Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • อพท.สร้างความคืบหน้า สานต่อ ทุกรัฐบาล กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง

    อพท.สร้างความคืบหน้า สานต่อ ทุกรัฐบาล กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง

    ภูมิภาค

    อพท.สร้างความคืบหน้า สานต่อ ทุกรัฐบาล กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง

    วันพุธ ที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 20.07 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 8  ตุลาคม 2568  เวลา 10.00 น. นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย มอบหมายให้นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานต้อนรับ นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) พร้อมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ในการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย โดยมี นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง นายธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดเลย (อพท.เลย) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเลย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเลย ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดเลย ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

    ทั้งนี้ ความคืบหน้าล่าสุด อพท. ได้จัดทำและเสนอบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับ Draft Final ระหว่างกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับ อพท. จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเพื่อการส่งเสริมการสนับสนุน และการประสานงานในการดำเนินงานการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ปัจจุบัน กองนิติการ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ตรวจสอบความเรียบร้อยแล้ว และรอเสนอให้อธิบดีกรมอุทยานฯ เห็นชอบ MOU ทั้ง 2 ฉบับ และ คาดว่า จะจัดพิธีลงนาม MOU ในเดือนตุลาคม 2568 นี้ สำหรับโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง นั้น หากมีการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเกิดขึ้นจริง จะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยสามารถเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติบนยอดภูกระดึงได้อย่างเท่าเทียม และจะกลายเป็นโอกาสของชุมชนโดยรอบตีนภูกระดึงในการประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ทั้งในด้านที่พัก ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก หรือ กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน นอกจากนี้ กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงจะสามารถใช้เป็นเส้นทางช่วยชีวิตในยามฉุกเฉิน เช่น การนำผู้บาดเจ็บลงจากภู การลำเลียงอุปกรณ์ดับไฟป่า หรือการช่วยเหลือสัตว์ที่บาดเจ็บได้ แต่ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดอย่างรอบด้าน อาท ปัญหาขยะมูลฝอย ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย

    ทางด้าน นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ในฐานะประธานในการต้อนรับคณะ กล่าวว่า นับเป็นโอกาสที่ดีที่ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน และนักวิชาการ ได้มาร่วมรับฟังความก้าวหน้าของโครงการ ตลอดจนร่วมเสนอแนะในประเด็นสำคัญต่างๆ เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนโครงการก่อสร่างกระเช้าขึ้นภูกระดึงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม 

    ส่วนในช่วงบ่าย คณะจาก อพท. และ สื่อมวลชนจากส่วนกลาง ลงพื้นที่ดูจุดก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง ด้วย

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/449759&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33XQHubkGcYe6EOMmPvDDw

  • “ทริปสายคอนเทนต์-ถ่ายรูป” ทำลายการท่องเที่ยวของคนยุคนี้? | เดลินิวส์

    “ทริปสายคอนเทนต์-ถ่ายรูป” ทำลายการท่องเที่ยวของคนยุคนี้? | เดลินิวส์

    sohu สื่อแดนมังกรจีน เปิดเผยบทความวิเคราะห์ถึงการท่องเที่ยวของคนในยุคโซเชียลมีเดีย ที่กำลังทำลายความหมายของการท่องเที่ยวอย่างแท้จริงไปโดยสิ้นเชิง หลายคนไม่ได้ไปเพื่อสัมผัสประสบการณ์ แต่ไปเพื่อ “สร้างคอนเทนต์” หรือ “ถ่ายรูปอวด” จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า “การท่องเที่ยวเพื่อลงรูป” (“Take-a-shot” style travel) กำลังทำลายแก่นแท้ของวันหยุด และทำให้ความทรงจำที่แท้จริงกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า

    ในช่วงวันหยุดยาว นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปยังสถานที่ยอดนิยม ไม่ได้ไปเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศตรงหน้า แต่กลับวุ่นวายกับการจัดมุม จัดท่าทาง เพื่อให้ได้ “รูปภาพที่สมบูรณ์แบบ” สำหรับลงโซเชียลมีเดีย

    คู่รักคู่หนึ่งยืนอยู่ริมทะเลสาบ แต่แทนที่จะเพลิดเพลินกับสายลม พวกเขากลับโฟกัสกับการถ่ายรูปที่ “ต้องได้ไลก์”

    ครอบครัวหนึ่งรีบเดินผ่านโบราณสถานเพื่อถ่ายรูปเช็กอินให้ครบ ก่อนจะขึ้นรถกลับไปพร้อมกับความรู้สึกว่า จำไม่ได้เลยว่าโบราณสถานนั้นชื่ออะไร? หรือมีประวัติศาสตร์อย่างไร?

    หลายคนยอมต่อคิวที่ “มุมถ่ายรูปยอดฮิต” นานถึง 2 ชั่วโมง หรือแม้แต่ยอมละทิ้งอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ เพียงเพื่อรีบกลับไปโรงแรมเพื่อ “แต่งรูป” และ “โพสต์ลงโซเชียล” ให้ทันท่วงที

    ทำไมเราถึงหมกมุ่นกับการ “ถ่ายรูปเช็กอิน” ในการท่องเที่ยว?

    จากมุมมองทางจิตวิทยา การหมกมุ่นกับการ “ถ่ายรูปคอนเทนต์” นั้น มาจากแรงจูงใจที่ซับซ้อน :

    การนำเสนอตัวตนในอุดมคติ (Self-Presentation) : ในยุคดิจิทัล แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทำให้ผู้คนต้องการนำเสนอ “ตัวตนเสมือนในอุดมคติ” ผ่านการคัดสรรรูปภาพ มุมมอง และคำบรรยาย เพื่อควบคุมว่าคนอื่นจะมองพวกเขาอย่างไร?

    การแข่งขันและการยอมรับทางสังคม (Social Comparison) : “ทริปสายคอนเทนต์” เป็นเหมือน “การแข่งขันถ่ายภาพการท่องเที่ยว” ในวงเพื่อน (หรือเรียกว่า “การประกวดภาพถ่ายในวันหยุด” บนโซเชียลมีเดีย) การได้รับไลก์ คอมเมนต์ และการยอมรับจากผู้อื่น เป็นการยืนยันคุณค่า สถานะทางเศรษฐกิจ และรสนิยมของตนเอง

    เครื่องหมายทางสังคม (Social Currency) : ในสังคมสมัยใหม่ที่ความผูกพันในชุมชนอ่อนแอลง ภาพถ่ายการเดินทางจึงกลายเป็น “สัญลักษณ์ที่มองเห็นได้” เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองใช้ชีวิตตามมาตรฐานของกลุ่ม และทำหน้าที่เป็น “สกุลเงินทางสังคม” ในการแลกเปลี่ยนความสนใจ

    เมื่อการ “ถ่ายรูป” กลายเป็นเป้าหมายที่สำคัญเกินไป ประสบการณ์ที่แท้จริงในการท่องเที่ยวก็ถูกทำให้พร่ามัว

    พลาดประสบการณ์ ณ ปัจจุบัน : นักท่องเที่ยวจำนวนมาก บุกไป “แลนด์มาร์คถ่ายรูป” เพียงแค่ถ่ายภาพเสร็จก็รีบจากไป ไม่มีการใช้เวลาสัมผัสประสบการณ์อื่นๆ หรือบางคนแม้จะยืนอยู่กลางทิวทัศน์ที่สวยงาม แต่กลับวุ่นอยู่กับการแต่งรูป และโพสต์ลงโซเชียล

    สร้างความขัดแย้งในความสัมพันธ์ : คู่รักหลายคู่ทะเลาะกันเรื่องความถี่ในการถ่ายรูป หรือความสามารถในการถ่ายภาพที่ไม่ถูกใจ ขณะที่การเที่ยวแบบครอบครัวก็อาจกลายเป็นการปะทะทางรสนิยม เมื่อผู้ใหญ่ต้องการรูปครอบครัว แต่คนรุ่นใหม่มุ่งถ่ายรูป “คอนเทนต์ส่วนตัว”

    ผลกระทบด้านลบที่ซ่อนอยู่

    นักประสาทวิทยาชี้ว่า เมื่อเราจดจ่อกับการถ่ายภาพ สมองส่วนที่รับผิดชอบการวางแผนและการคิดเชิงเหตุผลจะทำงานหนัก ขณะที่สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความรู้สึกจะถูกยับยั้ง การโฟกัสที่ “กรอบภาพ” มากเกินไป ทำให้สมองจัดสรรทรัพยากรผิดพลาด ส่งผลให้ผู้คนอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงาม แต่กลับ “ไม่รู้สึกอะไรเลย”

    นอกจากนี้ การท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยแรงกดดันทางสังคม ยังนำไปสู่พฤติกรรม “แสดงออกเพื่อผลประโยชน์” และก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

    นักท่องเที่ยวบางราย “ทำลายโบราณวัตถุ” หรือ “ระบบนิเวศ” เพื่อให้ได้รูปที่สมบูรณ์แบบ

    บางคนยอม “เสี่ยงชีวิต” เพื่อถ่ายภาพที่น่าตื่นเต้น จนกลายเป็น “ทาสของอัลกอริทึม”

    เทรนด์ที่น่ากังวลอีกอย่างคือ ความซ้ำซากจำเจของมุมถ่ายรูปและสไตล์ เมื่อเปิดดูแฮชแท็กการท่องเที่ยวบนโซเชียลมีเดีย จะพบภาพที่คล้ายกันเต็มไปหมด เช่น ท่าเอามือเท้าคางมองทะเลจากด้านหลัง, ท่าชูมือถือดวงอาทิตย์/อาคาร/ก้อนเมฆ, ท่าถ่ายหน้าด้านข้างขณะนั่งบนขั้นบันได หรือท่าวาดมือเป็นรูปหัวใจเหนือศีรษะ

    การใช้ “สูตรสำเร็จ” ในการนำเสนอภาพเหล่านี้ เป็นการละทิ้งมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ ในการแสดงออกต่อโลก

    จะสร้างสมดุลระหว่าง “ประสบการณ์” และ “คอนเทนต์” ได้อย่างไร?

    หากต้องการเพลิดเพลินกับช่วงเวลาปัจจุบัน พร้อมทั้งบันทึกความทรงจำที่ดีไปพร้อมกัน แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ดังต่อไปนี้ :

    จัดลำดับความสำคัญของประสบการณ์ : กำหนด “รายการสิ่งที่ต้องทำ” โดยเน้นการมีส่วนร่วมจริงๆ มาเป็นอันดับแรก เช่น เข้าชมพิพิธภัณฑ์ก่อนถ่ายรูป, เดินป่าให้ถึงจุดชมวิวก่อนหยิบกล้อง

    ใช้ “การจำกัดเวลาถ่ายภาพ” : กำหนดจำนวนรูปภาพที่ถ่ายในแต่ละวัน เพื่อบังคับให้คุณต้องตัดสินใจว่า ภาพไหนมีความหมายจริงๆ ลองปิดเสียงชัตเตอร์ของอุปกรณ์เพื่อลดสิ่งรบกวน และลองถ่ายในโหมด Manual เพื่อฝึกการสังเกตแสงและองค์ประกอบ

    บันทึกการเดินทางด้วยวิธีอื่น : อย่าจำกัดการบันทึกไว้แค่ภาพถ่าย ลองใช้เครื่องบันทึกเสียงเพื่อเก็บเสียงบรรยากาศคลื่นทะเล หรือเสียงผู้คน, เก็บตั๋วเข้าชมมาทำสมุดภาพ 3 มิติ หรือใช้สมุดสเก็ตช์วาดโครงร่างอาคาร

    สื่อสารกับเพื่อนร่วมทางอย่างตรงไปตรงมา : หากเดินทางกับคนที่ชอบถ่ายรูปมากเป็นพิเศษ ควรตกลงกติกา และข้อจำกัดในการถ่ายรูปตั้งแต่ก่อนเริ่มทริป เพื่อลดความขัดแย้ง และกำหนดจุดที่ต้องให้ความสำคัญกับประสบการณ์ร่วมกันเป็นอันดับแรก

    ทิวทัศน์ที่น่าประทับใจที่สุดของการเดินทาง ไม่ได้อยู่ในช่องมองภาพ แต่มาจากการเผชิญหน้ากับโลกด้วยสายตาที่เปิดกว้างและจริงใจ จงละทิ้งความหมกมุ่นในการ “สร้างคอนเทนต์” และปล่อยให้การเดินทางเป็นเครื่องหมายแห่งชีวิตที่ไม่เหมือนใครของคุณ

    ที่มาและภาพ : ไป๋ปิง UN828 แห่ง sohu.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5185645/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QcaMj0SZzKcQOiWQskbx2

  • ‘เชฟมิชลินระดับโลก’ ชวนไป เทศกาล ‘Hong Kong Wine & Dine 2025’

    ‘เชฟมิชลินระดับโลก’ ชวนไป เทศกาล ‘Hong Kong Wine & Dine 2025’

    ท่องเที่ยว

    08 ต.ค. 2025 เวลา 14:47 น.

    ‘เชฟมิชลินระดับโลก’ ชวนไปดื่มไปดริ๊งค์ที่ ฮ่องกง ในเทศกาล ‘Hong Kong Wine & Dine 2025’ จัดเต็มถึงเที่ยงคืนเป็นครั้งแรก! เสิร์ฟไวน์ตำนาน 170 ปีแห่งบอร์กโดซ์

    ฮ่องกง เตรียมเปิดฉากเทศกาลอาหารและไวน์ระดับโลกที่ทุกคนรอคอยอีกครั้ง กับ งาน Hong Kong Wine & Dine Festival ที่จัดโดย การท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) ร่วมกับสมาคมไวน์บอร์กโดซ์ (Bordeaux Wine Council: CIVB) โดยในปีนี้จะจัดเต็ม 4 วัน ระหว่างวันที่ 23 – 26 ตุลาคม ณ ลานกิจกรรม Central Harbourfront

    ความพิเศษที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุดในปีนี้คือ การขยายเวลาจัดกิจกรรมไปจนถึงเที่ยงคืนเป็นครั้งแรก ให้ผู้เข้าร่วมงานได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศปาร์ตี้สุดพิเศษได้ยาวนานยิ่งขึ้น พร้อมด้วยการรวมตัวของสุดยอดเชฟระดับมิชลินและคอลเลกชันไวน์หายากที่อลังการกว่าที่เคย

    ดร. ปีเตอร์ แลม ประธาน การท่องเที่ยวฮ่องกง กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ Hong Kong Wine & Dine Festival กลับมาพร้อมไลน์อัปที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยการนำ BEA Grand Wine Pavilion และ Tasting Room กลับมาตามคำเรียกร้อง

    ‘เชฟมิชลินระดับโลก’ ชวนไป เทศกาล ‘Hong Kong Wine & Dine 2025’

    ผู้ที่ไปร่วมงานจะได้พบกับคอลเลกชันไวน์ชั้นยอดจาก บอร์กโดซ์ ที่ติดอันดับในปี 1855 รวมถึงการรวมตัวของ เชฟมิชลินสตาร์ระดับโลก ที่มารังสรรค์เมนูเลิศรสถึงในงานธีมของปีนี้คือ REMIX. BEST OF ALL WORLDS ซึ่งสะท้อนพันธกิจของเราในการคัดสรรไวน์และอาหารชั้นเลิศจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อนำเสนอในรูปแบบผสมผสานที่มอบประสบการณ์การชิมที่เหนือชั้นกว่าใคร”

    ความน่าสนใจอาทิ โซน Tasting Room : ดินเนอร์ 5 เชฟผนึกกำลัง ที่นิยามอาหารจีนใหม่

    ‘เชฟมิชลินระดับโลก’ ชวนไป เทศกาล ‘Hong Kong Wine & Dine 2025’

    โซน Tasting Room ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามกลับมาอีกครั้ง พร้อมรวบรวมห้านักปรุงอาหารระดับโลกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการ มาร่วมกันเนรมิตค่ำคืนสุดพิเศษด้วยดินเนอร์ 10-Hand Collaboration ภายใต้แนวคิด Taste the Extraordinary: Beyond Cantonese Flavour ที่จะนิยามขอบเขตของอาหารจีนใหม่

    โซน Towngas Gourmet Avenue: รวมสุดยอด 13 ดาวมิชลินไว้ในที่เดียว

    โซน Towngas Gourmet Avenue ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก นำร้านอาหารชั้นนำ 12 แห่งของฮ่องกงมารวมกัน มอบโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายในการลิ้มรสอาหารจากร้านที่รวมกันแล้วมีถึงมิชลินรวม 13 ดาว และ Black Pearl Diamond 7 เม็ด ในโซนเดียว  อาทิ

    •             L’Atelier de Joël Robuchon: อาหารฝรั่งเศสระดับมิชลิน 3 ดาว

    •             Forum Restaurant: อาหารกวางตุ้งระดับมิชลิน 3 ดาว

    •             Bo Innovation: อาหารแนว Innovative Cuisine ระดับมิชลิน 2 ดาว

    ‘เชฟมิชลินระดับโลก’ ชวนไป เทศกาล ‘Hong Kong Wine & Dine 2025’

    ‘เชฟมิชลินระดับโลก’ ชวนไป เทศกาล ‘Hong Kong Wine & Dine 2025’

    ‘เชฟมิชลินระดับโลก’ ชวนไป เทศกาล ‘Hong Kong Wine & Dine 2025’

    ‘เชฟมิชลินระดับโลก’ ชวนไป เทศกาล ‘Hong Kong Wine & Dine 2025’

    ประสบการณ์ใหม่ที่ห้ามพลาดปี 2025

    •             Pairing Exploration Experience: กิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟใหม่ล่าสุด ที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองจับคู่รสชาติหลัก 5 รส (หวาน, เปรี้ยว, เผ็ด, เค็ม, อูมามิ) เข้ากับไวน์ 5 สายพันธุ์หลัก (Merlot, Chardonnay, Shiraz, Cabernet Sauvignon และ Sauvignon Blanc) ด้วยตัวเอง

    ‘เชฟมิชลินระดับโลก’ ชวนไป เทศกาล ‘Hong Kong Wine & Dine 2025’

    •             Disney-Themed Area: พบกับโซนพิเศษจาก Hong Kong Disneyland ที่เสิร์ฟเมนูอาหารและเครื่องดื่มสุดเอ็กซ์คลูซีฟในธีมตัวละครดิสนีย์ รวมถึงค็อกเทลธีม Marvel และการเปิดตัวไวน์ Disney ครั้งแรกในงาน จากโรงกลั่น Frank Family Vineyards ซึ่งก่อตั้งโดย Rich Frank อดีตประธาน Walt Disney Studio

    ‘เชฟมิชลินระดับโลก’ ชวนไป เทศกาล ‘Hong Kong Wine & Dine 2025’

    เปิดจำหน่ายผ่าน Klook และ Trip.com ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2568  

    ‘เชฟมิชลินระดับโลก’ ชวนไป เทศกาล ‘Hong Kong Wine & Dine 2025’

    ศึกษาข้อกำหนดและเงื่อนไขได้ที่ https://www.discoverhongkong.com/eng/what-s-new/events/wine-dine-festival.html?popup=guest-pass

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1202258&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Nt7sa62jqzUSqi64MX609

  • จองตั๋วด่วน! การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว จัดเต็มตลอดเดือน ต.ค. – ธ.ค. 68

    จองตั๋วด่วน! การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว จัดเต็มตลอดเดือน ต.ค. – ธ.ค. 68

    ทั่วไป

    08 ต.ค. 2025 เวลา 16:35 น.

    จองตั๋วด่วน! การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว จัดเต็มตลอดเดือน ต.ค. - ธ.ค. 68

    จองตั๋วด่วน! โปรแกรมท่องเที่ยวล่าสุด การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยวปลายฝนต้นหนาว ชวนเที่ยว ทุกเสาร์-อาทิตย์ เต็มอิ่มตลอดเดือน ต.ค. – ธ.ค. 68 ไปกับขบวนรถไฟนำเที่ยว KIHA 183 และ SRT Royal Blossom

    หนาวนี้ไปเที่ยวกัน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อัปเดต โปรแกรมท่องเที่ยวล่าสุด เปิดปฏิทินท่องเที่ยวทางรถไฟช่วงปลายปี 2568 ต้อนรับบรรยากาศปลายฝนต้นหนาว ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษไปกับ 2 ขบวนรถนำเที่ยวยอดนิยมอย่างรถไฟสไตล์ญี่ปุ่น “KIHA 183” และขบวนรถไฟสุดหรู “SRT Royal Blossom” ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบไปเช้า-เย็นกลับ และแบบพักค้างคืน เปิดจำหน่ายตั๋วแล้ววันนี้

    การรถไฟฯ มุ่งมั่นพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวทางรางให้มีความหลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยจัดโปรแกรมท่องเที่ยวสุดพิเศษ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ระหว่างเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2568 เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติ วัฒนธรรม และความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ พร้อมบริการครบครัน ในราคาคุ้มค่า กับโปรแกรมท่องเที่ยวปลายปี 2568 ดังนี้

    โปรแกรมท่องเที่ยวขบวนรถ KIHA 183 รถไฟสไตล์ญี่ปุ่น ที่เน้นการเดินทางแบบอินกับธรรมชาติและการผจญภัย แบบพักค้างคืน จำนวน 5 ทริป ดังนี้

    1. ทริป “ตามรอยวัฒนธรรม สัมผัสธรรมชาติใกล้กรุง” จังหวัดราชบุรี ในวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2568 (ราคา 4,399 บาท)

    2. ทริป “รื่นรมย์ ชมชล หัวหิน” อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2568 (ราคา 4,099 บาท)

    3. ทริป “ยลวิถีของดีริมราง เที่ยวงาน สะพานข้ามแม่น้ำแคว” ชมสวนดอกไม้ในบรรยากาศเกาหลีที่วอนแดซอง จังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน และวันที่ 6-7 ธันวาคม 2568 (ราคา 4,299 บาท)

    4. ทริป “สุขสำราญ เที่ยวครบรส วิถีชุมชน เพลินเสน่ห์เมืองประจวบ” จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 (ราคา 4,299 บาท)

    จองตั๋วด่วน! การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว จัดเต็มตลอดเดือน ต.ค. - ธ.ค. 68

    โปรแกรมท่องเที่ยว SRT ROYAL BLOSSOM ขบวนรถไฟสุดหรู ที่พาทุกท่านท่องเที่ยวแบบสบาย ๆ เน้นดื่มด่ำกับบรรยากาศหรูหราแบบ Excusive เพลิดเพลินกับความสวยงาม บรรยากาศ และวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตลอดสองข้างทางรถไฟ แบบไปเช้า-เย็นกลับ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดเดือนตุลาคม – ธันวาคม 68 ดังนี้

    1. ทริป “SRT Royal Blossom Journey : พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน @เพชรบุรี น้อมรำลึก ๑๐๐ ปี มหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 18, 19, 25 และ 26 ตุลาคม 2568 แบบ Passenger Car (ราคา 2,299 บาท) และแบบ Group Car (ราคา 15,999 บาท)

    2. ทริป “SRT Royal Blossom Journey : เที่ยวทุ่งทานตะวัน นั่งรถไฟลอยน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ชมพระอาทิตย์ตกดิน” ในวันที่ 1, 2, 8, 9, 15, 16, 22, 23, 29, 30 พฤศจิกายน 2568 และวันที่ 6, 7, 13, 14, 20, 21 ธันวาคม 2568 แบบ Passenger Car (ราคา 2,399 บาท) และแบบ Group Car (ราคา 15,999 บาท)

    ทั้งนี้ ราคาตั๋วทุกโปรแกรม รวมค่าอาหาร เครื่องดื่ม และประกันอุบัติเหตุแล้ว

    นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถจองตั๋วได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านสถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือจองง่าย ๆ ทางระบบออนไลน์ D-Ticket ของการรถไฟฯ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

    จองตั๋วด่วน! การรถไฟฯ เปิดปฏิทินท่องเที่ยว จัดเต็มตลอดเดือน ต.ค. - ธ.ค. 68

    โปรแกรม Royal Blossom เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนธันวาคม 2568 (รวม 3 เดือน)

    โปรแกรม KIHA 183 เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนธันวาคม 2568 (รวม 2 เดือน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1202290&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HYMGuSnP_upUadstsVrip

  • ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ‘สุพล ศรีพันธุ์’ อธิบดีท่องเที่ยว ทุจริต 286 ล้านบาท | เดลินิวส์

    ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ‘สุพล ศรีพันธุ์’ อธิบดีท่องเที่ยว ทุจริต 286 ล้านบาท | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 8 ต.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสุพล ศรีพันธุ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กับพวก ทุจริตในการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการ และออกกำลังกาย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555

    เนื่องจากข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 กรมการท่องเที่ยวได้รับจัดสรรงบประมาณงบลงทุน ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ค่าพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ จำนวน 200,000,000 บาท ซึ่งต่อมานายสุพล ได้อนุมัติให้โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณเป็นงบลงทุน ค่าครุภัณฑ์ที่มีราคาต่อหน่วยต่ำกว่า 1 ล้านบาท และอนุมัติให้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อดำเนินการจัดซื้อเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย จำนวน 4 โครงการ เป็นเงิน 286,073,000 บาท ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย จำนวน 8,000,000 บาท ตามที่ สำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หน่วยงานผู้รับผิดชอบเสนอ ทั้งที่จังหวัดและพื้นที่ที่เป็นสถานที่ติดตั้งในจังหวัดนั้น ๆ ไม่ได้มีความประสงค์ในการขอรับการสนับสนุนเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายอย่างแท้จริง กับทั้งพื้นที่ที่ติดตั้งก็ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ แต่เป็นการดำเนินการเพื่อให้มีการจัดซื้อเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายตามที่ได้มีการตระเตรียมมาตั้งแต่ต้น

    โดยคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงานไม่ได้กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะและราคาที่จะจัดซื้อแต่ได้ลงลายมือชื่อในเอกสารขออนุมัติร่างขอบเขตของงานที่จัดทำขึ้นตามคำสั่งการของว่าที่ร้อยตรี อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ซึ่งมีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะให้ตรงกับเครื่องเล่นนันทนาการ และออกกำลังกายของบริษัท ยูไนเต็ด สปอร์ต ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด อันมีลักษณะเป็นการกีดกันมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท ยูไนเต็ด สปอร์ต ดีเวลลอปเมนท์ ได้เป็นคู่สัญญากับกรมการท่องเที่ยวตามที่ได้มี การตกลงร่วมกันมาตั้งแต่ต้น ทั้งปรากฏว่าราคาที่จัดซื้อเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายดังกล่าว มีราคาแพงกว่าท้องตลาดและมีราคาสูงกว่าราคานำเข้าหลายเท่าตัว เป็นเหตุให้กรมการท่องเที่ยวได้รับความเสียหาย

    ป.ป.ช. จึงพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนายสุพล ศรีพันธุ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ว่าที่ร้อยตรี อานุภาพ เกสรสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว นางพัชณีย์ ยงยอด ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ เจ้าหน้าที่พัสดุ และกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงานและร่างเอกสารประกวดราคา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง แล้วแต่กรณี

    ส่วนการกระทำของบริษัท ยูไนเต็ด สปอร์ต ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด และเอกขนที่เกี่ยวข้อง มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

    นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังมีมติชี้มูลความผิด นางแสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา กับพวก กรณีทุจริตการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายและเครื่องเล่นนันทนาการกลางแจ้ง เมื่อปี พ.ศ. 2556 และ 2557 จำนวน 2 สัญญา รวม 2 สำนวนคดี เนื่องจากข้อเท็จจริงจากการไต่สวนพบว่า เมื่อปี พ.ศ. 2556 และ 2557 นางแสงจันทร์ อธิบดีกรมพลศึกษา ได้อนุมัติจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายและเครื่องเล่นนันทนาการกลางแจ้งจำนวน 14 รายการ จำนวน 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาเลขที่ ซ.36/2556 ลงวันที่ 15 ต.ค. 2556 วงเงิน 29,700,000 บาท และสัญญาเลขที่ ซ.48/2556 ลงวันที่ 7 ม.ค. 2557 วงเงิน 34,650,000 บาท โดยที่กรมพลศึกษาไม่ได้สำรวจความต้องการของหน่วยงานหรือชุมชนในพื้นที่ที่จะรับมอบครุภัณฑ์ดังกล่าว แต่ให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดต่าง ๆ เสนอขอรับการสนับสนุนครุภัณฑ์มายังกรมพลศึกษา

    และนายนิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ผู้อำนวยการสำนักการกีฬา ได้ร่วมกับกลุ่มเอกชนนำข้อมูลครุภัณฑ์ที่ระบุชื่อทางการค้าที่บริษัทผู้ขาย เป็นผู้กำหนด ซึ่งไม่ใช่ชื่อสามัญทั่วไปมาใช้ในการจัดทำร่างขอบเขตของงาน โดยคณะกรรมการร่างขอบเขต ของงานไม่ได้กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะตามหน้าที่และไม่ได้ทำการสืบราคาจากท้องตลาด แต่ได้กำหนดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลางตามข้อมูลที่ได้มาจากนายนิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ผู้อำนวยการสำนักการกีฬา อันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบริษัทเอกชนที่ได้ตกลงร่วมกันไว้ล่วงหน้า โดยมีเจตนา หลีกเลี่ยงการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อให้บริษัท ไทยเวิร์คฟิตเนส จำกัด เป็นผู้มีสิทธิ เข้าทำสัญญากับกรมพลศึกษาทั้ง 2 สัญญา และจัดซื้อในราคาแพงกว่าท้องตลาด เป็นเหตุให้กรมพลศึกษา ได้รับความเสียหาย

    ป.ป.ช. พิจารณา จึงเห็นว่า การกระทำของนางแสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา นายนิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ผู้อำนวยการสำนักการกีฬา และคณะกรรมการร่างขอบเขตของงานและร่างเอกสารประกวดราคาและกำหนดราคากลาง มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

    ส่วนการกระทำของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท ไทยเวิร์คฟิตเนส จำกัด และเอกชน ที่เกี่ยวข้อง มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

    โดยทั้งสองกรณีให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัย ไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5186694/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uDZ0lwJg0odhXgKRJUj13

  • ‘ป.ป.ช.’ วางแผนทำงานเชิงรุก มั่นใจตอบคำถามสังคมได้

    ‘ป.ป.ช.’ วางแผนทำงานเชิงรุก มั่นใจตอบคำถามสังคมได้

    สุรพงษ์ อินทรถถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวในระหว่างพบปะสื่อมวลชนประจำสำนักงาน ป.ป.ช. ถึงการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยุคใหม่ ปี 2569 ว่า บทบาทการทำงานในอนาคตข้างหน้าจะวางรูปแบบการทำงานเชิงรุกมากขึ้น

    ภาคการทำงานของ ป.ป.ช. ที่ถูกมองว่าช้าหมดไป จะมีการติดตามและรายงานเป็นระยะๆ ที่จะมีการปรับปรุง ทั้งในเรื่องโครงสร้างมีหน่วยงานพิเศษทำหน้าที่เป็นม้าเร็ว ทำงานให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันใจ ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายและเฝ้าระวังโครงการที่มีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินงบประมาณสูง และในเรื่องการไต่สวนจะต้องกำหนดกรอบการทำงาน โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 2-3 ปี ในช่วงที่ตนเองรับผิดชอบ จะเห็นภาพของการเปลี่ยนแปลง

    ในอนาคตเราจะมุ่งเน้นคดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่กระทบกับประชาชนค่อนข้างจะสูง เป็นเรื่องของสาธารณะ สมบัติของแผ่นดิน สาธารณะประโยชน์ เราจะมีมาตรการทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น

    ส่วนกรณีที่สังคมตั้งข้อสังเกตคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวโยงกับ “การเมืองสีน้ำเงิน” สุรพงษ์ กล่าวว่า การทำงานของ ป.ป.ช. มีระบบถ่วงดุลกันเอง ซึ่งในขณะนี้มีคณะกรรมการจำนวน 1 คน และแต่ละคนมีอิสระในการที่จะพิจารณาวินิจฉัยคดีในส่วนของการตรวจสอบจากองค์กรภายนอก ไม่ว่าจะเป็นสภาหรือวุฒิสภา เรามีการตรวจสอบจากภายนอกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องถือเป็นหลักก็คือ “ความเป็นกลาง”

    ดังนั้นสิ่งที่มีข้อครหา จุดที่จะพิสูจน์ความเป็นกลาง ว่าการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. คือหลักการให้เหตุผลทางกฎหมายในการวินิจฉัยคดีแต่ละคดีที่ออกไป “ขอยืนยันว่า ข้อเท็จจริงจะพิสูจน์ตัวมันเองในการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.”

    ผมย้ำว่า ขอให้มั่นใจว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทุกท่านมีที่มาซึ่งปัจจุบันหลายๆ คนมีที่มามาจากตุลาการหรือผู้พิพากษา เพราะฉะนั้นท่านต้องมีคุณงามความดีเป็นที่ยอมรับจากคณะกรรมการสรรหา ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ ป.ป.ช. ให้เหตุผลออกไปจะไม่มีภาพในอดีตที่เปรียบเทียบ ถ้าเป็นชุดนี้ ผมยังเชื่อมั่นว่าการทำหน้าที่ของท่านจะพิสูจน์สิ่งที่สังคมตั้งคำถามได้

    ชี้มูล ‘สุพล’ อดีตอธิบดีท่องเที่ยว ทุจริตโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน 286 ล้าน

    วันเดียวกันนี้ โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า “ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด สุพล ศรีพันธุ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กับพวก ทุจริตในการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555”

    เนื่องจากข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 กรมการท่องเที่ยวได้รับจัดสรรงบประมาณงบลงทุน ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ค่าพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ จำนวน 200,000,000 บาท ซึ่งต่อมา สุพล ได้อนุมัติให้โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณเป็นงบลงทุน ค่าครุภัณฑ์ที่มีราคาต่อหน่วยต่ำกว่า 1 ล้านบาท และอนุมัติให้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อดำเนินการจัดซื้อเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย จำนวน 4 โครงการ เป็นเงิน 286,073,000 บาท

    ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย จำนวน 8,000,000 บาท ตามที่สำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หน่วยงานผู้รับผิดชอบเสนอ ทั้งที่จังหวัดและพื้นที่ที่เป็นสถานที่ติดตั้งในจังหวัดนั้น ๆ ไม่ได้มีความประสงค์ในการขอรับการสนับสนุนเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายอย่างแท้จริง กับทั้งพื้นที่ที่ติดตั้งก็ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ แต่เป็นการดำเนินการเพื่อให้มีการจัดซื้อเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายตามที่ได้มีการตระเตรียมมาตั้งแต่ต้น

    โดยคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงานไม่ได้กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะและราคาที่จะจัดซื้อ แต่ได้ลงลายมือชื่อในเอกสารขออนุมัติร่างขอบเขตของงานที่จัดทำขึ้นตามคำสั่งการของว่าที่ร้อยตรี อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ซึ่งมีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะให้ตรงกับเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายของบริษัท ยูไนเต็ด สปอร์ต ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด อันมีลักษณะเป็นการกีดกันมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท ยูไนเต็ด สปอร์ต ดีเวลลอปเมนท์ ได้เป็นคู่สัญญากับกรมการท่องเที่ยวตามที่ได้มีการตกลงร่วมกันมาตั้งแต่ต้น

    ทั้งปรากฏว่าราคาที่จัดซื้อเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายดังกล่าว มีราคาแพงกว่าท้องตลาดและมีราคาสูงกว่าราคานำเข้าหลายเท่าตัว เป็นเหตุให้กรมการท่องเที่ยวได้รับความเสียหาย

    ป.ป.ช. จึงพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของ สุพล ศรีพันธุ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว, ว่าที่ร้อยตรี อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว, พัชณีย์ ยงยอด ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ เจ้าหน้าที่พัสดุ และกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงานและร่างเอกสารประกวดราคา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง แล้วแต่กรณี

    ส่วนการกระทำของบริษัท ยูไนเต็ด สปอร์ต ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด และเอกชนที่เกี่ยวข้อง “มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด”

    ฟัน ‘แสงจันทร์’ อธิบดีกรมพลศึกษา จัดซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายมิชอบ เสียหายกว่า 64 ล้าน

    นอกจากนี้ ยังมีมติ “ชี้มูลความผิด แสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา กับพวก กรณีทุจริตการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายและเครื่องเล่นนันทนาการกลางแจ้ง เมื่อปี พ.ศ. 2556 และ 2557 จำนวน 2 สัญญา รวม 2 สำนวนคดี”

    เนื่องจากข้อเท็จจริงจากการไต่สวนพบว่า เมื่อปี พ.ศ. 2556 และ 2557 แสงจันทร์ อธิบดีกรมพลศึกษา ได้อนุมัติจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายและเครื่องเล่นนันทนาการกลางแจ้ง จำนวน 14 รายการ จำนวน 2 สัญญา ได้แก่

    • สัญญาเลขที่ ซ.36/2556 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2556 วงเงิน 29,700,000 บาท
    • สัญญาเลขที่ ซ.48/2556 ลงวันที่ 7 มกราคม 2557 วงเงิน 34,650,000 บาท

    โดยที่กรมพลศึกษาไม่ได้สำรวจความต้องการของหน่วยงานหรือชุมชนในพื้นที่ที่จะรับมอบครุภัณฑ์ดังกล่าว แต่ให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดต่าง ๆ เสนอขอรับการสนับสนุนครุภัณฑ์มายังกรมพลศึกษา และ นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ผู้อำนวยการสำนักการกีฬา ได้ร่วมกับกลุ่มเอกชนนำข้อมูลครุภัณฑ์ที่ระบุชื่อทางการค้าที่บริษัทผู้ขายเป็นผู้กำหนด ซึ่งไม่ใช่ชื่อสามัญทั่วไป มาใช้ในการจัดทำร่างขอบเขตของงาน

    โดยคณะกรรมการร่างขอบเขตของงานไม่ได้กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะตามหน้าที่ และไม่ได้ทำการสืบราคาจากท้องตลาด แต่ได้กำหนดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลางตามข้อมูลที่ได้มาจาก นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ผู้อำนวยการสำนักการกีฬา อันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบริษัทเอกชนที่ได้ตกลงร่วมกันไว้ล่วงหน้า “โดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม” เพื่อให้บริษัท ไทยเวิร์คฟิตเนส จำกัด เป็นผู้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับกรมพลศึกษาทั้ง 2 สัญญา และ “จัดซื้อในราคาแพงกว่าท้องตลาด เป็นเหตุให้กรมพลศึกษาได้รับความเสียหาย”

    ป.ป.ช. พิจารณา จึงเห็นว่า การกระทำของ แสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ ผู้อำนวยการสำนักการกีฬา และคณะกรรมการร่างขอบเขตของงานและร่างเอกสารประกวดราคาและกำหนดราคากลาง มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

    ส่วนการกระทำของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท ไทยเวิร์คฟิตเนส จำกัด และเอกชนที่เกี่ยวข้อง “มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด”

    โดยทั้งสองกรณี ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัย ไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/nacc-assures-proactive-work-to-address-public-concerns&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NgemE7TRk9TwbGPWbRODH

  • มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    วันนี้ (วันที่ 8 ตุลาคม 2568) ทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง คณะกรรมการรณรงค์ก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ชาวบ้าน ชุมชน และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เพื่อขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง 

    นายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า  ผู้ว่าจังหวัดให้ความสำคัญต่อโครงการนี้ ร่วมกันผลักดันต่อเนื่อง ก้าวสำคัญการพัฒนาท่องเที่ยวยั่งยืน สร้างงานสร้างอาชีพ เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุเด็กเล็ก เข้าถึงภูกระดึงได้ทุกช่วยวัย ทำให้เกิดความเท่าเทียม  ที่นี่เป็นแหล่งธรรมชาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวชอบธรรมชาติ 

    ปีนี้เพิ่งจะเปิดการท่องเที่ยวภูกระดึงเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ภูกระดึงเป็นหัวใจจังหวัดเลย เชื่อมั่นว่าทุกขั้นตอนความรับผิดชอบของอพท.โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะอยู่บนพื้นฐานรอบคอบคำนึงสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตชุมชน

    การประชุมครั้งนี้รัฐเอกชน ชุมชน นักวิชา จะมีการอัพเดทความคืบหน้าของโครงการ การเสนอแนะเพื่อขับเคลื่อนโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ ต้นแบบพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืน จ.เลยต่อไปในอนาคต  

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2568 (เดือนตุลาคม 2567-กันยายน 2568) ภูกระดึงมีนักท่องเที่ยว 64,687 คน สร้างรายได้ 5,381,415 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับปีงบประมาณ 2567 พบว่ามีนักท่องเที่ยวลดลง 3.37 %

    ด้านนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ว่า มีความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืชและอพท. โดยได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความ ร่วมมือ (MoU) ระหว่างกรม อุทยานฯ และ อพท. ฉบับ Draft Final ระหว่างกรมอุทยานฯ และ อพท. จำนวน 2 ฉบับ

    ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร

    ได้แก่ บันทึก ข้อตกลงความร่วมมือในการศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว และ บันทึก ข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเพื่อการส่งเสริม การ สนับสนุน และการ ประสานงานในการดาเนินงานการพัฒนาพื้นที่ ท่องเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง 

    ปัจจุบันกองนิติการกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ตรวจสอบความเรียบร้อย แล้ว และรอเสนอให้อธิบดีกรมอุทยานเห็นชอบ MOU ทั้ง 2 ฉบับ คาดว่าจะจัดพิธีลงนาม MoU ในเดือนตุลาคม 2568 ต่อไป

    รวมถึงได้รับงบในการออกแบบก่อสร้างมาราว 25 ล้านบาท ขณะนี้ได้ลงนามในสัญญาจ้างออกแบบก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย แล้วเรียบร้อย สัญญาจ้างเลขที่ 93/2568 ลงวันที่ 30 กันยายน 2568 สัญญาเริ่มต้น วันที่ 1 ตุลาคม 2568 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 27 มิถุนายน 2569 (270 วัน) โดยมีคู่สัญญา บริษัท เทสโก้ จำกัด ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังเปิดให้หลายบริษัทเข้ามายื่นเสนอตัวออกแบบก่อสร้าง 

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    โดยมีบริษัทจำนวน 5 รายเข้ามายื่นเสนอตัวออกแบบก่อสร้าง โดยพิจารณาจากความเหมาะสม กระบวนการสร้างที่ความปลอดภัยแน่นอน เคยทำงานร่วมกับบริษัทกระเช้าระดับโลก และบริษัทที่ได้รับเลือกในการว่าจ้างก็มีประสบการณ์ด้านงานเสาพาดสายของรัฐบและเอกชนมาเป็นจำนวนมาก รวมถึงเป็นบริษัทคนไทยที่มีเครือข่ายในการทำงานร่วมกับต่างประเทศ

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    ทั้งล่าสุดได้สรุปตำแหน่งแนวเส้นทางและตำแหน่งที่ตั้งของสถานีกระเช้าไฟฟ้า มีความยาว (ทางราบ) ประมาณ
    4.40 กิโลเมตร สถานีต้นทางจะตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐานไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 3.50 กิโลเมตร ซึ่งใกล้กับบ้านห้วยเดื่อ ไปยังสถานีปลายทาง ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างผาหมากดูกและห่างจากบริเวณหลังแป ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 600 เมตร พร้อมลงเสาแรกปลายปี 2569

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    ทั้งนี้เป็นเส้นทางที่ถูกเลือกจาก 4 เส้นทางที่ทำการศึกษา ว่าสามารถทำได้จริง และไม่บดบังทัศนียภาพของนักท่องเที่ยวที่อยากทดสอบความสามารถทางร่างกายผ่านการเดินเท้าขึ้นไป และการก่อสร้างต้องไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม การใช้ชีวิตของสัตว์ป่า หรือคนในท้องถิ่น

    พื้นที่ก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง

    นายศิริปกรณ์ ยังกล่าวต่อว่า แผนงานก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง มีทั้งหมด 8 ขั้นตอน ปัจจุบันขั้นตอนที่ 1 ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว คือ  จ้างออกแบบก่อสร้างโครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จ.เลย ขั้นตอนที่ 2 อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยมีการขยายเวลาศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน และการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อออกแบบในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ทั้งยังจะเร่งขั้นตอนที่ 3 และ 4 คือ การเร่งยื่นเสนอรายงาน EIA 

    หากดำเนินการแล้วเสร็จ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 5 คือ จะเสนอครม.เพื่อจัดสรรงบในการก่อสร้าง และผ่อนผันการก่อสร้างในเขตลุ่มน้ำชั้น 1 A โดยขั้นตอนที่ 3-5 จะขออนุญาตแบบก่อสร้าง และการก่อสร้างต่อกรมอุทยานฯ จากนั้นจะเป็นขั้นตอนที่ 7 คือ การจ้างก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ซึ่งต้องก่อสร้างโดยบริษัทที่มีมาตรฐานโลก และสุดท้ายคือ ขั้นตอนที่ 8 การก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จะใช้เวลาประมาณ 12 เดือน (ธันวาคม 2569-พฤศจิกายน 2570)

    อัพเดทแผนก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง

    โดยตั้งใจจะก่อสร้างกระเช้าให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 เพื่อรองรับเทศกาลท่องเที่ยวภูกระดึง หรืออย่างช้าต้นปี 2571 

    นายศิริปกรณ์ กล่าวต่อว่า การจัดสรรงบศึกษาโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ไม่เพียงการศึกษาเรื่องของการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงเท่านั้น แต่จะยังศึกษาใน 3 เรื่องหลักควบคู่กันไป ได้แก่ การศึกษาการบริหารจัดการด้านบนภูกระดึงร่วมกับทางอุทยานฯ การศึกษา จุดเปลี่ยนถ่ายจราจร ด้านล่าง และการศึกษาเชื่อมโยงพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อจะรวมมาสเตอร์แพลนหนึ่งเดียว เข้าครม.ไตรมาส 4 ปีหน้า 

    อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

    การมีกระเช้าไฟฟ้านี้ จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน ผ่านการขึ้นไปชมวิวเป็นช่วงเวลา และอาจไม่ได้พักค้างคืน ก็จะมีการหมุนเวียนนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้น ลดความแออัดลงได้อีกเยอะ โดยรายได้เฉลี่ยของนักท่องเที่ยวในจังหวัดเลย อยู่ประมาณ 1,200 บาทต่อคนต่อวัน หากพัก 2 คืนจะเพิ่มขึ้นมาที่ 2,500 ต่อคนต่อทริปได้

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง กล่าวว่า การสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จะสร้างโอกาสให้แก่ภูกระดึง เพราะปัจจุบันคนที่ขึ้นภูกระดึง  83% เป็นคนอายุน้อยกว่า 40 ปี  แต่คนอายุมากกว่า 40 ปีน้อย และสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย การสร้างกระเช้าไฟฟ้าเป็นโอกาส

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    เพราะวันนี้ชาวบ้านที่เป็นลูกหาบ มีปัญหาทางร่างกายจากการทำงานหนัก จนหนอกขึ้นขาโก่ง จะแบกต่อไป แทบไม่มีแล้ว และเขาก็ส่งลูกเรียนจนจบปริญญาแล้ว วันหยุดลูกๆก็มาช่วยแบกบ้าง แต่แบกได้ 20 กิโล ไม่ได้แบก 50- 60 กิโลกรัม เหมือนพ่อแม่ แม้วันนี้จะมี ลูกหาบมาลงทะเบียน 200 คน แต่มาจริงไม่ถึง 100 คน และหากนักท่องเที่ยวมาช้า หรือหลัง 9 โมงเช้า ลูกหาบหมดก็ต้องแบกสัมภาระขึ้นภูกระดึงเอง

    ในหลายประเทศตามแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานฯก็มีกระเช้าไฟฟ้า  ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม ก็มีกระเช้าไฟฟ้ายาว 7 กิโลเมตร ฮ่องกง 5  กิโลเมตร สิงคโปร์ มาเลเซีย เก็นติ้งก็กระเช้าไฟฟ้า  ประเทศอื่นมีทำไมเราไม่มี การมีกระเช้าขึ้นภูกระดึง เป็นการสร้างโอกาส เพราะคนมีเวลาน้อยก็ขึ้นได้ อาจดูแค่พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก แล้วก็ลงมา ทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    ด้านนายคีช์ฏะลักษณ์ กำจัดพาลภัย ผู้แทนหอการค้าจังหวัดเลย  กล่าวว่าเราผลักดันโครงการสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงมาหลาย 10 ปีแล้ว  ครั้งนี้เรามองเห็นโอกาสก่อสร้างจริงที่จะเกิดขึ้น แต่อยากจะฝากเรื่องของหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ ที่อยากให้ดูเรื่องของการซ่อมบำรุง การบริหารจัดการพื้นที่ หลังก่อสร้างเสร็จ โดยเฉพาะการบริหารจัดการเช้า การบริหารตั่ว โดยอยากได้มืออาชีพมาบริหาร เพราะเอกชนในจังหวัดอาจจะเกินกำลังไป และการส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน 

    นอกจากนี้เมื่อกระเช้าไฟฟ้าเสร็จ ก็จะมีนักท่องเที่ยวในจังหวัดเลย เดินทางข้ามมาเที่ยวภูกระดึง แต่ปัจจุบันท่ารถระบบขนส่ง ยังไม่อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวเลย จึงอยากฝากให้มองในเรื่องนี้ด้วย รวมถึงการเพิ่มเจ้าหน้าที่อุทยาน หรืออุปกรณ์ให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานเพิ่มขึ้น 

    นายคุณาวุฒิ บุดาดวง คณะกรรมการขับเคลื่อนกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง กล่าวว่า ในฐานะประชาชนชาวภูกระดึง ซึ่งเป็นการรวมตัวเอกชน สนับสนุนกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง โดยคนภูกระดึงต้องการกระเช้า คนไม่ต้องการ คือคนนอก  

    มาแน่! กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สรุปจุดก่อสร้างแล้ว อุทยานฯชุมชน พื้นที่หนุน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/640936&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1N5b7MkpoV9D2M7usdup_8

  • รมว.คลัง เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวเข้าครม.เศรษฐกิจ สัปดาห์หน้า : อินโฟเควสท์

    รมว.คลัง เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวเข้าครม.เศรษฐกิจ สัปดาห์หน้า : อินโฟเควสท์

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) สัปดาห์หน้า จะมีการเสนอมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยให้สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยจะให้สิทธิสำหรับผู้ที่จะท่องเที่ยวเมืองรองเป็นหลัก ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเร่งพิจารณา

    นายเอกนิติ ยืนยันว่า รัฐบาลจะเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาทุกสัปดาห์ เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยอาจจะเลยจุดที่เรียกว่าหัวเลี้ยวหัวต่อมาเล็กน้อย หากไม่มีการปรับตัว เศรษฐกิจไทยจะยิ่งชะลอตัวลง

    “หลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจไทยโตเฉลี่ยเพียง 3% และตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบันโตไม่ถึง 2% เรียกว่าต่ำลงมาเรื่อย ๆ เนื่องจากไทยไม่ได้มีการลงทุนมานาน ดังนั้น จึงไม่มีปัจจัยที่ช่วยให้การเติบโต” รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/535776&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xiP0Y7Mtp_DKeG332CX4k

  • ป.ป.ช. ชี้มูล 2 อดีตอธิบดี ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายราคาแพง ล็อกสเปกเอื้อเอกชน

    ป.ป.ช. ชี้มูล 2 อดีตอธิบดี ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายราคาแพง ล็อกสเปกเอื้อเอกชน

    ป.ป.ช. ชี้มูล 2 อดีตอธิบดี ก.ท่องเที่ยวฯ ทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย ล็อคสเปกเอกชน-ซื้อแพง

    8 ตุลาคม 2568 – ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสุพล ศรีพันธุ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กับพวก ทุจริตในการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 จำนวน 4 โครงการ วงเงิน 286,073,000 บาท

    จากการไต่สวนพบว่า มีการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายจำนวน 8 ล้านบาท ตามที่สำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเสนอมา ทั้งที่จังหวัดและสถานที่ติดตั้งไม่ได้มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนเครื่องเล่นดังกล่าว ตลอดจนมีการกำหนดคุณลักษณะเครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกายให้ตรงกับคุณลักษณะของบริษัท ยูไนเต็ด สปอร์ต ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด และเอกชนที่เกี่ยวข้อง เป็นการกีดกันไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทดังกล่าว รวมถึงราคาที่จัดซื้อเครื่องเล่นแพงกว่าท้องตลาดหลายเท่าตัว โดยนายสุพลมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ส่วนบริษัท ยูไนเต็ดฯมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

    นายสุรพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังชี้มูลความผิดนางแสงจันทร์ วรสุมันต์ อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา กับพวก ในการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่นนันทนาการและออกกำลังกาย ปีงบประมาณ พ.ศ.2556 และ2557 จำนวน 2 สัญญา วงเงิน 29.7 ล้านบาท และ 34.6 ล้านบาท

    โดยไม่ได้มีการสำรวจความต้องการของหน่วยงานในพื้นที่ที่จะได้รับมอบครุภัณฑ์ดังกล่าว และมีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลางเอื้อประโยชน์ให้บริษัท ไทยเวิร์คฟิตเนส จำกัด เป็นผู้ได้สัญญากับกรมพลศึกษาทั้ง 2 สัญญา และจัดซื้อในราคาแพงกว่าท้องตลาด โดยนางแสงจันทร์มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ส่วนบริษัท ไทยเวิร์คฟิตเนสฯ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/875540/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FPkmrMVfHChsQ5VEGn-Y8

  • สวยงามตื่นตา มหกรรมไหลเรือไฟโลก 2568 นักท่องเที่ยวนับแสนแห่ชม

    สวยงามตื่นตา มหกรรมไหลเรือไฟโลก 2568 นักท่องเที่ยวนับแสนแห่ชม

    สุดคึกคัก มหกรรมไหลเรือไฟโลก นักท่องเที่ยวนับแสนแห่ชมประกวดไหลเรือไฟมากถึง 12 ลำ ปีนี้จัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปี สร้างเรือไฟขนาดใหญ่ ยาวกว่า 80 เมตร อวดสายตานักท่องเที่ยว

    วันที่ 8 ต.ค. 68 มีรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ตลอดแนวริมฝั่งน้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม คึกคักไปด้วยประชาชน ทั้งชาวไทย ชาวลาว ต่างเดินทางมารอชมการประกวดไหลเรือไฟ ในงานมหกรรมไหลเรือไฟโลก เมื่อคืนวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา

    โดยปีนี้มีการยกระดับการจัดงานยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เป็นงานมหกรรมเรือไฟโลกปีแรก เนื่องจากได้รับการสนับสนุนและผลักดันนครพนม จากเมืองรองเป็นเมืองหลัก กำหนดจัดขึ้นระหว่าง 27 ก.ย. – 8 ต.ค. 68

    สำหรับไฮไลท์ของงาน คือคืนวันออกพรรษา 15 ค่ำเดือน 11 มีการประกวดเรือไฟ ของบรรดาศิลปินเรือไฟจากทั้ง 12 อำเภอ รวมถึง 12 ลำ มีขนาดความยาวมากกว่าทุกปี ความยาวประมาณ 80 เมตร สูงประมาณ 20 -30 เมตร ประดับตกแต่งด้วยตะเกียงไฟ ประดิษฐ์จากเศษกระป๋องกาแฟ ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน มากกว่า 20,000 – 25,000 ดวงต่อลำ 

    โดยลวดลายส่วนใหญ่ จะเน้นการออกแบบ โชว์ความสวยงาม สื่อถึงสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ของนครพนม สร้างความตื่นตา ตื่นใจ แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว, สร้างเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวให้คึกคัก, ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่พักถูกจับจองเต็ม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2887739&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LVjkKzQ2QqxX-RmpDanOs