ์ Windows 10 ของคุณใน ESU คุณสามารถลงทะเบียนใน ESU ได้ตลอดเวลาจนกว่าโปรแกรมจะสิ้นสุดในวันที่ 13 ตุลาคม 2569

    ข้อกําหนดเบื้องต้นของ Windows 10 ESU

    หากต้องการลงทะเบียนในโปรแกรม Windows 10 ESU สําหรับผู้บริโภค โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ของคุณตรงตามข้อกําหนดต่อไปนี้:

    • อุปกรณ์ต้องใช้ Windows 10 เวอร์ชัน 22H2 รุ่น Home, Professional, Pro Education หรือ Workstations
    • อุปกรณ์ต้องมีการติดตั้งการอัปเดต Windows ล่าสุด เรียนรู้วิธีติดตั้งการอัปเดต Windows
    • บัญชี Microsoft ที่ใช้ในการลงชื่อเข้าใช้อุปกรณ์จะต้องเป็นบัญชีผู้ดูแลระบบ
      • สิทธิ์การใช้งาน ESU จะเชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ที่ใช้ในการลงทะเบียน คุณอาจได้รับแจ้งให้ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft หากโดยปกติแล้วคุณลงชื่อเข้าใช้ Windows ด้วยบัญชีภายในเครื่อง
    • บัญชี Microsoft ต้องไม่ใช่บัญชีสำหรับเด็ก

    โปรแกรม ESU สําหรับผู้บริโภคไม่สามารถใช้กับอุปกรณ์เชิงพาณิชย์ได้ จะไม่มีการเสนอการลงทะเบียน ESU สําหรับผู้บริโภคให้กับอุปกรณ์ในสถานการณ์ต่อไปนี้:

    • อุปกรณ์ในโหมดตู้นำเสนอสินค้า
    • อุปกรณ์ที่เข้าร่วมโดเมน Active Directory หรือที่เข้าร่วม Microsoft Entra
      • อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ที่ลงทะเบียน Microsoft Entra สามารถใช้โปรแกรม ESU สําหรับผู้บริโภคได้
    • อุปกรณ์ที่ลงทะเบียนในโซลูชันการจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ (MDM)
    • อุปกรณ์ที่มีสิทธิ์การใช้งาน ESU อยู่แล้ว

    หากอุปกรณ์มีการลงทะเบียนในโปรแกรม ESU สำหรับผู้บริโภคแล้วเข้าร่วมในสถานการณ์ ESU เชิงพาณิชย์อย่างใดอย่างหนึ่งที่ระบุไว้ข้างต้น การลงทะเบียน ESU สําหรับผู้บริโภคบนอุปกรณ์จะถูกระงับจนกว่าจะไม่ได้ใช้เป็นอุปกรณ์เชิงพาณิชย์อีกต่อไป

    ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและต้องการเปิดใช้งาน ESU สําหรับองค์กรของคุณ โปรดดู เปิดใช้งานการอัปเดตความปลอดภัยเพิ่มเติม (ESU)

    Windows 10 ESU ราคาเท่าใด

    คุณสามารถลงทะเบียนใน ESU ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งจากสามวิธีต่อไปนี้:

    • ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากคุณกําลังซิงค์การตั้งค่าพีซีของคุณ
    • แลกรับด้วยคะแนน Microsoft Rewards 1,000 คะแนน
    • ซื้อครั้งเดียวในราคา $30 USD หรือเทียบเท่าในสกุลเงินท้องถิ่น บวกภาษีที่เกี่ยวข้อง

    ตัวเลือกการลงทะเบียนทั้งหมดจะมอบการอัปเดตความปลอดภัยเพิ่มเติมจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2569 คุณสามารถลงทะเบียนใน ESU ได้ตลอดเวลาจนกว่าโปรแกรมจะสิ้นสุดในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์จะมีความเสี่ยงและอ่อนไหวต่อไวรัสและมัลแวร์ก่อนที่จะลงทะเบียน คุณจะต้องลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft ของคุณเพื่อลงทะเบียนใน ESU คุณจะมีตัวเลือกเหล่านี้ให้เลือกเมื่อคุณลงทะเบียนในโปรแกรม ESU คุณสามารถใช้สิทธิ์การใช้งาน ESU ที่มีอยู่กับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่อง

    วิธีรับ Windows 10 ESU

    ESU จะทยอยเปิดตัวสําหรับอุปกรณ์ที่มีสิทธิ์ซึ่งใช้ Windows 10 เวอร์ชัน 22H2 ก่อนวันสิ้นสุดการสนับสนุนในวันที่ 14 ตุลาคม 2568 โดยความพร้อมใช้งานจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามระยะการเปิดตัว

    หากต้องการรับ ESU บนอุปกรณ์ Windows 10 ของคุณ:

    1. ไปที่ การตั้งค่า > การอัปเดตและความปลอดภัย > Windows Update หากอุปกรณ์ของคุณตรงตามข้อกําหนดเบื้องต้น คุณจะเห็นลิงก์สําหรับลงทะเบียนใน ESU
    2. เมื่อคุณเลือก ลงทะเบียนทันที คุณจะเริ่มการลงทะเบียน ESU หากคุณลงชื่อเข้าใช้ Windows ด้วยบัญชีภายในเครื่อง คุณจะได้รับแจ้งให้ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft ของคุณ หากคุณสํารองข้อมูลการตั้งค่าพีซีของคุณไว้แล้ว คุณจะเห็นข้อความแจ้งให้ลงทะเบียนอุปกรณ์ของคุณ
    3. หากคุณไม่ได้สํารองข้อมูลการตั้งค่า Windows ไว้ คุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการเริ่มสํารองข้อมูลการตั้งค่า แลกรับรางวัล หรือทําการซื้อครั้งเดียวเพื่อลงทะเบียนใน ESU

    คุณสามารถใช้สิทธิ์การใช้งาน ESU ที่มีอยู่กับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่องเมื่อคุณลงทะเบียนใน ESU เพียงไปที่ การตั้งค่า > การอัปเดตและความปลอดภัย > Windows Update แล้วเลือก ลงทะเบียนทันที บนอุปกรณ์เครื่องอื่นๆ เหล่านั้น หากคุณลงชื่อเข้าใช้อุปกรณ์ด้วยบัญชี Microsoft เดียวกันกับที่ใช้ในการลงทะเบียนอุปกรณ์เครื่องแรกของคุณอยู่แล้ว ให้เลือก เพิ่มอุปกรณ์ หากคุณไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้อุปกรณ์ด้วยบัญชี Microsoft คุณจะได้รับแจ้งให้ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft ที่ใช้ลงทะเบียนอุปกรณ์เครื่องแรก

    หน้าจอการลงทะเบียนโปรแกรมการอัปเดตความปลอดภัยเพิ่มเติม (ESU)

    คำถามที่ถามบ่อย

    หากคุณต้องการเวลาเพิ่มเติมในการย้ายไป Windows 11 และวางแผนที่จะใช้พีซี Windows 10 ของคุณหลังวันที่ 14 ตุลาคม 2568 การลงทะเบียนใน ESU สามารถมอบความสบายใจให้คุณได้ด้วยการช่วยปกป้องอุปกรณ์ Windows 10 ของคุณจนกว่าโปรแกรมจะสิ้นสุดในวันที่ 13 ตุลาคม 2569

    คุณสามารถลงทะเบียนใน ESU ได้ตลอดเวลาจนกว่าโปรแกรมจะสิ้นสุดในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์จะมีความเสี่ยงและอ่อนไหวต่อไวรัสและมัลแวร์ก่อนที่จะลงทะเบียน หากคุณลงทะเบียนหลังจากโปรแกรม ESU เปิดใช้ คุณจะได้รับการอัปเดตก่อนหน้านี้รวมถึงการอัปเดตในอนาคต

    โปรแกรม ESU จะมอบการอัปเดตความปลอดภัยที่สําคัญสําหรับพีซี Windows 10 ที่ลงทะเบียนหลังจากวันสุดท้ายของการสนับสนุน Windows 10 การอัปเดตความปลอดภัยเหล่านี้จะถูกส่งผ่าน Windows Update ทันทีที่พร้อมใช้งาน

    หากคุณลงทะเบียนใน ESU โดยทําการซื้อครั้งเดียว คุณสามารถยกเลิกคําสั่งซื้อของคุณได้ตลอดเวลาก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2568 หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธียกเลิกคําสั่งซื้อหรือคำสั่งซื้อล่วงหน้า โปรดดู ยกเลิกคําสั่งซื้อหรือคำสั่งซื้อล่วงหน้าจาก Microsoft Store

    หากคุณยกเลิกคำสั่งซื้อล่วงหน้าหลังจากที่สินค้าถูกเรียกเก็บเงินแล้ว แต่ก่อนที่จะวางจําหน่าย เราจะดําเนินการคืนเงินให้ หากต้องการทราบสถานะการคืนเงินของคุณ โปรดดู รับสถานะการคืนสินค้าและการคืนเงินของคุณจาก Microsoft Store

    หากคุณใช้เงินในบัญชี Microsoft เราจะเรียกเก็บเงินจากคุณทันที หากคุณใช้ตัวเลือกการชําระเงินอื่นๆ รวมถึงการชําระเงินสำรอง เราอาจเรียกเก็บเงินจากคุณสูงสุด 10 วันก่อนวันวางจําหน่าย

    หลังจากวันที่ 14 ตุลาคม 2568 การคืนเงินใดๆ จะเป็นไปตามนโยบายของเราสําหรับการซื้อแบบดิจิทัลสําหรับประเทศของคุณ หากต้องการดูรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับวิธีการส่งคืนผลิตภัณฑ์ที่มีสิทธิ์ โปรดดูหน้าการคืนสินค้าและการคืนเงินของเรา

    หากคุณลงทะเบียนใน ESU โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วยการสํารองข้อมูลการตั้งค่าพีซีของคุณคุณจะไม่ถูกเรียกเก็บเงินสําหรับ ESU ดังนั้นจึงไม่มีการคืนเงินใดๆ ทั้งสิ้น หากคุณลงทะเบียนใน ESU โดยการแลกคะแนน Microsoft Rewards คําสั่งซื้อ Rewards จะถือเป็นที่สิ้นสุดและไม่มีสิทธิ์รับคืนหรือแลกเปลี่ยน

    ไม่ — เมื่อผู้ใช้บนพีซี Windows 10 ลงทะเบียนใน ESU ผู้ใช้รายอื่นๆ บนพีซีเครื่องนั้นจะได้รับการปกป้องด้วย อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้รายใดมีพีซี Windows 10 เครื่องอื่น พวกเขาจะต้องลงทะเบียนอุปกรณ์เหล่านั้นใน ESU

    คุณสามารถใช้สิทธิ์การใช้งาน ESU กับอุปกรณ์ได้สูงสุด 10 เครื่องเมื่อคุณลงทะเบียนใน ESU พีซี Windows 10 เครื่องอื่นๆ ที่คุณต้องการลงทะเบียนใน ESU ต้องมีคุณสมบัติตรงตามข้อกําหนดด้านคุณสมบัติ หากต้องการลงทะเบียนพีซีเครื่องอื่น ให้ไปที่การตั้งค่า > การอัปเดตและความปลอดภัย > Windows Update เลือก ลงทะเบียนทันที จากนั้นทําตามคําแนะนําเพื่อเพิ่มอุปกรณ์ไปยัง ESU

    หากอุปกรณ์ของบุตรหลานแสดงข้อความแจ้งว่าไม่สามารถลงทะเบียนใน ESU ได้ หมายความว่าพวกเขาน่าจะไม่มีสิทธิ์ที่จําเป็น ในกรณีนั้น คุณจะต้องลงทะเบียนอุปกรณ์ให้พวกเขา หากต้องการทําเช่นนั้น คุณจะต้องตั้งค่าตัวเองเป็นผู้ใช้บนพีซีเครื่องนั้น หากคุณยังไม่ได้ทำ บุตรหลานของคุณจะต้องเพิ่มคุณเป็นผู้ใช้ก่อนจึงจะสามารถลงทะเบียนให้เสร็จสมบูรณ์ได้ ทําตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อลงทะเบียนอุปกรณ์ของบุตรหลาน:

    1. สลับไปใช้บัญชีผู้ใช้ของคุณบนอุปกรณ์ของบุตรหลานโดยเลือก เริ่ม แล้วเลือกไอคอนชื่อบัญชี (หรือรูปภาพ) ของบัญชีของคุณ
    2. หากคุณไม่ได้เป็นผู้ใช้ในอุปกรณ์ บุตรหลานของคุณจะต้องเพิ่มบัญชี Microsoft ของคุณเป็นผู้ใช้แล้วกําหนดค่าเป็นผู้ดูแลระบบโดยทําตามขั้นตอนที่นี่: จัดการบัญชีผู้ใช้ใน Windows
    3. เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้บัญชีผู้ใช้ของคุณแล้ว ให้ทําตามขั้นตอนเพื่อลงทะเบียนใน ESU

    เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยและปลอดภัยที่สุด ขั้นตอนแรกที่คุณต้องทำคือตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของคุณสามารถอัปเกรดเป็น Windows 11ได้หรือไม่ หากอุปกรณ์ของคุณไม่สามารถอัปเกรดได้ เราขอแนะนําให้คุณสํารวจพีซี Windows 11 และ Copilot+ PC ด้วยวิธีนี้ คุณจะได้รับการอัปเดตความปลอดภัย ฟีเจอร์ และนวัตกรรมล่าสุดจาก Microsoft ต่อไป เรามีพีซี Windows 11 หลากหลายรุ่นมานำเสนอร่วมกับพันธมิตรของเรา เพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิต การทํางาน และการสร้างสรรค์ผลงานของคุณ ค้นหาพีซีที่เหมาะกับคุณที่นี่

    คุณสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนของคุณได้ตลอดเวลาโดยไปที่ การตั้งค่า > การอัปเดตและความปลอดภัย > Windows Update หากคุณซื้อ ESU คุณจะสามารถดูคําสั่งซื้อของคุณได้ในประวัติการสั่งซื้ออีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.microsoft.com/th-th/windows/extended-security-updates&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2A4ypwqqXCgqQG8GwFf4wp

  • “เอกนิติ” ย้ำ “Quick Big Win” กระตุ้นเศรษฐกิจ 4 เดือน ยันรักษาวินัยการคลัง

    “เอกนิติ” ย้ำ “Quick Big Win” กระตุ้นเศรษฐกิจ 4 เดือน ยันรักษาวินัยการคลัง

    เศรษฐกิจ

    25 ก.ย. 2025 เวลา 14:37 น.

    “เอกนิติ” ย้ำ “Quick Big Win” กระตุ้นเศรษฐกิจ 4 เดือน เดินนโยบายฟื้นระยะสั้น มองผลระยะยาว พร้อมตั้งเป้าปฏิรูปวินัยการคลังสร้างเชื่อมั่น

    • เอกนิติ ประกาศนโยบาย “Quick Big Win” กระตุ้นเศรษฐกิจในกรอบเวลา 4 เดือน เน้นมาตรการที่รวดเร็ว และสร้างผลกระทบสูง
    • เดินหน้า “คนละครึ่ง พลัส” กระตุ้นใช้จ่ายปลายปี พร้อมยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย เร่งปลดล็อกอุปสรรคการลงทุน
    • ยืนยันรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด ใช้งบประมาณเดิมอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าลดขาดดุลระยะยาวกลับสู่ 3% ยกระดับธรรมาภิบาลการคลัง

    วันนี้ (25 ก.ย.68) เมื่อเวลา 12.40 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 กระทรวงการคลัง ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีวันแรก โดยมีผู้บริหารระดับสูง รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานในสังกัด และข้าราชการรอต้อนรับอย่างคับคั่ง

    นายเอกนิติ เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับวินัยการคลังและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเร่งการฟื้นตัวในระยะสั้น และหวังผลลัพธ์ระยะยาว

    นายเอกนิติ กล่าวว่า ในฐานะรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ นโยบายเศรษฐกิจที่ได้รับมอบหมายจากท่านนายกฯ มีกรอบเวลาสั้นเพียง 4 เดือน แต่จะมุ่งเน้นมาตรการที่เป็น “Quick Big Win” ซึ่งหมายถึง ต้องรวดเร็ว สร้างผลกระทบที่ใหญ่พอ และเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ดังนี้  

    1.มาตรการฟื้นเศรษฐกิจให้เร็ว และสร้างผลระยะยาว เช่น โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ที่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีหลังสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม โดยโครงการนี้ใช้เงินจากงบประมาณเดิม และไม่ได้ทำให้การขาดดุลการคลังเพิ่มขึ้น 

    นอกจากนี้ โครงการยังถูกออกแบบให้ผู้ที่อยู่ในระบบภาษีจะได้ประโยชน์มากกว่า ซึ่งเป็นการสะท้อนว่า รัฐบาลคิดถึงวินัยการคลัง และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี

    2.การยกระดับศักยภาพ Up Skill และ Re Skill ของผู้ประกอบการรายย่อย เช่น การช่วยพ่อค้าแม่ค้าขายหมูปิ้งให้สามารถขายเข้าสู่ระบบ e-commerce หรือออนไลน์ได้มากขึ้น รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการทำบัญชีที่ง่ายขึ้น โดยจะมีการหารือกับสถาบันการเงินเพื่อให้สามารถเชื่อมข้อมูลการทำบัญชีให้ถูกต้อง และนำไปสู่การขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

    โดยเป้าหมายหลักของรัฐบาลคือ การเพิ่มความสามารถในการหารายได้ และให้เกิดการกระจายตัวไปทั่วประเทศ โดยจะเห็นโครงการในลักษณะใกล้เคียงกันนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี

    เร่งปลดล็อก อนุมัติการลงทุน

    นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ตามที่ตนได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยการทำ PPP Fast Track เพื่อเข้ามาปลดล็อกปัญหา และอุปสรรคด้านกฎกติกาการลงทุน เพื่อให้การขออนุญาตต่างๆ เช่น น้ำ ไฟ รวดเร็วยิ่งขึ้นเพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนจริง

    นอกจากนี้ ยังมีมาตรการที่ไม่ต้องใช้งบประมาณ แต่สามารถเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ประเทศได้  เบื้องต้น ได้หารือกับรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน เพื่อปลดล็อกการเข้าถึงพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ

    ส่วนกรณีที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับลดมุมมองประเทศไทยลงนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่รัฐบาลตระหนักดี และถือเป็นคำเตือนที่ต้องให้ความสำคัญ แม้จะไม่สามารถพูดถึงความกังวลด้านการเมืองได้ แต่ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านเศรษฐกิจ ก็จะพยายามตอบโจทย์ความกังวลดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องวินัยการคลัง

    ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับ ธรรมาภิบาลการคลัง (Fiscal Governance) โดยทุกนโยบายจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และระบุชัดเจนถึงต้นทุนงบประมาณ ประโยชน์ที่ได้รับ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

    นายเอกนิติ ยืนยันว่า เป้าหมายการขาดดุลการคลังระยะยาวให้กลับมาที่ระดับ 3% ซึ่งรัฐบาลจะไม่พูดลอยๆ แต่จะเน้นการกระทำ ให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือได้เห็น

    โดยแผนงานที่สำคัญคือ การจัดทำกรอบการคลังระยะปานกลาง (Medium Term Fiscal Framework) ซึ่งจะมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในเดือนพ.ย. เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลมีแผนปฏิรูปการคลังที่ชัดเจน และมีความโปร่งใส มีวินัย

    นอกจากนี้ รัฐบาลจะเร่งดำเนินการปฏิรูปรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้รัฐบาลในส่วนที่ไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย และทำได้ทันที รวมทั้งดำเนินนโยบายภายใต้งบประมาณรายจ่ายปี 2569 และจะไม่ได้มีการเพิ่มวงเงิน แต่จะเน้นการใช้จ่ายงบประมาณเดิมให้มีประสิทธิภาพ และตรงเป้าหมายมากขึ้น

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1200406&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XOVjdunsH1JZpf5qO_jc1

  • WINCOS ฟิล์มกรองแสงมาตรฐานระดับสากลจากญี่ปุ่น – แนวหน้า

    WINCOS ฟิล์มกรองแสงมาตรฐานระดับสากลจากญี่ปุ่น – แนวหน้า

    หากย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ตลาดฟิล์มติดรถยนต์ในประเทศไทยยังมีตัวเลือกไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นฟิล์มย้อมสี (Dyed Film) หรือฟิล์มโลหะ (Metalized Film) ที่เน้นความเข้มและความเงาเป็น …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/916715&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1d4nZ9ZCk2MiTCFerUNDZD

  • สตาร์ทอัพ 22 แห่งในไนจีเรียติดอันดับ 100 อันดับแรกของแอฟริกา

    สตาร์ทอัพ 22 แห่งในไนจีเรียติดอันดับ 100 อันดับแรกของแอฟริกา

               ไนจีเรียกำลังแสดงศักยภาพของตนเองในฐานะศูนย์กลางแห่งอุตสาหกรรมเงินร่วมลงทุนของแอฟริกา โดยมีบริษัทสตาร์ทอัพ 22 แห่งติดอันดับ ใน 100 บริษัทที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนมากที่สุดของแอฟริกานับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ซึ่งสตาร์ทอัพ 100 อันดับแรกเหล่านี้ได้รับเงินทุนรวมกันมากกว่า 2 ใน 3 หรือคิดเป็นร้อยละ 69 ของแหล่งเงินทุนทั้งหมดที่ระดมทุนได้จากสตาร์ทอัพกว่า 2,300 แห่งในทวีปแอฟริกา โดยมีมูลค่า 12.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทั้งหมด 18.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามถึงแม้ไนจีเรียจะตามหลังแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นผู้นำด้วยจำนวนสตาร์ทอัพ 23 แห่ง แต่ไนจีเรียกลับโดดเด่นกว่าประเทศอื่นๆ ด้วยการมีบริษัทจำนวนมากที่สุดใน 20 อันดับแรก

              บริษัทสัญชาติไนจีเรีย 7 แห่ง รวมถึงบริษัทฟินเทคชื่อดังอย่าง Opay, Flutterwave, Interswitch, Moniepoint และ PalmPay รวมถึง Moove บริษัทผู้ให้บริการด้านโมบิลิตี้ ต่างก็ติดอยู่ใน 20 อันดับแรกของตลาด และมีบริษัท Andela ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานที่มีเจ้าของเป็นคนสหรัฐอเมริกา โดย Olugbenga Agboola ซีอีโอของ Flutterwave ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของไนจีเรียในด้านนวัตกรรมฟินเทค ระหว่างการเสวนาในงานประชุม Money20/20 ณ กรุงริยาด ระบุว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนกำลังพัฒนาการเข้าถึงบริการทางการเงินสำหรับผู้หญิงและเยาวชน และมีการเปิดใช้งานในรูปแบบการชำระเงินข้ามพรมแดน อีกทั้งยังสนับสนุนการนำ CBDC มาใช้ และลดค่าใช้จ่ายในการโอนเงินลง 1.5 เปอร์เซ็นต์คาชิฟู อินุวา อับดุลลาฮี ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติไนจีเรีย (NITDA) ได้เน้นย้ำถึงกระแสฟินเทคที่เฟื่องฟูของประเทศในการประชุมเดียวกัน โดยระบุว่า “ปัจจุบันภาคฟินเทคที่กำลังเฟื่องฟูของไนจีเรียเป็นที่ตั้งของสตาร์ทอัพ 217 แห่ง และสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่โดดเด่น และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างรวดเร็วจนมีมูลค่ามหาศาล 4 แห่ง หรือที่เรียกว่า ยูนิคอร์น เช่น โครงการนวัตกรรมของ NITDA ที่สร้างยูนิคอร์นถึง 5 แห่ง จากทั้งหมด 8 แห่งของแอฟริกา นอกจากนี้ กานาเป็นอีกประเทศที่มีตัวแทนมากที่สุด โดยมีสตาร์ทอัพ 5 แห่ง ได้แก่ mPharma, CarePoint และ Zeepay ส่วนตลาดอื่นๆ ในแอฟริกาอีก 11 แห่งมีตัวแทนอย่างน้อย 1 ราย ตั้งแต่แอลจีเรีย โมร็อกโก และตูนิเซียในแอฟริกาเหนือ ไปจนถึงประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง เช่น เบนิน เซเนกัล โตโก และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยรวมแล้ว แอฟริกาตะวันตกเป็นภูมิภาคย่อยที่มีตัวแทนมากที่สุด โดยมีสตาร์ทอัพ 31 แห่งติดอยู่ในรายชื่อ 100 อันดับแรก 

              ในภาพรวม สตาร์ทอัพด้านพลังงานอย่าง Sun King, d.light และ Burn ยังคงได้รับเงินทุนจำนวนมาก เช่นเดียวกับผู้ประกอบการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์อย่าง Moove จากไนจีเรีย, Yassir จากแอลจีเรีย และ Swvl จากอียิปต์ ธุรกิจที่มุ่งเน้นด้านเกษตรกรรมอย่าง Apollo Agriculture และ ThriveAgric ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ควบคู่ไปกับ MaxAB, TradeDepot และ Omnibiz ซึ่งเป็นบริษัทพลิกโฉมวงการค้าปลีก รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีสุขภาพอย่าง LXE Hearing, CarePoint และ Pharma ประธานาธิบดีโบลา อาห์เหม็ด ตินูบู ได้ย้ำและผลักดันเรื่องดังกล่าวในการประชุมกับผู้นำของ Flutterwave และ Alami Capital โดยประกาศว่า “ไนจีเรียเปิดรับธุรกิจ และเรากำลังผลักดันการสร้างงาน สร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างสถานะของเราในฐานะเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของแอฟริกา ด้วยการสนับสนุนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เติบโตในประเทศ”ในส่วนของสตาร์ทอัพด้านการศึกษาและการจ้างงาน มีเพียง Andela ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการศึกษาและบุคลากร อย่างไรก็ตามธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศกำลังได้รับความนิยม โดยครึ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่มพลังงานสะอาด ส่วนที่เหลืออยู่ในกลุ่มเกษตรอาหาร การขนส่งสีเขียว และการจัดการขยะ

    ความสามารถของไนจีเรียในการทำให้สตาร์ทอัพติด 20 อันดับแรกมากกว่าประเทศอื่นๆ แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศในเศรษฐกิจนวัตกรรมของแอฟริกา แม้ว่าแอฟริกาใต้จะยังคงเป็นผู้นำในด้านตัวเลข แต่ผู้นำด้านฟินเทคและธุรกิจที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วของไนจีเรียกำลังผลักดันให้อนาคตของสตาร์ทอัพในแอฟริกาถูกกำหนดขึ้นในลากอส เช่นเดียวกับในโจฮันเนสเบิร์ก ไคโร หรือไนโรบี ไนจีเรียจึงมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงกฎระเบียบ ตลอดจนนโยบายที่สอดคล้องกับ AfCFTA และการระดมทุนจากต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้าง MSMEs กระตุ้นการค้าดิจิทัล และใช้ประโยชน์จากโอกาสด้านเทคโนโลยีทางการเงินมูลค่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ของแอฟริกา ภายใต้แผนงาน Renewed Hope ของ Tinubu ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

    ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ แม้ว่าภาคธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่โดดเด่น และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างรวดเร็วในไนจีเรีย แต่ไนจีเรียก็ยังเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงด้านอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ต เนื่องจากเป็นประเทศยากจน และประชากรมีอัตราการตกลงานสูง ซึ่งมักมีการหลอกลวงให้โอนชำระเงิน และประชาชนยังคงมีความไม่มั่นใจในการโอนเงินผ่านธนาคาร ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่มักเลือกที่จะชำระค่าสินค้าภายหลังจากการรับสินค้าแล้ว  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/n41630hdbs29bpz9f6z30hb6&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GU9N10MvrBbEs6pOS0Zow

  • เปิด 4 ภารกิจหลักของรัฐบาล 4 เดือน อนุทินสั่ง ครม. ทำงาน “สุดชีวิต สุดสมอง” หลังรับ “พรจากฟากฟ้า” – BBC News ไทย

    เปิด 4 ภารกิจหลักของรัฐบาล 4 เดือน อนุทินสั่ง ครม. ทำงาน “สุดชีวิต สุดสมอง” หลังรับ “พรจากฟากฟ้า” – BBC News ไทย

    การประชุม ครม. นัดพิเศษใช้เวลา 2 ชม. 45 นาที ก่อนที่นายกฯ จะนำทีมเปิดแถลงข่าวในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 24 ก.ย.

    ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

    คำบรรยายภาพ, การประชุม ครม. นัดพิเศษใช้เวลา 2 ชม. 45 นาที ก่อนที่นายกฯ จะนำทีมเปิดแถลงข่าวในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 24 ก.ย.
      • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
      • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

    นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ปลื้มปิติที่ได้รับ “พรจากฟากฟ้า” ประกาศทำงานอย่าง “สุดความสามารถ สุดชีวิต สุดสมอง” พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะ “คืนอำนาจให้ประชาชน” ได้เลือกตั้งและลงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ในเดือน มี.ค. หรืออย่างช้าต้นเดือน เม.ย. 2569

    การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษเกิดขึ้นทันทีในช่วงหัวค่ำของวันที่ 24 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย นำ ครม. เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

    จากนั้นนายกฯ อนุทินได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยมีรัฐมนตรีอีก 28 คนร่วมยืนเป็นฉากหลัง สาระสำคัญคือเปิดแนวนโยบายสำคัญของรัฐบาลเฉพาะกิจ เปิดโรดแมปการเมือง และเปิดใจ-บรรยายความรู้สึกในวันแรกที่ฝ่ายบริหารชุดใหม่เข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ

    นี่คือภาพทิศทางสังคมการเมืองไทยที่ฉายโดยผู้นำรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งจำกัดระยะเวลาในการครองอำนาจฝ่ายบริหารของตนเอาไว้ 4 เดือน

    ภารกิจรัฐบาล 4 เดือน: ฟื้น “คนละครึ่ง” ฝังเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

    ที่ประชุม ครม. เห็นชอบร่างนโยบายของรัฐบาลที่จะนำไปแถลงต่อรัฐสภา โดยทำหนังสือถึงประธานรัฐสภา เพื่อขอแถลงนโยบายของรัฐบาลในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. ซึ่งจะใช้เวลา 2 วันตามที่ธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมา

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • A woman with sunglasses on sitting on a chair

    • ถนนทรุด รพ วชิระ ิ

    • เหตุถนนทรุดตัวหน้า รพ.วชิรพยาบาล ถนนสามเสน มีขนาดความกว้าง 30 เมตร ลึกราว 50 เมตร

    • เจ้าหน้าที่ยังคงกั้นพื้นที่เพื่อกู้ความเสียหายจากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้า รพ.วชิรพยาบาล เป็นวันที่ 2

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    เพื่อกำหนดทิศทางการบริหารประเทศไทยในระยะเวลาอันจำกัด นโยบายของรัฐบาล “อนุทิน” จะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหา 4 ด้าน

    1. ปัญหาเศรษฐกิจ: ลดรายจ่ายและค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ด้วยการผลักดันโครงการ “คนละครึ่ง” ลดค่าเดินทาง ค่าขนส่ง ค่าพลังงาน และสนับสนุนให้ประชาชนใช้พลังงานทดแทนได้มากขึ้น สะดวกขึ้น ง่ายขึ้น

    2. ปัญหาความมั่นคง กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา: ดำเนินมาตรการทางการทูตควบคู่มาตรการทางทหาร เพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศไทยและรักษาประโยชน์ของประชาชนไทย

    3. ปัญหาภัยพิบัติ/ภัยธรรมชาติ: เร่งรัดทำระบบเตือนภัยป้องกันภัย และปรับปรุงมาตรการการดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ ซึ่งจะต้องแก้กฎระเบียบหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการได้สะดวกคล่องตัว แก้ปัญหาให้ประชาชนเร็วที่สุด และถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันการรั่วไหลหรือการทุจริตคอร์รัปชัน

    4. ปัญหาภัยสังคม: ดำเนินการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด การพนัน การพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ เครือข่ายฉ้อโกงประชาชนขนาดใหญ่ที่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก และเป็นภัยทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง รวมทั้ง ดำเนินการทางวินัยและกฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างเด็ดขาด โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน แล้วตามด้วยการดำเนินคดีอาญาทุกกรณี

    “รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนที่จะไม่สนับสนุนธุรกิจการพนันทุกรูปแบบ ไม่มีเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์แบบมีกาสิโน และไม่อนุญาตให้การพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย” นายอนุทินกล่าว

    สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” เป็นโครงการยอดนิยมที่เกิดขึ้นในรัฐบาล “ประยุทธ์” เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและกระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือน โดยรัฐจะเติมเงินลงกระเป๋าเงินดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อให้ประชาชนนำไปซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ในลักษณะรัฐช่วยจ่ายให้ 50% และประชาชนจ่าย 50%

    ส่วนการผุดสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีกาสิโนเป็นส่วนหนึ่ง มีแนวคิดจะผลักดันในรัฐบาล “แพทองธาร” ถึงขั้นเสนอร่างกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้วก่อนถอนออกไป โดยคาดหวังว่าจะเพิ่มเม็ดเงินให้ประเทศจากการสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นและส่งเสริมการจ้างงาน แต่ถูกนักการเมือง นักวิชาการ และภาคประชาชนบางส่วนคัดค้านอย่างกว้างขวาง เนื่องจากผลได้ทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลในขณะนั้นกล่าวอ้าง ไม่อาจหักล้างผลเสียที่จะเกิดกับสังคมในวงกว้างและยาวนานได้

    นายกฯ

    ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

    นอกจากนี้ยังมีแนวนโยบายอื่น ๆ อีก 4 ด้านที่นายอนุทินระบุถึงในระหว่างการแถลงข่าว ได้แก่

    ด้านเกษตร: ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคาข้าว มันสำปะหลัง และสินค้าเกษตรอีกหลายชนิด จะมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ย พร้อมดำเนินการป้องกันปราบปรามขบวนการลักลอบนำผลผลิตการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าประเทศไทยอย่างไม่ถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรในประเทศไม่สามารถโงหัวขึ้นมาได้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพการผลิตภาคเกษตรให้เป็นเกษตรอัจฉริยะ

    ด้านสาธารณสุข: จะจัดทำระบบสาธารณสุขให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงและสะดวกที่สุด

    ด้านการศึกษา: จะมีการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับประเทศไทยในการรับมือกับเทคโนโลยีที่ผันเปลี่ยนไปตลอดเวลา

    ด้านสิ่งแวดล้อม: เดินหน้าเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก

    โรดแมปการเมือง: เลือกตั้งภายใน มี.ค.-ต้น เม.ย. 69

    ผู้นำฝ่ายบริหารที่มาจากพรรคอันดับ 3 ของสภาผู้แทนราษฎร ยังพูดถึงวาระสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางสังคมการเมืองไทยในระยะยาว

    นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลจะจัดให้มีการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ในวันที่มีการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปครั้งหน้า

    “ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีจะยุบสภาผู้แทนราษฎรใน 4 เดือนนับตั้งแต่วันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่าเราจะยุบสภาภายในสิ้นเดือน ม.ค. 2569 เพื่อคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งภายในเดือน มี.ค. หรืออย่างช้าต้นเดือน เม.ย. 2569 ทั้งนี้สุดแล้วแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะได้กำหนดต่อไป” นายอนุทินลั่นวาจา

    นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย (ซ้าย) พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์

    ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

    คำบรรยายภาพ, นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย (ซ้าย) พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์

    หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) รวบรวมเสียง สส. ร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ 146 เสียง ซึ่งน้อยกว่า 2 พรรคใหญ่ในสภา ทว่าเขาสามารถเจรจากับพรรคประชาชน (ปชน.) ทำให้ 143 สส. ของพรรคสีส้มร่วมโหวตสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ คนที่ 32 โดยไม่เข้าร่วมรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือนนับจากแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา และจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยหัวหน้าของ 2 พรรคได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (Memorandum of Agreement – MOA) ด้วย

    ครม. ต้องทำงานสัปดาห์ละ 7 วัน

    เนื่องจาก “รัฐบาลมีข้อจำกัดด้านเวลา” นายอนุทินจึงเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานปรับตัวให้เป็นไปตามกรอบเวลาการดำเนินงานของรัฐบาล

    ผู้นำรัฐบาลกำหนดแนวทางการประชุม ครม. รวมถึงปรับกรอบการทำงานให้ทุกหน่วยงานเร่งรัด ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน แต่ยังคงความถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

    “ครม. ทุกท่านต้องพร้อมทำงานตลอดเวลา วันหยุดไม่มี สัปดาห์ละ 7 วัน ทำได้โดยที่ไม่มีความละล้าละลังใด ๆ ซึ่งจะเป็นการทำงานในมิติใหม่ของ ครม. ของประเทศไทย ครม. ของพี่น้องประชาชน และการประชุม ครม. ก็จะดำเนินขึ้นตามความจำเป็น ไม่จำเป็นต้องประชุมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง… อาจจะมีการประชุม ครม. มากกว่าสัปดาห์ละ 1 วันในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะปัญหาของประเทศเรารอไม่ได้” นายอนุทินกล่าว

    ครม. ชุดนี้มีคนนอก 9 คน ในจำนวนนี้คือ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ที่ทักทายกันระหว่างถ่ายภาพหมู่ของ ครม.

    ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

    คำบรรยายภาพ, ครม. ชุดนี้มีคนนอก 9 คน ในจำนวนนี้คือ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ที่ทักทายกันระหว่างถ่ายภาพหมู่ของ ครม.

    ผู้นำรัฐบาลได้แสดงวิธีการทำงานแบบ “วันหยุดไม่มี” หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว โดยเขารุดไปตรวจสอบจุดที่ถนนยุบตัวลงบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ถ.สามเสน ใกล้จุดก่อสร้างทางขึ้น-ลงที่ 4 สถานีวชิรพยาบาล (PP19) ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ โดยถือเป็นการลงพื้นที่ครั้งที่ 2 หลังจากนายอนุทินไปดูพื้นที่มาแล้วรอบหนึ่งในช่วงสาย

    นายกฯ ผู้เป็นอดีตวิศวกร และอดีตเจ้าของ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ให้เหตุผลว่า มาดูหน้างาน ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทุ่มเทการทำงานและแก้ไขปัญหา

    “ในฐานะรัฐบาล ต้องกราบขออภัยพี่น้องประชาชนทุกคนกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนนี้ไม่ใช่เวลาโทษใคร เป็นเวลาที่ต้องเร่งคืนสภาพผิวการจราจรให้เร็วที่สุด” นายอนุทินให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม

    ในการตรวจงานราว 23.00 น. มี 3 รัฐมนตรีร่วมคณะด้วย ได้แก่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายศักดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย

    นายกฯ จัดเสื้อให้นายไชยชนก ชิดชอบ รมต.ดีอีเอส วัย 35 ปี บุตรชายของนายเนวิน ชิดชอบ จนถูกผู้สื่อข่าวแซวว่าทำหน้าที่แทนพ่อ ก่อนที่นายกฯ จะหัวเราะพลางพูดว่า

    ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

    คำบรรยายภาพ, นายกฯ จัดปกเสื้อให้นายไชยชนก ชิดชอบ รมต.ดีอีเอส วัย 35 ปี บุตรชายของนายเนวิน ชิดชอบ จนถูกผู้สื่อข่าวแซวว่าทำหน้าที่แทนพ่อ ก่อนที่นายกฯ จะหัวเราะพลางพูดว่า “อา ๆ”

    “พรจากฟากฟ้า”

    นายกฯ และ ครม. อยู่ในชุดปกติขาวนานกว่า 8 ชม. (14.00-22.00 น.) เนื่องจาก ครม. นัดหมายกันราว 14.00 น. เพื่อถ่ายรูปติดบัตรประจำตัว ถ่ายภาพหมู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า และเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

    จากนั้นก็ร่วมประชุม ครม. นัดพิเศษทันทีโดยใช้เวลาราว 2 ชม. 45 นาที

    ปฏิกิริยาแรกที่สังคมเห็นภายหลังออกจากรั้ววังคือ ภาพนายอนุทินน้ำตาคลอในระหว่างให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบฯ

    นายอนุทินกล่าวว่า ครม. ทุกคนได้รับพระราชทานพรและพระบรมราโชวาท “เชื่อว่า ครม. ทุกท่านมีความปลื้มปิติ และจะทำงานสนองพระเดชพระคุณ สนองพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดความสามารถ สุดชีวิต สุดสมองที่แต่ละท่านมีอยู่ ถือว่าเป็นมงคลสูงสุดของชีวิตพวกเรา”

    เมื่อถูกถามถึงความในใจที่ทำให้นายกฯ น้ำตาคลอ นายอนุทินตอบว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สามัญชนอย่างตนพึงจะได้รับ และไม่มีทางทำอะไร นอกเหนือจากทำคุณงามความดีให้กับประเทศและประชาชน ตามพระราชดำรัสที่ได้รับสั่งไว้

    ครม. ถ่ายภาพหมู่ร่วมกันที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบฯ

    ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

    คำบรรยายภาพ, ครม. ถ่ายภาพหมู่ร่วมกันที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบฯ

    นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวย้ำในการแถลงข่าวภายหลังการประชุม ครม. นัดพิเศษว่า พวกเรา (ครม.) ทุกคนได้รับพรอันประเสริฐจากฟากฟ้า และมีความปลื้มปิติ รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานกำลังพระทัยจากองค์พระประมุข พวกเราทุกคนพร้อม และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง เต็มใจทุ่มเทที่จะรับราชการบริหารราชการแผ่นดินสนองพระเดชพระคุณ สนองพระมหากรุณาที่คุณ และตอบสนองประชาชนชาวไทยทุกคนนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cn4w1395p47o&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OFN9YDMyYCg_fuO1G-nI4

  • ’รมว.นฤมล‘เดินหน้าลดภาระครู ปรับเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ-แก้หนี้ครู-พ.ร.บ.การศึกษา

    ’รมว.นฤมล‘เดินหน้าลดภาระครู ปรับเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ-แก้หนี้ครู-พ.ร.บ.การศึกษา

    ’รมว.นฤมล‘เดินหน้าลดภาระครู ปรับเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ-แก้หนี้ครู-พ.ร.บ.การศึกษา

    วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568, 21.30 น.

    ’รมว.นฤมล‘ เดินหน้าลดภาระครู-ปรับเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะ-แก้หนี้ครู-พ.ร.บ.การศึกษา -ส่งเสริมวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง

    25 กันยายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2568 โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ, รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขตทั่วประเทศ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ 

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้มาให้นโยบาย แต่มาพบปะผู้บริหาร สพฐ. และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 245 เขต เป็นการมาพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจร่วมกันและเตรียมการล่วงหน้า โดยประเด็นเร่งด่วนที่กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการทันที คือ การลดภาระค่าครองชีพและการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ซึ่งตนได้หารือกับนายกรัฐมนตรี ว่า จะผลักดันเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินครูซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่นายก ฯ จะแถลงต่อสภาเรื่องหนี้ภาคประชาชน ซึ่งก็รวมหนี้ครูไว้ในกลุ่มหนี้สินภาคประชาชนด้วยแล้ว และ ศธ.จะเดินหน้าจัดตั้งสหกรณ์กลาง เพื่อรวมหนี้ครูจากสหกรณ์ต่างๆ มาไว้ที่สหกรณ์กลาง และลดดอกเบี้ยต่ำลง แต่มีเงื่อนไขว่าครูจะไม่สร้างหนี้เพิ่ม ซึ่งขณะนี้ เลขาธิการ สกสค. ได้ประสานกับ สำนักงบฯ กระทรวงการคลัง, และส่วนงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำโครงการฯ เสนอมาให้ตนเห็นชอบแล้ว รอเพียงเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบสนับสนุนงบเพื่อจัดตั้งสหกรณ์กลางต่อไป

    รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ในส่วนการปรับปรุงระบบวิทยฐานะครู ที่ผ่านมาเกณฑ์ประเมินมักไม่สอดคล้องกับภารกิจของครู ทำให้ครูจำนวนไม่น้อยไม่สามารถก้าวหน้าทางวิชาชีพได้อย่างเป็นธรรม แนวทางใหม่จะมีการปรับโครงสร้างผู้ประเมิน โดยกำหนดให้ผู้ประเมินต้องมีประสบการณ์ตรงในสายงาน เช่น ครูประถมต้องได้รับการประเมินจากผู้มีประสบการณ์ด้านประถมศึกษา ครูมัธยมฯ ต้องถูกประเมินโดยผู้ที่เข้าใจบริบทงานมัธยมฯ ครูอาชีวะฯ ต้องมีผู้เชี่ยวชาญงานอาชีวะเป็นผู้ประเมิน ทั้งนี้ เพื่อให้การตัดสิน ตรงกับความเป็นจริง และเป็นธรรมกับผู้ถูกประเมินมากขึ้น นอกจากนี้ ก.ค.ศ. ควรเปิดทางเลือกให้ครูใช้ผลงานการสอน หรือผลงานเชิงประจักษ์ แทนผลงานวิจัยเพียงอย่างเดียว คล้ายแนวทาง “teaching track” และ “research track” ของต่างประเทศ ที่ รวมทั้งกำหนดให้จำนวนครูที่สามารถเลื่อนวิทยฐานะได้ เป็นหนึ่งใน KPI ของผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริหารสนับสนุนครูอย่างจริงจัง โดยต้องจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน โปร่งใส และเปิดให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน 

    “หากแก้ปัญหาเรื่องการขอเลื่อนวิทยฐานะได้สมเหตุสมผล จะทำให้ครูได้วิทยฐานะสูงขึ้น ครูมีรายได้สูงขึ้นด้วย จึงอยากให้ ผอ.สพท. สนับสนุนผู้อยู่ภายใต้การดูแล ให้ได้รับวิทยฐานะมากที่สุด และหวังว่าบรรยากาศการส่งเสริมจะเกิดขึ้นในกระทรวงศึกษา ใน สพฐ.และในแต่ละเขตพื้นที่ฯให้ช่วยกันส่งเสริมสนับสนุน ไม่ชักบันไดออก ขอให้สร้างบันไดเยอะๆ ให้น้องๆขึ้นมาอยู่ด้วยกัน มาช่วยกัน เพราะจะนำไปสู่เรื่องของความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และความภาคภูมิใจในอาชีพ“ รมว.ศธ.กล่าว            

    รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า เรื่องการลดภาระงานครู ผอ.เขตพื้นที่ฯ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดย ศธ. จะใช้อัตราเกษียณ 38(ค)เพิ่มเป็นตำแหน่งสายสนับสนุน จำนวน 1,706 อัตรา ไปให้พื้นที่ต่างๆเพื่อบรรเทาภาระงานที่ไม่ใช่งานสอน เช่น งานธุรการ งานพัสดุ งานซ่อมบำรุง ฯลฯ โดยคาดว่าจะสามารถจัดสรรให้เขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆได้ภายในสัปดาห์ถัดไปหลังการแถลงนโยบายรัฐบาล เพื่อให้ครูสามารถทุ่มเทให้กับการสอนและดูแลเด็กได้อย่างเต็มศักยภาพ

    รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า สำหรับการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาตินั้น ต้องการให้สำเร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากในอดีต พ.ร.บ.การศึกษาเคยถูกเลื่อนพิจารณาออกไปหลายครั้งเมื่อเข้าสู่การประชุมสภา แต่ครั้งนี้รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมุ่งมั่นที่จะทำให้ร่างกฎหมายการศึกษาได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภาให้ได้ โดยได้หารือกับกรรมาธิการการศึกษาทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านซึ่งต่างมีท่าทีพร้อมสนับสนุน หากมีการปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดให้เหมาะสม ดังนั้น หาก พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ผ่านความเห็นชอบ จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของการปฏิรูประบบการศึกษาไทย ทั้งด้านโครงสร้างหลักสูตร การประเมินคุณภาพผู้เรียน การกระจายอำนาจการบริหารจัดการ และการกำหนดบทบาทหน่วยงานด้านการศึกษาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น  ซึ่งเลขาธิการกฤษฎีกา ระยุว่าให้เขียนเป็นกฏหมายการศึกษาแห่งชาติ อยู่ในคำแถลงนโยบายต่อสภาด้วยแล้ว

    “อีกเรื่องสำคัญที่อยากฝากไว้ คือ การศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวิชาทางสาย STEM อย่าง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ เท่านั้น แต่ยังต้องส่งเสริมความถนัดด้านอื่นของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา ภาษา หรือทักษะทางสังคม รวมถึงวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ต้องได้รับความสำคัญเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอน และการบรรจุเข้าสู่ระบบการสอบ เพื่อสร้างความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้เด็กเจนใหม่เข้าใจระบอบการปกครองของไทยได้อย่างถ่องแท้ และป้องกันไม่ให้เด็กได้รับข้อมูลที่ผิด ๆ จึงขอฝากให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และบุคลากรในพื้นที่ ร่วมกันสนับสนุนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง เพื่อสร้างความเข้าใจต่อระบอบประชาธิปไตย บทบาทพลเมือง และสถาบันหลักของชาติต่อไป“ รมว.ศธ. กล่าว

    ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนุ  กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญเนื่องจากเป็นการประชุม onsite ครั้งแรกในรอบ 2 ปี และเป็นการประชุม ผอ.เขต ครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2568 เพื่อให้ผู้บริหาร สพฐ. และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 245 เขต ได้รับฟังแนวทางการดำเนินงานจาก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศธ. ซึ่งจะเป็นทิศทางสำคัญสำหรับการดำเนินงานในปีงบประมาณต่อไป พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการปฏิบัติงานจากทุกเขตตรวจราชการ รวมถึงสรุปผลการดำเนินงาน การถอดบทเรียน การรับฟังข้อเสนอแนะจากพื้นที่ต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานในอนาคต การประชุมครั้งนี้จึงเป็นทั้งการทบทวนความสำเร็จ และการจัดเตรียมแนวทางที่จะช่วยให้การนำนโยบายระดับชาติมาสู่โรงเรียนให้เกิดผลอย่างแท้จริง และเกิดคุณภาพกับผู้เรียนทุกคนอย่างยั่งยืน.

    012

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/916839&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZHEWB–Ybs1F-7VEULgBP

  • สัมมนาไทยรัฐวิทยา เต็มอิ่ม 3 วัน กับการเรียนรู้ สู่การพัฒนาตลอดชีวิต

    สัมมนาไทยรัฐวิทยา เต็มอิ่ม 3 วัน กับการเรียนรู้ สู่การพัฒนาตลอดชีวิต

    วันนี้ (25 ก.ย. 68) การสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ครั้งที่ 43 ภายใต้หัวข้อ “เรียนรู้เชิงรุก สู่การพัฒนาตลอดชีวิต” ได้เดินทางมาถึงวันสุดท้าย และจบงานลงอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ต ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 

    หลังจากที่ได้ระดมสมอง และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กันอย่างเข้มข้นตลอด 3 วันเต็มของเหล่าผู้บริหาร คณะอาจารย์ และนักเรียนของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา

    บรรยากาศในวันสุดท้ายของการสัมมนา เน้นไปที่การสรุปผลการดำเนินงานและกำหนดทิศทางในอนาคต โดยมีวาระสำคัญคือการบรรยายพิเศษจากนายสนิท แย้มเกษร คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และการกล่าวสรุปผลการดำเนินงานโดยนางสาววรัญญภรณ์ ชาลีรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผลฯ สพฐ.

    ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การบรรยายหัวข้อ “50 ปีไทยรัฐวิทยากับทิศทางที่ก้าวเดิน” โดยนางภัทริยาวรรณ พันธ์ุน้อย ผู้ช่วยเลขาธิการฯ สพฐ. ซึ่งได้สรุปภาพรวมและศักยภาพของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา โดยชี้ให้เห็นถึงจุดเด่นที่นักเรียนมีความสามารถด้านภาษาไทยและการสื่อสารดี ผลการสอบ RT และ NT สูงกว่าระดับประเทศ แม้จะมีข้อจำกัดด้านจำนวนครู

    พร้อมกันนี้ ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดที่ต้องเร่งพัฒนาเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก และได้เสนอแนะทิศทางการพัฒนาก้าวต่อไปใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ ด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม ด้านคุณภาพผู้เรียน ด้านการบริหารจัดการ และด้านคุณธรรมและการสร้างคนดีให้สังคม

    จากนั้นจึงเข้าสู่พิธีปิดการสัมมนาอย่างเป็นทางการ และมีการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้บริหารที่เข้าร่วมทุกคน ถือเป็นการสิ้นสุดการประชุมที่อัดแน่นไปด้วยความมุ่งมั่นในการสืบสานปณิธานของนายกำพล วัชรพล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เพื่อร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเยาวชนไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/futureperfect/articles/2885155&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sDDsoxjpEV91BqUjrVNCy

  • สนามบินเตโชดังแล้ว! “พระพุทธเจ้า” กากัน มาลิก บินตรงไปกัมพูชาเพื่อโปรโมท

    สนามบินเตโชดังแล้ว! “พระพุทธเจ้า” กากัน มาลิก บินตรงไปกัมพูชาเพื่อโปรโมท

    นักแสดงดังชาวอินเดียผู้รับบทเป็น พระพุทธเจ้า เดินทางถึงกรุงพนมเปญ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมกล่าวความประทับใจความงามของสนามบินเตโช ที่มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ตั้งเด่นกลางอาคารผู้โดยสาร
    ภาพจาก : FB/Gagan Malik, FB/Overseas Marketing & Promotion Department, Ministry of Tourism of Cambodia

    นักแสดงดังชาวอินเดียผู้รับบทเป็น พระพุทธเจ้า เดินทางถึงกรุงพนมเปญ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมกล่าวความประทับใจความงามของสนามบินเตโช ที่มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ตั้งเด่นกลางอาคารผู้โดยสาร

    เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2568 เพจเฟซบุ๊กทางการของ กรมการตลาดและส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา รายงานว่า กากัน มาลิก (Gagan Malik) นักแสดงบอลลีวูดชื่อดังชาวอินเดีย ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากบทบาท “พระพุทธเจ้า” ในภาพยนตร์ ได้เดินทางถึงกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาเยือนประเทศกัมพูชา

    การเดินทางมาถึงของเขาที่สนามบินนานาชาติเตโช (Techo International Airport) ได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก ระหว่างให้สัมภาษณ์ในสนามบิน

    นักแสดงดังชาวอินเดียผู้รับบทเป็น พระพุทธเจ้า เดินทางถึงกรุงพนมเปญ
    ภาพจาก : FB/Overseas Marketing & Promotion Department, Ministry of Tourism of Cambodia

    กากัน มาลิก ได้กล่าวชื่นชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมภายในสนามบินแห่งใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของเขา เขากล่าวว่า “สนามบินสวยงามมาก และมีพระพุทธรูปอยู่ข้างหลังผม ผมเชื่อว่าสนามบินแห่งนี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น”

    ทั้งนี้ พระพุทธรูปองค์ดังกล่าวถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของสนามบินเตโช และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เข้าไปกราบไหว้ จนเกิดกระแสในโซเชียลมีเดียว่าสนามบินแห่งนี้มีบรรยากาศคล้ายวัด

    นักแสดงดังชาวอินเดียผู้รับบทเป็น พระพุทธเจ้า เดินทางถึงกรุงพนมเปญ โปรโมทการท่องเที่ยว
    ภาพจาก : FB/Overseas Marketing & Promotion Department, Ministry of Tourism of Cambodia

    การเดินทางของคณะผู้แทนจากอินเดียในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลกัมพูชาต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้มีความศรัทธาทางศาสนาให้เดินทางเข้ามาในประเทศมากขึ้น

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    อ้างอิง : FB/Overseas Marketing & Promotion Department, Ministry of Tourism of Cambodia

    ข่าวล่าสุด

    Photo of Thosapol

    Thosapol

    นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1462567/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KUXzppKNYuCKD8ocP73ix

  • รีวิวโรงแรมเอบิช ราคาหกร้อย  เมืองลำปาง

    รีวิวโรงแรมเอบิช ราคาหกร้อย เมืองลำปาง

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/aE2DZraO71On&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0I6bjl3tGFeubjRpovSerV

  • ธรรมนัส เคลียร์ซีเกมส์ อุดรอยรั่ว สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศ

    ธรรมนัส เคลียร์ซีเกมส์ อุดรอยรั่ว สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศ

    ธรรมนัส เคลียร์ซีเกมส์ อุดรอยรั่ว สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศ

    ธรรมนัส เคลียร์ซีเกมส์ อุดรอยรั่ว สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศ

    “ธรรมนัส-อรรถกร” ลุยเคลียร์ซีเกมส์/พาราเกมส์ กำชับทุกฝ่ายเร่ง “อุดรอยรั่ว” เหลือ 75 วัน ต้องไม่มีข้อผิดพลาด สร้างภาพลักษณ์สมศักดิ์ศรีประเทศ

    • การประชุมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อติดตามความคืบหน้าการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13
    • โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ดำเนินการและประธานในที่ประชุม
    • เน้นย้ำถึงการเดินหน้าแก้ไขทุกจุดบกพร่องตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ ให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ

    “ธรรมนัส-อรรถกร” ลุยเคลียร์ซีเกมส์/พาราเกมส์ กำชับทุกฝ่ายเร่ง “อุดรอยรั่ว” เหลือ 75 วัน ต้องไม่มีข้อผิดพลาด สร้างภาพลักษณ์สมศักดิ์ศรีประเทศ

    ที่โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กทม.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมาตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงการประชุมติดตามความคืบหน้าการเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ว่า การประชุมครั้งนี้ ได้รับเกีรยติจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.),​ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

    ธรรมนัส เคลียร์ซีเกมส์ อุดรอยรั่ว สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศ

    นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมได้มีการสอบถามความคืบหน้าและรายละเอียดในการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ จาก กกท. และสมาคม ต่างๆ ซึ่งได้แบ่งงานในการรับผิดชอบ อาทิ การเดินทางของนักกีฬาที่จะเข้าร่วมสนามแข่งขัน และรายละเอียดต่าง ๆ ส่วนเรื่องที่พักของนักกีฬา ยืนยันว่า ตรงนี้มีความพร้อมแล้ว

    ธรรมนัส เคลียร์ซีเกมส์ อุดรอยรั่ว สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศ

    นายอรรถกร กล่าวต่อด้วยว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้กำชับในที่ประชุม โดยขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันจัดการแข่งขันในฐานะเจ้าภาพให้ดีที่สุด เนื่องจากจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ได้สั่งการและเน้นย้ำถึงความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงจะต้องทําให้ไม่มีข้อผิดพลาด เพราะโอกาสแบบนี้อีกนานมากกว่าไทยจะได้เป็นเจ้าภาพอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งสุดท้ายที่จัดซีเกมส์ในประเทศไทยก็คือ 18 ปีที่แล้ว ส่วนเรื่องการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬานั้น ร.อ.ธรรมนัส กำชับว่า จะต้องมั่นใจว่าคนที่จะมารับหน้าที่ในการถ่ายทอดสด หรือแม้แต่กระทั่งการจัดพิธีเปิด หรือปิดจะต้องทําให้สมศักดิ์ศรีของประเทศไทย 

    ธรรมนัส เคลียร์ซีเกมส์ อุดรอยรั่ว สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศ

    “ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 75 วันเท่านั้น มีอีกหลายประเด็นที่เราก็ต้องคํานึงถึง เช่น เรื่องของงบประมาณที่จะต้องเกิดขึ้นหลังจากนี้ จะทําอย่างไรที่จะใช้มาให้อุดรอยรั่วในจุดอ่อนทุกจุด ซึ่งผมได้เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่ร่วมประชุมในวันนี้เปิดใจคุยกันตรง ๆ เพื่อที่จะได้หาทางแก้ไขร่วมกัน ผมเชื่อว่า เมื่อเราได้พูดคุยกันแล้วการทำงานจะมีความชัดเจน และจะเดินหน้าไปสู่ความพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาทุกประเภทในระดับมาตรฐานสากลของประเทศไทย“นายอรรถกร กล่าว

    นายอรรถกร ยังกล่าวถึง สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ที่ถูกสหพันธ์เปตองนานาชาติสั่งห้ามส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งกีฬาซีเกมส์ ว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว และจะหาทางแก้ไขโดยเร่งด่วน เพื่อให้นักกีฬาเปตองสามารถแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นี้ให้ได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/politics/859933&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BDVASkFiWldK0ZlGSxX1O