ตระกูลเฉิงกำลังเผชิญกับปัญหาทาง “การเงิน” อย่างหนัก บริษัทเรือธงอย่าง New World Development กำลังเผชิญกับหนี้สินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence ระบุว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนของบริษัทได้พุ่งสูงขึ้นไปอยู่ที่ 96% เมื่อปลายปี 2567 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 40% ในช่วงกลางปี 2561 ราคาหุ้นร่วงลงฉุดมูลค่าบริษัทลดลงไปประมาณ 80% ภายในระยะเวลาเพียง 6 ปีอย่างหนัก บริษัทมีผลขาดทุนต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว
ปัจจุบัน New World Development กำลังพยายามขายโครงการขนาดใหญ่อย่าง “11 Skies” ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มีขนาดพื้นที่มหาศาลถึง 3.8 ล้านตารางฟุต มีมูลค่าการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ ในพื้นที่ใกล้สนามบินนานาชาติฮ่องกง และอสังหาริมทรัพย์หรูอื่น ๆ เพื่อแก้ไขสถานการณ์
โวดีน อิงแลนด์ นักประวัติศาสตร์และผู้เขียนหนังสือ Fortune’s Bazaar: The Making of Hong Kong มองว่าสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัว คือมันไม่ใช่แค่เรื่องราวทางธุรกิจที่เกี่ยวกับตัวเลขเท่านั้น แต่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ สะท้อนว่าปัญหาทางธุรกิจที่เกิดขึ้นมักจะเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์และความรู้สึกส่วนตัวภายในครอบครัว
แต่ทว่าการขยายตัวของ New World ในช่วงที่ผ่านมาได้ชนเข้ากับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จึงกลายเป็นแรงกดดันผู้นำรุ่นใหม่ในการสร้างการเติบโต ท่ามกลางปัญหาเชิงโครงสร้างในครอบครัว และการสืบทอดรูปแบบธุรกิจเดิม ๆ ที่อาจไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันอีกต่อไป
ยักษ์ล้ม กระทบ ‘อสังหาริมทรัพย์ฮ่องกง’
แกรี่ อึ้ง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Natixis กล่าวเตือนว่า “หาก New World ไม่สามารถหาทางออกได้ อาจส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์และระบบธนาคารของฮ่องกง” เพราะแรงกดดันด้านสภาพคล่อง อาจบังคับให้ New World ต้องขายอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้านและอาคารพาณิชย์ในราคาที่ต่ำลง การลดราคาขายนี้จะทำให้ความสามารถของนักพัฒนารายอื่น ๆ ในการชำระหนี้ด้วยการขายสินทรัพย์ตามราคาตลาดที่ตกต่ำลง
ดังนั้นจึงต้องการสร้าง Destination Space ที่เขาใหญ่ ที่ไม่อิงกับซีซั่น มีสปา มีโรงแรม มีที่พักให้เลือกที่ตอบโจทย์กลุ่ม Gen z และ y กลุ่มคู่รัก ครอบครัว ทำให้ตั้งแต่รีแบรนด์ รายได้เข้ามาถึงเดือนละ 10 ล้านบาท รายได้เติบโตกว่า 300%