Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นำคณะนักศึกษา หลักสูตร ปกส.2 ศึกษาดูงาน ณ สหภาพรัฐสภา (IPU) สมาพันธรัฐสวิส

    เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นำคณะนักศึกษา หลักสูตร ปกส.2 ศึกษาดูงาน ณ สหภาพรัฐสภา (IPU) สมาพันธรัฐสวิส

    เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2568 รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้นำคณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหาร การกำกับดูแล และพัฒนากฎหมายกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมระดับสูง (ปกส.) รุ่นที่ 2 เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ องค์การสหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union – IPU) กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส (Switzerland)

    การศึกษาดูงานครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายมาร์ติน ชุงกง เลขาธิการสหภาพรัฐสภา (IPU) ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งมีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหาร การกำกับดูแล และการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมในระดับสากล เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากฎหมายและกิจการดังกล่าวของประเทศไทยต่อไป

    ในโอกาสนี้นายพิชาญ พรศิริประทาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะผู้แทนนักศึกษาหลักสูตร ปกส.2 ได้กล่าวคำขอบคุณต่อเลขาธิการ IPU และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ให้โอกาสคณะนักศึกษาเข้าเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิบัติหน้าที่และการพัฒนาประเทศในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/251515&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nJT6orlPI6iQSnKh7Wv4j

  • พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

     
                 เปิดพระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งวันพระราชสมภพ ชีวิตช่วงเยาว์วัย การศึกษา พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ประสูติพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์ และพระราชกรณียกิจ

    สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    พระราชสมภพ 12 สิงหาคม

                  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบรมราชินีนาถใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า “สิริกิติ์” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้เป็นศรี แห่งกิติยากร” 

                 ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2475 ที่บ้านพลเอก เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) ผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว ณ บ้านเลขที่ 1808 ถนนพระรามหก ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร 

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ชีวิตช่วงเยาว์วัย

                 ในปีที่พระองค์ทรงพระราชสมภพนั้นเป็นระยะที่ประเทศเพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ก่อนหน้านั้นพระบิดาของพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก มียศเป็นพันเอก หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร

                 หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน พุทธศักราช 2475 หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงออกจากราชการทหาร โดยรัฐบาลแต่งตั้งให้ไปรับราชการในตำแหน่งเลขานุการเอก ประจำสถานทูตสยาม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอมริกา ส่วนหม่อมหลวงบัวซึ่งมีครรภ์แก่คงพำนักอยู่ในประเทศไทย จนให้กำเนิดหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์แล้วจึงเดินทางไปสมทบ มอบหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ให้อยู่ในความดูแลของเจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ และท้าววนิดาพิจาริณี ผู้เป็นบิดาและมารดาของหม่อมหลวงบัว

                 หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ต้องอยู่ห่างไกลบิดามารดาตั้งแต่อายุยังน้อย บางคราวต้องระหกระเหินไปต่างจังหวัดตามเหตุการณ์ผันผวนทางการเมือง เช่น ในพุทธศักราช 2476 หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระมารดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้ทรงรับนัดดาตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไปสงขลาด้วย

                 ปลายพุทธศักราช 2477 หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงลาออกจากราชการกลับประเทศไทยพร้อมครอบครัว อันมีหม่อมหลวงบัว หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ บุตรคนโต และหม่อมราชวงศ์บุษบา บุตรีคนเล็กผู้เกิดที่สหรัฐอเมริกา แล้วมารับหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ บุตรคนรอง กับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ จาก หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กลับมาอยู่รวมกันที่ตำหนัก ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนกรุงเกษม ปากคลองผดุงกรุงเกษม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ทรงศึกษา

                 หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด ในพุทธศักราช 2479 แต่เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาลุกลามมาถึงประเทศไทย จังหวัดพระนครถูกโจมตีทางอากาศบ่อยครั้งทำให้การเดินทางไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย ในพุทธศักราช 2483 จึงย้ายไปเรียนชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ถนนสามเสน เพราะอยู่ใกล้บ้านในระยะที่พอจะเดินไปโรงเรียนเองได้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนเปียโนที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และในเวลาต่อมาได้ตั้งใจที่จะเป็นนักเปียโนผู้มีชื่อเสียง

                 หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้เผชิญสภาพของสงครามโลกมาเช่นเดียวกับคนไทยทั้งหลาย หม่อมเจ้านักขัตรมงคลผู้ทรงเป็นทหารเป็นผู้ปลูกฝังให้บุตรและบุตรีรู้จักความมีวินัย ความอดทน ความกล้าหาญ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความเสียสละ โดยอาศัยสถานการณ์สงครามเป็นตัวอย่าง และสงครามโลกก็ทำให้คนไทยทั้งปวงต้องหันหน้าเข้าช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก สิ่งเหล่านี้จึงหล่อหลอมหม่อมราชวงศสิริกิติ์ให้มีความเมตตาต่อผู้อื่นและรักความมีระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เยาว์วัย

    เสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศ 2489

                 หลังจากสงครามสงบแล้ว นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น คือ นายควง อภัยวงศ์ ได้แต่งตั้งให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลเป็นอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลจึงทรงพาครอบครัวทั้งหมดไปด้วยในกลางพุทธศักราช 2489 ขณะนั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 ของโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์แล้ว

                 ระหว่างที่อยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เรียนเปียโน ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส กับครูพิเศษ แต่อยู่ที่อังกฤษได้ไม่นาน พุทธศักราช 2490 หม่อมเจ้านักขัตรมงคลก็ทรงย้ายไปเป็นอัครราชทูตประจำประเทศฝรั่งเศสและเดนมาร์ก ก่อนจะกลับมาเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างนี้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ยังคงตั้งใจเรียนเปียโนอย่างขะมักเขม้นเพื่อเตรียมสอบเข้าวิทยาลัยการดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ทรงหมั้น 19 กรกฎาคม 2492

                 พุทธศักราช 2491 ขณะที่หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวอยู่ในปารีส ได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งโปรดเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโรงงานทำรถยนต์ในกรุงปารีสอยู่เสมอ จนเป็นที่คุ้นเคยและต้องพระราชอัธยาศัย ฉะนั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุปัทวเหตุทางรถยนต์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต้องประทับรักษาพระองค์ในสถานพยาบาล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมหลวงบัวพาบุตรีทั้งสอง คือ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ และหม่อมราชวงศ์บุษบา เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทเยี่ยมพระอาการเป็นประจำ จนพระอาการประชวรทุเลาลงและเสด็จกลับพระตำหนักได้

                 สมเด็จพระราชชนนีได้รับสั่งขอให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อยู่ศึกษาต่อที่เมืองโลซานน์ในโรงเรียนประจำชื่อโรงเรียน Riante Rive ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในการสอนวิชาพิเศษแก่กุลสตรี คือ ภาษา ศิลปะ ดนตรี ประวัติวรรณคดี และประวัติศาสตร์

                 ต่อมาอีก 1 ปี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วสมเด็จพระราชชนนีรับสั่งขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ต่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคล และทรงประกอบพิธีหมั้นเป็นการภายใน ในวันที่ 19 กรกฎาคม พุทธศักราช 2492 ทรงใช้พระธำมรงค์ที่สมเด็จพระราชบิดาทรงหมั้นสมเด็จพระราชชนนีเป็นพระธำมรงค์หมั้น แล้วโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ศึกษาต่อไปจนถึงกำหนดตามเสด็จกลับมาถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในเดือนมีนาคม พุทธศักราช 2493

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    วันที่ 28 เมษายน 2493 พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชทานน้ำพระมหาสังข์ ณ วังสระปทุม

              วันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2493 มีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นประธานพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์และเทพมนตร์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และในวันนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ 

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    วันที่ 28 เมษายน 2493 ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดทะเบียนสมรส

              วันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 เป็นวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเฉลิมพระบรมนามาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และทรงเฉลิมพระยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี 

    ประสูติพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์

                 วันที่ 5 มิถุนายน พุทธศักราช 2493 ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกราบบังคมทูลแนะนำให้ทรงพักรักษาพระองค์อีกระยะหนึ่ง พุทธศักราช 2494 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี มีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเจริญพระชันษาได้ 7 เดือน ทั้งสามพระองค์จึงเสด็จนิวัติประเทศไทย ประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต 

                 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ ซึ่งปัจจุบันคือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศร ราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ซึ่งปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิริธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ซึ่งปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้ประสูติต่อมาตามลำดับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน รวมพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    สถาปนา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 

              ปลายพุทธศักราช 2498 สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ผู้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมราชินีให้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาแทน เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2499 และในปีเดียวกันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงพระผนวชตามโบราณราชประเพณี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งสมเด็จพระบรมราชินีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ 

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จออกทรงผนวช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในภาพนี้ทรงปฏิญาณพระองค์ในรัฐสภา ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2499

                 พระราชอิสริยยศสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อันมีความหมายว่าทรงเป็นที่พึ่งของประชาชน นับเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์ที่สองของไทย ต่อจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงปฏิบัติราชการแทนพระองค์เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรป   

    พระราชกรณียกิจ

                 พระราชกรณีกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจน้อยใหญ่ทั้งในฐานะที่ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีของไทย และในฐานะคู่พระราชหฤทัยแห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กล่าวคือทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจทั้งหลายไปได้เป็นอันมาก ทั้งยังมีพระราชดำริเริ่มใหม่เพื่อช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาประเทศอย่างอเนกอนันต์ ซึ่งโครงการพระราชดำริเหล่านั้นได้ยังประโยชน์มหาศาลแก่ประชาชนสืบมาจนทุกวันนี้ 

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

     สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ข่าวสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  

                – ย้อนความทรงจำ เมื่อครั้ง รัชกาลที่ 9 – พระพันปีหลวง ทรงเคียงข้าง ปฏิบัติพระราชกรณีกิจ
                – สำนักพระราชวัง เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต

    ขอบคุณข้อมูลจาก : หน่วยราชการในพระองค์ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/250077&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0POOLzeADZ6u0y_mo7jb12

  • ยืนยันแล้ว! เดินหน้าจัด ‘ซีเกมส์’ ตามเดิม แต่ปรับพิธีให้เหมาะกับช่วงไว้อาลัย

    ยืนยันแล้ว! เดินหน้าจัด ‘ซีเกมส์’ ตามเดิม แต่ปรับพิธีให้เหมาะกับช่วงไว้อาลัย

    ยืนยันแล้ว! เดินหน้าจัด ‘ซีเกมส์’ ตามเดิม แต่ปรับพิธีให้เหมาะกับช่วงไว้อาลัย

    รมว.อรรถกร ยืนยันไทยเดินหน้าจัด ‘ซีเกมส์’ ตามกำหนดการเดิม แต่จะปรับพิธีเปิดและปิดให้เหมาะสมกับช่วงไว้อาลัย

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยวันนี้ (25 ตุลาคม 2568 ) ภายหลังสำนักพระราชวังมีประกาศเรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของปวงชนชาวไทย และย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจของประชาชน รวมทั้งนักกีฬาไทยเป็นอย่างมาก

    “การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ ยังคงต้องดำเนินการต่อไปให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ จากมติคณะรัฐมนตรีที่มีมติให้ลดและงดกิจกรรมรื่นเริงในช่วงนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะดำเนินการปรับรูปแบบพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น”

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการแข่งขันกีฬาที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ อาทิ ฟุตบอลไทยลีก ยืนยันว่า จะไม่มีการงดหรือเลื่อนการแข่งขันแต่อย่างใด แต่จะมีการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมโดยเพิ่มกระบวนการร่วมแสดงความอาลัย และลดกิจกรรมหรือองค์ประกอบที่มีลักษณะบันเทิงลง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเหมาะสมในช่วงเวลานี้

    ยืนยันแล้ว! เดินหน้าจัด 'ซีเกมส์' ตามเดิม แต่ปรับพิธีให้เหมาะกับช่วงไว้อาลัย

    ทั้งนี้ กำหนดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33 ในปี 2025 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน โดยจะจัดระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568  ซึ่งการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งนี้ของประเทศไทยจะเป็นครั้งที่ 7 นับตั้งแต่จัดการแข่งขันมา 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/lifestyle/732390&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Cff98BPvX-YZvXrvpllQs

  • กฟผ.ชวนมาหลงเสน่ห์

    กฟผ.ชวนมาหลงเสน่ห์

    วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.24 น.

    Tag :

    กฟผ. – เทศบาลเมืองบางกรวย จ.นนทบุรี – ททท. จัดงาน “หลงเสน่ห์บางกรวย” ภายใต้แนวคิด “เมืองต้อง Share, Rare บางกรวย” รวมทุกเสน่ห์ของบางกรวยทั้งสินค้าอุปโภค บริโภค ไว้ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง พร้อมทริปท่องเที่ยวเส้นทางบางกรวย พาชมดินแดนอารยธรรมลุ่มแม่น้ำ 3 คลอง สัมผัสเรื่องเล่า ตำนาน วิถีชีวิตชาวบางกรวย วันที่ 25-26 ตุลาคม 2568 นี้

    25 ตุลาคม 2568 นายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดงาน “หลงเสน่ห์บางกรวย” ตอน “เมืองต้อง Share, Rare บางกรวย” โดยมี นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายสหรัฐ โพธิโต รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  สำนักงานกรุงเทพมหานคร  สื่อมวลชน ชุมชนบางกรวย และประชาชนร่วมงาน เพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนบางกรวย จังหวัดนนทบุรี สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยนำต้นทุนทางวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ มาพัฒนาและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ตลอดจนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ทั้งจากสินค้าและบริการ ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี

    นายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า จังหวัดนนทบุรีพร้อมร่วมมือขับเคลื่อนกิจกรรมให้กับชุมชนบางกรวย เพื่อร่วมอนุรักษ์ ถ่ายทอด และแบ่งปันเสน่ห์ของท้องถิ่นในมุมที่ “หายาก” แต่ “มีคุณค่า” ไม่เพียงสร้างความสุขให้กับคนในพื้นที่ แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น การจัดงาน “หลงเสน่ห์บางกรวย” นี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดสิ่งดีงามในพื้นที่ ให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

    นายสหรัฐ โพธิโต รองผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานกรุงเทพมหานคร เสริมว่า งานนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของชุมชนบางกรวย ที่พร้อมใจกันนำเสนอของดี ของเด่น ของหายาก ที่มีอยู่ในพื้นที่ของตนอย่างภาคภูมิใจ ททท. ยินดีที่ได้เป็น

    ส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชีวิต เป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้มาสัมผัสประสบการณ์จริงจากผู้คนในชุมชน และเรียนรู้เรื่องราวดี ๆ การจัดงานในวันนี้ จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่งดงามให้กับบางกรวย และเป็นอีกก้าวหนึ่งในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดนนทบุรีให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ อย่างยั่งยืน

    ด้าน นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง เป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปันความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ที่สำคัญยังเป็นพื้นที่เปิดกว้างในการสร้างสรรค์กิจกรรมและร่วมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง กฟผ. กับพี่น้องชุมชนรอบข้าง  โดยเฉพาะ “ชุมชนบางกรวย” ที่อยู่ร่วมกันด้วยมิตรภาพและความเข้าใจมาอย่างยาวนาน

    กิจกรรม “หลงเสน่ห์บางกรวย” ปี 2568 ภายใต้ชื่องาน “หลงเสน่ห์บางกรวย ตอน เมืองต้อง Share, Rare บางกรวย” หมายถึง การแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กัน โดยเฉพาะของดี ของล้ำค่า ที่มีเฉพาะในบางกรวยทั้งในเรื่องของประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต ศิลปะ และวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอบางกรวยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยมีศูนย์การเรียนรู้ฯ เป็นศูนย์กลางของแหล่งเรียนรู้และการสนับสนุนการท่องเที่ยว ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการ “อารยธรรมลุ่มแม่น้ำ 3 คลอง” กิจกรรม One Day Trip ท่องเที่ยวลัดเลาะบางกรวย กิจกรรม Workshop เพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ รวมทั้งมีร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารจากชุมชนบางกรวย เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ของบางกรวยในทุกมิติ เปิดให้ประชาชนได้เข้าชมและร่วมทำกิจกรรมฟรี ระหว่างวันที่ 25 – 26 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02-436-8952-3 และ Facebook Page ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง (ในวันและเวลาทำการ)

    -(016)

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/923432&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lZMxIkM9gaByK1W1_6q1V

  • กรมฝนหลวงฯถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดแจ้งแสงอรุณ สกลนคร

    กรมฝนหลวงฯถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดแจ้งแสงอรุณ สกลนคร

    กรมฝนหลวงฯถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดแจ้งแสงอรุณ สกลนคร

    วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.28 น.

    Tag :

    วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 07.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ประจำปีพุทธศักราช 2568 ให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร น้อมนำไปถวายแด่พระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส  ณ วัดแจ้งแสงอรุณ ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร โดยมี นายราเชน ศิลปรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบิน ด้านวิชาการ นายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติ และคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ข้าราชการจากหน่วยงานในพื้นที่ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างบุญสร้างกุศลเข้าร่วมในพิธีด้วย 

    โอกาสนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มอบเงินบำรุงการศึกษาให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา วัดแจ้งแสงอรุณ และ โรงเรียนสกลนครพัฒนศึกษา เพื่อสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาคุณภาพเยาวชนอีกด้วย
     
    สำหรับการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ มียอดเงินทำบุญ จำนวน 3,252,100.23 บาท ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ได้ร่วมทำบุญมหากุศล อันเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนา รักษาคุณค่าของประเพณีการทอดกฐินสืบไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/923444&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nUPetX6Z9KUI1Z3Qw27Ug

  • หลักสูตรออนไลน์ “Money for Teen” ปลุกพลังวัยรุ่นไทย เข้าใจเรื่องการเงิน

    หลักสูตรออนไลน์ “Money for Teen” ปลุกพลังวัยรุ่นไทย เข้าใจเรื่องการเงิน

    การศึกษา

    หลักสูตรออนไลน์ “Money for Teen” ปลุกพลังวัยรุ่นไทย เข้าใจเรื่องการเงิน

    วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.45 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    หลักสูตรออนไลน์ “Money for Teen” ปลุกพลังวัยรุ่นไทย เข้าใจเรื่องการเงิน

    คุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์ “โค้ชหนุ่ม” The Money Coach ร่วมกับ คุณพุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย)  พร้อมด้วย ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) , คุณจรูญศรี แจบไธสง รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), คุณวรรณรวี เจียร์สุคนธ์ ผู้จัดการทั่วไป The Money Coach (ที่ 2 จากขวา) และคุณเบลล์ – ยุภาพร ฤทธิญาณ (คุณแม่น้องชูใจ) อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เปิดตัว “Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น” หลักสูตรการเงินในรูปแบบออนไลน์ เพื่อปลูกฝังวินัยทางการเงินให้กับเยาวชนตั้งแต่วัยเยาว์ และส่งเสริมการบูรณาการความรู้เรื่องเงินเข้าสู่ระบบการศึกษาไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสู่ความมั่นคงทางการเงินและการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในอนาคต ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค

    โดยภายในงานมีเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “การเงินสอนลูกได้ไม่ต้องรอ” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์จริงในการปลูกฝังทักษะทางการเงินแก่เยาวชน ตลอดจนกิจกรรมเล่นบอร์ดเกมการเงิน Wishlist จัดสรรเงินเติมความฝัน ซึ่งพัฒนาภายใต้ความร่วมมือของ Sea (ประเทศไทย) และพันธมิตร เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้ทักษะทางการเงินส่วนบุคคลอย่างสนุกสนานผ่านบอร์ดเกม

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/451758&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Da0Kespgucvf-CjEJ-YvL

  • พระราชกรณียกิจพระพันปีหลวง กับบทบาทด้านการศึกษาเพื่อเยาวชนไทย

    พระราชกรณียกิจพระพันปีหลวง กับบทบาทด้านการศึกษาเพื่อเยาวชนไทย

    พระราชกรณียกิจพระพันปีหลวง กับบทบาทด้านการศึกษาเพื่อเยาวชนไทย

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชาติ และทรงเห็นว่าผลของการศึกษาในวันนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ จึงทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการศึกษามาอย่างยาวนาน โดยมีเป้าหมายให้เยาวชนของชาติได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ

    หนึ่งในโครงการสำคัญคือทรงพระราชทานทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องผ่านองค์กรต่าง ๆ เช่น สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งได้มีการมอบทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจนเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมหลายระดับชั้น ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับอุดมศึกษา รวมถึงอาชีวศึกษา ทุนเหล่านี้ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสร้างโอกาสให้เยาวชนจำนวนมากสามารถศึกษาต่อจนจบหลักสูตร

    นอกจากนี้ ทรงให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะกับกลุ่มชาวไทยภูเขาและพื้นที่ทุรกันดาร ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนเริ่มแรกในการจัดสร้างโรงเรียนสำหรับชาวไทยภูเขา เช่น โรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ 1 สำหรับชาวไทยภูเขาเผ่าเย้า ที่บ้านห้วยขาน ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และทรงมอบให้กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนดูแลในระยะแรก

    ปัจจุบันได้โอนมาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และจัดการเรียนการสอนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น อีกทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อสร้างอาคารหลังใหม่ให้แก่ โรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ 2 สำหรับเด็กชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ลูกหลานในท้องถิ่นได้รับความรู้โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งถิ่นฐาน

    ทั้งนี้ พระมหากรุณาธิคุณยังแผ่ไพศาลไปยังเยาวชนผู้ด้อยโอกาสอย่างกว้างขวาง โดยทรงรับนักเรียนยากจนขาดโอกาสทางการศึกษาที่ทรงพบด้วยพระองค์เองระหว่างเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ราว 2,000 คน ซึ่งทรงให้ความช่วยเหลือด้านทุนการศึกษาและติดตามดูแลความเป็นอยู่จนจบการศึกษา

    ไม่เพียงเท่านั้น พระมหากรุณาธิคุณยังครอบคลุมไปถึงเด็กพิการ โดยทรงส่งเสริมให้เด็กกลุ่มนี้ได้เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนการศึกษาพิเศษตามความถนัดและความสามารถ เพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองได้ในอนาคต

    พร้อมกันนี้ ทรงส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับวิชาการสมัยใหม่ โดยผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เยาวชนที่มีฝีมือทางศิลปะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานของราษฎรยากจน ได้รับการฝึกหัดงานหัตถกรรมไทยแขนงต่าง ๆ เช่น การทอผ้าไหม การปั้น และการจักสาน ณ ศูนย์ศิลปาชีพ

    และทรงมุ่งหวังให้เยาวชนเหล่านี้สามารถอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ ควบคู่ไปกับการมีอาชีพที่มั่นคง สร้างความสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางวิชาการและการรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่คู่กับเยาวชนไทยต่อไปอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/royal/642347&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YGoR3nKtIPU4IVPA10pC-

  • รมว.ท่องเที่ยวฯยืนยันไทยเดินหน้าจัดซีเกมส์ตามกำหนดเดิม ปรับพิธีเปิด-ปิดให้เหมาะสม : อินโฟเควสท์

    รมว.ท่องเที่ยวฯยืนยันไทยเดินหน้าจัดซีเกมส์ตามกำหนดเดิม ปรับพิธีเปิด-ปิดให้เหมาะสม : อินโฟเควสท์

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังสำนักพระราชวังมีประกาศเรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของปวงชนชาวไทย และย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจของประชาชน รวมทั้งนักกีฬาไทยเป็นอย่างมาก

    “การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ ยังคงต้องดำเนินการต่อไปให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ จากมติคณะรัฐมนตรีที่มีมติให้ลดและงดกิจกรรมรื่นเริงในช่วงนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะดำเนินการปรับรูปแบบพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น”

    รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการแข่งขันกีฬาที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ อาทิ ฟุตบอลไทยลีก ยืนยันว่า จะไม่มีการงดหรือเลื่อนการแข่งขันแต่อย่างใด แต่จะมีการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมโดยเพิ่มกระบวนการร่วมแสดงความอาลัย และลดกิจกรรมหรือองค์ประกอบที่มีลักษณะบันเทิงลง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเหมาะสมในช่วงเวลานี้

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/540087&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13GxSaOfZpbNOXLvYIgPmp

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ ยัน “ซีเกมส์ 2025” ยังจัดตามกำหนด แต่ลดกิจกรรมรื่นเริง

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ยัน “ซีเกมส์ 2025” ยังจัดตามกำหนด แต่ลดกิจกรรมรื่นเริง

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่า การเสด็จสวรรคตขอ งสมเด็จพระพันปีหลวง คือความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่การแข่งขัน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนธันวาคมนี้ ยังคงเดินหน้าจัดตามกำหนดเดิม

    อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศความอาลัย และมติคณะรัฐมนตรี กระทรวงฯ จะดำเนินการ ปรับรูปแบบพิธีเปิดและพิธีปิดให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการงดหรือลดกิจกรรมที่มีลักษณะรื่นเริงลง

    สำหรับการแข่งขันกีฬาที่กำลังดำเนินอยู่ เช่น ฟุตบอลไทยลีก จะไม่มีการงดหรือเลื่อน แต่จะมีการ เพิ่มกระบวนการแสดงความอาลัย และลดองค์ประกอบบันเทิง เพื่อให้สมพระเกียรติและเหมาะสมกับกาลเทศะ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000101946&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2D8PgnE8b7WsZ_BmaCjEiS

  • ‘อรรถกร’ ยืนยัน ‘ซีเกมส์ 2025’ ไม่เลื่อน กำชับพิธีเปิดอาจปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม

    ‘อรรถกร’ ยืนยัน ‘ซีเกมส์ 2025’ ไม่เลื่อน กำชับพิธีเปิดอาจปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่จะแข่งในประเทศไทย ระหว่าง 9-20 ธันวาคม 2568 จะไม่มีการเลื่อนหรือยกเลิก แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนพิธีเปิดให้เหมาะสม

    เนื่องจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568

    ล่าสุดนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังสำนักพระราชวังมีประกาศเรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ว่ เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของปวงชนชาวไทย และย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจของประชาชน รวมทั้งนักกีฬาไทยเป็นอย่างมาก

    อย่างไรก็ตาม การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ ยังคงต้องดำเนินการต่อไปให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้

    ทั้งนี้ จากมติคณะรัฐมนตรีที่มีมติให้ลดและงดกิจกรรมรื่นเริงในช่วงนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะดำเนินการปรับรูปแบบพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการแข่งขันกีฬาที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ อาทิ ฟุตบอลไทยลีก ยืนยันว่าจะไม่มีการงดหรือเลื่อนการแข่งขันแต่อย่างใด แต่จะมีการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมโดยเพิ่มกระบวนการร่วมแสดงความอาลัย และลดกิจกรรมหรือองค์ประกอบที่มีลักษณะบันเทิงลง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเหมาะสมในช่วงเวลานี้

    ขณะที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ขอความร่วมมือจากสโมสรสมาชิกทุกองค์กร ในการแสดงความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ สำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลของสมาคมฯ โดยให้ถือปฏิบัติดังนี้

    1. ให้มีการยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที ก่อนเริ่มการแข่งขัน พร้อมแสดง ภาพถวายความอาลัย บนจอภายในสนาม
    2. ให้นักกีฬา เจ้าหน้าที่ทีม และผู้ตัดสิน ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน สวมปลอกแขนสีดำ ด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อเป็นการไว้ทุกข์
    3. ให้สโมสรแจ้งขอความร่วมมือกับผู้เข้าชมการแข่งขัน งดใช้อุปกรณ์เชียร์ที่ส่งเสียงดัง เช่น กลอง แตร หรือป้ายข้อความไม่เหมาะสม และขอให้ร่วมกันเชียร์ด้วยความสุภาพ สำรวม และเคารพต่อบรรยากาศแห่งความอาลัย

    ทั้งนี้ ให้แนวทางปฏิบัติดังกล่าว มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/884575/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sNgFvbHeh30OdcIJzQykK