Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังพันธมิตร ชวนวิ่งเพื่อการกุศล รายได้ให้ยูนิเซฟประเทศไทย

    สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังพันธมิตร ชวนวิ่งเพื่อการกุศล รายได้ให้ยูนิเซฟประเทศไทย

    สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังพันธมิตร ชวนวิ่งเพื่อการกุศล รายได้ให้ยูนิเซฟประเทศไทย

    วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพฯ สานต่อปณิธานการขับเคลื่อนธุรกิจที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับผู้คน ชุมชน และสังคม ภายใต้แพลตฟอร์มแห่งโอกาสเพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนของทุกคน ผ่านโครงการ Citizen of Love by Siam Piwat ผนึกกำลังพันธมิตร นำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร บางกอกไพรด์ และ Drag Bangkok จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อการกุศล “Citizen of Love : Born to Run 2026 United for Change” มอบรายได้จากการจัดงานทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ในประเทศไทย ผ่านองค์การยูนิเซฟประเทศไทย ในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา และการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ด้วยการร่วมสร้างสังคมที่เท่าเทียม เปิดกว้าง ด้วยแนวทางอันยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างคุณค่าจากหัวใจ” โดยได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม และประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 สยามพารากอน

    งานแถลงข่าวกิจกรรมวิ่งการกุศล “Citizen of Love : Born to Run 2026 United for Change” ได้รับเกียรติจากพันธมิตร อาชวันต์ กงกะนันทน์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า ONESIAM วาดดาว-อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน Bangkok Pride Festival และภัทร เลิศสุกิตติพงศา กรรมการ บจก.เยลโล่ แชนแนล ผู้จัดงาน Drag Bangkok Festival ร่วมกล่าวถึงรายละเอียดในการจัดงาน พร้อมด้วยผู้สนับสนุน อาทิ Fitness First Virgin Active Canon และโรงพยาบาลกรุงเทพ มาร่วมพูดคุยถึงความร่วมมือ และการให้การสนับสนุนของรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

    ภายในงานยังมีนักแสดงชื่อดังแถวหน้าของประเทศไทยอย่าง ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร มาร่วมวิ่งบนลู่วิ่งกับคณะผู้บริหาร เพื่อเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ นอกจากนั้นยังมี ศิลปินจาก Tia 51 อาทิ กฤษฎิ์ งามธนกิจจา ภพ-ปองภพ สำราญชัยกร เอ็นเจ-ดีพร้อม สุนทรสิทธิโสภา และ โชค-โชคดี โตใหญ่มาร่วมสร้างสีสันความสนุก และเชิญชวนให้ผู้สนใจร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล เพื่อช่วยเหลือเด็กในประเทศไทย

    กิจกรรมวิ่งการกุศล “Citizen of Love : Born to Run 2026 United for Change” จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 ณ สยามพารากอน แบ่งระยะการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ มินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร และฟันรัน 4.4 กิโลเมตร เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรมผ่านทางออนไลน์ https://thai.fit/c/BTR2026 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ค่าสมัครระยะมินิมาราธอน 899 บาท ระยะฟันรัน 799 บาท พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM SuperApp สามารถรับโค้ดส่วนลด 100 บาท เพื่อสมัครร่วมกิจกรรมราคาพิเศษได้ทุกระยะ โดยผู้ร่วมกิจกรรมจะได้รับเสื้อวิ่งที่ระลึกสุดพิเศษออกแบบโดยศิลปินสตรีทอาร์ต และป็อปอาร์ต BENZILLA เจ้าของคาแรคเตอร์สามตายอดฮิต และผู้ร่วมกิจกรรมที่วิ่งเข้าเส้นชัยจะได้รับเหรียญรางวัลรักษ์โลกสุดพิเศษออกแบบโดย BENZILLA นอกจากจะดีไซน์น่ารักเหมาะแก่การเก็บสะสมแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์เป็นที่เปิดขวดน้ำได้ ตัวเหรียญยังทำมาจากฝาขวดน้ำพลาสติกที่ได้มาจากการคัดแยกขยะภายใต้โครงการ Journey to Zero Waste ของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ส่งต่อให้ QUALY DESIGN แบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์รักษ์โลกเป็นผู้ผลิต

    สามารถสมัครร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่านช่องทางออนไลน์  https://thai.fit/c/BTR2026 นอกจากจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนไทยไปพร้อมกับการมีสุขภาพดีแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังมีสิทธิ์ในการร่วมรับของรางวัลภายในงานจากผู้ร่วมสนับสนุนอีกมากมาย สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook ONESIAM และ THAIFIT

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    สยามพิวรรธน์ผนึกกำลังพันธมิตร  เปิดพื้นที่เป็นจุดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในเขตชายแดน ภายใต้โครงการ “สยามรวมใจ ไทยช่วยไทย”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/919953&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ovy-3YEAeGn-5WEEztcmG

  • “รมต.อรรถกร” เช็คฟิตทัพซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ยืนยันสระว่ายน้ำเสร็จทัน-จัดแข่งขันได้มาตรฐานสากล

    “รมต.อรรถกร” เช็คฟิตทัพซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ยืนยันสระว่ายน้ำเสร็จทัน-จัดแข่งขันได้มาตรฐานสากล

    Thairath Sport

    • facebook
    • twitter
    • youtube
    • instagram
    • tiktok

    “รมต.อรรถกร” เช็คฟิตทัพซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ยืนยันสระว่ายน้ำเสร็จทัน-จัดแข่งขันได้มาตรฐานสากล

    ไทยรัฐออนไลน์

    11 ต.ค. 2568 13:23 น.

    LightDark

    แชร์ข่าวนี้

    “รมต.อรรถกร” เช็คฟิตทัพซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ยืนยันสระว่ายน้ำเสร็จทัน-จัดแข่งขันได้มาตรฐานสากล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/sport/others/2888444&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nBVVsxWV0MgRpqqkbYOzU

  • ตราดวันหยุดยาวนักเที่ยวกว่าพันเที่ยว “เกาะหมาก-เกาะกูด” แน่น

    ตราดวันหยุดยาวนักเที่ยวกว่าพันเที่ยว “เกาะหมาก-เกาะกูด” แน่น

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/103057&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gzRafO1QY0ePaVIy7-Jt1

  • ระยองจัดใหญ่! หร่อยริมเล เทศกาลอาหารและดนตรีของดีหาดแม่รำพึง | เดลินิวส์

    ระยองจัดใหญ่! หร่อยริมเล เทศกาลอาหารและดนตรีของดีหาดแม่รำพึง | เดลินิวส์

    ระยองจัดใหญ่! หร่อยริมเล เทศกาลอาหารและดนตรีของดีหาดแม่รำพึง

    ระยองจัดงานใหญ่ส่งท้ายปี หร่อยริมเล เทศกาลอาหารและดนตรีของดีหาดแม่รำพึง ระหว่างวันที่ 27–30 พ.ย. 68 กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ชุมชนชายฝั่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5194984/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WtgMSlPTK9puk42_l_4Va

  • เจ๋ง! กรุงเทพฯติดอันดับ 1 เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเอเชีย 2025

    เจ๋ง! กรุงเทพฯติดอันดับ 1 เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเอเชีย 2025

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)เปิดเผยว่า ล่าสุดกรุงเทพมหานคร ตอกย้ำสถานะสุดยอดจุดหมายปลายทางของนักเดินทางทั่วโลกอีกครั้ง จากการประกาศผลรางวัล “Best in Travel 2025” โดย Smart Travel Asia นิตยสารท่องเที่ยวดิจิทัลชั้นนำ ซึ่งมาจากการสำรวจความคิดเห็นของนักอ่านและนักเดินทางหลายแสนคนทั่วโลก

    ผลปรากฏว่ากรุงเทพฯ ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดให้เป็น “เมืองสำหรับวันหยุดพักผ่อนที่ดีที่สุดในเอเชีย (Best Holiday Destination in Asia) ประจำปี 2025” และเป็นการครองตำแหน่งแชมป์ต่อเนื่องเป็นปีที่สองอย่างยิ่งใหญ่

    รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ ที่ยังคงมัดใจนักท่องเที่ยวได้อย่างอยู่หมัด โดย Smart Travel Asia ได้ให้คำนิยามไว้อย่างชัดเจนว่ากรุงเทพฯ คือ “เมืองที่เปี่ยมด้วยพลังและชีวิตชีวา ทั้งกลางวันและกลางคืน” จากการสำรวจพบว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวเทใจให้กรุงเทพฯ มาจากประสบการณ์ที่หลากหลายและผสมผสานกันอย่างลงตัว

    กรุงเทพฯติดอันดับ 1 เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเอเชีย 2025

    ปัจจัยที่ทำให้ กรุงเทพฯ คว้าแชมป์เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเอเชียปี 2025

    สวรรค์ของนักชิม (Dining & Nightlife) กรุงเทพฯ คือเมืองหลวงแห่งอาหารอย่างแท้จริง ตั้งแต่สตรีทฟู้ดระดับตำนานที่มีอาหารให้เลือกชิมไม่รู้จบ ไปจนถึงร้านอาหารระดับ Michelin Star และรูฟท็อปบาร์ที่สามารถชมวิวเมืองได้แบบ 360 องศา

    มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ อย่างเช่นความงดงามของวัดพระแก้ว วัดอรุณราชวราราม และวัดโพธิ์ ยังคงเป็นจุดหมายที่ต้องมาเยือน การได้สัมผัสสถาปัตยกรรมไทยอันเป็นเอกลักษณ์คือประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม

    รวมแหล่งช้อปปิ้งครบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าหรูใจกลางเมืองอย่างสยามพารากอนและเซ็นทรัลเวิลด์ หรือตลาดนัดสุดสัปดาห์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง”สวนจตุจักร” กรุงเทพฯ สามารถตอบสนองทุกความต้องการของนักช้อป

    ความคุ้มค่า และผู้คนที่เป็นมิตร เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อื่นๆ กรุงเทพฯ ยังคงเป็นเมืองที่มอบความคุ้มค่า ทั้งในเรื่องค่าครองชีพ โรงแรมที่พักคุณภาพ และที่สำคัญคือรอยยิ้มและการต้อนรับที่อบอุ่นของคนไทย

    10 อันดับเมืองท่องเที่ยวยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย 2025

    • อันดับ 1กรุงเทพมหานคร, ไทย
    • อันดับ 2 บาหลี, อินโดนีเซีย และ โตเกียว, ญี่ปุ่น (ครองอันดับร่วม)
    • อันดับ 3 เชียงใหม่, ไทย
    • อันดับ 4 โซล, เกาหลีใต้ และ หลวงพระบาง, ลาว (ครองอันดับร่วม)
    • อันดับ 5 เกาะฮ่องกง และ ภูเก็ต, ไทย (ครองอันดับร่วม)

    การที่ประเทศไทยมีเมืองติดอันดับถึง 3 แห่ง (กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ภูเก็ต) สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพของการท่องเที่ยวไทยที่สามารถมอบประสบการณ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม

    เจ๋ง! กรุงเทพฯติดอันดับ 1 เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเอเชีย 2025

    การได้รับรางวัลในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จของกรุงเทพฯ แต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และเป็นแรงผลักดันให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/641170&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Gq6HLg5z1RFW4KRGgZUR9

  • กรุงเทพฯ ครองแชมป์ เมืองท่องเที่ยวดีที่สุดในเอเชีย ปี 2025

    กรุงเทพฯ ครองแชมป์ เมืองท่องเที่ยวดีที่สุดในเอเชีย ปี 2025

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดอันดับให้เป็น เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2025 จากรางวัล “Best in Travel 2025” ซึ่งประกาศโดย Smart Travel Asia นิตยสารท่องเที่ยวดิจิทัลชื่อดัง ผ่านผลสำรวจความคิดเห็นของนักเดินทางและผู้อ่านหลายแสนคนทั่วโลก

    กรุงเทพฯ ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดในหมวด “Best Holiday Destination in Asia” หรือเมืองที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนมากที่สุดในเอเชีย โดยรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้อย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่สองติดต่อกัน

    Smart Travel Asia ระบุว่า จุดแข็งของกรุงเทพฯ คือความมีชีวิตชีวาตลอด 24 ชั่วโมง และประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งอาหาร วัฒนธรรม การช้อปปิ้ง และความเป็นมิตรของผู้คน โดยให้คำจำกัดความว่าเป็น “เมืองที่เต็มไปด้วยพลังและสีสัน ทั้งกลางวันและกลางคืน”

    ปัจจัยที่ทำให้กรุงเทพฯ ติดอันดับสูงสุด

    อาหาร & ไนต์ไลฟ์ สวรรค์ของนักกิน ตั้งแต่สตรีทฟู้ดในตำนานไปจนถึงร้านระดับมิชลิน และรูฟท็อปบาร์ที่ชมวิวเมืองได้แบบ 360 องศา

    วัฒนธรรม & มรดก วัดพระแก้ว วัดอรุณ วัดโพธิ์ ยังคงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากมาเยือน

    แหล่งช้อปปิ้งครบครัน จากห้างหรูใจกลางเมืองไปจนถึงตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพฯ ตอบโจทย์นักช้อปทุกกลุ่ม
     

    ความคุ้มค่า & มิตรภาพ ค่าครองชีพที่เข้าถึงได้ พร้อมการต้อนรับด้วยรอยยิ้ม คือเสน่ห์ที่ยังจับใจนักเดินทาง

    10 อันดับเมืองท่องเที่ยวยอดเยี่ยมในเอเชีย ปี 2025

    กรุงเทพมหานคร, ไทย

    บาหลี, อินโดนีเซีย และ โตเกียว, ญี่ปุ่น (อันดับร่วม)

    เชียงใหม่, ไทย

    โซล, เกาหลีใต้ และ หลวงพระบาง, ลาว (อันดับร่วม)

    ฮ่องกง และ ภูเก็ต, ไทย (อันดับร่วม)

    การที่ไทยมีถึง 3 เมือง ติดอันดับ TOP 10 ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต สะท้อนให้เห็นถึง ศักยภาพและความหลากหลาย ที่การท่องเที่ยวไทยมีให้กับนักเดินทางจากทั่วโลก

    รางวัล “Best in Travel 2025” ครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการตอกย้ำความนิยมของกรุงเทพฯ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตต่อไปอย่างมั่นคง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/731737&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qDVdwRJmz9kIgQFSCDato

  • กรมการท่องเที่ยว วางแผนผลักดัน “Green Production” สู่กองถ่ายหนังต่างประเทศ : อินโฟเควสท์

    กรมการท่องเที่ยว วางแผนผลักดัน “Green Production” สู่กองถ่ายหนังต่างประเทศ : อินโฟเควสท์

    กรมการท่องเที่ยว โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนา อย่างยั่งยืนของกรมการท่องเที่ยว ผ่านแนวคิด “Green Production” หรือ การผลิตภาพยนตร์ที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมให้กองถ่ายต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยปฏิบัติตามแนวทางที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ดูแลรักษ์โลก

    การผลักดัน Green Production มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้การถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยดำเนินไปภายใต้ มาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน ทั้งในด้านการจัดการพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ การลดขยะพลาสติก และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “Green Filming Destination”

    ล่าสุด กองกิจการภาพยนตร์ฯ ได้หารือแนวทางความร่วมมือกับ Mr. Glenn Gainor หนึ่งในกรรมการบริหาร ของ Environmental Media Association (EMA) องค์กรที่มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบันเทิงให้ตระหนักรู้และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ โดย EMA เป็นผู้นำ ในการพัฒนาแนวทาง “Green Seal” หรือมาตรฐานรับรองกองถ่ายสีเขียว และ “Gold Seal” ที่ได้รับการยอมรับจากสตูดิโอภาพยนตร์และผู้ผลิตระดับโลกในฝั่งฮอลลีวู้ด

    การหารือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา เพื่อนำมาศึกษาและจัดทำแนวทางการจัดการ Green Production ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย และให้ได้รับการยอมรับ จากอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกด้วย

    แนวคิด Green Production จะไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศไทยในอุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์อีกด้วย เพราะกองถ่ายจำนวนมากจากทั่วโลก โดยเฉพาะจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดนโยบายด้านความยั่งยืนเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญในการเลือกประเทศถ่ายทำ ดังนั้น การเตรียมความพร้อมของไทยในมิตินี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ผลิตต่างชาติ ว่าประเทศไทยสามารถรองรับการถ่ายทำระดับโลกได้อย่างครบวงจร ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความรับผิดชอบ ต่อโลก

    กรมการท่องเที่ยว โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ มุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศที่งดงาม คุ้มค่า และยั่งยืนอย่างแท้จริง ผ่านแนวคิด “Green Production” ถ่ายทำอย่างรับผิดชอบ เพื่อโลกที่ยั่งยืน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/536598&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CUwu6D9pjfDAr_bMzdHwj

  • โฆษก กมธ.ท่องเที่ยวสว. ชี้ประชาสัมพันธ์ “ซีเกมส์” น้อยเกินไป

    โฆษก กมธ.ท่องเที่ยวสว. ชี้ประชาสัมพันธ์ “ซีเกมส์” น้อยเกินไป

    โฆษก กมธ.ท่องเที่ยวสว. ชี้ประชาสัมพันธ์ “ซีเกมส์” น้อยเกินไป จนประชาชนไม่รู้ว่าไทยเป็นเจ้าภาพ มอง “มาสคอต” ใช้สีธงชาติไม่เหมาะสม บอกไม่มีประเทศไหนทำกัน หวังรัฐบาล จัดการเรียบร้อยสร้างความประทับใจ

    นายจำลอง อนันตสุข สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การท่องเที่ยวและการกีฬาวุฒิสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่33 ที่จะจัดขึ้นในวันที่9-20 ธ.ค.นี้ ว่า ขณะนี้เหลือเวลาในการจัดทุกอย่างให้เสร็จไม่ถึง2เดือน เรื่องของสนามต้องเสร็จสิ้นหมดแล้ว เพราะนักกีฬาบางชาติต้องเดินทางเข้ามาล่วงหน้าเพื่อซ้อมให้คุ้นชินกับสนาม แต่ในขณะนี้เรายังไม่มีความพร้อม ยังปรับนั้นปรับนี้อยู่

    ในส่วนของการถ่ายทอดสด เมื่อวานนี้(10ต.ค.)ตนได้มีการพูดคุยกับทางกรมประชาสัมพันธ์ ได้ทราบว่ามีการพูดคุยเท่านั้นแต่งบประมาณยังไม่มีการถ่ายโอนมา การจัดซื้อจัดจ้างจะหน่วยงานไหนเป็นผู้รับผิดชอบ ยังไม่มีการสรุปมา แม้กระทั้งถนนในกรุงเทพฯเองก็ยังไม่มีการปรับภูมิทัศน์ที่แสดงออกว่าเราเป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์เลย ต่างจากจ.ชลบุรี และจ.สงขลาที่มีความกระตือรือร้นในการจัดการ

    นายจำลอง กล่าวต่อว่า เรื่องโลโก้ก็ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการหรือประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบว่าจะใช้แบบไหน เพราะที่ผ่านมามีการถกเถียงกันว่าจะออกแบบใหม่หรือใช้โลโก้เดิม

    “ผมเข้าใจว่าก่อนหน้านี้มีปัญหาเจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ออกแบบ ไม่อนุญาตให้นำโลโก้ดังกล่าวไปใช้เป็นภาพเคลื่อนไหว และไม่อนุญาตให้นำไปติดบนตัวของที่ระลึก โดยอนุญาตให้ใช้เป็นภาพนิ่งเท่านั้น ซึ่งภายหลัง ผู้ออกแบบได้อนุญาตให้ใช้โลโก้แล้ว ต้องขอขอบคุณผู้ออกแบบที่ยอมถอยเพื่อให้ผลประโยชน์ของคนทั้งชาติ แต่คำถามคือประชาชนทั่วไปทราบหรือไม่ว่าเรากำลังจะเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์และโลโก้หน้าตาเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องทำการบ้านให้หนักว่าเราจะประชาสัมพันธ์อย่างไรให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน” นายจำลองกล่าว

    นายจำลอง กล่าวว่า ส่วนมาสคอต‘เดอะสาน’ ที่เดิมมี7ตัว7สี เพื่อสะท้อนความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมของประเทศไทยและอาเซียน ถูกเปลี่ยนเป็น 2 ตัวสีธงชาตินั้น ส่วนตัวมองว่าการใช้สีธงชาติ เป็นมาสคอตนั้นไม่เหมาะสม และไม่มีชาติไหนนำสีธงชาติมาทำมาสคอต เต็มที่ก็คือมาสคอตถือธงชาติเท่านั้น สิ่งทึ่สำคัญทั้งโลโก้และมาสคอตควรจะทำเสร็จตั้งแต่เราไปรับเป็นเจ้าภาพแล้วเพื่อเป็นการ ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า เราเปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬามาไม่รู้กี่คนแล้วแต่ปัญหานี้ยังไม่จบจนเหลือเวลาเพียง2เดือน

    นายจำลองกล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลชุดนี้เห็นถึงความความสำคัญในเรื่องนี้ ซึ่งตนหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และยิ่งใหญ่เพื่อให้ชาวต่างชาติรู้สึกประทับใจ และวนกลับมาเที่ยวในไทยซ้ำเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในระยะยาว

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_947300/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SjvfgTxKPUEKH2cCXcU6N

  • หยุดยาว 8 วันในจีน กระตุ้นท่องเที่ยวคึกคัก ‘เทรนด์เที่ยวเมืองเล็ก’ มาแรง

    หยุดยาว 8 วันในจีน กระตุ้นท่องเที่ยวคึกคัก ‘เทรนด์เที่ยวเมืองเล็ก’ มาแรง

    วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 10.54 น.

    ปักกิ่ง/เซี่ยงไฮ้, 10 ต.ค. (ซินหัว) — กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนเผยว่า วันหยุดยาว 8 วัน เนื่องในวันชาติและเทศกาลไหว้พระจันทร์ของจีน ได้สร้างสถิติใหม่ด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเดินทางรวมทั้งสิ้น 888 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 123 ล้านครั้งเมื่อเทียบกับวันหยุดยาว 7 วันของปีก่อน ขณะที่การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวอยู่ที่ 8.09 แสนล้านหยวน (ราว 3.71 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.08 แสนล้านหยวน (ราว 4.95 แสนล้านบาท) เมื่อเทียบปีต่อปี

    สถาบันการท่องเที่ยวของจีน (China Tourism Academy) ระบุว่า วันหยุดยาวที่มากขึ้นและการลางานที่มีความยืดหยุ่นส่งผลให้ผู้คนสามารถเดินทางได้ไกลขึ้น โดยระยะทางเฉลี่ยในการเดินทางเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8 แต่ะที่ 213 กิโลเมตร ขณะที่ระยะทางการท่องเที่ยวภายในท้องถิ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 แตะที่ 23 กิโลเมตร

    บริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ เช่น ทริป ดอต คอม (Trip.com) และฟลิกกี (Fliggy) รายงานว่า การท่องเที่ยวภายในประเทศแบบระยะไกลเพิ่มขึ้นเล้กน้อย ด้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีน (NIA) รายงานว่านักท่องเที่ยวจีนออกไปท่องเที่ยวในกว่า 180 ประเทศและภูมิภาค และมีจำนวนการเดินทางข้ามพรมแดนรวม 16.34 ล้านครั้ง

    การท่องเที่ยวในชนบทเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยร้อยละ 22 ของชาวจีนในชนบทเดินทางรวมทั้งสิ้น 102 ล้านครั้ง คิดเป็นร้อยละ 11.5 ของการเดินทางภายในประเทศทั้งหมด

    นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 40 หลีกเลี่ยงเมืองใหญ่ และเบนความสนใจไปยังจุดหมายปลายทางที่เงียบสงบกว่า บริษัทถงเฉิง ทราเวล (Tongcheng Travel) ระบุว่า ยอดจองโรงแรมในอำเภอกว่า 30 แห่ง เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

    ด้านเจ้าหน้าที่จากสถาบันการท่องเที่ยวของจีนกล่าวว่า ชาวชนบทและนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวจากเมืองขนาดเล็กได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนตลาดที่แข็งแกร่ง โดยความต้องการของนักท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนไปสู่หมุดหมายที่มีขนาดเล็กกว่าแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม

    ผู้คนให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและอารมณ์มากขึ้น นักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมส่วนชุดฮั่นฝู พิธีชงชา และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในขณะที่เหม่ยถวน ทราเวล (Meituan Travel) รายงานว่า การค้นหาคำว่า “ท่องเที่ยวยามค่ำคืน” เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 386.5

    หน่วยงานการท่องเที่ยวมีการอำนวยความสะดวกหลายรูปแบบ เช่น พิพิธภัณฑ์ในนครเซี่ยงไฮ้เปิดให้บริการเข้าชมช่วงดึก ถ้ำโม่เกาในตุนหวงเปิดระบบแนะนำแบบดิจิทัล และทะเลสาบซีหูในนครหางโจวได้ใช้ระบบจองอัจฉริยะเพื่อจัดการจำนวนผู้เข้าชมอย่างมีประสิทธิภาพ

    ในช่วงเวลานี้ จีนจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมากกว่า 29,000 รายการ พร้อมออกคูปองเพื่อส่งเสริมการบริโภคมูลค่ารวม 480 ล้านหยวน (ราว 2.2 พันล้านบาท)

    หูหยาง รองประธานบริษัทถูเจีย กล่าวว่าจุดหมายปลายทางที่ผู้คนเลือกเที่ยวในปัจจุบันสะท้อนถึงความสนใจและความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตในท้องถิ่น

    (แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนร่วมชมขบวนพาเหรดมังกรบนม้านั่งในอำเภอผู่เจียง มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน วันที่ 5 ต.ค. 2025)
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/inter/450098&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34pLWD1bsJfMLEaFWqfm5W

  • “กมธ.ท่องเที่ยว” วุฒิฯ ติง ประชาสัมพันธ์ “ซีเกมส์” น้อยจนไม่รู้ว่าไทยเป็นเจ้าภาพ 

    “กมธ.ท่องเที่ยว” วุฒิฯ ติง ประชาสัมพันธ์ “ซีเกมส์” น้อยจนไม่รู้ว่าไทยเป็นเจ้าภาพ 


    “โฆษกกมธ.ท่องเที่ยว”วุฒิสภา ชี้ ประชาสัมพันธ์ “ซีเกมส์” น้อยเกินไปจนประชาชนไม่รู้ว่าไทยเป็นเจ้าภาพ มอง “มาสคอต“ใช้สีธงชาติไม่เหมาะสม หวัง ”รัฐบาล“ จัดการเรียบร้อยสร้างความประทับใจ กลับมาเที่ยวไทย

    นายจำลอง อนันตสุข สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การท่องเที่ยวและการกีฬาวุฒิสภา เผย ความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่33 ที่จะจัดขึ้นในวันที่9-20 ธ.ค.นี้ ว่า ขณะนี้เหลือเวลาในการจัดทุกอย่างให้เสร็จไม่ถึง 2 เดือน เรื่องของสนามต้องเสร็จสิ้นหมดแล้ว เพราะนักกีฬาบางชาติต้องเดินทางเข้ามาล่วงหน้าเพื่อซ้อมให้คุ้นชินกับสนาม แต่ในขณะนี้เรายังไม่มีความพร้อม ยังปรับนั้นปรับนี้อยู่

    ในส่วนของการถ่ายทอดสด เมื่อวานนี้(10ต.ค.)ตนได้มีการพูดคุยกับทางกรมประชาสัมพันธ์ ได้ทราบว่ามีการพูดคุยเท่านั้นแต่งบประมาณยังไม่มีการถ่ายโอนมา การจัดซื้อจัดจ้างจะหน่วยงานไหนเป็นผู้รับผิดชอบยังไม่มีการสรุปมา แม้กระทั้งถนนในกรุงเทพฯเองก็ยังไม่มีการปรับภูมิทัศน์ที่แสดงออกว่าเราเป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์เลย ต่างจากจ.ชลบุรี และจ.สงขลาที่มีความกระตือรือร้นในการจัดการ 

    นายจำลอง กล่าวต่อว่า เรื่องโลโก้ก็ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการหรือประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบว่าจะใช้แบบไหน เพราะที่ผ่านมามีการถกเถียงกันว่าจะออกแบบใหม่หรือใช้โลโก้เดิม

    “ผมเข้าใจว่าก่อนหน้านี้มีปัญหาเจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ออกแบบ ไม่อนุญาตให้นำโลโก้ดังกล่าวไปใช้เป็นภาพเคลื่อนไหว และไม่อนุญาตให้นำไปติดบนตัวของที่ระลึก โดยอนุญาตให้ใช้เป็นภาพนิ่งเท่านั้น ซึ่งภายหลังผู้ออกแบบได้อนุญาตให้ใช้โลโก้แล้ว ต้องขอขอบคุณผู้ออกแบบที่ยอมถอยเพื่อให้ผลประโยชน์ของคนทั้งชาติ แต่คำถามคือประชาชนทั่วไปทราบหรือไม่ว่าเรากำลังจะเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์และโลโก้หน้าตาเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องทำการบ้านให้หนักว่าเราจะประชาสัมพันธ์อย่างไรให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน“นายจำลองกล่าว

    นายจำลอง กล่าวว่า ส่วนมาสคอต‘เดอะสาน’ ที่เดิมมี7ตัว7สี เพื่อสะท้อนความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมของประเทศไทยและอาเซียน ถูกเปลี่ยนเป็น 2 ตัวสีธงชาตินั้น ส่วนตัวมองว่าการใช้สีธงชาติเป็นมาสคอตนั้นไม่เหมาะสม และไม่มีชาติไหนนำสีธงชาติมาทำมาสคอต เต็มที่ก็คือมาสคอตถือธงชาติเท่านั้น สิ่งทึ่สำคัญทั้งโลโก้และมาสคอตควรจะทำเสร็จตั้งแต่เราไปรับเป็นเจ้าภาพแล้วเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า เราเปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬามาไม่รู้กี่คนแล้วแต่ปัญหานี้ยังไม่จบจนเหลือเวลาเพียง2เดือน

    นายจำลอง กล่าวอีกว่า ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลชุดนี้เห็นถึงความความสำคัญในเรื่องนี้ ซึ่งตนหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และยิ่งใหญ่เพื่อให้ชาวต่างชาติรู้สึกประทับใจและวนกลับมาเที่ยวในไทยซ้ำเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/36385&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OZnU-yXgPolgeIBRxRQG5