Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สรุปเงื่อนไข วิธีใช้ “เที่ยวดีมีคืน 2568” ลดหย่อนภาษี ค่าโรงแรม ร้านอาหาร 29 ต.ค.-15 ธ.ค.นี้

    สรุปเงื่อนไข วิธีใช้ “เที่ยวดีมีคืน 2568” ลดหย่อนภาษี ค่าโรงแรม ร้านอาหาร 29 ต.ค.-15 ธ.ค.นี้

    มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” เป็นมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยอนุญาตให้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้

     ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิได้

    วันที่เริ่มใช้ได้: 29 ตุลาคม 2568

    วันที่สิ้นสุดการใช้สิทธิ: 15 ธันวาคม 2568

    หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะต้องเกิดขึ้นและชำระเงิน ภายในช่วงเวลาดังกล่าวเท่านั้น

    วงเงินและเงื่อนไขการลดหย่อนภาษี

    สิทธิลดหย่อนนี้สำหรับ ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา เท่านั้น (ไม่รวมห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคล)

    พื้นที่ท่องเที่ยว

    อัตราลดหย่อน

    วงเงินลดหย่อนสูงสุด

    หลักฐานค่าใช้จ่าย

    เมืองหลัก (จังหวัดอื่น ๆ นอกจากเมืองรอง)

    1 เท่าของที่จ่ายจริง

    ไม่เกิน 20,000 บาท

    ใช้ได้ทั้งใบกำกับภาษีกระดาษ/e-Tax Invoice

    เมืองรอง (55 จังหวัด หรือบางอำเภอใน 15 จังหวัดหลัก)

    1.5 เท่า ของที่จ่ายจริง

    สูงสุด 30,000 บาท (จากการจ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท)

    ส่วนที่เกิน 10,000 บาท ต้องเป็น e-Tax Invoice เท่านั้น

    ค่าใช้จ่ายที่ใช้ลดหย่อนได้:

    ค่าที่พัก ในโรงแรม, โฮมสเตย์ไทย, หรือที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม

    ค่าบริการของร้านอาหาร

    ข้อสำคัญเกี่ยวกับหลักฐาน:

    10,000 บาทแรก: สามารถใช้ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป (แบบกระดาษ) หรือ e-Tax Invoice ได้

    ส่วนที่เกิน 10,000 บาท: ต้องใช้ e-Tax Invoice (ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์) เท่านั้น

     ขั้นตอนและเว็บไซต์ที่ต้องใช้

    มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” นี้ ผู้ใช้สิทธิ์ (บุคคลธรรมดา) ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เพียงแต่ต้องดำเนินการดังนี้:

    ท่องเที่ยวและใช้จ่าย ในช่วง 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ที่โรงแรม/ร้านอาหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

    ขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป จากผู้ประกอบการตามเงื่อนไข 

    เน้นย้ำ: หากยอดใช้จ่ายเกิน 10,000 บาท ต้องแจ้งผู้ประกอบการเพื่อขอ e-Tax Invoice

    เก็บรักษาใบกำกับภาษี (ทั้งแบบกระดาษและอิเล็กทรอนิกส์) ไว้เป็นหลักฐาน

    นำไปยื่นลดหย่อนภาษี ในช่วงต้นปี 2569 (สำหรับการยื่นภาษีเงินได้ปี 2568) ผ่าน เว็บไซต์กรมสรรพากร

    เว็บไซต์หลักสำหรับยื่นภาษี: https://www.rd.go.th/ (เมื่อถึงช่วงเวลายื่นภาษี)

    คำแนะนำเพื่อให้สามารถลงทะเบียน (ยื่นลดหย่อน) ได้ด้วยตัวเอง:

    เตรียมเอกสารให้พร้อม: สิ่งสำคัญที่สุดคือการ เก็บใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ให้ถูกต้องตามเงื่อนไข (โดยเฉพาะการขอ e-Tax Invoice หากใช้จ่ายเกิน 10,000 บาท)

    ตรวจสอบรายชื่อเมืองรอง: หากต้องการใช้สิทธิ 1.5 เท่า ให้ตรวจสอบว่าจังหวัด/อำเภอที่จะไป เป็น “เมืองรอง” ตามประกาศของกระทรวงการคลัง (สามารถค้นหารายชื่อได้จากเว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรือข่าวสารทั่วไป)

    ยื่นภาษีออนไลน์: เมื่อถึงช่วงต้นปี 2569 ให้เข้าสู่เว็บไซต์กรมสรรพากร และเลือกเมนู “ยื่นแบบออนไลน์” โดยกรอกค่าลดหย่อนในส่วนของ “ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศ” ตามที่ระบุไว้ในใบกำกับภาษีที่ได้เก็บไว้

    ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2892950&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0E8SE4EIvZ59g9e_VrwETT

  • รัฐบาลยืนยันไม่ห้ามจัดประเพณี”ลอยกระทง” ขอความร่วมมือปรับรูปแบบลดกิจกรรมรื่นเริง : อินโฟเควสท์

    รัฐบาลยืนยันไม่ห้ามจัดประเพณี”ลอยกระทง” ขอความร่วมมือปรับรูปแบบลดกิจกรรมรื่นเริง : อินโฟเควสท์

    นางสาวอัยรินทร์ พ้นธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ตรงกับเทศกาลลอยกระทง ถือเป็นประเพณีสำคัญของคนไทย ซึ่งได้จัดสืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำให้คงอยู่ และสืบทอดต่อไป ซึ่งในปีนี้พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ยังคงจัดงานประเพณีลอยกระทง โดยลดรูปแบบการจัดกิจกรรมที่มีความรื่นเริงลง อาทิ การแสดงดนตรี งานแสดงแสงสีเสียง เน้นจัดงานที่สืบสานประเพณีไทยให้อยู่ในขอบเขต เพื่อแสดงความเคารพในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    นอกจากนี้ รัฐบาลและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้ปรับรูปแบบการแสดง “วิจิตรเจ้าพระยา 2568” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายน – 23 ธันวาคม 2568 ภายใต้แนวคิด “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” เพื่อรำลึกถึงพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ เปลี่ยนการแสดงพลุเป็นการแสดงโดรนที่สื่อความอาลัยและเทิดพรเกียรติ ลดโทนแสงสีให้สำรวมยิ่งขึ้นและในช่วงค่ำคืนปีใหม่จะเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “แสงเทียนแห่งแผ่นดิน” จุดเทียนถวายพระราชกุศลเพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยทุกกิจกรรมจะจัดขึ้นด้วยความสำรวมและงดงามสมพระเกียรติ

    รัฐบาลเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเทศกาลลอยกระทงตามสถานที่ต่าง ๆ โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tourismthailand.org และ www.thailandfestival.org ทั้งนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมแสดงความเคารพในช่วงเวลานี้ เพื่อสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างมีคุณ

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/542121&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AAiXVPJ6J37XXg-RJ6tfK

  • เตือน นทท. ระมัดระวังในการสัญจร เส้นทางขึ้น

    เตือน นทท. ระมัดระวังในการสัญจร เส้นทางขึ้น

    เตือน นทท. ระมัดระวังในการสัญจร เส้นทางขึ้น ‘กลอเซโล’

    วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.53 น.

    นายก อบต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ออกมาเตือนนักท่องเที่ยว หลังฟ้าฝนแปรปรวนขอให้ระมัดระวังในการสัญจร เผยมีรถนักท่องเที่ยวจำนวนมากติดโคลนเลนเส้นทางขึ้นแหล่งท่องเที่ยวกลอเซโล ต้องเร่งให้การช่วยเหลือ

    2 พ.ย. 68 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ได้รับแจ้งมีเหตุรถของนักท่องเที่ยว จำนวนมากติดบนถนนทางขึ้นไปแหล่งท่องเที่ยวดอยกลอเซโล เนื่องจากเกิดฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ถนนเต็มไปด้วยโคลนเลนและร่องหลุมลึกทำให้รถนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ดอยกลอเซโลติดบนถนน จึงได้นำรถของ อบต.และระดมชาวบ้านเข้าไปให้การช่วยเหลือ

    นายกอบต.แม่สามแลบ กล่าวต่อไปว่า นึกว่าฝนจะหยุดแล้ว ปรับเกลี่ยถนนพึ่งเสร็จ เพื่อเตรียมเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว แต่มาเจอฝนหลงฤดู จนได้ ทำให้รถนักท่องเที่ยวติดกันเป็นแถว แต่ล่าสุดก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ จนนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางถึงดอยกลอเซโลอย่างปลอดภัย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/925057&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KIY4AYQvLOQoLuxVEtiUO

  • หาดใหญ่ | เร่งพัฒนาคมนาคม สะพานข้ามทะเลสาบ, ถนนริเวียร่า, รถไฟคู่, สนามบินหาดใหญ่

    หาดใหญ่ | เร่งพัฒนาคมนาคม สะพานข้ามทะเลสาบ, ถนนริเวียร่า, รถไฟคู่, สนามบินหาดใหญ่

    นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขับเคลื่อนนโยบายด้านคมนาคมขนส่งในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อบูรณาการแผนงานของทุกหน่วยงานในสังกัด ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยมี ดร. รัชพงษ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายนิพนธ์ บุญญามณี ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นาวาอากาศเอก (ดร.) อธิคุณ คงมีประธานคณะทำงานรองนายกรัฐมนตรี นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม

    พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมท่าอากาศยานหาดใหญ่จังหวัดสงขลา นายพิพัฒน์กล่าวว่า จังหวัดสงขลาเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจและคมนาคมของภาคใต้ตอนล่าง” เชื่อมโยงการค้า การท่องเที่ยว และการขนส่งระหว่างประเทศกับมาเลเซีย กระทรวงคมนาคมจึงเร่งผลักดันแผนพัฒนาในทุกมิติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ภายใต้แนวคิด “4 เดือนเห็นผลจริง เพื่อพี่น้องสงขลา”

    นายพิพัฒน์ กล่าวว่า มิติทางถนน เชื่อมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การค้าชายแดน มอบให้ กรมทางหลวง (ทล.) และ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งดำเนินโครงการสำคัญในจังหวัดสงขลา อาทิ โครงการทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันออก) ตอนบ้านพรุ–สนามบินหาดใหญ่ ระยะทาง 7.18 กม. เพื่อบรรเทาการจราจรในเขตเมือง มอบหมายปลัดกระทรวงเร่งเรื่องเวนคืน และให้กรมทางหลวงเดินหน้าก่อสร้างทันที

    โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมอำเภอกระแสสินธุ์ (สงขลา) – อำเภอเขาชัยสน (พัทลุง) ระยะทางกว่า 7 กม. ซึ่งจะลงนามสัญญาภายในเดือนธันวาคมนี้ พร้อมศูนย์อนุบาลปลาโลมา เพื่อดูแลสัตว์น้ำในทะเลสาบ :ถนนสาย Riviera ของกรมทางหลวงชนบท เชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งอ่าวไทย เปิดเส้นเศรษฐกิจใหม่ให้พี่น้องชายฝั่งได้ค้าขายและท่องเที่ยวได้สะดวก :ถนนเชื่อมต่อหาดชลาทัศน์ – เขาเก้าเส้ง และ ถนนเชื่อมด่านสุไหงโก-ลก สู่มาเลเซีย เพื่อรองรับการค้าชายแดน

    มิติทางราง รถไฟคู่ ระบบรางสมัยใหม่ เมืองแห่งการเดินทาง โดย กรมการขนส่งทางราง (ขร.) และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานความคืบหน้าโครงการสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ รถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงสุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ -สงขลา ระยะทาง 321 กม. โครงการรถไฟหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. รองรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ และสถานีปาดังเบซาร์ ให้เป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้า (Container Yard) เชื่อมเครือข่ายกับด่านชายแดน

    ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ยังสั่งการเพิ่มเติมให้ ศึกษาการติดตั้ง “ตู้ละหมาด” สำหรับผู้โดยสารมุสลิม ในสถานีรถไฟและท่าอากาศยานหลักของภาคใต้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องชาวมุสลิมที่ต้องเดินทางจำนวนมากในแต่ละวันภาคใต้เป็นพื้นที่ที่พี่น้องมุสลิมอาศัยอยู่มาก การเดินทางต้องสะดวกและเคารพความเชื่อทางศาสนา ตู้ละหมาดจะเป็นอีกหนึ่งบริการที่อยากให้เกิดขึ้นจริง”

    มิติทางน้ำ ยกระดับท่าเรือสงขลา สู่โลจิสติกส์ชายฝั่ง โดย กรมเจ้าท่า (จท.) รายงานผลการขุดลอกร่องน้ำและบำรุงรักษาท่าเรือชายฝั่งสงขลา รวมถึง ท่าเรือสงขลา เพื่อรองรับเรือสินค้าและเรือท่องเที่ยว โครงการศึกษาพัฒนา ท่าเรือรองรับเรือสำราญ (Cruise Port สงขลา) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภาคใต้ตอนล่าง นอกจากนี้ ยังมีแผนก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณ ปากน้ำเทพา และการขุดลอกร่องน้ำต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินเรือและการประมง

    มิติทางอากาศ พัฒนา สนามบินหาดใหญ่ สู่ประตูการบินภาคใต้ โดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) รายงานว่า ท่าอากาศยานหาดใหญ่มีผู้โดยสารกว่า 2.5 ล้านคนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เตรียมปรับแผนแม่บทการพัฒนา (พ.ศ. 2573–2577) เพื่อขยายอาคารผู้โดยสาร ลานจอดอากาศยาน และคลังสินค้าใหม่

    นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า ทุกโครงข่ายคมนาคมของสงขลา ไม่ว่าจะเป็นทางถนน ทางราง ทางน้ำ หรือทางอากาศ จะต้องพัฒนาไปพร้อมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม ขอให้พี่น้องสงขลาเชื่อมั่นว่า รัฐบาลนี้จะทำให้เห็นผลจริงใน 4 เดือน ทั้งสะพาน ถนน ราง เรือ และเครื่องบิน เราจะทำให้สงขลาเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่างอย่างแท้จริง

    นายชยธรรม์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าว ปิดท้ายว่าการดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลนำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อประชาชน โดยไม่เพิ่มภาระหนี้สาธารณะโดยกระทรวงคมนาคมมีแผนพัฒนาครอบคลุมทุกระบบขนส่ง ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อให้ประชาชน และสินค้าสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย หากดำเนินการครบตามแผน จะช่วยลดปัญหาการจราจรและต้นทุนขนส่งของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/29691/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19fdyUeyydO3rKkNx2dovU

  • รัฐบาลยืนยันไม่ห้ามจัดงานประเพณี “ลอยกระทง” ขอความร่วมมือจัดอย่างสำรวม

    รัฐบาลยืนยันไม่ห้ามจัดงานประเพณี “ลอยกระทง” ขอความร่วมมือจัดอย่างสำรวม

    รัฐบาลยืนยันไม่ห้ามจัดงานประเพณี “ลอยกระทง” ขอความร่วมมือจัดอย่างสำรวม

    นางสาวอัยรินทร์ พ้นธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ตรงกับเทศกาลลอยกระทง ถือเป็นประเพณีสำคัญของคนไทย ซึ่งได้จัดสืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำให้คงอยู่ และสืบทอดต่อไป ซึ่งในปีนี้พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ยังคงจัดงานประเพณีลอยกระทง โดยลดรูปแบบการจัดกิจกรรมที่มีความรื่นเริงลง อาทิ การแสดงดนตรี งานแสดงแสงสีเสียง เน้นจัดงานที่สืบสานประเพณีไทยให้อยู่ในขอบเขต เพื่อแสดงความเคารพในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    นอกจากนี้ รัฐบาลและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังได้ปรับรูปแบบการแสดง “วิจิตรเจ้าพระยา 2568” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่9 พฤศจิกายน – 23 ธันวาคม 2568 ภายใต้แนวคิด “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” เพื่อรำลึกถึงพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ เปลี่ยนการแสดงพลุเป็นการแสดงโดรนที่สื่อความอาลัยและเทิดพรเกียรติ ลดโทนแสงสีให้สำรวมยิ่งขึ้นและในช่วงค่ำคืนปีใหม่จะเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “แสงเทียนแห่งแผ่นดิน” จุดเทียนถวายพระราชกุศลเพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยทุกกิจกรรมจะจัดขึ้นด้วยความสำรวมและงดงามสมพระเกียรติ

    รัฐบาลเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเทศกาลลอยกระทงตามสถานที่ต่าง ๆ โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tourismthailand.org และ www.thailandfestival.org ทั้งนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมแสดงความเคารพในช่วงเวลานี้ เพื่อสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างมีคุณค่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/732825&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Z162M4h_E2RPg9ztkDZ42

  • หนุ่มบราซิลผงาดคว้าแชมป์เทนนิสแคล-คอมพ์หัวหิน 2 สัปดาห์ซ้อน

    หนุ่มบราซิลผงาดคว้าแชมป์เทนนิสแคล-คอมพ์หัวหิน 2 สัปดาห์ซ้อน

    อิกอร์ มาร์คอนเดส นักหวดหนุ่มชาวบราซิลยังร้อนแรงต่อเนื่อง คว้าแชมป์ แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ที่หัวหิน เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน หลังอัด อาเธอร์ เวเบอร์ จากฝรั่งเศส 2 เซตรวด 6-1, 6-1 ใช้เวลาเพียง 49 นาที

    การแข่งขันเทนนิสนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ รายการ แคล-คอมพ์ แอนด์ ซีซีเอยู อินดัสตรี 4.0 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 สัปดาห์ที่ 2 (เอ็ม15 หัวหิน) ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 516,000 บาท ที่อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน

    ไฮไลต์อยู่ที่รอบชิงชนะเลิศ ประเภทชายเดี่ยว ซึ่งเป็นการพบกันอีกครั้งระหว่าง อิกอร์ มาร์คอนเดส นักเทนนิสชาวบราซิล วัย 28 ปี มือ 613 ของโลก มือวางอันดับ 3 ของรายการ และ อาเธอร์ เวเบอร์ นักหวดฝรั่งเศส วัย 33 ปี มือ 554 ของโลก มือวางอันดับ 2 โดยทั้งคู่เพิ่งเจอกันในรอบชิงฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งอิกอร์เป็นฝ่ายคว้าแชมป์

    ในครั้งนี้ มาร์คอนเดส ยังคงรักษาฟอร์มร้อนแรง หวดเอาชนะ เวเบอร์ ขาดลอย 2 เซตรวด 6-1, 6-1 ใช้เวลาเพียง 49 นาที คว้าแชมป์รายการที่สองติดต่อกัน พร้อมรับเงินรางวัล 2,160 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 74,304 บาท) และคะแนนสะสมโลก 15 คะแนน ส่วนรองแชมป์ อาเธอร์ เวเบอร์ ได้รับ 1,272 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 43,756 บาท) และ 8 คะแนน

    หลังจบเกม มร.ซามาน ฮัสซานี ผู้ตัดสินชี้ขาดจากสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ชาวอิหร่าน เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่นักหวดจากบราซิล

    สำหรับรายการนี้จัดโดยสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ร่วมกับ อารีน่า หัวหิน สปอร์ตคลับ และพันธมิตร ได้แก่ บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท แคล-คอมพ์ ออโตเมชั่น แอนด์ อินดัสเทรียล 4.0 เซอร์วิส (ประเทศไทย), บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด (ผู้ผลิตเครื่องดื่ม 100 พลัส), บี.กริม และ กลุ่มบริษัทพราว

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/93447/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw32HQxtlw1k5s6UbZVSvql_

  • รัฐบาลชวนประชาชน “กิน-เที่ยวลดหย่อนภาษี 2568” กระตุ้นท่องเที่ยวช่วงปลายปี

    รัฐบาลชวนประชาชน “กิน-เที่ยวลดหย่อนภาษี 2568” กระตุ้นท่องเที่ยวช่วงปลายปี

    “เที่ยวดีมีคืน” รัฐบาลชวนประชาชน กิน-เที่ยวลดหย่อนภาษี 2568 กระตุ้นท่องเที่ยวช่วงปลายปี มุ่งสร้างเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง คนไทยมีรายได้ทุกพื้นที่

    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการทุกหน่วยงานเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “เที่ยวดีมีคืน” และเป้าหมาย “เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง คนไทยมีรายได้ทุกพื้นที่” โดยมอบสิทธิ์ด้านภาษีสำหรับประชาชนทั่วไปที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ดังนี้

    • นำค่าที่พักและค่าอาหาร หักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 20,000 บาท
    • หากเดินทางไปจังหวัดเมืองรอง สามารถหักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า (ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท) นอกจากเมืองรอง หักลดหย่อนได้ 1 เท่า (ลดหย่อนสูงสุด 20,000 บาท)

    “มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุข สร้างความคึกคักให้บรรยากาศท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี ให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยจนถึงธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบพาเงินออกนอกเมืองใหญ่ สู่พื้นที่ที่ยังมีศักยภาพรอการค้นพบ ซึ่งไม่ใช่แค่ทริป แต่เป็นการช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากมือของเราเอง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2892941&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3U4qpGy49juWG4rNWfgGIn

  • รัฐบาลชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี ตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุขช่วงปลายปี

    รัฐบาลชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี ตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุขช่วงปลายปี

    รัฐบาลชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี ตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุขช่วงปลายปี

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงาน เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “เที่ยวดี มีคืน” และเป้าหมาย “เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง คนไทยมีรายได้ทุกพื้นที่”

    โดยมอบสิทธิ์ด้านภาษี สำหรับประชาชนทั่วไป ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ดังนี้

    – นำค่าที่พักและค่าอาหาร หักลดหย่อนภาษี ได้ สูงสุด 20,000 บาท

    – หากเดินทางไปจังหวัดเมืองรอง สามารถหักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า (ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท)

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุข สร้างความคึกคักให้บรรยากาศท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี ให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยจนถึงธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ “พาเงินออกนอกเมืองใหญ่” สู่พื้นที่ที่ยังมีศักยภาพรอการค้นพบ ซึ่งไม่ใช่แค่ทริป แต่เป็นการ “ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากมือของเราเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000104556&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1j7o6iPaIlkwnpKje69WQB

  • กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา ยกคณะล่องใต้ หนุน ‘ภูเก็ต’ เมืองต้นแบบมรดกโลก

    กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา ยกคณะล่องใต้ หนุน ‘ภูเก็ต’ เมืองต้นแบบมรดกโลก

    กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา ยกคณะฯล่องใต้หนุนภูเก็ตเป็นเมืองต้นแบบมรดกโลก แนะใช้ Big Data เสริมศักยภาพการท่องเที่ยว

    2 พ.ย.2568-คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา นำโดย นายชวภณ วัธนเวคิน รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คนที่หนึ่ง และ นายชิบ จิตนิยม รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปศึกษาดูงานจังหวัดภูเก็ต เรื่อง “จังหวัดภูเก็ตกับบทบาทความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของจังหวัดภูเก็ตสู่ผู้นำอาเซียน”

    ภายหลังคณะกรรมาธิการฯเดินทางถึงท่าอากาศยาน จ.ภูเก็ต ได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ Big Data เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การบริหารข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างชาติและการรักษาความปลอดภัยเชิงรุก การบริหารจัดการแรงงานและการพัฒนากำลังคนในพื้นที่

    จากนั้นคณะกรรมาธิการฯได้เดินทางลงพื้นที่ ย่านเมืองเก่าภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เพื่อศึกษาแนวทางความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของจังหวัดภูเก็ต รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ระดับอาเซียน

     พร้อมกันนี้ คณะกรรมาธิการฯได้ลงพื้นที่ ถนนถลาง ซึ่งเป็นหัวใจของย่านเมืองเก่าภูเก็ต เพื่อเยี่ยมชมศักยภาพของพื้นที่ในการยกระดับเป็นแลนด์มาร์กวัฒนธรรมเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวระดับโลก โดยให้ความสำคัญกับการนำอัตลักษณ์ชุมชน วิถีชีวิตดั้งเดิม และมรดกทางประวัติศาสตร์ มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยคณะกรรมาธิการฯได้ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อรวบรวมข้อมูลในการกำหนดแนวทางพัฒนาเชิงนโยบายที่เชื่อมโยง “การอนุรักษ์กับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตในฐานะ เมืองมรดกวัฒนธรรมระดับนานาชาติ และศูนย์กลางการท่องเที่ยวคุณภาพของประเทศ

    นอกจากนี้คณะกรรมาธิการฯได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เกี่ยวกับแนวทางการดูแลอาคารสถาปัตยกรรมชิโน–โปรตุกีส การส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การจัดการพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตลอดจนการรักษาสมดุลระหว่าง “การพัฒนาเมือง” กับ “การคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์” เพื่อให้ภูเก็ตก้าวต่อไปอย่างมั่นคงในเวทีโลก

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/888871/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sbMgG6pWSWb446z9ZvliC

  • ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ: การโจมตีอิหร่านเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน

    ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ: การโจมตีอิหร่านเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดเจน

    ▪️ไม ซาโตะ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชนในอิหร่าน กล่าวว่า

    🔻“การรุกรานทางทหารจากภายนอกได้ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมหาศาล ซึ่งความทุกข์เหล่านี้สมควรได้รับการชดเชยและเยียวยา”

    🔸“การโจมตีเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย เพราะมันก่อให้เกิดความเสี่ยงของผลลัพธ์ที่เลวร้ายทั้งทางมนุษยธรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาค”

    🔻“ต้นทุนด้านมนุษย์จากการโจมตีเหล่านี้มหาศาล — มีผู้เสียชีวิตราว 1,100 คน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก การโจมตีได้ทำลายโรงพยาบาล โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน รวมถึงการโจมตีเรือนจำเอวินที่ไม่สามารถหาข้ออ้างใด ๆ มารับได้ในหลายพื้นที่”