Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีเมถุน

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีเมถุน ราศีธาตุลม ที่มีดาวพุธ ดาวแห่งความคิด สติปัญญา เป็นเจ้าเรือน บอกถึงการเป็นผู้ชอบเรียนและสนุกที่จะรู้บอกถึง พรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบเทียมในการเจรจา หาเรื่องทั้งที่มีสาระและไร้สาระมาพูดคุยได้กับทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่

    การเงิน หากจะหารายได้เพิ่มเติมก็อยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงการเข้าสังคม สังสรรค์กับมิตรสหาย ก็อาจทำให้ได้ลาภผลอย่างไม่คาดฝันอีกด้วย แต่วันที่ 7-8 อย่าประมาท เงินทองของมีค่าจะสูญหาย หรือคนรับใช้ บริวาร อาจก่อเรื่อง ทำให้เดือดร้อน เสียหายได้

    การงาน วันที่ 3-4 วันแห่งการประนีประนอม ยอมให้บ้าง โดยเฉพาะในการติดต่อ สัมพันธ์ใด ๆ ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะได้ลาภ ผลสำเร็จดังที่คาดหวัง หรือจะติดตาม ทวงถามงานที่คั่งค้าง ก็จะได้รับความร่วมมือ กระตือรือร้นที่จะกระทำอย่างเต็มที่ แต่ถ้าเป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะใช้อารมณ์รุนแรง ดุดัน โวยวายด่า พนักงาน ลูกจ้าง เพราะอาจนำเหตุ/ภัย อันตรายมาให้ได้ ซึ่งวันที่ 5-7 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    ความรัก ถ้าลมปากหวานหูไม่รู้หาย ทั้งจากคำพูด/เขียน กับคนรัก คู่ครอง ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะรักษาสัมพันธ์รักให้ราบรื่น และโรแมนติคไปอีกนาน สำหรับคนโสด ทั้งจากการใช้สื่อออนไลน์ หรือสังสรรค์กับมิตรสหาย ก็อาจทำให้พบรัก เจอคนถูกใจ ที่จะทำให้หายเหงาใจได้…ชั่วคราว       

    ครอบครัว ยังอยู่ในระยะที่ควรระวัง อาจถูกทำร้ายร่างกาย, เงินทองของมีค่าในบ้านอาจสูญหาย บริวาร หรือลูกจ้างในบ้าน อาจก่อเรื่อง ทำให้เดือดร้อน เสียหาย

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ดาวพฤหัสบดี ราชาธิบดีแห่งสวรรค์ และที่เป็นสัญลักษณ์แห่งคู่ครอง ได้โคจรเข้ามาสถิต ณ เขตราศีกำเนิดของชาวราศีมิถุนแล้ว ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ที่จะได้รับ “โชคดี” ประสบผลสำเร็จ จากการศึกษาระดับสูง งานขยายตัว เจริญรุ่งเรือง หรือได้ทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงจะได้พบรัก เจอเนื้อคู่อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/316267/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UcY11JN080pTU93EGlE_B

  • รัฐบาล

    รัฐบาล

    รัฐบาล’ชวนกิน-ชวนเที่ยว’ลดหย่อนภาษี

    วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.01 น.

    เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงาน เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “เที่ยวดี มีคืน” และเป้าหมาย “เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง คนไทยมีรายได้ทุกพื้นที่” โดยมอบสิทธิ์ด้านภาษี สำหรับประชาชนทั่วไป ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ดังนี้

    – นำค่าที่พักและค่าอาหาร หักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 20,000 บาท

    – หากเดินทางไปจังหวัดเมืองรอง สามารถหักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า (ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท)

    “มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุข สร้างความคึกคักให้บรรยากาศท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี ให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยจนถึงธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ “พาเงินออกนอกเมืองใหญ่” สู่พื้นที่ที่ยังมีศักยภาพรอการค้นพบ ซึ่งไม่ใช่แค่ทริป แต่เป็นการ “ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากมือของเราเอง”

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/925034&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08P3-5Km_D9OhCz59oBdqc

  • ลุ้น “เศรษฐกิจ” ไทย ไม่ “ติดหล่ม” ปลายปี

    ลุ้น “เศรษฐกิจ” ไทย ไม่ “ติดหล่ม” ปลายปี

    Logo Thairath

    สมาชิก

    ค้นหา

    ลุ้น “เศรษฐกิจ” ไทย ไม่ “ติดหล่ม” ปลายปี

    ลุ้น “เศรษฐกิจ” ไทย ไม่ “ติดหล่ม” ปลายปี

    3 พ.ย. 2568 04:28 น.

    -ก+

    LightDark

    ข่าวหนังสือพิมพ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/newspaper/2892937&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35XMkv_5SEk8riOtNFO78A

  • จับตา! พายุโซนร้อน”คัลแมกี” พายุลูกใหม่

    จับตา! พายุโซนร้อน”คัลแมกี” พายุลูกใหม่

    (2พ.ย.68) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานเส้นทางพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกเช้าวันนี้ ระบุว่า พายุโซนร้อน “คัลแมกี (KALMAEGI)” ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก (ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์) กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกที่คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนกลางประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ 

    โดยในช่วง 6-8 พ.ย.68 จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ฝั่งประเทศเวียดนาม แต่พอมาปะทะอากาศเย็น จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว ยังต้องติดตามเป็นระยะๆ เนื่องจากทิศทางและกำลังพายุ ยังเปลี่ยนแปลงa

    ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา

    #ข่าวเวิร์คพอยท์23

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/disaster/NbfJ1PpIY&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nePAmfbvjHwKIZt-RnDYJ

  • รัฐบาล ชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี มุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

    รัฐบาล ชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี มุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

    รัฐบาล ชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี มุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

    วันนี้ (2 พ.ย. 68) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงาน เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “เที่ยวดี มีคืน” และเป้าหมาย “เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง คนไทยมีรายได้ทุกพื้นที่”

    โดยมอบสิทธิ์ด้านภาษี สำหรับประชาชนทั่วไป ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ดังนี้

    • นำ ค่าที่พักและค่าอาหาร หักลดหย่อนภาษี ได้ สูงสุด 20,000 บาท

    • หากเดินทางไป จังหวัดเมืองรอง สามารถ หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า (ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท)

    “มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุข สร้างความคึกคักให้บรรยากาศท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี ให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม  ถือเป็นการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยจนถึงธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ “พาเงินออกนอกเมืองใหญ่” สู่พื้นที่ที่ยังมีศักยภาพรอการค้นพบ ซึ่งไม่ใช่แค่ทริป แต่เป็นการ “ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากมือของเราเอง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/60340&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HT-8HKWXT9FxFE18Ky5jX

  • รัฐบาล ชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี | เดลินิวส์

    รัฐบาล ชวนกิน-ชวนเที่ยว ลดหย่อนภาษี | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5263133/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mOGV6LfMnwbxHRQytPo-e

  • กลับประชาธิปัตย์เถอะ!

    กลับประชาธิปัตย์เถอะ!

    แม้แต่แนวคิด-วิสัยทัศน์ ก็ไม่ค่อยได้ยิน-ได้ฟังสักเท่าไร แต่พลันที่ก้าวออกจากประชาธิปัตย์ ดูเหมือน ดร.สุชัชวีร์จะพรั่งพรู-เสนอวิสัยทัศน์ออกมาถี่ๆ

    และส่วนใหญ่ก็เป็นประเด็น-เรื่องที่น่ารับฟัง น่าสนใจ โดยเฉพาะด้านการศึกษา เคยผ่านตาที่ ดร.สุชัชวีร์โพสต์..

    “ความมุ่งมั่นของผมคือ ‘การศึกษา สร้างคน สร้างชาติ’ เพราะหากประเทศไทยจะ ‘ก้าวใหม่’ ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ก้าวแรกต้องเริ่มจาก ‘ห้องเรียน’ ไม่ว่าจะเรื่องการศึกษา นวัตกรรม”

    หรือ..ไม่กี่วันก่อนก็ได้โพสต์.. “พลิกยุทธศาสตร์ ‘แร่แรร์เอิร์ธ’ จากวิกฤต สู่โอกาสสร้าง ‘อุตสาหกรรมใหม่’ จ้างงานจำนวนมาก รายได้สูง ในแผ่นดินไทย

    การเข้าสู่ ‘ห่วงโซ่คุณค่า’ ของอุตสาหกรรมไฮเทค ถือเป็นเรื่องดีมาก เพราะเป็นอนาคตของโลก เพียงแต่จะอยู่ ‘ตรงไหน’ ของห่วงโซ่

    หากตามลำดับมูลค่า ไล่ตั้งแต่ ‘การทำเหมือง’ ‘การสกัด’ ‘การออกแบบเทคโนโลยี’ ‘การผลิตอุปกรณ์ไฮเทค’

    ประเทศที่ทำได้ครบจบในตัวคือ จีน ตามมาด้วยสหรัฐ ที่ยังเสียเปรียบเรื่องปริมาณแร่

    ประเทศไทยแทนที่จะหนีเรื่องนี้ ต้อง ‘จับจังหวะ’ สร้างโอกาสในการเป็น ‘ศูนย์กลางการออกแบบเทคโนโลยี’ และ ‘ศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์ไฮเทค’ มากกว่าการสกัด หรือขุดแร่

    แบบนี้ถึงจะคุ้มค่ามากกว่า ได้มูลค่าสูงมากกว่า ปลอดภัยกว่า

    ไทยต้องใช้ MOU ฉบับนี้ เจรจาความร่วมมือให้ไทยได้ประโยชน์ 1.เจรจาการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ในการสำรวจและผลิตแร่ในอนาคต

    2.เจรจาความร่วมมือ ‘ด้านการสร้างคน’ เน้นการศึกษา และวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ เพิ่มความสามารถในการสกัด

    และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง เช่น ยานยนต์ EV และ AI เซมิคอนดักเตอร์

    3.เจรจาให้บริษัทไฮเทคของสหรัฐอเมริกา ลงทุนสร้าง ‘ศูนย์การออกแบบ’ และ ‘โรงงานผลิตอุปกรณ์ไฮเทค’ ในประเทศไทย

    อย่างเช่น เวียดนามได้ศูนย์ออกแบบชิป AI ของ Nvidia ไปตั้งในเวียดนาม จะเกิดการจ้างงานมูลค่าสูงจำนวนมาก

    ประเทศไทยจะใช้โอกาสเรื่อง ‘แร่แรร์เอิร์ธ’ ชิงความ ‘ได้เปรียบ’ ก้าวสู่ประเทศอุตสาหกรรมไฮเทค สร้างมูลค่าแก่เศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล”

    ครับ..ออกไปสร้างพรรคไทยก้าวใหม่ ผมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่หากได้อยู่ที่ประชาธิปัตย์ในยุคคุณอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคและจับพลัดจับผลูได้ร่วมรัฐบาล..

    ผมมองว่า ดร.สุชัชวีร์น่าจะมีบทบาท มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถให้เกิดประโยชน์ต่อพรรคและประเทศชาติได้มากกว่า!

    เพราะว่ากันตามตรง การตั้งพรรคการเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในยุคนี้ด้วยแล้ว จะหวังแค่ปาร์ตี้ลิสต์คนสองคนก็ใช่ว่าจะสมหวัง?

    นี่พูด ก็ไม่ได้จะยุให้ ดร.สุชัชวีร์เปลี่ยนใจกลับบ้านเก่า เป็นเพียงแต่ความรู้สึกที่อยากเห็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่เพียบพร้อมไปด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ..

    ที่สำคัญเป็นคน “มือสะอาด” มาร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนพรรคให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง!

    ก็หวัง..คุณอภิสิทธิ์จะได้ทอดสะพานเชิญ..

    กลับประชาธิปัตย์เถอะนะ..ท่านดอกเตอร์!.

    สันต์ สะตอแมน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/888918/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BOGWt_MLaISybS7tl4n_N

  • สายเที่ยว ลุย! เช็กพิกัด “เที่ยวดี มีคืน” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    สายเที่ยว ลุย! เช็กพิกัด “เที่ยวดี มีคืน” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    สายเที่ยว ลุย! เช็กพิกัด

    สายเที่ยว ลุย! เช็กพิกัด “เที่ยวดี มีคืน” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    2 พ.ย. 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงาน เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมุ่งให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนเวียนลงสู่จังหวัดเมืองรองและชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “เที่ยวดี มีคืน” และเป้าหมาย “เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง คนไทยมีรายได้ทุกพื้นที่”

    โดยมอบสิทธิ์ด้านภาษี สำหรับประชาชนทั่วไป ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ดังนี้

    • นำ ค่าที่พักและค่าอาหาร หักลดหย่อนภาษี ได้ สูงสุด 20,000 บาท
    • หากเดินทางไป จังหวัดเมืองรอง สามารถ หักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า (ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท)

    มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว รัฐบาลตั้งเป้าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและสร้างความสุข สร้างความคึกคักให้บรรยากาศท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี ให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยจนถึงธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ “พาเงินออกนอกเมืองใหญ่” สู่พื้นที่ที่ยังมีศักยภาพรอการค้นพบ ซึ่งไม่ใช่แค่ทริป แต่เป็นการ “ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากมือของเราเอง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/economic/609342&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0F1YG9_zy_J1XB6gbtdPaf

  • ‘ศุภจี’ เผยไทยเนื้อหอมต่างชาติต่อคิวจีบ ชูจุดขายศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก

    ‘ศุภจี’ เผยไทยเนื้อหอมต่างชาติต่อคิวจีบ ชูจุดขายศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก

    “พาณิชย์” ร่วมคณะนายกฯ แถลงความสำเร็จเวทีอาเซียน–เอเปค นำไทยกลับสู่เวทีการค้าโลก มุ่งสู่ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างพันธมิตรใหม่–ขยายตลาดการค้า2

    2 พ.ย. 2568 – เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมแถลงผลการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Council) การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) และการประชุมรัฐมนตรีเอเปคและผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ภายหลังกลับจากเมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม โดยถือเป็นเวทีสำคัญที่กำหนดทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลก

    นางศุภจี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ภูมิรัฐศาสตร์และขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนแปลง ทำให้ทุกประเทศต้องเร่งหาพันธมิตรใหม่ คู่ค้าใหม่ และสร้างศักยภาพของตนเองขึ้นมาใหม่ รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีจึงพยายามยกระดับแนวทางการค้าและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคเกษตร ที่จากเดิมเรามุ่งเน้นการส่งออกสินค้าเกษตรต้นน้ำ เช่น ข้าว ยางพารา หรือมันสำปะหลัง ก็ได้ขยายแนวทางไปสู่การยกระดับให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก” (Food Security Hub)

    “เมื่อเราวางตำแหน่งเช่นนี้และสื่อสารในเวทีระหว่างประเทศ ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะทุกประเทศกำลังมองหาความมั่นคงทางอาหารระยะยาว ซึ่งไทยมีศักยภาพและความพร้อมในเรื่องนี้” นางศุภจีกล่าว

    ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีโอกาสหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีของ 5 ประเทศ เพื่อขยายความร่วมมือทางการค้าและสร้างตลาดใหม่ ในขณะที่ นายกรัฐมนตรีได้หารือร่วมกับผู้นำประเทศต่างๆ รวม 12 ประเทศ และไทยยังมีโอกาสหารือกับ 3 องค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ ธนาคารโลก (World Bank) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และองค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องที่จะร่วมมือกับไทยในประเด็นเศรษฐกิจและการค้าในทิศทางเดียวกัน

    นางศุภจี กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ประเทศไทยมีบทบาทนำคือ การผลักดัน กรอบความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement : DEFA) ซึ่งไทยทำหน้าที่เป็นประธานในการจัดทำกรอบความร่วมมือนี้ เพื่อเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างประเทศสมาชิก ถ้าเราทำเรื่องนี้สำเร็จ อาเซียนจะเป็นภูมิภาคแรกของโลกที่มีกรอบดิจิทัลในการเชื่อมโยงข้อมูล ซึ่งจะยกระดับภูมิภาคของเราให้โดดเด่นในเวทีโลก และประเทศไทยในฐานะประธานตั้งใจจะหารือเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนเข้าสู่การตกลงร่วมกันในเดือนเมษายนปีหน้า

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังกล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่อาเซียนให้ความสนใจในการประชุมปีนี้ คือ Inclusivity (การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน) และ Sustainability (ความยั่งยืน) ส่วนการประชุมเอเปคมุ่งเน้น 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ Connect (ความเชื่อมโยง) Innovation (นวัตกรรม) และ Prosperity (ความเจริญมั่งคั่งร่วมกัน) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล คือนโยบาย “Quick Big Win” โดยเน้น “กระตุ้นสั้น วางรากฐานยาว และกระจายตัว”

    “ดิฉันได้รับเกียรติให้กล่าวแทนท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากท่านติดภารกิจสำคัญ คือพระราชพิธีฯ ได้แสดงวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย ซึ่งจัดโดย สภาธุรกิจอาเซียน ซึ่งในเวทีนั้นได้รับความสนใจจากหลายประเทศอย่างมาก หลังจากนั้นหลายประเทศได้ขอเจรจาทวิภาคีเพิ่มเติม ทั้งอย่างเป็นทางการและกึ่งทางการ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประเทศไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของโลกอีกครั้ง และเราจะเดินหน้าผลักดันการค้าเพื่อช่วยพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด” นางศุภจีกล่าว

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/888829/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vvt5UGweCzL8Fd1nM2yUA

  • คึกคัก ! ประชาชน ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จับจ่ายซื้อของอุปโภค บริโภค

    คึกคัก ! ประชาชน ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จับจ่ายซื้อของอุปโภค บริโภค

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/107622&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nK_jH691Bflude6zyR6HG