Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “ไทย” หารือมาเลเซีย ชูความพร้อมสินค้าเกษตรไทยหนุนมั่นคงอาหาร

    “ไทย” หารือมาเลเซีย ชูความพร้อมสินค้าเกษตรไทยหนุนมั่นคงอาหาร

    วันนี้ (26 ต.ค.2568) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมหารือทวิภาคีกับเตงกู ซาฟรุล เตงกู อับดุล อาซิซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ในห้วงการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย สองฝ่ายเห็นพ้องร่วมมือผลักดันการค้า ชูความพร้อมสินค้าเกษตรไทยหนุนความมั่นคงทางอาหารโลก และจับมือมาเลเซียผลักดันการเจรจาทบทวน FTA อาเซียน-อินเดียให้นำไปสู่การเปิดตลาดและลดอุปสรรคให้มากยิ่งขึ้น

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์

    ฝ่ายไทยได้แจ้งถึงความพร้อมในการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าในมิติต่างๆ ร่วมกันให้มากยิ่งขึ้น โดยเสนอใช้ศักยภาพด้านการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของแต่ละฝ่าย หนุนเสริมความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาคและโลกที่อาจเผชิญกับผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก สงครามหรือโรคระบาด โดยไทยพร้อมส่งออกสินค้าเกษตรและเป็นแหล่งวัตถุดิบให้แก่มาเลเซียโดยเฉพาะสินค้ายางพารา หอมแดง และสินค้าปศุสัตว์

    รมว.พาณิชย์ กล่าวได้เน้นย้ำเรื่องการขยายการค้าไปยังตลาดอินเดีย โดยการใช้ประโยชน์จากการลดภาษีภายใต้ FTA อาเซียน-อินเดีย ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาทบทวนความตกลงระหว่างกัน โดยขอให้มาเลเซียในฐานะประธานการเจรจา ผลักดันการเจรจาให้สามารถสรุปผลได้ตามเป้าหมายภายในปีนี้ โดยเฉพาะการลดข้อจำกัดทางการค้า ตลอดจนเพิ่มการอำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบต่างๆ ให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์และส่งออกสินค้าไปยังตลาดอินเดียได้อย่างแท้จริง

    เตงกู ซาฟรุล เตงกู อับดุล อาซิซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย

    เตงกู ซาฟรุล เตงกู อับดุล อาซิซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย

    เตงกู ซาฟรุล เตงกู อับดุล อาซิซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย

    ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันในการจัดประชุมด้านเศรษฐกิจการค้าสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบการประชุมคณะกรรมการร่วมการค้า (JTC) ไทย-มาเลเซีย โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป เพื่อหารือแนวทางขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และอำนวยความสะดวกทางการค้า การค้าชายแดน การเชื่อมโยงด้านการขนส่ง และอาหารฮาลาล ซึ่งจะช่วยถึงเพิ่มมูลค่าการค้าให้บรรลุเป้าหมาย 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570

    ปัจจุบัน มาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 4 ของไทยในโลก และอันดับที่ 1 ของไทยในอาเซียน และเป็นคู่ค้าชายแดนสำคัญอันดับ 1 ของไทย ภาพรวมการค้าระหว่างไทยกับมาเลเซียในปี 2567 มีมูลค่า 26,055.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 12,335.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 13,720.64 โดยไทยขาดดุล 1,385.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    การประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

    การประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

    การประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

    ทั้งนี้ การค้าชายแดนมีสัดส่วน 35.60% ของการค้ารวมไทย-มาเลเซีย สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้า สินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดิบ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ก๊าซธรรมชาติ

    อ่านข่าว:

     “ผ้าไทย” จากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ สานภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับโลก

    ประชานิยมได้เปรียบการเลือกตั้ง ดุสิตโพล เผย ปชช.เข้าคนละครึ่ง มากกว่า “คนละครึ่งพลัส”

    ชงนบข.เคาะมาตรการดูแลข้าวนาปี ดึง อคส.-อตก.-ธ.ก.ส. รับซื้อราคานำตลาด เป้า 3ล้านตัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/357925&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zVKpaEq9PM0csRWDFspBU

  • “ผ้าไทย” จากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ สานภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับโลก

    “ผ้าไทย” จากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ สานภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับโลก

    หากพูดถึง “ผ้าไทย “ เชื่อได้ว่าหลายคนคงจิตนาการว่าเป็นชุดที่ดูล้าสมัย เหมาะกับคนทำงานที่เกี่ยวกับหน่วยงานราชการหรืองานพิธีการเท่านั้น ทำให้ผ้าไทยถูกจำกัดแค่คนใส่เฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันผ้าไทย กำลังได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ที่นำผ้าไทยมาออกแบบให้ทันสมัยเหมาะกับกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น สามารถสวมใส่ได้หลากหลานโอกาส ทั้งงานพิธีการ งานกึ่งทางการ หรือแม้แต่สวมใส่ในการท่องเที่ยว

     และยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ผ้าไทยสามารถเข้าถึงคนทุกกลุ่ม กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้จุดประกายไฟให้วงการแฟชั่นไทยอีกครั้ง กับการเปิดตัวโครงการประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ ประจำปี 2568 หรือ “Young Designer 2025” ซึ่งเป็นเวทีเฟ้นหานักออกแบบรุ่นใหม่เพื่อสร้างสรรค์ผ้าไทยตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่เป็นการเฟ้นหานักออกแบบรุ่นใหม่ที่ไม่ใช่แค่การประกวดออกแบบเสื้อผ้า แต่คือการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ ที่จะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า “ผ้าไทย” ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์ แต่พร้อมที่จะโลดแล่นไปบนทุกรันเวย์และสตรีทแฟชั่นทั่วโลก

    การรื้อฟื้นให้คนไทยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ หันมาสนใจคามเป็นไทยและสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมไทย ส่งผลให้ ธุรกิจผ้าไทย ปี 68 โตขึ้นว่า 4 เท่า มียอดจดทะเบียนตั้งใหม่เพิ่มขึ้นคิดเป็น มูลค่าทุน 684 ล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่นำผ้าไทยมาต่อยอดเชิงพาณิชย์และเชิงวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ ชี้เป็นสัญญาณดีของการสืบสานภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับโลก

    “ธุรกิจผ้าไทย” 9 เดือนโตก้าวกระโดด 406%

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจประจำเดือนก.ย. 2568 พบว่า ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผ้าไทย มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่นำผ้าไทยมาต่อยอดเชิงพาณิชย์และเชิงวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ ส่งผลให้ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-กันยายน) มีการจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งใหม่ 642 ราย เพิ่มขึ้น 515 ราย คิดเป็น 406% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 (127 ราย) และมีมูลค่าทุนจดทะเบียน 684 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 460 ล้านบาท คิดเป็น 205% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 (225 ล้านบาท)

    ทั้งนี้ การจัดตั้งธุรกิจในรอบ 9 เดือน ของปี 2568 เป็นกิจการขนาดเล็ก (SMEs) ทั้งหมด โดยมีสัดส่วนบริษัทจำกัด 425 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียน 574 ล้านบาท และห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 217 ราย มูลค่าทุน 110 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงพลังของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยและพัฒนาให้ทันสมัยสอดคล้องกับความต้องการของตลาด

    ประเทศไทยมีนิติบุคคลธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผ้าไทย จำนวนทั้งสิ้น 3,416 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 47,339 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มผลิต 651 ราย ทุนจดทะเบียน 32,939 ล้านบาท และ กลุ่มขายส่ง/ปลีก 2,765 ราย ทุนจดทะเบียน 14,400 ล้านบาท

    อธิบดีกล่าวอีกว่า หากมองย้อนหลังไป 5 ปี (2563-2567) พบว่า ธุรกิจผ้าไทยมีการเติบโตที่ผันผวนและชะลอตัวลงเล็กน้อยในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 แต่สามารถกลับมาเติบโตเมื่อการระบาดสิ้นสุด ทำการจัดตั้งใหม่ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 160 รายต่อปี โดยปี 2567 มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่จำนวน 163 ราย ทุนจดทะเบียน 275 ล้านบาท มีเงินทุนที่เพิ่มขึ้น 38% จากปี 2566 (199 ล้านบาท) โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในกลุ่มขายส่ง/ปลีก

    กระแสแฟชั่นยุคใหม่ ดัน “ธุรกิจผ้าไทย”โตพุ่ง

    “ธุรกิจผ้าไทยถือเป็นหนึ่งในธุรกิจสร้างมูลค่าสูงของประเทศ โดยมีส่วนเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งในเดือนส.ค. 2568 ไทยมีมูลค่าการส่งออกกว่า 494.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้ง กระแสแฟชั่นยุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน (Sustainability) การใช้เส้นใยธรรมชาติ และการออกแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ล้วนส่งผลให้ผ้าไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ด้านการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติมีมูลค่า 22,093 ล้านบาท โดยมีประเทศที่เข้ามาลงทุนใน 3 ลำดับแรกคือ ออสเตรีย 16,679 ล้านบาท ญี่ปุ่น 2,733 ล้านบาท และสิงคโปร์ 1,021 ล้านบาท”

    สำหรับ โอกาสของธุรกิจผ้าไทยที่ภาครัฐได้เร่งส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมผ้าไทยอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการสำคัญ อาทิ การผลักดันให้ผ้าไทยเป็น Soft Power การจัดนิทรรศการและจำหน่ายสินค้าผ้าไทย หรือโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก เพื่อสร้างกระแสการใช้ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน ในด้านการส่งเสริมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการผ่านโครงการSMART Local ME-D ที่มุ่งยกระดับผู้ประกอบการชุมชนให้สามารถเชื่อมโยงตลาดเชิงพาณิชย์และตลาดดิจิทัล พร้อมเสริมองค์ความรู้ด้านการออกแบบ การตลาด และธรรมาภิบาลธุรกิจ เพื่อให้ผ้าไทยกลายเป็น Soft Power ที่สร้างรายได้ เสริมเศรษฐกิจฐานราก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศอย่างยั่งยืน ดังนั้น ผ้าไทยไม่ใช่เพียงมรดกทางวัฒนธรรม แต่คือโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ หากได้รับการสนับสนุนและต่อยอดอย่างถูกทิศทาง ผ้าไทยจะสามารถก้าวสู่เวทีแฟชั่นระดับโลกได้อย่างภาคภูมิใจ

     ปัจจุบันสินค้าผ้า GI ทั้ง 17 รายการ กลายเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดต่างๆ มีปริมาณการผลิตรวมกว่า 280,000 ชิ้นต่อปี และสามารถสร้างรายได้สู่ชุมชนรวมกว่า 490 ล้านบาทต่อปี ตอกย้ำภาพลักษณ์สินค้า GI ซึ่งถือเป็นสินค้าคุณภาพที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ช่วยสร้างอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

    อ่านข่าว:

     เทศกาลเททอง ฉุดทองดิ่งรอบ 5 ปี เหตุดอลลาร์ “แข็ง”นักลงทุนหนีสินทรัพย์ปลอดภัย

    ส่องตลาดบ้านหรู เป็นได้ทั้งพลุ-ระเบิดเวลา

    “ชาไทย” จากท้องถิ่นสู่ตลาดโลก โอกาสใหม่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/357923&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vPBrQTc2tOZCNFgE150oS

  • ‘อรรถพล’ ชี้ ‘ไฮโดรเจน’ ทางเลือกของไทย

    ‘อรรถพล’ ชี้ ‘ไฮโดรเจน’ ทางเลือกของไทย

    เศรษฐกิจ

    ‘อรรถพล’ ชี้ ‘ไฮโดรเจน’ ทางเลือกของไทย

    วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 08.52 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ‘อรรถพล’ ชี้ ‘ไฮโดรเจน’ ทางเลือกของไทย

    ‘อรรถพล’ ชี้ ‘ไฮโดรเจน’ คือโอกาสของประเทศในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมบรรจุอยู่ในแผน PDP 

     นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ไฮโดรเจน โอกาสทางเศรษฐกิจและความอยู่รอดของประเทศไทย” ในงานสัมมนาที่จัดขึ้นโดย คณะกรรมาธิการพลังงาน วุฒิสภา โดยระบุว่า “ไฮโดรเจน” เป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่สำคัญ ท่ามกลางแรงกดดันจากสถานการณ์โลก ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจพลังงานที่ผันผวน และทิศทางที่มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ที่ทั่วโลกกำลังเร่งดำเนินการ ซึ่งกระทรวงพลังงานได้เน้นย้ำถึงความท้าทายที่ประเทศไทยต้องเผชิญ โดยเฉพาะการปรับตัวตามทิศทางโลกที่มุ่งสู่ Net Zero ซึ่งส่งผลให้ไทยต้องปรับเป้าหมายการบรรลุ Net Zero ให้เร็วขึ้นจากเดิมปี ค.ศ. 2065 เป็นปี ค.ศ. 2050 

    กระทรวงพลังงานจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์หลัก 3 ด้าน คือ ความมั่นคงทางพลังงาน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (ราคาที่เหมาะสม) และการสร้างความยั่งยืน (พลังงานคาร์บอนต่ำ) พร้อมผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ โดยการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ เช่น ไฮโดรเจนและแอมโมเนีย และ SMR ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

    สำหรับศักยภาพของไฮโดรเจนนั้น ประเทศไทยมีโอกาสสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการการใช้พลังงานจำนวนมาก นอกจากนั้น แผนพลังงานชาติฉบับร่างได้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการส่งเสริมไฮโดรเจน โดยแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับร่าง ตั้งเป้าหมายการผสมไฮโดรเจนกับก๊าซธรรมชาติเริ่มต้น 5% ในการผลิตไฟฟ้า เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 2030 ขณะที่แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) ฉบับร่าง ตั้งเป้าใช้ไฮโดรเจนเชิงความร้อนในภาคอุตสาหกรรมที่ 10 KTOE และในภาคขนส่งที่ 4 KTOE ภายในปี ค.ศ. 2037 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านี้ กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างดำเนินการประกาศให้ไฮโดรเจนและแอมโมเนียเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พศ. 2542 รวมทั้งจะดำเนินการจัดทำกลไกและมาตรการสนับสนุนที่ชัดเจน เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อผลิตและขนส่งไฮโดรเจน รวมถึงการจัดมาตรการสนับสนุนด้านการเงินและสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่ภาคเอกชน

     ‘ไฮโดรเจน’ เป็นทั้งพลังงานทางเลือก และเป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ให้กับประเทศ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างความยั่งยืน การขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการเป็นศูนย์กลางไฮโดรเจนสีเขียวในอาเซียน และการสร้างความร่วมมือกับนานาชาติ จะทำให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างมั่นคงและเป็นธรรม” นายอรรถพล กล่าว 

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/economy/451844&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bgPNPnfBU-jA01eXDxazw

  • ประชาชนเทใจ! โครงการลดค่าครองชีพ

    ประชาชนเทใจ! โครงการลดค่าครองชีพ

    ประชาชนเทใจ! โครงการลดค่าครองชีพ ‘คนละครึ่ง’ยืนหนึ่ง-แนะคุมราคาสินค้า

    วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 08.10 น.

    “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับนโยบายลดค่าครองชีพ” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,216 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 21-24 ตุลาคม 2568 พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เข้าร่วมโครงการของภาครัฐที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ คือ คนละครึ่ง (รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์) ร้อยละ76.43 และเห็นว่าโครงการเหล่านี้ช่วยแก้ปัญหาปากท้องและลดภาระค่าครองชีพได้ ร้อยละ 78.04จากโครงการช่วยเหลือต่าง ๆ โครงการที่ชอบมากที่สุด คือ คนละครึ่ง (รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์) ร้อยละ 69.31ในระยะยาวเพื่อลดภาระค่าครองชีพอยากให้รัฐบาลควบคุมราคาสินค้าให้เหมาะสม ร้อยละ 61.92ทั้งนี้หากมีการเลือกตั้งคิดว่าพรรคการเมืองที่มีนโยบายประชานิยมจะได้เปรียบ ร้อยละ 67.43

    ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากนโยบายช่วยเหลือต่าง ๆ ของหลายรัฐบาล พบว่า“โครงการคนละครึ่ง” ยังคงครองใจ เพราะใช้ง่าย เข้าถึงจริง และเห็นผลชัดในชีวิตประจำวัน แม้จะเป็นมาตรการระยะสั้นแต่ช่วยสร้างความรู้สึกว่ารัฐอยู่เคียงข้างประชาชนขณะเดียวกันการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะในยุคที่ประชาชนคาดหวังทั้งความเร็วในการช่วยเหลือและความยั่งยืนของผลลัพธ์ไปพร้อมกัน

    รองศาสตราจารย์ ดร.เขมภัทท์ เย็นเปี่ยม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิตโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาปากท้องในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูงมากขึ้นเป็นนโยบายที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหามากที่สุดโดยเฉพาะการที่รัฐบาลมีโครงการช่วยเหลือประชาชนให้มีกำลังซื้อในการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภคสินค้าและการบริการช่วยเหลือผู้ประกอบขนาดเล็กและร้านค้ารายย่อยให้มีรายได้พยุงกิจการให้ดำเนินต่อไปได้เป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจกลับมามีความคึกคัก ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้คล่องตัวมากขึ้น

    โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งที่ได้มีการริเริ่มในสมัยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาสามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและการบริโภคของประชาชนได้อย่างเห็นผลและโครงการคนละครึ่งพลัสของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กำลังดำเนินโครงการอยู่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ประชาชนรอคอยและคาดหวังว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาด้วยการควบคุมราคาสินค้าให้มีความเหมาะสมโดยเข้าไปตรวจสอบและควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างเช่นราคาพลังงานน่าจะเป็นการลดปัญหาค่าครองชีพและทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพื่อการบริโภคได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าการใช้นโยบายประชานิยมที่ทุ่มงบประมาณในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้น ๆ ได้เป็นครั้งคราว.

    012

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/923489&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dvA_yI99jEZziMYNum_2H

  • ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจากถึงวันไหน เงื่อนไขอย่างไร

    ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจากถึงวันไหน เงื่อนไขอย่างไร

    ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจาก กำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากราคาน้ำมันเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับภาระค่าครองชีพของประชาชน

    ทั้งนี้ ประเด็นที่สำคัญก็คือ ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจาก มีเงื่อนไขอย่างไร

    จากการตรจสอบของ “ฐานเศรษฐกิจ” เกี่ยวกับประเด็นการลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจาก พบว่า 

    บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะดำเนินการลดราคาน้ำมัน 5 บาทต่อลิตรช่วงวันหยุดยาว 23-26 ต.ค. 68

    ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจากถึงวันไหน เงื่อนไขอย่างไร

    สำหรับการลดราคาน้ำมันดังกล่าวเฉพาะกลุ่มไฮพรีเมียม 97 และไฮพรีเมียมดีเซล S ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วประเทศที่จำหน่าย

    โดยน้ำมันบางจากกลุ่มไฮพรีเมียม ทั้งน้ำมันแก๊สโซฮอล์บางจากไฮพรีเมียม 97 

    และน้ำมันดีเซลบางจากไฮพรีเมียมดีเซล S เป็นน้ำมันพรีเมียมคุณภาพสูง ด้วยการคัดเนื้อน้ำมันพิเศษ ผ่านกระบวนการผลิตจากโรงกลั่นระดับโลก ทำให้ได้ค่าออกเทนและซีเทนสูงกว่าน้ำมันพรีเมียมทั่วไป 

    รวมถึงมีสารเพิ่มคุณภาพสูตรพิเศษที่ผลิตและทดสอบจากประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มสมรรถนะ ช่วยทำความสะอาดหัวฉีด และปกป้องการสึกหรอชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์

    ราคาน้ำมันล่าสุดทั้งกลุ่มไฮพรีเมียม 97 และไฮพรีเมียมดีเซล S เมื่อปรับลดราคาลง 5 บาท ประกอบด้วย

    • ไฮพรีเมียม 97 ราคา 44.50 บาทต่อลิตร
    • ไฮพรีเมียมดีเซล S ราคา 40.64 บาทต่อลิตร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/642366&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RPHcvE6N4xXA7av3wDgY5

  • ‘นิด้าโพล’ เผยปัญหาการศึกษาไทย หลักสูตรล้าสมัย-เรียนฟรีไม่มีจริง-ครูภาระงานอื้อ | เดลินิวส์

    ‘นิด้าโพล’ เผยปัญหาการศึกษาไทย หลักสูตรล้าสมัย-เรียนฟรีไม่มีจริง-ครูภาระงานอื้อ | เดลินิวส์

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายเพื่อการศึกษาไทย Thailand Education Partnership (TEP) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ต้อนรับรัฐบาลใหม่ แก้ปัญหาการศึกษาไทย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการแก้ปัญหาการศึกษาไทย

    การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามถึงปัญหาในระบบการศึกษาไทยที่ประชาชนต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการรีบแก้ไข พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 49.31 ระบุว่า หลักสูตรล้าสมัย ไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน รองลงมา ร้อยละ 48.09 ระบุว่า หลักสูตรการเรียนขาดการฝึกทักษะและประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการทำงานจริงในอนาคต ร้อยละ 38.78 ระบุว่า ปัญหาความปลอดภัยในโรงเรียน เช่น การบูลลี่ การล่วงละเมิด ยาเสพติด แก๊งเด็กเกเร ร้อยละ 37.33 ระบุว่า คุณภาพโรงเรียน/ ครู ไม่เท่ากันในแต่ละโรงเรียน ร้อยละ 31.30 ระบุว่า เรียนฟรีไม่มีจริง เพราะมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ร้อยละ 26.49 ระบุว่า ครูมีภาระงานอื่นที่ไม่ใช่งานหลักของครูมากเกินไป ร้อยละ 17.33 ระบุว่า ผู้บริหารโรงเรียนขาดความโปร่งใสในการบริหาร ร้อยละ 16.49 ระบุว่า การเรียนเพื่อสอบมากกว่าการได้ความรู้ไปใช้จริงร้อยละ 16.41 ระบุว่า ระบบการวัดผล เน้นที่คะแนนสอบมากเกินไป ไม่ให้ความสำคัญกับความสามารถอื่น ๆ ร้อยละ 14.35 ระบุว่า การแข่งขันกันทำให้ยิ่งเรียน ยิ่งเครียด และส่งผลต่อสุขภาพจิตนักเรียน ร้อยละ 14.27 ระบุว่า ผู้บริหารโรงเรียนที่ไม่มีสมรรถนะในการบริหารและพัฒนาโรงเรียน ร้อยละ 8.78 ระบุว่า หลักสูตรจากส่วนกลางไม่สอดคล้องกับลักษณะนักเรียนและพื้นที่ตั้งของโรงเรียน ร้อยละ 5.95 ระบุว่า คนเก่งไม่อยากมาเป็นครู และร้อยละ 2.29 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ

    ด้านประเด็นการศึกษาที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ทำทันที พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 44.27 ระบุว่า ปรับหลักสูตรและการเรียนรู้ให้ทันสมัย สามารถนำไปใช้ได้จริง รองลงมา ร้อยละ 44.05 ระบุว่า ลดค่าใช้จ่ายทางการศึกษา เรียนฟรีจริงถึง ม.6 ร้อยละ 37.86 ระบุว่า ปรับหลักสูตรให้นักเรียนได้ฝึกทักษะและมีประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการทำงานจริงในอนาคต ร้อยละ 35.95 ระบุว่า เพิ่มโอกาสและความเท่าเทียมทางการศึกษาให้เด็กทุกกลุ่ม ร้อยละ 24.05 ระบุว่า ทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก รวมถึงการดูแลสุขภาพจิตของนักเรียน และยกระดับคุณภาพครูและผู้อำนวยการโรงเรียน รวมถึงสมรรถนะและความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 21.60 ระบุว่า ลดภาระที่ไม่จำเป็นของครู รวมถึงเพิ่มแรงจูงใจให้คนเก่งอยากเป็นครูมากขึ้น ร้อยละ 14.66 ระบุว่า ปรับระบบการวัดผล ไม่เน้นคะแนนจากการสอบ ร้อยละ 9.92 ระบุว่า สนับสนุนให้โรงเรียนในแต่ละพื้นที่มีอิสระในการออกแบบการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ร้อยละ 5.88 ระบุว่า ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต Re-skill Up-skill และ New skill สำหรับคนทุกวัย และร้อยละ 1.15 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ

    ด้านความต้องการของประชาชนต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 30.76 ระบุว่า ให้ความร่วมมือในการฝึกทักษะและเสริมสร้างประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการทำงานจริงในอนาคตรองลงมา ร้อยละ 26.95 ระบุว่า ร่วมในการตัดสินใจพัฒนารูปแบบและกลไกการจัดการเรียนการสอน รวมถึงการประเมินและติดตามผลลัพธ์การเรียนรู้ ร้อยละ 23.82 ระบุว่า บริจาคเพื่อสนับสนุนกิจกรรมและการพัฒนาโรงเรียนในด้านต่าง ๆ ร้อยละ 22.75 ระบุว่า ร่วมผลักดันนโยบาย กฏหมาย และระเบียบที่จำเป็นต่อการพัฒนาการศึกษา ร้อยละ 19.47 ระบุว่า ร่วมในการดูแลสวัสดิภาพและสุขภาวะของนักเรียน ร้อยละ 17.63 ระบุว่า ไม่อยากมีส่วนร่วมใด ๆ และร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ

    ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อภาระงานอื่นที่ไม่ใช่งานหลักของครูในปัจจุบัน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 57.40 ระบุว่า ครูมีภาระงานอื่นที่ไม่ใช่งานหลักมากเกินไป รองลงมา ร้อยละ 29.62 ระบุว่า ครูมีภาระงานอื่นที่ไม่ใช่งานหลักบ้าง แต่ก็ไม่มากเกินไป ร้อยละ 10.31 ระบุว่า ครูไม่มีภาระงานอื่นที่ไม่ใช่งานหลักเลย และร้อยละ 2.67 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ

    สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อการลดภาระงานอื่นที่ไม่ใช่งานหลักของครู จะช่วยทำให้การศึกษาไทยพัฒนามากขึ้น พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 55.19 ระบุว่า ช่วยทำให้การศึกษาไทยพัฒนามากขึ้นแน่นอน รองลงมา ร้อยละ 25.50 ระบุว่า ค่อนข้างช่วยทำให้การศึกษาไทยพัฒนามากขึ้น ร้อยละ 10.99 ระบุว่า ไม่ค่อยช่วยทำให้การศึกษาไทยพัฒนาขึ้นเท่าไร ร้อยละ 7.10 ระบุว่า ไม่ช่วยทำให้การศึกษาไทยพัฒนามากขึ้นเลย และร้อยละ 1.22ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความกังวลและความหวังของประชาชนต่อรัฐบาลชุดใหม่ในการแก้ไขปัญหาการศึกษาไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 30.84 ระบุว่า กังวล แต่ก็มีความหวัง รองลงมา ร้อยละ 25.11 ระบุว่า ไม่กังวล แต่ไม่มีความหวัง ร้อยละ 21.99 ระบุว่า ไม่กังวล และมีความหวัง ร้อยละ 20.38 ระบุว่า กังวล และไม่มีความหวัง และร้อยละ 1.68 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5239894/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07YiVXQRHW8WMMnbEJw9Vs

  • ดูดวงรายสัปดาห์ 27 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568

    ดูดวงรายสัปดาห์ 27 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568

    ดูดวงรายสัปดาห์ เช็กดวงสัปดาห์นี้ 27 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ดวงเงิน งาน ความรัก 12 ราศี

    ดูดวงรายสัปดาห์ 12 ราศี ช่วงวันที่ 27 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ดวงชะตาของท่านจะมีเรื่องดี ๆ เรื่องใดให้ชื่นใจกันบ้าง

    ดวงรายสัปดาห์ 27 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีเมษ

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีเมษ

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีเมษ ราศีแห่งนักรบผู้กล้า ที่รู้ว่าเมื่อเข้าสู่สนามรบจะต้องบาดเจ็บ สูญเสีย แต่ด้วยความเชื่อมั่น มีศรัทธาต่อตัวเอง ถึงรู้ว่าจะเจ็บ จะหายนะ แต่ก็จะสู้ เพราะแน่ใจว่าผลสุดท้ายที่ได้รับคือ ชัยชนะ

    การเงิน  วันที่ 27-28 ได้มาก เสียหมด ที่อาจเกิดขึ้น ถ้าคิดจะเสี่ยงโชค เก็งกำไร แต่ถ้าคิดจะติดตาม หนี้สิน หรือจะขอกู้ยืมเงิน วันที่ 29-30 ก็มีเกณฑ์เสี่ยงเช่นกันว่าจะได้ช้า ถูกปฏิเสธ..ผิดหวัง!

    การงาน ถ้าถูกมิตรสหายชักชวนให้ร่วมหุ้น ลงทุน หรือถูกโน้มน้าว ชักจูงให้แสวงหาความร่ำรวย มั่งคั่งอย่างง่าย  ๆ จากการใช้สื่อออนไลน์ ก็ควรตรวจสอบให้ละเอียด เพราะอาจถูก “ดูด” เงินออกไปจนหมดตัว สำหรับในองค์กร วันที่ 27, 30-31 อย่าประมาท ทำงานสะเพร่าจนงานเสียหาย ก็อาจต้อง “ร้อนที่” จนอยู่ไม่ได้

    ความรัก ไม่แค่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง ชี้นิ้วสั่ง หรือรอคอยให้คนรัก คู่ครอง มาปรนนิบัติอย่างเดียว แต่การร่วมด้วย ช่วยกัน ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะรักษาสัมพันธ์รักให้ราบรื่นไว้ได้ สำหรับคนโสด อาจเป็นที่เตะตาต้องใจของพนักงาน ลูกจ้างของตนเอง ที่แค่ใส่ใจมองบ้าง ก็อาจทำให้ได้พบรัก เจอเนื้อคู่ได้ 

    ครอบครัว ยังอยู่ในระยะใส่ใจ ดูแลบุตร-ธิดา ให้มากขึ้น เพราะอาจถูกล่อลวงจากมิจฉาชีพ

    สุขภาพ ใส่ใจ ดูแลตัวเองให้มากขึ้น เพราะอาจเจอความเครียด หงุดหงิดไม่ได้ดังใจ ที่จะทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงควรระวังการบริโภคอาหารรสจัด ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะวันที่ 1-2 ก็อาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายได้

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 27 ตุลาคม ดาวอังคาร ที่เป็นดาวประจำตัวของชาวราศีเมษ จะโคจรเข้ามาสถิต ณ เขตราศีตุล ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครอง หุ้นส่วน คู่สัญญา หรือคู่ศัตรู ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นระยะที่ควรระวังผลประโยชน์ขัดกัน ก็อาจทำให้ทะเลาะวิวาท จากที่เคยรักสนิทกันอย่างดูดดื่ม ก็จะกลายเป็นศัตรูกัน!

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีพฤษภ

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีพฤษภ

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีพฤษภ ชาวราศีผู้เป็นแกนหลักของกงล้อชีวิต ที่ทำให้ชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนไปได้ ชาวราศีผู้ยึดคติ “ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ” คิดช้าแต่จะไม่ผิดพลาด แม้แต่ความโกรธก็ช้า แต่ถ้าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ตัวใครตัวมัน

    การเงิน รอบคอบให้มากขึ้น ทั้งจะรายได้เพิ่มเติม หรือจะเสี่ยงโชค เก็งกำไร เพราะมีเกณฑ์เสี่ยงที่จะสูญเสียมากกว่า รวมถึงถ้ามีมิตรสหายมาขอกู้ยืม โดยให้ผลตอบแทนสูง ก็ควรตรวจสอบให้ดี ๆ เพราะอาจเป็นแค่..หลอกให้ความหวัง มากกว่า! ซึ่งวันที่ 1-2 ควรระวังให้มาก ๆ

    การงาน เดินทางไกลทั้งไปต่างประเทศ หรือต่างจังหวัด  หรืองาน ภารกิจที่เกี่ยวกับกฎหมาย การศึกษา จัดอบรม สัมมนา ฯลฯ การติดต่อ สัมพันธ์อาจไม่ราบรื่นนัก ควรระวังการรับปากอย่าง “ขอไปที” แต่ไม่ทำตาม ก็อาจทำให้เดือดร้อน เสียหายได้ ซึ่งวันที่ 29-31 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    ความรัก เงินทองของบาดใจ ที่ควรระวังหรือหลีกเลี่ยงที่จะขัดแย้งกับคู่ครอง เพราะอาจทำให้ทะเลาะวิวาทจนแตกหักกันได้ ซึ่งวันที่ 27-28 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ สำหรับคนโสด ที่กำลังพบรัก เจอคนถูกใจกับเขา/เธอ ที่สูงวัยกว่า มีสถานะทางสังคมที่เลิศเลอ ก็ควรตั้งสติ คิดให้ดี ๆ ก่อนจะเดินหน้า สานสัมพันธ์ เพราะอาจถูกมองว่าเป็นเพียงแค่…ของเล่นฆ่าเวลา!

    สุขภาพ อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ถ้ามีการอาการอักเสบบริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอด กระเพาะปัสสาวะ ควรรีบพบแพทย์   

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน ดาวศุกร์ ดาวประจำตัวของชาวราศีพฤษภ จะโคจรมาสถิต ณ เขตราศีกันย์ โดยทำมุมเล็งอย่างมีนัยยะสำคัญกับดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม และดาวเนปจูน ม่านลวงตามายาแห่งใจ  ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า  การใช้สติอยู่เหนืออารมณ์ ใช้เหตุผลเป็นตัวกำหนดต่อการตัดสินใจ ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะไม่เสียค่าโง่ ไม่ถูกหลอกลวงในการติดต่อ สัมพันธ์ใด ๆนั่นเอง

    นับจากนี้ไปอีก 7 ปี จนถึงเดือนกรกฎาคม 2574 ดาวมฤตยู ได้โคจรมาสถิต ณ เขตราศีกำเนิดของชาวราศีพฤษภ ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าเป็นระยะที่ควร ..เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เตรียมพร้อมรับที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น และกระทำอย่างรอบคอบระมัดระวัง เตรียมพร้อมที่จะก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของตนเองไปให้ได้อย่างที่จะ…เสี่ยง น้อยที่สุด เพื่อให้ได้รับลาภ ผลประโยชน์มากทีสุด และ สูญเสียน้อยที่สุด!

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีเมถุน ราศีธาตุลม ที่มีดาวพุธ ดาวแห่งความคิด สติปัญญา เป็นเจ้าเรือน บอกถึงการเป็นผู้ชอบเรียนและสนุกที่จะรู้บอกถึง พรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบเทียมในการเจรจา หาเรื่องทั้งที่มีสาระและไร้สาระมาพูดคุยได้กับทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่

    การเงิน เสี่ยงมาก เสียหมด ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเสี่ยงโชค เก็งกำไร หรือจากการติดต่อ สัมพันธ์ใด ๆ  ซึ่งวันที่ 29-31 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    การงาน อดทน อดกลั้น ที่จะ “อวดฉลาด” แสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งทั้งกับผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ หรือกับผู้ร่วมงานก็ตาม โดยเฉพาะวันที่ 27-28 เพราะอาจเป็นการก่อศัตรู ที่จะเป็นอุปสรรคจนงาน ภารกิจที่กำลังทำล้มเหลวได้  สำหรับมนุษย์เงินเดือน อาจได้รับข้อเสนอดี ๆ จากผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ แต่ก่อนจะตกปากรับคำ ก็ควรตรวจสอบให้ดี ๆ เช่นกัน เพราะมีเกณฑ์ว่า..จะถูกหลอกให้ใช้งานฟรีมากกว่า

    ความรัก แค่ไม่ขุดคุ้ยอดีตที่มีปมด้อยของคนรัก คู่ครอง ขึ้นมาเป็นประเด็นคอยกระทบกระเทียบ เปรียบเปรย ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะรักษาสัมพันธ์รักไม่ให้มีปัญหามากนักได้ ซึ่งวันที่ 27-28 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ สำหรับคนโสด การใช้สื่อออนไลน์ ก็อาจเป็นโอกาสให้พบรัก เจอคนถูกใจ แต่ถ้าเขา/เธอ คนนั้นเป็นชาวต่างชาติ หรือเป็นเพศทางเลือก ก็ควรตรวจสอบให้ดี ๆ..เงิน เงิน เงิน         

    ครอบครัว อย่าประมาท  อาจถูกทำร้ายร่างกาย ,เงินทองของมีค่าในบ้านอาจสูญหาย บริวาร หรือลูกจ้างในบ้าน อาจก่อเรื่อง ทำให้เดือดร้อน เสียหาย

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน ปี2569 ดาวพฤหัสบดี ราชาธิบดีแห่งสวรรค์ และ ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครอง ได้โคจรเข้ามาสถิต ณ เขตราศีกำเนิดของชาวราศีมิถุนแล้ว ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ที่จะได้รับ “โชคดี” ประสบผลสำเร็จ จากการศึกษาระดับสูง งานขยายตัว เจริญรุ่งเรือง  หรือได้ทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงจะได้พบรัก เจอเนื้อคู่อีกด้วย

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีกรกฎ

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีกรกฎ

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีกรกฎ ราศีต้นธาตุน้ำ ผู้ดำเนินชีวิตไปตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ซึ่งขึ้นกับความรู้สึก ไม่อ้างอิง หรือยึดถือ ตำรา หรือทฤษฎีใด ๆ โลกจะหมุนซ้าย หรือขวาก็ไม่สน แต่ถ้าความรู้สึกบอกว่าถูกต้องก็จะทำ แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะปฏิเสธ หรือต่อต้านโดยทันที

    การเงิน หากจะหารายได้เพิ่มเติม ก็อาจต้องใช้ความพยายามให้มากขึ้น ถึงจะมีโอกาสดีขึ้น แต่ถ้าคิดจะเสี่ยงโชค เก็งกำไร โดยเฉพาะวันที่ 27-28 ก็มีเกณฑ์เสี่ยงที่จะสูญเสียมากกว่าเช่นกัน

    การงาน งาน ภารกิจที่ต้องเดินทางประนีประนอม ยอมให้ ยอมโง่ ยอมเสียเปรียบบ้าง ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้การติดต่อ สัมพันธ์ จะสำเร็จง่ายขึ้น แต่ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็อย่าประมาท เพราะอาจถูกนายจ้าง หรือหัวหน้างาน “เบี้ยว” ค่าแรง หรือผัดผ่อนที่จะยังไม่จ่ายตามกำหนด!

    ความรัก ว่าอะไรว่าตามกัน และหลีกเลี่ยงที่จะขัดแย้งกับคู่ครอง ทั้งเรื่องเงิน  ๆ ทอง  ๆ หรือเรื่องบุตร-ธิดา ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะรักษาชีวิตคู่ ให้อยังอยู่ร่วมกันต่อไปได้ และการเดินทางท่องเที่ยว หรือเข้ากลุ่มทำกิจกรรมตามความเชื่อ ศรัทธา ก็อาจทำให้คนโสดได้พบรัก เจอคนถูกใจ แต่ก่อนจะเดินหน้าสานสัมพันธ์ ก็ควรตรวจสอบให้ดี ๆ เพราะอาจเป็นรักซ้อน ซ่อนรัก

    ครอบครัว ยังอยู่ในระยะที่ ควรระวังหรือหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำพูด/เขียนที่ก้าวร้าว รุนแรงกับสมาชิกในครอบครัว เพราะอาจทำให้ลุกลาม กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

    สุขภาพ อยู่ในระยะที่ควรใส่ใจ ดูแลตนเองให้มากขึ้น ควรระวังอารมณ์ตามใจปาก กินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ หรือรสจัดจ้าน เพราะอาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายได้ ซึ่งวันที่29-30 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    คำแนะนำ จนถึงเดือนมิถุนายน  2570 ดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม และที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครอง คู่ค้า คู่สัญญา หรือคู่ศัตรูของชาวราศีกรกฎ ได้โคจรไปสถิตร่วมกับดาวเนปจูน ณ เขตราศีมีน ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นระยะแห่งการศึกษาเพื่อ “ตื่นรู้” ที่จะทำให้ได้พบความจริง พบสัจธรรม ที่จะทำให้ได้พบทางสว่าง ที่จะทำให้ไม่..หลงทาง อีกต่อไป

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีสิงห์

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีสิงห์

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีสิงห์ ราศีธาตุไฟ ที่มีดาวอาทิตย์ ดาวธาตุไฟเช่นกันเป็นเจ้าราศี ที่บอกถึงความสนุกสนาน ร่าเริง มีชีวิตชีวา ชีวิตคือการต่อสู้ ถึงจะสู้อย่างเคร่งเครียดเอาจริงเอาจัง แต่ชาวราศีสิงห์ก็สนุกที่จะสู้ด้วย

    การเงิน วันที่ 27-28 อาจได้โชคมีลาภ แต่วันที่ 1-2 จากการติดต่อ สัมพันธ์ ก็ไม่ควรคาดหวังนัก เพราะรายได้ที่คิดว่าจะได้รับ หรือจะติดตาม ทวงถามหนี้สินใด ๆ ก็อาจถูกบอกเลื่อน หรือถูกปฏิเสธ

    การงาน ค้าขาย นายหน้า ตัวแทน โดยเฉพาะที่เป็นของเก่า ของโบราณ หรือทรัพย์จากดิน  ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะเกิดลาภ ผลสำเร็จอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับเจ้าของกิจการ เป็นระยะที่ไม่ควรประมาท พนักงาน ลูกจ้าง อาจก่อเรื่อง ทำให้เดือดร้อน เสียหายได้…ลักขโมย! ซึ่งวันที่ 29-30 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    ความรัก คบคนพาล พาลพาไปหาผิด ที่ควรระวังการคบหาสมาคมกับเพศตรงข้าม โดยเฉพาะที่มาจากสื่อออนไลน์ หรือจากแหล่งบันเทิงเริงรมย์ เพราะอาจถูกล่อลวง โน้มน้าวใจให้หลงผิด เดินทางผิดได้ และถ้ามีคุ๋ครอง อยู่แล้ว ก็อาจทำให้ทะเลาะวิวาทกันจนบ้านแตก ซึ่งวันที่ 27-28 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ  

    สุขภาพ ใส่ใจ ดูแลตนเองให้มากขึ้น ถ้าปวดท้อง เจ็บปวดบริเวณช่องท้อง ควรรีบพบแพทย์

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน ดาวอาทิตย์ ขุมพลังแห่งจักรวาล และที่เป็นดาวประจำตัวของชาวราศีสิงห์ จะโคจรมาสถิต ณ เขตราศีตุล ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปตาชั่ง ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ความเท่าเทียมกัน ความพอดี พอเหมาะสม ที่จะสามารนำไปเป็นหลักในการแก้ไข ปรับปรุงงาน ภารกิจที่กำลังทำ หรือกำลังมีปัญหา ให้ลุล่วงผ่านไปได้ด้วยดี

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีกันย์

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีกันย์

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีกันย์ ราศีแห่งนางฟ้า ที่ปรารถนาความงดงาม บริสุทธิ์ และสมบูรณ์แบบ ดังนั้นภารกิจของ “นางฟ้า” คือพยายามกำจัดสิ่งสกปรก มีมลพิษให้พ้นไปจากชีวิต ร่างกาย หัวใจ และคอยหาสิ่งมาเติมเต็มชีวิต ร่างกายและหัวใจ ให้บริสุทธิ์งดงามอยู่เสมอ

    การเงิน หากจะหารายได้เพิ่มเติม ก็อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ถ้าคิดจะเสี่ยงโชค เก็งกำไร ก็อยู่ในระยะไม่แน่นอน ซึ่งวันที่ 29-30 จะมีเกณฑ์เสี่ยงที่จะสูญเสียมากกว่า

    การงาน ขยันใช้สื่อออนไลน์ เผยแพร่ตัวตนและงานให้มากขึ้น ก็จะอยู่ในเกณฑ์ดี ที่จะขยายธุรกิจให้มีชื่อเสียง เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ก็อย่าประมาท เพราะกิจการอาจมีรอยรั่ว เงินไหลออก จากพนักงาน ลูกจ้างก็ได้

    ความรัก สังสรรค์มิตรสหาย หรือใช้สื่อออนไลน์ ก็อาจทำให้คนโสดได้พบรัก เจอคนถูกใจ ที่อาจร่วมสานรัก พัฒนาสัมพันธ์จนได้ครองคู่ แต่ถ้าไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ ก็อย่าประมาท ที่จะอยู่ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามตามลำพัง เพราะอาจมีเหตุภัย/อันตรายได้ ซึ่งวันที่ 28-30 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ         

    ครอบครัว ยังอยู่ในระยะระวังหรือหลีกเลี่ยงที่จะนำพาคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านพัก ที่อยู่อาศัย โดยเฉดพาะที่เป็นชาวต่างชาติ  เพราะอาจนำเหตุ/อันตรายตามมา!

    คำแนะนำ วันที่ 21 กันยายน ดาวจันทร์ดับ(อมาวสี) จนเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนในเขตราศีกำเนิดของชาวราศีกันย์ ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าจากนี้ไปอีก 6 เดือน การใช้ทักษะ ความรู้ของตนเอง เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่เรียกร้องสิ่งตอบแทนใด ๆ ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดี  แต่ถ้าคิดจะลงทุน เริ่มงาน ทำโครงการใหม่ ๆ หรือจะขยายกิจการ ก็ควรศึกษา ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด เพราะมีเกณฑ์เสี่ยงสูงที่จะเจออุปสรรค ที่จะทำให้งานนั้น  ๆ ล้มเหลวได้ จาก คราสร้าย ในครั้งนี้!

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีตุลย์

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีตุลย์

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีตุลย์ ราศีธาตุลม ผู้มีดาวศุกร์ เทพีวีนัส เทพีแห่งความงามครองจิตวิญญาณ นั่นคือสำหรับชาวราศีตุลย์ ความสวยงามทำให้โลกหมุน ทุกอย่างที่จะกระทำต้องสวยหรู ดูดีไว้ก่อน

    การเงิน หากจะหารายได้เพิ่มเติม หรือจะเสี่ยงโชค เก็งกำไร ก็อาจได้โชค มีลาภผลตามมา แต่ถ้าจะต้องเซ็นสัญญา ลงนามในเอกสารสำคัญ ก็ควรตรวจสอบให้ละเอียด เพราะมีเกณฑ์เสี่ยงสูงที่จะเสียรู้ เสียเปรียบเช่นกัน

    การงาน เข้าสังคม ใช้สื่อออนไลน์ให้มากขึ้น ก็จะมีส่วนสำคัญที่จะทำให้การลงทุน เริ่มงาน เปิดตัวโครงการใหม่ ๆ จะมีโอกาสมากขึ้น แต่ถ้าทำงานในองค์กร ก็เป็นระยะที่ควรระวังการติดต่อ สื่อสารที่ไม่ชัดเจน ก็อาจทำให้ผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ หวาดระแวง ไม่ไว้วางใจ จนเป็นอุปสรรคทำให้งานชะงัก สะดุดได้ ซึ่งวันที่ 27 และ30-31 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    ความรัก ควรระวังการใช้จ่ายเงินสิ้นเปลือง หรือไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ชัดเจน ก็อาจทำให้ขัดแย้ง ทะเลาะวิวาทกับคนรัก คู่ครอง จนแตกหักกันได้ แต่สำหรับสัมพันธ์รักที่เพิ่งเริ่มต้น โดยเฉพาะกับพนักงาน ลูกจ้างของตนเอง ก็ควรระวัง…รักสองต้องห้าม จะนำภัย/อันตรายมาให้ ซึ่งวันที่ 27 และ 1-2 ควรระวังให้มาก ๆ     

    สุขภาพ อยู่ในระยะถ้ามีปัญหาในช่องท้อง ถ้าผิดปกติ อย่าละเลย  ควรรีบพบแพทย์

    ครอบครัว ยังอยู่ในระยะที่ควรใส่ใจ ดูแลบุตร-ธิดา ให้มากขึ้น เพราะอยู่ในระยะ ..คบคนพาล พาลพาไปหาผิด ที่จะนำภัย/อันตรายมาให้ตนเอง     

    คำแนะนำ วันที่ 21 ตุลาคม ดาวจันทร์จะดับ (อมาวสี) ในเขตราศีตุลย์ ในเวลา 19.25 น. โดยทำมุมฉากกับดาวพฤหัสบดีที่สถิต ณ เขตราศีกรกฎ และดาวพลูโต ในเขตราศีมังกร ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า นับจากนี้ไปอีก 1 เดือน จะอยู่ในระยะที่ควรทำตัว “ติดดิน” และหลีกเลี่ยงที่จะทำตัวหรูหรามากเกินไป เพราะอาจทำให้ถูกเขม่น หมั่นไส้ ที่จะถูกใครบางคนขุดคุ้ยเรื่องจริงไม่อิงนิยายขึ้นมาเยาะเย้ย!

    จนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน ดาวศุกร์ ดาวแห่งความรัก ความสุข และที่เป็นดาวประจำตัวของชาวราศีตุลย์ จะโคจรมาสถิต ณ เขตราศีกันย์ โดยทำมุมเล็งอย่างมีนัยยะสำคัญกับดาวเสาร์ และ ดาวเนปจูน ในเขตราศีมีน ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า อย่ากลัวที่จะแสดงออกว่า..รัก กับคนรัก คู่ครอง ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะสัมพันธ์รักราบรื่นมากขึ้น และกับเพศตรงข้ามที่พึงใจก็เช่นกัน ก็จะมีโอกาสสมรัก สมปรารถนา

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีพิจิก

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีพิจิก

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีพิจิก ผู้เปรียบเสมือนนกฟีนิกซ์ ที่การเปลี่ยนแปลงจากความรู้สึกภายใน จากสัญชาตญาณจะนำไปสู่ชีวิตใหม่ การเริ่มต้นใหม่ ที่มีพลัง สร้างสรรค์ และสดใส

    การเงิน หากจะหารายได้เพิ่มเติม ก็อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ถ้าคิดจะเสี่ยงโชค เก็งกำไร ก็ควรตั้งสติคิดให้นาน ๆ เพราะมีเกณฑ์เสี่ยงสูงเช่นกันว่าจะ…ทำให้ผิดหวังมากกว่า! ซึ่งวันที่ 27 และ 1-2 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    การงาน ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้งานสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว แต่ ควรระวังการใช้คำพูด/เขียน ที่ก้าวร้าว รุนแรง ก็อาจทำให้ถูกต่อต้าน ถูกกลั่นแกล้ง จนทำให้งาน ภารกิจนั้น ล่าช้า หรือล้มเหลวไปได้เลย ซึ่งวันที่ 27-28 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    ความรัก เป็นฝ่าย “ให้” อย่างเดียว โดยไม่ต้องคาดหวังว่าคนรัก คู่ครอง จะแสดงกลับมาเป็นเช่นเดียวกัน ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะรักษาสัมพันธ์รักให้ราบรื่นไว้ได้ แต่สำหรับคนโสด ที่กำลังพบรัก เจอคนถูกใจที่สูงวัยกว่ามาก ๆ ก่อนจะตกลง ปลงใจ ก่อนจะทุ่มเทให้ทั้งหมดที่มี ก็ควรตรวจสอบให้ดี  ๆ เพราะเขา/เธอ คนนั้นอาจ..ภาพไม่ตรงปก!      

    ครอบครัว ยังอยู่ในระยะที่ควรใส่ใจ ดูแลญาติผู้ใหญ่ให้มากยิ่งขึ้น อย่าปล่อยให้ท่านเหงา เพราะอาจทำให้ถูกล่อลวงจากคนแปลกหน้า ที่จะทำให้สูญเสีนเงินทองมหาศาล

    สุขภาพ ควรระวังการใช้ร่างกายอย่างหักโหม พักผ่อนไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบาย หรือเกิดเหตุ/ภัย อันตรายได้ ซึ่งวันที่ 27-28 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 27 ตุลาคม ดาวอังคาร ดาวประจำตัวของชาวราศีพิจิก จะโคจรเดินหน้ามาสถิต ณ เขตราศีตุลย์ ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นระยะที่ควรหลีกเลี่ยงจะใช้ความรู้สึกของตนเอง จนถึงพูด/เขียน/กระทำ  ที่เกิดจากอคติ รัก ลำเอียง หรือไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ไปตัดสินการกระทำของผู้อื่นว่า…ผิด หรือถูก เพราะอาจเป็นการก่อศัตรู ที่จะย้อนกลับมาเป็นเหตุ/ภัย อันตรายต่อตนเองได้เช่นกัน

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีธนู

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีธนู

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีธนู ผู้มีพลังแห่งการไล่ล่า และเล็งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ชีวิต จิตใจที่พร้อมจะต่อสู้ จะเสี่ยง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทั้งความคิด สติปัญญา เพื่อขึ้นไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเสมอ

    การเงิน หากจะหารายได้เพิ่มเติม ก็อยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงอาจได้รับส่วนแบ่งจากกองมรดก, ผลกำไรจากธุรกิจที่มีหุ้นส่วน แต่ถ้าคิดจะซ่อมแซมบ้าน ที่อยู่อาศัย ก็ควรตรวจสอบให้ดี ๆ เพราะอาจเจองบบานปลาย!

    การงาน การเข้าสังคม ใช้สื่อออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น ก็จะมีส่วนช่วยเผยแพร่ชื่อเสียง ตัวตน หรือผลงานของตนเอง แต่ก็อาจเป็นดาบสองคม เพราะมีเกณฑ์สูงที่จะถูก “ขโมย” ถูกคนอื่นแอบอ้าง ลอกเลียนผลงานตนเอง ไปใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน

    ความรัก สัมพันธ์รักที่ราบรื่น ก็จะมีคนรัก คู่ครอง ช่วยสนับสนุน คุ้มครองอยู่เบื้องหลัง แต่ก็ควรระวังการใช้คำพูด/เขียนที่ก้าวร้าว รุนแรงกับเขา/เธอ ก็อาจทำให้จากรักกลายเป็นเกลียด ชิงชัง จนกลายเป็นศัตรูได้เช่นกัน ซึ่งวันที่ 27-28 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ สำหรับคนโสด จากงาน ภารกิจที่กำลังทำ ก็อาจทำให้พบรัก เจอคนถูกใจ ที่อาจร่วมสานรัก พัฒนาสัมพันธ์จนได้ครองคู่       

    สุขภาพ สังสรรค์กับมิตรสหาย ทั้งสุรา สิ่งเสพติด หรืออาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ก็อาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบายมากได้ ซึงวันที่ 29-31 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ    

    ครอบครัว ยังอยู่ในระยะที่ไม่ควรจะนำพาคนแปลกหน้า โดยเฉพาะที่เป็นชาวต่างชาติ เข้ามาพักพิงอาศัยในบ้าน ที่อยู่อาศัย เพราะอาจนำเหตุ/ภัยอันตรายมาให้

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ดาวพฤหัสบดี ดาวประธานฝ่ายศุภเคราะห์ และที่เป็นดาวประจำตัวของชาวราศีธนู จะโคจรมาสถิต ณ เขตราศีเมถุน ที่เป็นราศีแห่งคู่ครอง หุ้นส่วน คู่สัญญา หรือคู่ศัตรู! ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นระยะที่ควรกระชับมิตรให้แนบแน่นกับพวกเขา/เธอ เหล่านั้นให้มากขึ้น  ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดี-ดีมาก ที่จะได้รับความร่วมมือ ความช่วยเหลือในทุก ๆ ให้เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องร้องขอ!

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีมังกร

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีมังกร

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีมังกร ราศีของผู้ที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ นักบริหารการจัดการที่เก่งกาจ ที่กำหนดชีวิตไปตามกฎ ระเบียบ กติกาของสังคมอย่างเคร่งครัด เป็นที่รักชื่นชมก็มาก แต่มีคนไม่ชอบก็เยอะมาก

    การเงิน วันที่ 28-30 การใช้สื่อออนไลน์ ขยันหาข้อมูลให้มาก ๆ ก็อาจทำให้ได้โชคมีลาภ แต่ควรระวัง คบคนพาล พาลพาไปหาผิด ที่อาจถูกชักชวนให้หาลาภผลในทางที่ไม่สุจริต ให้ทำธุรกิจ “สีเทา” ..อันตราย

    การงาน วันที่ 27-28 ถ้าจะมีนัดสำคัญ หรือจะจัดประชุม ก็ควรเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพราะอาจถูกบอกเลื่อนนัด หรือถูกปฏิเสธที่จะเข้าร่วมได้ในนาทีสุดท้าย รวมถึงเผื่อเวลาไว้ให้มาก ๆ อย่าให้ตนเองเป็นฝ่ายผิดนัด ผิดสัญญา เพราะอาจทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เสียชื่อ เสียเครดิตไปอีกนาน

    ความรัก ถ้าคนรัก คู่ครอง มีอดีตรักที่ยังฝังใจ ก็ไม่ควรขุดคุ้ย ตามราวี กวนใจไม่เลิก โดยเฉพาะวันที่ 29-31 ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะรักษาสัมพันธ์รักให้ราบรื่นไว้ได้ สำหรับคนโสด ท่องเที่ยว เดินทาง อาจเป็นโอกาสให้ได้พบรัก เจอคนถูกใจ ยิ่งถ้าชาวราศีมกร สูงวัยกว่าเขา/เธอ ผู้นั้นมาก ก็จะเป็นที่ต้องตา ต้องใจ ที่จะสานรัก สานสัมพันธ์จนได้ครองคู่อย่างรวดเร็ว…รักต่างวัย!       

    ครอบครัว อยู่ในระยะที่ควรใส่ใจ ดูแลบุตร-ธิดาให้มากขึ้น เพราะอาจถูกล่อลวงให้หลงผิดจาก..ยาเสพติด!  

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2570 ดาวเสาร์ ดาวประจำตัวของชาวราศีมกร จะโคจรมาสถิต ณ เขตราศีมีน ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า เป็นระยะเวลาที่ควรตั้งใจใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ขยันที่จะศึกษาเพิ่มเติมอย่างจริงจัง อย่างมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาตนเอง ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะเจริญรุ่งเรือง ให้เป็นไปตามอำนาจของดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม!

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีกุมภ์

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีกุมภ์

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีกุมภ์ นักอุดมคติ ผู้กระตือรือร้น สนใจในวิทยาการหลากหลาย สิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น มีความสามารถที่จะนำสิ่งที่เป็น..นามธรรม มาคิด มาปฏิบัติ จนเป็นรูปธรรมอย่างมีระบบ และชัดเจน

    การเงิน ลงทุน เสี่ยงโชค เก็งกำไร อยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้โชคมีลาภ แต่ควรระวังความอยากได้ อยากมี อยากเป็น อย่างเสียหน้าไม่ได้ หรือหวังลงทุนต่อทุน  ก็อาจทำให้ หาได้เท่าไหร่…ก็ไม่มีเหลือ!

    การงาน ถึงลูกถึงคนในการติดต่อ สัมพันธ์ รวมถึงรวบรัด รีบสรุปอย่างรวดเร็ว ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้เกิดลาภผลดังที่คาดหวัง แต่ก็ควรระวังและหลีกเลี่ยงการพูด/เขียน/การกระทำที่รุนแรง ก้าวร้าว อย่างท้าตีท้าต่อย เพราะนอกจากจะเสียเปรียบแล้ว ยังจะทำให้เจ็บตัวอีกด้วย

    ความรัก สัมพันธ์รักที่ราบรื่น ก็อาจได้รับของขวัญ ของฝากแทนใจจากคนรัก คู่ครอง ที่อาจจะไม่ล้ำค่า แต่ก็มีคุณค่า! สำหรับคนโสดจากการใช้สื่อออนไลน์ ก็อาจเป็นสื่อทำให้ได้พบแฟนเก่า ที่เขา/เธอ ก็ยินดีร่วมรื้อฟื้นคืนสัมพันธ์ แต่ก็ควรระวังหรือหลีกเลี่ยงที่จะขอความช่วยเหลือใด ๆ เพราะอาจทำให้ผิดหวังได้ ซึ่งวันที่ 1-2 ควรระวังให้มาก  ๆ  

    ครอบครัว ใส่ใจ ดูแลญาติผู้ใหญ่ให้มากขึ้น เพราะอาจเจ็บป่วย ไม่สบายกะทันหันได้ ซึ่งวันที่ 27-28 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    คำแนะนำ วันที่ 7 กันยายน เป็นวันพระจันทร์เพ็ญ (ปูรณมี) ที่จะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาแบบเต็มดวงในเขตราศีกุมภ์  ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า … นับจากนี้ไปอีก 6  เดือน การ LET IT GO! กับสิ่งใด กับคนใดก็ตาม ที่ทำให้มีอารมณ์หงุดหงิด ขุ่นมัว จนถึงทำให้ชีวิตทุกข์ทนหม่นไหม้ ก็ควรสลัดทิ้งไป   เพราะการปลดปล่อย ไม่ยึดติด ถึงจะทำให้เป็นอิสระ ที่จะแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ ที่จะทำให้ชีวิตสว่าง สดใส  รอดพ้นจากเงามืดหม่นจากจันทรคราสในครั้งนี้!

    จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม ปี 2569 เงาราหูได้เข้ามาครอบงำในเขตราศีกำเนิดของชาวราศีกุมภ์ ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ควรระวังความอยากได้ อยากมี ที่มากเกินไป จน “เสี่ยง” ที่จะกระทำเพื่อให้ได้มา ก็อาจทำให้ชีวิตพลิกผัน …สว่าง แล้ว มืดดับ หรือจากมืดมน มาสู่แสงสว่าง ก็อาจเกิดขึ้นได้ เพราะ..เหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ!

    จนถึงวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2570 ดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม และ ที่เป็นดาวประจำตัวของชาวราศีกุมภ์ จะโคจรเข้ามาสถิต ณ เขตราศีมีน ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า อาจได้โชคมีลาภมหาศาลจากบ้าน ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง แต่ควร “เข้มงวด” มีวินัยกับตนเอง ไม่ตามใจตนเอง ปล่อยไปตามกระแสแห่งอารมณ์  โดยเฉพาะในเรื่อง งาน เงิน การใช้ชีวิตในแต่ละวัน ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้มีโชค มีลาภจากดาวเสาร์อย่างมหาศาล ที่จะไม่เป็น “ทุกขลาภ” จากดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม!

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีมีน

    ดวงรายสัปดาห์ ราศีมีน

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีมีน ผู้เปรียบเสมือน “ปลา” ที่แหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรของความคิด และความรู้สึกที่ไม่มีขอบเขต

    การเงิน หลีกเลี่ยงที่จะหารายได้ด้วยวิธีการใด ๆ ที่ต้อง “เสี่ยง” ทั้งจากการติดต่อ สัมพันธ์ หรือจะลงทุน เสี่ยงโชค เก็งกำไร รวมถึงการวิ่งเต้น ใช้เส้นในทางที่ไม่สุจริต เพราะอาจถูกโกง หักหลัง มีอันตรายตามมาอีกด้วย

    การงาน ถ้ากำลังมีเรื่องขัดแย้ง ก็ควรรีบประนีประนอม ยอมความ เพราะถ้าถูกฟ้องร้อง มีคดีความ ก็จะมีโอกาสเป็นฝ่ายสูญเสียมากกว่า  และวันที่ 27-28 อย่าประมาท ถ้าจะเดินทางไกล ทั้งไปต่างประเทศ หรือต่างจังหวัด ถ้า รีบร้อน รวดเร็ว ก็อาจเกิดเหตุ/ภัยอันตรายได้ รวมถึงระวังเอกสารสำคัญจะสูญหายอีกด้วย

    ความรัก รักในจินตนาการ! ที่ควรหลีกเลี่ยงจะนำคนรัก คู่ครอง ไปเปรียบเทียบกับใครบางคนที่ชื่นชม หลงใหล เพราะอาจทำให้เขา/เธอ “ของขึ้น” ที่จะนำไปสู่การทะเลาะวิวาทจนแตกหักกันได้ สำหรับคนโสด การเข้าร่วมกลุ่มทำกิจกรรมตามความเชื่อ ศรัทธา ก็อาจทำให้พบรัก เจอคนถูกใจ ที่เขา/เธอ ก็พร้อมจะร่วมสานรัก สานสัมพันธ์จนได้ครองคู่อย่างรวดเร็ว อย่าง…รักต่างวัย!      

    สุขภาพ ยังอยู่ในระยะที่ควรระวังการมองโลกในแง่ร้าย โดยเฉพาะจากความคิด ดำดิ่งไปกับจินตนาการของตนเอง อาจทำให้เกิดความเครียด จนเจ็บป่วย ไม่สบายได้

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม ปี2569 ดาวพฤหัสบดี ผู้เป็นราชาธิบดีแห่งสรวงสวรรค์ ได้โคจรมาสถิต ณ เขตราศีมิถุน ราศีปลายธาตุลม ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า การรักษา จัดการ ดูแลบ้าน ที่อยู่อาศัยให้สวยงาม สะอาดาตามกำลังที่ตนเองมี ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้รับโชคมีลาภจากพลังของดาวพฤหัสบดี แต่ก็อย่าประมาท ที่จะจัดการอย่างเวอร์วังอลังการ ก็อาจ-เจอพลังจากดาวเสาร์ ที่กำลังครอบงำดวงชะตาของชาวราศีมีน ที่จะทำให้….ฝันไกลไป ก็จะไปไม่ถึง!

    จนถึงวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2570 ดาวเสาร์ เจ้าแห่งชะตากรรม ได้โคจรมาสถิต ณ เขตราศีกำเนิดของชาวราศีมีนแล้ว ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า การใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น มีสติไตร่ตรองการกระทำของตนเองให้มากขึ้น รวมถึง “เข้มงวด” สร้างข้อจำกัดของตนเองให้มากขึ้น ที่ไม่ปล่อยตัวเองให้ล่องลอย ปล่อยตัวเองให้เป็นไปตามกระแสกรรม ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้รอดพ้นจาก..ชะตากรรมรังแกจากดาวเสาร์!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/315995/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37wZJFvlC-31lcMF5COm0Q

  • พระราชสมัญญานาม “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” ในพระบรมราชชนนีพันปีหลวง – BBC News ไทย

    พระราชสมัญญานาม “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” ในพระบรมราชชนนีพันปีหลวง – BBC News ไทย

    พระราชสมัญญานาม “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” ในพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    พระราชวงศ์ทรงสำราญพระอิริยาบถ ณ คฤหาสน์คิงส์บิเชส ที่ประทับส่วนพระองค์ในเมืองซันนิงฮิลล์ มณฑลเบิร์กเชียร์ของอังกฤษ เมื่อ 27 กรกฎาคม 2509 (จากซ้ายไปขวา) พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

    ที่มาของภาพ, Central Press/Hulton Archive/Getty Images

    คำบรรยายภาพ, พระราชวงศ์ทรงสำราญพระอิริยาบถ ณ คฤหาสน์คิงส์บิเชส ที่ประทับส่วนพระองค์ในเมืองซันนิงฮิลล์ มณฑลเบิร์กเชียร์ของอังกฤษ เมื่อ 27 กรกฎาคม 2509 (จากซ้ายไปขวา) พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

    สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล่าถึงแนวพระราชปณิธานที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยมีกระแสพระราชดำรัสว่า

    “จะต้องทำให้คนไทยมีโอกาสเล่าเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้และให้มากที่สุด ถึงแม้ช่วยแล้วเขายังไม่สามารถที่จะเรียนสูงไปได้มากในระบบ แต่เมื่อเขาอ่านออกเขียนได้ เรายังจะพอหาเอกสารที่เกี่ยวกับการทำมาหากิน การดำเนินชีวิตในโลกสมัยใหม่ที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วนี้ ส่งให้เขา เขาจะยังมีโอกาสปรับปรุงตัวให้ก้าวหน้าได้ในระบบการศึกษานอกโรงเรียน”

    นับแต่ดำรงพระราชอิสริยยศในฐานะสมเด็จพระบรมราชินีนาถของไทย พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจทรงงานด้านการศึกษาสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ทรงเห็นว่า การศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นเพราะจะช่วยพัฒนาชีวิต สังคม และประเทศชาติ ทรงอุปถัมภ์เยาวชนผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษา พระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนจากครอบครัวที่ยากจน ทั้งยังทรงให้ความสำคัญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เพื่อให้มุ่งมั่นพัฒนาตนเองและพัฒนางานที่รับผิดชอบ

    พระองค์ยังทรงศึกษาความก้าวหน้าของวิทยาการต่าง ๆ และทรงส่งเสริมให้มีการศึกษา ทดลอง วิจัยเพื่อให้งานมีผลดี เช่น โครงการศิลปาชีพ ทรงสนพระทัยในงานฝีมือพื้นบ้าน จึงส่งเสริมโดยการจัดครูออกไปฝึกสอนราษฎรเพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพของงานให้ดียิ่งขึ้น เมื่อราษฎรมีความชำนาญผลงานที่ผลิตออกมาก็จะทรงรับซื้อด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ต่อมาได้ขยายเป็นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และทรงจัดตั้งโรงเรียนฝึกอบรมศิลปาชีพ ขึ้นแห่งแรกที่พระตำหนักจิตรลดา

    แม้ทรงมีพระราชกิจมากมาย ทรงทุ่มเทพระราชหฤทัยและกำลังพระวรกายในการอภิบาลพระราชโอรสและพระราชธิดา ทั้งในบทบาทของแม่และครูด้วยพระองค์เอง

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • ทำเนียบรัฐบาลลดธงครึ่งเสา

    • พระพันปี

    • .

    • ชาวต่างชาติอพยพเข้าไทย

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    ครั้งหนึ่งราวปี 2523 พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานสัมภาษณ์แก่กลุ่มนักข่าวหญิง ได้ทูลถามเกี่ยวกับการทรงแบ่งเวลาในแต่ละวันระหว่างการทรงงานกับการดูแลครอบครัวว่า

    “ตอนหลัง ๆ นี่แบ่งลำบากมาก เพราะว่าพระเจ้าอยู่หัวท่านรับสั่งว่า ตอนนี้ต่างคนต่างเป็นเครื่องจักร พบกันระหว่างทำงานด้วยกัน อยู่ในหมู่คน แล้วที่ครอบครัวจะได้อยู่พบกันก็คือที่รับประทานอาหารกลางคืนด้วยกัน เท่านั้นเอง…”

    บันทึกพระราชดำรัส พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวบีบีซี ในสารคดี “ศูนย์รวมใจของชาติ – พระราชวงศ์ไทย” (Soul of a Nation – The Royal Family of Thailand) ปี 2523 ไว้ตอนหนึ่งว่า

    “….พระมหากษัตริย์และพระราชินีของประเทศไทย มีความใกล้ชิดกับประชาชนมาโดยตลอด ประชาชนมักจะมองพระมหากษัติรย์ดังพ่อของแผ่นดิน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงไม่มีชีวิตส่วนตัวมากนัก เพราะประชาชนได้พิจารณาเราในฐานะเป็นพ่อและแม่ของแผ่นดิน ดังนั้นเราจึงอุทิศเวลาทั้งหมดให้กับประชาชน…”

    พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว กับ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ที่มาของภาพ, Keystone/Hulton Archive/Central Press/Getty Images

    คำบรรยายภาพ, พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว กับ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ในการอภิบาลพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงเล่าว่า

    “สมเด็จพระนางเจ้าฯ เมื่อต้องทรงปฏิบัติพระราชกิจตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ว่าจะทรงเหน็ดเหนื่อยเพียงใด พอกลับมาถึงที่ประทับก็จะมาหาพระราชโอรสและพระราชธิดาก่อน เพื่อไต่ถามลูก ๆ ทุกพระองค์ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง…”

    ในพระราชนิพนธ์ เรื่อง แม่ ของรัชกาลที่ 10 ทรงเล่าไว้ตอนหนึ่งด้วยว่า

    “…ตั้งแต่เล็กมาข้าพเจ้ามีความผูกพันกับสมเด็จแม่มากที่สุด และได้คิดถึงความผูกพัน ความรัก ความหวังดีของท่านมาตลอดจึงได้เล็งเห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณ และความสำคัญของท่านต่อชีวิตของข้าพเจ้าอย่างประจักษ์แจ้ง ข้าพเจ้าจึงถือว่าตัวเองเป็นคนที่มีวาสนาสูงอย่างยิ่งที่มีแม่สุดประเสริฐที่พระราชทานกำเนิดแก่ข้าพเจ้า ทรงสุขทรงทุกข์ไปกับข้าพเจ้า ทรงปรารถนาดีแนะนำแก้ไขปัญหาทุกอย่างแก่ข้าพเจ้า

    เมื่อเป็นเด็ก สมเด็จแม่ทรงวางรากฐานการพัฒนาทุก ๆ ด้านให้แก่ข้าพเจ้า เช่น รากฐานการพัฒนาทางสุขภาพอนามัย รากฐานการพัฒนาทางความรู้และความคิดเป็นต้น ท่านทรงอบรมความรู้ทั่วไปเกร็ดวิชาจรรยามารยาท ข้อคิดต่าง ๆ ให้เสมอเมื่อมีโอกาส เวลามีเรื่องราวหรือเหตุการณ์ไม่ปรกติเกิดขึ้นในบ้านเมือง ก็ทรงปกป้องและกีดกัน มิให้เกี่ยวข้องเข้ามาถึง และทรงกำกับดูแลความเป็นอยู่ทุกอย่าง เพื่อให้ข้าพเจ้าเติบโตขึ้นมาโดยธรรมชาติทั้งทางร่างกายและจิตใจ

    เมื่อจะทรงสั่งสอนอบรมสิ่งไรก็รับสั่งด้วยอย่างนุ่มนวล เปิดเผย แต่ก็สอดแทรกด้วยศีลธรรมจรรยา รวมทั้งเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และภาระหน้าที่ต่าง ๆ ของผู้ที่เป็นเจ้าฟ้า ข้าพเจ้าจึงถือว่า ได้เรียนความรู้ศีลธรรมและหน้าที่จากสมเด็จแม่อย่างหนักแน่นมาตั้งแต่เด็ก…”

    พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ ทรงมีพระราชดำรัสกับสื่อมวลชนอังกฤษที่ทรงเชิญ ณ คฤหาสน์คิงส์บิเชส ที่ประทับส่วนพระองค์ในเมืองซันนิงฮิลล์ มณฑลเบิร์กเชียร์ของอังกฤษ เมื่อ 27 กรกฎาคม 2509 ด้านหลังคือสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชโอรส และพระราชธิดา

    ที่มาของภาพ, Keystone-France/Gamma-Rapho/Getty Images

    คำบรรยายภาพ, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชฯ ทรงมีพระราชดำรัสกับสื่อมวลชนอังกฤษที่ทรงเชิญ ณ คฤหาสน์คิงส์บิเชส ที่ประทับส่วนพระองค์ในเมืองซันนิงฮิลล์ มณฑลเบิร์กเชียร์ของอังกฤษ เมื่อ 27 กรกฎาคม 2509 ด้านหลังคือสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชโอรส และพระราชธิดา

    พระราชนิพนธ์ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อง แม่ ทรงเล่าถึงครูคนแรกของพระองค์ว่า

    “…ท่านมีตำแหน่งเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งหมายความว่า ท่านเป็น “แม่” ของคนทั้งชาติ แล้วก็เป็นแม่ “ส่วนตัว” ของข้าพเจ้าด้วย ทำให้เขียนเรื่องยากขึ้นอีก ทางที่ดีก็เลือกลักษณะอะไรเด่น ๆ มาพูดสักอย่างเดียว คิดดูแล้วตกลงว่าจะเขียนถึงท่านในแง่เป็นบุพพาจารย์หรือเป็นครูคนแรก

    คุณยายเล่าให้ฟังเสมอว่า ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ สมเด็จแม่กับน้า โปรดปรานการเล่นครูนักเรียนกับเด็กที่บ้าน โดยท่านจะเป็นครูและให้เด็กคนอื่นเป็นนักเรียน สมเด็จแม่ทรงมีวิธีการสอนหนังสือที่ดีอยู่แล้ว เด็ก ๆ ทั้งหลายจึงชอบเป็นลูกศิษย์ท่านกัน จนกระทั่งน้าร้องไห้เพราะไม่มีใครไปโรงเรียนของน้า ร้อนถึงคุณยายต้องมาเป็นตระลาการตัดสินคดีให้แบ่งเด็กไปเข้าโรงเรียนของน้าบ้าง เมื่อการเป็นเช่นนี้ ก็ไม่เป็นการยากสำหรับท่านเลยในการที่จะสั่งสอนและสอนหนังสือลูก ๆ ด้วยพระองค์เอง

    ตอนเล็ก ๆ ท่านสอนให้พับกระดาษ เขียนรูปและทำการฝีมือต่าง ๆ โดยถือแนวว่าคนเราไม่ควรปล่อยเวลาว่างผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ ถ้าเรานั่งดูทีวีวันเสาร์อาทิตย์เฉย ๆ โดยมือไม้ไม่ได้ทำอะไรให้เป็นประโยชน์เป็นโดนกริ้ว

    ตอนบ่าย ๆ ท่านไล่ให้ลงไปวิ่งเล่นข้างล่าง เพราะเด็ก ๆ ควรได้อากาศบริสุทธิ์ โตขึ้นท่านจะให้มีหน้าที่ดูแลสนาม ถอนหญ้าแห้วหมู และคอยตัดหญ้ากับต้นข่อยที่ดัดเป็นรูปต่าง ๆ เป็นการออกกำลังกายที่เป็นประโยชน์

    พอค่ำลงเราก็ขึ้นมารับประทานอาหาร ตอนอาหารนี้ถ้าว่างพระราชกิจ สมเด็จแม่มักจะอยู่ด้วย ประการแรก ท่านจะได้ดูว่ารับประทานที่มีคุณค่าทางอาหารพอหรือไม่ ประการที่สอง ดูมารยาทโต๊ะ และประการที่สาม เป็นข้อที่พี่น้องทุกคนรวมทั้งพี่เลี้ยงชอบที่สุด คือท่านจะเลือกหนังสือดี ๆ สนุก ๆ มาเล่าให้ฟัง หนังสือที่ท่านเอามาเล่าบางทีก็เป็นนิทานธรรมดา ๆ หรือนิทานเรื่องชาดกในพุทธศาสนา บางทีก็เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ ประวัติบุคคลสำคัญ และความรู้รอบตัวอื่น ๆ บางครั้งเป็นข่าวจากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์

    ตอนหลัง ๆ นี้ท่านชอบอ่านเป็นภาษาอังกฤษให้เราหัดฟังภาษาด้วย นาน ๆ ทีก็อาจจะมีการถามปัญหาทวนความจำ ถ้าตอบถูกมักมีรางวัลเงินสด 1 บาท เป็นที่ขบขันกันในครอบครัวว่าหนังสือธรรมดา ๆ ที่น่าเบื่อที่สุดในโลก พอสมเด็จแม่เล่ามันสนุกตื่นเต้นมีรสมีชาติขึ้นมาทันที ท่านจะเน้นระบายสี หยิบยกจับความที่น่าสนใจขึ้นมาเล่า (ทูลหม่อมพ่อยังโปรดฟัง) ทำให้จำง่ายไม่ต้องท่อง เรื่องนี้มีความลับอย่างหนึ่ง (ที่เปิดเผยได้แล้ว) ว่า บางทีข้าพเจ้าขี้เกียจอ่านหนังสือเพราะเรียนเยอะแยะ ก็อาศัยจำเอาจากที่สมเด็จแม่เล่า นำมาวิจารณ์เพิ่มเติม แล้วใช้ตอบข้อสอบ หรือเขียนรายงานส่งครูสบาย ๆ

    ….นอกจากจะเรียนหนังสือที่โรงเรียนแล้วสมเด็จแม่ยังทรงจัดให้ลูก ๆ เรียนพิเศษวิชาต่างๆ มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

    …ทั้งภาษา เลข ดนตรี วาดรูป และแม้ว่าท่านไม่นิยมความฟุ่มเฟือย (ข้าวของทุกอย่างต้องใช้อย่างประหยัด) เรื่องการใช้จ่ายในเรื่องการเล่าเรียน การซื้อหนังสือ ท่านจ่ายอย่างไม่อั้น เพราะวิชาความรู้ทำให้เราสามารถทำงานช่วยคนหมู่มาก ช่วยบ้านเมืองได้ สมบัติใด ๆ ย่อมไม่ประเสริฐเท่าการกระทำคุณงามความดี เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นและวิชาความรู้…”

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กับสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ถ่ายเมื่อ 27 กรกฎาคม 2509

    ที่มาของภาพ, Roger Jackson/Central Press/Getty Images

    คำบรรยายภาพ, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กับสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ถ่ายเมื่อ 27 กรกฎาคม 2509

    สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานสัมภาษณ์ถึงพระบรมราชชนนีพันปีหลวงว่า

    “…ทรงสอนให้รู้จักวรรณคดีไทยทั้งพระอภัยมณี ทั้งอิเหนา ทรงเล่าให้ฟังเมื่อเด็ก ๆ จำความได้นิยายส่วนมากจะเป็นเทพนิยายกรีก ทำให้ได้ความรู้ไปในตัว ไม่ใช่นิทานไร้สาระ นิทานอีสปบ้าง นิยายกรีกบ้าง ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของต่างชาติ…

    ….สิ่งหนึ่งที่ได้จากท่านเต็มที่เลยก็คือ การที่จะทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติ อันนี้ท่านปลูกฝังมาแต่ตัวนิดเดียว ท่านว่าถ้าไม่ใช่บรรพบุรุษท่านทำ ๆ กันมา ไทยเราก็คงจะไม่อยู่สบายกันอย่างนี้ เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องสานงานของบรรพบุรุษต่อ งานจะเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ…”

    พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่เป็นคุณูปการแก่การศึกษาของชาติ และในการอภิบาลพระราชโอรสและพระราชธิดา ทรงดูแลพระราชภาระทั้งสองอย่างไปพร้อม ๆ กัน สมพระราชสมัญญาที่คณะรัฐนตรีมีมติ 7 พฤษภาคม 2556 เห็นชอบถวายพระราชสมัญญา “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” แด่พระองค์ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555

    ในปี 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นที่แน่นอน คือ วันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เนื่องจากเดิมเกิดวิกฤติเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้การจัดงานวันแม่แต่ละครั้ง หลังจัดขึ้นเป็นครั้งแรก 10 มีนาคม 2486 ณ สวนอัมพร ขาดความต่อเนื่อง

    อ้างอิงแหล่งข้อมูล:

    • พระราชนิพนธ์ เรื่อง แม่ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแก่วารสารชุมนุมจุฬา ฉบับเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2520
    • พระราชนิพนธ์ เรื่อง สมเด็จแม่กับการศึกษา ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
    • 84 พรรษา นางแก้วคู่พระบารมี หนังสือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ จัดทำโดย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
    • หนังสือ My Queen ราชินีของเรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cly9gx5x7e7o&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zwHdZTeQlMdMQnUKg9cwV

  • ไทยลีก ยันแล้วไม่งด-ไม่เลื่อน เน้นปรับรูปแบบเพิ่มกระบวนการร่วมแสดงความอาลัย

    ไทยลีก ยันแล้วไม่งด-ไม่เลื่อน เน้นปรับรูปแบบเพิ่มกระบวนการร่วมแสดงความอาลัย

    ไทยลีกไม่งด ไม่เลื่อน
    แฟ้มภาพ

    ฟุตบอลไทยลีก งดไม่งดได้คำตอบแล้ว รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาย้ำชัดไทยเดินหน้าจัดซีเกมส์ตามกำหนดเดิม ปรับพิธีเปิด–ปิดให้เหมาะสมช่วงไว้อาลัย เช่นเดียวกับกีฬาแข่งขันอื่นเพียงเน้นปรับรูปแบบกิจกรรม

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยวันนี้ (25 ต.ค.68) ภายหลังสำนักพระราชวังมีประกาศเรื่องสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต โดยระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของปวงชนชาวไทย และย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจของประชาชน รวมทั้งนักกีฬาไทยเป็นอย่างมาก

    “การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ ยังคงต้องดำเนินการต่อไปให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ จากมติคณะรัฐมนตรี ที่มีมติให้ลดและงดกิจกรรมรื่นเริงในช่วงนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะดำเนินการปรับรูปแบบพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น”

    สำหรับการแข่งขันกีฬาที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ อาทิ ฟุตบอลไทยลีก นายอรรถกร ในฐานะรมว.ท่องเที่ยวและกีฬายืนยันว่า จะไม่มีการงดหรือเลื่อนการแข่งขันแต่อย่างใด แต่จะมีการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรม โดยเพิ่มกระบวนการร่วมแสดงความอาลัย และลดกิจกรรมหรือองค์ประกอบที่มีลักษณะบันเทิงลง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเหมาะสมในช่วงเวลานี้

    ขณะที่ นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แจ้งแนวทางปฏิบัติการแสดงความอาลัย สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลทุกระดับ เนื่องด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และขอความร่วมมือจากสโมสรสมาชิกทุกองค์กรในการแสดงความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ สำหรับการจัดการแข่งขันฟุตบอลของสมาคมฯ โดยให้ถือปฏิบัติดังนี้

    1. ให้มีการยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที ก่อนเริ่มการแข่งขันพร้อมแสดงภาพถวายความอาลัยบนจอภายในสนาม
    2. ให้นักกีฬา-เจ้าหน้าที่ทีมและผู้ตัดสินที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันสวมปลอกแขนสีดำด้านใดด้านหนึ่งเพื่อเป็นการไว้ทุกข์
    3. ให้สโมสรแจ้งขอความร่วมมือกับผู้เข้าชมการแข่งขัน งดใช้อุปกรณ์เชียร์ที่ส่งเสียงดัง เช่น กลอง แตร หรือป้ายข้อความไม่เหมาะสม และขอให้ร่วมกันเชียร์ด้วยความสุภาพ สำรวม และเคารพต่อบรรยากาศแห่งความอาลัย

    ทั้งนี้ให้แนวทางปฏิบัติดังกล่าวมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด

    ไทลีกแข่งต่อ เงื่่อนไข
    ภาพ @สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
    ไทยลีกไม่งด
    ภาพ @Thaileague1Official

    อ่านข่าวกีฬาและประเด็นที่น่าสนใจในประเทศวันนี้ 25 ตุลาคม 2025

    ข่าวล่าสุด

    Photo of Pachara

    Pachara

    นักเขียนประจำที่ Thaiger จบการศึกษาด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เคยผ่านประสบการณ์ผู้สื่อข่าวกีฬา เริ่มเขียนบทความกับ Thaiger ตั้งแต่ปี 2021 วิ่งกับการอ่านหนังสือ คือ กิจกรรมที่สนใจเป็นพิเศษ ช่องทางติดต่อ pachara@thethaiger.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1476273/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0egP6eTiihLlXQ72zKPqT-

  • กรมการจัดหางาน สั่งลุย ตรวจต่างชาติทำงานทั่วประเทศ สกัด “นอมินี” แย่งอาชีพคนไทย

    กรมการจัดหางาน สั่งลุย ตรวจต่างชาติทำงานทั่วประเทศ สกัด “นอมินี” แย่งอาชีพคนไทย

    กรมการจัดหางาน สั่งลุย ตรวจต่างชาติทำงานทั่วประเทศ สกัด “นอมินี” แย่งอาชีพคนไทย

    นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฎเป็นข่าวว่ามีชาวต่างชาติประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี และเข้ามาทำงานประกอบอาชีพแข่งขันกับคนไทยไม่ถูกกฎหมายในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น การประกอบธุรกิจร้านให้เช่ารถ ธุรกิจบริการนำเที่ยว และร้านตัดผม ตามแหล่งท่องเที่ยวและย่านการค้าสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในพื้นที่ ผมไม่ได้นิ่งนอนใจได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของคนต่างชาติ กรมการจัดหางาน บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของคนต่างชาติที่แย่งอาชีพคนไทย รวมถึงแรงงานต่างชาติที่ทำงานผิดกฎหมาย ไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างเข้มงวด โดยการลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการในทุกจังหวัดทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ เกาะสมุย เมืองพัทยา ซึ่งเป็นแหล่งประกอบอาชีพและอุตสาหกรรมหลัก รวมถึงย่านการค้าและแหล่งเศรษฐกิจสำคัญที่มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อให้การทำงานของแรงงานต่างชาติเป็นไปตามกฎหมาย และมิให้กระทบต่อโอกาสการมีงานทำของคนไทย

    อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวเน้นย้ำว่า คนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยต้องเคารพกฎหมาย โดยแรงงานต่างชาติต้องมีเอกสารประจำตัวบุคคลและใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง รวมทั้งต้องทำงานตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมายที่ระบุไว้ในประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ มีทั้งสิ้น 40 งาน ซึ่งคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้ มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศต้นทาง รวมถึงห้ามขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษ ในส่วนของนายจ้างหรือสถานประกอบการที่รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี

    ทั้งนี้ หากพบเห็นแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 02-354-1729 สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ พื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/966779&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zHQoSqPKYuHon6cIqXIny