ในวันที่โลกกำลังมุ่งหน้าไปสู่เครือข่าย 6G การเชื่อมต่อที่รวดเร็ว หน่วงต่ำ และปลอดภัยยิ่งขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอนาคตไกลตัว แต่คือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ประเทศต่างๆ กำลังเร่งวางรากฐาน
ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จึงเชิญ Wi-Fi Alliance ในฐานะสมาคมมาตรฐาน Wi-Fi ระดับโลก และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐอย่าง Cisco, Meta, HPE Aruba เข้ามาทดสอบการใช้คลื่นความถี่ 6 GHz เพื่อพิสูจน์ศักยภาพด้านความเร็ว ประสิทธิภาพ และการจัดการคลื่นในสภาพแวดล้อมจริง
เป้าหมายคือเพื่อให้ประเทศไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลง รองรับการแพทย์ทางไกล การเรียนรู้เสมือนจริง เมืองอัจฉริยะ และเศรษฐกิจดิจิทัล ที่กำลังจะพัฒนาไปอีกขั้นภายใต้ยุค 6G ที่รออยู่ข้างหน้า
ซึ่งจากการทดลองใช้งานที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ผลลัพธ์เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมแล้ว โดยพบว่า Wi-Fi 6 GHz ช่วยเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตกว่า 2 เท่า และลดความหน่วงได้ถึง 5 เท่า รองรับการเรียนการสอนทางการแพทย์เสมือนจริง และระบบสื่อสารในสภาวะที่มีการใช้งานหนาแน่นได้ดีขึ้น ตอบโจทย์ทั้งงานดิจิทัลในวงการแพทย์และการเรียนการสอนทางไกล
ด้านเศรษฐกิจ งานวิจัยชี้ว่า หากไทยเปิดใช้งานคลื่น 6 GHz อย่างเต็มรูปแบบ จะสร้างมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลและเสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานราก ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ Automated Frequency Coordination (AFC) เพื่อจัดการคลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ที่ใช้งานหนาแน่น
ความร่วมมือนี้คาดหวังได้มากกว่าตัวเลข กสทช. ย้ำว่า จะพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้ประชาชนและประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด พร้อมเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนร่วมเดินหน้าไปด้วยกัน ขณะที่สหรัฐฯ และ Wi-Fi Alliance มองว่า การผลักดันครั้งนี้คือก้าวสำคัญที่ช่วยให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำการเชื่อมต่อในภูมิภาค ทั้งในมิติความทันสมัย ความปลอดภัย และการสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจร

ก้าวต่อไป Wi-Fi Alliance เตรียมขยายการศึกษาและทดสอบ AFC ร่วมกับมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานไทย เพื่อให้ผลการวิจัยครอบคลุมรอบด้าน และนำไปสู่การตัดสินใจที่ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน
สำหรับการหารือครั้งนี้ ฝ่าย กสทช.ประกอบด้วย ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย (กสทช.) และ รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ (กสทช.) พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงาน กสทช. ฟากฝั่งสหรัฐมี ฯพณฯ แคทเธอรีน สปิลแมน (Catherine Spillman) อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย , ผู้แทน จาก Wi-Fi Alliance และบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก อาทิ HPE Aruba, Meta, Cisco และ Dynamic Spectrum Alliance ณ สำนักงาน กสทช.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/nbtc-tests-6-ghz-wi-fi-moving-towards-6g-digital-economy&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0q7oR_avx_eAnUYLJCyQ94









สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดพิธีมอบทุนการศึกษา โครงการสานต่อความรู้ตามแนวพระราชดำริ ภายใต้โครงการความร่วมมือเพื่อขยายผลองค์ความรู้ตามแนบพระราชดำริสู่เยาวชน ประจำปี 2568 จากความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน ที่ได้ลงนามความร่วมมือร่วมกันดำเนินงานจัดทำโครงการฯ เพื่อนำองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริมาจัดทำสื่อการเรียนการสอนเผยแพร่ และขยายผลไปยังเยาวชนที่กำลังศึกษา อยู่ในโรงเรียนบริเวณพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับความรู้อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพ และการดำเนินชีวิตให้กับเยาวชนที่จะสามารถนำองค์ความรู้ตาม
คุณสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า
นับได้ว่า การได้เรียนรู้จากโครงการฯ นี้จะเป็นประเด็นสําคัญต่อการนำกลับไปปรับใช้ในการสอนให้แก่นักเรียน โดยเฉพาะในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ องค์ความรู้ตามแนวพระราชดําริ ความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การทําเกษตรทฤษฎีใหม่ การน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนตลอดไป”
“ความร่วมมือของ 4 หน่วยงานครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เยาวชน และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักได้แก่ โรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 แห่ง และศูนย์สาขา โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงเยาวชน และประชาชนทั่วไปที่อยู่ในเขตพื้นที่โรงเรียนที่มีการจัดทำโครงการความร่วมมือเพื่อการขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 5,000 โครงการ ก่อกำเนิดขึ้นตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจากศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน ๖ แห่ง ที่ได้จัดตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริเพื่อเป็นแหล่งทำการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย วิธีการพัฒนาด้านต่างๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับภูมิสังคมที่แตกต่างกัน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงเปรียบเสมือนเป็น “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” และ “ต้นแบบ” ของความสำเร็จที่จะเป็นแนวทางและตัวอย่างให้แก่พื้นที่อื่นๆ ได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์
ทั้งหมดนี้ คือความมุ่งมั่นที่จะร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกมิติเพื่อขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งในการที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต.


