Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • โปรดเกล้าฯ ‘พล.ต.อ.จักรทิพย์-พล.ท.อดุลย์’ พ้นหน้าที่ราชองครักษ์ | เดลินิวส์

    โปรดเกล้าฯ ‘พล.ต.อ.จักรทิพย์-พล.ท.อดุลย์’ พ้นหน้าที่ราชองครักษ์ | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5152618/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZdsRebh6umzRdyeTsirAo

  • ครบรอบ 27 ปี Google ชื่อที่มาจากคำว่า googol

    ครบรอบ 27 ปี Google ชื่อที่มาจากคำว่า googol

    27 กันยายน คือวันที่กูเกิลใช้เฉลิมฉลอง “วันเกิด” ต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางทศวรรษ 2000s แม้ตามเอกสารบริษัทจะจดทะเบียนก่อตั้งเมื่อ 4 กันยายน 1998 ก็ตาม เหตุผลที่เลือก 27 กันยายนมาจากหมุดหมายภายในในยุคแรกๆ เช่น ช่วงที่บริษัทประกาศสถิติการทำดัชนีเว็บเพจสูงสุด และต่อมาถูกใช้ใน Google Doodle เป็นประจำทุกปี

    แม้ว่าชื่อกูเกิลจะเป็นชื่อที่ทุกคนรู้จักกันดีในปัจจุบัน แต่ชื่อกูเกิลจริงๆ ไม่ได้เป็นคำที่มีความหมาย เพราะอันที่จริงแล้ว ชื่อ “Google” มาจาก “googol” กล่าวคือเป็นการหมายถึงตัวเลข 1 ตามด้วยศูนย์ 100 ตัว อันมีความหมายที่สะท้อนความทะเยอทะยานในการจัดระเบียบข้อมูลมหาศาลของโลก ตั้งแต่ยุคเครื่องมือค้นหายังเป็นโครงการวิจัยในมหาวิทยาลัย

    กูเกิลเริ่มต้นจากการเป็นผู้ให้บริการด้านเสิร์ชเอนจิน ก่อนที่จะค่อยๆ เติบโตกลายเป็นอาณาจักรที่ครอบคลุมในทุกๆ ระบบนิเวศของโลกเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google Maps, YouTube, Google Cloud, Android, เครื่องมือด้าน AI ไปจนถึง ฮาร์ดแวร์ตระกูล Pixel และบริการอีกมากมาย

    ใครก่อตั้งกูเกิล?

    กูเกิลก่อตั้งโดย แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน ขณะที่ยังเป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่สแตนเฟิร์ดในปี 1998 โดยมีงานวิจัย Backrub ซึ่งเป็นงานที่ประเมินความสำคัญของหน้าเว็บจากลิงก์ และถูกนำมาต่อยอดเป็นอัลกอริทึมจัดอันดับผลค้นหาและกลายเป็นกูเกิลในเวลาต่อมา

    ปัจจุบันใครเป็นเจ้าของกูเกิล?

    ตั้งแต่ปี 2015 กูเกิลอยู่ใต้โครงสร้างบริษัทแม่ที่มีชื่อว่าอัลฟาเบท อิงค์ (Alphabet Inc.) ซึ่งรวบรวมธุรกิจหลักของกูเกิลและโครงการทดลองต่างๆ เช่น Waymo เป็นต้น

    ในเวลานี้ อัลฟาเบทเป็นบริษัทมหาชนที่มีโครงสร้างหุ้นหลายชั้น แบ่งเป็นหุ้น Class A ที่มี 1 สิทธิ์โหวต, หุ้น Class C ที่ไม่มีสิทธิ์โหวต และหุ้น Class B ที่ถือครองโดยผู้ร่วมก่อตั้ง มี 10 สิทธิ์โหวตต่อหุ้น นั่นจึงทำให้แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน ที่ถือหุ้น Class B มีอำนาจในการลงคะแนนสูงกว่าสัดส่วนการถือครองหุ้น โดยที่ทั้งสองคนไม่ได้บริหารงานประจำวันแล้ว แต่ยังมีบทบาทในฐานะผู้ถือหุ้นคนสำคัญของบริษัทแห่งนี้

    ปัจจุบัน ซุนดาร์ พิชัย ทำหน้าที่เป็นซีอีโอของทั้งกูเกิลและอัลฟาเบท มีภารกิจในการดูแลธุรกิจหลักและทิศทางใหม่อย่าง AI, คลาวด์ และฮาร์ดแวร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/tech/2885458&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0N50X6aFyvxRzYq4JKD10a

  • 27 กันยายน 2025 “Google” ครบรอบ 27 ปี โลกไอทีมีเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง?

    27 กันยายน 2025 “Google” ครบรอบ 27 ปี โลกไอทีมีเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง?

    27 กันยายน 2025 “Google” ครบรอบการก่อตั้ง 27 ปี ย้อนเหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนโลกไอที จากยุคเว็บไซต์สู่ยุค AI มีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้าง?

    วันที่ 27 กันยายน 2025 นับเป็นวันครบรอบ 27 ปีของ Google บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ถือกำเนิดจากเสิร์ชเอนจินเล็ก ๆ ในหอพักมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดย แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน สองนักศึกษาปริญญาเอกในขณะนั้น ซึ่งทุกวันนี้ Google ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสิร์ชเอนจิน แต่ยังเป็นตัวแทนของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีในแทบทุกมิติของโลก ตั้งแต่สมาร์ตโฟน คลาวด์ ไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) และตลอด 27 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่การถือกำเนิดของ Google โลกไอทีก็ได้ผ่านเหตุการณ์สำคัญที่กำหนดทิศทางอนาคตของมนุษยชาติมาหลายต่อหลายครั้ง

    Google
    27 กันยายน 2025 “Google” ครบรอบ 27 ปี

    ปี 1998 – 2005 : กำเนิด Google และยุคเว็บไซต์เฟื่องฟู

    การก่อตั้ง Google ในปี 1998 เกิดขึ้นในช่วงที่โลกอินเทอร์เน็ตกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เสิร์ชเอนจินของ แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน โดดเด่นด้วยอัลกอริทึม PageRank ที่ให้ผลลัพธ์การค้นหาที่แม่นยำและเป็นประโยชน์กว่าคู่แข่งในยุคนั้น ทำให้ Google ขึ้นแท่นเป็นเครื่องมือค้นหาที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกเลือกใช้ ภายในเวลาไม่กี่ปี

    ไม่นานนัก โลกออนไลน์ก็เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่น Wikipedia เปิดตัวในปี 2001 เป็นคลังความรู้เสรีที่ผู้ใช้สามารถร่วมแก้ไขและแบ่งปันข้อมูลได้ด้วยตนเอง ขณะที่ปี 2004 Facebook ได้ถือกำเนิดขึ้นและเริ่มสร้างวัฒนธรรมโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ขยายไปทั่วโลก

    เพียง 1 ปีถัดมา YouTube เปิดตัวในปี 2005 และกลายเป็นพื้นที่ใหม่ของการแบ่งปันวิดีโอ ก่อนที่ Google จะเข้าซื้อกิจการในปี 2006 ซึ่งนับเป็นการเสริมแกร่งครั้งสำคัญที่ทำให้บริษัทก้าวออกจากเสิร์ชเอนจินสู่การครองแพลตฟอร์มมัลติมีเดียระดับโลก

    ปี 2007–2010 : “สมาร์ตโฟน-คลาวด์” นวัตกรรมพลิกโลกไอที

    ปี 2007 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในวงการไอที เมื่อ สตีฟ จอบส์ เปิดตัว iPhone รุ่นแรกบนเวที Macworld โดย iPhone ไม่เพียงเป็นโทรศัพท์มือถือ แต่คือการนำคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องย่อส่วนมาอยู่ในมือผู้ใช้ทั่วโลก มาพร้อมอินเทอร์เฟซแบบสัมผัส และ App Store ที่ตามมาได้สร้างระบบนิเวศใหม่ให้กับนักพัฒนาและผู้บริโภค

    ขณะเดียวกัน Google ก็เดินเกมสำคัญในปี 2008 ด้วยการเปิดตัว Android ระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์สที่ถูกนำไปใช้โดยผู้ผลิตมือถือหลายราย และในเวลาไม่นาน Android ก็กลายเป็นระบบที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก

    นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของ “คลาวด์คอมพิวติ้ง” ช่วงปลายทศวรรษนี้ โดยเฉพาะ Amazon Web Services (AWS), Google Cloud, และ Microsoft Azure ได้เปิดมิติใหม่ให้ทั้งองค์กรและผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงพลังการประมวลผลและพื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาลผ่านอินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องลงทุนเอง

    Reuters/REUTERS
    iPhone รุ่นแรก

    ปี 2011 – 2015 : ยุคแห่งโซเชียลและการเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร

    ทศวรรษ 2010 คือช่วงเวลาที่โลกขับเคลื่อนด้วยพลังของโซเชียลมีเดียเต็มรูปแบบ การเปิดตัว Siri ผู้ช่วยเสียงของ Apple ในปี 2011 ถือเป็นก้าวแรกของการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาสู่ผู้ใช้งานในระดับบุคคล การพูดคุยผ่านผู้ช่วยส่วนตัวบนโทรศัพท์มือถือกลายเป็นเรื่องปกติ

    ขณะเดียวกัน Facebook ก็ก้าวกระโดดครั้งสำคัญในปี 2012 ด้วยการซื้อกิจการ Instagram เสริมความแข็งแกร่งในตลาดคอนเทนต์ภาพถ่ายและวิดีโอสั้น ส่วนกระแสอีคอมเมิร์ซก็ขยายตัวรวดเร็ว โดย Alibaba สามารถสร้างสถิติ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2014 และสะท้อนถึงพลังของธุรกิจดิจิทัลในตลาดทุนโลก

    ส่วน Google เองก็ปรับทัพครั้งใหญ่ในปี 2015 โดยประกาศจัดตั้งโครงสร้างใหม่ในชื่อ Alphabet เพื่อแบ่งธุรกิจออกเป็นหลากหลายด้าน ทั้งเสิร์ชเอนจิน แพลตฟอร์มมือถือ ไปจนถึงการลงทุนในเทคโนโลยีอนาคตอย่าง AI และรถยนต์ไร้คนขับ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้ Google พร้อมสำหรับการเติบโตในทศวรรษต่อมา

    ปี 2016 – 2020 : ยุคแห่ง AI Blockchain และเครือข่าย 5G

    หากพูดถึงเหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดในยุคนี้ คงหนีไม่พ้นการที่ AlphaGo ของ Google DeepMind เอาชนะ อี เซ-ดล เซียนโกะระดับโลกในปี 2016 ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า AI สามารถพัฒนาความสามารถได้เกินกว่าที่มนุษย์คาดคิด และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ไปทั่วโลก

    ปี 2017 กระแส คริปโทเคอร์เรนซี และ บล็อกเชน ปะทุขึ้น เมื่อ บิตคอยน์ สร้างประวัติศาสตร์ราคาพุ่งแตะ 20,000 ดอลลาร์ ทำให้โลกจับตามองเงินดิจิทัลในฐานะเครื่องมือทางการเงินใหม่

    ขณะที่ปี 2018 GDPR ของสหภาพยุโรปเริ่มบังคับใช้กำหนดมาตรฐานใหม่ด้านการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลทั่วโลก ส่วนในปี 2019 เครือข่าย 5G เริ่มให้บริการในหลายประเทศและถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยุคดิจิทัล

    และในปี 2020 การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนหันมาใช้ Zoom ทำงานจากบ้าน รวมถึงแพลตฟอร์มด้านวิดีโอคอลอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น และพึ่งพาระบบคลาวด์มากกว่าที่เคยเป็น

    Reuters/REUTERS
    คริปโทเคอร์เรนซี

    ปี 2021 – 2025 : ยุคแห่ง Generative AI และ Quantum ในอนาคต

    การเดินทางสู่ครึ่งทศวรรษปัจจุบัน เริ่มต้นด้วยการที่ Metaverse กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลก หลัง Facebook รีแบรนด์เป็น Meta ในปี 2021 แต่จุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่กว่าคือ ปี 2022 เมื่อ ChatGPT เปิดตัวและนำ Generative AI เข้าสู่กระแสหลัก ทำให้การเขียนบทความ แปลภาษา ไปจนถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัลถูกยกระดับด้วย AI อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

    ปี 2023 การแข่งขันในตลาด AI ทวีความเข้มข้น Google เปิดตัว Bard (ภายหลังพัฒนาเป็น Gemini) เข้าชน Microsoft และ OpenAI ในตลาดผู้ช่วยอัจฉริยะ ขณะที่ปี 2024 Quantum Computing เริ่มถูกพัฒนาไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์โดย IBM Google และ AWS ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นการพลิกโฉมวิทยาการคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

    และในปี 2025 โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI ถูกฝังในอุปกรณ์ทุกประเภท ตั้งแต่สมาร์ตโฟน รถยนต์ ไปจนถึงบ้านอัจฉริยะ หรือ สมาร์ตโฮม อีกทั้งการเติบโตของศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังทำให้ภูมิภาคนี้ รวมถึงไทย กลายเป็นสนามแข่งขันสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก

    ที่มา: Wikipedia (1) (2) (3) (4) (5) / The Guardian / Wired / Google Deepmind / Medium (1) (2) / AmplitudoDigital Trends / Google

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/257973&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Q2T8mMrxoJxrKyAsWa1xR

  • อำเภอสัตหีบ มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ ถวายเป็นพระราชกุศล

    อำเภอสัตหีบ มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ ถวายเป็นพระราชกุศล

    27 กันยายน 2568 18:34 น. สยามรัฐออนไลน์ ข่าวทั่วไทย

    วันที่ 27 ก.ย.68 ที่ศาลาประชาคม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นาย อนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอสัตหีบ และนายกกิ่งกาชาดอำเภอสัตหีบ  มาเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน และเยาวชนผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ประจำปี 2568  ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568  โดยมี สมาชิก กิ่งกาชาดอำเถอสัตหีบ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู อาจารย์ ตลอดจน นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม 

    ตามที่กิ่งกาชาดอำเภอสัตหีบได้จัดทำโครงการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน และ เยาวชนผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ประจำปี 2568 ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือ และสงเคราะห์เด็กนักเรียน และเยาวชนที่มีฐานะยากจนแต่ ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้มีโอกาสทางการศึกษา เพื่อบรรเทาภาระ และค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมีจิตสำนึกที่ดี มีความขยันหมั่นเพียร และมีกำลัง  เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษาได้ดูแลเด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาส ได้เป็นกำลังสำคัญ ในการนี้ กิ่งกาชาดอำเภอสัตหีบได้จัดสรรทุน ให้กับเด็กเรียนผู้ยากไร้ในพื้นที่ อำเภอสัตหีบ จำนวน 107  ทุน รวมทั้งสิ้น 18  โรงเรียน

    #ภูมิภาค-21

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/654083&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Qqx9WkUHtoH31q1XqHe_e

  • ตลาดป่าเห็วพลิกโฉม! ลำพูนชูโมเดล BCG สร้างเศรษฐกิจคนเมืองเหนือ | TOPNEWS

    ตลาดป่าเห็วพลิกโฉม! ลำพูนชูโมเดล BCG สร้างเศรษฐกิจคนเมืองเหนือ | TOPNEWS

    เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 กันยายน 2568 ณ ตลาดกลางผลผลิตทางการเกษตรอุตสาหกรรมเมืองลำพูน (ตลาดป่าเห็ว) ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายเธียร์สิทธิ์ ชัยเชาวรินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ตลาดต้นแบบ เพิ่มคุณภาพชีวิตเศรษฐกิจชุมชน คนภาคเหนือ” พร้อมเปิดป้ายตลาดต้นแบบ BCG MODEL Green Market อย่างเป็นทางการ

    นางนรมน ใจการณ์ ผู้จัดการตลาดสาขาลำพูน ในนามผู้ดำเนินโครงการฯ กล่าวว่า องค์การตลาดมีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาตลาดให้อยู่ในมาตรฐานที่สูงขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ 6 ประการ ได้แก่

    1. พัฒนาตลาดสาขาลำพูนให้เป็นตลาดต้นแบบ (BCG MODEL)
    2. ยกระดับมาตรฐานตลาด
    3. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อชุมชนและการท่องเที่ยว

    4. เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้ค้าและชุมชน
    5. ส่งเสริมสินค้าเกษตรและอาหารที่ปลอดภัย
    6. สร้างตลาดต้นแบบเพื่อขยายผล

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมความรู้ เช่น การอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) การรณรงค์ใช้ภาชนะจักสานแทนโฟม การพิมพ์ลายบนผืนผ้า และการประกวดเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ (ลดหวาน มัน เค็ม)

    นายเธียร์สิทธิ์ ชัยเชาวรินทร์ ประธานในพิธีกล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดโครงการฯ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกฝ่ายในการยกระดับตลาดสาขาลำพูนให้ได้มาตรฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินด้านสุขอนามัยและคุณภาพอย่างรอบด้าน พร้อมผลักดันให้ตลาดแห่งนี้เป็นต้นแบบของประเทศในปี 2568”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1333373&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iP8OPX2PK_m2HW98tOSPM

  • ประธานชุมชนรักษ์คลองบางพระจับมือททท.ตราดเที่ยวชุมชนบางพระ เผยแม้ชุมชนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและวิถีชุมชนที่งดงาม

    ประธานชุมชนรักษ์คลองบางพระจับมือททท.ตราดเที่ยวชุมชนบางพระ เผยแม้ชุมชนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและวิถีชุมชนที่งดงาม

    ภูมิภาค

    ประธานชุมชนรักษ์คลองบางพระจับมือททท.ตราดเที่ยวชุมชนบางพระ เผยแม้ชุมชนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและวิถีชุมชนที่งดงาม

    วันเสาร์ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.38 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาด้านจังหวัดตราด แม้จะไม่มีเหตุการณ์สู้รบไทยกัมพูชา ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เชื่อมั่นในการเดินทางมาท่องเที่ยวว่าจังหวัดตราด นายวินิต นิรัตนพานิช ประธานชุมชนรักษ์คลองบางพระ ต.บางพระ อ.เมือง จ.ตราด เปิดเผยว่า วันนี้ ในตัวเมืองจังหวัดตราดไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวเท่าใดนัก เนื่องจากอยู่นอกพื้นที่ชายแดน ซึ่งต้องยอมรับว่า นักท่องเที่ยวอาจจะไม่กล้าเดินทางมา ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วมาได้ตลอด โดยเฉพาะ เกาะกูด เกาะช้าง มาได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การเดินทางมาเที่ยวในตัวเมืองตราด ก็สามรถทำได้ตลอดเวลาเช่นกัน โดยเฉพาะชุมชนรักษ์คลองบางพระที่มีความเป็นเอกลักษณ์ในวิถีชีวิตของคนรุ่นเก่าที่ผสมผสานกับคนรุ่นใหม่ ซี่งคนรุ่นเก่ายังสามารถรักษาวัฒนธรรม ประเพณี การดำรงชีวิต รวมทั้งสถาปัตยกรรมบ้านเรือนเก่าแก่ ที่คนรุ่นใหม่ยังรักษาไว้ โดยนำความรู้สมัยใหม่ แนวคิดใหม่มาต่อยอดให้ชุมชนเก่านังก้าวเดินไปได้โดยไม่ละทิ้งเอกลักษณ์ของคนรุ่นเก่าที่เป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่ไว้ได้ 

     

    “ปัจจุบันแม้ชุมชนคลองบางพระจะปรับเปลี่ยนจากบ้านเรือนในอดีต มาเป็นสถานประกอบการทางการท่องเที่ยวซึ่งรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ แต่กลายเป็นเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวต้องการมาสัมผัสความเก่าแก่ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี หรืออาหารการกิน อีกทั้งยังมีสถานที่ที่จะรองรับนักท่องเที่ยวทั้งที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือศิลปกำแพง แนวสตรีทอาร์ต ซี่งได้เล่าเรื่องราวของชุมชนและประวัติศาสตร์ของจังหวัดตราดไว้อย่างดี และงดงาม“นายวินิจ กล่าวและเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวที่ชุมชนรักษ์คลองบางพระกัน 

     

    ด้านว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่องเทีทยวแห่งประเทศไทยสำนักงานตราด เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เมื่อคิดจะเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดตราด นึกถึงเกาะช้าง เกาะกูด หรือ เกาะหมาก ที่มีน้ำทะเลใส สวยงาม และบรรยากาศริมทะเลที่เงียบสงบ แต่ที่จริงแล้ว บนแผ่นดินฝั่งตราดยังมีอีกหนึ่งเสน่ห์ซ่อนอยู่ใน “ชุมชนบางพระ” เมืองเก่าที่สุดของจังหวัด ซึ่งมีอายุยาวนานหลายร้อยปี และยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นอดีตที่ผสมผสานกับความร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืน การเดินเที่ยวในชุมชนบางพระ เหมือนการย้อนเวลาไปสัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนในยุคเก่า บ้านไม้โบราณที่เรียงรายไปตามถนนสายเล็ก ๆ ร้านค้าเก่าแก่ที่ยังคงเปิดให้บริการ ไปจนถึงตลาดชุมชนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นของผู้คน ทุกซอกทุกมุมล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเมืองท่าที่เคยรุ่งเรืองและเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญของตราด 

     

    “สิ่งที่ทำให้บางพระโดดเด่นและน่าหลงใหล คือการที่ชุมชนยังคงรักษา “เสน่ห์ดั้งเดิม” ไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่ขณะเดียวกันก็มีการใส่สีสันใหม่ ๆ เข้าไป เช่น งานศิลปะ Street Art ที่ถูกวาดบนผนังและกำแพงบ้านเรือน นำเรื่องราวประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และความภาคภูมิใจของผู้คนมาถ่ายทอดไว้ในรูปแบบร่วมสมัย ทำให้ชุมชนเก่าแห่งนี้กลายเป็นแกลเลอรีกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่รักการเดินเที่ยวถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมซอยเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ แวะจิบกาแฟในร้านท้องถิ่น หรือหยุดถ่ายภาพกับภาพวาดที่บอกเล่าเรื่องราวของชุมชน ทุกกิจกรรมในบางพระล้วนทำให้คุณได้สัมผัสความเป็น “เมืองเก่าแต่ไม่เก่าแก่” เมืองที่ยังมีชีวิตชีวาและพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้ม“ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ กล่าวและว่า 

    “ชุมชนรักษ์คลองบางพระไม่ใช่แค่ที่เที่ยว แต่เป็น “ชุมชนที่ยังหายใจ” และพร้อมจะเล่าเรื่องราวของอดีตให้คุณฟังผ่านทุกมุมของถนน ทุกเสียงหัวเราะรอยยิ้มของชาวบ้าน และทุกภาพที่คุณกดชัตเตอร์เก็บไว้ ใครที่กำลังมองหาสถานที่เดินเล่นแบบชิล ๆ ได้ภาพสวย ๆ พร้อมแรงบันดาลใจดี ๆ กลับไป “บางพระ” คือคำตอบที่ไม่ควรพลาด“

     ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด ยังบอกในช่วงท้ายว่า “มาเที่ยวบางพระ ตราด มาสัมผัสความงดงามของวิถีชีวิตของชาวตราดในอดีต ไม่ต้องไปเที่ยวทะเลในหมู่เกาะต่างๆ แต่มาเที่ยวบนฝั่งตราด… แล้วคุณจะหลงรักเสน่ห์เมืองเก่าแห่งนี้

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/448211&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-QHpe4gVsjvHCh2s6d3j9

  • บุกจับ

    บุกจับ

    บุกจับ’อดีตหน่วยรบพิเศษ’ เคยต้องโทษประหาร พ้นคุกไม่นาน ผันตัวค้ายาเสพติด

    วันเสาร์ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2568, 22.07 น.

    วันที่ 27 กันยายน 2568  พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 นำกำลังตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าได้นำกำลังเข้ากวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านถึงปัญหาการรวมกลุ่มมั่วสุมเสพยาเสพติดของกลุ่มบุคคลต่างด้าว

    เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ปฏิบัติการสืบสวนหาข่าวหลังจากชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนถึงกลุ่มบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ชอบทำตัวมั่วสุมแล้วเสพยาเสพติดนอกจากนี้เมื่อรวมกลุ่มกันแล้วยังสร้างความวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าจับกุมกลุ่มชาวเมียนมา

    โดยจับกุมได้ทั้งหมดจำนวน 7 ราย โดยทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดและเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะ นายซิก เทะ มิน ไน อายุ 31 ปี ถูกจับกุมพร้อมยาบ้า 1 เม็ด และถูกแจ้งข้อหา มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จากนั้นได้ขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเป็นคนไทยจากการรับสารภาพของผู้ต้องหาชาวเมียนมา

    โดยพบว่าบุคคลที่ผู้ต้องหาชาวเมียนมารับสารภาพ พบว่าเป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษ มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรงพ้นโทษออกมาไม่นาน และได้ผันตัวมาค้ายาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานชาวเมียนมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าจับกุมตัวทราบชื่อนายสมเกียรติ อายุ 45 ปี อดีตทหารหน่วยรบพิเศษ  เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้พร้อมของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 7 เม็ด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อหาครอบครองและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1

    และจากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายสมเกียรติ พบว่าเพิ่งพ้นโทษในคดีฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธสงคราม ซึ่งศาลเคยตัดสินโทษประหารชีวิต ก่อนลดโทษเหลือจำคุก 17 ปี และพ้นโทษออกมาได้ไม่นานก็หันมาก่อเหตุซ้ำในคดียาเสพติด

    นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันยังได้จับกุมนายกฤษณพงค์ อายุ 43 ปี พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดประเภทยาไอซ์นำหนัก 16.3 กรัม และถูกแจ้งข้อหาครอบครองและเสพยาเสพติด สำหรับนายกฤษณพงค์ จากการตรวจสอบประวัติเคยถูกจับกุมข้อหายาเสพติดและพ้นโทษออกมาเช่นกัน

    พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 เปิดเผยว่า การกวาดล้างกลุ่มผู้กระทำผิดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ที่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวกวาดล้างจับกุมผู้เสพผู้ค้ายาเสพติด และผลการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรการแพร่กระจายยาเสพติดในพื้นที่เกาะพะงันได้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่มีประวัติอาชญากรรมและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย การมั่วสุมยาเสพติดของบุคคลเหล่านี้สร้างความวุ่นวาย และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเกาะพะงันรวมถึงประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 10 ราย พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/917269&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27tQKEqxh9UlUgJsUDTq9h

  • สุดระทึก เก๋งพุ่งชนร้านหมาล่า เกือบทำ 2 ท่องเที่ยวชาวต่างชาติหวิดดับ

    สุดระทึก เก๋งพุ่งชนร้านหมาล่า เกือบทำ 2 ท่องเที่ยวชาวต่างชาติหวิดดับ

    วันที่ 27 ก.ย.2568 พลเมืองดี พร้อมด้วย ตัวแทนร้านหมาล่า เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก เพื่อนำคลิปหลักฐานเหตุการณ์ ขณะที่รถเก๋ง MG สีแดง ทะเบียน จง 8366 เชียงใหม่ พุ่งเข้าชนร้านหมาล่า ย่าน ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อคืนที่ผ่านมา

    โดยภาพในคลิปดังกล่าว จะเห็นตอนรถเก๋งพุ่งชน ในขณะที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศนั่งกินหมาล่ากัน จนนักท่องเที่ยวกระเจิง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่นั่งอยู่ในร้าน หวิดถูกรถทับแต่รอดมาได้

    หลังเกิดเหตุชาวบ้านต่างพากันวิพากวิจารณ์ถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่รอดตาย เกือบที่จะถูกรถพุ่งชนและเกือบโดนทับอย่างหวุดหวิด รวมทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ของลูกค้าที่มานั่งในร้านบางคันก็รอด บางคันก็โดนเฉี่ยวชน

    โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศนั้นตกใจอย่างมาก และพากันตรวจเช็คร่างกายกัน โดยชาวบ้านได้เล่าให้ฟังว่า มีเจ้าของรถจักรยานยนต์คันหนึ่งมาจอดเพื่อขอเข้าห้องน้ำที่ร้านดังกล่าว และรอดจากการถูกชน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่กระเด็นตามคลิป ก็เหมือนราวปาฏิหาริย์ รอดตาย

    อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวน สภ ช้างเผิอกเชียงใหม่ จะได้ทำการสอบปากคำเจ้าของรถเก๋งดังกล่าวอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุของการเสียหลักพุ่งชนร้านหมาล่าดังกล่าวอีกครั้ง ว่าสาเหตุที่ขับรถพุ่งชนร้านหมาล่า สาเหตุมาจากอะไร เพื่อจะได้ดำเนินการกันต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamnews.com/news/regional/28531&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lNvbUKIYnoYVTv2iLSpFp

  • วันท่องเที่ยวโลก 2025 : ท่องเที่ยวโลกฟื้น ไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญ | เข้มข่าวค่ำ | 27 ก.ย. 68

    วันท่องเที่ยวโลก 2025 : ท่องเที่ยวโลกฟื้น ไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญ | เข้มข่าวค่ำ | 27 ก.ย. 68

    27 กันยายนของทุกปี คือ ‘วันท่องเที่ยวโลก’ ที่องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ UNWTO กำหนดขึ้น เพื่อย้ำถึงบทบาทสำคัญของการท่องเที่ยว ที่ไม่เพียงสร้างรายได้มหาศาล แต่ยังเชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ไปติดตามในรายงาน

    #วันท่องเที่ยวโลก #บางกอกแอร์เวย์ส #UNWTO #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #เข้มข่าวค่ำ

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/201859&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vZ-FmTqyrzXBXY9km_jzy

  • วันชาติจีน 2025 ไทยตกชั้นกลายเป็นแค่หนึ่งในทางเลือก แอตต้าแนะฟื้นจีนเที่ยวไทย

    วันชาติจีน 2025 ไทยตกชั้นกลายเป็นแค่หนึ่งในทางเลือก แอตต้าแนะฟื้นจีนเที่ยวไทย

    หยุดยาววันชาติจีน Golden Week 2025 ระหว่างวันที่ 1-8 ตุลาคมนี้ แม้คนจีนส่วนใหญ่จะเดินทางเที่ยวในประเทศ แต่ก็พบว่า การเดินทางเที่ยวต่างประเทศ ก็เป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น โดยพบว่านักท่องเที่ยวจีนมีการค้นหาการเดินทางต่างประเทศช่วง Golden Week 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และสถานที่ท่องเที่ยวมีความหลากหลายมากขึ้นโดยจากข้อมูลของ 2 แพลตฟอร์มดังในจีน รายงานตรงกันว่า “ญี่ปุ่น” ยังครองตำแหน่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั้งในแง่ของการค้นหา และการจองตั๋วเครื่องบิน ส่วนตลาดระยะไกล คนจีนก็นิยมไปเที่ยว ฝรั่งเศส และ อิตาลี

    ขณะที่เกาหลีใต้ ก็ติดอันดับจุดหมายปลายทางคำค้นหายอดนิยมในระดับ TOP 10 ของการเดินทางไปเที่ยวในช่วงวันชาติจีนในปีนี้ เนื่องจากเกาหลีใต้ อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเป็นกลุ่มตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปผ่านบริษัทนำเที่ยวที่รัฐบาลเกาหลีใต้กำหนด สามารถเดินทางเข้าเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเป็นระยะเวลาสูงสุด 15 วัน เริ่มวันที่ 29 ก.ย.-30 มิ.ย.69

    นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ช่วงหยุดยาว “วันชาติจีน” หรือ Golden Week ของจีนในปี 2025 ได้สะท้อนภาพใหม่ของตลาดท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน หากย้อนกลับไปในอดีต ไทยแทบจะเป็น “จุดหมายปลายทางห้ามพลาด” สำหรับนักท่องเที่ยวจีน

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

    แต่ในปีนี้ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ไทยยังคงติดอันดับต้น ๆ ของแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ เช่น Meituan และ Ctrip ทว่ากระแสความร้อนแรงไม่ได้ร้อนแรงอย่างเก่า และการเติบโตเริ่มชะลอตัว

    จีนเที่ยวไทยช่วงวันชาติจีน

    การยกเว้นวีซ่าและภาพจำของไทยในฐานะ “บ้านหลังที่สอง” ยังช่วยพยุงความนิยม แต่ปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายและการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้การฟื้นตัวไม่เร่งแรงเหมือนญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ นักท่องเที่ยวจีนจำนวนไม่น้อยมองหาทางเลือกใหม่ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม มาเลเซีย ที่ปรับตัวเชิงโปรโมชั่นและการตลาดได้รวดเร็วกว่า

    อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีน โดยทะเลและหมู่เกาะ ภูเก็ตยังคงเป็นตัวหลัก แต่ทัวร์ขนาดใหญ่ลดลง กลายเป็นกลุ่มเล็กและนักท่องเที่ยวอิสระ ขณะที่เกาะเล็ก ๆ อย่างเกาะช้างและเกาะหลีเป๊ะได้รับความสนใจมากขึ้น

    ในด้านอาหาร ก็พบว่านักท่องเที่ยวจีนเริ่มแบ่งออกชัดเจน ระหว่างกลุ่มที่ยอมจ่ายแพงเพื่อเข้าร้านหรูหรือมิชลิน และกลุ่มที่ยังคงหลงรักเสน่ห์ของอาหารริมทาง ราคาย่อมเยา แต่มีความกังวลด้านสุขอนามัย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

    ขณะที่วัฒนธรรมและวิถีชีวิต ก็จะพบว่าการท่องเที่ยวเชิง “ถ่ายรูปเช็คอิน” ลดลง ส่วนการแสวงหาประสบการณ์เชิงลึกกลับเติบโต เช่น การสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนที่เชียงใหม่ ชมงานศิลปะร่วมสมัยในกรุงเทพฯ หรือศึกษามรดกประวัติศาสตร์สุโขทัย นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ยังเชื่อมโยงภาพลักษณ์ไทยเข้ากับซีรีส์ ภาพยนตร์ และงานออกแบบ สะท้อนการรับรู้ที่หลากหลายมากขึ้น

    วันชาติจีน 2025 ไทยตกชั้นกลายเป็นแค่หนึ่งในทางเลือก แอตต้าแนะฟื้นจีนเที่ยวไทย

    อย่างไรก็ตามก็ยังมีปัจจัยผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จาก 4 ปัจจัย ได้แก่

    1. ความปลอดภัย แม้รัฐบาลและผู้ประกอบการพยายามสร้างภาพลักษณ์ปลอดภัย แต่ความกังวลบางส่วนยังคงอยู่ ส่งผลต่อพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวกลางคืน
    2. ค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าเงินบาทแข็ง และค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ข้อได้เปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ลดลง
    3. การแข่งขันภูมิภาค ประเทศเพื่อนบ้านเดินเกมรุกตลาดจีนมากขึ้น ไทยจึงไม่ใช่ “ตัวเลือกเดียว” อีกต่อไป  
    4. พัฒนาการของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งหลังเดินทางต่างประเทศมาหลายปี นักท่องเที่ยวจีนมีประสบการณ์และเหตุผลมากขึ้น รู้ชัดว่าต้องการอะไร และเลือกอย่างมีวิจารณญาณ

    นักท่องเที่ยวจีน

    นายอดิษฐ์ กล่าวต่อว่าสำหรับไทย ความท้าทายนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นแรงผลักให้เกิดการยกระดับ ใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่

    1. คุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย ต้องได้รับการยืนยันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจกลับคืน
    2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม เช่น ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับลึก การท่องเที่ยวหรู และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นสิ่งจำเป็น แทนที่จะใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ “เหมาเข่ง”
    3. การตลาดเชิงดิจิทัล โดยใช้ข้อมูลและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจีนเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ
    4. การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมโยงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่นเข้ากับประสบการณ์ท่องเที่ยว ซึ่งจะสอดรับกับความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมของนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่

    นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร ที่ปรึกษาสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ปัญหาของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยลดลงเกิดจากความวิตกเรื่องความไม่ปลอดภัย แม้แต่วันชาติจีน ปีนี้ คนจีนมาเที่ยวไทยก็ยังคงทรงตัว ไม่หวือหวาเหมือนเมื่อก่อน แต่ไปเที่ยวญี่ปุ่นและเวียดนามเพิ่มขึ้น ซึ่งปัญหานักท่องเที่ยวจีนไม่มั่นใจในความปลอดภัยในการเดินทางมาเที่ยวไทย จากการสื่อสารต่างๆในจีนที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดภาพลบต่อประเทศไทย

    ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร

    ดังนั้นในขณะนี้เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องสื่อสารและสร้างความเชื่อมั่น ทำให้ประเทศไทยปลอดภัยอย่างแท้จริง แก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติด เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมา ก็จะทำให้ไทยมีโอกาสลุ้นนักท่องเที่ยวจีนได้ 5 ล้านคน

    เพราะในขณะนี้คิดว่าจีนน่าจะพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว ตอนนี้แค่ทรงตัว แต่การจะทำให้จีนทยอยกลับมาเหมือนเดิม ไทยต้องทำเรื่องความปลอดภัยอย่างจริงจัง

    หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,135 วันที่ 28 กันยายน – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/639980&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KHF-fRyRHX_JUAomuEgP5