Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • จับตา ครม.เศรษฐกิจนัดแรก รัฐบาลอนุทิน ตั้งทีมไทยแลนด์เดินต่อเจรจาภาษีสหรัฐ

    จับตา ครม.เศรษฐกิจนัดแรก รัฐบาลอนุทิน ตั้งทีมไทยแลนด์เดินต่อเจรจาภาษีสหรัฐ

    เศรษฐกิจ

    จับตา ครม.เศรษฐกิจนัดแรก รัฐบาลอนุทิน ตั้งทีมไทยแลนด์เดินต่อเจรจาภาษีสหรัฐ

    13 ต.ค. 2025 เวลา 6:20 น.

    อนุทิน เตรียมเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) นัดแรก วาระสำคัญคือการแต่งตั้ง “ทีมไทยแลนด์” ชุดใหม่ เพื่อเดินหน้าเจรจาประเด็นภาษีกับสหรัฐอเมริกา คาดว่านางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมเจรจานอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้เร่งรัดการเจรจา FTA และบีโอไอจะเสนอมาตรการอำนวยความสะดวกการลงทุน

    • นายกฯ อนุทิน เตรียมเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) นัดแรก
    • วาระสำคัญคือการแต่งตั้ง “ทีมไทยแลนด์” ชุดใหม่ เพื่อเดินหน้าเจรจาประเด็นภาษีกับสหรัฐอเมริกา
    • คาดว่านางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมเจรจา
    • นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้เร่งรัดการเจรจา FTA และบีโอไอจะเสนอมาตรการอำนวยความสะดวกการลงทุน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพุธที่ 15 ต.ค.นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) นัดแรกของรัฐบาลชุดนี้ ภายหลังจากที่ประชุม ครม.เมื่อสัปดาห์ก่อนได้เห็นชอบการแต่งตั้ง ครม.เศรษฐกิจที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีกรรมการจากรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ และหัวหน้าส่วนราชการในกระทรวงและหน่วยงานเศรษฐกิจเป็นกรรมการรวมกว่า 25 คน โดยการประชุมครั้งแรกของ ครม.เศรษฐกิจจะมีการประชุมที่อาคารรัฐสภา

    สำหรับวาระที่จะเข้าสู่การประชุม ครม.เศรษฐกิจครั้งแรกที่น่าติดตามคือการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการค้าสหรัฐชุดใหม่ เพื่อทำหน้าที่แทนคณะกรรมการชุดเดิมที่ยุติการทำงานลงพร้อมกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่เป็น “ทีมไทยแลนด์” ทำหน้าที่ในการเจรจารายละเอียดที่เกี่ยวข้องในเรื่องภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ทั้งนี้คาดว่านายอนุทินจะมอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้าทีม

    “ศุภจี” จ่อนั่งหัวหน้าทีมเจรจาสหรัฐ

    ก่อนหน้านี้นางศุภจีกล่าวว่าในการประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกในสัปดาห์หน้านี้ ทางฝั่งกระทรวงพาณิชย์จะมีการพูดคุย 2 เรื่อง คือ 1. เรื่องการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ  และ 2.เรื่องเจรจา FTA  โดยการเจรจาภาษีกับทางสหรัฐ ปัจจุบันในขั้นตอนการพูดคุยทางเทคนิค โดยมีรายละเอียดที่ต้องพูดคุยกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะในเรื่องของถิ่นกำเนิดสินค้า และสัดส่วนมูลค่าที่ผลิตในภูมิภาค (RVC) โดยพยายามจะเจรจาให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 

    โดยในส่วนของการเป็นหัวหน้าทีมไทยแลนด์เจรจาภาษีกับสหรัฐนั้นจะต้องมีการหารือกันและให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบอย่างเป็นทางการ เพราะในมุมของประเทศมีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ต้องนำภาคเอกชน และกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้องไปพูดคุยด้วย  

    กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทย โดยตั้งเป้าหมายให้การเจรจารายละเอียดมีข้อยุติภายในสิ้นปีนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศได้รับความชัดเจนและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเน้นให้ทุกภาคส่วนทำการบ้านล่วงหน้า รวมทั้งเตรียมตลาดทดแทน และวางกลยุทธ์สินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก

    เสนอเร่งเดินหน้า FTA 

    นอกจากนี้ในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจกระทรวงพาณิชย์จะหารือในเรื่องการเร่งรัดเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) โดยปัจจุบันไทยมีการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ไว้แล้ว 14 ฉบับ ขณะเดียวกันไทยจะมีการดำเนินการเจรจา FTA เพิ่มเติมอีก 2 ฉบับให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 คือ ไทย-อียู และไทย-เกาหลีใต้ 

    ขณะที่ในส่วนของการเร่งรัดการลงทุนโดยอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการมาลงทุนในประเทศไทยนั้นสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ก็มีวาระที่จะเสนอให้ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจพิจารณาเช่นกัน เพื่อเร่งรัดโครงการลงทุนที่สำคัญๆ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ และโครงการเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศที่มีวงเงินลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท

    ลุ้นเคาะ Fast Pass เร่งลงทุนเอกชน

    เมื่อเร็วๆนี้นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอเปิดเผยว่าในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการลงทุนรัฐบาลมีแผนจะนำเอากลไกที่เรียกว่า  “Fast Pass”  ซึ่งเป็นกลไกใหม่ตามนโยบายรัฐบาล โดยจะมอบสถานะโครงการที่เป็น Fast Pass ให้กับโครงการสำคัญที่เป็นเชิงยุทธศาสตร์ และระดับประเทศ โครงการที่ได้รับสถานะนี้จะได้รับการอำนวยความสะดวกในการลงทุนให้เป็นแบบ “Fast Track” ทั้งในการติดต่อขอใบอนุญาตจากหน่วยงานต่าง ๆ

    โดยมาตรการชุดนี้จะถูกนำเสนอต่อบอร์ดบีโอไอ และจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เศรษฐกิจด้วย เพื่อขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเพราะเป็นการทำงานแบบข้ามหน่วยงาน และข้ามกระทรวงเพื่อผลักดันให้การลงทุนเกิดขึ้นโดยเร็ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1202850&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3pnOdHvH2nhS3HW3IPNa7K

  • ภท.พุ่งอันดับหนึ่ง  โพลชี้ปชช.เชื่อมั่นแก้เศรษฐกิจ  คนไทยสับสนมาก‘กาบัตร4ใบ’

    ภท.พุ่งอันดับหนึ่ง โพลชี้ปชช.เชื่อมั่นแก้เศรษฐกิจ คนไทยสับสนมาก‘กาบัตร4ใบ’

    วันจันทร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    สวนดุสิตโพลชี้ประชาชนเชื่อมั่น “ภูมิใจไทย”มากสุดในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ตามด้วยพรรคประชาชน ขณะที่“นิด้าโพล”เผยผลสำรวจ คนไทยสับสนมากบัตร 4 ใบ 6 คำถาม ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

    เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 สวนดุสิตโพล ได้เผยแพร่ผลสำรวจเรื่อง “นโยบายเศรษฐกิจแบบแจกช่วยจริงหรือแค่ชั่วคราว” จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,203 คน(สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 7-10 ตุลาคม 2568 โดยประชาชนคิดว่านโยบายเศรษฐกิจ ของรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นแบบใด พบว่า 29.51 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าเป็นการเน้นแจกเงินหรือช่วยเฉพาะหน้า , 28.26 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจน , 21.86 เห็นว่าทั้งแจกและพัฒนาไปพร้อมกัน และ 20.37 เปอร์เซ็นต์เห็นว่า เป็นการสร้างงานและเพิ่มรายได้ในระยะยาว สำหรับนโยบายแบบ “แจกเงิน-ลดภาระชั่วคราว” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใดนั้น 80.72 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าช่วยได้ในระยะสั้น , 11.64 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าช่วยได้มาก และ 7.64 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า “ไม่ช่วยเลย”และถ้ารัฐบาลมีงบประมาณจำกัด ประชาชนอยากให้ใช้กับเรื่องใดมากที่สุด 53.72 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า อยากให้ลงทุนจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ , 51.96 เปอร์เซ็นต์ อยากให้พัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ระยะยาว และ 49.37 เปอร์เซ็นต์ อยากให้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม

    ส่วนคำถามที่ว่า ประชาชนคิดว่ารัฐบาลควรแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างไร จึงจะคุ้มค่าและยั่งยืน พบว่า 67.17 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า ควรจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการระดับประเทศ , 58.23 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า ควรลงทุนสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมระยะยาว และ 54.05 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า ควรฟื้นฟูอาชีพและเศรษฐกิจในพื้นที่น้ำท่วมหลังน้ำลด เมื่อถามว่า ณ วันนี้ ประชาชนคิดว่า พรรคการเมืองใดที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทย มาอันดับ 1 ได้ 19.87 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยพรรคประชาชนได้ 17.37 เปอร์เซ็นต์และ “ยังไม่เชื่อพรรคใด” 16.63 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพรรคเพื่อไทยได้อันดับ 4 ที่ 13.13 เปอร์เซ็นต์

    ขณะเดียวกันศูนย์สำรวจความคิดเห็น“นิด้าโพล”สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง“บัตรลงคะแนน4ใบ 6คำถาม จะไหวไหม” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-9 ตุลาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ โดยใช้จำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง

    จากการสำรวจพบว่า เมื่อถามความสับสนเกี่ยวกับบัตรลงคะแนน 4 ใบ รวม 6 คำถาม (บัตรเลือก ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้งหนึ่งใบ; บัตรเลือก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อหนึ่งใบ; บัตรลงคะแนนประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหนึ่งใบ สองข้อ; บัตรลงคะแนนประชามติเรื่องการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 หนึ่งใบ สองข้อ) ในการเลือกตั้งครั้งหน้าของประชาชนทั่วไป พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 48.55 ระบุว่า สับสนมาก รองลงมา ร้อยละ 30.61 ระบุว่า ค่อนข้างสับสน ร้อยละ 11.99 ระบุว่า ไม่สับสนเลย และร้อยละ 8.85 ระบุว่า ไม่ค่อยสับสน ด้านความสับสนเกี่ยวกับบัตรลงคะแนน 4 ใบ รวม 6 คำถาม ในการเลือกตั้งครั้งหน้าของตนเอง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 34.73 ระบุว่า ไม่สับสนเลย รองลงมา ร้อยละ 26.80 ระบุว่า สับสนมาก ร้อยละ 23.36 ระบุว่า ค่อนข้างสับสน และร้อยละ 15.11 ระบุว่า ไม่ค่อยสับสน

    สำหรับความเพียงพอของระยะเวลา 4 เดือน ภายใต้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการเตรียม ความพร้อมเลือกตั้งและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 30.23 ระบุว่า ไม่เพียงพอเลย รองลงมา ร้อยละ 24.43 ระบุว่า เพียงพอแน่นอน ร้อยละ 22.14 ระบุว่า ค่อนข้างเพียงพอ ร้อยละ 20.53 ระบุว่า ไม่ค่อยเพียงพอ และร้อยละ 2.67 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ เมื่อถามความคิดเห็นต่อการจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. การทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ในวันเดียวกัน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 49.16 ระบุว่า เห็นด้วยที่จะมีการดำเนินการทั้งหมดในวันเดียวกัน รองลงมา ร้อยละ 26.11 ระบุว่า ควรแยกการดำเนินทั้งสามเรื่องเป็นคนละวันกัน ร้อยละ 12.60 ระบุว่า ควรแยกเฉพาะการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. ออกไปอีกวัน ร้อยละ 5.42 ระบุว่า ควรแยกเฉพาะการทำประชามติเรื่องการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ออกไปอีกวัน ร้อยละ 3.89 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ และร้อยละ 2.82 ระบุว่า ควรแยกเฉพาะการทำประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกไปอีกวัน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/920608&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KPG-CI9_VMtaxw3hXXx0Q

  • ‘นฤมล’ ลุยนนทบุรี เยี่ยมรร. ดันสวัสดิการครู ขวัญกำลังใจครู คือกุญแจยกระดับการศึกษาไทย | เดลินิวส์

    ‘นฤมล’ ลุยนนทบุรี เยี่ยมรร. ดันสวัสดิการครู ขวัญกำลังใจครู คือกุญแจยกระดับการศึกษาไทย | เดลินิวส์

    ‘นฤมล’ ลุยนนทบุรี เยี่ยมรร. ดันสวัสดิการครู ขวัญกำลังใจครู คือกุญแจยกระดับการศึกษาไทย

    รมว.ศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในพื้นที่ จ.นนทบุรี ย้ำ สวัสดิการครูคือ หัวใจของการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ลั่น พร้อมเดินหน้าสร้างขวัญกำลังใจให้ครู

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5198141/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dLm4A3s6XLB3kDcML2Jmn

  • วช. หนุนนำวิจัยประวัติศาสตร์อัตลักษณ์ท้องถิ่นร่วมนำเสนอผ่านดนตรีไทยและดนตรีสากล ในวัฒนธรรมภูมิภาค “เพลงล้านช้าง ลาว เขมร และผู้ไท” ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช จ.นครพนม

    วช. หนุนนำวิจัยประวัติศาสตร์อัตลักษณ์ท้องถิ่นร่วมนำเสนอผ่านดนตรีไทยและดนตรีสากล ในวัฒนธรรมภูมิภาค “เพลงล้านช้าง ลาว เขมร และผู้ไท” ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช จ.นครพนม

    วช. หนุนนำวิจัยประวัติศาสตร์อัตลักษณ์ท้องถิ่นร่วมนำเสนอผ่านดนตรีไทยและดนตรีสากล ในวัฒนธรรมภูมิภาค “เพลงล้านช้าง ลาว เขมร และผู้ไท” ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช จ.นครพนม

    วันที่ 11 ตุลาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุน มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข จัดแสดงดนตรี “วัฒนธรรมเพลงล้านช้าง ลาว เขมร และผู้ไท” ภายใต้โครงการ “ดนตรีประจำชาติบนความแตกต่าง ความหลากหลาย และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมนี้ นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม กล่าวต้อนรับ ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช จังหวัดนครพนม

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนแก่ มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข โดยในการส่งเสริมการจัดแสดงดนตรีในครั้งนี้ ได้เป็นการเชื่อมโยงกระบวนการวิจัยประวัติศาสตร์อัตลักษณ์ท้องถิ่นเชิดชูดนตรีและยกย่องศิลปินพื้นถิ่น ในการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการกระจายสู่ภูมิภาค โดยได้เปิดเวทีให้กับ “วงทาลึง” ซึ่งเป็นวงเยาวชนจากภาคอีสานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากเวทีการประลองดนตรี พร้อมได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทำการแสดงที่เป็นการสืบสานและเผยแพร่มรดกทางดนตรีอันทรงคุณค่าของชาติ พร้อมด้วยการแสดงจากวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา ที่จะเป็นต้นแบบในการพัฒนาศักยภาพด้านดนตรีแก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์และต่อยอดศิลปวัฒนธรรมไทย

    นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม กล่าวว่า จังหวัดนครพนมเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ในหลากหลายมิติ ทั้งชาติพันธุ์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่น การจัดแสดงดนตรีโดยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้าในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ชาวนครพนมได้ซึมซับความงดงามของวัฒนธรรมบ้านเกิด เป็นเวทีให้ประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมพื้นถิ่นผ่านบทเพลงและเสียงดนตรี ซึ่งจะเป็นต้นแบบที่ดีในการส่งเสริมให้พื้นที่อื่น ๆ รวมถึงเยาวชนรุ่นใหม่ ได้เห็นคุณค่าและร่วมกันเผยแพร่ต่อไป

    การแสดงในครั้งนี้ เป็นการผสมผสานศิลปวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายเผ่าพันธุ์ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ชาวผู้ไทชาวไทดำ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะด้านสำเนียงดนตรีและบทเพลงพื้นถิ่น ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ วิถีชีวิต ความเชื่อ อาชีพ และศิลปวัฒนธรรม โดยประกอบด้วยการแสดงดนตรีจากวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า (Thai Symphony Orchestra) ควบคุมวง โดย พันเอกพิเศษ ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ การแสดงดนตรีจากวงทาลึง และการแสดงจากวงปล่อยแก่ จ.อุดรธานี พร้อมด้วยการสร้างสรรค์ภาพจิตรกรรมประกอบบทเพลง โดย ดร.สุชาติ วงษ์ทอง โดยมีการมอบผลงานนี้ให้แก่นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม

    ทั้งนี้ การจัดแสดงดนตรีภายใต้โครงการวิจัยดนตรีประจำชาติในครั้งนี้ ได้ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสในการบันทึกเทปการแสดง ซึ่งมีกำหนดออกอากาศในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมรับชมและเข้าถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนมอย่างแพร่หลาย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/963694&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16F1zeXnhB8-qYLOjKpobS

  • เปิดโปรเจกต์เสนอรัฐบาล 4 เดือน ทอท.เข็นลงทุนขยาย ‘สุวรรณภูมิ’

    เปิดโปรเจกต์เสนอรัฐบาล 4 เดือน ทอท.เข็นลงทุนขยาย ‘สุวรรณภูมิ’

    เศรษฐกิจ

    12 ต.ค. 2025 เวลา 6:00 น.

    ทอท.เข็นลงทุนภายใน 4 เดือนนี้ ชง ครม.ไฟเขียวโครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท คาดเปิดประมูลปีนี้ พร้อมเดินหน้าตอกเสาเข็มปีหน้า เพื่อเพิ่มการรองรับผู้โดยสารอีก 15 ล้านคนต่อปี

    • ทอท.เข็นลงทุนภายใน 4 เดือนนี้ ชง ครม.ไฟเขียวโครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท คาดเปิดประมูลปีนี้ พร้อมเดินหน้าตอกเสาเข็มปีหน้า เพื่อเพิ่มการรองรับผู้โดยสารอีก 15 ล้านคนต่อปี
    • พร้อมเดินหน้าแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของสนามบินให้รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 120 ล้านคนต่อปี

    กรอบระยะเวลา 4 เดือนของรัฐบาล “อนุทิน” ซึ่งจะมีอำนาจเต็มในการลงนามสัญญาและเบิกจ่ายงบประมาณต่างๆ ในส่วนของกระทรวงคมนาคม ที่เป็นเสาสำคัญของการอัดเม็ดเงินการลงทุนภาครัฐลงระบบเศรษฐกิจ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมาสั่งการทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ว่าจะต้องเร่งเบิกจ่ายให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดการจ้างงาน

    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. หน่วยงานรัฐวิสาหกิจของกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีแผนการลงทุนและงบประมาณพร้อมต่อการลงทุน ได้ประกาศแผนในช่วง 4 เดือนภายใต้รัฐบาลนี้จะเร่งเดินหน้าผลักดันการลงทุนที่มีความพร้อม โดยเฉพาะการขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่เป็นประตูหลักของการต้อนรับนักท่องเที่ยว

    เปิดโปรเจกต์เสนอรัฐบาล 4 เดือน ทอท.เข็นลงทุนขยาย 'สุวรรณภูมิ'

    “ปวีณา จริยฐิติพงศ์” รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ภายในช่วง 4 เดือนนี้ ทอท.จะเร่งผลักดันโครงการลงทุนที่มีความพร้อมอย่างโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ขยายพื้นที่เพิ่มเติม 81,000 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 15 ล้านคน

    ซึ่งสถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ คาดว่าหาก ครม.อนุมัติภายในปีนี้ ก็จะสามารถดำเนินการในขั้นตอนเปิดประกวดราคาได้ทันที และตามแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2569 แล้วเสร็จในปี 2573 โดยเมื่อโครง East Expansion เปิดให้บริการ จะเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรวมจากเดิม 65 ล้านคนต่อปี เป็น 70 – 80 ล้านคนต่อปี

    เปิดโปรเจกต์เสนอรัฐบาล 4 เดือน ทอท.เข็นลงทุนขยาย 'สุวรรณภูมิ'

    นอกจากนี้ ทอท.จะเดินหน้าแผนการลงทุนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) โดยยกเลิกแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร SAT-2 และหันมาขยายอาคาร South Terminal ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ซึ่งอาคารนี้จะมีพื้นที่ 1,597,000 ตารางเมตร เพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสาร 120 ล้านคนต่อปี รับ 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และมี 160 หลุมจอดระยะประชิด (Contact Gate)

    เปิดโปรเจกต์เสนอรัฐบาล 4 เดือน ทอท.เข็นลงทุนขยาย 'สุวรรณภูมิ'

    เปิดโปรเจกต์เสนอรัฐบาล 4 เดือน ทอท.เข็นลงทุนขยาย 'สุวรรณภูมิ'

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1202684&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2w8OjwN9K7GIrs_P7e49DS

  • เลขาฯ ป.ป.ส. สั่งการเด็ดขาด ลุยคุมเข้มขายกระท่อมทั่วประเทศ เริ่ม 12 ต.ค. 68 ห้ามเร่ขาย-ตั้งแผงลอยใกล้โรงเรียน ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 50,000 บาท

    เลขาฯ ป.ป.ส. สั่งการเด็ดขาด ลุยคุมเข้มขายกระท่อมทั่วประเทศ เริ่ม 12 ต.ค. 68 ห้ามเร่ขาย-ตั้งแผงลอยใกล้โรงเรียน ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 50,000 บาท

    เลขาฯ ป.ป.ส. สั่งการเด็ดขาด ลุยคุมเข้มขายกระท่อมทั่วประเทศ เริ่ม 12 ต.ค. 68 ห้ามเร่ขาย-ตั้งแผงลอยใกล้โรงเรียน ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 50,000 บาท


    12/10/2568 | 100 |

    วันที่ 12 ตุลาคม 2568 – พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ตามอำนาจแห่ง ประกาศกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่ วิธีการ หรือลักษณะต้องห้ามในการขายใบกระท่อม พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันนี้เป็นวันแรก ตนได้มี ข้อสั่งการเด็ดขาด ไปยังหน่วยงานของสำนักงาน ปปส. ภาค ทั่วประเทศ ให้เริ่มบังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดระเบียบการขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อมอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมทันที
    พ.ต.ต. สุริยาฯ กล่าวว่า “สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยหน่วยงานในพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค ได้ลงพื้นที่รณรงค์สร้างความเข้าใจกับผู้ค้าและประชาชนล่วงหน้า พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการบังคับใช้กฎหมายร่วมกับหน่วยงานภาคี เพื่อให้เห็นว่าเราเอาจริงเอาจังกับการจัดระเบียบสังคมให้เกิดความปลอดภัย”
    สำหรับสาระสำคัญของประกาศฯ ที่ผู้ค้าและประชาชนต้องรับทราบและปฏิบัติโดยเคร่งครัด มีดังนี้
    • ห้ามขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อม ในสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ในระยะ 1,000 เมตร (1 กิโลเมตร) จากสถานศึกษาทุกแห่ง
    • ห้ามขาย ในลักษณะของการ “เร่ขาย” (เช่น หาบเร่, รถเข็น, รถยนต์เร่ขาย) หรือการตั้ง “แผงลอย” ในที่หรือทางสาธารณะ
    • ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 50,000 บาท
    เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เน้นย้ำถึงเหตุผลและความจำเป็นของมาตรการนี้ว่า “เป้าหมายของเราไม่ใช่การทำลายเศรษฐกิจ แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมพืชกระท่อมและการสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม ประโยชน์สูงสุดคือการปกป้องเด็กและเยาวชนของเรา ไม่ให้เข้าถึงกระท่อมได้โดยง่าย และเพื่อจัดระเบียบการขายให้เป็นไปตามที่ประกาศฯ กำหนด ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชุมชน นี่คือเหตุผลที่เราต้องมีมาตรการที่ชัดเจนและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

    ขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกท่านปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อที่เราจะสามารถใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมในทางที่สร้างสรรค์และปลอดภัยไปพร้อมกัน หากประชาชนพบเห็นการกระทำที่ฝ่าฝืน สามารถแจ้งเบาะแสได้ทันทีที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ท่านแจ้ง เราจับ ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด”


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/431188&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ywz7_oDor3TsFT_2WPJfS

  • “Melody of Books” จุดกระแสการอ่านสะเทือนศูนย์สิริกิติ์ คนแห่ร่วมงานทะลุแสน โปรแรงทุกบูธ ห้ามพลาดถึง 19 ต.ค.นี้!

    “Melody of Books” จุดกระแสการอ่านสะเทือนศูนย์สิริกิติ์ คนแห่ร่วมงานทะลุแสน โปรแรงทุกบูธ ห้ามพลาดถึง 19 ต.ค.นี้!

    วันหยุดยาว! ห้ามพลาด งานมหกรรมหนังสือฯ คนแห่ร่วมงานแน่นขนัด ทะลุหลักแสนต่อวัน ยอดขายพุ่งกระฉูด! ทุกสำนักพิมพ์พร้อมใจจัดเต็มโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่แห่งปี พลาดไม่ได้ ตั้งแต่วันนี้ – 19 ต.ค. ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์

    ปรากฏการณ์นักอ่านกลับมาอีกครั้ง  วันหยุดยาวสุดคึกคัก ในงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30” (Book Expo Thailand 2025) ภายใต้แนวคิด “Melody of Books – อ่านหรือยัง ฟังหรือเปล่า” ที่จุดกระแสการอ่าน สุดปัง! ตลอดช่วงวันหยุดยาว 3 วัน ผู้คนหลั่งไหลเข้าชมงานแน่นศูนย์สิริกิติ์ทุกฮอลล์ เชื่อมั่นผู้เข้าชมทะลุกว่าหลักแสนต่อวัน ขณะที่เพียง 4 วันแรก ยอดขายรวมก็พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสัน ความคึกคัก และพลังแห่งการอ่านที่ไม่เคยแผ่ว

    โปรโมชั่นเด็ดจัดเต็มทั่วงาน เดินงานนี้ไม่มีคำว่า “แบกกลับบ้าน” ภายในงานปีนี้เรียกได้ว่าเป็น “สวรรค์ของนักอ่าน” ตัวจริง กับโปรโมชั่นสุดคุ้มจากทุกสำนักพิมพ์และร้านหนังสือยักษ์ใหญ่
    • โปรบุฟเฟต์ 3 เล่ม 200 บาท, Shock Price 99 บาท หรือเริ่มต้นเพียง เล่มละ 50 บาท
    • B2S (บูธ J49) จัดโปรแรง Clearance Sale เริ่มต้น 20 บาท พร้อม ลด 15% และพิเศษสุด! เมื่อซื้อครบ 4 เล่มขึ้นไปลด 20%
    สำหรับสมาชิก The 1 รับสิทธิ์ คะแนน X10 เมื่อซื้อครบ 500 บาท
    พร้อมทางเลือกสบายกระเป๋า ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน
    • สายขนกลับไม่ต้องกังวล เพราะ ไปรษณีย์ไทย (บูธ A46 Hall 5) จัดบริการส่งตรงถึงบ้าน EMS เหมาเต็มกล่อง เริ่มต้นเพียง 50 บาท
    รวมถึงหลายบูธยังมีโปร “ส่งฟรี” ตามเงื่อนไขพิเศษภายในงาน

    งานเดียวในประเทศไทยที่รวมพลังของทุกสำนักพิมพ์ไว้ครบถ้วน กับหนังสือดีมีคุณค่ากว่า 2 ล้านเล่ม หนังสือปกใหม่กว่า 2,000 ปก กว่า 900 บูธ คาดตลอด 11 วันของการจัดงานจะมีผู้เข้าชมกว่า 1.3 ล้านคน

    นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย นิทรรศการ อบรม และเวทีเสวนากว่า 100 รายการ ครอบคลุมทุกมิติของวงการหนังสือ ตั้งแต่การผลิต การตลาด ไปจนถึงเทคโนโลยีการอ่านยุคใหม่ โดยทาง สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านหนังสือ, และ คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ สร้างความคึกคักได้เป็นอย่างดี

    อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม คือกิจกรรม “หนังสือโปรดโดนใจคนดัง” โดย Rakuten KOBO ผู้นำแพลตฟอร์มอีบุ๊กระดับโลก ที่รวบรวมหนังสือกว่า 8 ล้านเล่มบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมชวนคนรักการอ่านร่วมฟังแรงบันดาลใจจากแขกรับเชิญคนดัง ได้แก่

    • คุณเอิ๊ต ภัทรวี ศรีสันติสุข นักร้องนักแต่งเพลงมากความสามารถ
    • คุณหมอตังค์ นายแพทย์มรรคพร ขัตติยะทองคำ จากสำนักพิมพ์ชันสูตร
    • คุณจักรกฤต โยมพยอม แห่งสำนักพิมพ์อะโวคาโด บุ๊กส์
    ร่วมถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มโปรด แบ่งปันพลังแห่งความรู้และการอ่านสู่ผู้อ่านในยุคดิจิทัล

    6 โซนหนังสือขายดี ที่ต้องแวะทุกโซน
    ในปีนี้ รวมสุดยอดหนังสือจากทุกหมวดหมู่ โดยแบ่งออกเป็น 6 โซนหลัก ได้แก่
    1. หนังสือแนว How-to ยอดขายสูงสุดอันดับ 1
    2. นิยายและวรรณกรรมแปล
    3. นิยายวาย (Boy’s Love)
    4. หนังสือเด็กและสื่อพัฒนาการเรียนรู้ปฐมวัย
    5. โซนรวมโปรโมชั่น ของสะสม ของแถม และของที่ระลึกเฉพาะในงาน
    6. โซน NON BOOK และบอร์ดเกม

    ยิ่งใหญ่ สมศักดิ์ศรี “แห่งพลังการอ่าน” กับงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 30” ไม่เพียงเป็นงานขายหนังสือ แต่คือพื้นที่ครบถ้วนทั้งความรู้ ความสนุก และแรงบันดาลใจ ที่เปิดโลกการเรียนรู้และสร้างสังคมแห่งการอ่านอย่างยั่งยืน เป็นการรวมพลังของนักเขียน นักอ่าน และผู้ผลิตหนังสือทั่วประเทศไว้อย่างครบครัน

    ห้ามพลาด! เชิญมาร่วมสัมผัสประสบการณ์การอ่านรูปแบบใหม่ “พลังแห่งตัวอักษรและเสียงดนตรี”
    ในงาน Book Expo Thailand 2025: Melody of Books – อ่านหรือยัง ฟังหรือเปล่า ตั้งแต่วันนี้ – 19 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น.
    ณ ฮอลล์ 5–7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Thai Book Fair

    Footage: มหกรรมหนังสือฯ วันที่สี่ (12 ต.ค 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/248569&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3b-SFZTmlK1cNZA-bKwevh

  • สมศ. ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการ

    สมศ. ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการ

    การศึกษา

    สมศ. ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการ

    วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.59 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สมศ. ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมประชุมวิชาการ

    สมศ. ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจ เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี สมศ. ONESQA Forum 2025 ครั้งที่ 2 “ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย” (Bridging Policy and Practice to Strengthen Educational Quality) วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ สโมสรทหารบก วิภาวดี กรุงเทพมหานคร เวลา 09.00 – 16.30 น. โดยผู้ที่สนใจสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2568 มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาไทยสู่อนาคตที่ดีกว่าไปด้วยกัน

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/450178&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QtcI5WqabXw977vRjvTOO

  • วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ใครได้สิทธิ์-ใช้เงินวันไหน เช็กทุกเงื่อนไข ก่อน 20 ต.ค.นี้

    วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ใครได้สิทธิ์-ใช้เงินวันไหน เช็กทุกเงื่อนไข ก่อน 20 ต.ค.นี้

    วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส 2568 สำหรับประชาชน

    คู่มือลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ฉบับสมบูรณ์ เริ่ม 20-26 ต.ค. 68 ผ่านแอปฯ เป๋งตัง เช็กเงื่อนไขใครเข้าร่วมได้บ้าง ได้เงินเท่าไหร่ ไขข้อสงสัยใช้สิทธิ์ครั้งแรกภายในวันไหน ไม่ให้พลาดสิทธิ์

    เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนการเปิดลงทะเบียนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่ประชาชนรอคอยอย่าง คนละครึ่งพลัส ที่จะเริ่มในวันที่ 20 ตุลาคม 2568 วันนี้ทีมข่าวได้รวบรวมทุกรายละเอียดสำคัญ ทั้งคุณสมบัติ, สิทธิประโยชน์, ขั้นตอนการลงทะเบียน และเงื่อนไขที่ต้องรู้ เพื่อให้ทุกท่านเตรียมความพร้อมก่อนใคร

    เช็กคุณสมบัติ ใครมีสิทธิ์ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

    ก่อนวันลงทะเบียน 20 ต.ค. ที่จะถึงนี้ ประชาชนควรตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของตนเองก่อน ดังนี้

    • เป็นบุคคลสัญชาติไทย
    • มีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
    • มีบัตรประจำตัวประชาชน

    ส่วนผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 และ ผู้ที่เคยถูกระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งเฟส 1-5 จะไม่มีสิทธิ์ลงทะเบียนใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัสในครั้งนี้

    คู่มือลงทะเบียน คนใหม่-คนเก่า ต้องทำอย่างไรบ้าง

    สำหรับคนเก่า (ผู้ที่เคยใช้สิทธิ์เฟส 5) ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงเข้าไปที่แอปฯ เป๋าตัง ในช่วงวันที่ 20-26 ต.ค. แล้วกดที่แบนเนอร์ โครงการคนละครึ่งพลัสเพื่อกดยืนยันสิทธิ์

    ส่วนคนใหม่ (ผู้ที่ไม่เคยใช้สิทธิ์เฟส 5) จะต้อง ลงทะเบียนใหม่ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยการถ่ายรูปบัตรประชาชน, กรอกข้อมูล และยืนยันตัวตนด้วย Krungthai NEXT หรือการสแกนใบหน้า

    วิธีลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง​

    คนละครึ่งพลัสเริ่มลงทะเบียนสำหรับประชาชนผ่านแอปฯ เป๋าตัง วันที่ 20 – 26 ต.ค. 68 เวลา 06:00 – 22:00 น. แบ่งเงื่อนไขการลงทะเบียนออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ที่เคย และ ไม่เคยรับสิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)

    ผู้ที่เคยรับสิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)

    1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G Wallet
    2. เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดที่แบนเนอร์ โครงการคนละครึ่งพลัส
    3. ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข และยืนยันลงทะเบียน
    4. แจ้งผลการลงทะเบียนผ่าน การแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง
    5. เติมเงินเข้า G Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ์
    6. เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06:00 – 23:00 น.
    7. ตรวจประวัติการใช้สิทธิ์คงเหลือบนแอปฯ เป๋าตัง
    ผู้ที่เคยรับสิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ปี 2565
    ภาพจาก : คนละครึ่งพลัส

    ผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)

    1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G Wallet
    2. เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดที่แบนเนอร์ โครงการคนละครึ่งพลัส
    3. ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข และยืนยันลงทะเบียน
    4. แจ้งผลการลงทะเบียนผ่านการแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง และ SMS (ภายใน 3 วัน)
    5. เติมเงินเข้า G Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ์
    6. เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06:00 – 23:00 น.
    7. ตรวจประวัติการใช้สิทธิ์คงเหลือบนแอปฯ เป๋าตัง
    ผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ปี 2565
    ภาพจาก : คนละครึ่งพลัส

    เปิดสิทธิประโยชน์ คนละครึ่งพลัสใครได้เท่าไหร่?

    โครงการคนละครึ่งพลัส แบ่งกลุ่มผู้ได้รับสิทธิ์เป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้

    กลุ่มผู้ยื่นแบบภาษี

    • ได้รับสิทธิ์แบบ 60:40 (รัฐช่วยจ่าย 60%, ประชาชนออก 40%)
    • รัฐบาลจะสมทบให้ 2,400 บาท

    ประชาชนผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป (ภ.ง.ด. 90) แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประเภทเดียว (ภ.ง.ด. 91) หรือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 95) ของปีภาษี 2567 ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568

    กลุ่มประชาชนทั่วไป (นอกระบบภาษี)

    • ได้รับสิทธิ์แบบ 50:50 (รัฐช่วยจ่าย 50%, ประชาชนออก 50%)
    • รัฐบาลจะสมทบให้ 2,000 บาท

    ประชาชนผู้ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาข้างต้น

    กฎเหล็กที่ต้องรู้ ห้ามพลาดใช้ครั้งแรกก่อน 11 พ.ย. 68

    เพื่อให้ไม่ถูกตัดสิทธิ์ ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ทุกคนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข โดยต้องใช้สิทธิ์ครั้งแรก ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ก่อนเวลา 23:00 น. หากไม่ใช้ภายในเวลาที่กำหนด จะถูกตัดสิทธิ์ทันที สามารถซื้อขายและสแกนจ่ายแบบพบหน้ากัน (Face-to-face) สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เวลา 06:00 – 23:00 น. ของทุกวัน

    ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกท่านเตรียมความพร้อมของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และตรวจสอบคุณสมบัติของตนเอง เพื่อรอลงทะเบียนและยืนยันสิทธิ์ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้

    ข้อมูลจาก : คนละครึ่งพลัส

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of sukanlaya s.

    sukanlaya s.

    นักเขียนบทความ SEO ประจำเว็บไซต์ The Thaiger จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญงานเขียนประเภท ข่าวกระแสสังคม และบทความไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น รีวิวที่เที่ยว เทรนด์แฟชั่นและความงาม พร้อมแนะนำกระแสมาแรง ทันเหตุการณ์ ช่องทางติดต่อ ying@thethaiger.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1470554/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UiZIheQtz7Pj_C4N5oi68

  • (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ม่านหมอกขาวห่มทิวเขาน้อยใหญ่ในไหหลำ | TOPNEWS

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ม่านหมอกขาวห่มทิวเขาน้อยใหญ่ในไหหลำ | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 12/10/2025 19:44

    เป่าถิง,(ซินหัว) — ปิดท้ายไปชมม่านหมอกขาวลอยห่มคลุมทิวเขาน้อยใหญ่ที่สลับซับซ้อนทับกันไปมาราวเกลียวคลื่นในอำเภอปกครองตนเองเป่าถิง กลุ่มชาติพันธุ์หลีและเหมียว มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีน ก่อเกิดเป็นทิวทัศน์งดงามราวภาพวาดน้ำหมึกจีน ผลงานชิ้นเอกที่ธรรมชาติสรรสร้าง

    เครดิต: สำนักข่าวซินหัว

    11

    ascw

    ภูเก็ตรณรงค์ “คนละครึ่ง พลัส” ลดค่าครองชีพ-ฟื้นเศรษฐกิจชุมชน

    นายก อบจ.นครสวรรค์ ประธานเปิด-ปิด พร้อมมอบรางวัลงานแข่งขันเรือยาวประเพณี วัดตะเคียนเลื่อน

    นายก อบจ.นครสวรรค์ มอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วม

    “ซาบีดา” ชี้แจงเหตุ “พระธาตุโนนตาล” พังทลาย-เร่งบูรณะฟื้นฟู

    สมุทรปราการ ผู้ว่าฯ ชวนชิมช้อป ร้านดัง นายกเหล่ากาชาด ชวนร่วมบุญลุ้นโชค กับ สลากกาชาด เที่ยวงานเจดีย์ ปากน้ำ 12-23 ต.ค.

    แม่ทัพภาค 4 ถวายผ้าไตรกฐินพระราชทาน วัดหัวควน ปัตตานี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1353496&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Cm71qs45SegBml0bt6EDi