Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • &

    &

    โฮมโปร ทุ่มงบกว่า 80 ล้าน เปิดสาขาใหม่บนเกาะ “พะงัน” รองรับกำลังซื้อจากการท่องเที่ยวและการอยู่อาศัยระยะยาวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยคอนเซปต์ One Stop Home Solution จุดหมายเดียวที่รวมทั้งสินค้าและบริการ พร้อมทีมช่างโฮมโปรที่ให้บริการอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่งานซ่อม-ตกแต่ง-ติดตั้ง ตอบโจทย์ทั้งคนรักบ้านและผู้ประกอบการ ให้สัมผัสประสบการณ์แบบ Better Living – สะดวก ครบ จบ ในที่เดียว พร้อมแคมเปญฉลองเปิดใหม่ 3 ตุลาคม พร้อมดีลและข้อเสนอพิเศษ “ลดยกเกาะ 15 วันเต็ม!” ตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาทต่อเดือน

    นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า “เกาะพะงันวันนี้ไม่ใช่แค่จุดหมายท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเมกะเทรนด์ด้านการเดินทางและการอยู่อาศัยที่ยาวนานขึ้น ตั้งแต่นักท่องเที่ยว กลุ่มครอบครัว ไปจนถึงคนทำงานที่ผลัดเปลี่ยนมาอยู่เป็นซีซัน โฮมโปรพะงัน จึงออกแบบมาเพื่อรองรับดีมานด์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี มากกว่าการท่องเที่ยวระยะสั้นๆ ทั้งงานบริการเรื่องบ้าน การเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้า และการรีโนเวทที่พักอาศัย

    “การเปิดสโตร์ใหม่ ‘โฮมโปร พะงัน’ ตอบโจทย์ตลาดที่อยู่อาศัยบนเกาะที่มีความต้องการเรื่องบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากกลุ่มที่พักปล่อยเช่าที่เน้นเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อย กลุ่มกำลังซื้อสูงที่พร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพและงานดีไซน์ ไปจนถึงกลุ่ม ‘เร่งด่วน’ ในช่วงไฮซีซันและอีเว้นต์ระดับไอคอนิกบนหาดริ้น ที่ต้องการความรวดเร็วของงานซ่อม-ตกแต่ง-ติดตั้ง โฮมโปรจึงใช้งบลงทุนกว่า 80 ล้านบาท สร้างสโตร์คอนเซปต์ One Stop Home Solution ที่รวมสินค้า บริการ และบริการจากทีมช่างโฮมโปร ไว้ในที่เดียว บนพื้นที่กว่า 1,555 ตร.ม. พร้อมที่จอดรถ รวมถึงจุดรับ-ส่งสินค้าขนาดใหญ่ เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่ได้คุณภาพ ด้วยมาตรฐานเดียวกันในทุกช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการ”

    การสร้างประสบการณ์เรื่องบ้านของ ‘โฮมโปร พะงัน’ จึงถูกออกแบบให้สะดวก รวดเร็ว ได้ของครบ จบ ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบ้าน-คอนโด-วิลล่า รวมถึงผู้ประกอบการโรงแรมและคาเฟ่ ภายในสโตร์ ครบด้วยโซนเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ทนต่อการใช้งาน เช่น แอร์ พัดลม ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และสมาร์ททีวี สำหรับบ้านพักและที่อยู่อาศัย โซนของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ ที่ช่วยรีเฟรชบรรยากาศและสร้างความลงตัวให้กับธุรกิจท่องเที่ยว ไปจนถึงโซนสินค้าปรับปรุง-ซ่อมแซม ที่รวมอุปกรณ์ช่าง งานสี ฮาร์ดแวร์ และสินค้ากันสนิม-กันชื้นที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์สภาพอากาศชายฝั่งได้ดี นอกจากนี้ยังมีเคาน์เตอร์บริการ ให้คำปรึกษาเรื่องสเปก-ดีไซน์-งบประมาณ-การติดตั้ง รวมในจุดเดียว เพื่อลดเวลารอคอย และยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด Better Living บนเกาะพะงัน

    ฉลองเปิดใหม่ “โฮมโปร พะงัน” ด้วยแคมเปญที่ออกแบบมาเพื่อคนรักบ้านและผู้ประกอบการโดยเฉพาะ

    • ดีลและข้อเสนออีกมากมาย! กับ “ลดยกเกาะ!” 3 ตุลาคม – 17 ตุลาคม 2568 นี้ 15 วันเต็ม !!
    • สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกโฮมการ์ด สมัครสมาชิกใหม่ รับคูปองส่วนลดทันที 300 บาท + คะแนน X3 สำหรับใบเสร็จแรก พร้อมรับคูปองส่วนลดหลายต่อ! กดปุ๊ป…ลดเลย กดรับคูปองส่วนลด 100 บาท ผ่าน HomePro Application / ช้อปครบ 5,000 บาท รับคูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จ 300 บาท / ช้อปครบ 10,000 บาท รับคูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จ 500 บาท (ใช้เป็นส่วนลดซื้อสินค้าขั้นต่ำ 1,000 บาท / จำกัด 500 คนแรกตลอดรายการ)
    • สมาชิกโฮมการ์ดปัจจุบัน ช้อปครบ…รับเงินคืนเข้าโฮมโปรวอลเล็ต! ผ่าน HomeCard Application มูลค่าสูงสุด 3,000 บาท! เมื่อมียอดช้อปครบตามเงื่อนไข/ใบเสร็จ (ภายในวัน)
    • สมาชิกบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม คุ้ม 3 ต่อ ต่อที่ 1 รับส่วนลดทันที 3% ต่อที่ 2 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 4% (รูดเต็มจำนวนครบตามเงื่อนไข/ใบเสร็จ) และต่อที่ 3 รับส่วนลดเพิ่มสูงสุดอีก 13% เมื่อแลกพอยท์เท่ายอดชำระตามเงื่อนไข
    • สิทธิพิเศษจากสถาบันการเงินชั้นนำมากมาย ให้ทั้งส่วนลด + รับเครดิตเงินคืน พร้อมสิทธิ์ Super Zero ผ่อนนาน…ผ่อนน้อย ผ่อนชำระ 0% ทั้งร้าน นานสูงสุดถึง 24 เดือน! (เฉพาะบัตรและสินค้าที่ร่วมรายการ)

    ห้ามพลาด !! ฉลองเปิดใหม่ “โฮมโปร พะงัน” ลดยกเกาะ เริ่ม 3 ตุลาคม 2568 นี้ พิเศษสุด! กับบริการ ซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยช่างโฮมโปร มือโปรประจำบ้านคุณ ที่มอบช่วยให้ทุกคนประหยัดค่าครองชีพ และได้ยืดอายุการใช้งานของสินค้าอีกด้วย 3-5 ตุลาคม ตลอด 3 วันเต็ม มาพบกันที่ โฮมโปร พะงัน (ท้องศาลา-หาดริ้น) เปิดบริการทุกวัน 8.30 – 20.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 099-328-9002

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/if0gtscu5komafdyaxcqmfmoojfyd17z&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Sdc5TMFXFj7kK8yRSFVR9

  • เชียงใหม่ เตรียมจัดงาน ปลายฝนต้นหนาว ครั้งแรก ที่สวน อบจ.เชียงใหม่

    เชียงใหม่ เตรียมจัดงาน ปลายฝนต้นหนาว ครั้งแรก ที่สวน อบจ.เชียงใหม่

    เชียงใหม่ เตรียมจัดงาน ปลายฝนต้นหนาว ครั้งแรก ที่สวน อบจ.เชียงใหม่


    6/10/2568 | 32 |

    ครั้งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ กับงาน ปลายฝนต้นหนาว ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ในโครงการ “12 เดือน 12 เทศกาล” ส่งเสริมการท่องเที่ยวในฐานะ “เมืองเทศกาลโลก” 
    .
    นายชัยณรงค์ นันตาสาย ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับองค์การบริการส่วนจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ “ปลายฝนต้นหนาว” จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ร้อยเรียงความทรงจำใต้แสงดาวเหนือสายหมอก” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ตลอดทั้งปี กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 12 พฤศจิกายน 2568 บริเวณพื้นที่ด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยการนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสความสวยงามทางธรรมชาติและอากาศ ที่เย็นสบายในช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาวหนาวของจังหวัดเชียงใหม่ 
    .
    สำหรับบรรยากาศภายในงาน จะได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการแข่งขันชกมวย ชิงถ้วยพร้อมเงินรางวัล และกิจกรรมส่องดาวสุดโรแมนติก การแสดงดนตรีสดสร้างสีสันตลอดคืน งานประเพณียี่เป็งอันยิ่งใหญ่ พร้อมเลือกชิม ช้อป และชิลไปกับร้านค้ากว่า 100 ร้าน รวมถึงการสักการะองค์พระพิฆเนศศักดิ์สิทธิ์แกะสลักจากไม้ตะเคียนทองอายุกว่า 1,000 ปี ที่สายมูไม่ควรพลาด
    .
    ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ สร้างปฏิทินกิจกรรมตลอดปีใน โครงการ “12 เดือน 12 เทศกาล” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในฐานะ “เมืองเทศกาลโลก” โดยแต่ละเดือนจะมีธีมแตกต่างกันไป เช่น เทศกาลดอกไม้ในเดือนกุมภาพันธ์ เทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายน เทศกาลยี่เป็งในเดือนพฤศจิกายน และเทศกาลงานออกแบบในเดือนธันวาคม พร้อมด้วยกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับอาหาร แฟชั่น สุขภาพและศิลปะ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนตลอดทั้งปี 
    คมสันต์ คำวงค์ สวท.เชียงใหม่ /// 6 ต.ค. 68


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2479/iid/429588&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0noN9oJQF7waaPSrtRiI8S

  • “ฮุน เซน”สั่งชาวเขมรแบนสินค้าไทย ลั่นถึงเวลาประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    “ฮุน เซน”สั่งชาวเขมรแบนสินค้าไทย ลั่นถึงเวลาประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจ | เดลินิวส์

    “ฮุน เซน”สั่งชาวเขมรแบนสินค้าไทย ลั่นถึงเวลาประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจ

    ฮุน เซน สั่งชาวเขมรแบนสินค้าไทยและเลิกใช้เงินบาททันที หลังมีคนไทยใช้ภาพตนเอง ไปเป็นเป้ายิงงานวัด พร้อมทิ้งท้ายว่า หากเจ็บใจกับไทยจริง ก็ถึงเวลาที่ต้องประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5180379/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MEqKWNCcVoojKk-huTZDh

  • เริ่มลงทะเบียนเงินดิจิทัล 10,000 บาทได้ตั้งแต่วันที่ 1-5 ต.ค. 68 อีกแล้วเหรอ

    เริ่มลงทะเบียนเงินดิจิทัล 10,000 บาทได้ตั้งแต่วันที่ 1-5 ต.ค. 68 อีกแล้วเหรอ

    ชาวเน็ตแชร์ว่อนโซเชียล เริ่มลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1-5 ต.ค. 68 ล่าสุด คลังเฉลยแล้ว ไม่จริง

    ในโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพและข้อความเกี่ยวกับการลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ได้ตั้งแต่วันที่ 1-5 ต.ค. 68 จนสร้างความสงสัยให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก

    ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานว่า โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ดิจิทัลวอลเล็ต ยังไม่มีการดำเนินการโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะที่ 3 ทั้งนี้ หากมีการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประชาสัมพันธ์แจ้งต่อประชาชนให้รับทราบต่อไป

    fake

    สรุป : เงินดิจิทัล 10,000 บาท ดิจิทัลวอลเล็ต ยังไม่มีดำเนินการในระยะที่ 3 ตามที่โลกออนไลน์แชร์ข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/943791/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xiTr-0mAi2qf551AKkStH

  • ​เปิดเวทีประกวดวาดภาพและคลิปสั้น ชู ‘พลาสติกคือฮีโร่’ ชิงทุนการศึกษา

    ​เปิดเวทีประกวดวาดภาพและคลิปสั้น ชู ‘พลาสติกคือฮีโร่’ ชิงทุนการศึกษา

    วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด (KPI) จัดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ครั้งสำคัญ เนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 แห่งความสำเร็จ ด้วยการเปิดเวที “ประกวดวาดภาพและผลิตสื่อมัลติมีเดียคลิปสั้น” ในหัวข้อ พลาสติกคือฮีโร่ ไม่ใช่ผู้ร้าย อย่างที่ใครคิดเพื่อเฟ้นหาสุดยอดผลงานจากนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั่วประเทศ ชิงรางวัลทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

    กิจกรรมนี้มีเป้าหมายหลักในการสร้างความตระหนักรู้และเปลี่ยนทัศนคติของสาธารณชนต่อพลาสติก ในฐานะนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งในด้านสุขอนามัย ความปลอดภัยของอาหาร และการลดการสูญเสียทรัพยากร โดยเน้นย้ำถึง “การใช้พลาสติกอย่างมีความรับผิดชอบและการบริหารจัดการหลังการใช้งาน (Recycling)” ซึ่งเป็นแนวทางสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

    ทั้งนี้ การประกวดจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทการแข่งขัน ได้แก่ 1.การประกวดวาดภาพ : ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษา และ 2.การประกวดสื่อมัลติมีเดียคลิปสั้น : ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษา

    โดยรางวัลทุนการศึกษา (มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท) จะมอบให้แก่ผู้ชนะในแต่ละระดับการศึกษาของทั้ง 2 ประเภทการแข่งขัน ดังนี้ รางวัลชนะเลิศ : ทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : ทุนการศึกษา 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : ทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร , รางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล : ทุนการศึกษา 3,000 พร้อมเกียรติบัตร

    คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาผลงานโดยให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์และมุมมองที่แปลกใหม่ การนำเสนอแนวคิด “พลาสติกคือฮีโร่” ได้อย่างน่าสนใจ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ความชัดเจนในการนำเสนอคุณค่าของพลาสติกและการจัดการอย่างยั่งยืน เทคนิคและองค์ประกอบศิลป์/การผลิต และความสวยงาม ความประณีต และคุณภาพของผลงานโดยรวม

    โดยพิธีมอบทุนการศึกษาและการประกาศผลการประกวดจัดขึ้น ณ บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด เมื่อวันเสาร์ ที่ 27 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ได้รับรางวัลใหญ่ ดังต่อไปนี้ ประเภทที่ 1 การประกวดวาดภาพระบายสี ในระดับประถมศึกษา ป.1 – ป.6 ได้แก่ ด.ญ.ธมนวรรณ หอสว่างวงศ์ รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท , ด.ญ.กุลพัชร ดุสิตกุล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท , ด.ญ.ปิ่นมนัส วงษาชัย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท

    ประเภทที่ 2 การประกวดสื่อมัลติมีเดียคลิปสั้นในระดับประถมศึกษา ป.1 – ป.6 ได้แก่ ด.ญ.กันต์ฤทัย มาลีพันธ์ รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท , ด.ญ.กันต์ฤทัย อินสันต์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท , ด.ญ.ไอยวริน อินทนาคา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท

    ประเภทที่ 1 การประกวดวาดภาพระบายสี ในระดับมัธยมศึกษา ม.1 – ม.6 ได้แก่ ด.ญ.เกศชฎาพร คุ้มบ้าน รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท , ด.ญ.กันติชา ทั่งศรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท , นายธันวาณวัชร์ สุวรรณศิลป์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท

    ประเภทที่ 2 การประกวดสื่อมัลติมีเดียคลิปสั้น ในระดับมัธยมศึกษา ม.1 – ม.6 ได้แก่ นายศุภณัฐ ตั้งสถิตย์วัฒนากุล รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท , ด.ช.ภูวเนศวร์ คำสอน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท , นายธนทวฤช มิ่งมิตรวิบูลย์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท

    ประเภทที่ 1 การประกวดวาดภาพระบายสีในระดับอุดมศึกษา ปวส.-ปริญญา ได้แก่ นายปวรรัชดล ศรีบุญเรือง รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท , นายอนณ มาตรแสง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท , นางสาวธิติมา มณีวงษ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท

    ประเภทที่ 2 การประกวดสื่อมัลติมีเดียคลิปสั้นในระดับอุดมศึกษา ปวส.-ปริญญา ได้แก่ นายวุฒินันท์ สมมิตร รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษามูลค่า 20,000 บาท , นายพุทธิมา นำพล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท , น.ส.วลัญช์ภัค ธารพานิช รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/919227&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0F3oXlKpSMhsJ4GSf6RAdh

  • แนวโน้มอุตสาหกรรมของเล่นแนวแฟชั่นในจีนปี 2568

    แนวโน้มอุตสาหกรรมของเล่นแนวแฟชั่นในจีนปี 2568

    ในปี 2568 ตลาดผู้บริโภคของจีนกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมของเล่นแนวแฟชั่น เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาวได้กลายเป็นกำลังหลักในการบริโภค ดังนั้น ความต้องการทางอารมณ์และแรงจูงใจด้านความรู้สึกของผู้บริโภค จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด ส่งผลให้เกิดแนวโน้ม ที่เรียกว่า “เศรษฐกิจแห่งความพึงพอใจ” ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของประสบการณ์และความพึงพอใจส่วนบุคคลในการตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ กลไกการสร้างแรงจูงใจให้เกิดความต้องการซื้อผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย              ยังส่งผลให้ของเล่นแนวแฟชั่นสามารถขยายตัวจากกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มไปสู่ตลาดมวลชนได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การผสานระหว่างแรงจูงใจทางอารมณ์ของผู้บริโภคและกลไกทางการตลาดดิจิทัลจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ

    ขนาดตลาดและแนวโน้มการเติบโต

    รายงานล่าสุดของ iiMedia Research เรื่อง “การพัฒนาอุตสาหกรรมของเล่นแนวแฟชั่นและการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศจีปี 2568” ระบุว่า ในปี 2567 จำนวนผู้ใช้งานกลุ่มผู้สนใจวัฒนธรรมอนิเมะในจีนสูงถึง 503 ล้านคน ซึ่งบ่งชี้ว่าการเติบโตของจำนวนผู้ใช้เริ่มเข้าสู่ภาวะทรงตัว อย่างไรก็ตาม ขนาดตลาดของเศรษฐกิจสะสม (Guzi Economy) ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.63 เมื่อเทียบกับปี 2566 และมีมูลค่าตลาดรวม 1.689 แสนล้านหยวน (ประมาณ 7.52 แสนล้านบาท) ในปี 2567

    ข้อมูลดังกล่าว ชี้ให้เห็นแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนจากการเน้นขยายฐานผู้ใช้ไปสู่ การสร้างมูลค่าจากผู้บริโภคแกนหลัก สินค้าต่อยอดและสินค้าลิขสิทธิ์จึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญกับการเติบโตของอุตสาหกรรม อีกทั้งยังชี้ให้เห็นว่าตลาดได้เข้าสู่ระยะสมบูรณ์และมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าผ่านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และการบริโภคเชิงอารมณ์ของผู้บริโภค

    แรงจูงใจและพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค

    ในตลาดของเล่นแนวแฟชั่นของจีน ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแรงจูงใจและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค มีความหลากหลายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยรายงานของ iiMedia Research ระบุว่า ร้อยละ 40.83 ของผู้บริโภคเลือกซื้อของเล่นแนวแฟชั่น เนื่องจากมองว่ามีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าในอนาคต และสามารถนำไปจำหน่ายต่อในตลาดมือสองเพื่อสร้างผลกำไร ส่งผลทำให้คุณค่าด้านการสะสมและการลงทุนได้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของตลาดและทำให้ของเล่นแนวแฟชั่นค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทจากสินค้าบริโภคทั่วไปไปสู่สินทรัพย์  ที่มีลักษณะใกล้เคียงการลงทุนทางการเงิน นอกจากนี้ ในปี 2568 ปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญสูงสุดใน การเลือกซื้อคือ รูปแบบและการออกแบบ โดยคิดเป็นร้อยละ 38.60 ซึ่งบ่งบอกถึงแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคที่มุ่งเน้นความโดดเด่นด้านความสวยงาม คุณค่าทางศิลปะ และการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์

    การพัฒนาอุตสาหกรรมของเล่นแฟชั่น

    นักวิเคราะห์ของ iiMedia Research ให้ความเห็นว่า ปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมของเล่นแนวแฟชั่นในจีนมีความเชื่อมโยงกับแนวคิดด้านอารมณ์และการยืนยันคุณค่าของผู้บริโภค ตั้งแต่การสร้างกลุ่มทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของ Pop Mart การนำเสนอของเล่นแนวแฟชั่นราคาย่อมเยาของ Miniso ความนิยมของกระแสสะสม Guzi ไปจนถึงความสำเร็จของภาพยนตร์ “นาจา 2” ที่ทำรายได้ทะลุหลักแสนล้านหยวนและช่วยผลักดันยอดขายสินค้าลิขสิทธิ์

    นักวิเคราะห์ยังระบุว่า อุตสาหกรรมของเล่นแนวแฟชั่นกำลังมุ่งสู่การพัฒนาในหลายมิติ ได้แก่ การผลิตแบบพรีเมียม การสร้างมูลค่าในฐานะสินทรัพย์ และการตอบสนองต่อความรู้สึกทางอารมณ์ของผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ การดำเนินงานด้าน IP และการเชื่อมโยงข้ามอุตสาหกรรมจะกลายเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างมูลค่าในอนาคต รวมไปถึงการผสมผสานระหว่างของเล่นดิจิทัลและของสะสมประเภทจับต้องได้จะยิ่งช่วยขยายขอบเขตและมิติของอุตสาหกรรมหลากหลายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี เมื่อผู้บริโภคมีความรอบคอบและใช้เหตุผลใน  การตัดสินใจมากขึ้น แบรนด์ที่สามารถตอบสนองทั้งในด้านความงามและศักยภาพในการสะสมจะได้รับ  ความได้เปรียบเชิงการแข่งขันอย่างชัดเจน

    ข้อคิดเห็นของสคต.เซี่ยงไฮ้

    จากการศึกษาข้อมูลและรายงานล่าสุดของ iiMedia Research พบว่า อุตสาหกรรมของเล่นแนวแฟชั่นในจีน กำลังเข้าสู่ช่วงที่ตลาดเติบโตเต็มศักยภาพ ทั้งในแง่จำนวนผู้บริโภคและมูลค่าตลาด โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อน การเติบโตมีทั้งด้านอารมณ์และความรู้สึกของผู้บริโภค ตลอดจนกลยุทธ์การสร้างความต้องการผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้สินค้าสามารถขยายจากกลุ่มเฉพาะไปสู่ตลาดมวลชนได้อย่างรวดเร็ว

    สำหรับผู้ประกอบการไทยการพัฒนากลยุทธ์ในอุตสาหกรรมของเล่นแนวแฟชั่นควรให้ความสำคัญเรื่องการตอบสนองแรงจูงใจเชิงอารมณ์และความพึงพอใจของผู้บริโภค ทั้งในด้านความงามและความสามารถในการสะสม การใช้ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และการผสมผสานของเล่นดิจิทัลกับของสะสมที่จับต้องได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและขยายขอบเขตตลาด ทำให้แบรนด์สามารถสร้างโอกาสในการแข่งขันมากขึ้นด้วย

    ___________________________________________________________________________________

    จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้

    ตุลาคม 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/i05h2jiwh5n1swtsvv76y9d5&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Sg9o5lUnckR6bW26szmuv

  • เปิดแฟ้มครม.7ต.ค.68 เคาะ“คนละครึ่งพลัส” วงเงิน 4.4 หมื่นล้าน

    เปิดแฟ้มครม.7ต.ค.68 เคาะ“คนละครึ่งพลัส” วงเงิน 4.4 หมื่นล้าน

    “คนละครึ่งพลัส” กระตุ้นเศรษฐกิจ–เร่งแผนเยียวยาน้ำท่วม

    การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน มีหลายวาระสำคัญ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแผนบูรณาการงานของรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคน

    วาระใหญ่ “คนละครึ่งพลัส” 4.4 หมื่นล้านบาท

    คาดว่าที่ประชุม ครม. จะพิจารณาโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งกระทรวงการคลังเสนอเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงปลายปี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2568 โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะเสนอกรอบงบประมาณรวม 44,000 ล้านบาท

    ใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 และงบกลาง 19,000 ล้านบาท

    ครอบคลุมผู้มีสิทธิกว่า 20 ล้านคน ส่งผลต่อ GDP ประมาณ 0.3–0.4%

    ผู้มีรายได้อยู่ในระบบภาษีจะได้รับ 2,400 บาท

    ผู้มีสิทธินอกระบบภาษีจะได้รับ 2,000 บาท

    พร้อมเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1,700 บาท ครอบคลุมประชาชนรวมกว่า 33 ล้านคน

    มาตรการนี้ถือเป็นหนึ่งใน “โครงการ Quick Win” ของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และสร้างแรงส่งให้กำลังซื้อฐานรากก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่

    วาระบูรณาการงานรัฐบาล

    อีกวาระหนึ่งที่คาดว่าจะถูกหยิบยกเข้าสู่การประชุม คือ “แผนบูรณาการงาน” ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนไปกำกับและประสานงานในมิติสำคัญ เช่น เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และดิจิทัล เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินมีเอกภาพและลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน

    เรื่องเร่งด่วนยังไม่เข้าสู่วาระ — “เยียวยาน้ำท่วม”

    แม้ยังไม่เข้าสู่วาระ ครม. สัปดาห์นี้ แต่หนึ่งในประเด็นที่ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เร่งรัด คือ การเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั่วประเทศ

    • ครอบคลุมพื้นที่เสียหายตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึง 30 กันยายน 2568
    • ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 300,000–500,000 หลังคาเรือน
    • คาดใช้งบกลางหลายพันล้านบาทเพื่อชดเชยความเสียหาย
    • ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ ก่อนเสนอ ครม. ในสัปดาห์ถัดไป

    วาระอื่นที่น่าสนใจประกอบด้วย

    กระทรวงพลังงาน เสนอ ร่างบันทึกความเข้าใจเพิ่มเติมว่าด้วยโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (Enhanced Memorandum of Understanding on ASEAN Power Grid) รวมทั้งเสนอ ร่างกรอบความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Petroleum Security)

    สำนักเลขาธิการคณ รัฐมนตรี(สลค.) เสนอ แนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐในการเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเสนอ แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ

    -เสนอ แนวทางดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ 1896/2568 ระหว่าง นายธนพร ศรียากูล ผู้ฟ้องคดีกับ คณะรัฐมนตรี และพวก รวม 3 คน ผู้ถูกฟ้องคดีเกี่ยวกับการอนุมัติรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาในหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ประจำปีการศึกษา 2568–2569
    ของ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

    -รายงาน สรุปข้อมูลและข้อเสนอแนะขององค์กรอิสระ ได้แก่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    -เสนอ ร่างพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง 

    สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอรายงานรายชื่อ คณะกรรมการต่าง ๆ ที่แต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี
     

    กระทรวงคมนาคม เสนอ แต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการการบินพลเรือน

    สำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งผล คำพิพากษาศาลปกครองนครศรีธรรมราช ในคดีหมายเลขดำที่ 1322/2566 และหมายเลขแดงที่ 192/2568 ระหว่าง บริษัท ยูนิวนิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดีกับ อธิบดีกรมป่าไม้ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการละเลยต่อหน้าที่ของหน่วยงานทางปกครอง

    การประชุม ครม. วันที่ 7 ตุลาคม2568 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจและสังคมชุดใหญ่ของรัฐบาลอนุทิน ภายใต้กรอบเวลา “4 เดือนก่อนยุบสภา” ที่จะสิ้นสุด 31 มกราคม 2569 ซึ่งทุกโครงการล้วนมีนัยสำคัญทั้งเชิงเศรษฐกิจและการเมือง

    ในการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดแรก เมื่อ 30 กันยายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี นายกฯอนุทินมีมติสำคัญหลายประการ ก่อนปิดงบประมาณปี 2568 รวมวงเงินทั้งสิ้น 22,780 ล้านบาท ประกอบด้วย

    เพิ่มเงินสวัสดิการแห่งรัฐ 850 บาทต่อเดือน

    ครม.เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังและคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการฯ ให้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนไม่เกิน 13.4 ล้านคน ได้รับเงินเพิ่มอีก 850 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน (พฤศจิกายน–ธันวาคม 2568) รวมทั้งสิ้น 1,700 บาทต่อคน

    มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปี โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ร้อยละ 0.07–0.08 ต่อปี ทั้งนี้จะใช้งบกลางปี 2568 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

    ขยายเวลาประกาศพื้นที่มั่นคง 4 จังหวัดชายแดนใต้

    ครม.มีมติตามข้อเสนอของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ให้ ขยายประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครอบคลุม 20 อำเภอ ใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่

    • นราธิวาส: ยี่งอ สุไหงโก-ลก แว้ง สุคิริน
    • ปัตตานี: ยะหริ่ง ไม้แก่น กะพ้อ มายอ แม่ลาน ปะนาเระ ทุ่งยางแดง
    • ยะลา: เบตง กาบัง กรงปินัง ยะหา รามัน
    • สงขลา: นาทวี จะนะ เทพา สะบ้าย้อย

    การขยายเวลามีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 – 30 กันยายน 2569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ได้ต่อเนื่อง

    แต่งตั้ง “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” โฆษกรัฐบาล

    ที่ครม.ประชุมเห็นชอบแต่งตั้ง นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีผลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2568 เป็นต้นไป เพื่อทำหน้าที่สื่อสารนโยบายและผลการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ต่อสาธารณชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/731502&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07H1j2yCOooxch6xEqgtQ5

  • คลังดัน “คนละครึ่งพลัส” เข้าครม.พรุ่งนี้ ครอบคลุม 20 ล้านคน รับสูงสุด 2,400 บ.

    คลังดัน “คนละครึ่งพลัส” เข้าครม.พรุ่งนี้ ครอบคลุม 20 ล้านคน รับสูงสุด 2,400 บ.

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ตุลาคม 2568 กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้อนุมัติโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี โดยใช้วงเงินรวม 44,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจประจำปี 2569 จำนวน 25,000 ล้านบาท และงบกลางเพิ่มเติมอีก 19,000 ล้านบาท

    “คลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการ คนละครึ่งพลัส ในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการ Quick Big Win ที่ถือเป็นเสาหลักแรกของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะสั้นช่วงไตรมาสที่ 4 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีทักษะในการใช้งานแอปพลิเคชันมากยิ่งขึ้น” นายเอกนิติ กล่าว

    ทั้งนี้ โครงการนี้ครอบคลุมประชาชน 20 ล้านคน โดยแบ่งการแจกเงินออกเป็น 2 กลุ่ม

    • ผู้ลงทะเบียนทั่วไป จะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ 2,000 บาท ผ่านแอปเป๋าตัง
    • ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี จะได้รับเพิ่มเป็น 2,400 บาท เพื่อจูงใจให้เข้าสู่ระบบภาษี

    นายเอกนิติระบุว่า คนละครึ่งพลัส เป็นหนึ่งในมาตรการเร่งด่วน (Quick Big Win) ที่รัฐบาลวางเป็น “เสาหลัก” ของการฟื้นเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 พร้อมกับช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีของร้านค้ารายย่อย

     ไทม์ไลน์โครงการคนละครึ่งพลัส

    • 15 ตุลาคม 2568: เปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ
    • 20–26 ตุลาคม 2568: เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอป “เป๋าตัง”
    • 29 ตุลาคม 2568: เริ่มใช้จ่ายผ่านแอป “เป๋าตัง” ได้อย่างเป็นทางการ

    เมื่อนำโครงการนี้ไปรวมกับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ดำเนินการก่อนหน้า คาดว่าจะครอบคลุมประชากรได้ถึง 33.4 ล้านคน และมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ GDP ของประเทศในช่วงปลายปีเพิ่มขึ้นประมาณ 0.3-0.4%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/731492&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C21eAgSm8uZeNcbgqQaaQ

  • P

    P

    logo_grandprix_online2016full

    Grandprix Online กรังด์ปรีซ์ออนไลน์ ผู้นำข่าวสารยานยนต์

    Thailand Automotive news leader and auto show. Our mission is the leading source of news about the global automotive industry.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.grandprix.co.th/toyota-young-engineer-car-contest-%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2-6-%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2597/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ggsP9YoMYTusIhSbLms-t

  • “นฤมล“ลงสุโขทัย ตรวจเยี่ยมโรงเรียน บ้านพักครู เสียหายจากน้ำท่วม

    “นฤมล“ลงสุโขทัย ตรวจเยี่ยมโรงเรียน บ้านพักครู เสียหายจากน้ำท่วม

    ทั่วไป

    “นฤมล“ลงสุโขทัย ตรวจเยี่ยมโรงเรียน บ้านพักครู เสียหายจากน้ำท่วม

    06 ต.ค. 2025 เวลา 13:34 น.

    “รมว.นฤมล“ลงสุโขทัย ตรวจเยี่ยมโรงเรียน บ้านพักครู เสียหายจากน้ำท่วม พร้อมเร่งประสานงบซ่อมแซม 4 รร.ด่วน หลังขอไปตั้งแต่ 67 ผ่านมาเกือบปี ยังไม่ถึงมือ 

    เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมคณะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อติดตามความเสียหายของสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครองในพื้นที่ โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และนายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมด้วย

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า วันนี้มาเพื่อรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของสถานศึกษา รวมถึงแนวทางในการเยียวยาแก้ไขความเสียหาย โดยเฉพาะสถานศึกษาในอำเภอกงไกรลาศ จำนวน 4 โรงเรียน ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ตั้งแต่ปี 2567 และทางผู้บริหารโรงเรียนได้แจ้งของบประมาณเพื่อซ่อมแซมอาคารเรียนไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรลงมา ซึ่งท่านรองนายกฯธรรมนัส ก็ได้รับทราบ และจะเร่งประสานนำงบส่งตรงถึงโรงเรียนโดยเร็วที่สุด

    ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวต่อว่า จากรายงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ในส่วนของบ้านพักครู ที่มีจำนวนทั้งหมด 67 หลัง โดย 19 หลังอยู่ในสภาพใช้การได้ดี 27 หลังอยู่ในสภาพพอใช้ และ 22 หลังอยู่ในสภาพทรุดโทรม โดยมีครูพักอาศัยอยู่ทั้งหมด 70 คนนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่เร่งด่วนที่กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งดำเนินการ เพื่อให้ครูมีที่พักอาศัยที่มั่นคง ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะครูคือหัวใจของการศึกษา

    “ในภาวะน้ำท่วมแบบนี้ เราต้องดูแลทั้งครู นักเรียน และชุมชนควบคู่กันไป กระทรวงศึกษาธิการจึงนำสุขาลอยน้ำ ซึ่งเป็นผลงานของนักเรียนอาชีวศึกษา จากวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา มามอบให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อใช้ประโยชน์ในช่วงนี้ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ด้านอาชีวศึกษามาช่วยสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ดิฉันขอชื่นชมครูทุกคนที่ยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ แม้จะเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำซากเช่นนี้ และขอยืนยันว่า กระทรวงศึกษาธิการจะลงมาดูแลและแก้ไขปัญหาให้อย่างต่อเนื่อง” ศ.ดร.นฤมล กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1201920&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NWiu8j0n2s5V_mNtyDk6B