Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/board/knowledge/4155064/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eiAT_Sx4dv4NYFFiDx-Ql

  • มาตรการรัฐ-คนละครึ่งพลัส ดัน GDP ปี68 โต 2.4% ส่งออกพุ่ง เร่งหนีภาษีทรัมป์

    มาตรการรัฐ-คนละครึ่งพลัส ดัน GDP ปี68 โต 2.4% ส่งออกพุ่ง เร่งหนีภาษีทรัมป์

    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) โฆษกกระทรวงการคลัง  เปิดเผยว่า สศค.ได้ปรับเพิ่ม ประมาณการเศรษฐกิจไทย หรือ GDP ปี 2568  2.4% ต่อปี ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อนหน้า เดือนกรกฎาคม 2568 ที่ 2.2% ต่อปี  โดยได้ปัจจัยสนับสนุนได้แก่

    1. การบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัวได้ดีที่  3.0%  ต่อปี โดยได้รับแรงหนุนที่สำคัญจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568

    2. การส่งออก มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะขยายตัวสูงถึง  10.0% ต่อปี ซึ่งเป็นผลจากการเร่งส่งออกของภาคเอกชน โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ขยายตัวสูงถึง 26.4% และตลาดจีนที่ขยายตัว 10.8% ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ในสินค้าประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยางเป็นสำคัญ

    3. การลงทุนภาครัฐ ที่ คาดว่าจะขยายตัวสูงที่ 5.6% ต่อปี

    “เศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.4%  ช่วงคาดการณ์ที่1.9 – 2.9% ปรับเพิ่มจากประมาณการครั้งก่อน เนื่องจาก นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงปลายปี รวมถึงมาตรการคนละครึ่งพลัส ที่คาดว่าจะกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้ขยายตัวได้ดีในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 และ ภาคการส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง ” นายวินิจ กล่าว

    ขณะที่การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2568 สศค. คาดการณ์ว่าเสถียรภาพภายในประเทศอยู่ในระดับมั่นคง  อยู่ที่ 0.2% ต่อปี ช่วงคาดการณ์0.7%-0.3% ซึ่งการปรับประมาณการ ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ ลดลงจากประมาณการครั้งก่อน โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง เป็นผลมาจาก ราคาพลังงานลดลง การลดลงนี้รวมถึง ค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง ตามนโยบายของภาครัฐ รวมถึงราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงด้วย

    สำหรับปี 2569 สศค. คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ 2.0% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.5 ถึง 2.5) สาเหตุหลัก มาจากการชะลอตัวนี้เป็นผลมาจากการที่ภาคเอกชนมีการ เร่งส่งออกสินค้าในปี 2568 ไปล่วงหน้า  คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าในปี 2569 จะ หดตัวที่ -1.5% เนื่องจากผลกระทบต่อเนื่องจากมาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ จะเริ่มส่งผลกระทบชัดเจนต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิต

    สำหรับปี 2569 สศค. คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับมาเป็นบวกและอยู่ที่  0.5% ต่อปี ช่วงคาดการณ์ 0.0% – 1.0% โดยเป็นไปตามทิศทาง อุปสงค์ภายในประเทศที่ขยายตัวดี

    อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจปี 2569 ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยจำนวน 35.5 ล้านคน ประกอบกับการจัดงานสำคัญต่างๆ เช่น งานมหกรรมพืชสวนโลกปี 2569 และการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก

    ทั้งนี้ สศค.เน้นย้ำว่ายังคงต้องติดตามปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด ได้แก่
    1. นโยบายด้านภาษีของสหรัฐฯ และผลกระทบทางอ้อมจากการไหลเข้าของสินค้าจากประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาษีที่ย้ายตลาดเข้าสู่ไทยมากขึ้น
    2. ทิศทางของการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
    3. ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
    4. ระดับหนี้ครัวเรือนของภาคประชาชนและ SMEs
    5. การย้ายฐานการลงทุนและการผลิต ในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายด้านภาษีของสหรัฐฯ

    ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภายใต้นโยบาย “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” (Quick Big Win) โดยมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งระยะสั้นและระยะยาว พร้อมคำนึงถึงความยั่งยืน การดำเนินงานแบ่งเป็น 5 เสาหลัก ได้แก่ 1.กระตุ้นเศรษฐกิจ 2.ลดภาระประชาชน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้เสียภาคครัวเรือน (NPL) 3.ส่งเสริมธุรกิจ SMEs 4.เพิ่มการออมของประชาชน และ5.การลงทุนเพื่ออนาคต

    นอกจากนี้ยังมี มาตรการทางการเงินช่วยเหลือภาคเอกชน โดยเฉพาะ SMEs ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานการส่งออกไปสหรัฐฯ ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องอย่างทันท่วงที.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/732661&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0A36fYkpfer_bLx_SkxnqU

  • จับมือชื่นมื่น!

    จับมือชื่นมื่น!

    จับมือชื่นมื่น! ‘ทรัมป์-สี จิ้นผิง’เจรจาสงบศึกการค้าที่เกาหลีใต้

    วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.08 น.

    30 ตุลาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้เริ่มการประชุมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่ฐานทัพอากาศในเกาหลีใต้ ในวันพฤหัสบดี ด้วยความหวังที่จะบรรลุข้อตกลงสงบศึกในสงครามการค้าระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

    การเจรจาในเมืองท่าปูซานทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ ถือเป็นการพบปะกันแบบตัวต่อตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 และเป็นกิจกรรมปิดท้ายการเดินทางเยือนเอเชียของนายทรัมป์ ซึ่งเขาได้ประกาศความคืบหน้าทางการค้าหลายอย่างกับเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    นายทรัมป์ กล่าวขณะจับมือกับนายสี ซึ่งแสดงอารมณ์เพียงเล็กน้อยขณะที่นายทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่าทั้งคู่อาจลงนามข้อตกลงการค้าในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายนั่งลงพร้อมคณะผู้แทนเพื่อเริ่มการเจรจา ประธานาธิบดีสี กล่าวกับนายทรัมป์ผ่านล่ามว่า เป็นเรื่องปกติที่สองประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลกจะมีความขัดแย้งกันบ้างในบางครั้ง นายสี เปิดเผยว่า เมื่อไม่กี่วันก่อน ผู้เจรจาการค้าของทั้งสองประเทศได้บรรลุฉันทามติพื้นฐานในการจัดการกับข้อกังวลหลักของกันและกัน เขายินดีที่จะทำงานร่วมกับประธานาธิบดีทรัมป์ต่อไป เพื่อวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ

    ค่าเงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าความตึงเครียดทางการค้าจะผ่อนคลายลง หลังจากที่สร้างความปั่นป่วนให้กับธุรกิจทั่วโลกมานาน ตลาดหุ้นทั่วโลก ตั้งแต่วอลล์สตรีทไปจนถึงโตเกียว ต่างทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

    นายทรัมป์ได้กล่าวถึงโอกาสในการบรรลุข้อตกลงในการประชุมกับนายสี ซึ่งจัดขึ้นนอกรอบการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือ เอเปค (APEC) อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ทั้งสองประเทศเต็มใจที่จะใช้มาตรการแข็งกร้าวมากขึ้นในประเด็นการแข่งขันทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์หลายอย่าง คำถามยังคงมีอยู่ว่าการประนีประนอมทางการค้าจะยั่งยืนได้นานแค่ไหน

    สงครามการค้ากลับมาร้อนระอุอีกครั้งในเดือนนี้ หลังปักกิ่งเสนอขยายการจำกัดการส่งออกแร่หายาก (rare-earth minerals) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจีนเป็นผู้ครองตลาด นายทรัมป์ประกาศว่าจะตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 100% สำหรับสินค้าส่งออกของจีน และมาตรการอื่น ๆ รวมถึงความเป็นไปได้ในการจำกัดการส่งออกสินค้าที่ผลิตด้วยซอฟต์แวร์ของสหรัฐฯ ไปยังจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

    ทำเนียบขาวส่งสัญญาณว่าหวังว่าการประชุมสุดยอดครั้งนี้จะเป็นการประชุมครั้งแรกจากหลายครั้งระหว่างนายทรัมป์และนายสี ในปีหน้า ซึ่งอาจรวมถึงการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำแต่ละฝ่ายด้วย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/924458&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-fh2cAyNC3tlcGOvsUqCz

  • นักลงทุนต่างชาติแห่ลงทุน กวางตุ้ง เพิ่มกว่า 33% สะท้อนศักยภาพเศรษฐกิจจีนตอนใต้

    นักลงทุนต่างชาติแห่ลงทุน กวางตุ้ง เพิ่มกว่า 33% สะท้อนศักยภาพเศรษฐกิจจีนตอนใต้

    นักลงทุนต่างชาติแห่ลงทุน “กว่างตง” เพิ่มกว่า 33% ใน 9 เดือนแรกของปี 2025 สะท้อนศักยภาพเศรษฐกิจจีนตอนใต้

    รัฐบาลมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ประเทศจีน เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมว่า บริษัทและนักลงทุนจากทั่วโลกยังคงแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจกว่างตงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนมกราคม–กันยายน 2025 มีการจัดตั้งบริษัทที่ได้รับเงินทุนจากต่างประเทศแห่งใหม่กว่า 24,000 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.7 เมื่อเทียบกับปีก่อน ยืนยันบทบาทของกว่างตงในฐานะศูนย์กลางการลงทุนสำคัญของจีนตอนใต้

    ตัวเลขการลงทุนต่างชาติในกว่างตง

    • มูลค่าเงินทุนจากต่างประเทศที่ใช้จริงอยู่ที่ 7.81 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 3.61 แสนล้านบาท)
    • เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
    • การลงทุนจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.4
    • นักลงทุนจากเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

    อุตสาหกรรมการผลิตขับเคลื่อนการเติบโต

    ภาคการผลิตของกว่างตงยังคงเป็นแรงขับสำคัญ โดยมีการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 23.5 อุตสาหกรรมที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่ อุปกรณ์เฉพาะทางและเครื่องจักรไฟฟ้า ซึ่งขยายตัวหลายเท่าตัว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพทางอุตสาหกรรมและแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะยาวของภูมิภาคนี้

    กว่างตงศูนย์กลางการลงทุนต่างประเทศของจีน

    • ปัจจุบันกว่างตงมีบริษัทที่ได้รับเงินทุนจากต่างประเทศแล้วมากกว่า 360,000 แห่ง
    • มียอดใช้เงินทุนจากต่างประเทศสะสมกว่า 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19.72 ล้านล้านบาท)
    • เป็นมณฑลที่มีบทบาทสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมขั้นสูง

    แนวโน้มการเติบโตและความเชื่อมั่นในอนาคต

    การขยายตัวของการลงทุนในกว่างตงไม่เพียงสะท้อนถึงเสถียรภาพของเศรษฐกิจจีนตอนใต้ แต่ยังชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จของนโยบายเปิดกว้างด้านเศรษฐกิจและการสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เอื้อต่อธุรกิจต่างชาติ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเติบโตทางเศรษฐกิจในวงกว้างต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/chinanews/86/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NHquLAQbA8J94l13Z858U

  • “นฤมล” นำประชุมบอร์ดคุรุสภา เห็นชอบปรับเกณฑ์ทดสอบ “ใบประกอบวิชาชีพครูใหม่” ลดภาระผู้เข้าสอบ P-License | TOPNEWS

    “นฤมล” นำประชุมบอร์ดคุรุสภา เห็นชอบปรับเกณฑ์ทดสอบ “ใบประกอบวิชาชีพครูใหม่” ลดภาระผู้เข้าสอบ P-License | TOPNEWS

    “สิ่งที่สำคัญก็คือ ไม่ต้องการให้เป็นภาระของผู้ที่จะสอบใบประกอบวิชาชีพครู เพราะตอนสอบบรรจุเป็นครูในสังกัดต่าง ๆ ก็ต้องสอบตามสาขาวิชาที่หน่วยงานต้องการอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากนี้ทางคุรุสภาจะได้จัดทำประกาศเสนอขึ้นมาให้รัฐมนตรีลงนาม เพื่อจะได้ยกเลิกการสอบกลุ่มวิชาในการสอบใบประกอบวิชาชีพครูรอบต่อไปที่จะมีขึ้นในเดือนมกราคม 2569 อย่างไรก็ตาม ทางคุรุสภาก็ยังเปิดโอกาสให้ครูที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เข้ามาเรียนในหลักสูตร 7 โมดูล เพื่อที่จะให้ได้ใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครู (P-License) หรือ พรีไลเซน เป็นใบอนุญาตชั่วคราวของคุรุสภา สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่คุรุสภาให้การรับรองแล้ว แต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์การทดสอบสมรรถนะทางวิชาชีพ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบรายชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการประเมินระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพครู ตามข้อบังคับของคุรุสภา ว่าด้วยระดับคุณภาพมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพครู รวม 13 ราย และได้อนุมัติการรับรองคุณวุฒิทางการศึกษาให้กับมหาวิทยาลัย 17 แห่ง จำนวน 23 หลักสูตร ครอบคลุม ปริญญาตรีทางการศึกษา 11 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู 5 หลักสูตร ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพบริหารการศึกษา 1 หลักสูตร ปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) 1 หลักสูตร และปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพบริหารการศึกษา) 5 หลักสูตร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1373332&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23_1d-nTaaXXukYVmjt94O

  • เทศบาล ต.เมืองบางขลัง เข้ารับรางวัลด้านการท่องเที่ยวชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น | เดลินิวส์

    เทศบาล ต.เมืองบางขลัง เข้ารับรางวัลด้านการท่องเที่ยวชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น | เดลินิวส์

    เทศบาล ต.เมืองบางขลัง เข้ารับรางวัลด้านการท่องเที่ยวชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น

    อีกหนึ่งผลงานเทศบาลตำบลเมืองบางขลัง ด้านการท่องเที่ยวชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น  จากการคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5253603/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Pj3AKpxmxafX8AkSFlwel

  • มวยคู่เอก ทรัมป์พบสีครั้งแรกในรอบ 6 ปี | PPTV Online

    มวยคู่เอก ทรัมป์พบสีครั้งแรกในรอบ 6 ปี | PPTV Online

    30 ตุลาคม 2025 – โดนัลด์ ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง พบกันครั้งแรกในรอบ 6 ปี ที่ฐานทัพอากาศกิมแฮ เมืองปูซาน ของเกาหลีใต้ เพื่อหารือในหลายประเด็นโดยเฉพาะสงครามการค้า

    #ทรัมป์ #สีจิ้นผิง #อเมริกา #จีน #ข่าวต่างประเทศ #PPTVOnline

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/204175&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38F2ye5KF4hW-udiLACfFz

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ในห้วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค   – กระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ในห้วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค – กระทรวงการต่างประเทศ

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ในห้วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ในห้วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค

    วันที่นำเข้าข้อมูล 31 ต.ค. 2568

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 31 ต.ค. 2568

    | 41 view

    เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนางเพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศเครือรัฐออสเตรเลีย ในห้วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี

    รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศออสเตรเลียได้แสดงความเสียใจและความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยฝ่ายไทยเห็นว่า หากรัฐมนตรีการค้าและการท่องเที่ยวออสเตรเลีย รวมถึงคณะนักธุรกิจออสเตรเลียเยือนไทยมากขึ้น ก็จะช่วยส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน

    นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นภูมิภาค เช่น สถานการณ์ในเมียนมา และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/fm-bilat-aus-apec2025%3Fpage%3D5d5bd3c915e39c306002a904%26menu%3D5d5bd3c915e39c306002a905&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1k0eE0bpIS5UyIiZdBC6oa

  • ปาฐกถาและเสวนา “จริยธรรมและธรรมาภิบาลเพื่อความยั่งยืนในสังคมไทย”

    ปาฐกถาและเสวนา “จริยธรรมและธรรมาภิบาลเพื่อความยั่งยืนในสังคมไทย”

    คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ราชบัณฑิตยสภา จัดการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “จริยธรรมและธรรมาภิบาลเพื่อความยั่งยืนในสังคมไทย” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2568 ณ CBS Cinema ชั้น 3 อาคารไชยยศสมบัติ 1 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับจริยธรรมและธรรมาภิบาลในบริบทสังคมไทยยุคใหม่ ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อเสนอเชิงนโยบายจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจเอกชน

    พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน รศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กล่าวต้อนรับ ศ.ดร.วรเดช จันทรศร ประธานสำนักธรรมศาสตร์ และการเมือง ราชบัณฑิตยสภา กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

    จากนั้นเป็นการปาฐกถาพิเศษโดยผู้ทรงคุณวุฒิในหัวข้อต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ “วัฒนธรรมของพลเมืองไทยในสังคมยุคใหม่” โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา การปาฐกถาเรื่อง “จริยธรรมและธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ : อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” โดย ศ. (พิเศษ) นรนิติ เศรษฐบุตร ราชบัณฑิต สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ราชบัณฑิตยสภา และ “บทบาทและหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่เยาวชนของชาติ” โดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.คณิสร์ แสงโชติ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ

    ปิดท้ายด้วยการเสวนาในหัวข้อ “การส่งเสริมให้องค์การมีจริยธรรมและธรรมาภิบาลเพื่อความยั่งยืน” โดย ศ.ดร.วรเดช จันทรศร ประธานสำนักธรรมศาสตร์ และการเมือง ราชบัณฑิตยสภา คุณถนอมวงศ์ แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) รศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ศ.กิตติคุณ ดร.กุณฑลี รื่นรมย์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ภาคีสมาชิกสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ราชบัณฑิตยสภา

    ศ.เกียรติคุณ นพ.สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา กล่าวถึงบทเรียนจากประวัติศาสตร์และตัวอย่างจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและเยอรมนี ซึ่งประสบความสำเร็จจากการปลูกฝังวินัยและจิตสาธารณะ จึงเสนอว่าประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณธรรมของประชาชนควบคู่กับระบบการปกครอง เพื่อให้ประชาธิปไตยไทยก้าวหน้าอย่างแท้จริง พร้อมชี้ว่าคนกับระบบต้องพัฒนาไปด้วยกัน โดยการสร้างพลเมืองที่มีสำนึกความดี ความรับผิดชอบ และจิตใจเพื่อส่วนรวม ซึ่งหากต้องการเปลี่ยนประเทศ ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนจิตสำนึกของประชาชนก่อน โดยเสนอแนวทางขับเคลื่อนวัฒนธรรมพลเมืองใน 3 ระยะ ได้แก่

    • ระยะเร่งด่วน สร้างกระแสสังคม ส่งเสริมต้นแบบความดีในภาครัฐ เอกชน และเยาวชน
    • ระยะกลาง บรรจุหลักสูตรวัฒนธรรมพลเมืองในทุกระดับการศึกษา ปรับระบบคุณธรรมในราชการ และส่งเสริมธรรมาภิบาลในท้องถิ่น
    • ระยะยาว พัฒนาดีเอ็นเอคนไทยให้มีทั้งความเก่งและความดี ปลูกฝังคุณธรรมตั้งแต่ครอบครัวจนถึงชุมชน
      “การเปลี่ยนแปลงประเทศไม่จำเป็นต้องพึ่งเพียงกฎหมายหรือองค์กรตรวจสอบ หากทุกคนเริ่มจากการเป็นคนดี มีวัฒนธรรมพลเมือง ประเทศไทยจะเป็นสังคมที่สงบสุขและยั่งยืนด้วยใจของประชาชนเอง” ศ.เกียรติคุณ นพ.สุรพล กล่าวทิ้งท้าย

    ศ. (พิเศษ) นรนิติ เศรษฐบุตร ราชบัณฑิต สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ราชบัณฑิตยสภา กล่าวว่า “ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระมหากษัตริย์ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรม 10 ประการ และจักรวรรดิวัตร 12 ประการในการปกครอง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐธรรมนูญเป็นผลผลิตใหม่ ผู้ปกครองได้อำนาจจากประชาชนผ่านการเลือกตั้ง อำนาจสูงสุดจึงเป็นของปวงชนชาวไทย การนำคำว่าจริยธรรมเข้ามาบรรจุในรัฐธรรมนูญเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2540 ในมาตรา 77 เพื่อเตือนสติผู้มีอำนาจ นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญปี 2540 ยังได้ริเริ่มให้มีองค์กรอิสระ ขึ้นมาเพื่อคานอำนาจรัฐบาล”
    “ปัจจุบันบทบาทของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ได้เขียนกำหนดเกี่ยวกับจริยธรรมไว้หลายแห่ง โดยเฉพาะมาตรา 160 วรรค 5 ซึ่งระบุว่ารัฐมนตรีต้องไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง มาตรานี้เป็นมาตราสำคัญที่ถูกใช้ในการลงโทษทางการเมืองในช่วงปีที่ผ่านมา ในอนาคตหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องคงไว้ซึ่งเรื่องจริยธรรม เนื่องจากรัฐธรรมนูญเปรียบเสมือนคัมภีร์แผ่นดินใหม่ที่กำหนดอำนาจและวิธีการจัดการกับผู้มีอำนาจภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และหากผู้มีอำนาจจะแก้ไขเอาบทบัญญัติเรื่องจริยธรรมออกไปย่อมเป็นเรื่องยากมาก” ศ. (พิเศษ) นรนิติ กล่าว

    ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ปาฐกถาเรื่อง “บทบาทและหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่เยาวชนของชาติ” โดยกล่าวถึงเยาวชนกับจริยธรรมว่าเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลักจริยธรรมตามความหมายของราชบัณฑิตยสถานหมายถึงการศึกษาว่าการกระทำอย่างไรถือว่าเป็นความประพฤติที่ถูกหรือผิด จริยธรรมคือความประพฤติที่ดีงาม ความประพฤติอันพึงปฏิบัติต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคม เพื่อให้เกิดความดีงามความถูกต้องและนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง จุฬาฯ มีจริยธรรมสำหรับนิสิต ได้แก่ การตั้งใจพัฒนาตนเอง ให้เกียรติคณาจารย์ ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นอย่างเป็นกัลยาณมิตร มีระเบียบวินัย ไม่ประพฤติตนอันเป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมเสีย
    อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวต่อไปว่าวิสัยทัศน์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญในเรื่อง philanthropic spirit (การมีจิตใจแห่งการเป็นผู้ให้) บทบาทของมหาวิทยาลัยไม่เพียงให้การศึกษาเท่านั้น แต่มีบทบาทในการเปลี่ยนชีวิต การให้การศึกษาและผลิตบัณฑิตโดยไม่ครอบคลุมในเรื่องจริยธรรมคือการสร้างอาชญากรทางสังคม การนึกถึงผู้อื่นให้มากขึ้น ความรักความห่วงใยเป็นบ่อเกิดของจริยธรรม ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตส่วนใหญ่โดยใช้ออนไลน์ ดังนั้นเรื่อง Digital Ethics หรือจริยธรรมในโลกดิจิทัลจึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้พัฒนา AI ซึ่งมีชื่อว่า ChulaGENIE ซึ่งแตกต่างจาก ChatGPT คนที่สร้างเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันต้องมี Ethical Mind ซึ่งจะทำให้เกิด Digital Ethics

    ศ.ดร.วิเลิศกล่าวเพิ่มเติมว่าจุฬาฯ มุ่งเน้นการยกย่องเชิดชูทางด้านจริยธรรม ส่งเสริมให้คนทำความดี นอกจากจริยธรรมสำหรับนิสิตแล้ว จุฬาฯ ยังให้ความสำคัญกับจริยธรรมสำหรับคณาจารย์อีกด้วย ได้แก่ การรับผิดชอบต่อการสอนและการเรียนรู้ ปฏิบัติต่อนิสิตด้วยความเป็นธรรมและเมตตา และแสดงความคิดเห็นทางวิชาการด้วยความซื่อสัตย์ โดยมีกิจกรรมการพัฒนาคณาจารย์อย่างต่อเนื่อง
    “ความรักความห่วงใยเป็นพื้นฐานของการสร้างจริยธรรม ในช่วงเวลาที่ผ่านมา จุฬาฯ ได้อุทิศพื้นที่สยามสแควร์ด้วยการปิดถนนให้คนพิการและเกษตรกรได้ขายของฟรี ผู้ใช้แรงงานได้ตรวจสุขภาพฟรีและได้รับความรู้ทางด้านภาษา
    เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 ข้อ เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เหลืออยู่ในอนาคตคือความยั่งยืนทางจริยธรรม การสร้าง SDGs เป็นความร่วมมือระหว่างคณะและหน่วยงานต่าง ๆ ต้องเกิดจากคุณธรรมและจริยธรรมที่เกิดขึ้นจากใจ เป็นความรักที่มีต่อผู้คนและการทำงานเพื่อประชาชน สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในจุฬาฯ คือ SDGs ข้อ 18 คือ philanthropic spirit
    ในส่วนของ 10 ทักษะจำเป็นแห่งอนาคต (Future of Jobs 2025) ซึ่งจุฬาฯ เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในประเทศไทยร่วมกับ World Economic Forum ในการเสนอแนวทางเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในอนาคต ทักษะที่สำคัญที่สุดคือทักษะข้อ 7 Empathy and active listening (การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งนี้ทักษะที่ต้องการสำหรับเยาวชนในวันนี้คือ Emotional Intelligence หรือความฉลาดทางปัญญา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/268069/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13x6o6ShNqWKZmsWu2p7Sa

  • ศึกษาแนวทาง”เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว”สร้างรายได้ให้กับชุมชน | เดลินิวส์

    ศึกษาแนวทาง”เกษตรอินทรีย์เชิงท่องเที่ยว”สร้างรายได้ให้กับชุมชน | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5252679/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NTS0T9fOtAa4RTpvkmqag