Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘สีหศักดิ์’ ประชุมรมต.อาเซียน และเวทีประชาคมการเมืองฯอาเซียน

    ‘สีหศักดิ์’ ประชุมรมต.อาเซียน และเวทีประชาคมการเมืองฯอาเซียน

    ‘สีหศักดิ์’ ประชุมรมต.อาเซียน และเวทีประชาคมการเมืองฯอาเซียน

    วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 19.41 น.

    ‘รมว.สีหศักดิ์‘ เข้าร่วมการประชุมร่วมรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน

    วันที่ 25 ตุลาคม 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมร่วมรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ในห้วงของการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศสมาชิกอาเซียนและติมอร์เลสเตเข้าร่วม 

    ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ในปัจจุบัน รวมถึงพิจารณารายงานด้านภูมิเศรษฐศาสตร์อาเซียน ค.ศ. 2025 (ASEAN Geoeconomics Report: AGR 2025) ซึ่งจัดทำโดยคณะทำงานด้านภูมิเศรษฐศาสตร์อาเซียน เพื่อประเมินผลกระทบเชิงภูมิเศรษฐศาสตร์และเสนอ “ยุทธศาสตร์ภูมิเศรษฐศาสตร์อาเซียน” (ASEAN Geoeconomics Strategyไม่) 

    รัฐมนตรีฯ ชื่นชมรายงานด้านภูมิเศรษฐศาสตร์อาเซียน ค.ศ. 2025 และเห็นพ้องกับข้อเสนอแนะที่อาเซียนควรมุ่งเน้นระบบพหุภาคีนิยมและการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะการปรับปรุงความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement: ATIGA) ความตกลงการค้าเสรีกับประเทศคู่เจรจา และผลสรุปของข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ทั้งยังเน้นถึงความสำคัญในการผลักดันให้อาเซียนพิจารณาเศรษฐกิจใหม่ ๆ เช่น เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งการมีส่วนร่วมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) ในเศรษฐกิจภูมิภาคและเศรษฐกิจโลก รัฐมนตรีฯ ยังเห็นว่า ควรให้มีการติดตามการพิจารณาข้อเสนอแนะและรับฟังความเห็นจากภาคธุรกิจ เนื่องจากเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ
     

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/923468&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DDbHmIPOtEgSNDaMaxEmO

  • ส่องเทรนด์ท่องเที่ยว GEN Z ไทย วางแผนทริปยาวและไกลมากขึ้น

    ส่องเทรนด์ท่องเที่ยว GEN Z ไทย วางแผนทริปยาวและไกลมากขึ้น

    นักเดินทาง Gen Z ไทยเป็นกลุ่มหลักที่ช่วยปลุกกระแสการท่องเที่ยวไทยช่วงปลายปีนี้ โดยเลือกที่จะเดินทางต่างประเทศและใช้เวลาเพื่อดื่มด่ำกับการท่องเที่ยวมากขึ้น ข้อมูลล่าสุดจาก Airbnb ระบุว่า Gen Z ไทยค้นหาที่พักเพิ่มขึ้นมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยนักเดินทางรุ่นใหม่หันมานิยมการเดินทางระยะไกลมากขึ้น ไม่ได้เน้นเที่ยวแบบเร่งรีบ

    Gen Z ค้นหาทริปต่างประเทศเฉลี่ย 4.3 คืนต่อทริป ซึ่งนานกว่ากลุ่มมิลเลนเนียล แสดงถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการใช้เวลาและประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น

    ญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศยอดนิยมของ Gen Z ไทย โดยเป็นเมืองที่กำลังมาแรงมากที่สุด รวมถึงเมืองท่องเที่ยวชื่อดังในเอเชียอย่างไทเป (ไต้หวัน) และบาหลี (อินโดนีเซีย) ก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน ด้านฝั่งยุโรป เมืองหลัก ๆ อย่าง ปารีส โรม มิลาน และลอนดอน ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักเดินทางรุ่นใหม่มองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่คุ้มค่า อยากใช้เวลาในทริปให้ยาวขึ้น สนุกกับกิจกรรมต่างๆ และดื่มด่ำไปกับการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านการเข้าพักและเข้าร่วมกิจกรรมหรือเอ็กซ์พีเรียนบน Airbnb

    อมันพรีท บาจาจ ผู้จัดการทั่วไป ประจำอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า Gen Z ไทยกำลังสร้างนิยามการเดินทางรูปแบบใหม่ จากความสนใจในความหรูหราในราคาที่เอื้อมถึงได้และต้องการการท่องเที่ยวต่างประเทศให้ยาวนานขึ้น ไม่เร่งรีบและเลือกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางระยะไกล เช่น ญี่ปุ่น และยุโรป แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า มีความสนใจในด้านวัฒนธรรม ความคุ้มค่า และความสัมพันธ์ที่แท้จริง ไม่ว่าจะเดินทางในประเทศหรือต่างประเทศ

    ข้อมูลจาก Airbnb เผยว่า ญี่ปุ่นครองอันดับจุดหมายปลายทางที่กำลังมาแรงสำหรับ Gen Z ไทย3 ไม่ว่าจะเป็นเมืองคึกคักอย่างโอซาก้า หรือย่านดังในโตเกียวอย่าง อารากาวะ และโทชิมะ รวมถึงเกาะโอกินาวะ ไปจนถึงการสัมผัสความงดงามทางธรรมชาติอย่างภูเขาไฟฟูจิในจังหวัดชิซูโอกะ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มอบประสบการณ์หลากหลายไม่เหมือนใคร ตั้งแต่การท่องเที่ยวในยามราตรี การแช่ออนเซ็นแบบดั้งเดิม การตระเวนชิมสตรีทฟู้ด ไปจนถึงการเดินป่าเส้นทางธรรมชาติ ญี่ปุ่นจึงตอบโจทย์ Gen Z ชาวไทยที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งด้านวัฒนธรรมและการผจญภัย

    นอกจากเอเชียแล้ว นักเดินทาง Gen Z ไทยยังสนใจยุโรปมากขึ้น โดย ปารีส โรม มิลาน และลอนดอน ที่ได้รับความนิยมสูง ด้วยเสน่ห์จากงานศิลปะ แฟชั่น ประวัติศาสตร์ และอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว4

    Gen Z ไทยหันกลับมาค้นพบเสน่ห์การท่องเที่ยวในประเทศ

    แม้ว่าการท่องเที่ยวต่างประเทศจะเป็นที่นิยม แต่ Gen Z ไทยก็ยังสนใจการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเชียงใหม่ขึ้นแท่นจุดหมายปลายทางมาแรงที่สุด ด้วยเอกลักษณ์ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม คาเฟ่ และความคิดสร้างสรรค์ ในขณะที่กรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี หัวหิน และพัทยา ก็ยังคงเป็นเมืองยอดนิยมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางรุ่นใหม่ ที่อยากสัมผัสความมีชีวิตชีวาของประเทศไทย5

    Gen Z ไทยนำเทรนด์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่พิสูจน์ว่า “การท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องรีบร้อน” จากจุดหมายใกล้บ้านที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม ไปจนถึงทริปต่างประเทศในฝันครั้งหนึ่งในชีวิต การเดินทางของ Gen Z ไทยสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในการท่องเที่ยวอย่างชาญฉลาด ใช้เวลามากขึ้น และสัมผัสกับโลกใบนี้ในมุมที่ลึกซึ้งกว่าเดิม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-travel-accommodation&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-pMpLpc6sB8qFJQDF5cPN

  • ปชป.เปิดเวที”ประเทศไทยต้องการอะไรจากพรรคการเมือง” ดึง 3 ผู้นำวงการเศรษฐกิจสะท้อนปัญหาใหญ่ : อินโฟเควสท์

    ปชป.เปิดเวที”ประเทศไทยต้องการอะไรจากพรรคการเมือง” ดึง 3 ผู้นำวงการเศรษฐกิจสะท้อนปัญหาใหญ่ : อินโฟเควสท์

    นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมจัดงานสำคัญใหญ่เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “ประเทศไทยต้องการอะไรจากพรรคการเมือง” โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์

    งานดังกล่าวถือเป็นเวทีเชิงนโยบายที่เปิดโอกาสให้คณะกรรมการบริหารพรรคและทีมนโยบายของพรรคได้เข้าถึงมุมมองและความคาดหวังของประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้นำทางความคิดในแวดวงเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ที่พรรคฯ ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน มาร่วมถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนมุมมองถึงสถานะและอนาคตประเทศไทยอย่างตรงไปตรงมา ประกอบด้วย

    • ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีความโดดเด่นในฐานะนักคิดและผู้นำเสนอแนวคิดการปฏิรูปการเมืองเชิงหลักการ ที่ยึดมั่นใน 3 เสาหลัก คือ นโยบายที่ดี (Good Policy) การเมืองที่ดี (Good Politics) และคนที่ดี (Good People) เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการเมืองไทย
    • นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เป็นนักการเงินและนักคิดนอกกรอบ ที่สามารถเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส และในส่วนของภาคธุรกิจเชิงโครงสร้าง
    • นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและซีอีโอกลุ่ม บมจ. คอร์ปอเรชั่น ]WHA] ที่เป็นผู้นำด้านนิคมอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์แห่งอนาคต เปลี่ยนธุรกิจสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะการพัฒนาระบบ นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (SMART Eco Industrial Estate) และบุกเบิก WHA Mobility (Built-to-Suit EV Ecosystem) เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตระดับโลกเข้าสู่ประเทศไทย

    โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า งานดังกล่าวเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ ที่ต้องการให้สังคมได้เห็นถึงภารกิจที่สำคัญที่สุดของพรรคการเมือง คือการมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาของประเทศชาติบ้านเมืองเป็นหลักใหญ่ ซึ่งปัจจุบันพบว่ากลับมีพรรคการเมืองน้อยรายที่กล่าวถึงภาพใหญ่และมองเห็นสถานะที่แท้จริงของประเทศอย่างชัดเจน การเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 3 ท่านจึงเป็นการสะท้อนให้กรรมการบริหารพรรคเห็นว่าทิศทางของประเทศไทยควรเดินไปข้างหน้าอย่างไร ทั้งยังต้องการให้สังคมเห็นว่านักการเมืองก็สามารถเป็นผู้รับฟัง ที่จะเปลี่ยนเวทีการเมืองจากสนามของนักพูด ให้เวทีของการทำความเข้าใจร่วมและเป็นโอกาสให้นักการเมืองได้รับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ผ่านการสะท้อนความคาดหวังและบทบาทของพรรคการเมืองจากผู้นำทางความคิดในสังคม

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/540047&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xujeJ5U_PJw2NlXzBwFH5

  • ครม. ไม่ห้ามเอกชนจัดกิจกรรมรื่นเริง ขอแค่ปรับรูปแบบให้เหมาะสม

    ครม. ไม่ห้ามเอกชนจัดกิจกรรมรื่นเริง ขอแค่ปรับรูปแบบให้เหมาะสม

    ครม. ไม่ห้ามเอกชนจัดกิจกรรมรื่นเริง ขอแค่ปรับรูปแบบให้เหมาะสม

    วันนี้ (25 ตุลาคม 2568) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ได้มีมติให้ภาคเอกชนงดกิจกรรมรื่นเริงเป็นเวลา 30 วัน นั้น ไม่เป็นความจริง

    ทั้งนี้ในการประชุม ครม. ดังกล่าว เป็นการประชุมเพื่อรับทราบ ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต และพิจารณาแนวทางการดำเนินการไว้ทุกข์ของส่วนราชการ โดยมีมติให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์มีกำหนด 1 ปี และให้สถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 68 เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวในที่ประชุมและในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลขอความร่วมมือ ให้พี่น้องประชาชนและภาคเอกชน พิจารณาปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับบรรยากาศแห่งความอาลัย โดยมิได้มีคำสั่งห้ามหรือมติให้ระงับกิจกรรมใดเป็นการเฉพาะ

    “รัฐบาลมีความเข้าใจว่าภาคธุรกิจบันเทิง การท่องเที่ยว และการบริการมีการวางแผนกิจกรรมล่วงหน้าไว้แล้ว จึงขอให้ใช้ดุลยพินิจ ปรับรูปแบบให้เหมาะสม และสมพระเกียรติ เพื่อแสดงออกถึงความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

    น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำคือ การร่วมแสดงความอาลัยด้วยจิตสำนึกแห่งความรัก ความเคารพ และความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ โดยรัฐบาลไม่ได้มีเจตนาจะจำกัดเสรีภาพทางเศรษฐกิจหรือกิจกรรมทางสังคมของเอกชนแต่อย่างใด

    “รัฐบาลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทย ร่วมตั้งจิตภาวนา แสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขอให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์สถิตในสรวงสวรรค์ และทรงอภิบาลคุ้มครองพสกนิกรชาวไทยให้มีความผาสุกร่มเย็นภายใต้ร่มพระบารมีตลอดไป” น.ส.ไตรศุลี กล่าว 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/642340&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fcN1qyiKKoysHYEXof8Pp

  • ราคาน้ำมันวันนี้2568 (25 ต.ค. 68) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันวันนี้2568 (25 ต.ค. 68) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันวันนี้2568 (25 ต.ค. 68) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันวันนี้2568ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 30 สตางค์ต่อลิตร

    และราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลลง 50 สตางค์ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 68

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นวันนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 43.44 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 30.94 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 30.94 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันวันนี้2568 (25 ต.ค. 68) ปตท. บางจาก อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2565 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/642293&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CIG9kNUj6q4qf0kCzjmhQ

  • ทำเนียบลดธงครึ่งเสาไว้อาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’  | เดลินิวส์

    ทำเนียบลดธงครึ่งเสาไว้อาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’  | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5237492/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zBal87h-xq3Sr48JLjxnf

  • ‘ศิลปาชีพ’ พระพันปีหลวง น้อมรำลึกราชินีแห่งไหมไทย ต้นแบบอนุรักษ์ผ้าไทย

    ‘ศิลปาชีพ’ พระพันปีหลวง น้อมรำลึกราชินีแห่งไหมไทย ต้นแบบอนุรักษ์ผ้าไทย

    “…ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอมาว่า คนไทย มีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา หรืออาชีพใด อยู่สารทิศใดคนไทยมีความละเอียดอ่อน และไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้เขาได้โอกาสฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้…”

    พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2532

    พระราชดำรัส สมเด็จพระพันปีหลวง ช่างฝีมืออยู่ทุกคน ศิลปะ

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกลในการสร้างรากฐานของประชาชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นการส่งเสริมอาชีพและความมั่นคงให้แก่พสกนิกรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ส่งผลให้เกิดความมั่นคงทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไปและสืบต่อจนปัจจุบัน ก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันให้ราษฎรได้มีอาชีพที่มั่นคง และมีความอบอุ่นในครอบครัว ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปประกอบอาชีพที่อื่น

    พระราชดำรัส สมเด็จพระพันปีหลวง ช่างฝีมืออยู่ทุกคน ศิลปะ

    ‘ศิลปาชีพ’ เป็นงานสําคัญที่เกิดขึ้นเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงงานช่วยเหลือประชาชนในชนบทอย่างใกล้ชิด ด้วยความละเอียดและประณีตของพระองค์ ได้ทรงสังเกตเห็นว่า หัตถกรรมพื้นบ้านที่มีอยู่ในท้องถิ่นต่างๆ นั้น ล้วนแต่มีคุณค่าและมีความงดงามซ่อนอยู่ อันเป็นเอกลักษณ์ประจําในแต่ละท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา ที่ชาวบ้านทําขึ้นใช้เองในการดํารงชีวิต ด้วยสายพระเนตรที่กว้างไกล 

    จึงทรงเห็นว่า ถ้าได้มีการส่งเสริมและพัฒนางานด้านศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านอย่างจริงจังแล้ว จะเกิดประโยชน์ถึงสองทาง คือ ประการแรก เป็นการช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้าน และประการที่สอง คือ เป็นการอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้านโบราณ อันเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติไทยให้คงอยู่ต่อไป

    พระราชดำรัส สมเด็จพระพันปีหลวง ช่างฝีมืออยู่ทุกคน ศิลปะ

    ด้วยเหตุนี้เอง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงทรงก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2519 เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ยากไร้ในชนบท โดยการส่งเสริมอาชีพเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 

    ขณะเดียวกัน ยังเป็นการอนุรักษ์งานศิลปะหัตถศิลป์พื้นบ้าน ที่มีความงดงามหลากหลายสาขาไม่ให้สูญหาย เช่น การปั้น การทอ และการจักสาน สนับสนุนอาชีพทางด้านหัตถกรรมไหมลวดลายต่าง ๆ มาตั้งแต่ปี 2513 จนเป็นที่แพร่หลายอย่างกว้างขวางและเป็นที่มาของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 

    พระราชดำรัส สมเด็จพระพันปีหลวง ช่างฝีมืออยู่ทุกคน ศิลปะ

    พระองค์ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมไทยในทุกโอกาส เพื่อทรงเป็นแบบอย่าง เนื่องด้วยมีพระราชนิยมเรื่องการใช้ผ้าไทยมาตั้งแต่ครั้งทรงเป็นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร และทรงงานด้านหม่อนไหมด้วยพระวิริยอุตสาหะมาโดยตลอด และมีพระราชดำริว่า สมควรจะมีหน่วยงานหลักที่จะรับผิดชอบ ดูแลการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม รักษาพันธุ์ไหมพื้นเมืองซึ่งมีเอกลักษณ์ของไทย การย้อมสีธรรมชาติ 

    ตลอดจนสนับสนุนการทอผ้าไหมไว้อย่างครบวงจร ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไหม ทอผ้าไหม ได้มีอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้พึ่งพาตนเองได้ จึงทรงเป็น ‘พระมารดาแห่งไหมไทย’ ชื่อดังไกลก้องโลก 

    พระราชดำรัส สมเด็จพระพันปีหลวง ช่างฝีมืออยู่ทุกคน ศิลปะ

    ปัจจุบัน มูลนิธิฯ มีศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 300 แห่ง ทุกแห่งล้วนประสบความสําเร็จเป็นอย่างดี ได้โอบอุ้ม ช่วยเหลือชาวนาชาวไร่ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถส่งลูกหลานได้เรียนหนังสือและครอบครัวมีชีวิตที่ดี เป็นการขยายโอกาสและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ราษฎร ด้วยผลิตภัณฑ์อันวิจิตรบรรจงที่ยังคงสืบสานวัฒนธรรมอันเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศชาติตลอดไป

    ปวงชนชาวไทย…น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ‘สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

    น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ผู้ทรงอุทิศพระวรกายตลอดหลายทศวรรษ เพื่อยกระดับชีวิตและศักดิ์ศรีของราษฎร ทรงเป็นแรงบันดาลใจแห่งความเสียสละ ความเมตตา และการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้แผ่นดินไทย ‘อยู่ดี มีสุข’ ตามพระราชปณิธานตลอดกาล…

    อ้างอิงข้อมูลและภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/queen-mother-royal-speech-thai-craftsmanship-art-pride/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WACgL2ak4pMxMdfpxp770

  • ทรัมป์มุ่งหน้าสู่เอเชียเพื่อร่วมสองประชุมสำคัญและร่วมวงเจรจากับสีจิ้นผิง

    ทรัมป์มุ่งหน้าสู่เอเชียเพื่อร่วมสองประชุมสำคัญและร่วมวงเจรจากับสีจิ้นผิง

    เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2568 กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินทางมุ่งหน้าสู่การเยือนเอเชียครั้งสำคัญที่มีทั้งการประชุมสุดยอดของภูมิภาคและโต๊ะเจรจาที่โลกจับตามอง กับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน

    ทรัมป์เตรียมพบกับสีจิ้นผิงที่เกาหลีใต้ในวันสุดท้ายของการเดินทาง โดยมีเป้าหมายที่จะบรรลุข้อตกลงทุกอย่างเพื่อยุติสงครามการค้าอันขมขื่นระหว่างสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

    ชายวัย 79 ปีผู้นี้จะเดินทางเยือนมาเลเซียและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการเดินทางเยือนเอเชียครั้งแรกของเขานับตั้งแต่กลับมาครองทำเนียบขาวได้อีกวาระเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียดจากมาตรการภาษีศุลกากรและการทำข้อตกลงทางภูมิรัฐศาสตร์

    เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ทรัมป์จะลงนามข้อตกลงทางเศรษฐกิจหลายฉบับ เพื่อให้ชาวอเมริกันได้กลับสู่ภาวะคึกคักทางเศรษฐกิจโลก

    มีกระแสพูดถึงความเป็นไปได้ในการพบปะกับคิมจองอึน ของเกาหลีเหนือ ในช่วงที่ทรัมป์อยู่ในเกาหลีใต้เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาค

    แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า “ยังไม่อยู่ในกำหนดการ” แม้ว่าผู้นำทั้งสองแสดงออกว่าต้องการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ซึ่งพวกเขาเคยสร้างไว้ในช่วงสมัยแรกของทรัมป์

    จุดหมายปลายทางแรกของทรัมป์คือมาเลเซีย ซึ่งเขาจะเดินทางมาถึงในวันอาทิตย์นี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งเป็นการประชุมที่ทรัมป์ไม่ได้เข้าร่วมหลายครั้งในช่วงดำรงตำแหน่งสมัยแรก

    ทรัมป์เตรียมลงนามข้อตกลงการค้ากับมาเลเซีย แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาจะดูแลการลงนามในข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา โดยไม่ละทิ้งความมุ่งมั่นในการคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้ได้

    มีรายงานว่า ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล อาจพบกับทรัมป์นอกรอบการประชุมสุดยอด เพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่สูญเสียไปเพราะความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน

    จุดหมายปลายทางต่อไปของทรัมป์คือโตเกียว ซึ่งเขาจะเดินทางไปถึงในวันจันทร์ และเขาจะพบกับซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นในวันอังคาร

    ญี่ปุ่นรอดพ้นจากภาษีศุลกากรที่เลวร้ายที่สุดที่ทรัมป์เรียกเก็บจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อยุติสิ่งที่เขาเรียกว่าดุลการค้าที่ไม่เป็นธรรมซึ่งกำลังฉ้อโกงสหรัฐอเมริกา

    แต่ไฮไลท์ของการเดินทางครั้งนี้คาดว่าจะอยู่ที่เกาหลีใต้ โดยทรัมป์มีกำหนดเดินทางถึงเมืองท่าปูซานทางตอนใต้ในวันพุธ ก่อนการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค)

    ทรัมป์จะพบกับประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง ของเกาหลีใต้, กล่าวปราศรัยในงานเลี้ยงอาหารกลางวันกับผู้นำภาคธุรกิจของเอเปค และพบปะกับผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมสุดยอดเอเปคที่เมืองคย็องจู

    ในวันพฤหัสบดี ทรัมป์จะได้พบกับสี จิ้นผิง เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งวาระสอง

    ตลาดโลกจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าทั้งสองจะสามารถหยุดยั้งสงครามการค้าที่เกิดจากมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรครั้งใหญ่ของทรัมป์เมื่อต้นปีนี้ได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากข้อพิพาทเรื่องมาตรการควบคุมแร่ธาตุหายากของรัฐบาลปักกิ่ง

    ในตอนแรกทรัมป์ขู่ว่าจะยกเลิกการประชุมและกำหนดมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรใหม่สำหรับข้อพิพาทด้านแร่ธาตุสำคัญ แต่เปลี่ยนใจและพร้อมจะเดินหน้าต่อไป

    “ประธานาธิบดีสนใจที่จะหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจมากที่สุด” เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ กล่าว

    ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า หัวข้อแรกในวาระการประชุมกับสีจิ้นผิงคือเฟนทานิล เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลปักกิ่งควบคุมการค้ายาเสพติดและปราบปรามแก๊งค้ายาเสพติดในละตินอเมริกา

    สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาของทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ว่า การเจรจาระหว่างประธานาธิบดีสีจิ้นผิงกับประธานาธิบดีทรัมป์เป็นการกระทำที่เสี่ยงของผู้นำสหรัฐฯ เนื่องจากจะเกิดผลกระทบมหาศาลหากการเจรจาล้มเหลว โดยเรียกมันว่า “การโยนลูกเต๋าเหล็ก”

    แต่นักวิเคราะห์เตือนว่าอย่าคาดหวังความก้าวหน้าใดๆ

    ไรอัน แฮสส์ นักวิจัยอาวุโสของสถาบันบรูคกิงส์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จะเป็นไปตามข้อมูลการดำเนินงานที่มีอยู่ มากกว่าที่จะเป็นจุดเปลี่ยนใดๆในความสัมพันธ์.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/abroad-news/884448/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yMj3g-gDb59GOU5ZxetRc

  • “อนุทิน” ลุยกระบี่ มอบนโยบายท้องถิ่น ย้ำ “กระบี่ต้องโกอินเตอร์” เมืองปลอดภัย ปลอดสิ่งเสพติด สร้างรายได้ยั่งยืน | TOPNEWS

    “อนุทิน” ลุยกระบี่ มอบนโยบายท้องถิ่น ย้ำ “กระบี่ต้องโกอินเตอร์” เมืองปลอดภัย ปลอดสิ่งเสพติด สร้างรายได้ยั่งยืน | TOPNEWS

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2568  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ มอบนโยบายการขับเคลื่อนงานเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ อาคารแพลตตินั่ม ฮอลล์ อำเภอเมืองกระบี่ โดยมีคณะรัฐมนตรีหลายท่านร่วมลงพื้นที่ อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และผู้แทนภาคส่วนต่าง ๆ ให้การต้อนรับอย่างคึกคัก

    นายอนุทินกล่าวมอบนโยบายว่า จังหวัดกระบี่เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง และจะต้องพัฒนาให้ก้าวหน้าไม่เป็นรองจังหวัดใด โดยเฉพาะภูเก็ต พร้อมผลักดันให้กระบี่เติบโตด้วยตนเอง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจฐานราก โดยเน้นย้ำให้เร่งรัดโครงการสำคัญอย่าง “สะพานข้ามเกาะลันตา” เพื่อส่งเสริมการเดินทาง การค้า และการลงทุนในพื้นที่ให้สะดวกมากยิ่งขึ้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ “ทุกจังหวัดเป็นพื้นที่สร้างรายได้” ที่นักท่องเที่ยวมาแล้วรู้สึกปลอดภัย พร้อมกำชับการทำงานตามแนวทาง “พูดแล้วทำ – สั่งวันนี้ต้องเสร็จเมื่อวาน” เพื่อให้ผลงานในช่วง 4 เดือนแรกของรัฐบาลเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ว่าไม่ใช่การแจกเงิน แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้ประชาชนใช้จ่ายร่วมกับภาครัฐเพื่อสร้างการหมุนเวียนเงินในระบบ พร้อมคาดการณ์ว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้กว่า 100,000 ล้านบาทในช่วง 2 เดือน พร้อมเน้นย้ำแนวทางสร้าง “กระบี่เมืองปลอดภัย” ด้วยการขจัดอาชญากรรม ป้องกันยาเสพติด และผลักดันให้กระบี่เป็นศูนย์กลางสุขภาพ (Health Hub) ด้าน Medical Tourism รองรับนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อยกระดับจังหวัดให้ “โกอินเตอร์” สู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน.

    ประดิษฐ์ รอดเกิด ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.กระบี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1367878&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sjx6E-QUzX0h07btinHPZ

  • ฐานทัพ ผนึกอินเดีย คว้าแชมป์ชายคู่ ไอทีเอฟ เวิลด์ ทัวร์ หัวหิน 2025

    ฐานทัพ ผนึกอินเดีย คว้าแชมป์ชายคู่ ไอทีเอฟ เวิลด์ ทัวร์ หัวหิน 2025

    “ฐานทัพ สุขสำราญ คู่กับ ซาย คาร์ทีก เรดดี้ กันตา นักหวดอินเดีย ครองแชมป์ชายคู่ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ M15 หัวหิน หลังชนะคู่มือวางอันดับ 1 ของรายการสุดดุเดือด 2-1 เซต

    การแข่งขันเทนนิสชายรายการ แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ระดับ M15 ณ อารีน่า หัวหิน สปอร์ตคลับ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 516,000 บาท จัดขึ้นพร้อมพิธีน้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568

    รอบชิงชนะเลิศ ประเภทชายคู่ คู่มือวางอันดับ 2 ของรายการ “แซค” ฐานทัพ สุขสำราญ นักหวดไทย ร่วมกับ ซาย คาร์ทีก เรดดี้ กันตา จากอินเดีย ผนึกกำลังเอาชนะคู่มือวางอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ชินจิ ฮาซาวะ และ ลีโอ วิฑูรย์เธียร ด้วยสกอร์ 2-1 เซต 6-3, 4-6 และซูเปอร์ไทเบรก 10-7

    ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ ฐานทัพ และ ซาย คาร์ทีก ครองตำแหน่งชนะเลิศ รับเงินรางวัลรวม 930 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 31,992 บาท พร้อมคะแนนสะสมอันดับโลกคนละ 15 คะแนน ขณะที่คู่ญี่ปุ่นรับตำแหน่งรองชนะเลิศ รับเงินรางวัลรวม 540 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 18,576 บาท และคะแนนสะสม 8 คะแนนต่อคน

    ในประเภท ชายเดี่ยว รอบรองชนะเลิศ อาเธอร์ เวเบอร์ จากฝรั่งเศส มือวางอันดับ 1 และมือ 485 ของโลก เอาชนะ ไอแซค เบครอฟต์ จากนิวซีแลนด์ มือ 971 ของโลก 6-1 ทั้งสองเซต ส่วนอีกคู่ อิกอร์ มาร์คอนเดส จากบราซิล มือวาง 2 และมือ 609 ของโลก เอาชนะ หลุยส์ ลารู จากฝรั่งเศส มือ 1130 ของโลก 6-3 ทั้งสองเซต

    ดังนั้น รอบชิงชนะเลิศชายเดี่ยว จะเป็นการพบกันระหว่าง อาเธอร์ เวเบอร์ จากฝรั่งเศส และ อิกอร์ มาร์คอนเดส จากบราซิล ซึ่งแฟนเทนนิสสามารถติดตามชมการแข่งขันได้อย่างใกล้ชิด

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/92923/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eFzhkqzaKkrEkcNhuTUga